[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 28 : บทที่ 27 ด้วยกัน (ตอนจบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    23 ส.ค. 63

 

บทที่ 27 ด้วยกัน (ตอนจบ)

 

หญิงสาวได้ยินเสียงระเบิดจากในโรงงานดังขึ้น พร้อมกับร่างของฮาเก็นและเอลวินที่โผล่ออกมาทางด้านหลังโรงงาน 

“ทางนี้เรียบร้อย” เอลวินพูดขึ้นเมื่อเดินมาสมทบกับทีมของหญิงสาว หมายความว่าแผนการดำเนินมาถึงขั้นสุดท้ายแล้ว นั่นก็คือระเบิดไม่ให้เหลือซาก อีกไม่กี่นาทีพวกคาร์ลอสก็คงออกมาจากโรงงาน ตอนนี้ถือว่าหน้าที่ในฐานะทีมหนึ่งของเธอสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้ว และขอให้ฝั่งคาร์ลอสไม่มีปัญหาก็พอ

“เยี่ยม เตรียมตัวกลับกันได้เลย”

“แต่น่าแปลกนะ ข้างในแทบไม่มีคนอยู่เลย...” ฮาเก็นพูดข้อสงสัยของตัว แต่ไม่ทันที่จะมีใครขบคิดปัญหานี้สุ้มเสียงของอะไรบางอย่างก็ดังขึ้น เธอรู้สึกคุ้นในความคิด มันเหมือนกับเสียงของสัตว์ประหลาด

เสียงระเบิดดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับอาคารโรงงานเริ่มทรุดตัวลงเพราะไร้จุดรับน้ำหนัก ฝุ่นควันตลบอบอวล มองไม่เห็นจุดที่ถูกระเบิดชัดเจนนัก ทว่าเสียงแปลกๆที่เธอได้ยินกลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ประสาทสัมผัสทุกส่วนของเธอตื่นขึ้นรับกับสัญชาตญาณ

“อ๊ากกก!” ตัวอะไรบางอย่างโผล่ออกมาจากเศษซากอาคารตรงหน้า มันวิ่งพุ่งเข้ามาหาร่างของเอลวินก่อนจะกัดเข้าที่คอของเขาเต็มแรงพร้อมกันสะบัดไปมา ทุกคนในเหตุการณ์ต่างก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน แต่คริสที่มีความว่องไวกว่า ยกปืนขึ้นเหนี่ยวไกใส่มันอย่างตรงเป้า ร่างของสัตว์ประหลาดตัวนั้นคลายแรงกัดที่คอพร้อมกับร่วงลงไปนอนกองกับพื้น

ฮาเก็นที่อยู่ใกล้กับเอลวินที่สุดวิ่งเข้าไปรับตัวของเอลวินได้ทันก่อนจะร่วงลงพื้นตามสัตว์ประหลาดนั้นไป เลือดสีแดงจากคอของเขาพุ่งสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ฮาเก็นทำอะไรไม่ถูกนอกจากยกมือที่สั่นเทาขึ้นปิดรอยเหวอะจากการถูกกัดนั้น

“อะไรวะเนี่ย?!” แบรรี่สบถลั่น แต่ไม่ทันที่พวกเขาจะได้หายใจทั่วท้อง สัตว์ประหลาดตัวเดียวกับที่พุ่งกัดเอลวินก็ปรากฏตรงหน้าอีกสี่ตัว 

“เหมือนจะหลุดมาจากด้านใน” คริสพูดอย่างใจเย็น วินาทีถัดมาเขาก็ขว้างระเบิดมือใส่สัตว์ประหลาดทางหนึ่งหมายจะให้โดนสองตัว จิลกับแบรรี่ไม่รอช้ายิงเข้าที่สัตว์ประหลาดอีกสองตัวที่อยู่อีกด้าน ทว่าพวกมันมีความว่องไวมากอีกทั้งยังกระโดดหลบได้ ทำให้คนที่ยืนอยู่ต้องหลบการพุ่งของมันไปคนละทาง

โชคดีที่มันพุ่งใส่คนที่ทำร้ายมัน ฮาเก็นที่ประคองร่างของเอลวินอยู่ มีอีกข้างถือปืนพกไว้แน่นเล็งออกไป แต่ไม่มีการเหนี่ยวไก จิลรับรู้ได้ว่าเขาคงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก

ตำรวจสาวโยนระเบิดมือใส่สัตว์ประหลาดตัวที่พุ่งเข้ามาหา มันโดนระเบิดอัดไปเต็มแรง ซากของร่างมันแตกกระจายพร้อมกับเลือดสีแดงสด แบรรี่กับคริสก็จัดการยิงอีกตัวที่ยังไม่ตาย จนในที่สุดมันก็ร่วงลงไปกองกับพื้น 

“เอลวิน...เอลวินไม่รอด...” ฮาเก็นพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ จิลมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เธอเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วแต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ยังไม่ชินกับการสูญเสียไปอย่างกะทันหันแบบนี้อยู่ดี

ดวงตากลมของเธอมองไปยังโรงงานที่เริ่มถล่มลงมา ถ้าสัตว์ประหลาดหลุดออกมาจากข้างในจริงๆ แล้วพวกคาร์ลอสที่ยังอยู่ในนั้นล่ะ อาจกำลังต่อสู้กับพวกมันอยู่รึเปล่า?

สองขายาวของตำรวจสาวก้าวไปข้างหน้าอย่างเร่งรีบ ทว่าก้าวออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าวกลับโดนมือของเพื่อนร่วมทีมอีกคนรั้งไว้

“จะไปไหน?”

“มันหลุดมาจากข้างใน พวกเขาอาจกำลังสู้กับมันอยู่” เธออธิบายอย่างเร่งรีบ พยายามขืนแรงที่ดึงแขนเธอไว้อย่างแรง

“ไม่ได้ อาคารจะพังลงมาอยู่แล้ว เชื่อมือพวกเขาเหอะ” แววตาเด็ดขาดของคริสจ้องมายังเธอราวกับจะบอกกลายๆว่านี่คือคำสั่งในฐานะหัวหน้าทีม ถึงอย่างนั้นความร้อนรนในใจก่อตัวขึ้นอย่างยากจะควบคุม แต่เธอพยายามคิดให้ตัวเองใจเย็นลง มือข้างหนึ่งยกวิทยุสื่อสารขึ้นส่งสัญญาณหาคนที่เธอเป็นห่วงที่สุดในตอนนี้ ทว่ากลับไม่มีการตอบรับจากปลายสาย 

เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับอาคารที่พังทลายลงมาอย่างไม่เหลือชิ้นดี นั่นหมายความว่าคนที่อยู่ด้านในทำตามหน้าที่ที่ตนได้รับมอบหมายเสร็จสิ้น แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอเบาใจลงเลยแม้แต่น้อย แค่ทำตามภารกิจได้แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บออกมา

ไม่นานร่างของคนทั้งสามก็ปรากฏรางๆหลังหมอกฝุ่นที่เกิดจากอาคารถล่ม เป็นเชว่าที่เดินออกมาก่อน เธอถือปืนในมือก้าวออกมาอย่างระแวดระวัง ข้างหลังของเชว่าไม่ไกลออกไปจิลเห็นคาร์ลอสพยุงร่างของจาวาลที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าท้อง แขนอีกข้างของจาวาลที่ไม่ได้วางอยู่บนบ่าคาร์ลอสกอบกุมผ้าที่กดแผลตัวเองไว้ ทว่าไม่อาจทำให้เลือดหยุดไหลได้  

“อาวุธชีวภาพหลุดออกมาจากห้องทดลองตอนระเบิด” เชว่าอธิบายเหตุการณ์สั้นๆกับทุกคนเมื่อเห็นร่างของสัตว์ประหลาดที่หลุดออกมานอนอยู่บนพื้น เธอพอจะรู้อยู่แล้วว่ามีบางตัวหลุดออกมาเพราะตอนที่อยู่ด้านในทีมของพวกเธอต่อสู้กับสัตว์ประหลาดบ้านี่ไปหลายตัว ส่งผลให้จาวาลได้รับบาดเจ็บ แต่ช่วงที่ชุลมุนอยู่นั้นก็มีบางตัวเล็ดลอดออกไป

คาร์ลอสพาร่างของจาวาลที่ได้รับบาดเจ็บไปยังฮาเก็น เมื่อเห็นว่าตรงนั้นค่อนข้างจะปลอดภัย

“เราได้ข้อมูลสำคัญของอัมเบรลล่ามา เกี่ยวกับสาขาของพวกมันที่อยู่ในประเทศอื่น...”

ตู้มมม

ไม่ทันที่คาร์ลอสจะได้อธิบายอะไรไปมากกว่านี้ เสียงอะไรบางอย่างก็ดังขึ้นมาจากด้านในอาคาร เงาของสิ่งมีชีวิตบางอย่างค่อยๆโผล่ออกมาจากเศษซากอาคาร มันมีขนาดใหญ่สูงเท่าตึกสองชั้น คาดว่าถ้ามันไม่เป็นร่างนี้อยู่แล้วก็คงวิวัฒนาการมาไม่ต่างจากเนเมซิส แต่ร่างที่เหมือนรากไม้ของมันกลับดูยังไม่ค่อยสมบูรณ์ด้วยความขาดของแขนและหน้าตาที่ดูบิดเบี้ยว

คริสประเมินสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างรวดเร็ว เขามองสมาชิกในกลุ่มทุกคนที่ยืนอยู่ปราดเดียวก่อนจะออกคำสั่ง “คนเจ็บกับข้อมูลหนีออกไปก่อน!”

จิลมองคริสเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเปลี่ยนอาวุธในมือเป็นช็อตกันที่พกมา เธอไม่เข้าข่ายคนจำพวกที่คริสบอกเอาไว้ แค่ได้เห็นว่าคาร์ลอสยังปลอดภัยอยู่นั่นก็เพียงพอแล้ว

“จาวาล ฮาเก็น แบรรี่รีบไปซะ ไม่งั้นอาจได้ตายกันหมด!” 

“อะไรนะ?! ฉันด้วยเหรอ?!!” แบรรี่ที่ได้ยินชื่อตัวเองในประโยคนั้นโต้แย้งขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ พร้อมกันนั้นฮาเก็นก็วิ่งมาประคองร่างจามาลแทนคาร์ลอส คริสมองแบรรี่เพียงวินาทีเดียวทว่าสายตาที่แน่วแน่นั้นทำให้แบรรี่เข้าใจขึ้นมา เมื่อมาคิดดูดีๆแล้วเขาก็พอจะเข้าใจเหตุผลที่คริสสั่งแบบนั้น ได้แต่กัดฟันแน่นแล้วเข้ามาประคองร่างจาวาลช่วยฮาเก็นก่อนจะรีบออกไปจากตรงนี้

สัตว์ประหลาดตัวนั้นค่อยๆเดินมายังพวกเธอก่อนจะคำรามลั่น สามคนนั้นก็ออกไปจากตรงนี้แล้ว จิลสาดกระสุนช็อตกันในมือเข้าไปในปากของมัน ถัดไปจากเธอคือเชว่าที่ยิงแมกนั่มในมืออย่างไม่ยอมแพ้ คริสปาระเบิดใส่ตัวของมัน และคาร์ลอสรัวปืนกลไม่ยั้ง

มันคำรามอย่างเจ็บปวดก่อนจะวิ่งเข้าใส่ร่างของเชว่าที่ยืนอยู่ใกล้มันที่สุด แต่เชว่าเองก็เร็วพอๆกับมันที่กระโดดหลบออกไปอีกทางได้ทันท่วงที แต่ดูเหมือนมันจะไม่ปล่อย เมื่อมือที่มีอยู่ข้างเดียวของมันยกขึ้นเผยให้เห็นกรงเล็บยาว วินาทีนั้นที่มันกำลังจะตะปบลงที่ร่างของเชว่าคริสก็กระโจนเข้ามาดึงร่างของเธอออกไปได้อย่างหวุดหวิด

สัตว์ประหลาดตัวนี้ถึกเป็นบ้า

เสียงในใจของคนทั้งสี่ที่คงคิดไปในแนวทางเดียวกัน

รากไม้ที่หลังของมันงอกขึ้นมา ก่อนจะตวัดไปทั่วบริเวณโดยไม่สนว่าจะโดนศัตรูหรือไม่ราวกับคลั่ง จิลยังคงยิงที่หัวของมันอยู่เพราะไม่แน่ใจว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหน ส่วนคาร์ลอสรัวปืนกลในมือไปยังลำตัวของมัน คริสและเชว่าที่ตั้งตัวได้แล้ววิ่งออกไปไม่ไกลจากตัวของมันทั้งคู่ต่างก็เปลี่ยนอาวุธในมือเป็นระเบิดมือทว่าคริสโยนใส่รากไม้ที่หลงของมัน เชว่าโยนใส่ลำตัว

เสียงกรีดร้องโหยหวนของมันดังขึ้นอีกครั้งก่อนจะหันมาทางเชว่า มันเป็นเหมือนกับอาวุธที่ล็อคเป้าหมายไว้ไม่ยอมไปไล่ล่าคนอื่นจนกว่าเป้าหมายของมันจะตาย... คงคล้ายๆกับเนเมซิสที่ไล่ล่าจิลอย่างเอาเป็นเอาตาย ทว่าเนเมซิสยังมีพุ่งเป้าทำร้ายคนอื่นนอกจากเธออยู่บ้าง ถ้าโดนกวนใจ

“ฉันจะล่อมันเอง!” เชว่าพูดอย่างช่วยไม่ได้ นั่นบ่งบอกให้รู้ว่าคนพูดมีเลือดนักสู้อยู่มากเพียงใด ทั้งสามคนล้วนเป็นห่วงเธอจากเหตุการณ์เมื่อกี้ที่เธอเกือบหลบมันไม่รอดถ้าไม่ได้คริสช่วยไว้ ถึงอย่างนั้นก็คงห้ามไม่ได้ ในเมื่อสัตว์ประหลาดตัวนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนขนาดนั้น

“ฉันมีระเบิดแบบกดรีโมทอยู่อีกลูก!” คาร์ลอสตะโกนบอกราวกับคิดแผนขึ้นมาได้

“เตรียมตัวทำให้มันร่างแหลกได้เลย!” เชว่าพูดแค่นั้นก่อนจะวิ่งออกไปอีกทาง คริสกับจิลที่เปลี่ยนแม็กกระสุนเสร็จต่างก็มองไปทิศทางที่เชว่าวิ่งออกไป เชว่าวิ่งไปยังด้านหลังของโรงงานนั่นเอง คาร์ลอสไม่รอช้าหยิบระเบิดขนาดสี่เหลี่ยมออกมาจากช่องเก็บของในเสื้อก่อนจะวิ่งไปติดตั้งมันที่หน้าซากอาคาร เพียงไม่กี่วินาทีระเบิดลูกนั้นก็พร้อมใช้งาน นายทหารหนุ่มวิ่งกลับมายังจุดที่คริสและจิลยืนหลบอยู่พร้อมกับรีโมทในมือ

ทั้งสามรอคอยร่างของเชว่าปรากฏขึ้นอย่างใจจดจ่อ ไม่นานร่างของเธอก็วิ่งออกมาจากอีกด้านของโรงงาน แม้จะโดนสัตว์ประหลาดไล่ล่าอยู่แบบนั้นแต่เธอกลับไม่มีสีหน้าตื่นกลัวเลย

“ไปหน้าโรงงาน!” คาร์ลอสตะโกนบอก เชว่าได้ยินดังนั้นจึงวิ่งไปตามที่คาร์ลอสบอก สัตว์ประหลาดตัวนั้นวิ่งตามร่างของเชว่าไป มันวิ่งได้ช้ากว่าสัตว์ประหลาดสี่ตัวที่ออกมาจากโรงงานก่อนหน้านี้อีก แต่นั่นเป็นเรื่องดี

ตู้มมม!!

เสียงระเบิดดังขึ้นเมื่อคาร์ลอสเห็นว่าเชว่าวิ่งออกมาไกลจากระยะที่จะโดนแรงระเบิด ทว่าสัตว์ประหลาดอยู่ในระยะนั้นพอดี ส่งผลให้เศษชิ้นเนื้อจากมันพุ่งแตกกระจายในในอากาศพร้อมกับเลือดที่พุ่งกระเซ็นออกมามา

“จบซักที” คาร์ลอสพูดขึ้นเมื่อไม่ได้ยินเสียงคำรามของมันอีกต่อไป คริสก้าวออกมาจากจุดที่หลบอยู่เพื่อเดินไปหาเพื่อนในกลุ่มอีกคนที่ทำหน้าที่ล่อสัตว์ประหลาดนั่น จิลจึงได้โอกาสถามคาร์ลอส

“นายไม่เป็นไรนะ?” แม้จะเห็นแล้วว่าเขาออกมาจากโรงงานในสภาพครบสามสิบสอง แต่ก็ยังถามออกไปอยู่ดี

“อย่าลืมสิว่าผมจะไม่ปล่อยให้คุณอยู่บนโลกโหดร้ายที่ไม่มีคาร์ลอสหรอก” คาร์ลอสยังคงพูดติดตลกอยู่ แต่ใบหน้านั้นอมยิ้มที่ได้เห็นความห่วงใยจากตำรวจสาว ทั้งที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์ลุ้นระทึกมา เพราะแบบนั่นทำให้คนที่เป็นห่วงแอบหมั่นไส้ขึ้นมา 

อีกด้านหนึ่งเชว่ายืนอบหายใจอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ระเบิดนัก เมื่อเห็นว่าสัตว์ประหลาดร่างกระจุยกระจายไปต่อหน้าต่อตานั่นทำให้เธอเบาใจ จึงค่อยๆเดินกลับไปหาเพื่อนอีกสามคน ทว่าคนที่เดินเข้ามาหาเธอกลับเป็นตำรวจหนุ่มที่เพิ่งช่วยชีวิตเธอไว้

“คุณโอเคนะ?”

“แน่นอน ฉันเก่งกว่าที่นายคิดเยอะ” เธอยืดตัวขึ้น ท่าทางที่มั่นใจในตัวเองแบบนั้นทำให้คนถามโล่งใจที่วันนี้ไม่ต้องเสียเพื่อนในกลุ่มไปอีกคน “เมื่อกี้ขอบใจนะ”

“อืม ไปกันเถอะ” คริสรับคำสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปยังทิศทางที่ตัวเองเดินมา ไม่ไกลออกไปจิลคุยกับคาร์ลอสอยู่ใบหน้ายิ้มแย้มแบบที่เขาคงไม่ได้เห็นในเวลาทำงานของเธอแบบนี้ ภาพนั้นทำให้ในใจเขาเกิดไหววูบขึ้นมาเล็กน้อย เป็นความรู้สึกเล็กๆที่เขาพูดไม่ถูก... แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีเขาก็กดความรู้สึกนั้นเก็บไปก่อนจะเดินไปหาทั้งคู่ในที่สุด ใช่ ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างปฏิบัติภารกิจอยู่ 

“รีบออกไปจากที่นี่กัน” คริสพูดเมื่อเดินมาถึงตัวตำรวจสาวคู่หู เขามองคาร์ลอสเพียงแวบเดียวก่อนจะดึงสายตากลับ เชว่าที่เดินตามหลังคริสมามองภาพตรงหน้า ในใจก็คาดเดาอะไรๆได้ บางทีเธอก็เบื่อที่ตัวเองมองคนออกง่ายๆเพียงแค่มองอย่างนั้น แต่ถึงยังไงข้อดีมันก็มีมากกว่าอยู่ดี

 

 

 

เรือสปีดโบ๊ทลำสุดท้ายแล่นกลางแม่น้ำโดยมีนายทหารหนุ่มคนเดิมเป็นคนขับ ท้องฟ้าสีซีดจางบอกให้รู้ว่าใกล้เวลาเช้าเต็มทีแล้ว ใช้เวลาเพียงไม่นานตัวเรือก็จอดเทียบฝั่ง ระยะเวลาในการทำภารกิจครั้งนี้นานกว่าที่คริสคำนวณไว้นิดหน่อยเพราะมีอาวุธชีวภาพหลุดออกมาอย่างไม่คาดคิด ถึงอย่างนั้นก็กลับถึงฝั่งได้ทันก่อนเช้าอยู่ดี มันเป็นช่วงเวลาที่ดีก่อนที่จะมีคนพลุ่งพล่านมากกว่านี้

 

‘น่าแปลกที่ในโรงงานไม่เจอคนอื่นเลยทั้งพนักงาน หรือพวกนักวิทยาศาสตร์’ นายทหารหนุ่มพูดขึ้นหลังเรือแล่นออกจากเกาะของอัมเบรลล่าได้สักพักแล้ว คนที่ได้เข้าไปข้างในนั้นอย่างเชว่าเองก็เห็นถึงสิ่งแปลกจุดนี้ จึงเอออออย่างเห็นด้วย

‘อืม เดี๋ยวคงได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ทีหลัง’ คริสพูดอย่างขบคิดตาม สำหรับจิลแล้วนี่ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ไม่ต้องฆ่าคนอื่นไปมากกว่าพวกยามเฝ้าโรงงาน แต่ว่ามันก็แปลกจริงๆนั่นแหละ

‘สรุปจิลเป็นแฟนกับคาร์ลอสสินะ’ อยู่ดีๆเชว่าพูดเรื่องนี้ขึ้นทั้งที่หัวข้อก่อนหน้ายังเป็นเรื่องเคร่งเครียดแท้ๆ จิลได้แต่สะดุ้งในใจเบาๆ ในหัวพยายามหาคำพูดอธิบายอยู่เร็วรี่ เหลือบมองเจ้าของชื่อที่อยู่ในประโยคคำถามของเชว่า เขาหันหลังให้เธออย่างนิ่งงัน เธอรู้ดีว่าตัวเองต้องเป็นคนตอบคำถามนี้

‘เอ่อ...อืม’ จิลรับคำสั้นๆ ไม่รู้จะกล่าวอะไรต่อ จริงๆแล้วเธอก็ไม่ได้กะจะปิดบังสถานะอะไรนั่นหรอก คิดว่าจะบอกคนอื่นอยู่แล้วเมื่อถึงเวลา... แอบแปลกใจนิดหน่อยที่เชว่าน่าจะรู้เรื่องระหว่างเธอกับคาร์ลอสแล้ว กลับมาถามซ้ำอย่างนี้ เลยต้องรับคำไปอย่างช่วยไม่ได้ 

เชว่าเปล่งเสียงขานรับอยู่ในลำคอ สายตาแอบลอบมองตำรวจหนุ่มอีกคนที่อยู่บนเรือ รายนั้นทำทีมองไปยังวิวนอกเรือ แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงความหวั่นไหวลึกๆในแววตานั่น เขากดเก็บความรู้สึกนั้นลึกเสียจนคนอื่นอาจไม่ทันสังเกต ทว่าคนที่มองความรู้สึกคนอื่นออกแบบเธอก็รู้ดี

อันที่จริงเชว่าคาดเดาความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ได้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้  ทว่ามีอีกคนที่ยังอยู่ในความคลุมเคลืออยู่ ราวกับเห็นภาพตัวเองในอดีตซ้อนอยู่... จริงอยู่ที่เธอไม่ควรเข้าไปยุ่ง แต่เธอก็แค่ถามเฉยๆนี่นา ยังไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย คิดได้อย่างนั้นก็เบนสายตามองวิวไกลสุดลูกหูลูกตานั่นแทนดีกว่า

น่าเบื่อเสียจริงที่คนที่ยังอยู่กลับไม่ได้พูดเรื่องค้างคาในใจ

 

คริสก้าวขาลงจากเรือทันทีที่เรือจอดเทียบฝั่ง เขาเดินเร็วๆออกไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไร ส่งผลให้ตำรวจสาวคู่หูเขางุนงงไปเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับแปลกใจอะไรมาก คงแพราะคริสก็เป็นคนคาดเดาอะไรยากแบบนี้ล่ะมั้ง เธอชินแล้ว

“ขอบใจมากเลยนะที่ล่อมันออกไปให้” จิลกล่าวขอบคุณกับเชว่าที่เดินอยู่ข้างๆ รองเท้าที่เปียกน้ำของเธอเมื่อเดินไปตามผืนทรายที่ยวบยาบนี่ทำให้มีเม็ดทรายเกาะติดอยู่ คาร์ลอสไม่อยากกวนเวลาของสาวๆจึงเดินตามหลัง

“ก็มันล่าฉันนี่นา” เชว่าพูดติดตลก ก่อนจะรีบพูดอีกประโยคถัดมา “เดี๋ยวฉันไปก่อนนะ มีเรื่องต้องรีบทำ” เธอพูดแค่นั้นก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากจิล ทิ้งให้ตำรวจสาวงุนงงเพิ่มเข้าไปอีกที่ทั้งคริสและเชว่าต่างก็ถอยห่างออกไปจากเธอแบบนั้น

แต่เชว่าไม่เหมือนคริส เชว่าคิดว่าบางทีคนเราเมื่อเจอเรื่องที่ไม่เป็นอย่างหวังก็จะมีวิธีการรักษาแผลใจที่แตกต่างกันออกไป คริสเดินออกไปแบบนั้นอาจจะต้องการเวลาอยู่กับตัวเอง แต่เธอที่ปลีกตัวออกมาเพียงเพราะไม่อยากเป็นก้างขวางคอแค่นั้นเอง

จิลที่ยังหาเหตุผลที่คริสและเชว่าเดินออกไปแบบนั้นไม่ได้สะดุ้งขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงมือหนาของใครสักคนจับสอดประสานตามข้อนิ้วมือของเธอ หันไปก็เจอใบหน้าอมยิ้มของคนตัวสูงที่เดินมาอยู่ข้างๆตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เสียแล้ว

“อะไรเนี่ย?” ถามอย่างนั้นแต่ใบหน้าก็อมยิ้มไว้ไม่มิด เธอไม่ได้ดึงมือออกจากการกอบกุมของเขา ทั้งเขาและเธอต่างก็เดินไปข้างหน้าด้วยจังหวะการเดินที่เท่ากัน

“กลัวหลงทาง” คำตอบสั้นๆแต่แฝงไปด้วยความหยอกเย้านั่นทำให้เธอต้องหัวเราะเบาๆ ก็ทั้งหาดออกจะโล่งและเงียบงันไร้ผู้คนเช่นนี้ เหตุผลที่เขาบอกก็ฟังไม่ขึ้นเอาซะเลย แต่ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากมือหนาของเขาราวกับจะส่งความรู้สึกมายังหัวใจของเธอเช่นกัน เธอนึกอยากแกล้งเขาซะหน่อยจึงดึงมือออกเบาๆ แต่คาร์ลอสกลับไหวตัวเพราะนอกจากจะไม่ยอมให้เธอดึงมือออกง่ายๆแล้วยังทันจับมือเธอแน่นขึ้นแทน

ทำไมนายทหารหนุ่มคนนี้ถึงได้รู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็นเด็กที่เพิ่งเคยมีความรักครั้งแรกไปได้

“คุณเคยคิดจะลาพักร้อนบ้างมั้ย?” คาร์ลอสถามราวกับจะหยั่งเชิง ก็เขารู้ดีว่าตำรวจสาวข้างๆเขามุ่งมั่นที่จะทำลายอัมเบรลล่ามากแค่ไหน ดูไปแล้วก็ออกจะบ้างานอยู่มาก

ทางเดินผืนทรายนี้กว้างใหญ่ คงเพราะเรือจอดที่ช่วงหาดซึ่งไม่มีคน การจะเดินเข้าไปเจอบ้านเรือนหรือถนนต้องเดินตรงไปอีกสักหน่อย เธอเห็นเงาหลังเชว่าที่เดินไกลออกไปมากแล้ว แต่ไม่ยักเห็นคริสในระยะสายตา เสียงคลื่นกระทบชายหาดดังข้างหู สายลมเย็นๆตอนใกล้รุ่งสางพัดมากระทบผิว ใบของต้นต้นมะพร้าวสูงประดับข้างหาดก็พลิ้วไหวไปตามลม กลิ่นทะเลที่ก่อนหน้านี้เธอไม่รู้สึกผ่อนคลายตอนนี้กลับรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาเพราะมีใครบางคนยืนอยู่ข้างๆ เป็นความสบายใจอย่างที่เธอบอกไม่ถูก

“ฉันไม่เคยคิดเรื่องนั้นเลย” เธอตอบออกไปตามตรง ชีวิตที่มีแต่งานของเธอ ทั้งตอนที่ยังทำงานในเมืองแรคคูนเธอแทบจะไม่ได้ใช้โควตาวันหยุดลาพักร้อนเลยด้วยซ้ำ คล้ายๆกับว่าเธอจะบ้างานแต่ความจริงเธอหยุดไปก็ไม่รู้จะทำอะไรหรือไปไหนอยู่ดี ฉะนั้นการทำงานอยู่ในกรมตำรวจนั่นแหละคือสิ่งที่เธอชอบทำ

“งั้นคงต้องคิดตอนนี้แล้วล่ะ” อยู่ๆคนร่างสูงก็ปล่อยมือเธอแล้วจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอหมุนมาเผชิญหน้ากับเขา 

“ทำไมเหรอ?” ดวงตากลมของหญิงสาวสบกับนัยน์ตาสีเข้ม ใบหน้าของคนตรงหน้ายังคงเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เสมอ ทั้งตอนที่เธอเจอเขาครั้งแรก...และตอนนี้

“ไม่รู้สิ ผมอยากหาเวลาพักผ่อนกับคุณบ้าง” 

ก็จริง หลังออกจากเมืองแรคคูนเธอแทบจะทำภารกิจถล่มอัมเบรลล่าต่อในทันทีเลย หลังจากนั้นที่แยกกับคาร์ลอส เธอก็ยังคงทำงานถล่มอัมเบรลล่าต่ออยู่ดี

“อืม...ตอนนี้ก็เหมือนลาพักร้อนอยู่นะ” เธอมองไปรอบๆ หาดทรายสีขาวสะอาด ทะเลสีฟ้ามองออกไปไกลจรดกับผืนฟ้าที่ตอนนี้เริ่มทอแสงสีส้มจางๆ เพราะพระอาทิตย์ค่อยๆโผล่พ้นขอบน้ำขึ้นมาทีละนิด

“คุณก็รู้ว่ามันไม่เหมือนกัน”

ตำรวจสาวคลี่ยิ้มออกมาบางเบา “งั้นก็ได้ นายอยากทำอะไรล่ะ?”

“ช่วงลาพักร้อน...ผมก็ยังไม่แน่ใจ แต่รู้รึเปล่าว่าตอนนี้ผมอยากทำอะไรที่สุด” นัยน์ตาเข้มสบกับดวงตากลมอย่างสื่อความหมาย

“อะไร?”

“จูบคุณ” กล่าวสั้นๆพร้อมกับโน้มหน้าลงมาใกล้ เขาไม่ได้จู่โจมลงมาในทันทีราวกับจะให้เธอตั้งสติกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น คำพูดนั่นทำให้เธอนึกไปถึงจูบของเขาที่บ้านของฮาเก็น ใบหน้าก็รู้สึกร้อนวูบขึ้นมา

ทว่าไวกว่าความคิดจิลยกสองแขนขึ้นรั้งท้ายทอยของคนร่างสูงตรงหน้าให้เขาโน้มใบหน้าลงมา สองเท้ายืดขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากของเธอก็ประทับกับริมฝีปากหน้าของคนตรงหน้าได้อย่างพอดิบพอดี ไม่ถึงวินาทีเธอก็ดึงใบหน้าของตัวเองกลับมา การกระทำของเธอทำให้คนที่หมายจะจูบเธอก่อนหน้านี้แปลกใจอย่างมาก ทว่าจูบสายฟ้าแล่บของเธอไม่อาจทำให้เขาพอใจได้ ในระหว่างที่เธอกำลังปล่อยมือที่รั้งท้ายทอย มือหนาของเขาก็ยกขึ้นจับเอวบางของเธอพร้อมกับเลื่อนใบหน้าคมเข้มเข้ามาใกล้อีกครั้งและมอบจุมพิตที่หวานล้ำให้เธออย่างที่เธอไม่อาจขัดขืนได้

แสงสีส้มของพระอาทิตย์ที่เลื่อนเหนือน่านน้ำทะเลขึ้นบอกเวลาเช้าตรู่ของเช้าวันใหม่ ปุยเมฆสีขาวบนท้องฟ้าดูดซับแสงสีเข้มเอาไว้ ผืนน้ำก็สะท้อนแสงระยิบระยับจนแสบตา นั่นเป็นภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงามไม่น้อย ทว่าคนสองคนที่ยืนอยู่บนผืนทรายสีขาวไม่ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศตรงหน้า

“กลับกันเถอะ” นายทหารหนุ่มกล่าวขึ้นเมื่อถอนจุมพิตจากริมฝีปากนุ่ม เขารู้ว่าขืนอยู่นานกว่านี้ต้องทนความต้องการที่อยากจะก้มลงจูบเธออีกรอบไม่ได้แน่

“อืม” จิลตอบกลับสั้นๆทว่าใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรือบ่งบอกความถึงความรู้สึกในใจของเธอแทบทั้งหมดแล้ว

ทั้งสองคนเดินไปตามชายหาดสีขาวสะอาด มือก็กอบกุมกันไว้แน่นเหมือนกับหัวใจที่ถูกโยงใยเข้าหากัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพิ่งผ่านสมรภูมิรบมา แต่ตอนนี้หญิงสาวรู้สึกปลอดภัย และสงบอย่างบอกไม่ถูก เป็นความรู้สึกที่เธอไม่ได้รู้สึกมานานมากตั้งแต่เกิดเรื่องที่ภูเขาอาร์คเล่ย์

เธอเคยคิดว่าหลังจากนี้เธอคงได้ทุ่มเทชีวิตไปกับการตามทำลายอัมเบรลล่าไปอีกนาน...อาจจะทั้งชีวิต

แต่ตอนนี้ภาพในอนาคตของชีวิตเธอคงต้องมีนายทหารหนุ่มคนี้ร่วมอยู่ในนั้นด้วยแล้วล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

เผลอแป๊ปๆ ก็จบแล้วเหรอ (ขำแห้ง)

อย่าเพิ่งหนีไปไหนนะคะยังมีตอนพิเศษอีก รับประกันความฟินแบบจัดหนักจัดเต็ม 

มี 3 ตอน (+1) ตอนรออ่านกันไปยาวๆ (ก็ไม่ยาวเท่าไหร่แค่สามตอนเอง---)

ถ้าชอบอย่าลืมคอมเม้นท์หรือกดตุ่มให้กำลังใจด้วยนะคะ  

ส่วนรูปนี้เราเจอใน DeviantArt ขอบคุณเจ้าของภาพ คุณ MarK-RC97  ด้วยนะคะ เจอตั้งแต่ช่วงแรกที่วางพล็อตเลยน่ะค่ะ เลยหาทางเขียนพล็อตให้มีรูปนี้มู้ดแอนโทนประมาณนี้ในฉากได้ 5555 (มันก็ปิ๊มปิ่มดีนะคะ)

ลิ้งก์ต้นทาง เผื่อจะตามไปกดหัวใจ กดแอดเฟบ <3

https://www.deviantart.com/mark-rc97/art/Carlos-and-Jill-Sunset-839520817

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #33 รักน้อนนะปิ้วๆ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 23:33
    ขอบคุณนะคะ ชอบเรื่องนี้มาก หลงรักคาร์ลอสเลยค่ะ
    #33
    0
  2. #32 Mynun9412 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 14:03
    จบซะแล้วววว แอบสงคริสนะ คริสเป็น ตลค ที่ชอบที่สุดเลยในเกม แต่พอมาเจอคาร์ลอสคือหลงรักเลยโดยเวลาที่อยู่ก่ะจิล ขอบคุณจ้าที่แต่งให้อ่าน
    #32
    0