[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 27 : บทที่ 26 บุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    20 ส.ค. 63

 

บทที่ 26 บุก

 

เรือสปีดโบ๊ทลำเล็กแล่นอยู่บนน่านน้ำกลางดึกของวันต่อมา ผู้โดยสารบนเรือทั้งหกคนอยู่ในสภาพอาวุธครบมือ คนเป็นหัวหน้ายกวิทยุสื่อสารขึ้นติดต่อไปยังคนที่อยู่บนเรืออีกลำเพื่อรายงานสถานะว่าอีกไม่กี่นาทีจะถึงเกาะเป้าหมาย

ลมเย็นเยียบพัดมากระทบผิวกาย ท้องฟ้ามืดสนิท ทุกสิ่งเงียบงัน แต่ทุกคนบนเรือกลับอยู่ในสภาพตื่นเต็มตา ไม่กี่นาทีเรือสปีดโบ๊ทที่ขับโดยนายทหารหนุ่มผู้เคยเกี่ยวข้องกับอัมเบรลล่าโดยตรงก็จอดเลียบหาดด้านหลังของโรงงานซึ่งมีป่าทึบปกคลุมอยู่

ทีมถูกแบ่งออกเป็นสามทีมได้แก่ ทีมหนึ่ง คริส จิล แบรรี่ ซึ่งทำหน้าที่ดึงความสนใจจากเจ้าหน้าที่ในโรงงานก่อน ตามมาด้วยทีมสองซึ่งมีฮาเก็นกับเอลวินเข้าไปแฮ็คระบบรักษาความปลอดภัยในห้องควบคุม และทีมสุดท้าย เชว่า จามาล คาร์ลอส จะเข้าไปติดตั้งระเบิดตามจุดต่างๆภายในโรงงาน ซึ่งเรือลำแรกที่จอดเทียบฝั่งก็มีเพียงทีมหนึ่งและทีมสองเท่านั้น

ทีมสองยืนสแตนด์บายรอเรืออีกลำที่ฝั่ง ในขณะที่ทีมของจิลเริ่มลงมือ ป่าบนเกาะในตอนมืดเช่นนี้ดูหนาทึบน่ากลัว ทั้งที่ความเป็นจริงถ้าวิ่งฝ่าไปตรงๆไม่นานก็ถึงตัวโรงงาน 

ตำรวจสาวแอบมองเจ้าของร่างสูงที่สวมเสื้อกันกระสุนแบบที่ใส่ในการปฏิบัติงานตอนอยู่เมืองแรคคูน แน่นอนว่าอีกฝ่ายก็มองเธอเช่นกัน โดยที่ไม่มีคำพูดใดๆกล่าวออกมา ทั้งคู่ก็รู้ดีในสิ่งที่สื่อออกมาทางสายตา นั่นคือความเป็นห่วง และความมั่นใจ

เธอมั่นใจว่าคาร์ลอสจะทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ เช่นเดียวกับที่คาร์ลอสมั่นใจในตัวเธอว่าเธอจะทำมันได้

โรงงานบนเกาะของอัมเบรลล่าแห่งนี้เล็กกว่าโรงพยาบาลสเปนเซอร์ มันสูงแค่สองชั้น คงเพราะด้วยขนาดของเกาะเอง มันเป็นเกาะส่วนตัวเล็กๆ ที่อัมเบรลล่าโปะเงินหนาให้เจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้ไม่โดนตรวจสอบอะไรได้เลย มีเจ้าหน้าที่ของอัมเบรลล่าคุ้มกันอยู่รอบโรงงาน หากจัดการตรงนั้นได้ก็จะโล่งไปเปลาะหนึ่ง เพราะคาร์ลอสบอกว่าข้างในเจ้าหน้าที่คุ้มกันไม่หนาแน่นเท่าด้านนอก 

ทั้งสามคนในทีมหนึ่งดูแผนที่คร่าวๆมาแล้วจึงเกาะกลุ่มกันเดินไปตามทางในป่า เมื่อมาถึงโรงงาน สายตาของทั้งสามคนก็กวาดทั่วบริเวณ พบยามเดินตรวจตราของโรงงานนายหนึ่ง ใกล้เข้าโรงงานไปอีกมีเจ้าหน้าที่ในชุดคุ้มกันอยู่หน้าประตูทางเข้าด้านหลังซึ่งเป็นประตูกลอนเล็กๆ คริสยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้แบรรี่และจิลเข้าประจำจุดตามที่ได้วางแผนไว้  เมื่อเรียบร้อยแล้วเจ้าตัวก็ยกปืนขึ้นเล็งไปที่ยามเดินตรวจตรา เล็งอยู่อย่างนั้นจนยามเดินออกนอกระยะการมองเห็นของคนอื่นจึงลั่นไกใส่ 

กระสุนนัดนั้นพุ่งโดนกลางหน้าอกยามอย่างแม่นยำราวกับจับวาง และแน่นอนว่ามันเป็นปืนเก็บเสียง เจ้าหน้าที่สองคนนั้นไม่ได้ยินและไม่เอะใจอะไรเลยแม้แต่น้อย

วินาทีถัดมาเจ้าหน้าที่สองคนที่เฝ้าหน้าประตูทางเข้าก็ล้มลงไปนอนกับพื้นด้วยฝีมือวิถีกระสุนของจิลและแบรรี่ เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนนั้นยืนอยู่ใต้กล้องวงจรปิด ทำให้คนที่ดูอยู่หลังหน้าจอไม่ทันได้เห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ทุกอย่างถูกวางแผนไว้อย่างดี

“ทีมสองและสามเตรียมเข้าได้เลย” คริสพูดกับวิทยุสื่อสารที่ถูกยกขึ้นแนบหู เมื่อได้รับการตอบกลับเขาก็ลดมือลงเก็บมันไว้ในกระเป๋ากางเกง ตอนนี้ทั้งสามคนเคลื่อนไปยังด้านหน้าของโรงงานโดยอ้อมจากในป่า ด้านหน้าของโรงงานนั้นโล่งเตียน แทบไม่มีที่ให้หลบซ่อน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหากับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หละหลวม เมื่อคริสวิ่งนำไปก่อนหยิบระเบิดมือขึ้นมาดึงสลักก่อนจะโยนใส่เจ้าหน้าที่สองคนซึ่งยืนเฝ้าทางเข้า

เสียงระเบิดดังลั่นไปทั่วบริเวณพร้อมกับร่างที่ไร้ลมหายใจของชายทั้งสองคนนั้น ตอนนี้ในทีมต่างก็ประจำในจุดอับสายตา จิลนับหนึ่งถึงสามในใจพวกมันก็กรูกันออกมาอย่างตื่นตระหนก เจ้าหน้าที่ราวหกคนที่อยู่ด้านนอกโรงงานวิ่งมายังจุดนี้ที่เดียว มีคนหนึ่งเข้าไปตรวจสอบชายที่นอนเลือดท่วมสภาพยับเยิน เขากวาดตามองรอบๆปราดเดียวก็ส่งสัญญาณวิทยุสื่อสารรายงานไปหาใครซักคน

ผู้ชายที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าสั่งอะไรบางอย่างกับลูกน้องก่อนที่ทั้งหมดจะค่อยๆแยกกันออกตามหาผู้บุกรุก ปลายกระบอกปืนติดไฟฉายเล็งส่องไปทั่วบริเวณอย่างระแวดระวัง แน่นอนว่าทั้งสามคนไม่รอให้มันส่องมาเจอตัวก่อน จึงยิงแจกกระสุนใส่พวกมันไปจนเจ้าหน้าที่ที่มาหกคนนั้นเหลือเพียงสองคน โดยคนเป็นหัวหน้าได้ส่งสัญญาณวิทยุติดต่อไปยังใครสักคนอีก เธอเห็นใบหน้าของเขามีเหงื่อผุดออกมา ใบหน้าตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด แต่นั่นเป็นใบหน้าสุดท้ายที่ได้เห็นก่อนที่เขาจะล้มลงไปนอนที่พื้นด้วยกระสุนปืนที่แบรรี่ยิงออกไป

ป่านนี้ฮาเก็นคงเข้าไปถึงห้องรักษาความปลอดภัยได้แล้ว

จู่ๆทั้งโรงงานก็มืดลง นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ คงเพราะทีมที่สามเข้าไปตัดไฟได้สำเร็จ แต่เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบวินาทีไฟสำรองก็ทำงาน ระบบจ่ายไฟถูกตั้งค่าไว้ว่าหากไฟหลักดับ ไฟสำรองจะถูกนำมาใช้งานแทนและนั่นทำให้โรงงานนี้ต้องประหยัดไฟ มีเพียงแสงไฟไม่กี่ดวงที่เปิดขึ้นเท่านั้น และนั่นก็เพียงพอแล้วกับการดำเนินงานขั้นต่อไป

 

 

 

ก่อนหน้านี้ทีมสามและทีมสองได้เข้าเริ่มลงมือหลังจากทีมหนึ่งเข้าไปจัดการเจ้าหน้าที่เฝ้าเมื่อห้านาทีก่อน ทันทีที่สิ้นสุดสัญญาณจากคริส พวกเขาทั้งห้าต่างก็เข้าไปข้างในได้โดยราบรื่นเพราะทีมนั้นได้จัดการยามเฝ้าประตูหลังไปแล้วเมื่อไม่นาน

ในระหว่างที่ร่างของเพื่อนร่วมทีมค่อยๆก้าวเข้าไปยังประตูเหล็กเล็กๆ คาร์ลอสยืนอยู่หลังสุดก้าวตามเข้าไปเป็นคนสุดท้าย แต่ในระหว่างที่กำลังเดินรั้งท้ายเพื่อนในกลุ่มอยู่นั้นก็มีร่างของเด็กหนุ่มอีกคนที่อยู่ทีมสองซึ่งเข้าไปก่อนหน้าเดินช้าๆเพื่อมาเดินอยู่ข้างๆเขาอย่างจงใจ

“นี่ ฉันเห็นนะว่านายแอบมองตำรวจหญิงคนนั้นบ่อยๆ” ฮาเก็นพูดเสียงกระซิบ ตั้งใจให้ได้ยินแค่สองคน แต่ประโยคนั้นทำคาร์ลอสเลิกคิ้วอย่างวิเคราะห์ในสิ่งที่เด็กหนุ่มคนนี้ต้องการจะสื่อซะมากกว่า เพราะเหมือนจะมีบุคคลที่สามซึ่งใกล้ตัวเขาอยู่ในประโยคนั้นด้วย

“อย่าไปชอบเธอเลย ดุมาก เหมือนหมา”

นายทหารหน้าเข้มหลุดขำให้กับประโยคเปรียบเทียบนั่น

แต่สาบานว่าเขาเลยคำว่าชอบมาไกลแล้ว

“ฉันไม่เข้าใจ” คาร์ลอสต้องการคำขยายความเสียมากกว่า เขามั่นใจว่าได้รับสารในประโยคนั้นอย่างชัดเจน แต่ว่าไม่เข้าใจจุดประสงค์ที่เด็กหนุ่มมาพูดเรื่องนี้กับเขาซะมากกว่า

ร่างของชายหนุ่มทั้งสองคนเดินรั้งท้ายกลุ่ม ถึงแม้จะมีประเด็นให้กระซิบกระซาบกันแต่ก็ตั้งใจระวังภัยกับเส้นทางตรงหน้า ซึ่งเป็นทางเดินแคบๆ เข้าไปยังตัวโรงงาน ฝีเท้าก้าวเดินตามคนอื่นในทีมอย่างมั่นคง

“ฉันเคยหน้าแหกมาแล้ว” อาจเป็นเพราะคนที่พูดตั้งใจกับการมองเส้นทางตรงหน้า เลยไม่ได้สังเกตุเห็นใบหน้าที่เปลี่ยนไปของคนข้างๆ... เหมือนจะบึ้งตึงอยู่เล็กน้อยจากการปะติดปะต่อเรื่องราวในใจ ถึงอย่างนั้นก็รีบพูดต่อ “เธอบอกว่าเธอมีแฟนแล้ว เพราะงั้นตัดใจซะ เดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติดเหมือนฉันเปล่าๆ”

ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงนั้นกระตุกยิ้มอยู่บางเบา เพราะเขานี่แหละที่เป็นแฟนของเธอ ที่แท้จิลก็ไม่ได้ปิดบังสถานะของตัวเองซะทีเดียว เมื่อมีคนมาวอแวก็ปฏิเสธอีกฝ่ายจนหน้าหงายไปแบบนี้นี่เอง

ฮาเก็นในตอนนั้นคิดว่าถึงจะโดนปฏิเสธก็ไม่เป็นไร  แต่ก็ไม่คิดว่าจะโดนปฏิเสธแบบทำให้ไปต่อไม่เป็นแบบนั้น เขาไม่รู้จะรู้สึกเช่นไร จะขำก็ขำไม่ออก จะเศร้าก็ไม่ถึงขนาดนั้น ที่บรรยายความรู้สึกของเขาในตอนนั้นได้ก็คือคำว่าหน้าแหกนั่นแหละ

“สงสัยจะเป็นแฟนกับหัวหน้ากลุ่มนี่แหละ” การคาดเดาส่งเดชของเด็กหนุ่มราวกับได้ทิ้งระเบิดไว้ในใจนายทหารหนุ่ม ก่อนจะก้าวเดินตามไปสมทบกับเพื่อนอีกสามคนขางหน้าอย่างไม่รู้สึกรู้สา

การที่ฮาเก็นจะคิดว่าหัวหน้ากลุ่ม...คริส เป็นแฟนกับจิลมันต้องมีเหตุผลสิ คนเรามันไม่สามารถจะคิดอะไรไปเองเป็นตุเป็นตะได้ถ้าไม่สังเกตเห็นอะไรบางอย่างในคนสองคนนั้น ที่เขารู้มาก็แค่คริสกับจิลเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในหน่วยสตาร์ด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นคู่หูกันอีก แต่ก็แค่นั้นแหละ

คู่หูแล้วไง ฉันเป็นคู่รักก็แล้วกัน

ช่างเถอะ คาร์ลอสไม่คิดจะแก้ไขความเข้าใจผิดของฮาเก็นหรอกเพราะมันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรขนาดนั้น ยังไงซะความจริงเรื่องจิลเป็นแฟนเขาก็ไม่เปลี่ยนไป อีกอย่างเขายังมีสิ่งที่ต้องทำในอีกไม่กี่ก้าวเดินตรงหน้านี้ ดังนั้นตั้งใจทำภารกิจให้เสร็จแล้วค่อยป่าวประกาศตอนนั้นยังไม่สาย

ร่างของคนทั้งห้ามายืนอยู่โถงใจกลางโรงงาน ด้วยความที่โรงงานนี้ขนาดไม่ใหญ่มาก โถงที่ว่าจึงไม่ได้ใหญ่มากเช่นกัน ด้านในปูด้วยพื้นกระเบื้องเงา เพดานสูงมีโคมไฟระย้าดวงใหญ่ประดับตรงกลาง ห้อมล้อมด้วยไฟระย้าดวงเล็กๆอีกที กำแพงสีขาวเรียบๆมีไม้ประดับสีเขียวในแจกันใหญ่วางตกแต่งอยู่บางส่วน มองออกไปมีประตูที่ติดด้วยกระจกเงาอยู่ประปราย

 น่าแปลกที่ในนี้เขาไม่เห็นคนของอัมเบรลล่าอยู่เลย ทั้งที่ด้านหน้ามีการป้องกันอยู่พอสมควร แม้จะพูดไม่ได้ว่าป้องกันแน่นหนา แต่ก็ต้องบอกว่าการที่มีคนมาเฝ้าระวังแบบนั้นก็แสดงว่าในนี้ต้องมีสิ่งที่สำคัญอยู่ อาจเป็นเพราะเจ้าหน้าที่คนอื่นโดนดึงตัวไปรับกับสถานการณ์หน้าโรงงานก็ได้ ในนี้เลยไม่มีคน แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ตาม 

กลุ่มสองคือกลุ่มของเอลวินและฮาเก็นแยกตัวออกไปยังห้องควบคุมรักษาความปลอดภัยตามแผนการ ส่วนกลุ่มของเขาเองก็ไปยังห้องควบคุมแผงไฟพลังงานเพื่อจัดการระบบไฟฟ้าของที่นี่ เมื่อระบบไฟฟ้าหลักโดนตัดไปแล้วไฟสำรองของโรงงานก็ทำงานภายในเวลาไม่กี่วินาที ถัดจากนี้เขามันใจแล้วว่าฮาเก็นจัดการกล้องวงจรปิดได้สำเร็จจากการคำนวนตามเวลา จึงหันไปมองหน้าเพื่อนร่วมทีมอีกสองคน

“ดูแลตัวเองด้วย” เชว่ากล่าวกับเขาและจาวาลก่อนจะเป็นฝ่ายก้าวออกไปตามทางในแผนการก่อนใครเพื่อน จาวาลมองหน้าเขาอย่างรู้ความคิด ทั้งสองคนเพียงพยักหน้าให้กันเบาๆก่อนจะแยกย้ายกันไปตามทาง

 

 

 

 

 

---------------------------------------------

อะ บู๊กันต่อ ถึงจะบอกว่าไม่อยากแต่งฉากบู๊ แต่มันก็ต้องมีเพราะเป็น Theme หลักของเรื่อง 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #31 Mynun9412 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 16:35
    สนุกค่ะ บู๊บ้างหวานบ้าง สีสันของเรื่อง
    #31
    0