BLIND BRIDE DOLL ตุ๊กตาเจ้าสาว | ป๋อจ้าน

ตอนที่ 9 : BLIND BRIDE DOLL#8 แขกผู้บุกรุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    23 ส.ค. 63



Chapter 8 แขกผู้บุกรุก

 

20 กันยายน

เสียงโวยวายตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นปลุกให้เซียวจ้านจำเป็นต้องลืมตาตื่น มือเรียวขยี้หัวอย่างหงุดหงิดก่อนจะลุกไปเปิดประตูห้องเพื่อดูว่าเจ้าเพื่อนตัวดีของเค้าเป็นอะไรถึงได้ส่งเสียงโวยวายตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างแบบนี้

ดวงหน้าได้รูปชะโงกออกไปนอกประตูดูแต่ไม่พบใคร หูก็ยังคงได้ยินเสียงโวยวายไม่ได้ศัพท์ดังมาเป็นระยะจากชั้นล่างของบ้าน จับใจความประโยคเหล่านั้นรู้แค่ว่ามีชื่อของเค้าอยู่ในคำพูดเหล่านั้นด้วย เมื่อเห็นว่าอยู่ตรงนี้น่าจะไม่เกิดประโยชน์อะไรก็เดินลงไปที่ชั้นล่าง จึงได้พบกับตัวต้นเหตุที่ห้องรับแขก

ชายหนุ่มสามคนยืนมองหน้ากันอยู่ที่ห้องรับแขก คนหนึ่งท่าทางตกใจกลัวระคนโมโห แน่ล่ะ นั่นคือวังจั๋วเฉิง เพื่อนของเค้าเอง ส่วนอีกสองคนที่เหลือก็คือผู้บุกรุกเมื่อคืนที่อาศัยห้องรับแขกบ้านเซียวจ้านเป็นที่หลับนอนในคืนที่ผ่านมา

ทันทีที่หันมาเจอเพื่อนก็รีบวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับมีดหั่นผักในมือ ซึ่งจากที่ดูแล้วน่าจะเอาไว้ใช้ป้องกันตัวจากคนแปลกหน้าที่จู่ๆ ก็มาโผล่อยู่ในบ้าน

เซียวจ้าน โทรแจ้งตำรวจเร็ว” จั๋วเฉิงพูดเร็วปรื๋อ แต่เมื่อเห็นเพื่อนถอนหายใจหนักๆ ก็พูดขึ้นอีก

เร็วๆ ก่อนที่มันจะขโมยของ แกจะรอให้พวกเราถูกฆ่าหรือไง” ไม่ว่าเปล่ามือของจั๋วเฉิงก็ล้วงหยิบมือถือขึ้นมาเตรียมกด จนเซียวจ้านต้องแตะมือที่มือของอีกคนเบาๆ

อาเฉิง ใจเย็นๆ ก่อน”

เย็นอะไร ไม่เย็นมันแล้ว”

ใจเย็นๆ มันไม่มีอะไร” เซียวจ้านย้ำอีกครั้ง จนครั้งนี้ฝ่ายแขกทั้งสองจึงได้โอกาส อวี๋ปินไม่รอช้ารีบกระโจนเข้าใส่จั๋วเฉิงเพื่อปลดอาวุธในมือก่อนจะตวัดแขนรัดตัวอีกฝ่ายเอาไว้แล้วยกยิ้มพร้อมยักคิ้วใส่ เมื่อเห็นแบบนี้จั๋วเฉิงก็ยิ่งโวยวายหนัก แต่ปฏิกิริยาของเพื่อนเค้ากลับมีเพียงแค่มองอย่างปลงๆ แล้วก็หันไปมอง ‘แขกผู้บุกรุก’ อย่างหงุดหงิด

เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบตีสาม นี่ยังไม่หกโมงก็ต้องตื่นขึ้นมาเพราะเสียงแปลดหลอดของเพื่อน จะไม่ให้เค้าหงุดหงิดได้ยังไงล่ะ

หลังจากที่รู้จุดประสงค์การมาที่นี่ของแขกผู้บุกรุกทั้งสองก็ทำให้เซียวจ้านสงบลงได้บ้าง ตอนนี้สิ่งสำคัญคือจะต้องอธิบายให้เพื่อนอย่างวังจั๋วเฉิงเข้าใจด้วย

 

BLIND BRIDE DOLL

 

เห็นตัวคุณในนั้นน่ะ”

คำพูดของอี้ป๋อทำให้เซียวจ้านขมวดคิ้วงง ระคนระแวง มือเล็กเอาตุ๊กตาวางไว้ที่โต๊ะน้ำชาด้านหน้าโซฟา

หมายความว่าอะไร? อย่ามาเพ้อเจ้อนะ” เซียวจ้านแหวใส่ ทั้งที่หัวใจเต้นจนแทบจะหลุดออกมาจากอก แน่สิ มีผู้ร้ายมาอยู่ในบ้านถึงสองคน แถมยังเอาโบราณวัตถุของกลางมาที่นี่อีก ซ้ำยังมาพูดอะไรแปลกๆ ใส่

คืองี้ครับ คุณเซียวจ้าน” เป็นอวี๋ปินที่เอ่ยแทรกขึ้นมา ใบหน้าเรียวสวยหันไปมองคนที่เงียบมานานเพื่อรอฟัง

จริงๆ เราอยากให้คุณ ซึ่งเราคิดว่า ‘น่าจะ’ เข้าใจในเรื่องโบราณวัตถุ ช่วยสำรวจของชิ้นนี้หน่อย”

ฉันไม่ทำ แล้วฉันจะแจ้งตำรวจด้วย” เซียวจ้านปฏิเสธฉับ พร้อมขู่สำทับ

คุณไม่สงสัยเหรอว่าทำไมคนร้ายถึงได้สนใจของโบราณสี่ชิ้น ทั้งๆ ที่ความจริง มีโบราณวัตถุตั้งมากมายที่อยู่นอกห้องนิรภัย?” คำถามที่อี้ป๋อเอ่ยขึ้นทำให้เซียวจ้านชะงักอย่างใช้ความคิด

ละ แล้วพวกแกไม่ใช่โจรไม่ใช่คนร้ายหรือยังไง?”

ถ้าจะให้พูดตามตรง...” หวังอี้ป๋อเว้นไปสักพัก ดวงตาคมมองสบเข้ากับดวงตาเรียวนิ่ง

ใช่ และ ไม่ใช่” คำตอบของร่างสูงยิ่งทำให้เซียวจ้านงงหนัก มือเล็กใช้โอกาสที่อีกฝ่ายกำลังเผลอเอื้อมไปหยิบเอาโทรศัพท์บ้านที่วางไว้ข้างๆ โซฟามาถือไว้ในมือ นิ้วเรียวกดเบอร์โทรฉุกเฉิน แต่ยังไม่ทันจะกดปุ่มโทรออกก็ถูกอวี๋ปินที่อยู่ข้างหลังคว้าโทรศัพท์ไปซะก่อน

อี้ป๋อมองนิ่งๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนตรงหน้าต้องหาทางแจ้งตำรวจ ก็ในเมื่อมีผู้บุกรุกบ้านขนาดนี้ อีกอย่างคนบุกรุกยังเป็นคนที่ถูกคิดว่าเป็นผู้ร้ายขโมยของอีกด้วย

หวังอี้ป๋อแบมือข้างหนึ่ง ในมือมีแผ่นสเตนเลสทรงรีเล็กๆ สองแผ่น ด้านบนมีการสลักตัวอักษรเอาไว้สามสี่บรรทัด เพียงแค่มองปราดเดียวเซียวจ้านก็รู้ว่าสิ่งนั้นคือป้ายห้อยคอที่พวกทหารเอาไว้ใช้ระบุตัวตนอะไรเทือกนั้น เพราะเขาดูหนังบ่อย พอจะรู้อยู่บ้างว่ามันคือด๊อกแท็ก

อวี๋ปินมองเพื่อนด้วยสายตาปราม แต่อี้ป๋อทำเพียงพยักหน้านิดๆ เป็นการย้ำว่า

...เข้าใจว่าห้ามเปิดเผยตัวตน แต่นี่เป็นเหตุการณ์ยกเว้น...

...ยกเว้นสำหรับเขา...

เซียวจ้าน ทำเพียงแค่มองด็อกแท็กอยู่แบบนั้นด้วยความกล้าๆ กลัวๆ กลัวว่าคนตรงหน้าจะเล่นอะไรตุกติก จนอี้ป๋อต้องยื่นสร้อยเส้นนั้นไปตรงหน้าเซียวจ้านแล้วเอ่ย

เป็นหลักประกัน”

เซียวจ้านคว้าสร้อยนั้นไปดูอย่างละเอียดจึงได้พบเห็นทั้งชื่อ หมู่เลือด ศาสนา วันเดือนปีเกิด กับความจริงที่ว่า เจ้าของสร้อยเส้นนี้เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษนามว่าหวังอี้ป๋อจริงอย่างที่คนคนนี้เคยบอกชื่อเอาไว้เมื่อครั้งที่เซียวจ้านถูกพาตัวไปที่ไหนก็ไม่รู้

นึกแล้วก็ให้โมโห ที่จู่ๆ ก็ถูกปล่อยทิ้งข้างทางแบบนั้น แต่เดี๋ยวก่อน... เดี๋ยวพ่อจะหาทางเอาคืนถ้ามีโอกาส

แต่เป็นถึงหน่วยอะไรนี่ก็ไม่ควรบุกรุกเข้าบ้านคนอื่นยามวิกาลมั้ยล่ะ!?

แล้วพวกนายต้องการอะไร?”

ช่วยเรา”

ยังไง?”

สำรวจโบราณวัตถุชิ้นนี้ว่าทำจากวัสดุอะไร มีความสำคัญมากแค่ไหน แล้วมีจุดไหนที่ผิดปกติ”

ไม่คิดว่าฉันจะเอาไปให้ตำรวจหรือไง?” ร่างโปร่งถามกลับคนละประเด็น

ถ้าคุณเอาไปให้ตำรวจ นอกจากจะไม่มีโอกาสได้แตะของชิ้นนี้อีกแล้ว ก็อาจจะมีเหตุการณ์แบบเดิมเกิดขึ้นอีกครั้ง”

“...?” ร่างบางขมวดคิ้วมุ่น แต่ก็ตั้งใจฟัง

จะมีคนจ้องขโมยของชิ้นนี้อีกครั้ง...ในเมื่อของที่มันต้องการยังไม่ครบ”

แต่ถ้ามีคนต้องการของสิ่งนี้จริง ถ้าของอยู่ที่นี่ แสดงว่า...” เซียวจ้านเอ่ยแค่นั้นก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

ผมจะอยู่ที่นี่ คุ้มกันคุณเอง”

 

BLIND BRIDE DOLL

 

จะว่าเขาเชื่อคนง่ายก็ไม่แปลก ในเมื่อตัวเขาเองยังรู้สึกแปลกใจว่าทำไมถึงได้ไปเชื่อคนแปลกหน้าง่ายๆ แบบนี้ หรือเพราะเมื่อคืนเขาหิวจนเบลอกันนะ ถึงได้ตกปากรับคำ ทั้งยังอนุญาตให้พวกนั้นนอนที่นี่ได้อีกต่างหาก นี่มันผิดกฎหมายชัดๆ โบราณวัตถุชิ้นนี้เป็นของกลางในคดีระเบิดเมื่ออาทิตย์ก่อน ที่ตอนนี้ทางตำรวจและคุณหวงซู่หมินกำลังตามหา

คิดแล้วก็อยากจะทึ้งหัวตัวเอง

อีกอย่างเพราะเมื่อคืนก็ดึกมากแล้ว เลยไม่มีเวลาไปบอกเพื่อนที่นอนฝันหวานอยู่ พอตื่นขึ้นมาก็เลยเป็นเรื่องแบบนี้ กว่าจะบอกให้จั๋วเฉิงใจเย็นและอธิบายจนเข้าใจ บวกกับย้ำว่าต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับก็กินเวลาไปไม่น้อย แต่จั๋วเฉิงก็ยังไม่มีท่าทีจะไว้ใจแขกผู้บุกรุกสักเท่าไหร่นัก ได้แต่บ่นเซียวจ้านว่า “เชื่อคนง่าย”

ทั้งสี่นั่งรวมอยู่ที่โต๊ะกินข้าว เพื่อจัดการมื้อเช้าที่เป็นขนมปังปิ้ง พร้อมกับกาแฟ สายตาที่จั๋วเฉิงมองไปที่ฝ่ายตรงข้ามยังคงมีความเขม่นกลายๆ แต่ก็ไม่พูดอะไร รีบยัดขนมปังเข้าปากแล้วเอ่ยกับเซียวจ้าน

ฉันไปทำงานก่อนแล้วกัน ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ”

เซียวจ้านพยักหน้ารับหงึกๆ ก่อนจะหันกลับไปหาผู้อาศัยใหม่ทั้งสอง

พวกนายอยู่ที่นี่ได้ แต่มีข้อแม้”

“...” อี้ป๋อไม่มีปฏิกิริยาอะไร ยังคงปาดเนยถั่วบนแผ่นขนมปังปิ้งของตัวเอง ส่วนอวี๋ปินเงยหน้ามองเซียวจ้านอย่างตั้งใจฟัง

พวกนายต้องเป็นคนไปซื้ออาหาร ซื้อกับข้าวเข้าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟหารสาม แล้วก็ต้องจ่ายค่าเช่าบ้านด้วย”

อวี๋ปินอ้าปากค้าง ก่อนจะหันไปมองปฏิกิริยาของอี้ป๋อ แต่ฝ่ายนั้นก็ไม่ได้ตอบอะไร ยังคงนั่งกัดขนมปังต่อ

นะ นี่ไม่ใช่บ้านคุณเซียวจ้านเหรอครับ ทำไม...”

ฉันเป็นเจ้าของบ้าน มีสิทธิ์จะตั้งกฎอะไรก็ได้ ถ้าพวกนายอยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ไป” พูดตัดบทแค่นั้นก็ลุกขึ้นเก็บจานอาหารเช้าของตัวเองเดินเข้าครัวไปวางที่ซิงค์ล้างจาน กำลังจะหมุนตัวกลับก็กระแทกเข้ากับคนที่ยืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

อี้ป๋อมองคนตรงหน้านิ่ง

หลบ”

“...” ดวงตาคมมองมาจนเซียวจ้านรู้สึกกระอักกระอ่วน อี้ป๋อขยับเท้าไปทางขวาเพื่อหลีกให้เซียวจ้านเดินออกไปได้ แต่ยังไม่ทันเดินพ้นประตูครัวดีก็ได้ยินเสียงทุ้มตามมาจากข้างหลัง

เซียวจ้าน”

เจ้าของชื่อหันกลับไปมองแว่บหนึ่ง เมื่อเห็นว่าคนที่เรียกชื่อตนยังไม่พูดอะไรต่อก็จะเดินต่อ

ซื้ออะไรบ้าง?”

เท้าเรียวชะงัก ก่อนเจ้าตัวจะหันหลังกลับไป เห็นว่าอี้ป๋อมีท่าทีไม่แน่ใจ จึงเลิกคิ้วขึ้นเป็นคำถาม แต่เมื่อร่างสูงเอ่ยสิ่งที่ต้องการจะพูดออกมาก็ทำเอาเซียวจ้านแทบขำพรีด

กับข้าวน่ะ จะให้ซื้ออะไรบ้าง?”

หน้าคมนั้นไม่ได้แสดงอารมณ์อะไร แต่มันกลับดูน่าขำในสายตาของร่างบาง

เซียวจ้านพยายามเก็บอาการ ไม่หลุดหัวเราะออกไป

พวกนายจะกินอะไรก็ซื้อๆ มาเถอะ” ว่าจบก็เดินออกไปจากครัว

 

BLIND BRIDE DOLL

 

เซียวจ้านใช้เวลาระหว่างที่อี้ป๋อออกไปซื้อของสำรวจเจ้าวัตถุโบราณตรงหน้า แน่นอนว่าที่บ้านเขาไม่ได้มีอุปกรณ์ที่สามารถตรวจสอบด้านเคมีกับโบราณวัตถุ ทำให้จำเป็นต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมในด้านของประวัติศาสตร์กับหนังสือวิจัยต่างๆ แทน

ด้านข้างเขาเป็นอวี๋ปินที่กำลังติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เพิ่งออกไปขนมาเมื่อตอนสายๆ มีบริติชชอร์ตแฮร์อวบๆ นอนเอนพิงโซฟาเฝ้ามองอยู่อย่างใกล้ชิดราวกับกำลังตรวจตราดูความเรียบร้อย กว่าจะติดตั้งอะไรเสร็จก็ปาไปเกือบค่อนวัน เห็นทีพวกนี้คงจะปักหลักที่นี่ระยะยาว

เซียวจ้านคิดแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า

นาย ชื่ออวี๋ปินใช่มั้ย?” เอ่ยถามทำลายความเงียบ

อวี๋ปินหันมายิ้มให้แล้วพยักหน้า ก่อนจะหันกลับไปหยิบข้าวของของตัวเองออกมาตรวจดู ซึ่งเซียวจ้านก็ไม่ได้สนใจมากนัก เห็นเพียงอาวุธบางอย่าง

พวกนายรู้จักบ้านฉันได้ไง?”

อวี๋ปินชะงัก ก่อนจะตอบไปตามความจริง

ผมสะกดรอยตามคุณเองแหละ” เซียวจ้านที่ได้ยินถลึงตาใส่ จนอวี๋ปินรีบละล่ำละลักตอบ

ตะ แต่ผมมีเหตุผลนะ”

เหตุผลอะไร?”

ไอ้ เอ่อ อี้ป๋อสั่ง”

อ้อ...” ตอบแค่นั้น เว้นไปพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ “นายนั่นเป็นหัวหน้านายหรือไง?”

ฮ่าๆๆ เปล่าหรอก เพื่อนกันน่ะ” อวี๋ปินตอบขำๆ เซียวจ้านไม่ได้ถามอะไรอีก หันกลับไปยุ่งกับตุ๊กตาบ่าวสาวโบราณอีกครั้ง

จะว่าแปลกก็ไม่เชิง เพราะทุกครั้งที่มองไปที่ตุ๊กตา เซียวจ้านรู้สึกได้เลยว่าเหมือนมีคนมองอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนที่สบเข้ากับลูกตาสีดำสนิทไร้แววคู่นั้นของตุ๊กตาเจ้าสาว คิดแล้วก็ขนลุกโดยไม่รู้สาเหตุ

แต่กลับกัน เมื่อสบเข้ากับลูกตาแวววาวของตุ๊กตาเจ้าบ่าวกลับรู้สึกอุ่นซ่านแปลกๆ ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่ามีความเศร้าแฝงอยู่ในนั้น

 

จวบจนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง เสียงเครื่องยนต์รถของบ้านเซียวก็ดับสนิทจอดอยู่ที่โรงจอดรถ ด้านข้างมีรถจี๊ปสีดำอีกคันที่อวี๋ปินเป็นคนไปขับมาจอดเอาไว้ ซึ่งเซียวจ้านเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาไปเอารถมาจากไหน ทั้งที่เมื่อคืนยังไม่เห็น

อี้ป๋อที่ขับรถออกไปซื้อข้าวของข้างนอกกลับมาพร้อมด้วยข้าวของพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือ เซียวจ้านเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าออดี้อีตรอน (Audi E-tron) ของเขาถูกขโมยขับออกไป

หลังจากร่างสูงเอาของทั้งหมดวางกองบนโต๊ะ อวี๋ปินและเซียวจ้านก็เดินเข้ามาดู พบว่าของส่วนใหญ่คือเครื่องดื่ม นม ไข่ ซีเรียล บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารสำเร็จรูปอีกไม่กี่อย่าง และผลไม้

นี่จะกินแค่ของพวกนี้ประทังชีวิตหรือไง?” เซียวจ้านโวย แต่คนซื้อก็ไม่รู้ร้อนรู้หนาว เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเซียวจ้าน พร้อมกับหยิบตุ๊กตาโบราณขึ้นมาดู

อย่าไปถือสามันเลยคุณเซียวจ้าน” อวี๋ปินแก้ให้ ก่อนจะออกตัวอาสาเป็นคนออกไปซื้อของเองรอบหน้า แล้วหันมาโวยใส่เพื่อนบ้าง

มึงก็ตัวดีเลยอี้ป๋อ จะกินพวกนี้แทนมื้อเย็นไง?”

ถึงไหนแล้ว?” อี้ป๋อไม่สนใจคำพูดเพื่อน ยกตุ๊กตาโบราณขึ้นสูงระดับใบหู ตาก็มองไปที่เซียวจ้านอย่างต้องการคำตอบ

ยังไม่ถึงไหนอะไรทั้งนั้นแหละ เอามานี่” ไม่พูดเปล่า เซียวจ้านที่เดินกลับมาที่โต๊ะทำงานตัวเองคว้ามือหมับเข้าที่ตุ๊กตาหวังจะเอาคืน เพราะกลัวว่าถือไปถือมาแล้วของโบราณแบบนี้จะได้รับความเสียหาย เพราะความมีอายุของมัน

มือแกร่งจับเข้าที่ข้อมือบางข้างที่เอื้อมมาจับตุ๊กตา อี้ป๋อจ้องคนตรงหน้าตาไม่กระพริบจนเซียวจ้านทำตัวไม่ถูก กำลังจะชักมือกลับ ทันใดปรากฎเสียงหวีดร้องโหยหวนสนั่นจนแสบแก้วหู อี้ป๋อและเซียวจ้านเบิกตากว้าง เบื้องหน้าปรากฎเงาไร้หน้าของใครคนหนึ่งในชุดโบราณสีแดงเข้ม ควันสีดำพวยพุ่งรอบเงานั้น ก่อนที่ควันทมิฬเหล่านั้นจะส่งเสียงโหยหวนพร้อมพุ่งพรวดเข้าใส่จนคนทั้งสองสติดับวูบ

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น