BLIND BRIDE DOLL ตุ๊กตาเจ้าสาว | ป๋อจ้าน

ตอนที่ 4 : BLIND BRIDE DOLL#3 แทรกแซง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    18 ส.ค. 63



Chapter 3

 



ร่างทั้งร่างผวาเฮือกจากอาการไม่ได้สติเมื่อครู่ ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้าขาวซีด เซียวจ้านยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อก่อนมองไปบนเพดานห้องฝ่าความมืด ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่..

จู่ๆ เซียวจ้านก็รู้สึกยวบยาบบริเวณต้นขา พลันก็หวนคิดไปถึงสิ่งที่ตนเพิ่งฝันถึงเมื่อกี้ ลำตัวบางสั่นเทาขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ดวงตาคู่สวยหลับปี๋ความกลัวแล่นขึ้นมาจับอยู่ที่ขั้วหัวใจ

“เมี้ยว” เสียงสัตว์เลี้ยงที่คุ้นเคยร้องอยู่ใกล้ๆ เรียกให้เจ้าของต้องลืมตาขึ้นมอง ก็พบว่าเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวอ้วนกำลังย่ำขึ้นมาบนหน้าท้องของเขา ร่างโปร่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะยันกายลุกขึ้นนั่ง ยังไม่ทันคิดว่าจะทำอะไรต่อไป เครื่องมือสื่อสารบางๆ ก็แผดเสียงท่ามกลางความเงียบ ร่างโปร่งคว้ามันขึ้นมากดรับสายไม่รอช้า

เตรียมตัวให้เรียบร้อย เดี๋ยวไปรับ’ ปลายสายบอกจุดประสงค์ทันที

“รับไปไหน?”

ไปหากิน แค่นี้ก่อนนะ อีกสิบนาทีถึง’ พูดจบก็วางสายใส่ เซียวจ้านมองนาฬิกาบนจอมือถือก็ยกฝ่ามือขึ้นตบหน้าผากตัวเองพลางบ่น

“จะทุ่มนึงแล้ว หลับไปได้ไงวะเนี่ย”

“เมี้ยววว” เจ้าแมวขนปุยยกขาหน้าทั้งสองขึ้นวางบนหน้าตักเจ้าของอย่างเรียกร้องความสนใจ แล้วก็ได้ผล ร่างโปร่งหลับตาตั้งสติสักพัก สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วลืมตาขึ้นพูดกับสัตว์เลี้ยง

“โอเคๆ จะไปหาอะไรให้กินเดี๋ยวนี้ล่ะ” พูดจบก็ช้อนแมวตัวอ้วนขึ้นอุ้มแล้วพาเดินลงไปยังชั้นล่าง ระหว่างทางมือบางก็กดเปิดสวิตช์ไฟให้สว่างไสวทั่วทั้งบ้าน ปกติเขาไม่ใช่คนที่ขี้กลัว เพราะอยู่ตัวคนเดียวมาตั้งแต่เด็กๆ แต่เพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เขาเริ่มรู้สึกไม่ไว้วางใจ รวมถึงกลัวความมืด...กลัวว่าจะมีอะไรแอบแฝงมากับมัน

เมื่อให้อาหารแมวเสร็จแล้วร่างโปร่งก็เข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา ภาพใบหน้าของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาทำให้หวนคิดไปถึงคนในฝันคนนั้น

เธอคือใคร...

เกิดอะไรขึ้น....

มันเป็นเพียงแค่ฝันที่ไร้สาระ... หรือจะเป็นฝันบอกเหตุอะไร

เซียวจ้านสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน อาจจะเป็นเพราะเขาเป็นลูกคนจีน เมื่อฝันไม่ดีก็ทำให้อดคิดไปถึงเรื่องของโชคลางไม่ได้ ยอมรับเลยว่าเขารู้สึกแย่มากแล้วก็ไม่พร้อมที่จะอยู่ตัวคนเดียว ณ เวลานี้ด้วย

“เซียวจ้าน”

“อาเฉิง!”

“โอ้โห เรียกเหมือนดีใจที่ได้เจอฉันแบบนี้ น่าปลื้มจริงๆ” เจ้าของชื่อพูดอย่างอารมณ์ดีผิดกับอีกคนที่สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลจนปิดไม่มิด ไม่ต่อล้อต่อเถียงกับเขาเหมือนอย่างที่เคยจนจั๋วเฉิงต้องทัก

“เป็นอะไร?”

“อือ..”

“ไปๆ ไปขึ้นรถ มีอะไรไปเล่าที่ร้านข้าวแล้วกัน” จั๋วเฉิงดันหลังเพื่อนตรงไปขึ้นรถทันที ดูจากสภาพของเพื่อนตัวเองแล้วก็เริ่มจะรู้อยู่ว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล

หลังจากที่ได้ฟังคำจากปากเซียวจ้าน ความสามารถที่จั๋วเฉิงร่ำเรียนมาก็ถูกงัดออกมาใช้ประมวลผล

“ฉันว่า..บ้านนายอาจจะผิดฮวงจุ้ย” ตอบพลางยกตะเกียบคีบอาหารเข้าปากพลาง

“ป๊ากับม๊าก็อยู่กันมาเป็นสิบๆ ปี ไม่เห็นจะเกิดอะไรขึ้น” เซียวจ้านนั่งมองเพื่อนกินอย่างเอร็ดอร่อยโดยที่ตัวเองไม่แตะสักนิด ยอมรับเลยว่าเขาไม่มีอารมณ์จะกินจริงๆ ภาพในฝันมันติดตาจนยากจะลบออก แค่หลับตาเขายังไม่อยากจะทำเลย

“งั้นมีอีกอย่างหนึ่ง” ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์เอ่ย แล้วก็จัดการคีบเป็ดย่างใส่จานเพื่อนรักก่อนจะพูดต่อ “ไปทำบุญ ที่วัดเทียน....”

“จั๋วเฉิง” เซียวจ้านตัดบทด้วยการเรียกชื่อจริงของเพื่อนด้วยใบหน้าจริงจัง เขาไม่ได้ต้องการฟังเรื่องล้อเล่น แล้วจั๋วเฉิงก็รู้ดี หากเซียวจ้านเรียกเขาแบบนี้แล้วแสดงว่าเพื่อนเขากำลังรู้สึกแย่

“เอ้า นี่พูดจริงๆ ฉันมองหน้านายก็รู้แล้วว่าดวงนายไม่ค่อยดี” ร่างโปร่งถอนหายใจ ลองถ้าจั๋วเฉิงพูดออกมาแบบนี้ก็จำเป็นต้องเชื่อ

“แล้วถ้าฉันไม่เชื่อนาย?”

“ไม่มีทาง นี่ใครเซียวจ้าน?” จั๋วเฉิงยกนิ้วชี้เข้าหาตัวเองพลางเลิกคิ้วถาม แต่ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะตอบ ก็ชิงตอบซะเองอย่างภาคภูมิใจ “นี่ วัง จั๋วเฉิง ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งการพยากรณ์จีนที่โด่งดังที่สุดในปีนี้”

“เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ฉันจะไปวัดที่นายบอก แต่มีข้อแม้...”

?”

“นายต้องเก็บข้าวของมานอนเป็นเพื่อนฉันที่บ้าน”

“เซียวจ้าน นายกำลังนอกเรื่อง” มือที่จับตะเกียบอยู่วางลง

“ไม่ได้นอกเรื่อง แต่ฉันกลัวจริงๆ” ร่างโปร่งมองเพื่อนอย่างอ้อนวอน ตากลมราวกับดวงตาของกวางกำลังสร้างม่านน้ำตาบางๆ แต่ยังไม่ทันที่มันจะไหลออกมาจั๋วเฉิงก็เอ่ยอย่างยอมแพ้

“ก็ได้ ฉันจะไปอยู่เป็นเพื่อนนาย” ทันทีที่ได้ฟัง รอยยิ้มสดใสก็ถูกวาดบนใบหน้าหวาน ทำให้อีกคนพลอยยิ้มตามไปด้วย

 

BLIND BRIDE DOLL

                                                                        

  “ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่างานประมูลวัตถุโบราณจัดที่ชั้นไหนครับ?” สำเนียงภาษาอังกฤษที่ดังอยู่หน้าเค้าน์เตอร์แผนกรีเซปชั่นทำให้พนักงานสาวสวยยิ้มต้อนรับอย่างมีมารยาทก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยภาษาเดียวกัน

“งานจัดที่ชั้น 49 ค่ะ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงเตรียมงาน”

“ผมเควิน ได้รับเชิญให้มาช่วยตรวจดูความเรียบร้อยของงาน รบกวนคุณช่วยติดต่อกับผู้จัดงานให้หน่อยได้ไหมครับ” ไม่พูดเปล่าแต่ดวงตาคมเข้มยังส่งสายตาระยิบระยับราวกับหนุ่มเจ้าเสน่ห์ให้กับพนักงานสาว แล้วมีหรือที่เจ้าหล่อนจะกล้าปฏิเสธ

“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” หญิงสาวตอบด้วยรอยยิ้มทั้งที่แก้มเจือแต้มด้วยสีชมพูจางๆ ก่อนจะยกหูโทรศัพท์ต่อสายขึ้นไปยังห้องจัดงาน เมื่อมีคนรับสายพนักงานคนสวยก็พูดอะไรกับปลายสายสักพัก ก่อนจะหันกลับมาบอกชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งเจ้าของผมสีทองสว่าง

“คุณหวง ซู่หมินกำลังรอคุณอยู่ค่ะ เชิญทางด้านนู้นเลยนะคะ” พูดพลางผายมือไปทางลิฟต์ที่อยู่อีกด้านของแผนก ร่างสูงพยักหน้าพร้อมเอ่ยขอบคุณก่อนจะตรงไปขึ้นลิฟต์ หารู้ไม่ว่าเมื่อพ้นจากสายตาหญิงสาวมาแล้วร่างสูงก็ยกยิ้มอย่างพอใจ ที่ด้านหน้ามีพนักงานชายในชุดเครื่องแบบพนักงานเต็มยศกดเปิดลิฟต์ให้อย่างสุภาพ ชายหนุ่มทำเพียงพยักหน้าให้ก่อนจะก้าวเข้าไปในตัวลิฟต์สี่เหลี่ยม แต่ก่อนที่ประตูจะเลื่อนปิดพนักงานที่อยู่หน้าลิฟต์เมื่อครู่ก็รีบแทรกกายเข้ามาทันที

“ทำไมช้านักวะ?”

ก็ต้องใช้เวลาผ่านด่านหน่อย” ร่างสูงตอบพลางจัดวิกปลอมที่สวมอยู่จากเงาสะท้อนของลิฟต์ ใบหน้าที่สะท้อนออกมาเป็นชายวัยกลางคนสองคนที่มีริ้วรอยสมวัย แน่นอนว่าอี้ป๋อและอวี๋ปินในขณะนี้ใช้วิธีอำพรางใบหน้าอย่างที่เคยชิน

“ด้วยการไปโปรยเสน่ห์ใส่สาวสวยคนนั้นน่ะเหรอ ฮ่าๆ” อวี๋ปินหัวเราะ มือหนาลูบเบาๆ บนหนวดสีเข้มที่ตนบรรจงแปะไว้ อย่างน้อยก็ไม่อยากให้ใครเห็นใบหน้าที่แท้จริงชัดๆ เพราะพวกเขาได้ชื่อว่าเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 

สามารถปฏิบัติการได้อย่างอิสระ ทุกอย่างไม่จำกัดวิธีการเพียงให้บรรลุเป้าหมาย ใครที่มีท่าทีที่จะเป็นอุปสรรคต่อภารกิจ กำจัดให้หมด 

แต่วันนี้ พวกเขาก็เพียงแค่ต้องการมาดูลาดเลาเพื่อพร้อมรับกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยผ่านการติดต่อลับๆ เพื่อให้ตนได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยในการติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นต่างๆ

“นิดหน่อยน่ะ ขึ้นไปถึงเมื่อไหร่ ตรวจสอบและติดตั้งให้ละเอียด”

“เออ”

ตัวเลขแสดงชั้นกำลังบ่งบอกว่าตัวลิฟต์กำลังเคลื่อนขึ้นด้วยความเร็วไม่น้อย ความเงียบเข้าปกคลุมด้านในสักพักอวี๋ปินก็ก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา

“มึงว่ามันจะมางานนี้เหรอวะอี้ป๋อ?”

ติ๊ง!

เสียงสัญญาณเตือนดังสั้นๆ เมื่อถึงชั้นเป้าหมาย ประตูโลหะสองบานค่อยๆ เลื่อนเปิดออก แสงไฟจากชั้น 49 สาดส่องเข้ามาในตู้สี่เหลี่ยมจนสว่างไสว

“กูว่ามันมาแน่”

อวี๋ปินหันไปยักไหล่ให้ก่อนที่คนทั้งคู่จะก้าวเข้าบริเวณที่จัดงานซึ่งมีคนอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดแต่งและตำแหน่งที่วางของสำคัญของงาน ยังไม่ทันจะได้เดินดูรอบๆ ก็มีผู้ชายรูปร่างภูมิฐานตรงเข้ามาทักทายคนที่ปลอมตัวเป็นชาวต่างชาติอย่างมีสัมพันธไมตรีที่ดี

“สวัสดีครับ คุณเควินใช่หรือเปล่า?”

“ครับ” ร่างสูงตอบรับเรียบๆ แต่สายตาภายใต้แว่นสีดำกำลังมองประเมินชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพียงไม่กี่วินาที

“ผม หวง ซู่หมิน ยินดีที่ได้ร่วมงานครับ” อี้ป๋อยื่นมือที่ใส่ถุงมือสีดำชนิดพิเศษไปจับมืออีกฝ่ายตามธรรมเนียม เมื่อทักทายแล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นคนที่มาด้วย “แล้วนี่..”

“ผมมาร์คัส” อวี๋ปินตอบพร้อมกับยื่นมือทักทายเช่นเดียวกับร่างสูง

“ถ้ายังไง เชิญดูบริเวณตามสบายก่อนนะครับ มีตรงไหนที่น่าจะต้องเปลี่ยนแปลงก็บอกพนักงานได้เลย เดี๋ยวผมไปดูด้านนู้นครู่หนึ่ง” หวง ซู่หมินพูดก่อนจะขอตัวแยกไปจัดการงานอีกด้าน

อี้ป๋อกับอวี๋ปินมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าเป็นสัญญาณที่รู้กันว่าควรจะเริ่มปฏิบัติการที่วางแผนไว้ได้แล้ว ทั้งสองเดินสำรวจแต่ละจุดของงาน ระหว่างนั้นก็แอบติดกล้องขนาดจิ๋วไว้ ในจุดลับตา และจุดที่สามารถเห็นวัตถุโบราณที่จะถูกนำขึ้นประมูลบนเวทีได้อย่างชัดเจน

หลังจากที่ผู้จัดงานปล่อยให้ชายชาวต่างชาติสองคนอยู่ในงานเพียงลำพัง ก็ต้องเข้าไปไถ่ถามตามหน้าที่ของเจ้าภาพ

“เป็นยังไงบ้างครับ เรียบร้อยดีไหม?”

“ครับ ด้านงานประมูลใช้ได้แล้ว เหลือแต่ด้านของวัตถุโบราณที่จะถูกนำขึ้นประมูลแล้วก็ส่วนที่เพิ่งถูกค้นพบ ผมยังไม่เห็น” ทันทีที่เอ่ยจบ หวง ซู่หมินก็หัวเราะก่อนจะเอ่ยไขข้อข้องใจ

“ต้องขอโทษจริงๆ ที่ส่วนนั้นไม่สามารถให้คนนอกเข้าชมตอนนี้ได้”

“อ่อ เหรอครับ”

“ดูพวกคุณจะเป็นกังวล...” เอ่ยเป็นเชิงถามพร้อมกับรอยยิ้มอารมณ์ดีบนใบหน้า

“อ้อ เปล่าหรอกครับ ผมแค่สงสัยว่าการรักษาความปลอดภัยเรียบร้อยแค่ไหน” อวี๋ปินเป็นฝ่ายตอบคำถามเอง และเมื่อเจ้าของงานรู้จุดประสงค์ก็พูดต่อ

“เพราะวัตถุแต่ละชิ้นในงานนี้มีมูลค่ามหาศาล ดังนั้นการรักษาความปลอดภัยจึงดีเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมาครับ” เมื่อได้ฟังดังนั้นร่างสูงก็เหลือบมองหน้าคู่หูอย่างรู้กันว่าภารกิจในคืนนี้คงจะต้องเสร็จสิ้นเพียงเท่านี้

“แต่ถ้าหากคุณเควินและคุณมาร์คัสต้องการจะตรวจสอบ ผมก็จะอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ”

 

BLIND BRIDE DOLL

 

วันที่ 10 กันยายน

หลังจากที่ผลัดเซียวจ้านไปวันหนึ่ง จั๋วเฉิงก็หาเวลาว่างจากงานพาเพื่อนไปวัดเทียนกงได้สำเร็จ บรรยากาศยามเช้าเต็มไปด้วยหมอกปกคลุม ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเกือบพันเมตรยิ่งส่งผลให้อากาศที่เย็นอยู่แล้วเย็นจัดจนร่างบางถึงกับสั่น

ภายในวัดจึงเงียบสงบ แม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ การทำบุญสะเดาะเคราะห์ในแบบจีนจึงทำได้โดยสะดวก เซียวจ้านทำตามที่เพื่อนบอกทุกขั้นตอน ขอพรให้ช่วยคุ้มครองให้รอดปลอดภัยจากสิ่งชั่วร้ายต่างๆ นานา และประสบผลสำเร็จด้านการงานและการวิจัย เมื่อเสร็จแล้วทั้งสองก็เดินชมสถาปัตยกรรมแบบโบราณที่ยังคงอยู่ถึงแม้ว่าวิหารบางส่วนจะเคยถูกทำลายโดยชาติตะวันตกเมื่อครั้งที่เข้ายึดหางโจว เมืองหลวงของเจ้อเจียง แต่ก็ถูกบูรณะใหม่จนถือเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะเจดีย์แปดเหลี่ยมสูงเสียดฟ้า

“ชอบล่ะสิ?”

“อื้ม ไม่ยักรู้ว่าในเจ้อเจียงจะมีที่แบบนี้ด้วย” เซียวจ้านหันไปตอบด้วยรอยยิ้ม รู้สึกสบายใจขึ้นกว่าเมื่อหลายวันก่อน จึงทำให้อดคิดไม่ได้ว่า การมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพรก็ช่วยให้มีที่ยึดเหนี่ยวทางใจได้

“ไม่บอกไม่รู้นะว่าที่นี่บ้านเกิดนาย” จั๋วเฉิงเอ่ยแซวพลอยทำให้ร่างโปร่งหัวเราะ จริงอยู่ที่เจ้อเจียงเป็นบ้านเกิดของเขา แต่ครอบครัวของเขาไม่ค่อยได้มีเวลาไปเที่ยวด้วยกันบ่อยนัก เพราะธุรกิจของครอบครัวที่ต้องดูแล รวมทั้งตัวเขาเองที่ไปเรียนต่างถิ่น

“แต่ฉันรู้สึกว่าฉันเคยมาที่นี่ครั้งนึง น่าจะเป็นตอนเด็กๆ” ร่างโปร่งบอกพร้อมกับยกกล้องถ่ายรูปที่พกติดตัวมาขึ้นถ่ายวิหารเก่าแก่ที่อยู่กลางน้ำ ซึ่งเมื่อมองจากมุมที่เขายืนอยู่สามารถเห็นทุกจุดได้อย่างชัดเจน

แต่ขณะที่กำลังรัวชัตเตอร์อยู่นั้น ภาพที่ปรากฏบนเลนส์กล้องก็ทำให้เซียวจ้านอุทานขึ้นอย่างตกใจ

“เฮ้ย” เสียงจากคนข้างๆ พลอยทำให้จั๋วเฉิงสะดุ้ง แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยถามอะไร ร่างโปร่งก็โยนกล้องมาให้เขาถือเอาไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งตรงไปยังวิหารกลางน้ำโดยไม่รอฟังคำจากปากเขา

“เซียวจ้านอย่าเข้าไป!!

เมื่อรู้ว่าเพื่อนไม่ทันได้ยินเป็นแน่ ไวเท่าความคิดจั๋วเฉิงก็รีบวิ่งตามไปทันที เขายังพอเห็นหลังร่างโปร่งอยู่ไม่ไกล แต่ก็เท่านั้น เพราะตอนนี้เซียวจ้านเข้าไปอยู่กลางวิหารเก่าแก่นั่นเรียบร้อยแล้ว

ร่างโปร่งหอบหายใจหนัก ใบหน้าขาวชะโงกมองลงไปผืนน้ำนิ่งสงบ ขาเรียวเตรียมปีนขึ้นไปบนราวที่ทำจากไม้สีเข้ม แต่ทว่าจั๋วเฉิงที่ตามไปถึงรีบเข้าไปกระชากตัวเพื่อนออกห่างจากตรงนั้นก่อนจะลากให้ออกมาจนพ้นเขตวิหารกลางน้ำอย่างไม่รอช้า

“ทำบ้าอะไรของนาย?!”

“ปล่อย ฉันจะลงไปช่วยเขา” คำที่ออกจากปากเล็กนั่นทำเอาจั๋วเฉิงถึงกับนิ่งไป คิ้วสวยเลิกขึ้นอย่างฉงนก่อนจะหัวเราะหึ

“จะลงไปช่วยเขา? ช่วยใครเซียวจ้าน?! นายจะลงไปตายสิไม่ว่า!!” มือสองข้างจับไหล่บางเขย่าเพื่อเรียกสติอีกคนให้กลับมา ถึงเขาจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เซียวจ้านเห็นคืออะไร แต่ที่รู้แน่ๆ คือมันต้องไม่ใช่สิ่งที่ดี

“จั๋วเฉิง นายไม่เห็นเหรอว่ามีคนถูกผลักตกลงไปในน้ำ” ร่างโปร่งบอกเล่าสิ่งที่เห็นทั้งใบหน้าซีดเผือด ทั้งตกใจที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทั้งเสียใจที่จั๋วเฉิงตวาดเขาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

“เซียวจ้านฟังฉัน..” เซียวจ้านจ้องดวงตาที่แสดงถึงความจริงจังของเพื่อน พร้อมกับรอฟัง “ฉันไม่เห็นอะไรทั้งนั้น แล้วก็ไม่มีใครอยู่ที่วิหารกลางน้ำนั่น”

“แต่..”

“ที่นั่นเป็นเขตหวงห้าม วิหารมันจะพังลงเมื่อไหร่ก็ได้” จั๋วเฉิงถอนหายใจก่อนจะพาร่างโปร่งกลับ แต่ก็ยังไม่วายหันหลังกลับไปมองยังจุดเกิดเหตุที่ว่างเปล่า ไร้สิ่งมีชีวิต ถึงอย่างนั้นในหัวก็ยังคงครุ่นคิดกับคำบอกเล่าจากปากเพื่อน มันชักจะไม่ชอบมาพากลซะแล้ว...เซียวจ้านเห็นในสิ่งที่เขาไม่เห็น แล้วจากสัญชาตญาณของเขา มันบ่งบอกได้อย่างดีเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องดีและเซียวจ้านอาจจะกำลังตกอยู่ในอันตราย!

 

เมื่อกลับถึงบ้านจั๋วเฉิงก็เข้าครัวจัดการเรื่องอาหารสำหรับมื้อเที่ยง ส่วนเซียวจ้านนั่งเล่นกับเสี่ยวจูอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก ในหัวก็นึกถึงตั้งแต่วันที่มาถึงที่นี่เขาก็ได้เจอกับอะไรแปลกๆ หลายอย่าง เป็นสิ่งที่ยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ แต่ถ้าจะให้ละเลยมันไปก็ไม่ใช่วิสัยของว่าที่ดร.ด้านโบราณคดีอย่างเซียวจ้าน ความช่างสังเกตและชอบที่จะวิเคราะห์จึงทำให้เขาตั้งข้อสงสัยอยู่ตลอดเวลาและต้องการจะค้นหาความเป็นไปจนกว่าจะค้นพบต้นเหตุที่แท้จริง เหมือนกับงานวิทยานิพนธ์ชิ้นสุดท้ายที่เขากำลังทำ

เมื่อคิดถึงจุดประสงค์ที่เขากลับมาที่เจ้อเจียงแล้วเจ้าตัวก็รีบวิ่งขึ้นชั้นบนยกเอาแล็บทอปพร้อมกับเอกสารในการทำงานลงมานั่งที่เดิม เจ้าแมวขนนุ่มนั่งมองเจ้านายของตัวเองด้วยความอยากรู้อยากเห็น เท้าเล็กข้างหนึ่งยกขึ้นเขี่ยกองกระดาษเล่นอย่างนึกสนุกจนเซียวจ้านต้องหันไปเอ็ดเบาๆ แต่เหมือนว่ามันจะไม่เชื่อฟังสักเท่าไหร่ ยังดุได้ไม่ทันขาดคำ กองกระดาษที่เคยเป็นระเบียบก็หล่นลงพื้น บางส่วนปลิวว่อนจนร่างโปร่งโวยวายลั่นพร้อมกับวิ่งตามเก็บเป็นพัลวัน ต่างกับตัวต้นเหตุที่กระโดดไล่งับแผ่นกระดาษด้วยความสนุกตามประสา เมื่อจัดการนำกระดาษกลับมากองรวมกันได้เหมือนเดิมแล้ว เซียวจ้านก็เตรียมจะหันไปจัดการกับสัตว์เลี้ยงของตนต่อ ดวงตากลมเห็นว่ามีกระดาษแผ่นไม่ใหญ่นักอยู่ในปากเสี่ยวจูจึงหยิบมันออกมา ซึ่งเจ้าแมวก็ยอมปล่อยแต่โดยดี

ภาพของตุ๊กตาบ่าวสาว วัตถุโบราณที่ทางสำนักงานโบราณคดีแนบมาให้ปรากฏแก่สายตาอีกครั้ง แต่คราวนี้ร่างโปร่งว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดหรือคิดไปเองแน่ๆ

“นี่เหรอวัตถุโบราณที่เพิ่งถูกพบไม่นานมานี้อ่ะ?” จั๋วเฉิงที่เดินเข้ามาพร้อมกับจานข้าวผัดจานโตเอ่ยถามก่อนจะวางจานข้าวลงบนโต๊ะแล้วฉวยรูปจากมือเล็กไปดูให้ชัดๆ มือบางพลิกดูรูปก่อนจะพลิกดูตัวอักษรที่เขียนด้านหลัง ปากอิ่มอ่านตามรอยปากกาที่เขียนบนนั้นช้าๆ

“ตุ๊กตาบ่าวสาวโบราณ...แล้วไหนล่ะ ตุ๊กตาเจ้าสาว?” เพื่อนสนิทหันมาถามพร้อมกับเลิกคิ้ว แต่คำตอบที่เซียวจ้านให้แก่จั๋วเฉิงกลับทำให้คนถามถึงกับผงะ

“เซียวจ้าน..?

                                

BLIND BRIDE DOLL



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #56 110911 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 04:08
    โว้ะ พี่ลู่แค่ฝัน แค่ฝันสินะ แค่ฝันใช่มั้ยยย หูยยย นั่งลุ้นอยู่ตั้งนาน 555
    แต่พอมาเจอตอนท้าย ก็เอิ่ม.. นี่คงจะไม่ใช่ฝันสินะ เรื่องจริงสินะ มีอี้ชิงเป็นพยานปากเอก ฮืออออ เสี่ยวลู่เป็นอะไรรร
    ตุ๊กตาเจ้าสาวมันหลอนดีแท้ ฮือออ ~T_T~

    อพคกับจื่อเทานี่ ได้โล่เลยนะคะ-__-
    #56
    0
  2. #42 babypai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 19:55
    โอ้ยตายเนื้อเรื่องสยองเเบบสนุกมากอะ แต่แบบกลัวผีวะ ฮรือออออออออออ ต้องอ่านต่อ สนุก
    #42
    0
  3. #27 iiB-beau (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 20:08
    อ๊ากกกก น่ากลัวแต่สนุกมากกกก -0- ผู้หญิงคนนั้นต้องการอะไรจากลู่อ่าาา งื้ออออออ ตื่นเต้นนนลุ้นสุดๆ
    #27
    0
  4. #26 ดันกันรอนป้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 18:56
    เอ๊ยค้างอีกล่ะ ๕๕๕๕ 



    จะเปิดเทมอแล้วเหมือนกันจะติดตามค่าา ?<
    #26
    0
  5. #24 Aluhan^_^ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 14:33
    ลุ้นอ่ะอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปรอน้าาา
    #24
    0
  6. #23 Neko_Mimi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2556 / 22:53
    รอค่าาาาาา ค้างมากมายย TT
    #23
    0
  7. #22 พลอยวี่ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2556 / 22:37
    น่ากลัวอะ ลึกลับจิงๆ แล้วจะเปนอะไรมั้ยอะ อาลู่ๆๆๆๆๆ
    #22
    0
  8. #19 Aluhan^_^ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2556 / 14:55
    ทีล่ะนิดๆๆๆให้ค้าง อิอิ ใช่ไหมล่ะไรท์ รอน้าา
    #19
    0
  9. #18 BRAINWORM♥ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2556 / 12:23
    แงงงงง้ กำลังสนุกเลยยยยยย T______T

    อยากให้คริสลู่เจอกันแว้วววว
    #18
    0
  10. #17 พี่ลู่คนแมนครัช (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2556 / 11:23
    ชอบเรื่องแนวนี้มากเลย
    มันลุ้นมากอ่ะผู้หญิงนี่คือพี่ลู่คนในอดีตรึป่าว
    น่ากลัวอ่ะรีบมาต่อนะค่ะ T ___ T
    #17
    0
  11. #13 Aluhan^_^ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2556 / 23:33
    เนื้อเรื่องแปลกใหม่น่าติดตามอ่ะกำลังสนุกเลยผีสาวนี่ใครกันน้อ
    #13
    0