KNB | KUROKO NO BASKET - 華 - DIAMOND IN MY HEAD

ตอนที่ 3 : ♦ O2 | first step to a thousand miles journey

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 168 ครั้ง
    12 พ.ย. 63






II

 

 

- First step to a thousand miles journey -






‘It takes great courage for every first step, but after that it's just like the river flow.’

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  “วิเคราะห์เกม?”

 

 

  [หากจะพูดให้มันดูดี… ก็นั่นแหละ— วิเคราะห์เกม แต่ว่านะ ฮันลูกพี่ลูกน้องที่รัก เราไม่มีความจำเป็นจะต้องทำตามข้อกำหนดอะไรนั่นก็ตามที พี่พูดถูกไหม]

 

  “ไม่อ่ะพี่คิน” ส่ายหัวพรืดอีกครั้ง จากหัวข้อที่เป็นประเด็นถกเถียงกันมาตั้งแต่สิบนาทีก่อน ฮานะคนนี้ต้องปฏิเสธเป็นรอบที่ห้า “คือฮันตัดสินใจแล้ว จะให้ไปรับคำส่งเดขแบบนั้นเดี๋ยวก็โดนพวกเขาเกลียดขี้หน้ากันพอดี”

 

  ปลายสายหลุดหัวเราะ [เอาเถอะ พี่ก็จะไม่ได้ห้ามอะไรอยู่แล้ว แต่ฮันก็อย่าคิดมากไปเลย หน้าที่ผู้จัดการทีมน่ะมันไม่จำกัด แค่ส่งน้ำจัดเตรียมทุกอย่างในชมรมให้เรียบร้อยก็ช่วยพวกเขาได้มากเเล้ว]

 

 

 

  ฮานะฮัมเสียงในลำคอตอบรับ

 

 

 

  [เเต่ถ้าเราทำได้— และพี่ก็รู้ว่าฮันเก่งเรื่องพวกนี้ขนาดไหน ในทุกๆ เกมมันก็มีจังหวะของมัน ฮันต้องดูการเคลื่อนไหว จับแนวทาง เชื่อมโยงข้อมูลที่ได้รับ ฟังดูง่ายแต่ก็ทำยาก และที่จริงมันก็ไม่ใช่หน้าที่ของผู้จัดการทีมอย่างฮันเลยสักนิด]

 

  “เข้าใจแล้วค่ะ”

 

  [โอเคครับ แหม พี่ล่ะดีใจมากๆ เลยที่ลูกพี่ลูกน้องที่รักอุตส่าห์โทรมาปรึกษาขนาดนี้]

 

  ฮานะย่นจมูก แม้ว่าทางปลายสายจะมองไม่เห็นก็ตาม เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงแง่งอน “มันจำเป็นไหมล่ะคะ”

 

  [ฮันคิดมากเกินไปแล้ว ที่จริงเราก็แค่ไปนั่งทำตัวสวยๆ ข้างสนามพวกนักกีฬาก็มีกำลังใจหึกเหิมขึ้นมาได้นะ]

 

  “ตลกล่ะพี่ โดนเตะออกจากชมรมกันพอดี”

 

  [นั่นก็เป็นอีกอย่างที่เราหวังไม่ใช่เหรอ :)]

 

 

 

  ฮานะแอบบุ้ยปาก เธอแทบจะมองเห็นรอยยิ้มกวนประสาทจากประโยดนั้นบนใบหน้าของพี่ชายผู้เป็นญาติคนสนิท

 

 

 

  “คุยกันพี่แล้วฮันยิ่งสับสนกว่าเดิม แค่นี้แหละค่ะ ฝากสวัสดีคุณน้าคุณอาให้ด้วย”

 

 

 

  เธอรีบตัดบท เอื้อมมือไปจับโทรศัพท์ที่วางอยู่ระหว่างบ่าไหล่กับใบหู หลุบตามองสมุดพกอันเล็กที่ปรากฏเป็นลิสต์หน้าที่ของตัวเองในฐานะสมาชิกใหม่ของชมรมบาสเซย์ริน

 

  พี่คิน ลูกพี่ลูกน้องทางแม่ที่ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นนักกีฬาซื่อดังเอ่ยล้อเธออีกสองสามประโยด จนถึงคราวเวลาที่เจ้าตัวจะต้องไปซ้อมต่อ ชายหนุ่มทางปลายสายก็เหมือนจะนึกขึ้นได้

 

 

 

  [จริงสิ พี่มีรุ่นน้องคนรู้จักคนหนึ่ง น่าจะแก่กว่าฮันสักปีหนึ่งสองปีได้ เห็นว่าเขาเล่นบาสฯ อยู่นะ เก่งมากด้วย น่าจะแนะนำฮันให้ได้… ให้พี่ติดต่อให้ไหม]

 

  ฮานะเลิกคิ้ว ไม่ยักรู้ว่าลูกพี่ลูกน้องตนมีคนรู้จักที่นี่ ยิ่งไปกว่านั้น รุ่นน้อง— ที่เล่นบาสเกตบอล “มันไม่รบกวนเขาเหรอพี่คิน”

 

  [ก็จะถามให้ไง ถ้าเขาไม่ว่างฮันก็ต้องเอาตัวรอดเองล่ะนะ]

 

  “ขอบคุณค่ะ ได้ยังไงแล้วก็ช่วยบอกฮันทีนะ”

 

  [รับทราบ! นี่พี่ต้องไปแล้ว ไว้คุยกันทีหลังนะ]

 

  “เดี๋ยวพี่” ฮานะรีบหยิบปากกาสีดำขึ้นมาอีกหนและจ่อมันไปที่สมุดโน้ต “ฮันขอชื่อ— ชื่อของพี่เขาคนนั้นหน่อยค่ะ”

 

 

  [อ้อ] เสียงก้าวเดินอย่างเร่งรีบสะท้อนมาให้ได้ยิน พี่คินได้ตอบเธอด้วยน้ำเสียงรีบร้อนก่อนจะตัดสายไป [เจ้านั่นน่ะชื่อ—]

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  ฮานะเอามือป้องปากหาวออกมาแล้วเอนตัวพิงหลังกับกำแพงด้วยความง่วงงุน เธอนี่มันเป็นคนคิดมากเรื่องไม่เป็นเรื่องเลยจริงๆ มัวแต่กังวลกับการเข้าชมรมใหม่จนไม่ได้หลับไม่ได้นอนแบบนี้ เมื่อคืนกว่าจะข่มตาลงได้ก็เกือบตีหนึ่ง แถมกล่องดนตรีลัลลาบายที่ชอบฟังยังไม่ได้ช่วยอะไรเลยอีกต่างหาก

 

  เจ้าตัวอ้าปากหาวอีกครั้งระหว่างรอเอกสารที่รุ่นพี่ริโกะวานให้มารับเพื่อไปแจกกับคนในชมรม บอกว่าเป็นตารางฝึกซ้อมพร้อมกับใบอนุญาตให้ผู้ปกครองเมื่อต้องได้ออกไปแข่งสถานที่นอกโรงเรียน

 

  พูดถึงการซ้อมแข่งแล้ว… เห็นรุ่นพี่บอกว่าวันนี้เธอได้ไปเจรจากับโรงเรียนอื่นนี่ เห็นทีคงจะประกาศทีเดียวตอนเรียกทุกคนรวมตัวกันที่ชมรม

 

  

  ฮานะรีบดันตัวออกมาจากกำแพงเมื่อประตูข้างๆ ถูกเปิดออก เป็นคุณครูที่ดูแลเรื่องพิมพ์เอกสารต่างๆ เดินออกมาพร้อมกระดาษปึกใหญ่ในมือ

 

 

 

  “หนูอิงาราชิจากชมรมบาสเกตบอลใช่ไหมจ๊ะ?”

 

 

 

  ฮานะพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มสุภาพ รับเอกสารปึกนั้นเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน เอ่ยขอบคุณเบาๆ แล้วเดินออกมาเตรียมตัวไปที่โรงยิมก่อนที่จะสายในวันแรกและจะโดนรุ่นพี่ริโกะกินหัวเข้า ฮานะแค่นยิ้มแห้งแล้งหลุบตามองจำนวนกระดาษในอ้อมแขนตนเอง— นี่มันฟาดหัวคนสลบได้เลยนะเนี่ย?

 

  เลี้ยวซ้ายตรงมุมตึก แล้วทางเดินไปที่โรงยิมควรจะเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า แต่แล้วผู้จัดการสาวต้องได้หยุดเท้าอยู่กับที่แล้วเบิกตาอย่างตกใจกับสิ่งที่เจอ ฝูงคนมากมาย— ซึ่งดูแล้วมีแต่เด็กผู้หญิงซะส่วนใหญ่กำลังมุงดูอะไรก็ไม่รู้พร้อมส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดดูน่ารำคาญหู ฮานะลองเขย่งเท้าดูก่อนจะมองซ้ายขวาด้วยความหนักใจ เธอน่ะเป็นสมาชิกใหม่ ไม่มีกุญแจเข้าประตูหลังด้วยสิ

 

 

 

  “เอาไงดีล่ะทีนี้…” พึมพำเสียงเบามองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างปลงตก

 

 

 

  แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรนัยน์ตาสีแดงสวยก็ต้องเบิกกว้างเมื่อมีแรงผลักจากด้านหลังอย่างแรงส่งผลให้ถลาตัวไปข้างหน้า ฮานะขมวดคิ้วมองคนที่วิ่งออกไปโดยไม่มีการขอโทษ และไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นเธอก็รู้สึกว่าตัวเองได้เข้ามาอยู่ในเหตุการณ์คอนเสิร์ตที่เหล่าแฟนคลับต่างอยากจับจองที่นั่งแถวแรกในฮอลล์ ร่างกายถูกเบียดเสียดจนเกือบหกล้ม เธอพยายามส่งเสียงห้ามพร้อมกับขอทางแต่ก็เหมือนจะไร้ผล

 

 

 

  กรุ๊งกริ๊ง ~ !

 

 

 

  และแล้ว คนที่ใจเย็นมากอย่างฮานะจำเป็นต้องเผลอสบทในลำคอเมื่อความเจ็บแล่นขึ้นที่ฝ่ามือและหัวเข่า

 

  เธอว่าเธอควรจะไปเรียนคาถาสาปแช่งมาสักคาถาแล้วสาปเจ้าเด็กผู้หญิงรอบตัวเธอในตอนนี้เสีย ร่างกายเสียหลักล้มลงกับพื้น พาให้ทุกอย่างรอบตัวหยุดชะงัก และยังดีที่กองเอกสารยังคงปลอดภัยในอ้อมแขน ไม่งั้นเธอคงได้ปรี๊ดแตกออกมาจริงๆ

 

 

 

  “ฉันไม่ได้ทำนะ เธอต่างหากที่เบียดเข้ามาเอง”

 

 

 

  ฮานะรู้สึกถึงสายตาหลายสิบคู่ที่จับจ้องมาทางด้านหลัง เธอแค่นหัวเราะเล็กน้อยเมื่อได้ยินข้อแก้ตัวต่างๆ นานาจากเจ้าคนรอบตัวก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวขึ้นอย่างทุลักทุเล กัดริมฝีปากกลั้นความเจ็บตรงหัวเข่า เธอชะงักเมื่อจู่ๆ ก็มีมือใหญ่ยื่นเข้ามาเสนอช่วย

 

 

 

  “คือว่า… ให้ผมช่วยนะฮะ”

 

  “ไม่” ฮานะกัดฟันแน่น “… เป็นไร”

 

 

 

  สาบานสิว่าเธอไม่เคยรู้สึกโมโหเท่านี้มาก่อน

 

  เด็กสาวเดินออกมาโดยพยายามไม่ทิ้งน้ำหนักไปยังขาข้างที่เจ็บ พยายามพาตัวเองออกจากเหตุการณ์เพื่อสงบสติอารมณ์ก่อน ไม่อย่างนั้นเมื่อกี้เธอคงจะเผลอไปตีหน้ายักษ์ใส่ใครแล้วสร้างศัตรูไปตลอดชีวิตในรั้วโรงเรียนแน่ ฮานะจะไม่เอาอย่างนั้นเด็ดขาด

 

 

 

  “เดี๋ยวฮะ!”

 

 

 

  แต่ดูเหมือนจะมีบางคนที่ไม่เข้าใจ

 

  คนตัวสูงที่น่าจะเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้มีคนมายืนมุมมากมายในตอนนั้นวิ่งมาดักหน้าเธอไว้ ฮานะพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เงยหน้าขึ้นพิจารณาคนตรงหน้า… หน้าตาหล่อเหลาดูดี ผมสีทองเด่นพร้อมกับนัยน์ตาสีเดียวกันที่มองมาอย่างรู้สึกผิด ฮานะค่อยๆ คลายคิ้วที่ขมวดอยู่ออกเมื่อเห็นออร่าของเขา

 

 

  หืม… นี่มันคนหรือหลอดไฟนีออนเดินได้กัน?

 

 

 

  คนหน้าตาดูดีจนเทียบเป็นนายแบบได้พยายามพูดกับเธอ “คือว่า… เมื่อกี้ขอโทษด้วยนะฮะ ผมก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น คือ— ขอโทษด้วยจริงๆ ฮะ”

 

 

 

  ฮานะกะพริบตาปริบ รู้สึกเหมือนมีหมาโกลเด้นตัวใหญ่หูตกพยายามอ้อนเจ้าของมันอยู่ยังไงยังงั้น

 

 

 

  “ผมแค่อยากมาแวะหาเพื่อนเก่าที่โรงเรียนนี้น่ะฮะ คือคุณรู้จักชมรมบาสของที่นี่ไหม— เดี๋ยวนะ” นัยน์ตาสีทองของคนแปลกหน้าหลุบมองกระดาษในอ้อมแขนเธอ “คุณคือผู้จัดการชมรมบาสเหรอ!?”

 

 

 

  ฮานะตอบรับเบาๆ ไม่รู้จะทำตัวยังไงเมื่ออีกคนส่งออร่าวิบวับมาซะขนาดนั้น เขาพนมมือไว้กลางอกพร้อมเอ่ย

 

 

 

 “ช่วยนำทางผมไปที่โรงยิมหน่อยนะ ผมขอโทษจริงๆ สำหรับเหตุการณ์เมื่อกี้ สัญญาเลยว่าจะชดใช้แน่นอน ช่วยผมด้วยนะฮะ!”

 

 

 

  ฮานะเผลอทำสีหน้าประหลาดออกมา เมื่อกี้เจ้าคนตัวยักษ์ตรงหน้านี่ยังรู้สึกผิดอยู่เลย ต่อมาก็แสดงอาการดีใจจนออกนอกหน้า และตอนนี้กำลังยิ้มแฉ่งส่องแสงแข่งกับพระอาทิตย์อยู่

 

  เอาจริงเธอเองก็ไม่ควรจะโกรธใส่เด็กผู้หญิงพวกนั้นรวมถึงคนตรงหน้านี่ด้วย พวกเธอเองก็คงจะไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ ส่วนเจ้าหมานี่ก็คงไม่อยากให้ใครมาบาดเจ็บเพราะตัวเองหรอก ฮานะสูดหายใจเข้าลึกๆ ไล่อารมณ์ครึกรุ่นออกไป

 

 

 

  “หลีกไป”

 

  “อ.. อะไรนะฮะ” คนหัวทองทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้

 

  “หลีกไปสิ นายกำลังยืนขวางทางฉันอยู่”

 

 

 

  พร้อมสีหน้าเหงาหงอย นายโกลเด้นยักษ์ก็ได้ค่อยๆ ขยับทางให้เธอ ออร่ารู้สึกผิดอยู่เต็มอก ฮานะอดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มบางอย่างเอ็นดู เธอกระชับเอกสารในมืออีกครั้งแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

 

 

 

  “ก็เมื่อกี้นายขวางทางที่จะไปโรงยิมไง มาสิ เดี๋ยวจะนำทางไปที่ชมรม”

 

 

 

  และรอยยิ้มที่ส่งมาให้นั้นช่วยทำให้ความโมโหเมื่อกี้หายเป็นปลิดทิ้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  ในที่สุดตอนนี้ฮานะรู้แล้วว่าเพื่อนของเจ้าหมาโกลเด้นนั้นคือใคร 

 

 

 

  “พอรู้ว่าคู่แข่งต่อไปเป็นเซย์ริน ผมก็นึกได้ว่าคุโรโกจจิเข้าทีมนี้” สรรพนามใช้เรียกแบบแปลกๆ นั่นทำให้เธอนึกสงสัยอยู่ไม่น้อย “ก็เลยมาทักทายน่ะฮะ สมัยมอต้นเราสนิทกันที่สุดเลยนะ”

 

  “ก็ธรรมดาออกครับ”

 

  “ใจร้าย!”

 

 

 

  แล้วก็รู้ด้วยว่าเจ้าหมาตัวนี้ที่กำลังทำท่าเสียใจจนดูโอเวอร์น่ะไม่ใช่แค่นายแบบธรรมดา

 

  อันที่จริงเธอก็น่าจะเอะใจตั้งแต่มีคนหน้าตาดีวิ่งเข้ามาถามเรื่องชมรมบาสเกตบอล ร่างกายสูงโปร่งและดูเหมือนนักกีฬา แต่เพราะในตอนนั้นเธอดันมัวแต่พยายามจัดการกับอารมณ์ตัวเองอยู่ ไม่อย่างนั้นคงจะเริ่มคิดได้ในข้อนี้

 

 

  เขาคือ คิเสะ เรียวตะ ที่เป็นหนึ่งในรุ่นปฏิหาริย์

 

 

  สารภาพตามตรงเลยว่าวินาทีแรกที่ได้รับรู้ ฮานะคนนี้เกือบจะทำหน้าออกมาว่า แล้วไง? เขาจะเป็นใคร จะไปสร้างปฏิหาริย์ที่ไหนก็เรื่องของเขาสิ แต่เวลาต่อมาก็ต้องได้หยิกตัวเองตั้งสติ นี่เธอเป็นผู้จัดการชมรมนะ ต้องใส่ใจทีมให้มากกว่านี้สิ

 

  สีหน้าขมวดคิ้วเหมือนจมอยู่ในความคิดของเจ้าตัวทำให้คิเสะมองลงมาด้วยสายตาขบขัน

 

 

 

  “ฮานะ” เขาส่งเสียงเรียกเธอ พร้อมด้วยรอยยิ้มกับนัยน์ตาสีทองอ่อนลง “—ฮานัจจิ”

 

 

 

  เจ้าของชื่อหันไปมองอย่างแปลกใจ จำไม่ได้เลยว่าเคยบอกชื่อตัวเองให้กับเจ้าหมาหัวทองคนนี้นะ?

 

 

 

  “เมื่อกี้คุโรโกจจิเรียกฮานัจจิน่ะฮะ”

 

 

 

  ฮานะพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะทำหน้าเหรอหราอีกครั้งหมุนตัวไปทางคุโรโกะที่กำลังมองมายังเธอไม่วางตา

 

 

 

  “คุโรโกะเรียกฉันเหรอ แต่เอ๊ะ ฮานัจจิ?

 

 

 

  ในตอนนี้สมองเธอตื้อจนตามอะไรไม่ทันแล้ว ฮานะมองคิเสะกับคุโรโกะสลับกันไปมาอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี ด้านหลังนั้นมีกลุ่มพวกปีหนึ่งกำลังอ่านคอลัมน์นิตยสารบาสเกตบอลออกเสียงให้ทุกคนได้รับฟังกัน และข้อมูลเกี่ยวกับผู้เล่นนายแบบคนตรงหน้าเธอนี่ก็ทำให้คนอื่นๆ สนใจอยู่ไม่น้อย

 

  ฮานะคิดว่าจะปล่อยให้คนในทีมจัดการกันไป ส่วนตัวเองจะได้เริ่มทำหน้าที่ผู้จัดการแบบจริงๆ จังๆ เสียที เธอเตรียมหมุนตัวออกไปเพื่อทำการสั่งซื้อชุดยูนิฟอร์มใหม่เฉพาะทีมบาสของเซย์ริน แต่ไม่ทันไรก็มีสองมือมาจับบ่าเธอไว้ ฮานะมองตามมือนั้นขึ้นไปกลับเห็นนายแบบคนนั้นกำลังส่งรอยยิ้มตาหยีมาให้

 

  ให้ตายเถอะ นี่เธอกำลังจะตาบอดเพราะออร่าของเขาแล้วนะ

 

 

 

  “ฮานัจจิ” เขาเริ่ม “ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะที่ทำให้ฮานัจจิหกล้มพร้อมกับต้องมาสายแบบนี้…  ฮานัจจิยังเจ็บตรงไหนไหมฮะ”

 

  “ฮานะ— ไม่ต้องเติมจิ” เธอแก้ รู้สึกแปลกอยู่ไม่น้อยเมื่อดันมีชื่อเล่นใหม่กับคนที่เพิ่งเคยเจอครั้งแรก “ส่วนเข่าน่ะไม่เป็นไร นายไม่ต้องสนใจหรอก”

 

  “แต่ผมรู้สึกผิดจริงๆ นะ!” แรงมือกำที่หัวไหล่แน่นขึ้นขณะที่คิเสะได้โน้มตัวลงมา มุมปากโค้งเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ให้ผมได้ชดใช้นะฮะ”

 

  “เอ่อ…” ฮานะค่อยๆ ขยับตัวออกจากใบหน้าหล่อเหลานั่นอย่างอึดอัด เหตุการณ์ตอนเธอล้มนั่นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย เด็กสาวพยายามยิ้ม “ไม่ต้อง—”

 

 

 

  ไม่ทันได้ปฏิเสธ นัยน์ตาเฉดสีแดงดันเหลือบไปเห็นบางอย่างที่พุ่งมาทางนี้ พร้อมกับกลุ่มผมสีเเดงฉาดท่าทางหาเรื่องนั่น

 

 

  ค.. คางามิ! ลูกบาส!

 

 

  คิเสะเหมือนจะเห็นความผิดปกติจากเด็กสาวตรงหน้า มองไปตามทิศทางเดียวกันก็เจอลูกบาสสีส้มที่ลอยตรงมา ไม่รอช้าเขารีบเอามือตัวเองบล็อกลูกนั้นไว้ทันที 

 

 

 

  ดวงตาสีทองหรี่ลงมองคนที่ขว้างลูกบอลมานั่น เป็นคางามิที่ยกยิ้มกว้างมาให้ “ขอโทษนะที่ขัดจังหวะ เเต่นายคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อแค่ทักทายกับจีบสาวหรอกใช่ไหม?”

 

  “คางามิคุง!” ทั้งโค้ชและกัปตันทีมร้อง ไม่คิดว่าเจ้าเด็กหัวเเดงนี่จะกล้าขว้างลูกบอลใส่คนในรุ่นปฏิหาริย์สุ่มสี่สุ่มห้าแบบนั้น

 

 

 

  ส่วนเด็กสาวผมสีดำก็ได้เเต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก เเต่ไม่นานก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น… นี่ถ้าเมื่อกี้คิเสะไม่ยื่นมือออกไปรับลูกบอลนั่น มันจะไม่โดนหน้าเธอพอดีเหรอ?

 

 

 

  คิเสะสบัดมือเล็กน้อย “อะไรกันเนี่ย… นายเกือบขว้างโดนผู้จัดการนะรู้ไหม?”

 

  “ช่วยมาเป็นคู่ซ้อมมือให้หน่อยสิ พ่อรูปหล่อ” คางามิยกยิ้ม ไม่สนใจแม้แต่ฮานะที่ยกมือทำท่าทางปาดคอมาทางเขา

 

  “เอ.. จู่ๆ จะมาพูดเเบบนี้มันออกจะ—” หางตาของคิเสะเหลือบเห็นฮานะที่กำลังทำสงครามทางสายตากับคางามิอยู่ ยกยิ้มด้วยความเอ็นดูพร้อมกับหวนนึกถึงวิธีการเล่นของคนหัวแดงในตอนแรกที่ก้าวเข้ามาในโรงยิมแห่งนี้ “ก็ได้ เล่นก็เล่น ไถ่โทษที่ฉันเป็นต้นเหตุทำให้ผู้จัดการคนน่ารักของพวกนายเจ็บตัวในตอนนั้น”

 

 

 

  ขนลุกพองเมื่อได้ยินคำชมจากนายโกลเด้นจนต้องยกแขนกอดตัวเองไว้แน่น ฮานะรีบขยับตัวออกห่างจากคิเสะเล็กน้อย ห่างออกไปไม่ไกลก็มีรุ่นพี่สาวผู้กำลังหลับตาลงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้นของคางามิ

 

 

 

  “อาจจะแย่ก็ได้นะครับ” คุโรโกะพูดเสียงเบา อาสาคว้าข้อมือคนที่ยังขมวดคิ้วมองคิเสะด้วยสายตาเหมือนกับเจอสิ่งประหลาดบนโลกไปยืนอีกข้างสนาม

 

  “ฮานัจจิ?”

 

 

  

  สีหน้าของเจ้าของชื่อดูย่ำแย่กว่าเดิม ฮานะมองเจ้าหมาโกลเด้นอย่างคนไม่มีอะไรจะพูด

 

 

 

  “ผมจริงจังนะว่าจะชดใช้น่ะ การที่ฮานัจจิต้องมาเจ็บตัวมันใช้ไม่ได้เลยจริงๆ ให้อภัยผมได้ไหม?”

 

  “เฮ้!” คางามิขมวดคิ้วมองทั้งสอง “ตรงนี้เฟ้ย!”

 

  “ครับๆ” เด็กผมทองขานรับหันหลังไปรับลูกบอลที่โยนมา ถอดเสื้อนอกออกก่อนจะโยนไปข้างสนาม รอยยิ้มบางระบายบนใบหน้า “หนึ่งต่อหนึ่งสินะ?”

 

  “ก็ต้องแน่อยู่เเล้วสิ”

 

 

 

 

 

  

 

 

  ฮานะมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบๆ พร้อมกับคนอื่นๆ ในทีม ห่างออกไปนั้นมีคิเสะกับคางามิผู้กำลังใช้อีกครึ่งของสนามดวลหนึ่งต่อหนึ่งอยู่ เธอเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยที่เห็นคิเสะใช้ความเร็วของตัวเองหลอกคู่แข่งด้วยการเปลี่ยนเส้นทางการเจาะเข้าใกล้แป้น

 

  นัยน์ตาสีแดงสวยเรืองรองขึ้นมาอย่างไม่มีใครสังเกตเห็น เมื่อกี้— เธอมองเห็น เส้นสีและการเคลื่อนไหวของคลื่นเส้นเหล่านั้นได้เด่นสะดุดตาเป็นเอกลักษณ์ ฮานะเริ่มคิดไปถึงบทสนทนากับญาติทางโทรศัพท์เมื่อคืนก่อน เธอว่าเธอเริ่มจะจับทางการวิเคราะห์เกมที่อีกฝ่ายหมายถึงแล้วละ

 

  ทว่าไม่จำเป็นต้องมีสมองกล ใครๆ ในนี้ต่างก็ดูออกว่าเป็นใครที่มีความสามารถด้อยกว่าในการดวลแห่งนี้ 

 

 

 

  ฮานะเอ่ยถามอย่างเเปลกใจ “นี่เขา… ลอกเลียนท่าดั้งค์ของคางามิเหรอคะ?”

 

  “ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ… ไม่ใช่ระดับเลียนเเบบด้วยสิ” ริโกะพยักหน้าน้อยๆ

 

 

 

  คางามิที่ยังไม่ยอมแพ้กระโดดสูงขึ้นตาม ยื่นแขนออกหมายจะบล็อกลูกนั้น แต่พละกำลังที่ต่างกันทำให้คนหัวแดงเสียสมดุลล้มลงกับพื้น ดวงตาสีเเดงเบิกกว้างอย่างตกใจที่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าคิเสะที่ตอนนี้ยืนมองลงมาที่เขาอยู่ราวกับจะบอกว่าใครเหนือกว่า

 

 

 

  ฮานะเหมือนจะพูดอะไรไม่ออกกับความสามารถที่ได้ประจักษ์ “คุโรโกะ… นายมีเพื่อนที่เก่งมากเลยนะ”

 

  “ผมไม่รู้จักคนๆ นั้นครับ” เด็กหนุ่มผมฟ้าตอบเสียงเรียบ สายตายังคงไม่ละจากคิเสะ “บอกตามตรงว่าผมคิดง่ายเกินไปจนกระทั่งถึงเมื่อกี้ เเต่ไม่ได้เจอกันเเค่ไม่กี่เดือนเอง… รุ่นปฏิหาริย์ก้าวหน้าเร็วกว่าที่คาดเอาไว้ซะอีกครับ”

 

  ความสนใจของฮานะกลับไปที่สองคนนั่น มองคางามิที่กำลังพยุงตัวลุกขึ้นและคิเสะที่ส่งมือเกาท้ายทอยตนเอง “ไม่อยากจะพูดเลยนะ… ทำให้ผมผิดหวังเเบบนี้ คงเเค่ทักทายเเล้วกลับไม่ได้เเล้วล่ะ”

 

 

  … เดี๋ยวนะ ผิดหวัง— เหรอ? 

 

 

  คิเสะเอามือล้วงกระเป๋าก่อนจะเดินตรงมาที่เหล่าชมรมเซย์รินยืนอยู่ “ขอคุโรโกจจิเถอะนะฮะ” ก่อนมาหยุดอยู่ที่เด็กหนุ่มล่องหน “มาอยู่ทีมฉันเถอะ มาเล่นบาสด้วยกันอีกครั้ง”

 

  คำชักชวนที่ไม่คาดฝันทำให้ทุกคนเบิกตาอย่างตกใจ จู่ๆ จะมาชวนให้ย้ายโรงเรียนเเละย้ายทีมทั้งๆ ที่เพิ่งจะเข้าเรียนเนี่ยนะ? 

 

 

  ฮานะไม่เข้าใจ

 

 

 

  “นี่พูดจริงๆนะ ฉันนับถือคุโรโกจจิมากนะรู้ไหม” คิเสะส่งยิ้มบาง “มาอยู่กับทีมเเบบนี้เสียดายฝีมือเปล่าๆ นะ… ว่าไงล่ะ?”

 

 

 

  ไม่เข้าใจพร้อมกับรู้สึกโมโหนิดหน่อย ฮานะขมวดคิ้วแน่นก่อนจะวางมือบนบ่าคุโรโกะ เรียกแววตาแปลกใจของทั้งทีมรวมมาที่ผู้จัดการทีมคนใหม่ผู้กำลังส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้คิเสะ 

 

 

 

  “ขอโทษด้วยนะคิเสะ แต่ว่าคงจะเป็นไปไม่ได้เพราะคุโรโกะเขาอยู่ทีมพวกเราแล้ว แถมเรายังตั้งเป้าหมายไว้เเล้วด้วยว่าจะโค่นรุ่นปฏิหาริย์อย่างพวกนายเเล้วเป็นที่หนึ่งของญี่ปุ่นน่ะ”

 

 

 

  คุโรโกะมองเพื่อนสาวตัวเล็กข้างตัวเองแล้วคลี่ยิ้มบาง เห็นว่าเธอกำลังออกโรงช่วยเขาอยู่ทั้งๆ ที่เมื่อวันก่อนยังคิดจะย่องหนีจากชมรมนี้อยู่เลย เขาหันไปทางเพื่อนที่เคยร่วมทีมแล้วพูดขึ้น

 

 

 

  “เป็นเกียรติมากครับที่อุตส่าห์ทำถึงขนาดนั้น เเต่คงต้องปฏิเสธด้วยความเคารพ”

 

  “ใช้คำพูดเเบบนี้มันเเปลกๆ นะ!” สีหน้าของคิเสะฉายความไม่เข้าใจอยู่เต็มอก “นายไม่เหมือนสมัยก่อนเลย ชัยชนะคือทุกอย่างไม่ใช่เหรอ? ทำไมไม่เข้าโรงเรียนที่แข็งแกร่งกว่านี่เหล่า?!”

 

 

 

  ฮานะพองลมที่เเก้ม

  … มาต่อว่าโรงเรียนอื่นอ่อนแออย่างนั้นอย่างนี้ เจ้าหมานี้สมควรถูกหยีหัวแรงๆ และฟัดพุงสักสามสี่ครั้ง

 

 

 

  “ความคิดผมเปลี่ยนไปตั้งเเต่ตอนนั้นแล้วครับ” คุโรโกะตอบเสียงเรียน “ที่สำคัญ อย่างที่คุณฮานะพูด ผมสัญญากับเธอและคางามิคุงเอาไว้ว่าจะเอาชนะรุ่นปฏิหาริย์อย่างพวกคุณทุกคน”

 

  คิเสะขมวดคิ้ว “ไม่เหมือนกับสมัยก่อนจริงๆ ด้วย พูดล้อเล่นเเบบนี้มัน…”

 

  เสียงหัวเราะเบาๆ ขัดขึ้นจากข้างหลังคิเสะ คางามิยิ้มบางก่อนจะหันมามองทั้งสอง “โถ่เอ้ยจริงๆ เลย! อย่าเเย่งคำพูดของฉันได้ไหม ฮานะ คุโรโกะ”

 

 

 

  ฮานะหรี่ตามองท่าทางของคางามิ รอยยิ้มแปลกๆ นั่นอีกเเล้ว… เหมือนกับเจอสิ่งที่ถูกใจเลย

 

 

  ทันใดนั้นก็รู้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมายังเธอ ฮานะเงยหน้าขึ้นมองสบกับนัยน์ตาสีทองสวยของคิเสะ พลันขนลุกซู่ขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคิดว่าเขาจะแกล้งอะไรเธออีก “ดูเหมือนว่าเธอจะมีส่วนทำให้พวกเขาเป็นเเบบนี้สินะ? ฮานัจจิ”

 

 

 

  เด็กสาวทำหน้าไม่เข้าใจ

 

 

 

  คนผมทองโน้มใบหน้าเข้าใกล้จนทำให้เธอต้องก้าวถอยหลังเล็กน้อย “ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เเค่ความน่ารักของผู้จัดการสินะ— เธอมีอะไรที่น่าสนใจกันฮะ ฮา-นัจ-จิ?”

 

 

 คิเสะชะงักตกใจเมื่อเห็นปึกกระดาษสีขาวได้ยกขึ้นมาบังใบหน้าของเขาเเละผู้จัดการสาวไว้

 

 

 

  “หยุดแกล้งกันได้แล้ว” ฮานะเอ่ยอย่างอ่อนใจ “ฉันไม่มีปัญหาเลยนะว่านายจะเรียกหรือพูดอย่างสนิทสนม แต่ช่วยอย่าทำอะไรที่มันเกินเลยกว่านั้นได้ไหม คิเสะ”

 

    แค่นหัวเราะเล็กน้อยกับท่าทางของเด็กสาว กลับไปยืนตัวตรงเหมือนเดิมพร้อมกับพยักหน้าอย่างเข้าใจ “งั้นครั้งหน้าแล้วกันนะ ฉันจะชดใช้เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ให้”

 

  “ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้อง… ” ทำไมเธอต้องรู้สึกเหนื่อยขนาดนี้กับการปฏิเสธคนๆ หนึ่งด้วยเนี่ย? “อา จริงสิ” ฮานะนึกขึ้นได้เมื่อโค้ชสาวได้วางมือบนไหล่เธอพร้อมกับส่งรอยยิ้มมาให้ “คิเสะ ถ้านายไม่ถือสา แต่พวกเรามีตารางซ้อมต่อนะ”

 

  “ครับๆ” เจ้าหมาโกลเด้นโบกมือเป็นเชิงบอกลา หมุนตัวไปประตูทางออก “อ้อ ขอบคุณอีกครั้งนะที่ช่วยพามานะฮานัจจิ!”

 

 

  “ฮานัจ.. จิ?” ฮานะทวนชื่อประหลาดๆ นั่น หันไปถามคุโรโกะ “นี่เขาเอาชื่อทุกคนไปตั้งใหม่หมดเหรอ?”

 

  “เปล่าหรอกครับ แค่กับคนที่เขาเคารพ”

 

  “เคารพ…?” พึมพำเสียงเบาจากปาก ฮานะหันไปมองคิเสะอยู่หน้าประตู ที่ยังไม่ได้ออกไปแต่กลับขยิบตาส่งมาให้แทน “จู่ๆ ก็รู้สึกไม่อยากให้มีคนมาเคารพเลยแฮะ…”

 

 

  “พยายามเข้านะเซย์ริน! เเล้วเจอกันที่สนาม!”

 

 

  ในที่สุดตัวป่วนออร่านีออนก็ได้จากไป ทิ้งให้ทั้งทีมตอนนี้ตกอยู่ในความเงียบราวกับตามไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

 

  “ไม่คิดเลยนะว่าเธอจะโต้กลับกับรุ่นปฏิหาริย์เเบบนั้นนะ ฮานะ” ฮิวงะพูดขึ้นทำลายความเงียบ เรียกความสนใจจากผู้จัดการสาวให้มาเอ่ยด้วยความวิตกกังวล

 

  “คือหนู… ได้ทำอะไรที่ไม่ควรลงไปหรือเปล่าคะ?” 

 

  อิซึกิหัวเราะ “เปล่าหรอก เเค่คิดว่าคนที่จะโต้กลับน่าจะเป็นคางามิมากกว่าน่ะสิ”

 

  “ว่าไงนะครับ…” คางามิที่ยืนอยู่ไม่ห่างคิ้วกระตุก

 

 

 

  ไอดะ ริโกะปล่อยหัวเราะออกมาเสียงดัง ยื่นแขนไปกอดคอรุ่นน้องผมดำด้วยท่าทางเอ็นดู

 

 

 

  “มาเป็นผู้จัดการวันแรกก็เกิดเรื่องเลยนะฮานะจัง! ท่าทางชมรมบาสปีนี้คงจะมีแต่เรื่องสนุกๆ น่าดูเลย”

 

 

 

  ผู้ตกเป็นเป้าสายตาหัวเราะแห้งทำตัวไม่ถูก ถึงจะเป็นวันแรก แต่ลึกลงแล้วฮานะกลับรู้สึกผ่อนคลายกับความเป็นกันเองของทุกคนในชมรมนี้ เธอคลี่ยิ้มกว้างรับเมื่อ ฮิวงะ จุนเปย์ ชายผู้เป็นกัปตันทีมยื่นมือมาตบบ่าปลอบใจ และเอ่ยขอฝากตัวด้วย

 

 

 

  “ยินดีต้อนรับสู่ชมรมบาสเกตบอลนะ ฮานะ”

 

 

 

  เหมือนได้ย้อนกลับไปยังคำพูดตอนวันแรกในช่วงที่กลายมาเป็นรุ่นน้องชมรมยิงธนูใหม่ๆ

 

  และออร่าสดใสที่แสดงถึงความยินดีอย่างไม่ปิดบัง

 

 

  ช่างบริสุทธิ์ และไร้เดียงสา

 

  ฮานะชอบมันที่สุดเลย
















tbc.

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .




ทุกคนสบายดีมั้ยคะ? แล้วเอ่อ… ยังมีคนอ่านกันอยู่มั้ยคะเรื่องนี้ แฮร่

คิดว่าทุกคนทราบกันอยู่แล้ว เรื่องนี้เป็นแนวฟีลกู้ด เน้นชีวิตประจำวัน และโมเม้นท์น่ารักเป็นบางช่วง เพราะเราเองก็แต่งฮีลใจจากทุกเรื่องที่เผชิญอยู่ในตอนนี้ค่ะ ///


ในตอนนี้คิเสะเปิดตัวมาอย่างแกรนด์ อย่าหาว่าลำเอียงนะ แต่เราเมนคิเสะ หมาโกลเด้นของเราเองค่ะ ( ̄∇ ̄)! และอีกคนก็คือทาคาโอะ— เสียงหัวเราะนายนี่มันโดนใจจริงๆ เลย!

แล้วทุกคนเองชอบใครบ้างละคะ? เเหะๆ



ติชมเรื่องบรรยายได้ค่ะ เรามือใหม่ รับฟังเสมอ อย่าลืมกดหัวใจกับคอมเม้นท์ให้กันด้วยนะ!

เจอกันตอนหน้าค่า ///


SNAP
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 168 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

90 ความคิดเห็น

  1. #76 FujiOtome (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 06:18

    เวลาใครยินดีน่ะ ช่างดีจริงๆ
    #76
    0
  2. #70 knunkim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 20:22
    555บันเทิงดีจัง แต่เเย่เลยนะกรี้ดผู้จนไม่มองคนอื่นฮานะเจ็บตัวเลย
    #70
    0
  3. #26 nsbt_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 16:41
    ในที่สุดไรท์ก็มาแล้ว แงงงงง เราคิดถึงมากๆเลยค่ะ คิเสะเปิดตัวมาน่ารักมากเรายิ้มทั้งตอนเลย //สู้ๆนะคะไรท์ รอตอนต่อไปค่า
    #26
    1
    • #26-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 3)
      11 กรกฎาคม 2563 / 18:31
      เราก็คิดถึงรีดมากเลยค่ะ ฮือ // จะพยายามมาต่อน้า รักก
      #26-1
  4. #25 TanareeSrirabai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 13:15

    กรี้ดดดด เปนชอบเรื่องนี้อะ ไม่สิรักเลย! บรรยายดี ภาษาสวย ตอนนึงก็ยาว ชอบๆๆๆ // เราก็เมนคิเสะค่าาา ต้าวน้อยที่ตัวไม่น้อย5555 แต่จริงๆก็คือเมนทุกคนเลือกไม่ถูก5555 คิเสะบทเด่นจริงๆนะตอนนี้อะ5555 // เราชอบมายุสุมิค่ะ คือเป็นคนที่หล่อแต่คนแต่งฟิคไม่ค่อยเยอะเลยค่ะแต่จริงๆก็ชอบหลายคนอีกนั่นแหละ -//- // สู้ๆนะคะ จะรออ่านตอนต่อไปเด้อออ
    #25
    1
    • #25-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 3)
      11 กรกฎาคม 2563 / 18:29
      มันเลือกยากสินะคะ เราเข้าใจค่ะ ฮือ ///
      รีดเม้นท์ได้น่ารักมากเลย ขอบคุณมากๆๆ เลยค่ะ รักก
      #25-1
  5. #24 l7dbg,t (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 10:07
    เราชอบรุ่นพี่มายุซุมิ ค่ะ ตอนแรกที่เจอนี่แบบหลงเลยค่ะ>< //ไรท์สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้ค่ะ💗
    #24
    2
    • #24-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 3)
      11 กรกฎาคม 2563 / 18:27
      โอ้ เรามาไทป์นี้นี่เอง // ขอบคุณสำหรับกำลังใจฮะ! <33
      #24-1
  6. #23 Jittra (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 23:52

    ชอบบบบ

    คิเสะร้ายกาจ
    #23
    1
    • #23-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 3)
      11 กรกฎาคม 2563 / 04:23
      ดีใจที่ชอบค่า <3
      #23-1
  7. #22 91250 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 23:08
    คิเสะนี่เหมือนหมาบ๊องๆแต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียวสินะคะ
    #22
    1
    • #22-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 3)
      10 กรกฎาคม 2563 / 23:16
      หืม นางดูมีอะไรมากไปกว่านั้นนะคะ เเฮร่
      #22-1
  8. #21 bitong3113 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 23:01
    คุณไรท์!! คิดถึงจังเลยยยยยย คิดถึงมั่กๆ❤❤❤❤
    #21
    1
    • #21-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 3)
      10 กรกฎาคม 2563 / 23:09
      อุเเง รีดน่ารักก คิดถึงเหมือนกันค่ะ ฮืออ <333333
      #21-1