KNB | KUROKO NO BASKET - 華 - DIAMOND IN MY HEAD

ตอนที่ 4 : ♦ O3 | never play leapfrog with a unicorn

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,421
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 210 ครั้ง
    12 พ.ย. 63






III

 

 

- Never play leapfrog with a unicorn -

 






‘Treat like all of them are shiny and bling-bling.’

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  มาอีกแล้ว… 

 

 

  ฮานะยืนจ้องมองโทรศัพท์ในมือตนนิ่งเกือบนาที พักนี้เธอรู้สึกเหมือนกำลังโดนสตอล์คเกอร์ตามติดอยู่ เพราะเพียงไม่กี่วิหลังจากนั้นเลขเบอร์แปลกก็ได้ปรากฎขึ้นบนหน้าจอเครื่องที่ถืออยู่อีกครั้ง ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญใจ นี่เธอไปเผลอทิ้งเบอร์ตัวเองที่ไหนมาก่อนหรือเปล่าเนี่ย?

 

  และอีกครั้ง เธอเลื่อนนิ้วตัดสายอย่างไม่ใยดี ก่อนจะให้ความสนใจกับเรื่องที่สำคัญกว่านั้น

 

 

 

  “ …ใหญ่ชะมัด”

 

 

 

  น่าแปลกที่เราสามารถบอกได้ทันทีเลยว่าโรงเรียนไหนในความสำคัญกับชมรมกีฬาของตัวเอง

 

  แต่ก็นะ ฮานะก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเลือกเข้าเรียนผิดที่ จะอย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่ออกมามันก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของเราเองไม่ใช่เหรอ

 

 

 

  “ฮานะจัง ทางนี้!”

 

 

 

  เจอกลุ่มชมรมตัวเองยืนอยู่ไม่ไกล ฮานะรีบวิ่งเข้าไปหาพวกเขาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลที่อุตส่าห์แบกมาจากที่บ้าน พอทักทายกันเสร็จพวกเราก็เริ่มเดินเข้าไปสำรวจภายในโรงเรียน ซึ่งนั่นก็ทำให้บางคนออกปากชมสไตล์การออกแบบโรงเรียนนี้ไม่ขาดสาย

 

 

 

  “คางามิคุง สายตาเหี้ยมกว่าที่เคยเลยนะครับ” คุโรโกะที่เดินอยู่ข้างๆ เอ่ยทักกับคนหัวแดงที่ดูเหนื่อยล้าผิดปกติ ผิวใต้ดวงตาซ้ำอย่างคนนอนไม่พอ

 

  “ยุ่งน่า…” เจ้าตัวบอกปัด “สงสัยคงจะตื่นเต้นมากไป”

 

 

  เอาจริงดิ?

 

 

  “อย่างกับเด็กที่จะไปทัศนศึกษาเลยครับ”

 

  “ว่าไงนะ!”

 

 

 

  อา เสียงตะโกนของหมอนี่ไม่ใช่สิ่งที่อยากจะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยเลย

 

  ฮานะรีบเดินไปแทรกกลางระหว่างทั้งสอง ยัดทั้งกล่องพยาบาลกับคลิปบอร์ดในมือให้พวกเขาถือ ส่วนตัวเองทำตัวเป็นตัวห้ามทั้งสองคนไม่ให้วางมวยกันกลายๆ… เหมือนกับพวกเขาเองนั่นแหละที่เป็นเด็ก หาเรื่องตีกันได้ไม่ซ้ำทุกวัน

 

 

 

  “อรุณสวัสดิ์ฮะ!”

 

 

 

  มาแล้ว เจ้าก้อนพระอาทิตย์

 

  ทุกคนหันไปมองหนุ่มผมทองอันคุ้นเคย คิเสะวิ่งมาหยุดตรงหน้าพวกเขาพร้อมกับรอยยิ้ม “โรงเรียนมันกว้างน่ะฮะ ผมเลยมารับ”

 

  “คิเสะ… เฮ้!” คางามิเดินเข้าไปหาหมายจะพูดด้วยแต่กลับโดนเมิน เจ้าตัวเดินผ่านหน้าไปอย่างไม่สนใจตรงเข้าไปคุยกับคุโรโกะแทน

 

  “คุโรโกจจิ อุตส่าห์ชวนเข้าทีมเเต่นายปฏิเสธเเบบทันควัน ฉันกอดหมอนร้องไห้ทุกคืนเลยนะรู้ไหม?” เขาทำท่าเช็ดน้ำตาอย่างเสียใจนักหนาสร้างความฉงนใจให้กับทั้งทีม

 

  “อะไรของเขาเนี่ย?” แม้แต่กัปตันอย่างฮิวงะก็มองอย่างงงๆ

 

  “รีบๆ นำทางไปได้เเล้ว!” เจ้าคนที่ถูกเมินพูดติดรำคาญนิด แต่นายผมทองยังคงพูดกับคุโรโกะต่อไป ทำให้คางามิเดือดปุดๆ “นี่นายเมินฉันเหรอฮะ!?”

 

  “เอาน่า ทุกอย่างมีครั้งเเรกเสมอเเหละ” ฮานะส่งยิ้มเอาใจ เรียกให้ความสนใจของคิเสะตรงไปยังเด็กสาว

 

  “โอ๊ะ คุณเมเนเจอร์เองก็มาด้วย! ดีเลย! เดี๋ยววันนี้ฮานัจจิจะได้เห็นฉันโชว์ความสามารถอย่างเต็มที่ที่สนาม!” เขายืดอกอวดยิ้มโชว์อย่างภาคภูมิใจ ต่างจากอีกคนที่เปลี่ยนสีหน้าแทบจะไม่ทัน

 

  “เอ.. ทำไมเหรอ” ฮานะส่งยิ้มแกนๆ ให้ เมื่อเห็นท่าทางลำบากใจของผู้จัดการสาว คุโรโกะก็ขัดขึ้นทันทีด้วยนำ้เสียงนิ่งเรียบ

 

 

  “หยุดพูดเรื่อยเปื่อยสักทีได้ไหมครับ”

 

  “ … ”

 

 

  ราวกับไม่สะทกสะท้านกับคำพูดนั่น กลับกัน นัยน์ตาสีทองของคิเสะหรี่ลงอย่างอันตรายพร้อมกับจุดยิ้มที่มุมปาก เขาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าเธอตรงๆ “เพราะงั้นเเหละ… ฉันถึงได้รู้สึกสนใจเธอที่ทำให้คุโรโกจจิพูดเเบบนั้นได้— ฮานัจจิ :)”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  ทันทีที่ก้าวเข้ามาในโรงยิม เซย์รินทุกคนต่างก็มีสีหน้างุนงงเมื่อพบว่าสนามแข่งนั้นได้ถูกแบ่งเป็นสองส่วน พร้อมกับอีกฟากนั้นได้ถูกใช้เป็นที่ฝึกสำหรับนักกีฬากลุ่มอื่นอยู่ด้วย ฮานะเองที่รู้สึกตื่นเต้นตั้งแต่เดินเข้ามาก็ต้องเลิกคิ้วสงสัย ถึงเธอจะไม่รู้จักบาสเกตบอลมากนัก แต่ถ้าจะมีการแข่งแล้วจะต้องมีการเตรียมสนามให้พร้อมไม่ใช่เหรอ หรือว่าจะมีกฎอื่นๆ ที่เธอไม่รู้กัน?

 

 

 

  “เอ สนามอีกฝั่งใช้ซ้อมเหรอ?” แต่แล้วคำถามของรุ่นพี่ริโกะก็ทำให้ให้เธอรู้ว่าคนอื่นก็สงสัยไม่ต่างกัน

 

  โค้ชของไคโจวเงยหน้าจากคลิปบอร์ดขึ้นมาดูสถานการณ์ พอเห็นชุดยูนิฟอร์มของเซย์รินเดินเข้ามาทักทาย “อ้าว มาแล้วเหรอ ฉันเป็นโค้ชชื่อทาเคอูจิ” ทั้งสองสาวก้มหัวอย่างเคารพ สายตาของโค้ชนั้นมองกวาดมองรอบๆ ทีม “ว่าเเต่โค้ชของทีมเธอล่ะ?”

 

  “อ้อ หนูเองค่ะ” ริโกะยิ้มรับ

 

  “เธอเนี่ยนะ? ไม่ได้เป็นผู้จัดการหรอกเหรอ”

 

  ริโกะส่ายหัวน้อยๆ “หนูเป็นโค้ชไอดะ ริโกะ ส่วนนี่เป็นผู้จัดการ อิงาราชิ ฮานะ”

 

  “เเล้ว…” เด็กสาวผมดำขลับพูดขึ้น เรียกความสนใจจากโค้ชไคโจว “นี่มันอะไรกันเหรอคะ?”

 

  “ก็อย่างที่เห็นนั่นเเหละ” เขาตอบ “การเเข่งวันนี้เราตั้งใจให้เป็นนัดอุ่นเครื่องเบาๆ”

 

  “นัดอุ่นเครื่อง?” ฮานะทวนซ้ำ เลิกคิ้วสูง

 

  “ให้สมาชิกที่ไม่ได้ลงให้ได้ศึกษาเกม แต่มันก็ไม่มีอะไรให้ศึกษาแหละนะเลยให้คนอื่นๆ ฝึกซ้อมไว้ไม่ให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์” เขาก้มลงมองที่คลิปบอร์ด “ถึงจะว่าอุ่นเครื่อง แต่ก็เป็นทีมตัวจริงของเรา อย่าให้แต้มขึ้นสามหลักก็เเล้วกัน ฝากด้วยล่ะ” 

 

  “โอ… ”

 

 

 

  ฮานะกะพริบตาปริบ รู้สึกตามไม่ทันกับคำพูดเชิงอวดดีของโค้ชชายผู้นั้นที่หมุนตัวเดินออกไป

 

  แต่แล้วคนที่จะระเบิดอารมณ์ออกมาเห็นทีจะเป็นโค้ชสาวผู้กำลังแค่นหัวเราะออกมาอย่างช้าๆ ดวงตาวาวโรจน์โมโหจนฮานะต้องรีบจับแขนเธอไว้ให้อารมณ์เย็นลง หันไปหาความช่วยเหลือทั้งทีมก็ต้องสะดุ้งตกใจเพราะทุกคนต่างพกจิตสังหารมาเต็มเปี่ยม

 

 

 

  “อย่างงั้นเหรอ นี่จะให้เราเป็นคู่ซ้อมเเข่งฆ่าเวลางั้นเหรอ?” คางามิจ้องไปยังทีมตรงข้ามอย่างไม่วางตา

 

 

 

  ราวกับราดน้ำมันลงบนกองไฟ เมื่อทุกคนต่างเริ่มได้ยินบทสนทนาระหว่างโค้ชผู้อวดดีคนนั้นกับเด็กหนุ่มนายแบบที่พูดคุยเกี่ยวกับเมมเบอร์ตัวหลัก 

 

 

 

  “ถึงทีมเราจะเป็นระดับเอส แต่เธออยู่สูงกว่านั้นนะ”

 

 

 

  ฮานะมองสลับสองคนนั่นกับทีมตัวหลักที่อยู่ในชุดยูนิฟอร์มสีน้ำเงินอย่างกังวลใจนิด เห็นมาพูดใส่ว่าความสามารถตัวเองด้อยตัวเด็กปีหนึ่งคนรู้สึกใจเสียน่าดู

 

 

 

  “อย่าใช้คำพูดเเบบนั้นเลยนะฮะ!” คิเสะรีบหันไปมองทีมตัวเองอย่างร้อนรนก่อนจะรีบหยุดโค้ชตัวเอง

 

  “ถ้าให้เธอลง มันก็ไม่ใช่การเเข่งเเล้วล่ะ” โค้ชทาเคอุจิปรายตามองทีมเซย์รินเล็กน้อยก่อนจะเดินไปที่ม้านั่ง ปล่อยให้คิเสะหันไปมองที่ทางทีมเซย์รินที่อารมณ์ครึกรุ่นอยู่อย่างช่วยไม่ได้

 

  “พูดไม่เข้าหูเลย…” รุ่นพี่ฮิวงะเชิดใบหน้าขึ้น บ่งบอกว่าไม่พอใจอย่างขีดสุด ทางรุ่นพี่อิซึกิเองก็ไม่ต่างกัน

 

  “ขอโทษนะฮะ คือผมต้องนั่งม้านั่งตัวสำรองน่ะ!” คิเสะรีบวิ่งเข้ามาแก้สถานการณ์ “ …ถ้าหากทำให้คนๆนั้นพูดไม่ออกได้ เขาอาจจะยอมให้ฉันลงสนามน่ะ”

 

  “ … ”

 

  “แล้วอีกอย่าง—” มุมปากนายแบบนั่นค่อยๆ เหยียดกว้างขึ้น สีหน้าเปลี่ยนเป็นถือมั่น “ถ้าหากพวกนายไม่สามารถทำให้ฉันลงไปเล่นในสนามได้ ก็ไม่มีสิทธิ์จะมาพูดว่าจะโค่นรุ่นปฏิหาริย์หรอกนะ”

 

 

 

  คำว่ารุ่นปฏิหาริย์นั่นทำให้ทุกคนยืดตัวตรงทันที ก็จริงตามที่คิเสะได้พูด ถ้าหากว่าเอาชนะทีมนี้ไม่ได้— แล้วโอกาสที่จะโค่นคนที่เก่งกว่านี้คงมีได้แต่นอนฝันเอานั่นแหละนะ

 

 

 

  “พาเซย์รินทุกคนไปที่ห้องเปลี่ยนชุดทีซิ!” สิ้นเสียงคำสั่งจากโค้ชของไคโจว นักกีฬาคนหนึ่งก็ได้ปลีกตัวออกจากทีมมานำทางพวกเขาไป

 

 

 

  ในตอนที่คิดว่าทุกคนคงไขว้เขวไม่น้อยกับคำพูดเชิงดูถูกของโค้ชไคโจว ฮานะจำเป็นต้องแปลกใจอีกรอบเมื่อเห็นสีหน้ามุ่งมั่นของแต่ละคนในตอนที่เดินไปห้องเปลี่ยนชุด โดยเฉพาะกับคุโรโกะ เขาหันไปบอกกับคิเสะด้วยคำพูดที่โดนใจเธอมากๆ เลยล่ะ

 

 

 

  “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เตรียมวอม์อัพได้เลย เพราะคุณคงไม่ได้รอนานนักหรอก” 

 

 

 

  เต็มสิบไปเลยคุโรโกะ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  —ปัง!

 

 

  เฮือก

 

  จากที่เดินกลับมาจากไปเติมน้ำอย่างอารมณ์ดี กล่องใส่ขวดน้ำในมือนั้นได้เกือบพลาดตกลงไปกับพื้น ฮานะสะดุ้งสุดตัว ตวัดไปมองโค้ชสาวที่ตาลุกเป็นไฟ “อีตาโค้ชนั่น—!”

 

  ไม่อยากโดนรังสีอาฆาตไปอีกคน ฮานะคนนี้ต้องทำตัวลีบเดินเข้าไปวางกล่องน้ำอย่างเงียบๆ ได้แต่ฟังรุ่นพี่ริโกะที่ชี้นิ้วไปยังสมาชิกคนอื่นๆ สั่งการป่าวๆ ว่าต้องจัดการกับคนพวกนั้นให้ได้ เธอย่องไปหาคุโรโกะเพราะดูเหมือนเขาจะดูใจเย็นสุดในที่แห่งนี้

 

 

 

  “นี่ คุโรโกะ” เธอหย่อนตัวนั่งข้างๆ เด็กหนุ่มล่องหน “นายพูดใช่ไหมว่าคิเสะน่ะมีความสามารถที่จะก๊อปปี้คนอื่นได้ สุดยอดไปเลยนะ!”

 

  “ครับ?”

 

 

 

  เจ้าตัวพยักหน้าน้อยๆ ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องที่เพื่อนสาวพยายามจะสื่อเท่าไหร่นัก

 

 

 

  “แต่ว่านะ ผู้ใหญ่อย่างโค้ชคนนั้นกลับดูถูกพวกเราได้ซึ่งๆ หน้าเเบบนั้น มันก็น่าโมโหไม่น้อยเลย”

 

  “ฮานะจังเองก็คิดเหมือนฉันใช่ไหม?!” โค้ชสาวกัดฟันแน่น

 

 

 

  ฮานะพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อคิดว่าจะได้เห็นการแข่งแบบจริงๆ จังๆ ต่อหน้า

 

 

 

  “เเต่ว่า— นั่นเองก็เป็นสัญญาณที่ทำให้เราต้องโชว์ฝีมือตั้งแต่เริ่มเกมไม่ใช่เหรอคะ?” ความสนใจของคนในห้องรวมไปที่เด็กสาวที่กำลังทำหน้าคาดหวัง “เราจะต้องเปิดตัวแบบตู้ม! งัดท่าไม้ตายตั้งแต่แรกเริ่มเลย”

 

 

 

  บรรยากาศหนักอึ้งรอบตัวพลันหายไปทันทีเมื่อผู้จัดการสาวของพวกเขาดันผุดลุกขึ้นมา ทำท่าประกอบเหมือนฮีโร่สักตัวในเรื่องจนสร้างภาพตลกพร้อมกับน่าเอ็นดูให้กับคนที่มองอยู่

 

  ฮานะชี้นิ้วไปยังคางามิ

 

 

 

  “ส่วนคางามิ รีบสวมวิญญาณคุณฮัลค์เร็วเข้า ฮึบ!” คนทั้งห้องต่างมองเธอด้วยความสงสัย

 

  “ห๊า?”

 

  “เอ้า ไม่เคยเห็นเหรอ เวลาคุณฮัลค์โมโหน่ะ เขาจะทุบทำลายข้าวของทุกอย่าง เหมือนกับนายสุดๆ”

 

  คำพูดนั่นทำให้คนหัวแดงเลิกคิ้วขึ้นสูง “เดี๋ยวนะ นี่เธอกำลังว่าฉันใช่ไหม!”

 

 

 

  ฮานะเมินคนที่กำลังจะอ้าปากโวยวาย หันไปส่งยิ้มกว้างกับทุกคนในทีม

 

 

 

  “ถึงหนูจะไม่ค่อยมีประสบการณ์ แถมการแข่งนี้ยังเป็นครั้งแรกด้วย แต่หนูก็จะทำหน้าที่ให้เต็มที่ เป็นเมเนเจอร์ที่ทุกคนสามารถพึ่งพาได้”

 

 

 

  สิ้นประโยด ทุกคนในเซย์รินนั้นก็เกิดมีกำลังใจฮึกเหิมขึ้นมาเมื่อได้ยินคำพูด พร้อมกับรอยยิ้มกว้างน่าเอ็นดูของเด็กสาว ความเชื่อมั่นที่เธอส่งต่อมาให้

 

 

 

  “ทุกคนทำได้อยู่แล้วค่ะ!”

 

  “โอ้ว!”

 

 

 

  … และแล้วนัยน์ตาสีแดงประกายเรืองรองอย่างพอใจ แค่นี้ออร่าของทุกคนก็ผ่อนคลายขึ้นมาแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  “ต่อไปนี้จะเป็นการซ้อมระหว่างโรงเรียนเซย์รินกับโรงเรียนไคโจวครับ!”

 

 

 

  หนึ่งในคนที่ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่นี้คงจะเป็นฮานะ เธอทำตาเป็นประกายเทความสนใจทั้งหมดไปยังสนามการแข่ง… จะเริ่มแล้ว การแข่งที่เธออยากเห็น สิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินว่าตัวเองจะชอบสิ่งที่เข้ามาพัวพันด้วยไหม เพราะตลอดทั้งปีนี้เห็นว่าจะต้องอยู่กับมันไปอีกนานเชียว

 

  แต่อย่างไรก็ตาม เธอไม่มีทางที่จะทำให้คุโรโกะนั้นผิดหวังหรอกนะ

 

 

 

  “คือว่า เซย์รินช่วยมาเข้าแถวให้ครบห้าคนด้วยครับ”

 

  “เอ่อ.. ครบห้าคนแล้วครับ”

 

  “เอ๋?!”

 

 

 

  … พูดถึงนายล่องหนแล้ว ตัวตนของเขานั่นจืดจางซะจนคนอื่นๆ นั่นไม่สังเกตเห็นแม้จะอยู่ตรงหน้าก็ตาม ทีแรกฮานะคิดว่านั่นจะเป็นปัญหา แต่พอเห็นการฝึกซ้อมของทีมในวันผ่านๆ มาก็ได้แต่ตะลึง เพราะความสามารถของเจ้าตัวนั่นน่าสนใจมาก!

 

 

 

  “ตายแล้ว…”

 

 

 

  แถมความสามารถของโค้ชข้างตัวเธอยังชวนตกใจไม่แพ้กัน ฮานะไม่รอช้ารีบขยับตัวเข้าใกล้และให้ความสนใจ

 

 

 

  “รุ่นพี่เห็นค่าความสามารถของพวกเขาเหรอคะ”

 

 

 

  แวบหนึ่งที่ฮานะคิดอยากจะมีความสามารถนั้นบ้าง คงจะมีประโยชน์ไม่น้อย แต่แล้วคิดไปคิดมาก็ต้องส่ายหัว เพราะถ้าเธอสามารถมองเห็นอย่างนั้นจริงๆ ละมันก็จะตีกับคลื่นอารมณ์ที่เธอมีอยู่เป็นแน่ ฟังดูน่าปวดหัวจะตาย

 

 

  ปรี๊ด—!

 

 

  การแข่งได้เริ่มขึ้น

 

  คนจากทีมไคโจวกระโดดตัวขึ้นสูงปัดลูกก่อนได้ ลูกบาสตกไปอยู่มือกัปตันพวงตำแหน่งพอยต์การ์ดอย่างคาซามัตสึที่ออกปากสั่งการลูกทีมตัวเอง

 

 

 

  “หนึ่งลูก อย่าให้พลาดล่ะ!”

 

 

 

  —พลาด ต้องพลาดแน่ๆ

 

  ดวงตาสีแดงจับตามความเคลื่อนไหว คุโรโกะใช้ความจืดจางตนเองตบลูกบาสออกจากมือกัปตันคนนั้นได้ ทำให้ทุกคนในทีมคู่แข่งเบิกตาตกใจ

 

 

 

  “อ.. อะไรกัน?!”

 

 

 

  คุโรโกะเลี้ยงบอลตรงไปที่แป้นทันทีด้วยความเร็วพร้อมกับส่งไปยังข้างหลังโดยไม่ต้องหันไปมอง เป็นคางามิที่วิ่งตามมาติดๆ เจ้าหัวเเดงนั่นรับลูกมาก่อนจะกระโดดตัวขึ้นสูงดังค์บอลด้วยความแรง เสียงนกหวีดดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าได้แต้มแล้ว…  พร้อมๆ ร่างของคางามิลอยลงมาเเตะพื้น เจ้าตัวชูมือขึ้นในอากาศ “เป็นไงเล่า!”

 

 

    หืม?

 

 

    คางามิหันไปมองที่มือตัวเองเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติ ก่อนจะร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นห่วงเหล็กสีแดงนั่นติดมือมาด้วย ทีมของไคโจวเบิกตาอย่างคาดไม่ถึงกับพลังของเด็กปีหนึ่งนั่นที่สามารถพังห่วงได้ง่ายๆ

 

 

 

  อิซึกิมองรอยหักตามเเป้น “อันตรายนะ น็อตเป็นสนิมตัวหนึ่งด้วย”

 

  “ห่วงนี่น่ะ มันใหญ่กว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย” คางามิออกความคิดเห็น ยกห่วงขึ้นมาในระดับสายตา สถานการณ์เหมือนจะกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก ริโกะรีบเดินไปก้มหัวขอโทษโค้ชของทีมนั้นทันที

 

  “ต้องขออภัยด้วยนะคะ!”

 

 

 

  เอาล่ะ— ที่เธอว่ามันผิดตรงไหนกัน คางามิน่ะฮัลค์ชัดๆ 

 

 

 

  “สุดยอดไปเลยคุณฮัลค์!”

 

 

 

  อดไม่ได้ที่จะแซวเจ้าตัว คางามิคิ้วกระตุกรัวยกห่วงชี้หน้าเธอเป็นเชิงขู่

 

 

  เกมถูกเปลี่ยน จากนัดอุ่นเครื่องธรรมดาได้กลายมาเป็นการซ้อมแข่งแบบจริงจัง ตาข่ายแบ่งกั้นสนามได้ถูกยกออก พร้อมกับคนอื่นๆ ได้ทำความสะอาดเตรียมสนามเเบบเต็มพื้นที่ อีกซอกมุมของโรงยิมแห่งนี้ก็มีห่วงที่น่าสงสารอันนั้นนอนแอ้งแม้งอยู่

 

  ฮานะนั่งเช็คราคาห่วงแป้นอันใหม่อยู่ก็อดซี้ดปากไม่ได้ จะไปเจรจากับทางโรงเรียนยังไงไม่ให้พวกเขาตวาดใส่กันนะ

 

 

 

  “เริ่มการแข่งต่อได้!”

 

 

 

  วางความกังวลใจนั่นลงไป ฮานะกลับมาสนใจเหตุการณ์ในสนามต่อ พอเห็นความสามารถของทางนี้แล้วโค้ชทาเคอุจิก็ไม่รอช้าส่งตัวคิเสะลงแข่งทันที เพราะถึงจะเป็นแค่นัดซ้อมแข่ง แต่ถ้าแพ้ออกไปคงจะเสียหน้าอยู่ไม่น้อย

 

  เสียงโหวกเหวกดังขึ้นมาจากประตูโรงยิม ฮานะหันไปมองก็ต้องผงะเมื่อเจอกับกลุ่มเด็กผู้หญิงที่ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดเมื่อนายแบบคนนั้นได้ลงมาแตะสนาม พยายามไม่คิดไปถึงเรื่องเลวร้ายเมื่อหลายวันก่อน เธอหักเหความสนใจไปยังสนามแต่พลันพบกับนัยน์ตาสีทองที่จับจ้องมายังตน

 

  … อย่าบอกนะว่า นายคนนั้นยังคิดเรื่องที่จะชดใช้อยู่น่ะ?

  

  ฮานะอยากจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เป็นคนที่ตื้อชะมัด

 

 

 

  เสียงนกหวีดดังอีกครั้งเพื่อเริ่มเกมต่อ แต่ยังไม่ทันถึงสิบวินาทีบอลก็ตกไปอยู่ในมือของคิเสะจากคาซามัตสึ เจ้าตัวรีบวิ่งไปที่ห่วงดังค์ลูกเเบบเดียวกันกับที่คางามิเคยทำ… ก่อนจะโดนรุ่นพี่ทำร้ายเข้า “เจ้าบ้าเอ้ย แกจะพังแป้นหรือไงน่ะห๊ะ?!”

 

  “ขอโทษฮะ!”

 

 

 

  ฮานะเบิกตาตกใจเมื่อเห็นสิ่งที่คิเสะทำ เขาได้ก๊อปปี้ท่าดังค์ของคางามิแถมยังได้เพิ่มพลังไปอีกเท่าตัว บอกทีสิว่าเธอกำลังมองการแข่งบาสเกตบอลอยู่ ไม่ใช่สงครามระหว่างฮีโร่กับตัวร้ายที่กำลังทุ่มพลังใส่กันสักเรื่อง

 

  เกมเริ่มต่อด้วยจังหวะเร็วขึ้นเพราะต่างฝ่ายต่างทุ่มความสามารถที่มีอยู่ในทีมออกมาให้หมด บรรยากาศในการเเข่งจึงรวดเร็วแทบจะจับตามองไม่ได้ หายใจไม่ทั่วท้องด้วยความลุ้นสุดขีด

 

 

 

  “เกิดอะไรขึ้นคะ?” ฮานะอ้างปากเหวอกับความเปลี่ยนที่กระทันหัน  

 

  “ … ฉันก็ไม่รู้”  ริโกะที่อยู่ข้างๆ ก็อึ้งไม่ต่างกัน

 

  “อะไรเนี่ยเร่งจังหวะเร็วเเบบนี้” โคงาเนะพูด มองเพื่อนร่วมทีมตัวเองที่เพิ่มความเร็วและพละกำลังมากขึ้น “เกมเพิ่งเริ่มไปได้เเค่สามนาทีเองนะเนี่ย”

 

  “เเบบนี้มัน อย่างกับเเลกหมัดใส่กันโดยไม่ตั้งการ์ดเลย” ริโกะจ้องไปที่สนามไม่วางตา ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็นอยู่ “เรื่องป้องกันก็ป้องกันแบบเต็มที่อยู่แล้ว แต่ทั้งสองฝ่ายรุนแรงกันไปด้วยกันทั้งคู่ นี่น่ะเหรอ… การปะทะกันของรุ่นปฏิหาริย์ด้วยกัน?” 

 

 

 

  ฮานะขยับตัวอย่างอึดอัด ดวงตาสแดงยังคงจ้องมองไปที่การเคลื่อนไหวบนสนาม ไม่ว่าคางามิจะทำแต้มได้เท่าไหร่หรือเคลื่อนไหวได้ดีขนาดไหน นักกีฬานายแบบคนนั้นก็เอาคือด้วยการทำแต้มด้วยท่าที่ก๊อปปี้มาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เธอเผลอกอดคลิปบอร์ดแน่นขึ้น เอ่ยกับรุ่นพี่ข้างตัวอย่างกล้าๆ กลัวๆ “คือรุ่นพี่คะ หนูก็ไม่ค่อยแน่ใจแต่ว่า—” เธอเหลือบไปมองสกอร์บอร์ด 22 ต่อ 25 เราเป็นฝ่ายตาม “หนูว่าเราต้องการเวลานอก”

 

  “อือ รู้เเล้ว…” เด็กสาวผมน้ำตาลตอบกลับ หรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด “เราต้องดึงจังหวะกลับมาก่อน”

 

 

 

  โค้ชสาวเดินไปที่โต๊ะกรรมการเพื่อจะขอเวลานอกตามที่ได้บอกไว้ ฮานะกลับมาสนใจเหตุการณ์ที่สนามเหมือนเดิม เธอสังเกตเห็นคุโรโกะกับท่าทางเหนื่อยล้าของเขา ทั้งทีมนั้นไม่ต่างกัน— ออร่าของแต่ละคนเริ่มแผ่วลงเรื่อยๆ 

 

 

  บอลถูกกระเด็นออกนอกสนามพร้อมกับเสียงนกหวีดดังขึ้น “เซย์รินขอเวลานอก!”

 

 

  เด็กสาวรีบไปเตรียมผ้าขนหนูกับขวดนำ้โดยมีคนอื่นๆ ช่วย หันไปมองพวกนักกีฬาที่กลับมานั่งที่ด้วยความเหนื่อยหอบ เจ้าตัวเม้มปากหนักใจก่อนจะแจกผ้ากับนำ้ให้ทุกคน จนสุดท้ายก็มายืนตรงหน้าเจ้าหัวเเดง… คางามิเงยหน้าขึ้นสบกับนัยน์ตาสีแดงก่อนจะรับนำ้ที่ยื่นมาให้

 

 

 

  “ใจเย็นลงหน่อยสิ… เหนื่อยใช่ไหมนั่น?” เขากรอกน้ำเข้าปาก แทบจะไม่มีแรงมาตอบกลับคำถามของเธอ

 

 

 

  ผ่านไปแค่ห้านาทีแรก แต่ละคนก็เเทบจะหมดแรงกับการเร่งจังหวะในช่วงเกม พวกเขาต้องได้เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาด้วยความเร็วสูงเพื่อตั้งรับกับทำแต้มจะไม่ให้โดนทิ้งห่างออกไป

 

 

 

  “อันดับเเรกคือคิเสะคุงเนี่ยเเหละ” เสียงริโกะดังขึ้นเรียกความสนใจจากฮานะ หันไปมองก็พบว่าเธอกำลังปรึกษาแผนการกับทีมอยู่

 

  “ขนาดคางามิยังเอาไม่อยู่เลย… ประกบเพิ่มอีกคนไหม?”

 

  “อย่า! เดี๋ยวก่อนสิ! … เอ่อ ครับ”

 

  “ครับ เหรอ?” ริโกะเลิกคิ้ว ไม่เข้าใจเรื่องมารยาทที่ถูกส่งมาอย่างแข็งกระด้างนั่นสักเท่าไหร่

 

  “ไม่นะครับ ยังมีทางอยู่” จู่ๆ คุโรโกะก็ความคิดเห็น เรียกความสนใจจากคนทั้งทีม “เขามีจุดอ่อนอยู่นะครับ”

 

  “จุดอ่อนเหรอ?”

 

  “อะไรกันน่ะ? ถ้ามีวิธีนั้นก็น่าจะรีบๆ บอกมาสิ” ฮิวงะพูด

 

  “ไม่ใช่ครับ ที่จริงก็ไม่ขนาดเรียกว่าจุดอ่อนได้หรอกครับ” เด็กหนุ่มผมฟ้ารีบขัด หันไปมองฮานะที่กำลังยืนกอดอกรอให้เขาพูดต่อ “แล้วก็ขอโทษด้วยนะครับ ยังมีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง การเร่งจังหวะที่เกินกว่าที่คาดทำให้ประสิทธิภาพเริ่มลดลงครับ”

 

  “… มิสไดเร็คชั่นของนายสินะ” เด็กสาวผมดำขลับพยักหน้า “มิหน่าฉันถึงได้รู้สึกว่านายเหนื่อยกว่าปกติ”

 

  “อะไรนะ?!” ริโกะรีบลุกขึ้นเดินหลุนๆ เข้าไปงัดคอคุโรโกะ ฮานะได้ปลีกตัวออกมาทันแอบถอนหายใจด้วยความโล่ง แต่ยังไงอดสงสารคุโรโกะไม่ได้ “เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมไม่ยอมบอกให้ฉันรู้ตั้งเเต่เเรกน่ะห๊ะ?!”

 

  “ข… ขอโทษครับ ก… ก็เห็นคุณไม่ถาม”

 

  “ถ้าไม่ถามก็ไม่คิดจะพูดหรือยังไง?!”

 

 

 

  อิซึกิที่ทำหน้าที่พยายามห้ามทัพก็ไม่รู้จะห้ามยังไงเหมือนกัน หันไปมองด้านหลังตัวเองเห็นฮานะกำลังใช้ตัวเขาเป็นโล่ป้องกันอยู่ เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาตาแป๋ว “ … สวัสดีค่ะ?”

 

  “เเล้วทำไมเธอไม่บอกพวกเรากันเหล่า ฮานะ?”

 

  “คือ—” เธออึกอักตอบ “ที่จริงหนูก็ไม่มั่นใจสักหน่อยนี่น่า” นี่เป็นครั้งแรกของเธอเลยนะ “แค่คิดว่าพวกเขาก็เป็นมนุษย์ไม่ใช่รูปปั้น มีความเคยชินเเละลักษณะเฉพาะตัวเป็นทุนเดิม… ก็เลยคิดว่าทางนั้นอาจจะจับการเคลื่อนไหวของคุโรโกะได้ไม่ช้าก็เร็วค่ะ”

 

  “นั่นเเหละที่ควรบอกแต่เเรกน่ะ!”

 

  “ขอโทษค่า… แต่ตอนนี้ทุกคนก็รู้แล้วไงคะ” เจ้าตัวยกมืออย่างยอมเเพ้ เหงื่อตกกับสายตาดุดันของทุกคนในทีมที่ส่งมา

 

  ทันใดนั้นเสียงนกหวีดก็ดังขึ้นโดยที่พวกเรายังไม่ได้ปรึกษาหารือหรือวางแผนกันเลย “หมดช่วงเวลานอกเเล้วครับ!”

 

  “โอ๊ย! เพราะมัวเเต่รัดคอคุโรโกะคุงจนหมดเวลา!” 

 

 

 

  ริโกะร้องโอดครวญ เธอรีบสั่งการทุกคนในทีมแบบไวๆ ตั้งโซนเพื่อหยุดการทำแต้มของคิเสะโดยเฉพาะ และสุดท้ายก็ขอให้คุโรโกะดึงจังหวะให้ช้าลงเพื่อลดระยะห่างของแต้ม

 

  ก๊อปปี้ทุกอย่างที่เห็นได้…? นัยน์ตาสีแดงสวยเหม่อไปที่หนุ่มนายแบบคนนั้นที่กำลังก้าวลงสนาม ทวนคำพูดในใจเบาๆ ฮานะค่อยๆ เบิกตากว้างเมื่อคิดถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งในเกมนี้ เธอมองไปรอบๆ เห็นรุ่นพี่เริ่มทยอยไปยังตำแหน่งของตัวเองแล้ว ไม่รอช้าฮานะรีบเข้าไปดึงตัวคางามิไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะไป

 

 

  “เฮ้!” เจ้าตัวท้วงเสียงหลง แต่ตอนนี้เธอไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ฮานะทำมือให้คนตัวสูงก้มลงมา กระซิบบางอย่างใส่หูคางามิจนเขาขมวดคิ้ว “ยัยบ้า จะไปทำแบบนั้นได้ไงเหล่า”

 

  “ก็.. ก็— ไม่รู้สิ” เธอกำมือเข้าด้วยกันแน่น “แต่นายจะลองสังเกตดูไปเรื่อยๆ ก่อนก็ได้ เวิร์คไม่เวิร์คเราค่อยว่ากัน”

 

  คางามิถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าแบบส่งๆ แล้วกลับไปที่สนาม ฮานะกลับมานั่งที่นั่งเหมือนเดิม จนรุ่นพี่ริโกะเดินเข้ามาถาม “เมื่อกี้ฮานะจังบอกอะไรกับคางามิคุงน่ะ?”

 

  เธอยิ้มแหยตอบอย่างไม่มั่นใจ “ก็.. ไม่รู้สิคะ”

 

  “เอ?”

 

  “แต่—! รุ่นพี่วางใจหนูได้ ช่วยให้เวลาหนูอีกสักนิด อันที่จริงหนูก็ไม่ค่อยมั่นใจหรอกว่าที่บอกไปมันใช้ได้จริงๆ รึเปล่า”

 

 

 

  เธอรีบแก้

 

  การแข่งในสนามดำเนินไปเรื่อยๆ ริโกะที่เปลี่ยนเเผนของเกมให้ทุกคนช่วยหนุนคางามิหยุดคิเสะเอาไว้ แต่มิวายทางนั้นก็ยังทำสามแต้มได้อยู่ดี และข้อกังวลอีกอย่างคือ ทางนั้นเริ่มที่จะจับทางคุโรโกะได้ตามที่สันนิษฐานไว้ ทางทีมไคโจวเริ่มทำแต้มทิ้งห่าง

 

  ลูกบอลสีส้มกระเด็นออกนอกสนามจากการบล็อกลูกของคิเสะ เสียงนกหวีดจากกรรมการก็ดังขึ้น “ออกนอกสนาม สีขาวได้บอล”

 

 

 

  ความต่างของความสามารถมีเยอะเกินไป

 

  ไม่ใช่ว่าเซย์รินไม่พยายาม พวกเขาทำเต็มที่เลยต่างหาก แต่เมื่อเทียบกันทีมที่มีประสบการณ์มากกว่า หรือผู้เล่นที่ถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งในรุ่นปฏิหาริย์— ฮานะคิดว่ายังไงเกมนี้ทีมเซย์รินของเราต้องมีการหาเทคนิคใหม่เพื่อที่จะพลิกเกม

 

  บทเรียนใหม่ที่ได้รับรู้ การแข่งบาสเกตบอลน่ะไม่เคยมีแค่ทางออกเดียว

 

 

 

  ‘สิ่งที่คิเสะทำไม่ได้ก็คือก๊อปปี้ในสิ่งที่ตนเองมองไม่เห็น— นั่นก็คือการเล่นของคุโรโกะ’

 

 

 

  และไม่ใช่เธอคนเดียวที่คิดแบบนั้น ในเมื่อคางามิเองยังหลุดหัวเราะชอบใจตอนที่ได้เจอกับผู้แข่งที่เหนือกว่าตนเอง

 

 

 

  “ต้องขอบใจยัยฮานะที่สามารถหาจุดอ่อนของนายได้”

 

  “จุดอ่อน?” คิเสะทวนซำ้ สายตาเลื่อนไปที่เด็กสาวผมดำที่อยู่ข้างสนามทันที “จุดอ่อนอะไร?”

 

 

 

  ‘เพราะฉะนั้นการเล่นประสานของพวกนายจะทำให้เราพลิกมาเป็นผู้นำเกมได้’

 

 

 

  “ความจริงง่ายๆ เลยนะ— ถ้าเห็นก็ทำได้ แล้วถ้าไม่เห็นล่ะ? เพราะถึงสมรรถภาพของนายจะเยี่ยมแค่ไหน ก็ไม่สามารถเล่นบาสในทางที่จืดจางขนาดนั้นได้ สรุปว่า” รอยยิ้มอย่างมั่นใจถูกวาดบนใบหน้า คางามิใช้มือตัวเองจับหัวคุโรโกะไว้ “หมอนี่สินะจุดอ่อนของนาย!”

 

 

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

 

 

 

  ‘เหมือนคำสุภาษิตที่ว่า ‘สองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว’ และถึงแม้ว่าคางามินั่นจะไม่มีสมอง แต่หนูเชื่อว่าคุโรโกะกับรุ่นพี่ทุกคนทำได้แน่นอนค่ะ!’

 

 

 

  นั่นคือคำอธิบายของผู้จัดการสาวเซย์รินก่อนที่เธอจะโดนเจ้ายักษ์ขยี้ผมอย่างแรงจนมึนสมอง สมาชิกในทีมต่างมองความสัมพันธ์ทั้งสามคนราวกับมองตลกคาเฟ่ที่ประกอบไปด้วยคนหัวร้อน อีกคนยั่วยุ ส่วนคนสุดท้ายนั้นหน้าตายไม่ยอมตอบสนองอะไรทั้งสิ้น

 

  คู่หูปีหนึ่งกับผู้จัดการพวกเขานี่ เป็นตัวสร้างสีสันได้ดีจริงๆ

 

 

 

  “เอาล่ะ ลองมาดูหน่อยไหมล่ะว่าแผนของเธอจะเวิร์คหรือเปล่า ฮานะจัง”

 

  “ทุกคนตั้งความหวังสูงเกินไปแล้วค่ะ…”

 

 

 

  ควอเตอร์ที่สองได้เริ่มขึ้น

  

  เสียงนกหวีดดังไปทั่วสนามเรียกความสนใจจากทั้งสองทีม การแข่งได้เริ่มขึ้นเรียกเสียงเชียร์ไปทั่ว ทั้งเซย์รินเเละไคโจวพยายามทำเเต้มให้ทีมตัวเองให้ได้มากที่สุด ทุกคนต่างดึงกำลังตัวเองขึ้นมาใช้

 

  หนึ่งนาทีผ่านไปกับทั้งสองทีมที่ผลัดกันทำแต้มกันไปมา ดวงตาสีแดงสวยเลื่อนไปมองที่สกอร์บอร์ด

 

 

    39 ต่อ 29

 

 

    … ห่างกันสิบเเต้ม

 

    ก่อนที่ความสนใจของเด็กสาวจะกลับมาที่สนามอีกครั้ง คางามิที่เพิ่งจะได้บอลกลับมาประชันหน้ากับคิเสะ เจ้าตัวเลี้ยงลูกเข้าไปแล้วอาศัยตอนที่คิเสะยังคิดไม่ตกว่าเขาจะมาไม้ไหน ส่งบอลไปด้านหลังทำให้นักกีฬานายแบบเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง เป็นคุโรโกะที่มารับบอลไว้พร้อมกับส่งให้คางามิวิ่งขึ้นไปชู้ตทำแต้ม

 

 

  “เยี่ยม!” โค้ชสาวยิ้มกว้าง

 

 

  ฮานะพรู่ลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจเมื่อเห็นการเล่นประสานนั้นได้ผล สกอร์ทางทีมพวกเราก็เริ่มจะตีตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ จนทำให้ห่างกันเพียงห้าแต้มภายในสองนาที

 

  การเล่นประสานของทั้งสองยังคงได้ผลมาเรื่อยๆ จนทำให้ผู้จัดการสาวอดประหลาดใจไม่ได้ นี่พวกเขาทำได้ขนาดนี้เชียวเหรอ?

 

 

  คางามิกับคุโรโกะนี่สุดยอดไปละ—

 

  ตุบ~!

 

 

  นัยน์ตาสีแดงกระพริบสองทีมองตามลูกบอลสีส้มที่กลิ้งออกข้างสนาม ทั้งคางามิและคุโรโกะที่รับบอลไม่ได้ต่างหันมามองหน้ากันนิ่งเหมือนจะบอกกันว่า ‘เป็นเพราะแกนั่นเเหละ!’ อะไรประมาณนี้…

 

 

  “เจ้าพวกบ้า!” ริโกะที่อยู่ข้างๆ กุมขมับ

 

 

  ฮานะกลับมานั่งเหมือนเดิม ส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ เเต่ก็ยังอดยิ้มอย่างดีใจไม่ได้ที่เห็นพวกเขาทำได้ถึงขนาดนี้

 

 

 

  “เซย์ริน สู้ๆ!”

 

 

 

  คิเสะเงยหน้ามองตามเสียงเชียร์ที่ดังออกมาจากข้างสนาม คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อเจอกับรอยยิ้มกว้างแสดงถึงความดีใจของผู้จัดการสาว— ‘จุดอ่อน’ อะไรกัน นี่มันไม่มีเหตุผลเลยสักนิด!

 

  การเเข่งได้เริ่มต่อ ลูกบอลได้ตกไปอยู่ในมือกัปตันทีมไคโจวอย่างคาซามัตสึก่อนจะถูกส่งต่อไปให้คิเสะ เจ้าตัวหันหลังกลับมาเตรียมบุกกลับก็ต้องชะงักเมื่อเห็นคนๆ หนึ่งขวางทางเอาไว้

 

 

 

  “คุโรโกะประกบคิเสะงั้นเหรอ?!” คนที่เพิ่งส่งบอลไปหมาดๆ ร้องท้วง

 

  คิเสะเบิกตากว้างไม่คาดฝันว่าจะมาเจออีกคนในตำเเหน่งนี้ รอยยิ้มระบายบนใบหน้า “ไม่เคยนึกไม่เคยฝันมาก่อนนะเนี่ย… ว่าจะมาเจอคุโรโกจจิในลักษณะเเบบเนี้ย”

 

  “ผมก็เหมือนกัน”

 

  “ไม่รู้หรอกนะว่าผู้จัดการคนนั้นของพวกนายบอกอะไร แต่แผนของเธอน่ะหยุดฉันไม่ได้หรอก!” คิเสะเลี้ยงบอลผ่านคุโรโกะไปได้ วิ่งมาไม่ทันไรก็ชะงักอีกรอบเมื่อเจอคางามิเข้ามาขวาง

 

  “ผิดเเล้วล่ะ ไม่ได้คิดจะหยุดหรอก…” คางามิยกยิ้ม

 

  ฮานะสังเกตท่าทีเผลอของนายเเบบผมทองคนนั้น รีบป้องปากไปให้เด็กหนุ่มผมฟ้าทันที “ตอนนี้เเหละ! คุโรโกะ!” ทันใดนั้นบอลอยู่ในมือของคิเสะถูกปัดออกจากด้านหลัง

 

  “นายจะเอาคือด้วยเทคนิคเจ๋งๆ แบบไหนก็ไม่สำคัญหรอก!” คางามิพูดขึ้น “เพราะว่าเราจะไม่ยอมให้นายเจาะเข้ามาได้!”

 

 

 

  บอลถูกส่งไปให้อิซึกิอย่างรวดเร็ว เจ้าตัวรีบเลี้ยงบอลไปที่แป้นของฝั่งตรงข้ามพร้อมกับชู้ตลงห่วงอย่างสวยงาม 

 

  อย่างน้อยก็ได้ผล

 

 

 

  ริโกะหันไปสนใจรุ่นน้องข้างตัว “ใช้จังหวะตอนนี้คิเสะคุงเผลอสินะ?”

 

   ฮานะพยักหน้า “ค่ะ มนุษย์เรามีประสาทสัมผัสเมื่อเจอสิ่งที่คาดไม่ถึงการตอบสนองก็จะช้าลง… เเถมตัวตนอันจืดจางของคุโรโกะยังใช้ในตอนนี้ได้ดีเยี่ยมอีกด้วย”

 

  โค้ชสาวหัวเราะเบาๆ มองดวงตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ “ฮานะจังเนี่ยหัวไวจริงๆ เลยนะ แค่การแข่งครั้งแรกก็อ่านเกมขาดขนาดนี้แล้ว”

 

  “อะ.. เอ๋?” เจ้าตัวสะดุ้งหันมามอง ฮานะรีบส่ายหัวพร้อมกับโบกมือพัลวัน “ไม่จริงเลยนะคะ! มีรุ่นพี่ริโกะคอยช่วยดู และทุกคนในสนามก็พยายามกันอย่างมากด้วย”

 

  “แค่นี้ก็เก่งมากแล้วจ้ะ”

 

 

 

  เด็กสาวหลุดหน้าเหวอเมื่อรุ่นพี่ยื่นมือมาหยีผมด้วยความหมั่นเขี้ยว

 

 

  ฮานะนิ่งตัวไปเล็กน้อยก่อนจะกลับสนใจการเเข่งต่อ ตอนนี้คิเสะได้เลี้ยงลูกอยู่กับที่ ไม่ทำพลาดซ้ำสอง “ได้ ถ้าไม่เข้าไปก็โอเคแล้วสินะ” เจ้าตัวจ้องคุโรโกะไม่วางตา “ไม่มีใครบอกสักหน่อยว่าจะไม่มีลูกสามแต้มน่ะ!” เขาตั้งท่าพร้อมกับชู้ตทันทีด้วยระยะห่างพอสมควร

 

  คางามิวิ่งขึ้นมาใช้มือวางบนหัวคุโรโกะให้เป็นที่ดันกระโดดตัวขึ้นสูงและปัดลูกชู้ตของคิเสะออกเต็มแรง ฮานะถึงกับคิ้วกระตุกรัว “โอเค… ฉันไม่ได้หมายถึงให้ ‘ใช้’ คนอื่นเเบบนั้นสักหน่อย เเต่—” สายตาของเธอรีบมองตามบอลที่กระดอนออก “คางามิ ลูกบาส!”

 

  กลับลงมาและพื้น คางามิรีบวิ่งสวนขึ้นไปทันที “บุกเร็ว!”

 

 

 

  —พลั่ก!

 

 

 

  ราวกับทุกอย่างถูกหยุด ทุกคนในโรงยิมเลื่อนสายตาไปยังร่างของคุโรโกะที่ล้มลงกับพื้น คิเสะเองก็หยุดอยู่กับที่ทันทีเมื่อรู้ตัวว่าการที่ตัวเองจะหมุนตัวกลับไปอย่างไม่ทันระวังนั่นทำให้เผลอไปทำร้ายหนุ่มล่องหนเข้า

 

 

  “คุโรโกะ!” ฮานะเบิกตากว้าง เอามือป้องปากอย่างตกใจเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงสนาม

 

 

  การแข่งถูกหยุดกลางคันเพื่อดูสภาพของนักกีฬา

 

  คุโรโกะที่นั่งแหมะอยู่กับพื้นค่อยๆ ลุกขึ้น เผยให้เห็นของเหลวสีเเดงข้นไหลอาบใบหน้าข้างหนึ่ง ฮานะกังวลยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าอาการของคุโรโกะเเย่กว่าที่คิด ในใจเริ่มนึกโทษตัวเองที่เป็นสาเหตุทำให้คนในทีมต้องมาบาดเจ็บแบบนี้

 

 

 

  ฮิวงะรีบวิ่งไปหาคนที่กำลังโซเซอยู่ทันที “เป็นไงบ้างคุโรโกะ?!”

 

  “ … รู้สึกมึนๆ ครับ” คนเจ็บตอบเสียงเบา ก่อนจะเบิกตาอย่างเเปลกใจนิดๆ ที่เห็นผู้จัดการผมดำวิ่งมาหาเขาด้วยสีหน้าเป็นห่วง

 

  “คุโรโกะ…” ฮานะยื่นมือไปจับใบหน้าเจ้าตัวเบาๆ สายตามองขึ้นไปที่หน้าผากพร้อมกับเลือดที่ไหลลงอาบตาข้างหนึ่ง มือเล็กยื่นขึ้นไปปัดผมสีฟ้านั่นออกทำให้เจ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อย “จ… เจ็บเหรอ? ข… ขอโทษนะ ดูสภาพนายสิ”

 

  บอกได้ว่าผู้จัดการสาวของเซย์รินตอนนี้เตรียมจะร้องไห้ได้เลย เจ้าตัวเบะปากดวงตาสั่นคลอนมองคุโรโกะที่กำลังบาดเจ็บอยู่

 

  … นี่เธอกำลังจะฆ่าคนตายด้วยการชี้แนะแนวทาง T__T

 

 

 

  “เป็นอะไรหรือเปล่า?” คางามิที่เพิ่งวิ่งเข้ามาเอ่ยปากถาม

 

  “ไม่เป็นไรครับ” เด็กหนุ่มผมฟ้าส่งยิ้มให้ฮานะก่อนจะจับมือเธอออก “การแข่งน่ะเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น”

 

  “แต่นายเล่นต่อไม่ได้เเล้วนะ!” ฮานะรีบค้าน

 

  “แต่ว่าเราต้องเล่นเกมนี่ให้มัน… จบ—” ฮานะรีบรับร่างของคุโรโกะพอเห็นว่าเจ้าตัวทรงตัวไม่อยู่ ด้วยความไม่ทันตั้งตัวทำให้เธอเผลอคุกเข่าลงกับพื้นเช่นกัน

 

  “คุโรโกะ!” ฮิวงะอ้าปากค้างมองทั้งสองที่ทรุดลงไปกองกับพื้น

 

  “คางามิ ช่วยพาคุโรโกะไปที่นั่งหน่อยสิ” ฮานะรีบเงยหน้าหาตัวช่วย

 

  “ดะ… ได้” เจ้าตัวขานรับเบาๆ ก่อนจะย่อตัวลงยกแขนข้างหนึ่งของคุโรโกะพาดบ่า เดินตรงไปที่ม้านั่งโดยมีกัปตันตามไปไม่ห่าง

 

  ฮานะถอนหายใจเบาๆ มองตามหลังพวกเขาไป พลันสังเกตถึงคนข้างตัว เป็นคิเสะที่มองคุโรโกะไม่วางตา นัยน์ตาสีทองนั่นก็กำลังฉายเเววกังวลอย่างปิดไม่มิดเช่นกัน

 

  “ไม่ต้องห่วง มันไม่ใช่ความผิดของนายหรอกนะ คิเสะ…” เด็กสาวส่งยิ้มเล็กแล้ววิ่งไปที่ทีมตัวเอง ความคิดในหัวตีวุ่นกับอุบัติเหตุที่ตัวเธอเองเป็นต้นเหตุ

 

 

 

 

 

 

 

 

  ตุบ—!

 

 

 

  “ …ฮานะจัง เดี๋ยวฉันทำเองนะ”

 

  “ไม่เป็นไรค่ะ หนูช่วยได้”

 

 

 

  กำมืออันสั่นเทาแน่นขึ้นอีกครั้ง ฮานะรีบกำหนดลมหายใจเข้าออกลดความกังวลลง หยิบกล่องยาขึ้นมาอีกหน แล้วจัดการรักษาแผลเบื้องต้นให้กับคุโรโกะผู้กำลังนอนไม่ได้สติอยู่

 

  เมื่อคิดไปถึงสาเหตุเเล้ว นัยน์ตาสีแดงสวยกลับสั่นระริกอีกครั้ง เป็นเพราะเธอที่บอกแผนการการเล่นประสานพวกนั้นให้ ก่อให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ขึ้น

 

  ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุไม่คาดฝัน ฮานะคนนี้ก็ยังอดรู้สึกโมโหตัวเองไม่ได้

 

 

 

  “เสร็จแล้ว… ค่ะ” เด็กสาวเช็คความเรียบร้อยของตัวแผลก่อนจะเริ่มอุปกรณ์ของเข้ากล่อง “ก็ทำได้เท่าที่ควรเเล้ว ทีนี้เลือดก็น่าจะหยุดไหลเเล้วล่ะค่ะ”

 

  “เอาไงดีล่ะ?” ฮิวงะลากสายตามองสภาพของคนที่นอนอยู่ก่อนจะหันไปถามความคิดเห็นจากโค้ชสาว

 

  ริโกะเม้มปากก่อนจะพูดขึ้น “คุโรโกะคุงเป็นไงบ้างฮานะจัง”

 

  “ก็…” เจ้าตัวกอดกล่องพยาบาลเข้าตัว “ … ไม่ไหวค่ะ เขาคงจะเข้าเกมต่อไม่ได้”

 

  พยักหน้าเข้าใจ เด็กสาวผมสีนำ้ตาลหันไปทางทีมอีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้นคนที่เหลือก็คงต้องทำเท่าที่ทำได้ล่ะนะ” ก่อนจะลากสายตาไปที่กัปตันทีม “ให้ปีสองเป็นตัวหลักให้การบุก พึ่งควอเตอร์ที่สองก็จริงเเต่จะปล่อยให้โดนทิ้งห่างไม่ได้… ตัดสินเลยละกันนะฮิวงะคุง”

 

  “อา”

 

  “ส่วนคางามิคุงห้ามบุก เดี๋ยวโดนคิเสะคุงเอาคืนอีก ให้ไปพุ่งกับการป้องกันแทน ตั้งสมาธิให้ดีแล้วหยุดการทำแต้มของคิเสะคุงให้ได้นะ”

 

  “แต่ว่า! แบบนั้นจะไม่เป็นไรหรอครับ?” เจ้าหนุ่มหัวเเดงเริ่มออกปากค้าน ทำให้ดวงตาของกัปตันทีมหรี่ลงนิดๆ 

 

  “ไม่เป็นไรหรอกน่า เชื่อใจกันหน่อยสิ”

 

  “แต่ว่า.. !”

 

  “ก็บอกว่าไม่เป็นไงเหล่าเจ้างี่เง่า” ก่อนที่จะได้พูดต่อนั้น รุ่นพี่กัปตันก็หันมาฉีกยิ้มกว้าง “หัดฟังรุ่นพี่พูดซะบ้างสิ เดี๋ยวฆ่าซะหรอก” พร้อมกับปล่อยบรรยากาศน่ากลัวจนทำให้คางามิเงียบปากไป ทว่าไม่ทันไรฮิวงะก็ถอนหายใจออกมา ก่อนเหลือบตามองผู้จัดการสาวผมดำที่ตอนนี้มองคนที่นอนอยู่ไม่ละสายตา “อีกอย่าง ช่วยปลอบคนบางคนหน่อยสิ”

 

  “…ครับ?” 

 

 

 

  คางามิตอบรับ หันไปมองตามฮิวงะก็เห็นเพื่อนสาวปีเดียวกันนั้นกำลังก้มหน้าก้มตาสำนึกผิดอยู่

 

 

  ปรี๊ด—!

 

 

  พอเสียงนกหวีดดังขึ้น กัปตันของทีมอย่างฮิวงะก็ยังคงหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย หันหน้ากลับไปที่สนามพร้อมกับบ่นเสียงดัง

  

 

 

  “ให้ตายเถอะ ปีหนึ่งสมัยนี้มันไม่ไหวจริงๆ! เคารพรุ่นพี่กว่านี้หน่อยเซ่! นอบน้อมกันหน่อย!”

 

  “ของขึ้นจนท่าแท้ออกแล้วนะครับกัปตัน” อิซึกิท้วง ก่อนจะหันกลับมาพูดกับคางามิ “อย่าใส่ใจเลย เข้าโหมดลุยก็จะเป็นเเบบนั้นเเหละ เอาเป็นว่าถ้าเข้าโหมดเผยธาตุแท้เเล้วเขาชู้ตไม่พลาดแน่ วางใจเรื่องการบุกได้ ส่วนนายไปทุ่มกับการป้องกันอย่างสุดชีวิตเถอะนะ”

 

 

 

  เด็กหนุ่มผมดำยิ้มบาง เขาเดินไปหาฮานะก่อนจะเอามือวางบนหัวคนที่รู้สึกผิด ทำให้เจ้าตัวสะดุ้งเบาๆ ก่อนจะหันมามองด้วยความแปลกใจ

 

 

 

  “รุ่นพี่?”

 

  “ทำไมทำหน้าหงอยแบบนั้นล่ะ มันไม่ใช่ความผิดของเธอสักหน่อยนะ” 

   

 

 

  เด็กหนุ่มปรายมองคุโรโกะที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่ ตบเบาๆ บนหัวของเด็กสาวแล้วหันหลังเดินกลับไปที่สนาม ปล่อยให้อีกคนมองตามอย่างงงๆ ไม่ทันไรคางามิที่ยังไม่ลงสนามก็พูดขึ้น

 

 

 

  “แผนของเธอเวิร์ค คุโรโกะเองก็ดีใจที่เห็นเธอสนุกไปกับมัน ทุกอย่างมันเป็นที่เรื่องบังเอิญเท่านั้นแหละ” เจ้าหนุ่มผมเเดงเอามือวางบนหัวฮานะอีกคน เสใบหน้าไปทางอื่น “ตอนนี้แหละที่เราจะได้เล่นกันเป็นทีมอย่างที่เธอว่า เดี๋ยวพวกเราจะสู้ในส่วนคุโรโกะเองน่า”

 

  “อา…”

 

 

 

  เขาวิ่งเข้าสนามไป ทิ้งให้เด็กสาวผมสีดำขลับเอามือลูบผมตัวเองเบาๆ คิดว่าตัวเองคงจะแสดงสีหน้าชัดเจนไปหน่อยเลยถูกพวกเขาเรียกว่าปลอบเข้าให้ เจ้าตัวสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหันไปมองคนที่ไม่ได้สติอยู่อีกครั้ง

 

  —มันไม่เคยชินตาเธอเลยสักครั้ง แม้ตอนเด็กจะหกล้มกี่ครั้ง ได้เจอคนในครอบครัว หรือเพื่อนที่โรงเรียนได้รับบาดเจ็บ.. ไม่ว่าทีไรเส้นสีที่โอบล้อมตัวพวกเขามันไม่เคยสวยเลยสักนิด

 

 

 

  ปรี๊ด—!

 

 

 

  เสียงนกหวีดได้แต้มดังขึ้นเรียกให้ความสนใจของฮานะหันไปมองการเคลื่อนไหวที่สนาม เห็นรุ่นพี่ปีสองของทีมพวกเรากำลังชู้ตทำแต้มด้วยท่าทางไม่ติดขัดอะไร แต่ละคนนั้นมีความสามารถ พกพลังใจมาเต็มเปี่ยม

 

 

 

  กรุ๊งกริ๊ง ~ !

 

 

 

  ก้มลงมองที่มือตัวเองหลังจากที่ทรุดนั่งข้างตัวคุโรโกะ ฮานะกัดริมฝีปากตัวเองแน่นขึ้น อวัยวะตรงอกซ้ายเต้นระรัว เมื่อเห็นเส้นสีพวกนั้นค่อยๆ โอบล้อมมือเธอไว้อย่างอ่อนโยนตอนที่เลื่อนไปกุมหน้าผากคนไม่ได้สติเอาไว้

 

  แม้ว่าผลการแข่งนี้จะออกมาแพ้หรือชนะเธอก็ไม่สน ขอเพียงเเค่ทุกคนปลอดภัย แค่นั้นมันก็เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่เธอพอใจที่สุดแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  เวลาล่วงเลยมาจนถึงควอเตอร์สุดท้าย ถึงแม้เซย์รินจะทุ่มกำลังไปสักเท่าไหร่ แต่ไม่ว่ายังไงอีกทีมนั้นก็เก่งกว่า ไม่เจอโอกาสที่จะพลิกกลับมานำได้เลย แถมผลลัพธ์ของการเร่งจังหวะในช่วงแรกดันมาแสดงฤทธิ์ในตอนนี้ ทุกคนจึงไม่มีพละกายเหลือที่จะแก้เกมต่อ

 

  แต่ทว่านั่นมันก่อนที่คุโรโกะจะฟื้นตัวขึ้นมาอย่างปฏิหาริย์ เดินโซเซอย่างมัมมี่ที่มีผ้าพันหัว เข้าไปช่วยเหลือคนในทีมจนสถานการณ์ดีขึ้น

 

  ดีขึ้นซะจนคนที่มองจากม้านั่งข้างสนามเริ่มจะตาพร่ามัว 

 

 

  เริ่มเข้าจังหวะสุดท้ายของเกม ทั้งสองฝ่ายต่างทุ่มกำลังให้กับช่วงตัดสิน การเคลื่อนไหวบนสนามเริ่มจะกลับไปเหมือนควอเตอร์แรกเพราะไม่มีใครยอมแพ้ใครในการแข่งนี้

 

  และแม้ว่าการแข่งตรงหน้าจะดุเดือดแค่ไหน แต่มันไม่เข้าหูฮานะเลยสักนิด นัยน์ตาสีแดงสวยเหม่อมองคลิปบอร์ดบนตักตัวเองนิ่ง จนไม่ทันได้สังเกตเห็นการเล่นประสานของคางามิและคุโรโกะบนสนาม ทั้งสองร่วมมือกันทำแต้มในช่วงจังหวะสุดท้ายก่อนที่จะหมดเวลา— อัลเลย์ฮูปที่ทำให้พวกเราได้พลิกมานำได้ที่สุด

 

 

 

  ปรี๊ด—!

 

 

 

  100 ต่อ 98

 

  เซย์รินเป็นฝ่ายชนะ

  

 

  แล้วทายซิว่าเธอได้ยินเสียงใครเป็นคนแรก

 

  “สำเร็จ!”

 

 

  ตุบ—!

 

 

  เพียงแต่สิ้นเสียงคางามิเท่านั้น คลิปบอร์ดที่ถืออยู่ก็ร่วงลงพื้นทันที ฮานะเม้มปากแน่น ก้มหัวลงกุมศรีษะที่ปวดร้าวขึ้นอย่างกระทันหัน

 

  ริโกะที่คอยดูบนนอกสนามเหลือบเห็นท่าทางแปลกๆ ของเธอพอดี

 

 

 

  “ … ฮานะจัง? เกิดอะไรขึ้น ปวดหัวเหรอ เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

 

 

  ได้ยินคำพูดรัวห่วงใยจากโค้ชสาว ฮานะคนนี้จำเป็นต้องยืดตัวขึ้น แสดงสีหน้าผ่อนคลายลง คลี่ยิ้มกว้างตาดวงตาหรี่ลงเป็นเส้นขีดอย่างน่าเอ็นดู

 

 

 

  “รุ่นพี่พูดอะไรกันคะ นี่หนูเรียกท่านี้ว่าโอ้โห ไม่อยากจะเชื่อ! ทุกคนชนะแล้ว ดีใจด้วยนะคะ”

 

  

 

  เธอเลื่อนไปมองทุกคนที่รวมตัวกันเข้าแถวเพื่อทำการเคารพ หันไปเช็คดูว่าทุกอย่างได้ถูกเก็บเข้าที่อย่างเรียบร้อยแล้ว ฮานะจึงเอ่ยปากขอรุ่นพี่ไปเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวนิดหน่อย และนัดเจอกันที่หน้าโรงเรียน

 

  ริโกะมองตามแผ่นหลังของฮานะที่เดินออกไป เธอสังเกตท่าทีแปลกๆ ของเธอตั้งเเต่เริ่มควอเตอร์ที่สี่ขึ้นมาแล้ว ก็ตั้งแต่คุโรโกะได้ลงสนามไป รุ่นน้องคนนี้ก็มัวแต่นั่งเงียบ ไม่มีท่าทางเชียร์มวยเหมือนกับตอนครึ่งแรกเลยสักนิด

 

  มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นหรือเปล่า?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  “มิหน่าล่ะคุโรโกะจึงหมดสติไป… แรงซะขนาดนั้น”

 

 

 

  ฮานะถอนหายใจออกมายามก้าวไปตามทางเดินของโรงเรียนไคโจว ทั้งสองข้างทางมีพุ่มดอกไม้ที่ถูกดูแลเป็นอย่างดี ทั้งตึกเรียนก็ดูดีมีสไตล์แถมยังสะอาดสะอ้านราวกับมีคนดูแลตลอดเวลา โดยภาพรวมนั้นเป็นโรงเรียนที่สวยมาก ในใจก็คิดขึ้นมาอย่างขำขันว่าเพราะเป็นอย่างนี้แหละมั้ง นายแบบคนนั้นจึงเลือกที่จะมาเรียนที่นี่

 

 

  “ฮานัจจิ?”

 

 

  ฝีเท้าของเธอชะงัก เงยหน้ามองคนตัวสูงผมสีทองที่ยืนอยู่ห่างไปสักสามสี่ก้าว

 

  และพูดถึงนายแบบแล้ว… มิหน่าคนตรงหน้าจึงมีสาวๆ ทั้งรุ่นพี่เเล้วก็รุ่นเดียวกันเข้ามาติดตรึม เพราะถึงแม้จะเเข่งเสร็จออกมาอย่างหมดสภาพ นายพระอาทิตย์คนนี้ยังมีสภาพที่ดูดีจนในใจคันหยุบหยิบด้วยความหมั่นไส้

 

  พระเจ้า ท่านจะลำเอียงเกินไปแล้วนะ!

 

 

 

  “ฮานะ” เธอเดินเข้าไปใกล้

 

  “ฮานัจจิ”

 

  “ … ฮานะ” เจ้าตัวเริ่มขมวดคิ้วมุ่น ต่างจากอีกคนที่คลี่ยิ้มกว้าง คิเสะเอ่ยล้อชื่อเธอเสียงดังฟังชัด

 

 

  “—ฮานัจจิฮะ!”

 

 

 

  น่าเขกกระบาลซะจริง

 

  ฮานะสูดหายใจเข้าลึกเเล้วปล่อยออกมาด้วยความปลงใจ เธอเลื่อนสายตาขึ้นไปยังคิเสะเหมือนเดิม สำรวจใบหน้าหล่อเหลาจนน่าหยิก แต่เพียงเท่านั้นที่จะจับสังเกตบางอย่างได้

 

 

 

  “นี่นายร้องไห้เหรอ”

 

 

 

  คนถูกทักสะดุ้ง รีบเบือนหน้าไปทางอื่นทันที เจ้าตัวรีบเบะปากปฏิเสธเสียงหลง โบ้ยความผิดไปที่อากาศบ้างเอย ฝุ่นบ้างเอย เป็นเพราะรุ่นพี่คาซามัตสึทำร้ายบ้าง จนทำให้เป็นอย่างนี้

 

 

  ฮานะยิ้มบางอ่อนใจ หรี่ตามองคลื่นออร่าของเขาที่มีสีสันที่สดใส จู่ๆ ในใจก็อุ่นวาบขึ้นมา… เจ้าหมาตัวโตที่ออกปากแก้ตัวป่าวๆ กับเธอในตอนนี้นี่เหมือนเด็กชะมัด

 

  เธอเงยหน้าขึ้น คลี่ยิ้มกว้างสดใสตรงหน้าเขาที่เพิ่งจะเสียขวัญไป

 

 

 

  “คิเสะน่ะ เก่งมากเลยนะ”

 

  คนตัวสูงชะงัก

 

  “เวลาที่เห็นความมุ่งมั่นของนายบนสนาม ความตั้งใจต่อสิ่งที่ชอบ แววตาสนุกสนาน มันมีเสน่ห์มากๆ เลยล่ะ”

 

  “ … ”

 

  “วันนี้ขอบใจนะ ฉันสนุกมากเลย”

 

 

 

  ฮานะโค้งตัวเล็กน้อยอย่างเคารพ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าตกใจของคิเสะ ขอบตาของเขายังแดงซ้ำจากความพ่ายแพ้ต่อทีมพวกเธอ

 

 

 

  “ถึงจะร้องไห้ก็ไม่เป็นไรหรอก ไม่เคยมีอะไรน่าอายเลยสักนิด เพราะสุดท้ายคิเสะได้ทำดีแล้ว เก่งที่สุดแล้ว”

 

 

 

  เธอยกมือทั้งสองเป็นเชิงขอตัวหลังได้พูดสิ่งที่ควรพูดออกไป คิเสะยังมีอาการนิ่งค้าง มองเธอที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป

 

 

 

  “อ้อ แล้วอีกอย่าง” ฮานะหันกลับไปทิ้งท้าย “ที่จริงนายน่าจะเคยได้ยินมาแล้ว แต่ยังไงฉันก็จะพูดล่ะ”

 

 

  “ … ”

 

 

 

  “เวลาที่คิเสะยิ้มน่ะ— น่ารักมากๆ เลยนะ”














tbc.

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .





ที่จริงไม่ค่อยมั่นใจเรื่องบรรยายการแข่งเลยค่ะ ถ้าทุกคนมีคำเเนะนำดีๆ ก็บอกได้นะ คือเรามีอีกเวอร์ชั่นนึงที่ยาวกว่านี้อีก แต่พออ่านไปก็รู้สึกว่าเวิ่นเว้อเกิน .__.

หลังจากดองเป็นครึ่งปี ทำไมมาไวจังเลยเนี่ย?! (ถึงจะเเค่ 59 เปอร์เซนต์ก็เถอะ) ก็เพราะทุกคนน่ารักมากเลยค่ะ! ขอบคุณที่กดติดตาม มาเม้นท์ให้กำลังใจ เราอ่านทุกคอมเม้นท์หลายครั้งมาก รักมากเลยค่า ฮือ

 

เจอกันอีกครึ่งพรุ่งนี้นะคะ <3




. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .


♦  hundred percent talk  ♦


ไบแอสสุดโต่ง แต่ทำไงได้คะ ก็คนมันน่ารักนี่นา.. -3- //อย่าฆ่าเค้า

ลงครบแล้วค่า เย่! เป็นตอนที่ยาวกว่าปกติมาก แปลกใหม่ดี แต่คงไม่ทำอีกเเล้ว เเอร้— แต่เราชอบแบบลงรวดเดียวมากกว่านะ แต่ตอนนี้มันยาวสำหรับเราจริงๆ เลยขอตัดฉับๆ


ขอบคุณทุกคนที่กดติดตาม เม้นท์ให้กำลังใจ ขอบคุณมากๆ เลย ช่วยเราให้มีกำลังใจเเต่งต่อจริงๆ รักก

เจอกันตอนหน้าค่า <3


SNAP
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 210 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

90 ความคิดเห็น

  1. #71 knunkim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 21:00
    เอาไปหนึ่งดอก
    #71
    0
  2. #46 NM._ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 22:40
    รอค่าา!! ไรท์ไม่อัพนานแล้วนะ!
    #46
    0
  3. #44 Nimh03 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 21:17
    โดนไปอีก 1 ดอก
    #44
    0
  4. #41 Shnine (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 16:17
    รอนะคะ สนุกมากไปเลยค่ะ
    #41
    2
    • #41-1 Shnine(จากตอนที่ 4)
      22 กรกฎาคม 2563 / 16:18
      มากๆ*

      เขียนผิดอีกแล้ว-_-
      #41-1
    • #41-2 m o j o j o j o(จากตอนที่ 4)
      26 กรกฎาคม 2563 / 00:09
      ขอบคุณนะคะ <3
      #41-2
  5. #40 PACHALAM (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 11:18
    ตกผู้เหมือนตกปลา ตกเอาตกเอาเลยนะน้องง แหมมมม ปักธงไปอีกหนึ่ง
    #40
    1
    • #40-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 4)
      20 กรกฎาคม 2563 / 18:37
      ชอบการเปรียบเปรย ฮาา
      #40-1
  6. #39 ChLoE. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 15:13
    ฮานะ win!! 1แต้ม55555555น้องงงอย่าไปตกเขาเส้
    #39
    1
    • #39-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 4)
      19 กรกฎาคม 2563 / 00:01
      ไม่ทันแย้วค่ะ ฮาา
      #39-1
  7. #38 nsbt_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 08:18
    ฮานะน่ารักจังเลยฮือออออ //สู้ๆนะคะไรท์ รอค่า
    #38
    1
    • #38-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 4)
      19 กรกฎาคม 2563 / 00:00
      ขอบคุณมากเลยนะคะ ฮือ <33
      #38-1
  8. #37 DEVINDEVIN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 01:00
    ตกผู้ได้1Ea พลังติดลบ - 9999999 ดาเมจ
    #37
    2
    • #37-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 4)
      17 กรกฎาคม 2563 / 20:59
      ใจนางคงไม่แล้วค่ะ ถถ
      #37-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  9. #36 LucyTaylor (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 23:23
    เป็นกำลังใจให้นะคะ! สู้ๆ!
    #36
    1
    • #36-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 4)
      17 กรกฎาคม 2563 / 20:58
      ขอบคุณมากเลยนะคะ <33
      #36-1
  10. #35 Jittra (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 22:08

    รออ่านตอนต่อไปค้าาา
    #35
    1
    • #35-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 4)
      16 กรกฎาคม 2563 / 22:47
      ขอบคุณคับบ <33
      #35-1
  11. #34 หนูนากับหมาข้างบ้าน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 21:55

    น้องกำลังตกผู้โดยไม่รู้ตัว!!!เอ๊ะ หรือตไปตั้งนานแ้ลว... แต่...ค้างงะ!!!

    #34
    1
    • #34-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 4)
      16 กรกฎาคม 2563 / 22:47
      น้องไปเเล้วค่ะ! เเล้วเราจะรีบมาต่อค่า <3
      #34-1
  12. #33 Sc_Soragi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 21:39

    ประโยคสุดท้าย คิเสะน่าจะน็อคเอ้านะไรท์


    #33
    1
    • #33-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 4)
      16 กรกฎาคม 2563 / 22:46
      จะเหลือเหรอคะ ถถถ
      #33-1
  13. #32 TanareeSrirabai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 21:19

    ฉากแข่งบรรยายดีแล้วค่ะะะ // กรี้ดดดกด คิเสะคุ๊งงงง ฮานะปักธงแหละ! คู่นี้มันได้! ฮืออออ น่ารักจริงๆ! // รีบๆมาต่อน้าาาา
    #32
    1
    • #32-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 4)
      16 กรกฎาคม 2563 / 22:45
      ขอบคุณมากเลยค่า <3 พวกเธอน่ารักจีๆ น่ะเเหละ จะรีบมาต่อน้า~ <33
      #32-1
  14. #31 violet_itis_lily (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 21:19
    บรรยายดีมาก ค่ะ!!!คิจังโดนตกแล้ว!!!!
    #31
    1
    • #31-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 4)
      16 กรกฎาคม 2563 / 22:44
      เเง ขอบคุณมากเลยนะคะ <3
      #31-1
  15. #30 91250 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 21:16
    ปักธงได้1es
    #30
    2
    • #30-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 4)
      16 กรกฎาคม 2563 / 22:43
      ถูกต้องเเล้วค่า! >_<
      #30-1
  16. #29 LucyTaylor (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 01:03
    บรรยายโอเคแน้วค่ะ! เก่งมากๆเลยรอติดตามอ่านเสมอเลยนะคะ!
    #29
    1
    • #29-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 4)
      16 กรกฎาคม 2563 / 15:27
      โง้ย ดีใจมากๆ เลยค่ะ! ขอบคุณที่มาเม้นท์ให้กำลังจัยน้า <3
      #29-1
  17. #28 bitong3113 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 21:20
    บรรยายฉากแข่งดีแล้วค่ะคุณไรท์ รส.ฮึกเหิม555 รักนะคะ💗💗 //เมื่อกี๊เม้นผิดช่อง แงงงง
    #28
    1
    • #28-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 4)
      15 กรกฎาคม 2563 / 21:34
      โอ๋ๆ พลาดได้น่ารักมากเลย ฮา เเต่ก็เหมือนได้กำลังใจคูณสองไปเลยย ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ <3 //ส่งฮาร์ทปิ้วๆ 🤍🤍🤍
      #28-1
  18. #27 Jittra (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 20:27

    อยากอ่านอีกกก
    #27
    2
    • #27-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 4)
      15 กรกฎาคม 2563 / 20:59
      จะรีบมาต่อเลยค่ะ!
      #27-1
    • #27-2 bitong3113(จากตอนที่ 4)
      15 กรกฎาคม 2563 / 21:18
      บรรยายดีแล้วค่ะ!! คุณไรท์บรรยายดีมั่กๆเนยย รักกก😍😍😍
      #27-2