Blue Lotus shut up นายหม่อมหลวง

ตอนที่ 2 : ผู้มีพระคุณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 มี.ค. 60

 ช่างเป็นโชคดีอะไรอย่างนี้ ได้ชีทสรุปของม.5 แถมกระดาษนี่พิเศษมากเพราะดอกไม้ประจำโรงเรียนคือดอกบัว หัวกระดาษก็มีบอกว่า โรงเรียนวังอำมาตย์  แต่ของใครฉันยังไม่แน่ใจคงมีบอกสักที่แหละ  ฉันคิดเพลินจนเดินเลยร้านถ่ายเอกสาร จริงสิถ่ายเก็บไว้ดีกว่า เผื่อเขาอยากได้ของคืน (ชั่วร้ายแปลกๆนะ)

  พอถ่ายเอกสารเสร็จก็วิ่งๆกระโดดจนถึงบ้าน

 “ต๊าย ยัยกรทำไมวิ่งเป็นเด็กๆอย่างนั้นละลูก” แม่ที่กำลังเก็บของเตรียมปิดร้าน ถามขึ้นมา “ก็โชคดีน่ะสิคะ ช่วงนี้โชคดีมากเลยค่ะ จุ๊บ” ว่าแก้วก็วิ่งไปกอดแม่ หอมแก้มไป1ฟอด เจอน้าก็หอมอีก1ฟอด “เออมันคึกอะไรของมันอยู่ดีๆก็มารักกัน” น้าเกาหัว มองหลานที่วิ่งเข้าไปในบ้าน   แต่กรไม่รู้หรอกคนเป็นแม่เห็นกรดีใจอะไรแม่ก็ดีใจตามเพราะเรื่องที่กรดีใจก็มีแต่เรื่องดีๆ ทั้งนั้นโดยเฉพาะท่าทางแววตาเวลาดีใจนั้นเหมือนพ่อของเธอเหลือเกิน...ยิ้มกว้างจนตาหยีเหมือนกันดีจริงๆ

   แล้วก็เป็นเช่นทุกวัน ฉันก็ต้องล้างถ้วยล้างจานขึ้นตามประสาก่อนจะอาบน้ำแล้วนั่งคร่ำเคร่งกับหนังสืออีกครั้งขณะในบ้านไม้เก่าใหม่ตีๆขึ้นเป็นฝากับคาไม้ผสมสังกะสีล่วงถึงเวลา22:59 นาฬิกาเข้าไปแล้วแม่จึงไอโขกๆ เป็นการเตือนว่าเข้านอนได้แล้ว

 แต่...คนในบ้านภักดีประสานไม่สามารถหลับนอนได้หากมองเข้าไปในตัวเรือนทรงไทยแล้วก็จะพบว่าผู้ชายมีอายุ50ตอนปลาย กำลังถอนหายใจและเหม่อมองท้องฟ้า “โถ่แม่นุช บุษกรลูกพ่อป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ไปลำบากอยู่ที่ไหนกัน”  เมื่อ10ปีก่อน ทัตเทพแอบส่งเงินเดือนให้แม่นุชประจำแต่ระยะหลังล้มป่วยด้วยโรคหัวใจ จึงขาดการติดต่อไป พอกลับไปส่งเงินต่อดูเหมือนว่าแม่นุชปิดบัญชีหนีไปเสียแล้ว อีกทั้งย้ายที่อยู่ แถมไม่มีญาติให้ถามหา แต่ทัตเทพไม่รู้หรอกว่า คุณหญิงกรองมาสได้ยินทุกคำที่เขาพูดอยู่ประจำพร้อมน้ำไหลรินที่หางตา กล้ำกลืนฝืนใจแต่งงานด้วยแม้แต่จะร่วมหลับขับนอนด้วยกันก็ยังไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวกันเกินควร จนคนสงสัยว่าเธอไม่มีบุตรสักทีจึงโกหกไปเธอเป็นหมันเพื่อปกป้องสามี...ไหนใครว่าหน้าที่นำพาไปหาสิ่งดีๆ ก็ไม่เมื่อคนที่เขารักก็แสนดีเหลือเกิน ยอมเป็นฝ่ายจากไปพร้อมลูกในท้อง ทนคำดุด่ามากมายแค่นี้ตัวคุณหญิงเองยังรู้สึกผิดทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องแบบนี้

สักวันหนึ่งฉันต้องเจอเธอ แม่บุษกร คุณหญิงปรารถกับตัวเองก่อนจะตามด้วยเสียงยวบยาบของสามีเป็นสัญญาณว่าควรนอนได้แล้วเช่นกัน

   และเช่นเคยเมื่อฉันทำทุกอย่างในชีวิตประจำวันเสร็จฉันก็จะรีบวิ่งจี๋ ข้ามถนนใหญ่ไปหาห้องสมุดทันที

“ค่อยๆเดินก่อนก็ได้แม่กร เดี๋ยวล้มหกกระโจนขาหักขึ้นมาทำไง”ก่อนมองตามลูกสาวที่วิ่งไปแล้วโบกมือประมาณว่าอย่าห่วงเลยแม่ 

  ถ้าไม่รีบก็ไม่ทันตาคนนั้นน่ะสิ จะแกล้งไปว่างชีทไว้ที่เดิมก่อนที่เขาจะมา พอถึงหน้าห้องสมุดแล้วก็ผิดคาดอีตานั่นมาพร้อมฉันพอดี ทำไงดีอ่ะ T^T วันนี้ก็มาชุดใหม่เสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงยีนส์ขาเดฟสีดำดูดีชะมัด ดูฉันสิวนมาใส่เสื้อกีฬาสีโรงเรียนสีเหลืองกับรองเท้าพละเก่าๆ กับกางเกงขาสามส่วนตัวเมื่อวาน (เพิ่งใส่ตอนมาห้องสมุดของเมื่อวาน)

   ฉันรีบกระโจนจับที่ดึงประตูกระจกไว้ ในขณะนั้นก็มีอีกมือหนึ่งมาจับอีกเช่นกัน ฉันค่อยๆหันไปมองแล้วก็พบว่า สายตาคู่นั้นที่เคยเฉยเมยตอนกลายเป็นตาแข็งๆโตๆไปแล้ว  “ขอโทษด้วยนะคะ พอดีฉันรีบไปหน่อย ^^’’

  “ผมก็รีบเหมือนกัน ขอตัว” ว่าแล้วก็กระชากบานประตูที่ฉันกำลังจับอยู่ และจับมือที่ฉันจับที่ดึงอยู่แล้วเปิดประตูเข้าไปหน้าตาเฉยแล้วเหมือนความอบอุ่นกับกระแสไฟฟ้าสถิตกับเกิดช็อตเล็กๆที่มือของ ฉันเขาไม่รู้เลยว่าทำให้ฉันรู้สึกไม่ถูก จะโกรธหรือจะเขินดี และรีบตามเข้าไป

   พอตามเข้าไปเขากลับหยุดเดิน “โอ๊ย!!  หยุดเดินก็ไม่บอกไอ้นี่” กรกุมหัวป้อยๆ “ฉันไม่ได้ชื่อไอ้นี่” เขาหันกลับมา “แล้วชื่ออะไรละ” ฉันถามกลับอย่างท้าทายจ้องหน้าตอบกลับไปแม้จะเขินเล็กๆก็ตาม “ภี อย่าให้ฉันมาเห็นอีกฉันไม่เสียเวลาเสวนากับเธอ”  ชี้หน้าว่าแล้วก็จากไป

   อะไรกันตาคนนี้ฉันยังไม่ได้ทำอะไรผิดมากมายซะหน่อยแค่ตัดหน้าตอนจะเปิดประตูเอง-..- กับแค่เดินชนเพราะมัวแต่มองพื้นเองอ่า ทนไว้ๆ เขาเปรียบดั่งผู้มีพระคุณ (ทางอ้อม)

   ภีรีบเดินจากไป “เดี๋ยวก่อนสิเมื่อวานนายทำเจ้านี่ตกไปอ่ะ เลยเอามาคืน”แล้วก็ส่งชีทคืนให้เขา ฉันทำหน้าใสซื่อ คิดว่าเขาจะรีบรับแล้วรีบผ่านไปกลับกลายเป็นว่าเขากระชากแล้วดึงไปหลังห้องสมุด “เห้ย!! จะทำไรอ่ะ ปล่อยฉันนะ “ ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะฉันต้องกระซิบบอกเพราะคนเริ่มมาอ่านหนังสือแล้วเหมือนกัน

 “ทำไมไม่พูดให้ดังกว่านี้ละ” หลังจากลากมาหลังหิ้งสมุดสมใจอยากเขาแล้วก็เปิดปากถามยังไม่ทันได้ตอบก็... “เดินได้อ่านมมันหรือเปล่า” เขาถามจับข้อมือฉันไม่ปล่อยบวกกับชั้นวางหนังสือท่วมหัว และไม่มีคนอยู่ด้วยสถานการณ์มันล่อแหลมมาก “เอ่อ..คือ...ฉันไม่ได้ตั้งใจอ่านนะปล่อยได้แล้ว(ไม่ได้ตั้งใจเลยถ่ายอกสารเก็บไว้อีกชุดนึง)” ฉันพยายามสะบัดออกแต่ดูเหมือนบ่วง ยิ่งขยับยิ่งแน่น “ในนั้นมีรายชื่อสารวัตนักเรียนอยู่เธอคงไม่อยากให้ฉันเดือดร้อนใช่ไหม แล้วอีกอย่างเธอก็กำลังจะเข้าโรงเรียนฉันนิ ชีทสรุปของฉันมีค่ามากใครๆก็อยากอ่าน ยอมจ่ายไม่รู้ตั้งกี่บาทเพื่ออ่านชีทฉัน แต่เธอเป็นใครมาจากไหนฉันยังไม่รู้เลย” คำพูดแต่ละคำนั้นทำให้ฉันหมดความอดทนอย่างแรง “เออฉันเป็นใครไม่รู้ แต่ขอโทษเถอะฉันไม่รู้หรอกว่าชีทชื่อสารวัตนักเรียนนี่มันอะไรยังไงแล้วทำไมไม่เก็บไว้ให้ดีๆไม่ใช่มาหลงลืมอะไรแบบนี้ ส่วนเรื่องชีทฉันไม่ได้ตั้งใจอ่านนะ แล้วก็อ่านไม่จบด้วย (แต่ถ่ายเอกสารเก็บไว้ชุดนึง=_=) แต่ฉันเห็นมันตกเลยเก็บไว้ให้ นี่เอาไป” ว่าแล้วก็ส่งคืนตอนแรกก็โมโหอยู่หรอกหลังๆมาทำไมทำตัวน่าสงสารขึ้นละเนี่ยฉัน “ก็ดีอย่างน้อยเธอก็ไม่รู้ชื่อสารวัตนักเรียน ขอโทษที่ดึงเธอมาอย่างนี้แล้วกันส่วนชีท แต่งตัวอย่างนี้คงไม่มีตังค์ใช้คืน... ก็ไม่เป็นไรนะฉันจะถือว่าทำบุญทำทาน” เขาล่อยแขนฉันลงแต่ยื่นหน้ามาด่าห่างกันแค่สองคืบ “ค่ะ ผู้มี พ..พระ..พระ.คุ..คู้ณณณณณณณณบุญคุณท่วมหัวไม่อาจจะทดแทนได้เจ้าค่ะ” พร้อมก้มหัวทำหลังโก่งแล้วยกมือไหว้ท่วมหัว  ได้ทีก็ไม่ปล่อยให้ไอ้ภีว่าอะไรฉันได้อีกก็รีบเผ่นกลับบ้านเห็นทีจะอยู่ร่วมกันไม่ได้ ผู้ชายอะไรปากหมาชะมัดอุตส่าห์เก็บไว้ให้แล้วยังจะมาด่าอย่างดูถูกดูแคลนอีก

   “บ้านฉันก็ไม่ได้จนขนาดนั้นนะโว้ยยยยย ทำไมถึงมาดูถูกกันได้” กรตะโกนออกระหว่างที่เดินกลับบ้าน

“เออไม่จนก็ช่วยยายหน่อย ซื้อขนมเทียนไหมจ้ะ ลูกละ3บาท” ยายแก่ๆหาบของถาม “ไม่เอาอ่ะยาย” ยิ้มแบบฝืดๆส่งให้ “10ลูกยายลดให้5บาท” ยายพูด “งั้นเอา20ลูกผสมนะ ลดให้ด้วย”  ยายยิ้มแล้วจัดการห่อให้ ขนมเทียนส่งไอร้อนลอยขึ้นมา เนื้อแป้งบางแต่ไม่แตกทั้งยังเหนียวนุ่มและไส้ก็ช่ำมากอร่อยทั้งไส้เค็มและหวาน “เหอะ คิดว่านายเป็นใครนะ ผู้ดีแต่คำพูดคำจาแต่ละคำนรกส่งมาเกิดรึไง ง่ำ” บ่นไปแล้วก็ยัดเข้าปากเหมือนโกรธขนมเทียนด้วยเหมือนกัน

     กว่าจะถึงบ้านขนมเทียนก็เหลือไม่ถึงครึ่ง...

0 ความคิดเห็น