[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 36 : บทที่ 3 คนคุ้นเคย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ต.ค. 63

 

บทที่ 3 คนคุ้นเคย

 

สิ่งน่าแปลกใจที่หญิงสาวค้นพบคือภูเขาอาร์สเป็นภูเขาที่อัมเบรลล่าเป็นเจ้าของ มันตั้งอยู่ทางเหนือไกลออกไป เป็นภูเขาส่วนตัวที่ค่อนข้างลึกลับ อัมเบรลล่าไม่ได้เป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย เพราะอาจมีข้อครหาเรื่องที่ว่ามันซื้อภูเขาทั้งลูกจากรัฐบาลมาได้ยังไง แต่ก็นั่นแหละ เรื่องชั่ว ๆ ของพวกมันไม่พ้นสายตาเธอจริง ๆ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอกับคาร์ลอสรีบเดินทางมาถึงที่นี่เร็วที่สุด

ที่เธอสงสัยคือ นิโคไลน์ไปทำอะไรที่นั่น ไทร์เซลล์เป็นคู่แข่งของอัมเบรลล่าไม่ใช่เหรอ? หรือแท้จริงแล้ว ไทร์เซลล์ไม่ใช่คู่แข่งแต่เป็นพาร์ทเนอร์? ถ้างั้นที่นิโคไลน์บอกว่าจะทำลายอัมเบรลล่า มันหมายถึงอะไรกันแน่?

ทุกคำถาม ทุกข้อสงสัย มันต้องกระจ่างเมื่อเธอไปถึงที่นั่น

มีอีกเรื่องที่เธอแปลกใจและเป็นเหมือนชิ้นส่วนปริศนาอีกชิ้นหนึ่งที่อยู่ดี ๆ ก็โผล่มา นั่นคือตอนนี้คริสก็กำลังทำภารกิจที่ภูเขาอาร์สเหมือนกัน ทว่าเป้าหมายของคริสไม่ใช่นิโคไลน์ แต่เป็นอัลเบิร์ต เวสเกอร์ คู่แค้นเก่าของเธอเอง!

ภูเขาอาร์ส เวสเกอร์ และนิโคไลน์... สองคนนี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกันแน่

“อย่างกับคฤหาสน์ผีสิง” คาร์ลอสพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ตรงหน้าคือคฤหาสน์สูงที่ตั้งอยู่ริมหน้าผา สภาพคร่ำครึ กำแพงสีขาวหมองลงจนแทบกลายเป็นสีน้ำตาลแถมบางส่วนยังหลุดลอกออกมาอีก บรรยากาศยามเช้าควรจะสดใส ทว่าเมฆลูกใหญ่กลับเคลื่อนเข้าปกคลุมดวงอาทิตย์ คล้ายว่าฝนจะตกได้ทุกเมื่อ

คฤหาสน์บ้านี่ก็เดินทางมาถึงยากลำบากเช่นกัน มันตั้งอยู่บนหน้าผาสูง แถมยังชัน ขับรถขึ้นมาถึงจุดหนึ่งก็ต้องเปลี่ยนเป็นเดิน ใช้เวลาเดินทางเป็นชั่วโมงจึงจะมาถึงนี่ได้ ดีที่คริสมาดูลาดเลาก่อนแล้วเธอจึงได้ข้อมูลและเตรียมตัวไปถูก

“ยังไม่ชินอีกเหรอ?” จิลกล่าวแซว เพราะในเมืองแรคคูนก่อนหน้าก็สภาพคล้ายแบบนี้ สายตาของเธอเลื่อนมองไปยังคู่หูเก่าอย่างคริสที่ดูจะเปลี่ยนไปนิดหน่อยตั้งแต่ทำภารกิจระเบิดโรงงานอัมเบรลล่าครั้งนั้น คริสก็ยังคงบ้างานเหมือนเดิม เขาก่อตั้งหน่วย B.S.A.A ขึ้นมาแทนที่หน่วยต่อต้านอัมเบรลล่า ตอนนี้ขยายสาขาไปได้ถึงเจ็ดสาขาทั่วโลก ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นผู้ร่วมก่อตั้งด้วยก็ตาม ทว่าเขาดูเหมือนไม่ค่อยอยากจะกลับมาทำงานร่วมกับเธออีกครั้ง แทบจะปลีกตัวไปทำภารกิจในอีกซีกโลกหนึ่งเลยก็ว่าได้

“รีบเข้าไปกันเถอะ” คริสกล่าวพร้อมกับก้าวเท้านำหน้าทั้งสองคนเข้าไปยังหน้าต่างบานหนึ่งที่ปิดไม่สนิท มันเก่ามากจนคล้ายกับว่าออกแรงดึงนิดหน่อยก็หลุดติดมือมาทั้งอันได้

ตอนนี้ทั้งสามเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์แล้ว มันเป็นโถงบันไดโล่งๆ ตรงกลางคือบันไดขนาดใหญ่ปูพรมสีแดงขึ้นไปยังชั้นบน ทุกคนต่างถือปืนในมือแน่นและย่างกรายด้วยความระมัดระวัง บรรยากาศพาให้หวนนึกถึงเรื่องเมื่อปีนั้นที่คฤหาสน์สเปนเซอร์ เธอมาทำภารกิจกับคริสเหมือนตอนนั้น แต่ไม่มีเพื่อนในหน่วยสตาร์สคนอื่นเหมือนตอนนั้น และมีคาร์ลอสเข้ามาแทน

“เราควรแยกกันหา” คริสเสนอ ซึ่งจิลก็พยักหน้าเห็นด้วย เธอมองหน้าคาร์ลอสสื่อความหมายในแบบที่ต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจกันก่อนจะจิลจะเป็นฝ่ายเลือกเดินขึ้นบันไดไปก่อน คริสจึงสำรวจทางฝั่งซ้ายของชั้นล่าง และคาร์ลอสก็ไปฝั่งขวา

คฤหาสน์หลังนี้ขนาดใหญ่ก็จริง แต่มีเพียงสองชั้นเท่านั้น จิลเดินขึ้นบันไดใหญ่ไม่นานก็ถึงชั้นบน ซึ่งแบ่งเป็นสองฝั่งเช่นเดียวกับชั้นล่างทำให้ต้องเลือกสำรวจห้องที่ใกล้ที่สุดก่อน ประตูไม่ได้ล็อกมีฝุ่นปกคลุมอยู่บางเบา เธอเอื้อมมือไปจับแล้วเปิดประตูออกอย่างเงียบเชียบที่สุด

มันคือห้องสมุดที่เมื่อเปิดมาสิ่งแรกที่รู้สึกคือความอบอ้าว กลิ่นฝุ่น กลิ่นกระดาษ ที่บอกได้ว่าไม่ได้มีการเปิดใช้งานห้องนี้มานานแล้ว ชักจะไม่แน่ใจว่านี่เป็นสถานที่นัดของนิโคไลน์จริง ๆ หรือคฤหาสน์ร้างที่ไม่มีอะไรเลย ถ้าไม่มีอะไรคาดว่าใช้เวลายี่สิบนาทีทั้งสามคนคงจะสำรวจคฤหาสน์ได้ทั่วทั้งหลังแล้ว

หวังว่าการมาในครั้งนี้จะไม่เสียเปล่านะ

จิลเปิดประตูไล่ไปจนถึงห้องสุดท้ายอย่างระมัดระวังตัวที่สุด ทุกห้องเป็นเหมือนกันหมดคือไม่มีอะไรเลย มีเพียงร่องรอยที่บ่งบอกว่าเจ้าของบ้านไม่ได้ใช้งานห้องนั้นมานานแล้ว ดังนั้นจึงเดินมาที่ห้องอีกฝั่ง

หญิงสาวสังเกตเห็นลูกบิดประตูที่ไร้ฝุ่นต่างจากประตูบานก่อนหน้านี้ดูผิดปกติ สัญชาตญาณของเธอตื่นตัวขึ้นเมื่อคิดว่าอาจมีอะไรบางอย่างในนั้น จึงได้ลองเอาหูแนบไปกับประตู หัวใจของเธอเต้นรัวขึ้นเมื่อได้ยินเสียงคนพูดคุยกันในนั้น เธอจับใจความไม่ได้ว่าคุยกันเรื่องอะไร แต่จากที่ฟังในนั้นน่าจะมีคนอยู่สองคน ประตูเปิดออกอย่างช้า ๆ พร้อมกับกำชับปืนในมือแน่น

ห้องนี้ไม่เหมือนกับห้องที่เคยผ่านมา มันเป็นโถงกว้าง ที่มีตู้หนังสือวางขนานสองฝั่ง ตรงกลางห้องเป็นโต๊ะทำงาน ที่มีหน้าต่างกระจกบานยาวเรียงกันเผยให้เห็นวิวด้านนอกที่เป็นท้องฟ้าครึ้ม และใครบางคนที่เธอคุ้นตานั่งหันหลังอยู่บนเก้าอี้นวม ข้าง ๆ เป็นนิโคไลน์ที่ยืนทอดมองวิวนอกหน้าต่างอยู่เช่นกัน

“ข้อเสนอของฉันน่าสนใจใช่มั้ยล่ะ?” นิโคไลน์พูด ดูท่าว่าการมาถึงของเธอจะไม่ได้ทำให้คนทั้งสองรู้สึกตัว จิลก้าวไปหลบอยู่ข้างตู้หนังสือช้า ๆ เพื่อแอบฟังข้อมูล

“ทำไมถึงคิดว่าฉันสนใจแค่เงิน?”

“บนโลกนี้ไม่มีสิ่งที่เงินแลกเปลี่ยนไม่ได้”

“ก็คงใช่ ฉันอาจจะสน แต่รู้มั้ยฉันเกลียดคนที่ชอบเข้ามาวุ่นวายมากกว่า” บรรยากาศการ ‘เจรจา’ ดูท่าว่าจะเป็นไปได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นิโคไลน์คงได้รับคำสั่งจากบริษัทตัวเองให้มาคุยกับเวสเกอร์ ทว่าเวสเกอร์ก็เหมือนจะเล่นเกมเชิงจิตวิทยากับมันพอสมควร จิลวิเคราะห์เรื่องราวที่เพิ่งฟังมาในใจ

“ก็แค่มาร่วมมือกัน นายมีเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ส่วนบริษัทของฉันมีเงิน”

“เงินซื้อได้ทุกอย่าง แล้วเงินซื้อพระเจ้าได้รึเปล่า?”

นิโคไลน์ชะงักไปเล็กน้อย พอดีกับจิลที่หัวใจกระตุกวูบเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นร่างไร้ลมหายใจของชายแก่คนหนึ่งซึ่งมีผมสีขาวปกคลุมศีรษะนั่งคอพับอยู่มุมห้อง เขาอยู่ในชุดเสื้อคลุมที่เต็มไปด้วยรอยเลือดแผ่กระจายกลางหน้าอก ดูสภาพแล้วเพิ่งตายได้ไม่นาน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าฝีมือใคร... คนที่ได้แต้มต่อในการเจรจาครั้งนี้ แต่เธอยังปะติดปะต่อเรื่องราวได้ไม่มากพอและไม่เข้าใจด้วยว่าก่อนหน้านี้เปิดอะไรขึ้นกันแน่

“บนโลกนี้ไม่มีพระเจ้าอะไรนั่นหรอก”

“แน่ใจเหรอ?” จังหวะนั้นเองที่เวสเกอร์ลุกพรวดขึ้น ทันทีที่หันกลับมาทางประตูสายตาก็ปะทะกับจิลที่ไม่ทันได้หลบดี หญิงสาวตัดสินใจเปิดฉากยิงก่อนหมายจะให้โดนเวสเกอร์แล้วค่อยจับกุมทีหลัง ไม่คิดเลยว่าชั่วพริบตาเวสเกอร์จะกระโดดหลบออกไปอีกทางได้แบบทันควัน รวเร็วจนน่าตกใจ

“ดูซิ ฉันเจอเพื่อนเก่าอีกแล้ว...ไม่คิดว่าจะตามมาถึงนี่ได้” นิโคไลน์กล่าวอย่างใจเย็น ค่อยๆ ล้วงมือเข้าหยิบปืนใต้เสื้อคลุม จิลต้องเล็งปลายกระบอกปืนมาที่นิโคไลน์แทน

ปัง!

เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้น มันไม่ได้มาจากจิล ไม่ได้มาจากนิโคไลน์หรือเวสเกอร์ แต่มาจากคาร์ลอสที่พรวดเข้ามาในห้องยิงสวนได้ทันก่อนนิโคไลน์จะคว้าปืนขึ้นมายิงจิลได้

“วันรวมญาติรึไงเนี่ย” นิโคไลน์กัดฟันกรอดมือหนึ่งกุมไหล่ที่มีหยดเลือดไหลออกมา คริสพุ่งเข้ามาในห้องตามหลังยกปืนขึ้นเหนี่ยวไกใส่เวสเกอร์ที่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง แต่เวสเกอร์วิ่งหลบไปได้ทันเหมือนเคย

ความว่องไวแบบนั้นถ้าบอกว่าเวสเกอร์เป็นมนุษย์ธรรมดาคงจะเป็นเรื่องเกินจริง

ไม่ปล่อยให้เสียเวลาเปล่า คริสพยายามยิงปืนใส่เวสเกอร์อีกครั้งอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองว่ามันจะหลบกระสุนตัวเองได้ทุกนัด ด้วยความเร็วแบบนั้นจิลเห็นว่าเวสเกอร์ยกข้อมือขึ้นกดอะไรบางอย่าง ก่อนจะได้ยินเสียงคำราม

สัตว์ประหลาดตัวหนึ่งกระโดดพรวดเข้ามาในห้องจากประตูด้านในสุด ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีอาวุธชีวภาพอยู่ในนี้!

 

 

 

 

------------------------------

มันก็จะวุ่นวายหน่อยๆ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น