Blue Lotus shut up นายหม่อมหลวง

ตอนที่ 1 : เริ่มต้นชีวิตใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 มี.ค. 60

การปิดเทอมฤดูร้อนกำลังจะเริ่มต้น ซึ่งบนบอร์ดทางโรงเรียนติดป้ายประกาศว่า “นางสาว บุษกร บุญมี  ม.5/2ต้องลงเรียนใหม่เท่านั้น”   เห้อ...ฉันว่าแล้วเชียวฉันขาดเรียนบ่อยมากเนื่องจากแม่สุขภาพไม่ค่อยดีฉันเลยต้องดำรงร้านกิจการ นงนุชข้าวแกงถ้าไม่ทำแต่ก็จะไม่มีกินนั่นแหละปัญหาระหว่างการศึกษากับเงินทำให้ฉันไม่มีทางเลือกมากนัก ต้องทำให้ฉันเลือกเงินมากกว่า ซึ่งก็ได้น้อยไม่เพียงพอสำหรับการเรียน หนี้ก็ต้องจ่าย ค่าน้ำค่าไฟ ค่ากินค่าอยู่สารพัด

 ในแต่ละวันฉันต้องตื่นแต่ตีสองตีสามเพื่อไปตลาด แต่กลับมาทำกับข้าวแต่ขอบอกว่าอร่อยไม่แพ้ร้านข้าวแกงที่ใดๆเลยละ แต่ละวันแต่ละคืนผ่านไปด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่ฉันก็ชอบมัน ทำให้คนมีความสุขในการกินหลังจากที่ทำงานเหนื่อยๆ

  แต่ก็จะมีพวกปากหอยปากปูคอยนินทาฉันกับแม่อยู่เนื่องๆ โดยเฉพาะป้าข้างๆร้านซึ่งเปิดร้านเสริมสวยมักจะนินทาฉันกับแม่อยู่เนื่องๆ ว่าฉันไม่มีพ่อ แม่ท้องกับผู้ชายที่ไหนไม่รู้  ไม่เรียนหนังสือบ้าง อยากหาผู้ชายรวยๆบ้าง  “อย่าไปฟังเขาพูด” แม่ฉันจะพูดอย่างนี้เสมอๆ  คอยบอกคอยตักเตือนให้ฉันเป็นคนดี แต่ฉันจะผิดไหมที่จะอิจฉา นักเรียนคนอื่นๆที่ได้เรียนหนังสือกัน  

 จนกระทั่งวันหนึ่งก็เหมือนกับว่าพระเจ้าฟังฉันซะอย่างนั้น

    เริ่มต้นจากวันนั้นได้มีผู้ชายแต่งตัวภูมิฐานเดินเข้ามาในร้านและขอน้ำดื่ม1แก้ว “นี่ค่ะ” ฉันวางแก้วน้ำให้ลุงท่านนั้น “ขอบใจนะหนู” เขาดื่มจนหมดอึกและมองไปที่กับข้าวที่แม่ฉันกำลังทำเพิ่ม  “รับอะไรเพิ่มไหมคะ”  ฉันถาม “เอ่อ...พอดีว่าลุงทำกระเป๋าตังค์หาย  ขอบคุณสำหรับน้ำนะครับ”  ทันใดนั้นที่ลุงกำลังจะลุกขึ้นฉันก็บอกว่า “ลุงกินเหอะ เดี๋ยวหนูเลี้ยงๆ” ฉันกวักมือเรียกลุง เออนึกยังไงก็ไม่รู้แหะ ซึ่งลุงก็ไม่ปฏิเสธเพราะท้องมันเรียกร้อง ก่อนจะบอกบริกรสาวว่า ขอผัดเผ็ดปลาดุกกับไข่ดาว

   ท่าทางกินก็เหมือนผู้ดีแต่ก็นะทำยังไงกระเป๋าถึงหายได้  อืม... “มองอะไรละหนู” ลุงถาม “เอ่อ ลุงมาทำอะไรแถวนี้ เหมือนไม่ใช้คนแถวนี้ด้วย” ถามพลางเก็บจานที่ถูกกินหมดอย่างรวดเร็ว

“ คืออย่างนี้นะลุงมาหาโรงเรียนวังอำมาตย์ ลุงหลงทางด้วย”ลุงพูดและเหลือบมองชื่อที่ปักอยู่บนเสื้อพละที่เด็กสาวใส่   โธ่ลุงผู้น่าสงสาร และก่อนไปฉันให้ลุงยืมโทรศัพท์โทรหาให้คนมารับลุงด้วย   และลุงคนนั้นไปไม่นาน ก็มีเรื่องให้ประหลาดใจอีก

“พี่นุชอยู่ไหนอ่ะคะ” ผู้หญิงผมทองแต่งตัวเกาะอกกับการเกงขาสั้นกับรองเท้าส้นสูง เปรี้ยวจี๊ดจ๊าดเข็ดฟันเดินเข้ามาในร้าน “อยู่นี่จ๊ะ มีอะไร” แม่ฉันเดินมาดู “อ่าว ก็น้องสุดที่รักของพี่ไง หนิงเอง จำได้ป่ะ” พลางสะบัดผมเผยให้เห็นหน้าชัดๆ

“อกอีแป้นแล่นเข้าตึกฝรั่ง!!!!0-0  “ขุ่นน้า”   แม่กับฉันพูดขึ้นพร้อมกัน  “พี่ฉันเลิกกับผัวแล้วนะได้เงินมาเยอะเลย ขออยู่ด้วยนะ เดี๋ยวจ่ายค่าเช่าช่วย “ ว่าแล้วก็เดินเชิ่ดๆลากกระเป๋าเข้าไปในร้าน  ทิ้งแม่นุชตาโตอ้าปากพะงาบๆ

“หายไปไหนมาละอีหนิง” แม่วิ่งเข้าไปถามอีกรอบหลังไม่เจอกันเป็น5ปีที่หนิงหนีออกจากบ้านไป “ก็หายไปหาผัวฝรั่งไงเบื่อแล้วเลิกแล้ว จบนะพี่ฉันขอนอนก่อนขอแค่มีที่ซุกหัวนอนก็พอ” น้าพูดอย่างไม่แคร์โลก หลังจากนั้นน้าก็ย้ายเข้ามาอยู่โดยปริยาย น้าสวยมากสาววัย30ตอนปลาย ขาวขึ้นเยอะ แต่งหน้าสมวัยหุ่นดี  แต่คำพูดง่ายๆตรงๆเหมือนเคย  ตั้งแต่นั้นลูกค้าก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพราะความสวยตลกโบกฮาของน้า และแต่งตัวเอ็กซ์นิดๆจนแม่บ่น

   ที่กล่าวมานั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันหยุดยืนมองป้ายประกาศ

โรงเรียนวังอำมาตย์ เปิดรับสมัครนร.หญิง เข้าศึกษาแล้ว สามารถสอบเข้าได้แล้ววันที่  30 เม.ย. 25xx  และประกาศผลในวันที่2 พ.ค. 25xx

( หากได้รับโควต้าจากโรงเรียนที่ตนอยู่ติดต่อฝ่ายบัญชี  )

นักเรียนที่สอบได้ลำดับ 1-5 ทางโรงเรียนจะจัดทุนการศึกษา ชุดนักเรียน และหนังสือให้ และลำดับ1-10 จะได้รับเฉพาะทุนการศึกษา

ตั้งแต่ระดับชั้นม.1-6  จำนวน 600ท่าน

และการจับเข้าฉลาก 20ท่าน

และรับสมัครครูผู้หญิง ติดต่อได้ที่ เบอร์ 02-3456-3453

 

นั่นโรงเรียนที่ตาลุงนั่นพูดถึงนี่นา มีทุนค่าเทอมด้วย ฉันต้องทำให้ได้ต้องอยู่อย่างน้อยอันดับ10ต้องอยู่ให้ได้  แม่ก็มีคนดูแลแล้วอะไรจะลงตัวขนาดนี้ ฉันกำหมัดแน่นต้องสู้เว้ย และพี่ข้างๆต้องหันมาบอกว่า “ใจเย็นๆนะน้องนะ”

ตั้งแต่นั้นมา ฉันซุ่มอ่านหนังสือที่จะสอบเข้า ก็นะไม่รู้ว่าสอบแบบไหนอะไรยังไง ฉันก็ไปห้องสมุดสาธารณะ ที่ไม่ค่อยมีคนไป  และนั่นทำให้ฉันได้เจอกับผู้ชายคนหนึ่ง รุ่นๆเดียวกับฉันเลยละ

“นี่ๆแก ผู้ชายคนนี้น่ากรี๊ดมากอ่ะ” ผู้หญิงคนนึงพูด  “ไหนๆอ่ะแก  กรี๊ดดด หล่อมากอ่ะ” แล้วก็กรี๊ดกร๊าดไปตามเรื่องข้างหลังผู้ชายคนนั้น  “นี่เงียบๆหน่อยได้ไหมรู้จักไหมมารยาทน่ะ กฎระเบียบโชว์หราอยู่ตามเสาน่ะเห็นบ้างไหมว่าให้รักษาความสงบ ไม่เคยเรียนหนังสือหรอเลยไม่รู้ว่ามันอ่านว่าอะไร”   หูยยย เผ็ช มาก ผู้ชายอะไรปากจัดไม่กล้ายุ่งเลยอ่ะ ฉันนั่งลงห่างจากโต๊ะที่เขานั่งไปสองโต๊ะ  และเอาหนังสือปิดหน้าตีเนียนชำเลืองมอง

ผมหันกลับมาที่เดิมหลังจากตวาดยัยเด็กบ้าผู้ชายไปแล้วก็หันมาสบตากับผู้หญิงอีกคน เธอสวมเธอผ้าค่อนข้างธรรมดาและเก่า เสื้อเชิ้ตคอกลมสีขาวและกางเกงขาสามส่วนสีดำ ผมฟูประบ่าเป็นลอนธรรมชาติ หน้ารูปไข่ คิ้วโก่งสวยรับกับตาโตๆ จมูกรั้นๆ และ ริมฝีปากเรียวบางผิวขาวอมเหลือง กำลังอ่านหนังสือติวสำหรับม.5 แล้วผมก็เผลอมองเธอจนได้ กระทั่งอีกฝ่ายเลิกมองแต่ก็ยังมองต่ออย่างให้ความสนใจ

ตาบ้านี่เป็นโรคจิตรึยังไงกันนะก็ยอมรับนะว่าแอบมองหน้าตาหล่อๆนั่นนานไปหน่อยจนเห็นถึงความเนียนใสของใบหน้านั้นกรามเป็นสันเล็กๆ จมูกโด่งผิวออกขาวอย่างธรรมชาติ ผมดำตัดตามระเบียบรองทรงสูงไว้หน้าม้าปัดเฉียงไปทางซ้ายเล็กน้อย คิ้วเข้ม ดวงตาเผยความเฉยเมยเป็นที่สุดแค่มองยังขนลุกเลยอ่ะ >-<  ดูเป็นผู้ดีสุดๆ เสื้อเชิ้ตโปโลสีน้ำเงินกับกางเกงขายาวสีดำสวมเข็มขัดหนังสีน้ำตาลเข้ม ถือหนังสือและชีทสรุปไว้ในมือ อึ๋ย เขายังไม่หยุดมองเลยอ่ะ อ่านหนังสือต่อดีกว่า สติค่ะๆ  กรต้องแฮฟสติค่ะ  “วังอำมาตย์ฉันต้องเข้าโรงเรียนนี้ให้ได้” พูดให้กำลังใจตัวเองไปเรื่อยๆ กลบเกลื่อนอาการกลัวสายตานั้น แต่ก็นั่นแหละฉันก็เริ่มรู้สึกว่าในอนาคตอันใกล้นี่ฉันต้องเจออะไรมากมายแน่นอน

และบรรยายกาศระหว่างโต๊ะที่ห่างกันไปสองช่วงก็คุกรุ่นขึ้นต่างคนต่างหนังสืออย่างตะบี้ตะบันอ่าน

 

 เมื่อเวลาผ่านไปจนเกือบค่ำ ผมก็เตรียมตัวกลับมาแต่แปลกผมกลับอมยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้ามุ่ยๆของยัยคนที่มองผมในตอนแรก ผมชอบเวลาคนเราพยายามทำอะไรสักมันดูยากลำบากแต่รางวัลที่ได้รับตอบแทนสิ เลอค่า... แต่เธอก็คงแค่เด็กชาวบ้านแถวๆนี้แหละมั้งไม่จำเป็นต้องสนใจอะไร แค่มีค่าให้มองเห็นในความพยายามเท่านั้นเอง... “คุณชายภีครับ เชิญครับ” คนขับรถเดินเปิดประตูให้ชายหนุ่มขึ้นรถ

แต่ดูเหมือนว่าบุษกรจะไม่ต้องพยายามอะไรเลยอย่างที่ชายหนุ่มคิด

“เห้อ อีตานั่นไปจนได้รออยู่ตั้งนานทางกลับก็ต้องเดินผ่านเขาอีก” ปากว่ามือก็เก็บหนังสือเก็บโต๊ะ “เห้ย นั่นอะไรน่ะ”  ร่างบางก้มหยิบชีทที่หล่นอยู่ แล้วก็ต้องตะลึงอีกรอบ “นี่มัน...ชีทสรุปความรู้ม.5นี่ ลายมือสวยโคตร ของใครว่ะ”ว่าแล้วมองซ้ายมองขวาไม่มีใครแล้วก็รีบเก็บกลับบ้านพร้อมกับหนังสือที่ยืมซะด้วยเลย (ร้ายกาจ!!!)

 

 

0 ความคิดเห็น