KNB | KUROKO NO BASKET - 華 - DIAMOND IN MY HEAD

ตอนที่ 5 : ♦ O4 | variety is the spice of life

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 138 ครั้ง
    12 พ.ย. 63






IV

 

 

- Variety is the spice of life -

 






‘Remember to always blend them up like Ratatouille.’

 

 

 

 

 

 

 

 

 


  ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างที่คิเสะ เรียวตะจะเข้าใจผิดไป 

 

  สายน้ำเย็นไหลผ่านชโลมทั้งเส้นผมและใบหน้าทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นอยู่เมื่อกี้กลับมาสงบลงได้ในระดับหนึ่ง ถึงแม้จะเจ็บใจไม่น้อยที่ไม่สามารถสลัดภาพอัลเลย์ฮูปสุดท้ายครั้งนั้นออกจากหัวได้ แต่ อา นี่เขาคิดมากจนตอนนี้สมองกลายเป็นว่างเปล่าแทนซะแล้ว

 

  ความรู้สึกที่ได้แพ้ครั้งแรกนี่มัน เขาไม่ชอบเอาเสียเลย

  ปวดใจสุดๆ

  

  

 

  “ราศีคนคู่ของนายวันนี้ต้องบอกว่าอับโชคสุดๆ เลยล่ะนะ” น้ำเสียงราบเรียบทำให้เขาต้องละใบหน้าจากก๊อกน้ำหันมาดูอีกฝ่าย ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย นัยน์ตาเข้มใต้กรอบแว่นของนายเจ้าระเบียบคนนั้น “แต่ก็ไม่นึกเหมือนกันว่าจะถึงขั้นแพ้ได้”

 

  “ .. มาดูด้วยเหรอเนี่ย” เพื่อนที่เคยร่วมทีม “มิโดริมัจจิ”

 

 

 

  มันคงเป็นเรื่องปกติถ้ามีคนที่ยึดมั่นในความคิดตัวเองมากๆ นั้นจะกลายเป็นหมกมุ่น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านั่นคงเป็นรากฐานเดียวที่ทำให้คนๆ หนึ่งก้าวไปข้างหน้าเสมออย่างมั่นคง คนเราทำในสิ่งที่เราเชื่อ และหวังว่าผลลัพธ์มันจะออกมาดีที่สุด

 

 

 

  “เราไม่ได้เจอกันตั้งแต่ช่วงมอต้นสินะ ยังพันผ้าพันแผลเหมือนเดิมเลย”

 

 

 

  ใครต่างก็รู้จักทีมรุ่นปฏิหาริย์ที่เคยประจำอยู่ในโรงเรียนเทย์โควตั้งแต่สามปีก่อนหากคลุกคลีอยู่ในวงการบาสเกตบอลมากพอ หรือไม่แม้แต่คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาได้ไม่นาน มักจะมีข่าวลือต่างๆ นานาเนื้อในเกี่ยวกับเราแพร่กระจายไปทั่วอย่างไม่หยุดหย่อน เป็นที่รับรู้กันในวงกว้าง ยิ่งในปีนี้แล้วที่สมาชิกได้แยกไปในเส้นทางที่แต่ละคนตั้งใจไว้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าโรงเรียนที่พวกเขาได้เลือกนั้นต้องเป็นที่จับตาดูแน่ๆ

 

 

 

  “นายว่าวิถีเกมของเราไม่น่าปลื้ม แต่มันเคยสำคัญด้วยหรือไง จะดังค์หรืออะไรก็ตาม ถ้าลูกลงห่วงเราก็ได้แต้ม” คิเสะไหวไหล่

 

  “ก็ฉันถึงได้บอกว่านายมันไม่ได้เรื่อง”

 

 

 

  กลุ่มคนที่มีทิฐิสูงเหล่านั้นต้องมาห้ำหั่นแข่งกันเอง คงเป็นการแสดงอย่างหนึ่งที่น่าดูชมไม่น้อย

 

  หลายสิ่งหลายอย่างที่คิเสะเองก็ได้เรียนรู้จากพวกเขาตอนที่เข้าทีมใหม่ๆ

 

 

 

  “ก่อนอื่น ต้องพยายามให้เต็มที่แล้วจากนั้นนายจะได้รับคุณสมบัติที่โชคชะตาเป็นคนกำหนด”

 

 

 

  .. แต่เพราะว่าคนเราแตกต่างนั่นแหละนะ

  มันเลยมีทั้งดีทั้งร้าย หลายอย่างที่เขาเห็นด้วยและตรงกันข้าม ไม่คิดว่ามันถูกต้องไม่ซะหมด

 

 

 

  “ฉันพยายามอย่างเต็มที่เสมอ และพกไอเท็มนำโชคจากรายการโอฮาอาสะติดตัว เพราะงั้นฉันถึงชู้ตไม่เคยพลาดยังไงล่ะ”

 

 

 

  และบางอย่างที่ไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย

  หลังจากใช้เวลาร่วมกันมาตั้งสามปี คิเสะก็รู้ดีเกินกว่าจะไปขัดความคิดของนักชู้ตอันดับหนึ่งของรุ่นปฏิหาริย์ที่ตอนนี้ได้ทำหน้ามั่นใจอยู่

 

 

 

  เขาถอนหายใจเบาๆ “ว่าแต่แทนที่จะคุยกับฉัน ไปคุยกับคุโรโกจจิไม่ดีกว่าเหรอ”

 

  “ไม่จำเป็นหรอก” มิโดริมะเหยียดยิ้ม “ฉันยอมรับสไตล์การเล่นบาสของเขา จะว่านับถือด้วยซ้ำไป แต่ฉันรับไม่ได้ที่เขาไปเข้าโรงเรียนโนเนมที่ตั้งขึ้นใหม่อย่างเซย์ริน… อีกอย่าง พวกเราต้องเจอกันในการแข่งรอบขัดเลือกอยู่แล้วฉันเลยต้องมาดู”

 

  “ดูเหมือนคุโรโกจจิจะเจอคนน่าสนใจในเซย์รินด้วยล่ะ”

 

 

 

  คิเสะแค่นยิ้มมุมปาก นึกไปถึงนักกีฬาตัวสูงที่เพื่อนของเขาคอยซัพพอร์ตจนถึงขั้นครองชัยชนะมาได้ ยอมรับเลยว่าหมอนั่นเป็นคนที่มีพรสวรรค์เช่นเดียวกับพวกเขา หากฝึกนิดหน่อยก็จะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวแน่ๆ 

 

  … แล้วก็อีกคนนั้น

 

 

 

  “อ้อ แถมเมเนเจอร์เธอเองก็เก่งนะ”

 

  “เมเนเจอร์?”

 

  เขาฉีกยิ้มกว้าง ประกาศอย่างรื่นเริง “อื้อ เธอน่ารักมากๆ เลยล่ะ”

 

  มิโดริมะย่นคิ้ว “ทำไมฉันถึงไม่รู้สึกแปลกใจที่มันออกมาจากปากของนาย”

 

 

 

  เมื่อเห็นท่าทางหมดศัทธาในตัวเขาเองจากเพื่อนที่เคยร่วมทีมแล้ว คิเสะก็ได้โบกมือเป็นเชิงขอโทษ พร้อมอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาอีกระดับ

 

 

 

  “นายจะเชื่อไหมล่ะว่าเธอสามารถหาทางโค่นพวกเราได้”

 

  “ไร้สาระ”

 

  “ฉันเองก็เคยคิดอย่างนั้น” คิเสะกอดอก ในตอนนี้ที่ใบหน้าไม่มีรอยยิ้มหลงเหลืออยู่ “แต่เธอดันเป็นคนช่างสังเกตจนน่าแปลกใจ แถมยังช่วยคุโรโกจจิพันแผลที่หัวด้วย โอ๊ะ นั่นเธอล่ะ”

 

 

 

 สายตาของทั้งคู่ไปหยุดตรงทีมเซย์รินที่กำลังเดินออกจากตึกไป กระทั่งมองไปเห็นเด็กสาวเจ้าของบทสนทนาที่ตอนนี้กำลังถามไถ่อาการของคุโรโกะด้วยสีหน้ากังวล เธอดูร้อนรนราวกับเป็นต้นเหตุทั้งๆ ที่คนทั้งสนามก็เข้าใจว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุ (แถมตัวการยังเป็นเขาด้วยซ้ำ) .. แต่คิเสะก็เข้าใจนะว่าถ้ามีคนมาเป็นห่วงเราอย่างนั้นน่ะคงจะรู้สึกดีไม่น้อย

 

  … เพราะในตอนนี้ มุมปากของหนุ่มล่องหนหน้านิ่งคนนั้นกลับโค้งเป็นรอยยิ้ม

 

 

 

  “ชื่อ”

 

  “ฮะ”

 

  “ชื่อของเธอ”

 

 

 

  มันใช้เวลานานเกินกว่าที่คิเสะจะเข้าใจ

 

 

 

  “อิงาราชิ ฮานัจจิ” เขาตอบกลับไป “ทำไม?”

 

  “ไม่มีอะไร”

 

 

 

  มั่นใจยิ่งขึ้นว่ามีบางอย่างที่คิเสะรู้ว่าเขาคงเข้าใจผิดไป

  ในตอนนั้นที่มีคนเป็นห่วงเรา พยายามพูดให้กำลังใจด้วยสีหน้าจริงใจ

  คิเสะ เรียวตะเพิ่งรู้ว่าการมีความสุขน่ะช่างเรียบง่าย

  

  จังหวะที่ดวงตากลมโตหรี่ลงยามมอบรอยยิ้ม

  น้ำเสียงจากริมฝีปากในตอนนั้น

 

 

  มันทำให้รู้สึกเจ็บที่ใจสุดๆ ไปเลยล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  ผ่านมาหลายวันหลังจากนัดซ้อมแข่งกับไคโจวในวันนั้น วันที่เจ้าก้อนพระอาทิตย์ได้เสียใจจนร้องไห้กับความพ่ายแพ้ที่คาดไม่ถึง หลังจากนั้นมาฮานะเองก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับงานดูแลต่างๆ ในชมรม เพราะแทนที่ตอนกลับบ้านก็จะมีแค่นั่งเล่น ทำอาหารกินเองง่ายๆ ทำการบ้านและดูวิดีโอจากยูทูปเรื่อยเปื่อย กลับกลายเป็นว่ามีงานเพิ่มเข้ามาจากชมรมที่สมัคเข้า เธอเลยต้องหัดแบ่งเวลามาศึกษาและทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับกีฬาชนิดนั้นๆ

 

  บอกตามตรงเธอไม่คิดว่ามันเป็นอะไรที่รู้สึกเหนื่อย ออกจะชอบใจด้วยซ้ำตอนที่เห็นตัวเองได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ

 

 

 

  “ตกลงว่าไงเหรอ ฮานะจัง?”

 

  “หนูให้ตารางแข่งรอบคัดเลือกกับฟุคุดะไปแล้วค่ะ”

 

  “ดีมาก จากนี้ฮิวงะคุงคงรับหน้าที่อธิบายให้พวกนั้นเองแหละนะ”

 

  “ค่ะ”

 

 

 

  ฮานะระบายยิ้มกว้างให้รุ่นพี่ของตัวเองในขณะที่ก้าวขาไปตามทางเดิน เป้าหมายปลายทางคือโรงยิมเจ้าเก่า บรรยากาศรอบโรงเรียนเซย์รินตอนนี้ก็ถือว่าไม่เงียบไปซะหมดเพราะมีนักเรียนบางส่วนได้เลือกอยู่ต่อหลังเลิกเรียนเพื่อเข้าชมรมกิจกรรม นานามิเพื่อนเธอเองได้กลับไปก่อนแล้ว ส่วนฮานะกับโค้ชสาวนั้นก็เพิ่งจะกลับมาจากการไปแวะสังเกตดูทีมคู่แข่งนัดแรกของอินเตอร์ไฮด์ และปล่อยให้ฮิวงะเป็นคนคุมทีมไปพลาง

 

 

 

  “อีกสามอาทิตย์แล้ว… ”

 

  “หืม ตื่นเต้นเหรอฮานะจัง”

 

  “ก็ นิดหน่อยค่ะ แหะๆ”

 

 

 

  จากที่นั่งแกะข้อมูลเมื่อวาน พวกเรามีเวลาอีกสามสัปดาห์หลังจากนี้ก่อนจะถึงนัดแข่งแรกของเซย์ริน ในเขตโตเกียวนั้นมีมากกว่าสามร้อยโรงเรียนที่จะเข้าแข่ง ถ้าหากแพ้ก็จะหมดสิทธิ์ทันที และในสามร้อยกว่าโรงเรียนนั้นได้ถูกแบ่งเป็นบล็อก A ถึง D ผู้ชนะของแต่ละบล็อกก็จะมีชื่อลงเข้าการแข่งลีกส์รอบสุดท้าย แล้วท้ายที่สุดนั้น สามโรงเรียนที่สามารถคว้าชัยชนะได้ก็จะได้มีสิทธิ์เข้าร่วมอินเตอร์ไฮด์ แน่นอนว่าเป้าหมายของเราคือติดหนึ่งในสามโรงเรียนนั่น

 

  … แต่ว่า ย่นจากตัวเลขสามหลักจนมาถึงหลักเดียว นี่มันงานหินชัดๆ

 

  ฮานะก้มมองตารางแข่งในมือ ทีมแรกที่เราจะต้องเจอนั้นคือโรงเรียนชินเคียวซึ่งเป็นทีมระดับกลางหากดูจากสถิติปีที่แล้ว แต่ว่าจากการไปสังเกตพวกเขาในวันนี้ รุ่นพี่ข้างตัวเธอก็แทบจะทำหน้าบูดระหว่างเดินทางกลับเพราะดันไปเจอปัญหาใหญ่เข้าเกี่ยวกับสมาชิกคนหนึ่งของทีมนั้น ชายตัวสูงเชื้อสายต่างชาติ ให้ตายเถอะ ถ้าจะให้เธอไปยืนข้างๆ เขาแล้วเนี่ยต้องเงยหน้ามองจนคอหักแน่

 

 

  พอกลับมาถึงโรงยิมแล้ว ก็พบว่าทุกคนเองก็กำลังประชุมเรื่องการแข่งอยู่พอดี รุ่นพี่ริโกะเลยเข้าไปให้ข้อมูลเรื่องคู่แข่งนัดแรก ได้ยินเสียงทุกคนโวยวายยกใหญ่เมื่อรู้ว่ามีคนสูงถึงตั้งสองเมตรในทีมฝ่ายตรงข้าม ฮานะเกือบหลุดขำขณะเช็ควิดีโอในกล้องตอนที่ทุกคนต่างรวมหัวกันตั้งชื่อให้กับผู้เล่นตัวสูงโย่งคนนั้นเพราะเรียกกันไม่ถนัด สุดท้ายก็ต้องพึ่งคนหน้าตายตลอดกาลของทีม เธอยอมเงยใบหน้าขึ้นมาเหวอๆ เมื่อเจอเซ้นส์ในการตั้งชื่อของคุโรโกะ— ชายหนุ่มจากเซเนกัลคนนั้นต้องได้รับชื่อเล่นเป็น ‘คุณพ่อ’ ไปซะแล้ว 

 

 

 

  “ฮานะจัง ช่วยมาทางนี้หน่อยสิ”

 

 

 

  เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียก รุ่นพี่ริโกะยิ้มหวานพร้อมด้วยคุโรโกะและคางามิที่ยืนข้างๆ เธอโบกมือให้ฮานะเดินเข้าไปหากลางสนาม ลอบมองคนอื่นๆ ก็เห็นซ้อมตามปกติ วันนี้รุ่นพี่เธอเกิดคึกอยากให้งานอะไรเธออีกกัน

 

 

 

  “มีอะไรรึเปล่าคะ”

 

  ริโกะระบายยิ้มพร้อมอธิบาย “เพราะคู่แข่งของเราคือโรงเรียนชินเคียวที่มีคุณพ่ออยู่ด้วย ฮานะจังก็เห็นใช่ไหมว่าเขาคนนั้นตัวสูงมาก แขนขาก็ยาวเลยทำให้บล็อกลูกได้ไว พวกฮิวงะคุงต้องรับงานหนักแน่ๆ” ฮานะพยักหน้าตาม “ … เพราะอย่างนั้นแล้ว ฉันเลยคิดว่าวิธีการใหม่ที่เราใช้งัดข้อกับไคโจวนั่นจะเป็นไพ่ตายของเรา”

 

  “วิธีการใหม่?” ฮานะทวนคำ พอเห็นทั้งสองคนที่อยู่ข้างๆ นัยน์ตาสีแดงสวยก็เบิกกว้างเล็กน้อย “หมายถึง การเล่นประสานของคุโรโกะกับคางามิเหรอคะ”

 

 “ใช่แล้วล่ะ” ริโกะปรบมือเข้าหากัน “และเริ่มแรกนี่ก็เป็นไอเดียของฮานะจังด้วย ฉะนั้นแล้ว เธอต้องจับตามองสองคนนี้ไว้นะจ๊ะ”

 

  “คะ?”

 

 

 

  คนผมดำหลุดปาก คิดทบทวนอีกครั้งว่ามีอะไรที่เธอฟังผิดไปรึเปล่า จะให้ฝึกเจ้าสองตัวนี่น่ะเหรอ? ทุกวันนี้พวกเขายังไม่เขม็งหน้ากันไม่พอรึยังไง 

 

 

 

  “รุ่นพี่ เอ่อ เข้าใจผิดไปแล้วค่ะ หนูทำไม่ได้แน่ๆ หนูไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้นเหมือนรุ่นพี่นะคะ”

 

  “เธอทำได้ฮานะจัง” โค้ชสาวยืนยัน “อีกอย่าง ฉันก็ใช่ว่าจะให้เธอทำทุกอย่างไปหมดซะหน่อย ฉันอยู่นี่ ฮิวงะคุงก็อยู่ด้วย ถ้ามีปัญหาอะไรก็ถามพวกเราได้เสมอเลย”

 

  “เอ่อ… ”

 

 

 

  หันไปถามความคิดเห็นจากคู่หูปีหนึ่ง คุโรโกะได้ส่งยิ้มบางให้กำลังใจ ส่วนคางามิเองก็ทำท่ากอดอกหันใบหน้าไปทางอื่นทำเหมือนไม่สนใจ แต่ดีเท่าไหร่ที่เจ้าตัวไม่ได้ออกปากค้าน… ฮานะเม้มปากเบาๆ แล้วค่อยๆ พยักหน้าขึ้นลง

 

 

 

  “ก็ได้ค่ะ หนูจะลองดู”

 

  “ขอบใจมากเลยนะฮานะจัง!” 

 

 

 

  ริโกะเอ่ยให้คำแนะนำเธอต่ออีกนิดก่อนจะปลีกตัวออกไปดูแลพวกปีสอง ทิ้งให้ฮานะต้องยืนนิ่งท่ามกลางคางามิและคุโรโกะที่ยังไม่พูดอะไรตั้งแต่ตอนนั้น เด็กสาวถอนหายใจออกมายาวพรืด ยกมือบีบแก้มตัวเองอย่างลืมตัวเมื่อต้องการตั้งสติ

 

  หรือเธอต้องโทรหาพี่คินอีกครั้งเรื่องการฝึกซ้อมของนักกีฬาดี… 

 

 

 

  “ขอโทษนะครับ คุณฮานะ” น้ำเสียงนิ่งเรียบชวนผ่อนคลายของคุโรโกะเรียกให้เธอหันไปมอง นัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างนั้นอ่อนลงรู้สึกผิด “เพราะพวกผมชวนคุณมาเข้าทีม เลยทำให้คุณฮานะต้องรับงานหนักเพิ่ม… ”

 

  “โว้ว ไม่ใช่ๆ” คนตัวเล็กตาโต รีบโบกมือแล้วส่ายหัว “มันไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลย ไม่ใช่จริงๆ ฉันแค่คิดหาว่าการฝึกซ้อมแบบไหนจะช่วยพวกนายก็เท่านั้นเอง”

 

  “เธอทำหน้าเหมือนโลกถล่ม” คางามิออกความเห็น “เอาจริงนะ ฉันสังเกตมาหลายครั้งแล้ว เธอจริงจังกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มากไป โค้ชอาจจะอยากให้เธอแค่ดูพวกฉันไม่ให้โดดการซ้อมเท่านั้น ทำเหมือนตัวเองเป็นโค้ชไปได้”

 

  “ก็รุ่นพี่บอกว่าให้ดูแล… ”

 

  “มองเฉยๆ ก็ดูแลแล้วไหม เห็นพวกฉันเป็นเด็กอนุบาลที่ต้องคอยป้อนข้าวเรอะ” ฮานะโวยวายเมื่อมือใหญ่ของคางามิยื่นมาเสยผมหน้าม้าเธอขึ้น “คิดมากไป หน้าเครียดอย่างกับอะไรดี เธอไม่ต้องทำอะไรหรอก แค่อยู่ที่นี่กับพวกเราก็พอแล้ว”

 

  “ … ”

 

  “ … ”

 

  “คางามิคุงนี่ .. พูดเหมือนพระเอกในละครเลยนะครับ” คุโรโกะกะพริบตาปริบๆ

 

  “เงียบน่า!”

 

 

 

  คนหัวแดงขึ้นเสียงใส่ด้วยอารมณ์เคอะเขินเมื่อมีคนขัด หันมามองเด็กสาวก็พบว่าฮานะเองก็กำลังกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ คิ้วเรียวย่นเข้าหากันราวกับเจอตัวตลก เจ้าตัวล้อเขาด้วยสีหน้ายิ้มๆ

 

 

 

  “เข้าใจแล้ว จะอยู่ข้างๆ ตลอดไปเลยค่ะ”

 

  “พวกแกนี่มัน—!”

 

 

 

  พอไม่มีทางโต้เถียง เขาก็หมุนตัวกลับไปยังสนามด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ใบหน้าคมแดงก่ำจนฮานะต้องหลุดหัวเราะออกมา เก่งจังเลยนะกับการพูดประโยดเท่ๆ ราวกับหลุดออกมาจากการ์ตูนโซเน็นสักเรื่อง แหม ทีนี้ทั้งทีมคงมีเรื่องล้อเจ้าหัวแดงคนนั้นจนจบปีการศึกษาแน่ๆ

 

 

 

  “ถ้าอย่างนั้น วันนี้พวกเราแค่ซ้อมต่อจากเมนูนะครับ”

 

  “อื้อ ขอบใจมากนะ คุโรโกะ”

 

 

 

  ฮานะเอ่ยขอบคุณเขาที่สามารถหาเรื่องคลายเครียดมาให้เธอหัวเราะได้ (แม้จะขัดใจคางามิไม่น้อยก็เถอะ) แต่อย่างไรก็ตามเขายังดูกังวลเกี่ยวกันเธอ ซึ่งเรื่องแบบนั้นเธอเองขอรับมันไว้โดยที่ไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่นัก ฮานะเชื่อว่าตัวเองไม่ได้คิดมากขนาดนั้น แต่สีหน้าตอนนี้กลับเป็นไปตามที่คางามิพูดจริงๆ น่ะเหรอ

 

 

 

  “คุณฮานะ”

 

  “หืม?”

 

 

 

  ขานรับในลำคอกับคนที่ใกล้จะหมุนตัวกลับสนามไป คุโรโกะน่ะเป็นเด็กที่ดูเข้าใจคนอื่นและช่างสังเกตมากกว่าใคร คงเป็นเพราะต้องฝึกซ้อมในส่วนนั้นเป็นพิเศษก่อนที่จะมาใช้มิสไดเร็คชั่นได้ ดวงตาคมโตสีฟ้ากระจ่างนั่นยังซ่อนอะไรอีกมากมาย แต่สิ่งที่เธอสัมผัสได้ในทุกการกระทำและคำพูดของเขานั้น… 

 

 

 

  “สิ่งที่คางามิคุงพูดก็เป็นความจริงนะครับ ถึงจะน้ำเน่าไปนิดนึงก็เถอะ… แต่การมีคุณฮานะอยู่ทีมนี้ ผมดีใจมากๆ เลยครับ”

 

 

 

  คือความใส่ใจ

  

  เขาที่เป็นผู้โอบกอดรักษาสิ่งที่มีอยู่ได้ดีกว่าใครๆ เอาใจใส่และทะนุถนอม ยึดมั่นในสิ่งที่ตนมี ค่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ มองชมสิ่งที่อยู่ข้างทาง

 

  เพราะการที่จะได้บางอย่างมานั้นไม่เคยง่าย และเพราะเขาที่ต้องพยายามมากกว่าใคร

 

 

 

  “จะอยู่กับพวกเราจนกว่าทีมจะพาเซย์รินได้รับชัยชนะมาไหมครับ”

 

  “แน่นอนอยู่แล้ว”

 

 

 

  และเพราะคนเราน่ะแตกต่าง ฮานะเลยคิดที่จะทำความเข้าใจอย่างช้าๆ หากมีใครที่คิดต่างและปรับตัวเข้าหา .. ไม่เป็นไรหรอก เธอมีเวลาตั้งเยอะ

 

  ไม่เห็นเป็นอะไรเลย

 

 

 

  “จะไม่ไปไหนแน่นอน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  วันที่ 16 พฤษภาคม

 

  ฮานะมองวันที่บนปฏิทินที่ถูกล้อมด้วยไฮไลท์เตอร์สีชมพูพาสเทล เวลาได้ผ่านไปไวเหมือนโกหก การซ้อมอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นได้เน้นไปทางฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพิ่มความอดทนแก่ร่างกาย สิ่งที่สังเกตได้ตอนที่ซ้อมแข่งกับโรงเรียนไคโจววันนั้น คือวันถัดทุกคนต่างเหนื่อยล้ากันมาก รุ่นพี่ริโกะเลยเพิ่มแบบฝึกพิเศษเข้าไป ให้เดาสิว่าเจ้าคางามินั่นต้องไปที่ห้องพักครูกี่รอบโทษฐานหลับในคาบเรียน ส่วนคุโรโกะดันโชคดีเอาตัวรอดไปได้… นี่สินะ ข้อดีของการมีตัวตนจืดจาง

 

  วันนี้ตารางซ้อมของคางามินั้นไม่ได้ฝึกกับคุโรโกะ เขาต้องไปซ้อมตั้งรับคู่แข่งกับรุ่นพี่มิโตเบะในอีกฟากสนาม โค้ชเธอบอกว่ามันเป็นท่าเบสิคที่ใช้กดดันคู่แข่งเพื่อให้พวกเขาชู้ตพลาด ฮานะทำหน้าหนักใจ ถ้ามันเบสิคขนาดนั้นตอนนี้คางามิคงไม่เลือดขึ้นหน้าหรอก

 

  เธอนั่งเหยียดขาตรงพยายามผ่อนคลายเมื่อดูตารางแข่งในมือ ถ้าเกิดว่าพวกเราทำได้ดีจนไปถึงรอบชิงฯ ได้ โรงเรียนที่เราต้องเจอก็คือโรงเรียนชูโตคุ เป็นทีมที่น่ากลัว พื้นฐานเป็นโรงเรียนส่งเสริมด้านกีฬาอยู่แล้ว รุ่นพี่ฮิวงะเองก็บอกว่าปีที่แล้วพวกเขานั้นเป็นทีมอันดับที่แปดที่เก่งที่สุดในประเทศ มาถึงจุดนี้ฮานะจำเป็นต้องคิดหนัก เพราะว่าปีนี้ดันมีสมาชิกรุ่นปฏิหาริย์อย่างมิโดริมะ ชินทาโร่เข้าร่วมด้วยนี่สิ

 

  ยิ่งเก่งอยู่แล้วยังจะมีตัวเสริมเข้าไปอีก ถ้าเป็นปีศาจเหมือนไคโจวน่ะเธอต้องเครียดตายแทนทุกคนในทีมแน่ๆ 

 

 

  … ว่าแต่ มิโดริมะ ชินทาโร่นี่เป็นคนยังไงนะ? เธอเคยคิดจะถามคุโรโกะอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่อยากรบกวนตอนที่เขากำลังทุ่มเทให้กับทีมเท่าไหร่นัก

 

  แต่มีครั้งหนึ่งที่เขาเคยเปรยให้ฟังว่าเป็นคนที่ชู้ตบอลเก่งมาก เป็นนักชู้ตอันดับหนึ่งเลยล่ะมั้ง?

 

  หรือเธอต้องไปตามหานิตยสารฟุตบอลเหมือนฟุริฮาตะครั้งนั้นกัน

 

 

 

  “รุ่นพี่ พักหน่อยไหมคะ”

 

  “ขอบใจจ้ะ”

 

 

 

  ฮานะยื่นน้ำในโค้ชสาวเมื่อเธอเดินมานั่ง รู้สึกสงสารกล่องเสียงอีกคนจับใจเพราะต้องคอยดูและตะโกนสั่งคนในทีมว่าให้ทำอะไรบ้าง พอยิ่งนานไปฮานะก็รู้สึกชอบความแน่วแน่ของรุ่นพี่คนนี้มากขึ้น คิดดูสิ เธอสามารถคุมคนทั้งทีมได้โดยไม่รู้สึกเหนื่อยด้วยซ้ำ

 

 

 

  “รุ่นพี่ริโกะนี่ สุดยอดไปเลยนะคะ” ฮานะเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าจริงจัง จนรุ่นพี่สาวกลั้วหัวเราะ

 

  “อะไรกันน่ะ จู่ๆ ก็มาชม”

 

  “ก็งานใช้สมองพวกนี้ไงคะ แค่นี้สมองหนูก็จะระเบิดตายอยู่แล้ว”

 

 

 

  เด็กสาวชี้ไปยังกองกระดาษตารางซ้อมที่ถูกคิดมาอย่างดี จนริโกะต้องระเบิดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่ารุ่นน้องเธอกำลังทำหน้าขยะแขยงกับมันแค่ไหน เธอยื่นมือไปวางบนกลุ่มผมนุ่มก่อนจะขยี้มันเบาๆ รู้สึกเอ็นดูเหมือนได้ลูบผมน้องสาวไม่มีผิด

 

 

 

  “ทำไปเรื่อยแล้วฮานะจังก็จะชินเองล่ะนะ ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อเราทำออกมาดี เราก็รู้สึกจะชอบสิ่งที่เรากำลังทำอยู่เอง”

 

 

 

  พยักหน้าคำพูดของรุ่นพี่สาว ฮานะกลับไปมองทุกคนซ้อมอีกครั้ง เธอเห็นด้วยนะ บางอย่างถ้าเราให้เวลามันมากพอ เราก็จะชอบมันเอง

 

  เหมือนกับเธอที่เริ่มสนุกกับบาสเกตบอลขึ้นเรื่อยๆ

 

 

 

  “เอ๊ะ น่าแปลกนะคะ” 

 

  “อะไรเหรอ”

 

  “ช่วงขาของคางามิน่ะค่ะ… ”

 

 

 

  บางคนเผลอหลุดปากออกมาเมื่อเห็นคนหัวแดงกระโดดตัวขึ้นสูงใช้มือปัดลูกชู้ตของรุ่นพี่มิโตเบะออกไป มันเป็นสิ่งที่เธอตะหงิดใจตั้งแต่เห็นการแข่งกับไคโจวครั้งนั้นแล้ว เพราะทุกครั้งที่คางามิกระโดดน่ะ ดูเหมือนว่า… 

 

 

 

  “เขามีสกิลการบล็อกลูกกลางอากาศพอสมควรเลยนะคะ”

 

  “ก็นะ เจ้าบ้านั่นสูงพอตัวนี่” ริโกะหันมาส่งยิ้ม “แล้วก็ ดีใจที่เธอสังเกตเห็นเหมือนกันฮานะจัง ฉันเองก็รู้สึกว่าคางามิคุงจะกระโดดสูงขึ้นทุกครั้งในการแข่งนะ ถึงแม้จะเพียงเล็กน้อยก็เถอะ”

 

  “ใช่ไหมคะ”

 

 

 

  ความคิดหนึ่งวาบผ่านเมื่อเห็นคางามิโดดบล็อกลูกอีกครั้ง เป็นจังหวะที่เห็นลูกบาสลูกนั้นเด้งกระดอนขึ้นสูง ตกห่างจากห่วงแป้น

 

 

 

  “รุ่นพี่คะ”

 

  “?”

 

  “เรามาเปลี่ยนการซ้อม ให้คางามิลองฝึกกล้ามเนื้อที่ขาบ่อยๆ ดีไหมคะ”

 

  “เอ๋?”

 

  “คือหนูแค่คิด เอ่อ แค่คิดเฉยๆ นะคะ ว่านั่นคือจุดแข็งของเจ้าตัว ถ้าหากมันไปได้ดี นั่นอาจจะทำให้ทีมเราแข็งแกร่งขึ้นก็ได้”

 

  “ …ฉันพอจะเข้าใจนะ” ริโกะพยักหน้ารับ “ไว้ฉันจะลองคิดดู เพราะตอนนี้เองเจ้านั่นก็มีการฝึกประสานกับคุโรโกะอยู่แล้ว เพิ่มงานเข้าไปอีกเดี๋ยวหมอนั่นจะล้าเอา”

 

 

 

  ฮานะยิ้มรับ ดีใจไม่น้อยที่รุ่นพี่ไม่ได้บอกว่าแผนของเธอไร้สาระ คนบ้าบาสเกตบอลของคางามินั่นจะมีหน้ามาบ่นเหรอถ้าพวกเธอฝึกหนักให้เจ้าตัว มีก็แต่จะดีใจน่ะสิ คนบ้าที่ไม่รู้ลีมิตร่างกายตัวเองน่ะต้องมีคนคอยห้ามอย่างคุโรโกะนั่นไง

 

  ท้ายที่สุดก็ได้แต่หวัง ว่าทุกคนในทีมจะผ่านมันไปด้วยดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  แสงแดดสุดท้ายของวันได้วาดวิสัยทัศน์ข้างทางให้เป็นสีโทนอุ่น ผู้คนเดินกันขวักไขว่เข้าออกร้านค้าอันเป็นที่นิยม ฮานะถือถุงผ้าอาหารสดเป็นมื้อเย็นออกจากร้านสะดวกซื้อ สายตาเหลือบไปเห็นกลุ่มนักเรียนบางกลุ่มที่ยังไม่กลับบ้าน ไปฉลองกันบ้าง เรียนพิเศษกันบ้าง หลายๆ อย่าง

 

  เพราะการแข่งจะเริ่มขึ้นพรุ่งนี้ โค้ชสาวก็เลยดึงตัวนักกีฬาไว้หลังจากซ้อมเสร็จเพื่อทบทวนแบบเล่นเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากกลับบ้านไปนี้ ฮานะลิสต์สิ่งที่ต้องทำในใจ ก่อนอื่นเลยต้องทำอาหารให้คุณพี่ชาย อาบน้ำ ทำการบ้าน สุดท้ายแล้วก็เช็คของใช้จำเป็นต้องเอาไปพรุ่งนี้

 

  รู้สึกตื่นเต้นแทนทุกคนในทีมเลยแฮะ

 

  การฝึกซ้อมหลังเลิกเรียนทุกวันนั้นเป็นไปด้วยดี ทุกคนได้เตรียมพร้อมอย่างสุดความสามารถสำหรับอินเตอร์ไฮด์ในปีนี้ แต่ถ้าจะมีอะไรขาดเกินตอนไปถึงการแข่งจริงล่ะก็ ยังไงคนในทีมก็ทำดีที่สุดแล้วล่ะนะ

 

  ขนาดตอนแข่งกับไคโจวทุกคนยังไม่ถอยเลย แล้วคุณพ่อคนนั้นจะแค่ไหนกันเชียว!

 

 

 

  “ .. ชินจังหายไปนานจังแฮะ”

 

 

 

  มันเป็นเบื้องหน้าร้านขายของร้านหนึ่งที่ปลายเท้าเธอมาหยุดถึง กระจกหน้าร้านโชว์ของแกะสลักทั้งหินอ่อนและไม้เคลือบเงา ตกแต่งด้วยของประดับต่างๆ นานาละลานตา ไม่ต้องเข้าไปข้างในก็รู้ว่าต้องมีกลิ่นจากเครื่องพ่นอโรม่าฟุ้งเต็มไปหมด ฮานะยืนนิ่ง มองยานพาหนะสุดประหลาดที่ขวางทางเดินเธอไว้

 

  … นี่มันจะเรียกว่าอะไรดี? รถจักรยานที่ผูกติดกับล้อลากทำจากไม้ ยิ่งมองยิ่งงง ของแบบนี้มันถูกกฏหมายด้วยเหรอ?

 

 

 

  “อ่ะ ขอโทษนะ ให้ผมช่วยอะไรไหมครับ”

 

 

 

  ส่วนคนที่คาดว่าเป็นคนขับนั้นดูเหมือนจะเป็นเด็กมัธยมปลายทั่วไป เขาสวมชุดกักคุรัน ผมสีดำสนิทแสกกลาง และดวงตาคมสีเทาสวยที่มองมานั้นทำให้ฮานะรู้สึกประหม่าอย่างประหลาด

 

  ราวกำลังถูกจ้องด้วยเหยี่ยวตัวโตเลย

 

 

 

  “อืม คุณแค่ขวางทางนิดหน่อย… ”

 

  “อ้อ! ขอโทษนะครับขอโทษ พอดีเพื่อนผมเข้าไปซื้อของน่ะ เลยให้ผมเฝ้าเจ้าจักรยานตัวนี้ไว้”

 

 

 

  โอเค… 

 

  ฮานะเหลือบมองร้านค้าข้างตัว เด็กมัธยมปลายมีอะไรอยากได้จากร้านแกะสลักพวกนี้งั้นเหรอ?

 

 

 

  “หืม ตาคุณสวยจังเลยนะ~”

 

  “คะ?”

 

  “สีแดงอมม่วง เหมือนท้องฟ้าในตอนนี้เลย เกิดมาผมก็เคยเจอล่ะครับ” คนตัวสูงโน้มตัวเข้ามาใกล้ เขาดูไม่แปลกใจเท่าไหร่เลยตอนที่เห็นฮานะถอยก้าวออกไป เด็กหนุ่มส่งยิ้ม “ทาคาโอะ คาซึนาริครับ”

 

 

 

  … นี่มันเหตุการณ์อะไรกัน ทีแรกเธอนึกว่าเขาจะแค่บอกขอโทษแล้วขยับให้ทางนิดหน่อยเท่านั้น ไหงมาแนวเป็นมิตรแนะนำตัวแทนซะงั้น

 

  ฮานะพยายามส่งยิ้มให้ แต่กลายเป็นว่ารอยยิ้มบนใบหน้าเธอคงบิดเบี้ยวจนดูตลกเมื่อชายตรงหน้าหลุดหัวเราะ

 

 

 

  “ขอโทษนะครับ ผมเข้าใจว่ามันคงดูแปลก แต่ขอสาบานเลยว่าผมไม่มีเจตนาร้ายใดๆ ทั้งสิ้น อีกอย่าง ดวงตาคุณสวยจริงๆ ครับ”

 

 

 

  เธอรู้

 

  โทนสีเขียวอ่อนดูเย็นสบายนั่นไม่มีทางแปลว่าการมุ่งร้ายอย่างแน่นอน เธอแค่ตกใจ และคิดไม่เห็นว่าต้องทำอะไรเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้กับคนแปลกหน้าก็เท่านั้น

 

 

 

  ฮานะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เอ่ยแนะนำตัวด้วยอีกคน “อิงาราชิ ฮานะค่ะ”

 

  “ฮานะจัง? ฉันเรียกแบบนี้ได้ใช่ไหม”

 

  “อา .. ”

 

 

 

  “ทำอะไรของนายน่ะ ทาคาโอะ”

 

 

 

  กรุ๊งกริ๊ง ~ !

 

 

  เป็นเสียงจากกระดิ่งร้านหรือจากสร้อยข้อมือเธอเองก็ไม่ทราบ วินาทีต่อมาฮานะกลับรู้สึกถึงไอเย็นของบางคนที่ยืนทาบหลัง พอหันไปสิ่งแรกที่เจอนั้นคือนัยน์ตาคมสีเขียวมรกตดูเย็นชาจากผู้มาใหม่ เขาใช้นิ้วดันกรอบแว่นขึ้น จ้องเขม็งไปยังคนที่อยู่ถัดจากเธอ

 

  และนั่น ไม้เเกะสลักรูปจิ้งจอก? นี่เขาเข้าไปซื้อเจ้านี่มาอย่างงั้นเหรอ

 

 

 

  “นี่”

 

  ฮานะเงยหน้าขึ้น สบกับนัยน์ตาคมใต้กรอบแว่น พอรู้ว่าตัวเองกำลังจ้องของของเขาอย่างไร้มารยาท เธอก็รีบกลับมายืนตัวตรงทันทีและส่งยิ้มแห้ง “ขอโทษค่ะ แต่จิ้งจอกคุณ… น่ารักดี”

 

  “เห คุณเองก็สนใจไอเท็มนำโชคไร้สาระนี่ด้วยงั้นเหรอ”

 

 

 

  เด็กสาวทำหน้าไม่เข้าใจกับคำพูดของทาคาโอะ ไอเท็มนำโชคอะไรกัน ก็แค่ไม้แกะสลักเองไม่ใช่เหรอ…? 

 

  ในขณะที่ฮานะไม่รู้จะตอบอะไรดี ชายผมสีเขียวกลับทำท่าไม่พอใจ

 

 

 

  “โชคชะตาไม่ใช่เรื่องไร้สาระ นาโนะดาโยะ”

 

 

 

  นาโนะ .. ดาโยะ?

 

 

 

  “จะอะไรก็ช่างเถอะ ว่าแต่ คุณเข้าโรงเรียนไหนเหรอ ใช่แถวนี้รึเปล่า”

 

 

 

  คนที่แนะนำตัวว่าชื่อทาคาโอะนั้นหันมาสนใจเธอแทบทันที ฮานะสะดุ้งเล็กน้อย ในหัวพยายามคิดหาทางหนีก่อนที่สถานการณ์จะดูอึดอัดไปมากกว่านี้ แต่ก่อนที่เธอจะได้อ้าปากตอบ เสียงริงโทนคลาสสิคจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พาให้ต้องหยิบขึ้นมารับสายเสียก่อน “ขอโทษนะคะ แต่ฉันต้องรับสายนี้— ฮัลโหล อื้อ ว่าไงพี่เซน… ”

 

 

  ก้มหัวเล็กน้อยพอมีมารยาทให้กับสองหนุ่มต่างโรงเรียน ฮานะเดินเลี่ยงออกไปทางอื่นพร้อมกับของในมือ ปล่อยให้เด็กหนุ่มตาเหยี่ยวมองตามตาละห้อย เขาทำหน้าซังกะตาย ให้ตายเถอะ นี่ยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ พังซะละ

 

 

  “ดีมากชินจัง พาให้ฉันหมดโอกาส” ลากเสียงยาวโอดครวญ เจ้าตัวซบใบหน้ากับที่จับจักรยาน “นี่ยังไม่รู้ว่าเธอเข้าโรงเรียนไหนด้วยซ้ำ”

 

 

  “เซย์ริน”

 

 

  “ฮะ” ทาคาโอะลุกขึ้นพรวด มองเห็นนัยน์ตาคมสีมรกตกำลังจ้องไปที่แผ่นหลังของคนที่เพิ่งเดินออกไปอย่างไม่วางตา

 

  หืม นี่มันอะไรกันน่ะ

 

  ทาคาโอะเพิ่งเคยเจอสิ่งมหัศจรรย์เป็นครั้งแรก ก็นอกจากน้องสาวเจ้าตัวแล้วน่ะ… เจ้าคนซึนที่วันๆ เอาแต่สนใจลัคกี้ไอเท็มอย่างหมอนี่น่ะเหรอ—

 

 

 

  “อิงาราชิ ฮานะ”

 

 

 

  จะรู้จักชื่อผู้หญิงคนอื่นได้ด้วย?


















tbc.

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .





ง่ะ นี่มันอะไรกันแน่นะชินจัง?


ช่วงนี้เราอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่ค่ะ เลยขอแอบๆ (?) มาแต่ง แต่ก็ โอโห ภาษาฝืดมากเลย นี่สินะผลจากการหายไปตั้งนาน T^T .. ถ้ามันชวนงงก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ถ้ามีเวลาว่างก็จะมาปรับแก้ (รวมถึงตอนก่อนๆ ด้วย!)


นี่อาจจะไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง แต่เวลาที่เราแต่งตอนนี้เราได้ฟังเพลง i love you 3000 ของ stephanie poetri ไปด้วย ช่วงนี้ติดมากเลยฮือ แถมมู้ดยังเข้ากับคาแรคเตอร์ของฮานะด้วย สบาย เอื่อยๆ ฟีลกู้ดมากมาย


ขอบคุณทุกคนที่ติดตามเรื่องนี้นะคะ ถ้ามาอ่านคลายเครียดก็ขอให้เป็นอย่างนั้นเลย~  พักผ่อนบ้างนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่า <3


SNAP
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 138 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

84 ความคิดเห็น

  1. #52 LucyTaylor (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 09:51
    ชินจังงงง คิดอะไรกับสาวรึเปล่าฮั่นแหน่!

    ดีใจที่กลับมานะคะ
    #52
    1
    • #52-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 5)
      5 ตุลาคม 2563 / 18:10
      ดีใจที่กลับมาแล้วเจอรีดเช่นกันค่ะ! ขอบคุณนะคะ <3
      #52-1
  2. #51 suchiraporn2585 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 16:55
    'ไม่เห็นเป็นไรเลย
    จะไม่ไปไหนเเน่นอน'
    รู้สึกแปลกๆเหมือนจะมีเหตุให้น้องต้องไปไหนเลย🤔
    #51
    2
    • #51-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 5)
      5 ตุลาคม 2563 / 18:09
      งะ เราตั้งใจให้มันเป็นเหมือนคาแร็คเตอร์ของฮานะเอง คือน้องชอบพูดชอบคิดว่า ‘ไม่เป็นไร’ ต่อทุกอย่างเสมอ ขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิดนะคะ .__.
      #51-1
  3. #50 nsbt_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 11:09
    อ่านเรื่องนี้ทีไรก็มีความสุขทุกที ขอบคุณมากๆที่มาอัพนะคะ สู้ๆค่ะไรท์ รอตอนต่อไปนะคะ // เห็นด้วยเลยค่ะว่าเพลงนั้นเหมาะกับคาแรคเตอร์ฮานะจริงๆ ฟังสบายมากๆ
    #50
    1
    • #50-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 5)
      5 ตุลาคม 2563 / 18:03
      เราก็ขอบคุณรีดมากๆ ที่เข้ามาอ่านนะคะ ฮือ ดีใจที่เราคิดเหมือนกัน รักเลย!
      #50-1
  4. #49 มิโกะ ซากุระ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 10:44
    เย้ ไรท์กลับมาแล้ว
    #49
    1
    • #49-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 5)
      5 ตุลาคม 2563 / 18:01
      กลับมาแล้วก็จะหายไปอีกค่ะ! ฮา
      #49-1
  5. #48 หนูนากับหมาข้างบ้าน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 08:08

    เย้~ ในที่สุดไรท์ก็กลับมาแล้ว อย่าหายไปนานๆอีกนะ
    #48
    1
    • #48-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 5)
      5 ตุลาคม 2563 / 18:01
      อุแง ขอไม่รับปากแต่ก็จะพยายามนะคะ สอบเสร็จแล้วจะกลับมาแต่งเลย <3
      #48-1
  6. #47 one outs (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 22:53
    รอออ.ออออ
    #47
    1
    • #47-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 5)
      5 ตุลาคม 2563 / 18:00
      ขอบคุณค่า <3
      #47-1