BLIND BRIDE DOLL ตุ๊กตาเจ้าสาว | ป๋อจ้าน

ตอนที่ 5 : BLIND BRIDE DOLL#4 งานประมูลวัตถุโบราณที่โรงแรมแกรนด์ {Part 1}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    18 ส.ค. 63




Chapter 4




 “เซียวจ้าน...?” จั๋วเฉิงครางออกมาเบาๆ ก่อนจะถอยกรูดออกห่าง ภาพเบื้องหน้าทำเอาเขาแทบหยุดหายใจ เซียวจ้านค่อยๆ เผยรอยยิ้มช้าๆ แต่นั่นกลับยิ่งทำให้จั๋วเฉิงเบิกตากว้าง ใบหน้าเพื่อนของเขาที่เคยใสอมชมพูบัดนี้ซีดขาวมีร่องรอยของเลือดสีคล้ำเปรอะเปื้อน ดวงตาที่เคยดูสดใสกลับไร้แวว

“ม๊าววววววว!!” เสี่ยวจูร้องขู่ก่อนจะตั้งท่าเตรียมกระโจนเข้าใส่ มันรับรู้แล้วว่าบุคคลตรงหน้าไม่ใช่เจ้านายของมันอีกต่อไป

“เซียวจ้าน” เสียงที่จั๋วเฉิงเปล่งออกมาจากลำคอแหบแห้งจนแทบจะเป็นกระซิบเมื่อเท้าเล็กของคนตรงหน้าก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวแต่กลับเป็นการก้าวที่สะเปะสะปะ จั๋วเฉิงปล่อยภาพในมือร่วงลงบนพื้น ไวเท่าความคิดเขารีบยันตัวลุกขึ้นวิ่งไปยังกระเป๋าของตนเอง มือเรียวควานหาของบางอย่างจากในนั้น แต่ก็เหมือนจะช้าไปเพราะจู่ๆ ก็รู้สึกถึงไอเย็นที่รดอยู่บนต้นคอ จั๋วเฉิงหันขวับด้วยสัญชาตญาณแล้วก็พบว่าใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากใบหน้าของใครอีกคนเพียงแค่คืบ

จั๋วเฉิงรีบล้วงหยิบเครื่องรางในกระเป๋า แต่ด้วยมืออันสั่นเทาทำให้เจ้าของสิ่งนั้นหล่นกลิ้งไปหยุดอยู่ที่ปลายเท้าของเซียวจ้าน และในทันทีนั้นเองเกิดเสียงร้องโหยหวนของอะไรบางอย่างดังลั่นจนแทบยกมืออุดหูไม่ทัน พร้อมกันนั้นเองที่ร่างของเพื่อนสนิทล้มฟุบลงกับพื้นกระเบื้องราวกับไร้กระดูก

จั๋วเฉิงรีบพุ่งเข้าไปประคองขึ้นมาทั้งที่ในใจตัวเองก็ยังสั่นไม่หาย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วซะจนเขาเองก็ตกใจแทบสิ้นสติ เขาไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง รู้แต่เพียงว่าคนตรงหน้าคือเพื่อนของเขาและเขาต้องช่วย นี่คือสิ่งที่เขาคิดได้นอกเหนือจากความกลัว

ร่างโปร่งถูกพาไปนอนบนโซฟา ข้าวของที่เคยเกลื่อนกลาดก็ถูกเก็บเข้าที่ ข้าวผัดฝีมือจั๋วเฉิงบัดนี้เย็นชืดจนเสียรสชาติ หากแต่ไม่ใช่สำหรับเจ้าเสี่ยวจูที่หลังจากเหตุการณ์ในบ้านสงบมันก็กระโดดขึ้นไปบนโต๊ะแล้วจัดการมื้อเที่ยงจนอิ่ม ในขณะที่ร่างโปร่งคอยนั่งดูแลเซียวจ้านอยู่ไม่ห่าง ตอนนี้เขารู้แล้วว่าสิ่งที่เพื่อนของเขาเห็นมันเกิดขึ้นจริงๆ และเกิดกับตัวเขาเองซะด้วย ตอนกลางวันแสกๆ เนี่ยแหละ!

แพขนตาบนเรือนหน้าสวยขยับเล็กน้อยเป็นสัญญาณว่าเจ้าตัวกำลังรู้สึกตัวในไม่ช้า เปลือกตาบางค่อยๆ เปิดขึ้น เผยให้เห็นดวงตาที่คุ้นเคยที่มองกลับมาอย่างสงสัย

“อาเฉิง?” คนถูกเรียกสวมกอดเพื่อนอย่างดีใจ ผิดกับอีกคนที่ขมวดคิ้วด้วยความฉงน

“ไม่เป็นอะไรแล้วนะเซียวจ้าน ไม่เป็นอะไรแล้ว”

 

จี้หยกสีเขียวมรกตใสถูกสวมลงบนลำคอขาว ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์การพยากรณ์จีนเอ่ย

“สวมนี่เอาไว้ อย่าถอดเด็ดขาด มันจะช่วยคุ้มครองนายจากสิ่งชั่วร้าย”

“อื้ม” ร่างโปร่งพยักหน้ารับพลางจับหยกที่ห้อยอยู่ขึ้นมาดูอย่างพิจารณา “นายมีของแบบนี้ด้วยเหรอ?”

“แน่นอนสิ หยกนี่เป็นของแท้ แค่เฉพาะชิ้นที่อยู่บนคอนาย ถ้าตีราคาแล้วก็น่าจะหลายแสนหยวน”

“อะไรนะ?! เล็กเท่านี้เนี่ยนะ??” เซียวจ้านแทบไม่เชื่อหู จั๋วเฉิงจึงอธิบายต่อ

“แค่นี้เนี่ยแหละ เพราะจี้อันนี้เป็นของพิเศษหายาก ที่เห็นขายอยู่ทั่วไปนั่นอาจจะไม่ใช่ของแท้ ของแท้ต้องเนื้อใสโปร่งแสง เย็น เคาะแล้วกังวาน แล้วที่สำคัญ...ยังเป็นเครื่องรางบอกเหตุได้ว่าผู้สวมใส่กำลังมีเคราะห์หรือมีโชค ก็ดูได้จากสีของหยกนั่นล่ะ”

“ฉันไม่ใส่ได้มั้ย? ถ้าทำหายขึ้นมาล่ะ?”

“ไม่ได้ นายต้องสวมไว้ มันจะไม่หลุดหายไปไหน ถ้านายไม่ถอด”

“แต่นี่มันเป็นของนาย”

“ฉันให้นายแล้ว รักษาให้ดี แล้วก็อยากจะเตือนนายอีกเรื่อง...” ร่างโปร่งบางเว้นจังหวะไว้ครู่หนึ่งพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบรูปภาพที่คิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องที่เกิดขึ้น “เมื่อกี้นายก็เห็นใช่มั้ยเซียวจ้าน?” จั๋วเฉิงเว้นไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ

“ใช่ นายเห็น ฉันก็เห็นเหมือนกัน ฉันเห็นว่าตุ๊กตาในภาพมันหายไปตัวหนึ่ง แล้วจู่ๆ นาย...ก็เปลี่ยนไป” จั๋วเฉิงมองสิ่งที่อยู่ในรูปอีกครั้งอย่างตั้งใจ ตอนนี้ในภาพเป็นรูปของตุ๊กตาสองตัว ลักษณะดูเก่าแก่ และมีคราบจากการถูกฝังเอาไว้เป็นระยะเวลานาน ถึงแม้ว่าส่วนของใบหน้าจะเรียบเฉย แต่หากดูอีกครั้งจะรู้สึกราวกับว่าภายในนั้นมีบางอย่างกำลังจ้องมองออกมา

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง?”

“เผารูปทิ้ง แล้วก็ไม่ต้องไปงานประมูลแล้ว”

“ไม่มีทาง” คำตอบของร่างโปร่งทำให้จั๋วเฉิงถอนหายใจ เขารู้อยู่แล้วล่ะว่าเพื่อนจะต้องไม่ยอมง่ายๆ

“เซียวจ้านเชื่อฉัน ขนาดแค่มีรูปอยู่ในบ้านนายยังเกิดอะไรขึ้นขนาดนี้ แล้วถ้าไปเจอของจริง นายคิดว่ามันจะเป็นเรื่องดีงั้นเหรอ?” ร่างโปร่งไม่รอให้เซียวจ้านเอ่ยอะไรก็ตัดบทด้วยการลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัว สักพักก็มีกลิ่นไหม้ลอยออกมาจางๆ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าจั๋วเฉิงได้เผารูปใบนั้นไปแล้ว ก่อนที่สักพักใหญ่ๆ เขาจะเดินออกมาพร้อมกับนมแก้วโต แล้วยื่นให้ร่างโปร่ง

“ดื่มซะ นายจะรู้สึกดีขึ้น” เซียวจ้านรับแก้วนมมาดื่มอย่างว่าง่าย ไม่ต่อล้อต่อเถียง เพราะรู้ดีว่าจั๋วเฉิงกำลังซีเรียส เมื่อดื่มจนหมดแก้วแล้วก็นั่งชั่งใจอยู่สักพักว่าควรจะเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจออกไปดีไหม แล้วก็เหมือนร่างโปร่งจะรู้

“มีอะไรก็ว่ามาสิ”

“เย็นนี้ฉันมีนัด” ลองหยั่งเชิงออกไปสั้นๆ แต่ก็เรียกความสนใจจากเพื่อนได้เกือบเต็มร้อย “คือ..คุณหวง ซู่หมินเชิญให้ไปดูงานวิจัยน่ะ” เซียวจ้านเลือกที่จะไม่บอกว่าไปที่โรงแรมที่มีงานประมูล จั๋วเฉิงพยักหน้ารับรู้พร้อมกับเสนอ

“ฉันไปเป็นเพื่อนมั้ย?”

“ไม่เป็นไรๆ ฉันไปเองได้” แล้วบทสนทนาของคนทั้งสองก็จบลงเพียงเท่านั้น เพราะเสียงมือถือของจั๋วเฉิงดังขึ้นขัดจังหวะ คงจะเป็นลูกค้าที่โทรมาคุยเรื่องโชคเรื่องดวงอีกตามเคย

เซียวจ้านเห็นดังนั้นจึงรีบพาตัวเองไปยังชั้นสองของตัวบ้าน เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสุภาพ รวบเอาของที่สำคัญลงกระเป๋าใบย่อมแล้วหิ้วลงไปที่ชั้นล่าง แต่ก็ไม่เห็นเงาของเพื่อนรักเสียแล้ว ร่างโปร่งยักไหล่ก่อนจะจัดการล็อคประตูบ้านแล้วมุ่งหน้าไปยังที่หมายอย่างตื่นเต้นราวกับว่าเมื่อไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

 

BLIND BRIDE DOLL

 

“เป็นไงบ้าง?” เสียงทุ้มเอ่ยถามขณะที่เดินถือแก้วกาแฟเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังอวี๋ปิน แล้วคำตอบที่ได้รับกลับมาก็เป็นเหมือนเคย

“นี่เฝ้ามาค่อนวันแล้ว ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักอย่าง” ร่างหนาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้นวมพร้อมกับที่เท้าขนาดใหญ่ยกขึ้นพาดบนโต๊ะซึ่งเป็นที่ตั้งของคอมพิวเตอร์หลายตัว บนจอเรืองแสงปรากฏหน้าจอเล็กย่อยๆ แต่ต่างกันหลายมุมมอง

“มึงไปพักเถอะ เดี๋ยวกูดูต่อเอง” ร่างสูงบอกแล้วรับหน้าที่ต่อจากเพื่อนซึ่งก็ไม่ขัดข้อง ลุกขึ้นยืนบิดกายไล่ความเมื่อยล้าแล้วตบไหล่อี้ป๋อเบาๆ สองสามทีก่อนจะเดินออกจากห้องไป

อี้ป๋อยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกครั้งก่อนจะยกหูฟังขึ้นครอบหูพร้อมไล่สายตามองภาพบนจอสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่ส่งสัญญาณตรงมาจากห้องจัดงานวัตถุโบราณที่โรงแรมดัง

ถูกแล้ว มันเป็นภาพจากกล้องวงจรที่ทั้งสองคนเข้าไปติดมาเมื่อวันก่อน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แสดงสัญญาณระบุที่ตั้งของวัตถุโบราณทุกชิ้นที่มีมูลค่าสูงภายในงาน แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ว่าเขาทั้งสองคนได้ทำอะไรกับวัตถุเก่าแก่พวกนั้นบ้าง

 การวางแผนก่อนลงมือเป็นไปอย่างเรียบง่าย หลังจากที่ตกลงกันแล้วว่าจะเอาเครื่องมือเล็กจิ๋วไปติดเอาไว้ พองานประมูลเสร็จสิ้นของทุกชิ้นก็จะค่อยๆ ถูกลำเลียงและนำส่งให้กับผู้ประมูลได้ในมูลค่าที่สูงที่สุด ถึงตอนนั้นค่อยเข้าไปถอดอุปกรณ์ออกก็ยังไม่สาย

แล้วโชคก็เข้าข้างเมื่ออะไรบางอย่างดลใจผู้จัดงานให้อนุญาตเขาทั้งสองคนเข้าไปยังห้องเก็บวัตถุโบราณอีกสี่ชิ้นที่มีเพียงไม่กี่คนจะได้เห็น บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าห้องเก็บวัตถุโบราณผนังสีน้ำตาลเข้มปิดบังประตูอยู่ทำให้บุคคลภายนอกไม่ทราบว่ามีห้องเก็บวัตถุโบราณอื่นๆ นอกเหนือจากที่มีอยู่ในโซนจัดแสดง และที่หน้าห้องมีระบบล็อครหัสด้วยการแสกนลายนิ้วมือของหวง ซู่หมิน เมื่อประตูเปิดออกด้านในห้องก็ปรากฏแก่สายตาทั้งสามคู่

ห้องสี่เหลี่ยมถูกบุด้วยกำมะหยี่สีดำประดับด้วยไฟสีส้มนวลทั้งห้อง มีโต๊ะไม้สักรูปทรงกระบอกสีเข้มตั้งอยู่สี่ตำแหน่งราวกับเสาสี่มุม ซึ่งบนโต๊ะแต่ละตัวก็มีวัตถุโบราณที่เพิ่งถูกค้นพบตั้งอยู่ภายในตู้กระจกเล็กๆ อีกชั้น เพียงแค่มองด้วยตาเปล่าเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษทั้งสองก็รู้ทันทีว่าหากก้าวเข้าไปก่อนเจ้าของงาน อาจจะเกิดอันตรายต่อตัวเองได้ แล้วก็จริงดังคาดเมื่อเห็นว่าหวง ซู่หมินกดอะไรบางอย่างจากรีโมทเล็กๆ ในกระเป๋าเสื้อสูทด้านในที่ตนสวมอยู่ ไฟที่เคยเป็นสีส้มก็กลับสว่างขึ้นอีกระดับ

ความเย็นยะเยือกปะทะผิวที่โผล่พ้นอาภรณ์ที่สวมใส่ ร่างสูงมองสำรวจรอบห้องอย่างพินิจพลางเดินตามผู้จัดงานวัยกลางคนหน้าตาใจดีไปยังโต๊ะแสดงวัตถุโบราณแต่ละตัว ซึ่งหวง ซู่หมินก็เว้นช่วงให้ผู้ช่วยต่างชาติที่ตนติดต่อมาตรวจดูความเรียบร้อยของชิ้นงานพร้อมทั้งด้านความปลอดภัยที่คอยอธิบายเป็นระยะ อี้ป๋อพยักหน้ารับรู้ระหว่างการสนทนาผิดกับอวี๋ปินที่พยายามหาวิธีติดอุปกรณ์ที่พกมาเข้ากับวัตถุแต่ละชิ้น แต่แล้วจู่ๆ ร่างสูงก็ชะงักขณะที่กำลังดูภาพแกะสลักสมัยราชวงศ์หมิงจนคนที่ยืนข้างๆ ทั้งสองจับอาการได้

“มีอะไรหรือเปล่าคุณเควิน?”

“อ่า เปล่าครับ” อี้ป๋อเลือกที่จะปฏิเสธ ทั้งที่ความจริงแล้วเหมือนเขาจะรู้สึกได้ว่ามีใครกำลังจ้องอยู่เบื้องหลัง และโอกาสที่เขาจะคิดไปเองนั้นเปอร์เซ็นแทบจะเป็นศูนย์ เพราะการฝึกฝนก่อนเข้ารับหน้าที่มันค่อยๆ ขัดเกลาให้เขารู้สัญชาตญาณของตัวเอง

ระหว่างที่หวงซู่หมินเดินไปอีกด้านของห้อง ซึ่งเป็นตำแหน่งใกล้กับที่ตั้งของวัตถุโบราณอีกชิ้น อี้ป๋อและอวี๋ปินหันมองตามไปก่อนที่ทั้งสองจะเอ่ยออกมาพร้อมกัน

“ตรงนั้น..” เจ้าหน้าที่ที่แฝงตัวมาทั้งสองมองหน้ากันด้วยความสงสัยในสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างก็เอ่ยออกมา แต่อี้ป๋อเลือกที่จะดันหลังเพื่อนให้ตามเจ้าของงานไปด้วยเพราะคิดว่าอวี๋ปินคงจะรู้แล้วว่าควรติดอุปกรณ์สอดแนมเอาไว้ตรงไหน ขณะที่ตัวอี้ป๋อเอาแต่จ้องไปที่วัตถุโบราณที่อยู่ฝั่งตรงข้ามราวกับกำลังจับผิดคนร้าย แผ่นป้ายสีทองที่ตั้งอยู่ด้านหน้าตู้กระจกเล็กๆ มีตัวอักษรสีแดงเข้มพิมพ์ไว้อย่างวิจิตร

ตุ๊กตาบ่าวสาวโบราณ

 

 

นอกจากเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลภายในงานไม่กี่คนแล้ว อี้ป๋อก็ไม่เคยเห็นคนแปลกหน้าปรากฏบนจอแสดงผล ร่างสูงหัวเราะหึให้กับตัวเองที่ต้องมานั่งเฝ้ามอง รอให้คนร้ายเคลื่อนไหว ผิดกับการทำงานที่เขาเคยทำ เพียงได้รับคำสั่งปฏิบัติการเมื่อไหร่คือบุกเข้าจัดการเป้าหมายทันที ความอ่อนล้าของดวงตากำลังบังคับให้เปลือกตาค่อยๆ ปิดลงถึงแม้จะอัดกาแฟเข้าไปกว่าสองแก้ว แต่ก่อนที่จะทันได้หลับตาลงสมใจ ภาพในจอแสดงผลเล็กๆ ที่อยู่บนคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งก็ทำให้อี้ป๋อต้องยันตัวขึ้นนั่งหลังตรงขยี้ตาแล้วเพ่งมองให้ชัดๆ

“จื่อเจิน?!” เสียงทุ้มอุทานพร้อมกับเลื่อนมือไปยังปุ่มเปิดรับเสียงและปรับองศากล้องตามร่างโปร่งคุ้นตา กล้องทุกตัวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่มีขาดตกบกพร่อง เสียงจากไมโครโฟนที่ติดอยู่กับตัวกล้องส่งสัญญาณเสียงเข้ามายังหูฟังที่อี้ป๋อสวมอยู่

“สวัสดีครับ ว่าที่ดร.เซียวจ้าน” น้ำเสียงที่คุ้นเคยเป็นฝ่ายทักทายก่อนพร้อมกับที่ภาพบนคอมพิวเตอร์มีชายร่างสมส่วนโผล่เข้ามาต้อนรับ

“สวัสดีครับ คุณหวง ซู่หมิน เรียกผมว่าเซียวจ้านเฉยๆ ก็ได้ครับ” ร่างโปร่งตอบด้วยรอยยิ้มสดใส ท่าทางดูกะตือรือร้นกับใบหน้าได้รูปนั้นทำให้อี้ป๋อมองไม่วางตา

แล้วคนทั้งสองก็หายออกไปจากรัศมีของกล้อง ร่างสูงที่นั่งอยู่หน้าจอเรืองแสงหลายตัวสบถออกมาคำหนึ่งก่อนจะไล่สายตามองคอมพิวเตอร์ทุกตัวเพื่อดูว่าคนทั้งสองกำลังจะไปที่ไหน แล้วก็เป็นดังคาด

คนทั้งสองก็ไปปรากฏอยู่บนรัศมีของกล้องตัวที่ติดอยู่ภายในห้องเก็บวัตถุโบราณสี่ชิ้นที่อวี๋ปินแอบติดเอาไว้ มุมที่สายตาคมมองอยู่นั้นเป็นมุมกว้าง สามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งห้องอย่างชัดเจน

เจ้าหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษเฝ้าติดตามดูผู้มาใหม่โดยไม่ให้คลาดสายตา ความง่วงที่มีเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้งเพราะคนที่ปรากฎบนจอภาพจากกล้องสอดแนมขนาดจิ๋ว ร่างสูงมองพินิจอย่างตั้งใจก่อนจะเกิดรอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้าหล่อโดยไม่รู้ตัว บทสนทนาของคนสองคนในห้องนั้นไร้เสียงทำให้เขาหงุดหงิดนิดหน่อย นึกก่นด่าเพื่อนในใจว่าทำไมไม่ติดไมโครโฟนในห้องนี้ด้วย แต่แล้วความคิดนั้นก็เป็นอันต้องหยุดลง เมื่อจู่ๆ ภาพที่เขาควรจะเห็นกลับมืดสนิท อี้ป๋อขมวดคิ้วก่อนจะลุกขึ้นดูสายนับสิบที่ต่อเป็นแผงอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่ว่าจะจัดการมันเท่าไหร่ ภาพมันก็ไม่มา ดวงตาคมมองไปยังจอคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นแล้วก็เอะใจเพราะกล้องวงจรตัวอื่นๆ กำลังทำหน้าที่ของมันตามปกติ

“ชิบ!” สบถด้วยความหงุดหงิดที่เพิ่มขึ้นก่อนจะคว้าเสื้อแจ็คเก็ตหนังที่พาดอยู่บนหนักพิงเก้าอี้ขึ้นพาดบ่า หยิบหมวกแก็ปสีดำสนิทขึ้นสวม แล้วตรงเข้าไปยังห้องเก็บอาวุธที่ตนเป็นคนจัดไว้ มือใหญ่หยิบปืนลูกโม่วินกันสีดำขนาดเหมาะมือเหน็บเอวตามด้วยอุปกรณ์ติดต่อและช่วยเหลือยามฉุกเฉินอีกไม่กี่ชิ้นแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องนอนของอวี๋ปิน

ประตูห้องเปิดผลัวะโดยไม่ได้มีการส่งสัญญาณขออนุญาตเจ้าของ แต่ภายในห้องกลับว่างเปล่า ไม่มีร่างหนาของเพื่อนคู่หูที่ควรจะอยู่ อี้ป๋อไม่รีรออีกต่อไป ถลันออกจากห้องพักเพื่อไปให้ถึงจุดหมายโดยเร็วที่สุด

 

BLIND BRIDE DOLL

 

 ย้อนกลับไปเมื่อ 15 นาทีก่อน

เมื่อถึงโรงแรมตามที่นัดไว้เซียวจ้านก็ตรงไปยังชั้นที่ได้รับแจ้งมาทางอีเมล เพียงไม่นานก็ถึงชั้นที่ต้องการ บุคคลที่ต้องการพบออกมาต้อนรับอย่างยินดี

“สวัสดีครับ ว่าที่ ดร.เซียวจ้าน”

“สวัสดีครับ คุณหวง ซู่หมิน เรียกผมว่าเซียวจ้านเฉยๆ ก็ได้” ร่างโปร่งตอบพร้อมกับโค้งให้ด้วยความเคารพ

“ครับ ผมยินดีมากที่คุณมา และคงจะช่วยเราได้ไม่มากก็น้อย ตามผมมาเลยครับ” เอ่ยก่อนที่เจ้าของงานจะเดินนำไปยังห้องที่อยู่ด้านในอีกชั้น เซียวจ้านเดินตามไปเงียบๆ โดยไม่ได้ไต่ถามอะไรจนเมื่อถึงที่หมายกลับหายใจไม่ทั่วท้อง คำพูดของจั๋วเฉิงยังคงดังก้องอยู่ในหัว

อันที่จริงเขาไม่ได้อยากจะขัดคำขอร้องของเพื่อน แต่นี่มันก็คืองานจะให้ปฏิเสธก็ใช่เรื่อง

เมื่อประตูห้องถูกเปิดออกด้วยระบบป้องกัน หวง ซู่หมินก็เดินนำร่างโปร่งเข้าไปในห้องพลางปลดระบบรักษาความปลอดภัยบางอย่างเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อแขกผู้มาชม

“เชิญคุณเซียวจ้านชมตามสบายนะครับ มีอะไรถามผมได้ อีกครู่หนึ่งท่านอื่นๆ ก็คงจะมาเหมือนกัน” ร่างโปร่งคิดว่าคุณหวง ซู่หมินคงจะหมายถึงผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นๆ ที่กำลังเดินทางมาเพื่อชมวัตถุโบราณก่อนวันจริงแบบเขาจึงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม แล้วกวาดตามองทั่วทั้งห้องด้วยความตื่นเต้นปนกังวลแปลกๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยไปชมวัตถุโบราณตามพิพิธภัณฑ์หรืองานต่างๆ แต่ครั้งนี้เซียวจ้านรู้สึกว่ามันไม่เหมือนครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมาเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นรวมถึงคำพูดของเพื่อน ทำให้เขาอดกังวลไม่ได้

“ขวดยานี่..” ขาเรียวก้าวไปหยุดอยู่ที่โต๊ะตัวแรกที่มีวัตถุโบราณขนาดเล็กวางอยู่ในตู้กระจกใสแล้วเอ่ยต่อ “ขุดเจอที่ไหนเหรอครับ?”

“เจ้าหน้าที่ของเราขุดเจอที่กว่างโจวครับ อย่างที่รู้กันว่าเมืองนี้มีชื่อเสียงด้านอุตสาหกรรมหยก แล้วจากอายุของหยกจึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นช่วงสมัยจักรพรรดิฉิน อาจถวายเป็นเครื่องราชบรรณาการเพราะมีชื่อสลักอยู่ด้วย” ดวงตาสองคู่มองสิ่งที่ถูกเอ่ยถึงอย่างวิเคราะห์ หยกแก้วใสแต่มีลวดลายสลักแปลกตา เซียวจ้านมองพิเคราะห์อย่างตั้งใจพร้อมปรากฎรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ

ทั้งสองคนเดินชมวัตถุภายในห้องด้วยความเพลิดเพลิน อีกคนหนึ่งต้องการหาความรู้เพิ่มเติม ในขณะที่อีกคนก็เป็นดังอาจารย์ผู้ให้ความรู้เช่นกัน จนกระทั่งเคลื่อนตัวมาถึงวัตถุโบราณชิ้นสุดท้าย เซียวจ้านเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตนถึงรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นวัตถุโบราณชิ้นนี้ เสียงหัวใจเต้นตึกตักดังทะลุออกมาจากอกท่ามกลางความเงียบภายในห้องสี่เหลี่ยมจนเจ้าตัวได้ยิน

“ชิ้นนี้มีจุดเด่นคือทำจากทองคำแท้ด้วยฝีมือช่างสมัยก่อน” หวง ซู่หมินพูดก่อนที่จะเดินนำไปยังตู้ใสที่ภายในมีตุ๊กตาความสูงขนาดเกือบฟุตสองตัวตั้งอยู่ติดกัน ถึงแม้จะมีคราบเปรอเหื้อนไปบ้าง แต่ก็ยังมองเห็นได้ชัดว่าอาภรณ์ที่สวมเป็นชุดสีแดงสดประดับด้วยลวดลายไข่มุกวิจิตรราวกับชุดแต่งงานจริง ยิ่งทำให้เซียวจ้านต้องขยับเข้าไปพินิจใกล้ๆ  แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากถามอะไร อีกฝ่ายก็ชิงตอบขึ้นมาซะก่อน

“ถ้าเป็นสถานที่ค้นพบ ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่เองครับ อยู่ในหางโจวนี่ล่ะ เจอด้วยความบังเอิญน่ะครับ”

“หืม? บังเอิญเหรอ?” ดวงตากลมละจากตุ๊กตามาจับที่ผู้พูดอย่างอยากรู้

“ครับ จากคำบอกเล่า ด้วยทางรัฐบาลต้องการขยายเส้นทางเข้าไปยังเขตตอนบน ตอนที่กำลังเริ่มเคลียร์พื้นที่ดินตรงนั้นก็มีคนงานมาแจ้งว่าเจอของแปลกๆ ทำให้ต้องหยุดการเคลียร์พื้นที่เอาไว้ก่อน” หวง ซู่หมินเว้นไปสักพัก เหลือบมองสิ่งที่อยู่ในตู้แล้วมองกลับมาที่ร่างโปร่งที่รอฟังอยู่ ก่อนจะเอ่ย  

“ปกติแล้วตุ๊กตาในสมัยก่อนจะแกะสลักหินหรือใช้ไม้แกะเป็นรูปร่าง...แต่ตุ๊กตาบ่าวสาวคู่นี้แกะจากทองคำก้อนทั้งสองตัว มีคราบดินและหินเกาะอยู่บ้างตามอายุที่น่าจะหลายศตวรรษและแหล่งที่พบ ผ้าที่ใช้ทำเครื่องแต่งกายใช้เนื้อผ้าชั้นดีทีเดียวสำหรับคนในสมัยนั้น คาดว่าน่าจะเป็นที่ระลึกในงานแต่งของขุนนางหรือราชวงศ์ แต่เราเองก็ยังไม่ได้ระบุอายุที่แน่นอน”

คำอธิบายที่ได้ฟังจากปากผู้จัดงานทำให้เซียวจ้านตาเป็นประกายแล้วก็ต้องแปลกใจอีกครั้งกับคำบอกเล่าที่อีกคนเอ่ยต่อ

“อันที่จริงที่ด้านหลังตุ๊กตายังมีบางอย่างด้วย คุณเซียวจ้านลองดูสิครับ” พูดพร้อมกับเดินอ้อมไปยังด้านหลังแล้วชี้ให้ดูบนฐานด้านหลังของตุ๊กตาเจ้าบ่าวและตุ๊กตาเจ้าสาวที่มีลวดลายสีทองลางเลือน

 …หวัง เจิ้นฮว๋า

มู่หรง จื่อเจิน

 

เสียงที่ถูกเปล่งออกมานั้นเบาจนตัวเองแทบจะไม่ได้ยิน เซียวจ้านเดินวนกลับไปที่ด้านหน้าอีกครั้งพร้อมนึกถึงประวัติศาสตร์จีนที่อาจเกี่ยวข้องหรือมีชื่อทั้งสองนี้อยู่ แต่ก็คิดไม่ออก ดวงตาเรียวพยายามเก็บรายละเอียดให้ได้มากในที่สุด ในเมื่อถ่ายรูปไม่ได้ก็ต้องใช้สมองและประสาทตาในการจดจำพลางนึกโทษเพื่อนที่เผารูปใบนั้นทิ้งไป

แต่แล้วเหมือนว่าสายตาจะไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างบนใบหน้าเล็กๆ ในตู้ ร่างโปร่งเลื่อนหน้าเข้าไปจ้องใกล้ๆ จนจมูกแทบจะชนกับกระจกใส แล้วจึงสังเกตได้ชัดว่าลูกแก้วสีดำสนิทที่ประกอบเป็นดวงตานั่น...ราวกับเอาลูกตาของคนจริงๆ ใส่เข้าไป

 ฉับพลันไฟทั้งห้องก็ดับพรึ่บ!

 “คุณเซียวจ้าน!” หวง ซู่หมินร้องเรียกภายในความมืด เจ้าของชื่อขานรับออกไปให้รู้ว่าตนปลอดภัย

“ครับ ผมอยู่นี่ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”

“ผมก็ไม่แน่ใจ เครื่องจ่ายไฟแยกอาจมีปัญหา ผมจะออกไปตามคนมาดูก่อน คุณเซียวจ้านรออยู่ที่นี่อย่าไปไหนนะครับ” ผู้จัดงานบอกก่อนจะล้วงหยิบมือถือในกระเป๋ากางเกงออกมาเพื่อให้แสงสว่าง แล้วจึงเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ร่างโปร่งยืนคว้างอยู่ในห้องเก็บวัตถุโบราณเพียงลำพัง... เซียวจ้านหลับตาลงช้าๆ มือเล็กกระชับสายกระเป๋าแน่นก่อนจะค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น ทำให้เริ่มมองเห็นในที่มืดได้ลางๆ ด้านหน้าของเขายังคงเป็นที่เดิมที่ยืนอยู่เมื่อครู่ก่อนไฟจะดับ ร่างโปร่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าพยายามควานหาเครื่องมือสื่อสารของตัวเอง แต่กลับไม่เจอ

ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าลืมเอาไว้ที่โซฟาในบ้าน เซียวจ้านนึกโมโหตัวเองที่รีบออกมาจนลืมของสำคัญ กำลังจะทำโทษตัวเองด้วยการเขกหัวสักทีสองทีแต่มือก็ดันไปกระทบกับอะไรบางอย่าง... กล้องดิจิตอลที่ห้อยคอเอาไว้คงจะมีประโยชน์ขึ้นมาบ้าง คิดได้ดังนั้นก็หยิบกล้องขึ้นมาเปิด แสงไฟเพียงนิดจากหน้าจอขนาดเล็กภายในห้องมืดสนิทค่อยๆ สร้างความมั่นใจให้กับคนที่อยู่เพียงลำพัง เซียวจ้านยิ้มให้กำลังใจตัวเองพลางคิดในแง่ดีว่าอีกเดี๋ยวคุณหวง ซู่หมินคงจะกลับมา จึงกดเลื่อนดูรูปในกล้องเล่นฆ่าเวลา แต่ท่ามกลางความมืดมิดนิ้วเจ้ากรรมดันกดผิดปุ่ม แสงแฟลชสว่างวาบขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะดับไป ภาพพรีวิวในกล้องดิจิตอลที่โชว์ขึ้นมาอัตโนมัติทำเอาเซียวจ้านชะงักกึก รู้สึกเย็นวาบตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

 มีใครอีกคนอยู่ในห้องนี้นอกจากเขา!

ยังไม่ทันจะได้ไหวตัวใดๆ ร่างโปร่งก็หายใจไม่ออกราวกับถูกมือล่องหนบีบแน่นรอบลำคอ เสียงที่ร้องออกไปด้วยความทรมานมีเพียงแค่ลมเบาหวีดหวิว แขนขาเริ่มอ่อนแรงลงทุกทีๆ จนต้องล้มลงกับพื้นพรมหนานุ่ม หากแต่สมองกลับไม่มีเวลาจะคิดถึงเรื่องอะไรทั้งสิ้น มีเพียงแค่เสียงเตือนจากเพื่อนรักแว่วเข้ามาในโสตประสาทอันริบหรี่

 

หรือนี่จะเป็นสิ่งที่จั๋วเฉิงได้เตือนไว้...

 

BLIND BRIDE DOLL



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #57 110911 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 04:08
    ทำไมถึงได้เกิดแต่เรื่องอยู่กับเสี่ยวลู่คนเดียววว อาคาดแค้นอะไรหนักหนาาา
    คือแบบ อ่านไปก็กลัว อ่านไปก็หลอน~~
    มาคิดๆดูแล้วเนี่ยย ในหนึ่งวัน ในวันเดียว เสี่ยวลู่มีแต่เรื่องตลอดด เช้า บ่าย เย็น 

    อิพี่คริสคะ พกปืนไปเพื่ออะไรคะ มันไม่มีประโยชน์หรอก-__-

    #57
    0
  2. #43 babypai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 20:01
    ;______; แงงงงทเรากลัวจริงนะเฟ้ยยยย
    #43
    0
  3. #39 Aluhan^_^ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 17:35
    ทำไมถึงเอาแต่ทำร้ายเสี่ยวลู่อ่ะ
    #39
    0
  4. #37 BRAINWORM♥ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 / 23:25
    มาเร็วดิพี่คริสสสส อิผีแกล้งพี่ลู่ใช่มั้ยย
    #37
    0
  5. #36 BRAINWORM♥ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 16:01
    มังกรกับกวางน่าจะเป็นพี่คริสกับลู่หานเนอะ พี่คริสมาเร็วๆน้าาา ไฟดับไม่ใช่ว่าเพราะผีเสี่ยวลู่นั่นอีกนะ หุหุ
    #36
    0
  6. #35 Aluhan^_^ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 09:52
    คือมันหลอนจริงๆๆอ่ะถ้าอ่านตอนกลางคืนแล้วนอนคนเดียวนี่ไม่ไหวเลยกลัว  5555
    จะเกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวลู่อีกไหมเนี่ย
    #35
    0
  7. #34 luhan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2556 / 19:07
    รู้สึกเริ่มขนลุกแปลกๆ
    #34
    0
  8. #33 CHANNii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 20:47
    ค้างๆๆๆๆๆ แอบน่ากลัวจริงๆ >{}<
    #33
    0
  9. #31 Aluhan^_^ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 17:51
    อะไรอ่ะภาพตุ๊กตามีชีวิตหรือว่าเสี่ยวลู่  รอน้า
    #31
    0
  10. #29 Aluhan^_^ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 09:59
    รออยู่น้าาาา
    #29
    0