BLIND BRIDE DOLL ตุ๊กตาเจ้าสาว | ป๋อจ้าน

ตอนที่ 10 : BLIND BRIDE DOLL#9 ความจริงที่ถูกซ่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    24 ส.ค. 63



Chapter 9 

 

ภาพในสนามรบ เสียงโห่ร้องกึกก้องสะท้อนปนไปกับเสียงโอดครวญของผู้ได้รับบาดเจ็บ บัดนี้ถูกสลับฉายซ้ำไปมา บ้างก็ปรากฎภาพคนสองคนบนม้าร่างกำยำสีดำปลอด บ้างก็ปรากฎภาพบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องที่มีผู้คนขวักไขว่คึกคักแห่งเมืองเป่ยหยาง รอยยิ้มที่สดใสราวแสงอาทิตย์ของคุณชายมู่หรง และใบหน้านิ่งขรึมแต่ดูอบอุ่นของแม่ทัพผู้มีชื่อ

เจ้าทำได้หรือไม่?”

ได้ขอรับแม่ทัพ”

ขอให้ปราณีตที่สุด และเสร็จให้ทันก่อนวันงาน” ชายแก่หนวดยาวสีขาวพยักหน้ารับพร้อมกุลีกุจอหยิบอุปกรณ์ต่างๆ บนโต๊ะของตัวเองมากองรวมๆ กันเอาไว้ เตรียมลงมือทำงานที่ได้รับคำสั่ง

ผ่านไปเพียงไม่ถึงอาทิตย์ก็ปรากฎของบางอย่างที่ถูกสลักออกมาอย่างวิจิตร

...ตุ๊กตาคู่

 

....ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด ไกลเพียงไหนมิร้างรา

ขอให้กลับคืนสู่บูรพา เพื่อพบเจ้าในเร็ววัน...

 

 

ทั้งอี้ป๋อและเซียวจ้านบัดนี้ถูกอวี๋ปินนำตัวไปนั่งอยู่ที่โซฟา ตั้งแต่ที่คนทั้งสองหมดสติไปจนถึงเวลานี้ก็เกือบสามชั่วโมงแล้ว จั๋วเฉิงที่เลิกงานกลับมาถึงบ้านพบว่าเพื่อนหลับไม่ได้สติก็ยิ่งรู้สึกกังวล กลัวว่าจะเป็นเพราะแขกที่เข้ามาอยู่ใหม่สองคนเป็นต้นเหตุ

เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นบนใบหน้าของคนทั้งสอง หัวคิ้วเรียวขมวดเป็นปม ส่วนมือก็กำแน่นราวกับกำลังผจญภัยหรือเจอเรื่องราวน่าตื่นเต้นในห้วงความฝัน จั๋วเฉิงเฝ้าดูอยู่ข้างกายเพื่อนตัวเองไม่ห่าง ส่วนมือก็คว้าไม้เบสบอลมาถือไว้ป้องกันตัวเผื่อมีใครทำอะไรตุกติก

พลันจั๋วเฉิงก็เห็นว่าดวงตาที่ปิดสนิทของเพื่อนมีหยดน้ำใสไหลออกมา ทิชชู่สองสามแผ่นถูกหยิบไปซับให้เบาๆ แล้วจู่ๆ อี้ป๋อก็สะดุ้งเฮือกสุดตัว อวี๋ปินที่ยืนกอดอกมองยู่ห่างๆ ก็พลอยตกใจตามไปด้วยก่อนจะทัก

หลับไปนานเลยนะมึง” อี้ป๋อมองหน้าคนทั้งสองที่มองมาทางตน ดวงตาคมเหลือบไปเห็นคนที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่ข้างๆ ก็รีบขยับเข้าไปใกล้

จะทำอะไร?” เป็นจั๋วเฉิงที่ออกปากดักเอาไว้ พร้อมถลันกายมาขวาง

หลับไปนานแค่ไหนแล้ว” อี้ป๋อเอ่ยถามเป็นประโยคแรก แล้วก็เป็นเพื่อนตัวเองที่ตอบเรียบๆ

สามชั่วโมงกว่าๆ”

ปลุกให้ตื่นเดี๋ยวนี้” เสียงทุ้มสั่ง ยิ่งทำให้สองคนที่เหลืองงหนัก

เร็ว!” สิ้นเสียง อี้ป๋อก็ดันตัวจั๋วเฉิงออกแล้วเขย่าไหล่บางทันทีพร้อมกับเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงกังวล

เซียวจ้าน”

“...”

เซียวจ้าน” เสียงนั้นยิ่งดังขึ้นอีก จนจั๋วเฉิงและอวี๋ปินต้องเข้าไปรั้งตัวอี้ป๋อออกห่าง ท่าทางเป็นกังวลอย่างมากของอี้ป๋อทำให้คนทั้งสองสงสัยหนักว่าสรุปแล้วมันเกิดอะไรขึ้น อี้ป๋อไปรู้อะไรมา

เปลือกตาบางที่ปิดอยู่ค่อยๆ เปิดออกช้าๆ ดวงตาคู่สวยบัดนี้แดงราวกับผ่านการร้องไห้อย่างหนัก แต่คิ้วสวยยังขมวดมุ่นอยู่อย่างนั้นราวกับสมองกำลังประมวลผล

เซียวจ้าน เป็นไง?” จั๋วเฉิงถามพร้อมยื่นน้ำเปล่าให้หนึ่งแก้ว มือบางรับไปจิบนิดๆ ก่อนพยักหน้าให้น้อยๆ เป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นอะไร ไม่ต้องห่วง แต่นั่นยิ่งทำให้เพื่อนเป็นกังวล

เกิดอะไรขึ้น ทำไมหมดสติไปนานขนาดนั้น?”

ฉันหมดสติไปเหรอ?”

ก็เออสิ ฉันกลับมาถึงบ้านเห็นนายกับ...” ตาจั๋วเฉิงมองไปที่อี้ป๋อก่อนจะหันกลับมามองที่เพื่อนอย่างเดิมแล้วพูดต่อ “ก็เห็นนายนอนไม่ได้สติอยู่ตรงนี้ตั้งหลายชั่วโมง”

ภายในบ้านเงียบสงบ ไม่มีใครพูดอะไร อวี๋ปินและจั๋วเฉิงมองมาที่เซียวจ้านและอี้ป๋อเพื่อรอคำตอบ เจ้าแมวตัวอ้วนก็เดินผ่านไปผ่านมาราวกับกำลังสอดแนมว่ามนุษย์ทั้งสี่ทำอะไรกันอยู่

ตุ๊กตา...” เซียวจ้านเอ่ยเสียงเบาราวกับกำลังพูดกับตัวเอง แต่ก็ไม่พ้นหูทั้งสามคู่ใกล้ๆ

ทำไม มีอะไร?” จั๋วเฉิงร้อนใจส่งคำถามออกไปอีก เซียวจ้านหันไปมองที่อี้ป๋อแล้วหลุบตาลง

ฉันจำได้ว่ากำลังหยิบตุ๊กตา แล้วก็ได้ยิน...” ทันทีที่ได้ฟัง หัวคิ้วของอี้ป๋อก็ขมวดนิดเพราะสิ่งที่เซียวจ้านกำลังจะบอก เขาเองก็ได้ยิน ส่วนจั๋วเฉิงรีบถามต่อ

ได้ยินอะไร”

คือ…ได้ยินเสียงร้อง แล้วฉันก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินคนเรียกชื่อ” เซียวจ้านตอบไปตามตรงแต่ก็แฝงความไม่แน่ใจบางอย่าง

นั่นไง ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าไปยุ่งกับตุ๊กตาผีนั่น” จั๋วเฉิงพูดออกมาตรงๆ ตามนิสัย สิ่งที่เขากังวลมาตลอดก็คือตั้งแต่วันที่เห็นเพื่อนตัวเองกลายเป็นใครก็ไม่รู้ในวันนั้น อีกอย่างเขารู้สึกไม่ถูกชะตากับวัตถุโบราณชินนี้สักนิด ได้กลิ่นแปลกๆ ตลอดเวลาอีกอย่างก็พยายามบอกเพื่อนแล้วว่าอย่าเข้าไปยุ่ง แต่ไอ้ผู้บุกรุกสองคนนี้ก็ดันเอาตุ๊กตาเข้ามาให้ถึงบ้าน เขาล่ะอยากจะแจ้งตำรวจนัก ถ้าไม่ติดว่าเพื่อนขอไว้ อีกอย่างเพื่อนจะโดนหางเลขไปด้วย

จั๋วเฉิง” เซียวจ้านปราม

เออน่ะ รู้แล้วๆ นี่ก็มืดแล้ว จะกินอะไร? เห็นในตู้เย็นมีแต่ของสำเร็จรูป” จั๋วเฉิงเปลี่ยนเรื่องแต่ยังไม่วายประชดถึงคนที่ไปซื้อของมาตุนเอาไว้

แถวนี้มีตลาดกลางคืน ถ้ายังไงไปเดินหาอะไรกินแถวนั้นแล้วกัน” เซียวจ้านพูดถึงตลาดกลางคืนขนาดใหญ่ที่มีร้านรวงคึกคักตลอดแนว สามารถเดินไปกินไปได้เรื่อยๆ หรือจะหาร้านนั่งกินก็ดีไปอีกแบบ อีกอย่างก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเขานัก

รถออดี้สีดำของบ้านเซียวจ้านถูกถอยออกจากโรงจอดรถ ก่อนจะถูกขับออกจากตัวบ้านมุ่งสู่ถนนสายหลัก บ้านของเซียวจ้านตั้งอยู่บนเนินเขาชานเมือง รอบด้านล้อมไปด้วยแมกไม้นานา ทำให้ถนนเส้นที่ตัดผ่านหน้าบ้านแทบจะไม่ค่อยมีรถเท่าไรนัก แต่เพียงแค่ช่วงถนนสั้นๆ พอลงจากเนินเขาเลี้ยวออกไปก็จะพบกับเมืองที่คึกคัก

คนที่ทำหน้าที่ขับรถคือเจ้าของบ้านเอง คนที่นั่งข้างๆ คือจั๋วเฉิง ด้านหลังเป็นอี้ป๋อและอวี๋ปิน

เพียงไม่นานคนทั้งสี่ก็มาเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนที่หลั่งใหลมาไม่ขาดสาย ถนนคนเดินที่เคยกว้างบัดนี้อัดแน่นเบียดเสียด มีร้านรวงที่เป็นรถเข็น และร้านที่ตั้งโต๊ะเก้าอี้ข้างทางเรียงรายให้ผู้คนได้นั่งกินได้สะดวก เสียงเพลงสุดฮิตของแต่ละร้านเปิดตีกันกระหึ่ม

อวี๋ปินและจั๋วเฉิงแวะร้านนู้นร้านนี้เพื่อซื้อของกินที่ถูกใจ ถึงจะต้องเบียดแต่ก็ไม่หวั่น จั๋วเฉิงมือซ้ายถือไม้เสียบเนื้อย่างรมควัน มือขวาถือแก้วน้ำผลไม้ปั่น อวี๋ปินเองก็พอกัน มือซ้ายหิ้วถุงขนมอะไรสองสามอย่าง พร้อมกับถือถ้วยหมี่ มือขวาก็ตักเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ

อี้ป๋อเพียงแค่เดินมองร้านรวงซ้ายขวา บางร้านมีคนต่อแถวยาวเหยียด แค่เห็นก็ไม่อยากเข้า

ด้านหน้าอี้ป๋อคือเซียวจ้านที่ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาก็ยังไม่ได้คุยอะไรกันสักคำ ดวงตาคมมองที่คนข้างหน้า บางครั้งพยายามรั้งตัวเองเอาไว้ไม่ให้ถูกเบียดไปชน แต่ก็ทำได้ยาก พอเซียวจ้านถูกดันมาจากข้างหลังก็หันกลับไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นร่างสูงก็ไม่ได้ว่าอะไร

ในความคิดของอี้ป๋อคือ...เซียวจ้านจะเห็นเหมือนกับที่ตนเห็นหรือเปล่า...

ตัวเขา...ในฐานะของแม่ทัพหวังแห่งเป่ยหยาง

และมู่หรงจื่อเจิน...ที่หน้าตาเหมือนกันกับเซียวจ้าน ไม่ว่าจะดวงตาสวย จมูกโด่ง และริมฝีปากเรียว ต่างกันแค่ทรงผมที่เซียวจ้านไม่ได้ไว้ผมยาวสยายถึงกลางหลัง

ความรู้สึกบางอย่างจุกอยู่ที่อก อี้ป๋อยามที่หลับไปนั้นรับรู้ความรู้สึกทุกอย่างของแม่ทัพหวังจนล้นปรี่ แต่เขาจะพูดออกมาได้ยังไง หากคนตรงหน้าไม่ได้เห็นเหมือนที่เขาเห็น...

คุณเซียวจ้าน” เสียงเรียกดังมาจากด้านข้างภายในฝูงชน เซียวจ้านหันมองตามเสียงก็ปรากฎกับคนที่คุ้นหน้ากำลังเบียดแทรกผู้คนเพื่อเดินมาทางเขา อี้ป๋อหัวคิ้วกระตุกเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

คุณตำรวจ?” เซียวจ้านเอ่ยอย่างแปลกใจ

เรียกผมว่าอวี้เฉินเถอะครับ” ชายหน้าตาดีในชุดลำลองเผยรอยยิ้มมีเสน่ห์นั้นอย่างเป็นกันเอง

เอ่อ ครับ มาเดินหาของกินเหมือนกันเหรอครับเนี่ย?” เซียวจ้านถามอย่างเป็นมิตร ตำรวจหนุ่มยิ้มกว้างแล้วชวนคุยอย่างอารมณ์ดี

ครับ ถ้าไม่รังเกียจ ขอผมเดินไปด้วยได้ไหมครับ?”

อ้อ ได้สิครับ” เสียงใสตอบเท่านั้นก็ทำเอาตำรวจหนุ่มนามอวี้เฉินยิ้มกว้างขึ้น อี้ป๋อที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังเซียวจ้านอยู่ตลอดมองตาขวาง

ตำรวจคนนี้ที่เคยออกข่าวในโทรทัศน์บ่อยๆ ชื่อเฉาอวี้เฉิน เป็นคนที่ทำคดีระเบิดที่โรงแรมแกรนด์ แล้วยังเป็นถึงลูกชายของประธานาธิบดีด้วย มักใช้ชีวิตติดดินไม่ถือยศอะไร

แต่เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่มาเจอกันที่นี่ ถ้าไม่ใช่การสะกดรอยตามเซียวจ้านล่ะก็นะ...

หวังอี้ป๋อมองอย่างไม่ค่อยถูกชะตานัก

อวี๋ปินและจั๋วเฉิงตอนนี้ถูกกลืนหายไปกับฝูงชนแล้ว ไม่รู้ว่าไปซื้ออะไรอยู่ที่ไหนบ้าง ทำให้เหลือเพียงเขาสามคน เซียวจ้านตัดสินใจเลี้ยวเข้าร้านซุปแกะชื่อดังของตลาดกลางคืนที่ไม่ได้ขายเฉพาะซุป แต่มีอาหารตามสั่งอย่างพวกผัดหมี่ ผัดผัก เนื้อแกะผัดเหล้าขาวต่างๆ เมื่อได้ที่นั่งเซียวจ้านก็สั่งกับข้าวมาสี่ห้าอย่าง ข้าวอีกสามถ้วย

อวี้เฉินชวนเซียวจ้านคุยสัพเพเหระ ส่วนอี้ป๋อนั่งกินเงียบๆ แต่เมื่อนายตำรวจหันหน้ามามองก็ราวกับเพิ่งนึกได้ว่ายังมีเขาอีกคนที่มานั่งกินข้าวด้วย

คุณคือ?”

“...” อี้ป๋อนิ่งไม่ตอบ ทั้งยังทำเป็นไม่ได้ยิน มือก็จับตะเกียบคีบเอาเนื้อแกะหอมกรุ่นมาใส่ถ้วยตัวเอง แล้วคีบเมนูผักไปใส่ถ้วยของเซียวจ้านจนพูน เจ้าของถ้วยถลึงตาใส่ก่อนจะหันไปตอบคำถามของอวี้เฉินแทนเจ้าตัว

อ๋อ คนรู้จักผมน่ะครับ”

งั้นเหรอครับ” อวี้เฉินพูดเพียงเท่านั้น มองเสี้ยวหน้าของอี้ป๋อแว่บหนึ่งอย่างใช้ความคิดแล้วก็ก้มหน้าก้มตากินต่อไม่พูดอะไร

 

เมื่อกินอิ่มก็พอดีกับที่จั๋วเฉิงโทรศัพท์มาถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน ยังบอกอีกว่าตัวเองไปรอที่รถแล้ว

เพียงไม่นานคนทั้งห้าก็มารวมอยู่ที่ลานจอดรถ เซียวจ้านบอกลาตำรวจแล้วก็ขึ้นรถก่อน จั๋วเฉิงเห็นเพื่อนสตาร์ทรถแล้วก็กระโดดตามขึ้นไป ส่วนอี้ป๋อและอวี๋ปินยังคงอยู่อยู่ข้างตัวรถ ร้อยตำรวจเฉาอวี้เฉินเลิกคิ้วมองคนทั้งสอง

คุณตามเซียวจ้าน?” อี้ป๋อพูดขึ้นเป็นเชิงถาม

ผมทำตามหน้าที่”

คำตอบที่ได้รับสั้นๆ แต่ได้ใจความ คนทั้งสามมองหน้ากันอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ราวกับกำลังพิจารณาฝ่ายตรงข้าม จนกระทั่งจั๋วเฉิงที่รออยู่บนรถทนไม่ไหวลดกระจกลงตะโกน

เอ้า พวกนายจะกลับมั้ย ถ้าไม่กลับจะได้ปล่อยไว้ที่นี่”

กลับคร้าบบ” อวี๋ปินตอบแล้วรีบเปิดประตูรถกระโดดผลุงขึ้นไป อี้ป๋อหันมองอวี้เฉินแล้วกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะตามขึ้นรถไปอีกคน

 

กว่าทั้งสี่จะได้กลับถึงบ้านเพื่อพักผ่อนก็เกือบห้าทุ่มเข้าไปแล้ว ภายในบ้านมืดสนิท อี้ป๋อหันไปมองหน้าอวี๋ปินครู่หนึ่งแต่ไม่ได้พูดอะไรกัน จั๋วเฉิงเดินนำเข้าไปไขกุญแจประตูบ้านพร้อมบ่นว่าง่วงนอน หนังท้องตึงแล้วหนังตาก็เริ่มจะหย่อน แต่มือที่จับลูกบิดประตูก็ชะงักค้างเมื่ออวี๋ปินแทรกตัวเข้ามาแล้วทำสัญญาณว่าให้เงียบเสียง

อะไร?” จั๋วเฉิงหันขวับไปถามเบาๆ

แทนคำตอบ อวี๋ปินเป็นคนเปิดประตูเดินเข้าไปคนแรก พลันคนที่อยู่ข้างนอกทั้งสามก็ได้ยินเสียงเหมือนข้าวของตกพื้น จึงรีบพุ่งตามเข้าไปในบ้านทันที

ด้านในมีคนในชุดดำนอนกองอยู่บนพื้นสองคน เซียวจ้านเบิกตากว้าง จั๋วเฉิงอุทานอะไรไม่ได้ศัพท์ ส่วนอี้ป๋อมองสำรวจอย่างระวัง

ด้านหน้าของคนทั้งสามเป็นอวี๋ปินที่กำลังฟัดเหวี่ยงกับชายชุดดำอีกคน มันถูกแขนของอวี๋ปินรัดคอเอาไว้จากด้านหลังพยายามจะสะบัดตัวแต่ก็ไม่หลุดจากพันธนาการ

พวกมึงเป็นใคร? ใครส่งมา?!” อวี๋ปินกัดฟันถามพร้อมกับแขนแข็งแรงนั้นออกแขนรัดจนมันแทบขาดอากาศหายใจ

ต้องการอะไร?!”

อี้ป๋อตรงเข้าไปปล่อยหมัดใส่ท้องจนมันหน้าเขียวไป มืออันสั่นเทาของมันโยนของบางอย่างไปที่พื้น

ของสิ่งนั้นคือตุ๊กตาโบราณ

มันฉวยโอกาสใช้ช่วงเวลาที่ทุกคนมองไปยังของสิ่งนั้น ชักเอามีดที่เหน็บเอวออกมาแล้วปาดฉับเข้าที่ท่อนแขนของอวี๋ปินจนต้องกระตุกมือออกกุมแขนตัวเองที่บัดนี้เลือดไหลทะลัก หวังอี้ป๋อปรี่เข้าไปถีบเข้าช่วงบั้นเอวของชายชุดดำนั้น แต่มันกลับพลิกตัวได้เร็วแล้วพุ่งเข้าใส่เงื้อมีดพร้อมแทง

อี้ป๋อเบี่ยงตัวหลบแล้วใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่ช่วงต้นคอด้านหลังของมัน มันเซถลาไปข้างหน้าก่อนจะแสยะยิ้มแล้วกระชากตัวเซียวจ้านที่ยืนตะลึงทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้น จ่อมีดไปที่ลำคอขาว

เซียวจ้าน!” จั๋วเฉิงร้องอย่างตกใจ ร่างสูงกัดฟันกรอดมองไปที่คนร้ายสลับกับเซียวจ้านที่บัดนี้ใบหน้าดูตระหนกจนไร้สีเลือด

หึ” ชายชุดดำร้องหึในลำคออย่างผู้เหนือกว่าพร้อมกับพยายามก้าวถอยหลัง เซียวจ้านเองก็ถูกรั้งให้ถอยตาม อี้ป๋อมองตามไม่กระพริบ

หยิบของขึ้นมา!” เสียงแหบทุ้มของมันสั่งอย่างเกรี้ยวกราด อี้ป๋อขยับเข้าไปหยิบเอา ‘ของ’ ที่มันพูดถึงขึ้นมา แล้วค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้มันอีกนิด

เซียวจ้านใจเต้นระรัวด้วยความกลัว หลับตาปี๋จนกระทั่งมีเสียงทุ้มจากข้างหน้าเรียกเขาให้ลืมตามอง

เซียวจ้าน” มันเป็นเสียงที่คุ้นเคยราวกับเคยได้ยินมานาน "มองผม"

หยุดพูดมาก! ส่งของมา” เสียงแหบนั้นคำรามอยู่ข้างใบหูจนเซียวจ้านหวั่น

ทำไมอยากได้นักไอของพรรค์นี้” ว่าแล้วอี้ป๋อก็โยนตุ๊กตาโบราณไปข้างหน้าโดยไม่ทันให้มันได้เตรียมรับ ชายชุดดำราวกับลืมตัวกำลังจะใช้มือข้างที่ถือมีดยื่นมาคว้า ก็พอดีกับที่หวังอี้ป๋อล้วงมือไปในกระเป๋ากางเกงด้านหลังหยิบปากกาที่ฉวยได้ตอนสู้กันตวัดออกไปด้วยความรวดเร็วและแรง

แรงพอที่ปลายปากกาพุ่งเข้าเสียบที่ลูกตาของมันอย่างแม่นยำ มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นระคนเสียงคำราม มือข้างหนึ่งกุมตาข้างที่บาดเจ็บเอาไว้ เลือดข้นสีแดงค่อยๆ ไหลออกมา

อี้ป๋อไม่รอช้าตรงเข้าไปถีบจนมันเซล้มหงายไปกับพื้น มือแกร่งล็อกคอของมันพร้อมออกแรงบีบแน่น ส่วนอีกมือจับล็อกข้อมือข้างที่ถือมีดของมันกระแทกกับพื้นจนมันคลายมือออกเพราะความเจ็บปวดและหายใจไม่ออก อี้ป๋อคว้ามีดบนพื้นเล่มนั้นปาดฉับเข้าที่ลำคอของมันจนแน่นิ่งไป

จากนั้นก็ผละออกเดินไปยังสองคนที่นอนนิ่งอยู่กับพื้น ขยุ้มผมดึงให้ใบหน้าแหงนขึ้นก่อนจะตวัดมีดปาดเข้าที่คอทั้งสองคน

ร่างสูงยืดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหันไปดูเซียวจ้าน

เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” เซียวจ้านตอบกลับด้วยการส่ายหน้า แต่ใบหน้านั้นยังคงขาวซีด จั๋วเฉิงมองเพื่อนอย่างเป็นห่วง เหตุการณ์เมื่อครู่มันน่ากลัวและเกิดขึ้นเร็วจนทำอะไรไม่ถูก อีกอย่างยังมีคนมาตายในบ้านอีก

กูนี่ เจ็บอยู่ตรงนี้” อวี๋ปินโอด อี้ป๋อเพียงแค่เหลือบมองเพื่อนแว่บหนึ่ง ไม่ได้ห่วงอะไรนัก แผลแค่นี้ถือว่าเล็กสำหรับพวกเขา

สรุปพวกมันต้องการตุ๊กตานั่นจริงๆ ใช่มั้ย?” เป็นจั๋วเฉิงที่ถามขึ้นมา “แล้วทำไมไม่ให้มันไปซะเลย เก็บเอาไว้ก็มีแต่เรื่อง”

 

เวลาตีสอง คนทั้งสี่มารวมกันอยู่ที่ห้องรับแขก

อี้ป๋อและอวี๋ปินค้นหาอุปกรณ์สื่อสารบนตัวผู้บุกรุก เพราะคิดว่าน่าจะต้องใช้ติดต่อกับใครสักคน แต่กลับพบแค่กุญแจรถ จึงจัดการกับร่างชายชุดดำทั้งสามด้วยการขนขึ้นรถของพวกมันที่จอดเอาไว้ห่างออกไปจากตัวบ้านไม่ไกลนักเพื่อเอาไปทิ้งบนเขาอีกฟากรอคนไปเจอ ส่วนเซียวจ้านและจั๋วเฉิงเก็บทำความสะอาดบ้าน ตอนนี้จึงเพิ่งเห็นว่าแมวอ้วนที่เลี้ยงไว้ค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากที่หลบภัยใต้โซฟาส่งเสียงร้องเมี้ยวเบาๆ เหมือนกับจะบอกว่า “เราปลอดภัยนะมนุษย์”

เจ้าของบ้านรู้สึกไม่สบายใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นว่ามีคนบุกเข้าบ้าน แล้วยังมีการฆ่ากันเกิดขึ้น เหตุการณ์มันชักจะเริ่มบานปลาย ยิ่งถ้าเรียกตำรวจด้วยแล้ว พวกเขานี่แหละจะกลายเป็นฆาตกรและผู้สมรู้ร่วมคิด จั๋วเฉิงเองก็กังวลไม่แพ้กัน

เอาไงต่อ?” อวี๋ปินถามทำลายความเงียบ แผลที่แขนถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าพันแผลสีขาว

พวกนายออกจากบ้านไปเลยนะ” จั๋วเฉิงพูดอย่างโมโห “เพราะพวกนายถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ ฉันไม่อยากอยู่ร่วมชายคากับฆาตรกรหรอกนะ” คำพูดนั้นทำให้ในบ้านเกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง อี้ป๋อเงียบไม่ตอบโต้อะไร ทุกคนรู้สึกอึดอัดใจไม่แพ้กัน จนเซียวจ้านที่เงียบอยู่เอ่ยขึ้น

ตุ๊กตามันมีอะไรกันแน่ ทำไมพวกมันถึงอยากได้กันนัก” ใจจริงเซียวจ้านรู้สึกถูกชะตากับวัตถุโบราณชิ้นนี้เป็นพิเศษ ถึงบางครั้งจะรู้สึกกลัวกับอะไรบางอย่างที่ก็ยังไม่รู้ชัด แต่ถ้าหากเป็นไปได้ เขาก็อยากให้ในงานวิจัยของตัวเองมีวัตถุโบราณชิ้นนี้อยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่ตกปากรับคำให้อี้ป๋อและอวี๋ปินอยู่ที่นี่ เพื่อที่จะได้ถือโอกาสในการศึกษาของชิ้นนี้ไปด้วย ของที่ยังมีน้อยคนนักที่ได้เห็น

ก็คงจะเพราะราคาสูง อาจจะทำจากทองคำมูลค่าหลายสิบล้านฝังเพชรหลายสิบกะรัตข้างในจากยุคดึกดำบรรพ์สักยุค แต่มันดันมีอาถรรพ์ไปอยู่ที่ไหนก็มีเรื่องที่นั่น” คำประชดของจั๋วเฉิงทำให้ทุกคนเงียบอีกครั้ง

ก็มีเหตุผล” อวี๋ปินเอามือลูบคางพร้อมพยักหน้ากับคำประชดนั้นเมื่อไม่เห็นใครมีปฏิกิริยา

อี้ป๋อมองหน้าเซียวจ้านเงียบๆ ในใจมีคำพูดมากมายที่อยากจะพูดแต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มตรงไหน จนเป็นเซียวจ้านที่เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

ที่จริง...” ทุกสายตาหันขวับไปที่ต้นเสียง จนร่างบางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วพูดต่ออย่างช้าๆ

ที่จริงของชิ้นนี้ ถูกทำขึ้นในช่วงยุคเป่ยหยางเจริญรุ่งเรือง” ภาพในความฝันนั้นแว่บขึ้นมาในหัวของเซียวจ้านอีกครั้ง แม่ทัพคนนั้นที่ใบหน้าและท่าทางเหมือนกันกับอี้ป๋อไม่มีผิดเพี้ยน รวมถึงตัวของเขาเองที่มีใบหน้าเหมือนกับบุตรชายตระกูลมู่หรง

อี้ป๋อยืดตัวขึ้นฟังอย่างตั้งใจ ตาคมมองร่างบางนิ่งราวกับจะเห็นคำตอบบางอย่างในดวงตาเรียวสวยคู่นั้น เซียวจ้านเหลือบมองนิดหนึ่งก็เสหน้าไปหาจั๋วเฉิงแล้วพูดออกตัวขึ้นมา

คือฉันอ่านเจอในหนังสือประวัติศาสตร์เล่มหนึ่งน่ะนะ..”

อืม มันเขียนว่ายังไงบ้าง?”

ยุคเป่ยหยางปรากฎการสร้างตุ๊กตาแทนบุคคลขึ้นมาเพื่อมอบเป็นของขวัญในพิธีการสำคัญของเหล่าชนชั้นสูง มักใช้แร่หายากในสมัยนั้นทำขึ้นมา ถ้าสำหรับวัตถุโบราณชิ้นนี้...เห็นได้ชัดจากเครื่องแต่งกาย ก็คงจะทำขึ้นเนื่องในงานมงคลอย่างการแต่งงาน แต่ว่า...”

แต่ว่าอะไร?” จั๋วเฉิงรีบถามต่อ อี้ป๋อเห็นความลังเลบางอย่างในสายตาของเซียวจ้านปรากฎเพียงครู่ก่อนเจ้าตัวจะตอบ

แต่ว่า... ฉันก็ไม่แน่ใจว่าข้อมูลพวกนี้เชื่อถือได้มากแค่ไหน” เซียวจ้านตัดบทเสียดื้อๆ

แร่หายากงั้นเหรอ?” อวี๋ปินหันไปคว้าเอาตุ๊กตาที่วางอยู่บนโต๊ะที่มาจะสำรวจ พอดีกับที่จั๋วเฉิงเองก็จะหยิบขึ้นมาพอดี มือทั้งสองชนเข้ากับตุ๊กตาจนตกลงที่พื้นเป็นครั้งที่สี่ของวัน แต่ครั้งนี้ทำเอาทุกคนเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อฐานของตุ๊กตาเจ้าบ่าวกระแทกกับพื้นจนแตกออกแยกส่วนกับตัว

หินทรงมนมีขอบเหลี่ยมเล็กๆ นั้นกระเด้งบนพื้นหนึ่งครั้งก่อนจะกลิ้งหลุนๆ มาหยุดอยู่ข้างเท้าอี้ป๋อที่ยืนกอดอกพิงอยู่ที่ผนังด้านหนึ่ง เซียวจ้านกำลังจะพุ่งไปหยิบ แต่ก็ช้ากว่าร่างสูงที่ก้มลงหยิบมันขึ้นมาเสียก่อน เขามองเพียงครู่ก็ยื่นมันไปด้านหน้าให้ทุกคนเห็นของที่อยู่ในมือ

และนี่คือสิ่งที่มันต้องการ”

แผ่นชิพเล็กๆ สีเงินขนาดห้าคูณห้ามิลลิเมตรถูกฝังอยู่ในร่องขรุขระของชิ้นส่วนฐานที่ทำจากแร่ทองคำปรากฎแก่สายตาของคนทั้งสี่ อวี๋ปินเบิกตากว้างพร้อมกับร้องอย่างถูกใจ

ให้มันได้ยังงี้สิวะ” 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #76 benmin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 08:20
    รอสำเมออออ
    #76
    0
  2. #75 jokingdroll (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 20:32
    ขอความหมายของคำว่ากดติดตามปุ๊บแล้วไรต์อัพปั๊บหน่อยค่ะ555 ดีงามมากก กำลังค้างเลย
    #75
    1
    • #75-1 lollistar(จากตอนที่ 10)
      25 สิงหาคม 2563 / 21:11
      555555 ขอบคุณที่ติดตามนะคะ จะพยายามอัพบ่อยๆ เลยยยยย 💕
      #75-1