[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 26 : บทที่ 25 คิดถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    18 ส.ค. 63

 

บทที่ 25 คิดถึง

 

“ฉันมีสมาชิกใหม่จะแนะนำให้รู้จัก คนนี้ไว้ใจได้เลยเพราะเป็นเส้นสายของฉันเอง” จามาลพูดขึ้นเมื่อสมาชิกในกลุ่มต่อต้านอัมเบรลล่าเข้ามานั่งในห้องครบองค์ประชุมแล้ว นี่คือบ้านพักตากอากาศของฮาเก็น จิลเพิ่งรู้ว่าฮาเก็นบ้านรวยมากชนิดที่ว่ามีบ้านพักตากอากาศกว่าสิบหลังในประเทศ แน่นอนว่านอกประเทศก็มีอีก แน่ล่ะก็พ่อเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้า แต่พลาดไปเข้าร่วมองค์กรอัมเบรลล่า ส่วนฝั่งแม่เป็นนักธุรกิจที่ได้มรดกตกทอดจากปู่อีกที หลังจากที่ทั้งสองคนตาย สมบัติทุกชิ้นก็ตกเป็นของฮาเก็น เขาสามารถอยู่บ้านเฉยๆไม่ต้องทำอะไรก็สบายไปทั้งชาติ แต่ก็ต้องนับถือสปิริตที่เขาตั้งใจเข้ามาพัวพันกับการตามล่าอัมเบรลล่า นั่นอาจเป็นเพราะคิดจะล้างแค้นให้ผู้เป็นพ่อ

บ้านพักตากอากาศนี่กว้างพอจะเรียกว่าเป็นคฤหาสน์ได้เลย เพราะมันประกอบด้วยสองชั้น ชั้นบนมีสองห้องนอนใหญ่ และสามห้องนอนเล็ก  แน่นอนว่าพวกผู้ชายก็แบ่งห้องนอนด้วยกันไป เธอไม่ใส่ใจจะจำว่าใครนอนกับใครบ้าง รู้แค่ว่าเธอที่เป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มได้นอนคนเดียวในห้องนอนเล็ก ถึงจะเรียกว่าห้องนอนเล็กแต่มันกว้างกว่าแมนชั่นที่เธอเคยอยู่ในเมืองแรคคูน เตียงขนาดควีนไซส์ ฟอร์นิเจอร์ไม้ ตู้เสื้อผ้า ดูเรียบๆแต่ทุกอย่างเข้าชุดกันหมด บอกให้รู้ว่ามีคนออกแบบและประณีตมากไหน และที่สำคัญคือมีห้องน้ำเล็กๆในตัว

ห้องประชุมที่ว่านี้ก็เหมือนกัน มันคือห้องรับรองแขกชั้นล่างที่ถูกจัดอย่างลวกๆให้เข้ากับสมาชิกในกลุ่ม โต๊ะกระจกทรงกลมตั้งอยู่กลางห้อง เก้าอี้ไม้ซึ่งมีเบาะนั่งลวดลายหรูหราวางไว้ล้อมรอบโต๊ะแปดตัวตัว ซึ่งตอนนี้เก้าอี้แต่ละตัวล้วนมีคนจับจอง ยกเว้นสองตัวที่ว่างไว้ให้สมาชิกใหม่ ทั้งห้องมีของอยู่แค่นี้จริงๆ นอกนั้นก็เป็นของประดับตกแต่งอย่างรูปภาพสีอะคริลิกราคาแพง ไฟระย้าห้อย ทุกอย่างดูหรูหราและแพงเกินกว่าที่เธอจะมาอยู่ในจุดนี้ได้ง่ายๆ

เมื่อมาคิดดูแล้วจิลไม่คิดเสียใจที่ปฏิเสธฮาเก็นไปอย่างไร้เยื่อใยในวันนั้น แค่คิดว่าผู้หญิงที่คบกับฮาเก็นคงโชคดีมากเท่านั้นเอง

สายตาของเธอหยุดอยู่ที่ผู้มาใหม่สองคนซึ่งอยู่ถัดไปจากจามาล ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง ทั้งสองคนคือคนที่เธอเพิ่งเจอมาเมื่อตอนบ่าย ก่อนหน้านี้คาร์ลอสพูดเหมือนจะได้เจอเธออีกครั้ง พอเธอกลับมาก็ได้ข่าวว่าจะมีสายของจามาลเข้าร่วมในภารกิจนี้ ตอนนั้นเองที่เธอปะติดปะต่อเรื่องราวในใจได้อย่างเงียบๆ ถึงจะแค่เอะใจ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าสิ่งที่เธอคิดมันถูกต้อง

“ฉันเชว่า” ผู้หญิงคนที่อยู่คาร์ลอสแนะนำตัว เธอได้โอกาสพิจารณาเชว่าอยู่ในใจ เชว่าสูงพอๆกับเธอ ผมสีน้ำตาลไหม้มัดรวบไว้ด้านหลัง ผิวสีน้ำผึ้ง เสื้อแขนกุดคอวีลึกที่ใส่เผยให้เห็นสัดส่วนของผู้หญิงแต่ไม่ถึงกับโป๊ กางเกงขายาวพอดีตัวคาดด้วยสายเก็บอาวุธ และสวมทับด้วยรองเท้าบู๊ต ดูทะมัดทะแมงเสียมากกว่า ที่แขนซ้ายของเชว่ามีรอยสักสีแดงเป็นสัญลักษณ์ที่เธอไม่เข้าใจความหมายอยู่ ทำให้ภาพรวมดูสวยและเท่ไปในคราวเดียวกัน แต่เธอเดาว่าเชว่าอายุน้อยกว่าเธออยู่มาก อาจจะพอๆกับฮาเก็น

“ผมคาร์ลอส” ชายหนุ่มที่มีเรื่องค้างคาใจกับเธออยู่เอ่ยขึ้นบ้าง สายตาของเขากวาดมองคนในห้องเร็วๆก่อนจะมาหยุดที่เธออย่างมีนัยยะ เขายังอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำอย่างที่เธอเห็นเมื่อตอนบ่าย

“เชว่าเป็นญาติฉันเอง ที่ผ่านมาเธอเป็นคนสืบหาข้อมูลของพวกอัมเบรลล่า เป็นสายลุยด้วย ส่วนคาร์ลอสก็เป็นเพื่อนของเชว่า เขาเคยอยู่ในหน่วยของอัมเบรลล่า น่าจะมีข้อมูลดีๆอยู่บ้าง” จามาลแนะนำคร่าวๆ

หลังจากนั้นคาร์ลอสและเชว่าก็เข้ามาร่วมวางแผนบุกโรงงานอัมเบรลล่าในครั้งนี้ คาร์ลอสเคยถูกส่งมาที่โรงงานบนเกาะนั่น พอจะรู้ตำแหน่งห้องต่างๆอยู่บ้าง แต่แค่เขารู้ห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยห้องเดียวก็เป็นประโยชน์อย่างมากแล้ว เพราะฮาเก็นจะเป็นคนเข้าไปแฮ็กระบบ ปิดกล้องวงจรปิด และปลดล็อกห้องต่างๆ เรื่องเรือก็ไม่ต้องห่วงเพราะคริสได้เรือมาแล้ว เป็นสปีดโบ๊ทลำเล็กสองลำ 

เวลาผ่านไปสามชั่วโมงที่คนในห้องช่วยกันวางแผนอย่างไม่มีใครเบื่อหน่าย แผนบุกทำลายโรงงานอัมเบรลล่าก็เสร็จสมบูรณ์ และมันจะถูกใช้ในกลางดึกของวันพรุ่งนี้

เมื่อได้ข้อสรุปก็ได้เวลาพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวบุกอัมเบรลล่าวันพรุ่งนี้ คนทั้งงห้องค่อยๆทยอยลุกเพื่อไปจัดการธุระของตัวเองและเตรียมตัวสำหรับแผนวันพรุ่งนี้ แน่นอนว่าจิลไม่ได้ลุกออกจากห้องไปในทันทีพร้อมกับคนอื่นๆ เพราะเธอยังมีเรื่องค้างคากับคาร์ลอส ซึ่งเธอต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่องภายในวันนี้ และดูเหมือนว่าคนที่เธอต้องการจะคุยด้วยก็คิดเหมือนกันกับเธอเพราะเขาก็อยู่รอจนคนในห้องออกไปหมดเช่นกัน

เธอคิดว่าเธอใจเย็นกว่าเมื่อตอนบ่ายแล้ว และก็เหมือนจะพอเดาได้ว่าทำไมคาร์ลอสถึงอยู่กับเชว่า ทั้งหมดนั่นเป็นการคาดเดาของเธอ ยังไงเธอก็ต้องการฟังคำอธิบายจากปากคาร์ลอสอยู่ดี

“จิล” เขาลุกจากกเก้าอี้อีกฝั่งของโต๊ะและเดินมาหาเธอ น้ำเสียงที่เรียกชื่อเธอก็เบาหวิว 

“ฉันฟังอยู่” เธอไม่ได้กำลังโกรธเขา ตอนนี้เธอนั่งอยู่ที่เดิมอย่างสงบที่สุด หลังจากที่แยกกับเขาเมื่อตอนบ่ายเธอก็ได้สงบจิตสงบใจมานานพอสมควรแล้ว

เขาทอดถอดใจอย่างโอนอ่อน “วันนั้นผมกำลังจะออกจากเมืองไปหาคุณ จำที่ผมหายไปทั้งวันก่อนที่คุณจะไปเมืองบารานได้มั้ย นั่นแหละ ผมไปติดต่อกับเครือข่ายของจามาลเพื่อคุยเรื่องอัมเบรลล่า และพวกเขาพาผมออกจากเมืองได้ แต่อยู่ดีๆก็เกิดระเบิดกลางเมือง ผมโดนลูกหลงไปนิดหน่อย สลบไปเป็นวัน ตื่นมาอีกทีทุกอย่างวุ่นวายไปหมด มือถือก็หาย อาจจะโดนระเบิดไปแล้ว รัฐบาลปิดเมือง ผมพยายามหาทางจะออกจากเมืองไปให้ได้ จนในที่สุดกว่าจะออกมาได้เวลาก็ผ่านไปหลายวัน” จิลใจหายวาบกับการที่ได้รู้ว่าคาร์ลอสได้รับบาดเจ็บจนถึงขั้นสลบไป ถึงอย่างนั้นก็ตั้งใจฟังต่อ

“ผมไปที่เมืองบารานแต่คุณก็ไม่อยู่ที่นั่นแล้ว แถมเหมือนจะเจอคนของอัมเบรลล่าอีก มันคงรู้ว่ามีคนจากหน่วย U.B.C.S. หนีจากเมืองแรคคูนได้ เลยส่งคนมาเก็บ ผมหนีจากมันมาได้ จนไปเจอกับเชว่า ตอนแรกผมจะหาโทรศัพท์เครื่องใหม่ติดต่อคุณนั่นแหละ แต่เชว่าก็บอกว่าเมืองนั้นเพิ่งโดนอัมเบรลล่าเข้าควบคุมเพราะมีกลุ่มคนขัดขวางการขนส่งอาวุธพวกมัน มันพยายามจะตามล่าคนกลุ่มนั้น ผมรู้ดีว่ากลุ่มที่ว่านั่นคือกลุ่มคุณเลยยังไม่ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า โชคดีที่เชว่าเป็นหนึ่งในสายให้กับคนในกลุ่มคุณ ผมก็เลยจัดการคนจากอัมเบรลล่าที่ตามผมอยู่ จนวันนี้ผมก็มาถึงเมืองนี้” เขาอธิบายจบ แต่เธอก็ยังค้างคาใจเรื่องนึงอยู่ดี 

“ผมกับเชว่าเป็นเพื่อนกันจริงๆ ตอนบ่ายเราไปที่ร้านขายกระเป๋า เพื่อหากระเป๋าธรรมดาๆตบตาคนเอาไปใส่ระเบิด ที่ผมต้องรีบไปเพราะนัดกับคนขายอาวุธนั่นแหละ” เขาคลายข้อสงสัยเธอได้หมดจดทุกอย่าง ตอนนี้เธอรู้สึกโล่งใจราวกับยกภูเขาออกจากอก

“หายโกรธผมรึยัง?” คาร์ลอสถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวนิ่งเงียบไป หรือว่าเธอจะไม่เชื่อที่เขาพูด?

หญิงสาวนั่งนิ่งมองพื้นโต๊ะมาตลอดตั้งแต่คาร์ลอสเริ่มอธิบาย ความรู้สึกหลายๆอย่างเกิดขึ้นมากมายหลังจากที่ได้รู้ความจริง เธอลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้ นั่นทำให้คาร์ลอสผงะไปเล็กน้อยเพราะเธอเกือบจะชนเขาที่ยืนอยู่หลังเก้าอี้ 

“ฉันขอโทษ” ดวงตากลมของเธอสบกับนัยน์ตาเข้ม ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามา แม้เธอจะยังไม่ได้ตัดสินเขาเสียทีเดียวแต่ก่อนหน้านี้ก็โกรธเขาไปซะแล้ว

“คุณไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย ผมต่างหากที่ไม่ได้ไปตามนัด ทั้งที่บอกคุณไว้แล้วว่ากำลังจะไปหา” เขาดึงจิลเข้ามาในอ้อมกอด มือก็ลูบที่หลังของเธอราวกับปลอบโยน ความรู้สึกที่เขาโหยหามาตลอดหนึ่งเดือน 

คิดถึง

จิลยกแขนขึ้นกอดตอบ หัวใจก็รู้สึกพองฟูเหมือนได้รับการเติมเต็ม ร่างทั้งสองแนบชิดกันแทบจะไม่มีช่องให้อากาศผ่าน เธอคิดถึงเขาเหลือเกิน เธอเกือบลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ตัวเองเป็นห่วงเขาจนนอนไม่หลับ ตอนนี้ความรู้สึกนั้นหายไปหมดแล้ว

“ผมดีใจนะที่คุณหึงผม” เขาพูดหยอกเย้าอย่างที่ชอบทำ ความรู้สึกผิดของหญิงสาวแทนที่ด้วยความขัดเขิน สิ่งที่เธอรู้สึกตอนเห็นเขาอยู่กับเชว่า ความรู้สึกกรุ่นๆนั่น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเธอหึงเขาอยู่งั้นเหรอ

“นิสัยไม่ดี” เธอกล่าวโทษเขาอย่างไม่จริงจัง คาร์ลอสหัวเราะเบาๆกับคำของเธอ 

“ผมคิดถึงคุณนะ” หัวใจเธอยังคงเต้นรัวกับคำหวานของเขา อาจเป็นเพราะดีใจที่ได้รู้ความรู้สึกที่ตรงกัน 

“ฉันก็คิดถึงนาย” จิลอมยิ้มกับไหล่ที่เธอซบ คาร์ลอสสูงกว่าเธอเป็นสิบเซ็น เธอสูงเท่าแค่ตาของเขาเอง แต่ก็เป็นความสูงที่พอดีกับการกอด เพราะเพียงเงยหน้าเล็กๆคางของเธอพิงที่ไหล่ของเขาพอดิบพอดี

เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ในที่สุดเขาก็ผละออกจากอ้อมกอด

“แต่ผมรู้สึกน้อยใจจัง” เธอเงยหน้าสบตากับคนตัวสูงอย่างงุนงง ใบหน้าของเขาดูหงอยไม่ต่างจากตอนที่เธอผละจากเขาที่เมืองโรแชน 

“เรื่องอะไร?”

“ที่คุณบอกว่าผมเป็นเพื่อนคุณ”

จิลสะดุ้งเบาๆราวกับเด็กที่ทำผิดแล้วโดนผู้ปกครองจับได้ ตอนนั้นเธอเข้าใจเขาผิดแล้วก็โกรธเขานิดๆที่เขาไม่ยอมอธิบายความสัมพันธ์ของเขากับเชว่า ก็เลยบอกคริสไปว่าคาร์ลอสเป็นเพื่อนของเธอ

“นั่นมัน...” เธออึกอัก หาเหตุผลในการกระทำของตัวเองไม่ได้ “ก็ตอนนั้นฉันไม่แน่ใจเรื่องนายกับเชว่า”

“เห็นผมเป็นคนยังไงเนี่ย หรือว่าผมทำให้คุณไม่มั่นใจพอ?” คนตัวสูงตัดพ้อใบหน้าน้อยอกน้อยใจ จิลใจหายวาบกับความเข้าใจผิดของเขารีบส่ายหน้ารัวๆ

“ไม่ใช่ซะหน่อย” ตอนนั้นเธอแค่น้อยใจ เข้าใจผิด รวมๆกันเลยกลายเป็นแอบประชดเขาเท่านั้นเอง เมื่อเห็นว่าคาร์ลอสเริ่มคิดไปในแง่ร้ายก็เริ่มรู้สึกผิด

ทันใดนั้นมือหนารั้งเอวของหญิงสาวเข้าหาตัวเอง ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาจนจิลสัมผัสได้ถึงริมฝีปากของเขาที่ทาบทับบนบริมฝีปากของเธอ คาร์ลอสไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ผละหนีเมื่อเขาสอดมืออีกข้างเข้ารั้งท้ายทอยเธอไว้

จิลตกใจกับการกระทำที่ไม่คาดคิดนั้น วินาทีต่อมาริมฝีปากร้อนของเขาเปลี่ยนเป็นบดจูบลงมาอย่างโหยหา เธอพยายามจะจูบตอบอย่างเก้ๆกังๆ ก่อนที่สัมผัสชื้นจากลิ้นของเขาจะเข้ามาในโพรงปากของเธอ ราวกับว่าลมหายของเขาที่กำลังดูดกลืนลมหายใจของเธออยู่ หัวสมองพลันตื้อคิดอะไรไม่ออก รู้สึกเหมือนจะละลายในอ้อมแขนของเขาคล้ายก้อนเนยโดนความร้อน รสจูบที่โหยหาของเขาเปลี่ยนเป็นความรู้สึกวาบหวาม และหวานล้ำอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน นั้นทำให้เธอเคลิ้บเคลิมยากที่จะบรรยาย

เธอไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน แต่ตอนนี้เหมือนเธอจะหายใจไม่ออก จึงยกมือขึ้นทุบอกกว้างของเขา คาร์ลอสค่อยๆผละออกจากริมฝีปากของเธอโดยดีพร้อมกับปล่อยมือจากท้ายทอยเธอให้เป็นอิสระ ทว่ามือที่รั้งเอวไว้ยังคงอยู่แม้เธอจะพยายามดันตัวเองออกจากอ้อมแขนแต่แรงของเธอก็สู้เขาไม่ได้ หญิงสาวรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นของเขาเป่ารดลงมายามที่เลื่อนใบหน้าออก 

คาร์ลอสยกยิ้มกับสัมผัสเมื่อครู่ วิธีการที่จิลจูบตอบเขาช่างไร้เดียงสา เขารู้ในทันทีว่าตัวเองเป็นจูบแรกของเธอ ตำรวจสาวที่ทั้งสวยและดื้อรั้นอย่างจิลยอมเปิดใจให้เขา ยอมให้เขารุกล้ำและครอบครอบหัวใจของเธอ นั่นทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้เผลอทำรุนแรงกับเธอไปอย่างลืมตัว ถึงแม้จะผ่อนแรงให้เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนในตอนหลัง แต่เมื่อได้เห็นจิลที่หอบหายใจเบาๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น อีกทั้งริมฝีปากนุ่มนั้นก็ดูเหมือนจะบวมเล็กน้อยเพราะจูบที่หนักหน่วงและเนิ่นนาน นั่นทำให้เกิดความรู้สึกผิดขึ้นตามมา

“คุณรู้สึกได้ถึงความรู้สึกของผมมั้ย?” เสียงแหบพร่าจากคนถามคล้ายกระซิบเรียกให้หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวไม่หยุด ความรู้สึกบนริมฝีปากยังคงอยู่...

 ใบหน้าแดงซ่านพยักตอบแช่มช้าช่างดูน่ารักในสายตาคนดู นั่นทำให้คนตัวสูงอดใจไม่ไหวก้มลงประทับรอยจูบซ้ำอีกครั้ง

 

 

 

จิลกลับมาที่ห้องนอนของตัวเองหลังผละจากคาร์ลอสได้ เมื่อถึงก็พบกับหญิงสาวอีกคนที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในกลุ่มวันนี้ เพราะสมาชิกเพิ่มจึงต้องมีการแบ่งห้องนอน เชว่านั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานเล็กๆที่จิลแม้จะอยู่ในห้องนี้มาร่วมเดือนแต่กลับไม่ค่อยได้ใช้มันเลยด้วยซ้ำ และเนื่องจากโต๊ะตัวนั้นถูกวางให้หันด้านข้างมาทางประตูเชว่าจึงเห็นเธอทันทีที่เธอเข้ามาในห้อง ใบหน้าสวยคมยกยิ้มอย่างเป็นมิตรมาให้

“ถึงจะแนะนำตัวไปแล้ว แต่ว่า...ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะ” เชว่าที่อยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขายาวสบายๆพร้อมนอนกล่าวกับจิลด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร  จิลที่จัดการปัญหาค้างคาใจได้พ้นแล้วจึงรู้สึกสามารถพูดคุยกับคนตรงหน้าได้อย่างไร้สิ่งเคลือบแคลงใจ

“อืม ยินดีที่ได้รู้จัก” จิลส่งยิ้มบางเบาให้อีกฝ่ายตามนิสัยปกติของเธอ เธอไม่ใช่พวกชอบยิ้มกว้างกับใครง่ายๆ หรือพวกสานสัมพันธ์กับคนอื่นได้ง่ายๆอยู่แล้ว

แต่นั่นก็ทำให้เชว่าพอใจมากแล้ว เพราะดูก็รู้ว่าการที่จิลกลับห้องนอนของตัวเองช้าแบบนี้คงจะเคลียร์กับคาร์ลอสเรียบร้อย ใบหน้าของตำรวจสาวที่ตนสังเกตก็เปลี่ยนไป ตอนอยู่ในห้องประชุมออกจะติดหงุดหงิด แต่ตอนนี้ขั้วตรงข้ามของคำนั้น แถมริมฝีปากก็ดูบวมกว่าปกติ...

หลังจากนั้นก็เชว่าที่ชวนจิลคุย แต่ก็เป็นเรื่องทั่วไปซะมากกว่าอย่างเช่นทำไมถึงมาเข้าร่วมกลุ่มนี้ หรือทำไมถึงเกลียดอัมเบรลล่า นั่นทำให้จิลรู้ข้อมูลของอีกฝ่ายคร่าวๆด้วยว่าตอนนี้เชว่าเพิ่งจะอายุยี่สิบปีด้วยซ้ำ แม้ไม่ได้เรียนหนังสือ แต่เป็นคนที่ฉลาดพอสมควร เชว่าอาศัยอยู่ในชุมชนแออัดมาตั้งแต่เด็ก ก็คงจะคล้ายกับคาร์ลอส เชว่าแทบจะไม่พูดถึงเรื่องระหว่างเธอกับคาร์ลอสเลยด้วยซ้ำ แต่จิลก็เดาได้ว่าเชว่ารู้อยู่แล้ว

“นี่ก็ดึกมากแล้วงั้นฉันไปอาบน้ำก่อนนะ” ดูเวลาก็สี่ทุ่มแล้ว จิลเลยขอปิดบทสนทนาลง เชว่าเพียงพยักหน้ายิ้มๆ  

“อื้ม”

 

 

 

 

 

-------------------------------------

ชื่อบทนี้มันต้อง “คิดถึง(มากไป)” รึเปล่านะ ???? 

 คาร์ลอสอย่าลุนแลง------
 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #21 Mynun9412 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 08:12
    รอออออ มาต่ออีกน่าา ชอบคู่นี้มาก
    #21
    0