KNB | KUROKO NO BASKET - 華 - DIAMOND IN MY HEAD

ตอนที่ 2 : ♦ O1 | fortune favours the bold

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 185 ครั้ง
    12 พ.ย. 63






I

 

 

- Fortune favours the bold -






‘You can never guess which way fate is going to take you to.’










  เวลาผ่านไปเป็นอันมาเยือนของวันถัดมา คลับคล้ายกับเดจาวู ทำไมภาพตรงหน้าเธอเวลานี้ถึงเหมือนเดิมเช่นนี้ล่ะ?

 

 

  ฮานะไม่รู้ว่าตนควรทำอย่างไรกับสถานการณ์ตอนนี้ดี

 

 

  มือค่อยๆ กระชับลูกบอลสีส้มอิฐไว้แน่นพลางหัวสมองคิดหาทางหนี ก็ไม่รู้ว่ามันจะช่วยได้ไหม แต่เดิมทีนิสัยของเธอคือทางอะไรที่มันใกล้ตัวระบายความอัดอั้นใจตนออกมา อย่างเช่นตอนนี้คือกอดลูกบอลตัวปัญหาอันนี้ไว้แน่น

 

  และเธอก็เพิ่งรู้ตัวมันคือความผิดพลาด เพราะการกระทำเช่นนั้นทำให้นายล่องหนผู้นั้นคลี่ยิ้ม

 

 

  เธอเห็นเส้นสีพวกนั้นเต้นรอบตัวด้วยความดีใจ

 

 

  “ตกลงจะมาเป็นผู้จัดการทีมให้กับเราใช่ไหมครับ” ประโยคที่เธอไม่อยากได้ยินที่สุดพร้อมสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นเฉยชา จังหวะที่เดินสวนกันตรงโถงทางเดินของตึกปีหนึ่งคุโรโกะก็ได้รั้งตัวเธอไว้ ฮานะเรียบเรียงความคิดในหัว มุมปากคลี่ยิ้มบางออกมาขณะขยับหลบคนด้านหลังตรงหัวมุมให้พวกเขาได้เดินผ่าน “หวังว่าคุณฮานะจะยังไม่— ”

 

  “ใช่ เรื่องที่นายถามเมื่อวาน”

 

  “ … ” 

 


 

  ดวงตาสีฟ้าครามของชายหนุ่มยังคงนิ่งเรียบแม้เธอจะพูดสวนอย่างไร้มารยาท

 


 

  “ฉันไม่เข้าใจนายเลยคุโรโกะ” ฮานะเอียงศรีษะ รอยยิ้มคงประดับที่ใบหน้า “ทำไมต้องชวนคนอย่างฉัน— ผู้ที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับบาสฯ เลย ไม่เคยสนใจอะไรกับมัน เข้าชมรมของพวกนายด้วย”

 


 

  คุโรโกะหยุดคิดเล็กน้อย เขาปรายตามองออกไปนอกหน้าต่าง กลุ่มเมฆฝนเริ่มก่อตัว ไม่ต้องเดาว่าวันนี้ฝนจะต้องตกแน่ๆ

 

  ให้ตาย เธอไม่ได้พกร่มมาซะด้วย ฮานะเผลอทำสีหน้ากังวล ก่อนจำเป็นต้องดึงสติกลับมาที่คู่สนทนาเมื่ออีกฝ่ายเปิดปาก

 


 

  “เซย์รินคือทีมที่มีความสามารถ ในปีทีแล้วพวกเขาสามารถไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ขณะที่เพิ่งตั้งชมรมมาได้แค่หนึ่งปี”

 

  “ … ”

 

  ดวงตาสีฟ้าครามหันมาสบกับเธอ “คุณฮานะไม่คิดว่าพวกเขามีพรสวรรค์มากมายซ่อนอยู่หรอกเหรอครับ?”

 

  “… นั่นสินะ” เธอพยายามทำความเข้าใจตาม “พวกเขาดูเป็นทีมที่มีเป้าหมายชัดเจน แถมยังมีความมุ่งมั่นตั้งใจต่อกีฬาที่พวกเขาชอบด้วย”

 

  “ถ้าอย่างนั้น— ”

 

  เธอขัดขึ้นทันที “แต่นายคงรู้ ว่านี่มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรเลยสำหรับฉันที่ต้องให้ความใส่ใจ”

 

 


   ลูกบอลในมือถูกเลื่อนไปข้างหน้า หวังว่ามันจะกลับไปหาเจ้าของที่แท้จริงของมัน ตีเป็นความได้ว่าตัวฮานะและบาสเกตบอลนั่นจะไม่มีจุดเกี่ยวข้องต่อกันและกันอีก คุโรโกะก็ดูเหมือนจะเข้าใจในความหมายนั้นเมื่อเขาค่อยๆ วางมือลงบนลูกบอล และจ้องมองมันด้วยสายตาเรียบนิ่ง

 

  ฮานะหรี่ตานิ่งเมื่อเห็นออร่า— เส้นสีพวกนั้นกำลังพันกันยุ่งเหยิงและสลับสีกันไปมาชวนปวดหัว นี่มันน้ำนิ่งไหลลึกอย่างมหาสมุทรชัดๆ

 

  ผ่านไปไม่นาน คุโรโกะเผยริมฝีปากออกแล้วเริ่มกล่าวกับเธอเนิบช้า

 



  “รู้หรือไม่คุณฮานะ ผมเป็นคนๆ หนึ่งที่เชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเองมาก”

 

  “ …? ”

 

 

 

  เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของเด็กสาว มุมปากคุโรโกะโค้งเป็นรอยยิ้ม “ไม่ได้ตั้งใจให้มันฟังดูน้ำเน่า ขอโทษนะครับ แต่ผมคิดว่าคุณฮานะน่ะ…” เขาโคลงศรีษะราวกำลังสรรหาคำมาอธิบาย “แปลก”

 

 


  … หา?

 


 

  “ไม่ได้หมายถึงในเชิงลบนะครับ” เขารีบแก้ ชี้มือไปที่ดวงตาสีฟ้าใสของตน “ที่ผมตั้งใจจะพูดก็คือ เพราะผม— คนที่มั่นใจในการอ่านความคิดคนอื่นผ่านดวงตา ไม่สามารถคาดเดาอะไรจากคุณได้เลยต่างหาก”

 

 

  ฮานะเผลออ้าปากอย่างตกใจ… นี่เขาพยายามทำในสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่งั้นเหรอ?

 

 

  “ผมก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก แต่ก็เคยลองมาเเล้วหลายครั้งเเล้ว และผมคิดว่าผลลัพธ์ของมันก็น่าพึงพอใจในระดับหนึ่งเลยทีเดียวล่ะครับ”

 

 

  ลูกบาสเกตบอลในมือได้ถูกดันกลับมา

 

 

  “ที่โรงยิม วันนี้พวกเรามีตารางฝึกซ้อมตอนห้าโมงเย็น ผมจะรอนะครับ”

 

  “...”

 

 

 

  สักพักพร้อมร้อยยิ้มบาง คุโรโกะก้มศรีษะให้เธอนิดแล้วเดินผ่านตัวเธอไป ฮานะจึงมุ่งหน้าไปที่ห้องเรียนอย่างที่ตั้งใจไว้ในคราแรกด้วยสมองที่ขาวโพลน

 

 

 

  … มันเป็นชั่ววินาทีที่เธอรู้สึกเกลียดรอยยิ้มจริงใจของผู้คน

 

  เพราะความบริสุทธิ์ใจที่ส่งต่อให้นั้นมันทำให้เธอมีความรู้สึกจำเป็น— จำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างที่รู้ดีว่าตนไม่พอใจก็ตามที

 

 

 

 

 





 

 

 

  มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อน บางทีการคาดการณ์บางอย่างจากผู้ที่มี ‘ความสามารถ’ อย่างเธอต้องใช้เวลาอยู่นานมากโข

 

  ยกตัวอย่างเช่น นายล่องหนบางคนที่บังเอิญได้พูดคุยกันตอนพักเที่ยง เป็นบุคคลเธอไม่สามารถคาดเดาความต้องการของเขาได้เลย

 

 

  “ธุระ?”

 

  “อือ มีที่ที่จำเป็นต้องแวะก่อนน่ะ นามิจังกลับก่อนได้เลย”

 

  “ได้อยู่แล้ว” นานามิเท้าเอว “แต่พรุ่งนี้ฉันจองตัวเธอแล้วนะ ไปร้านคิโนคุนิยะกัน”

 

  “รู้ละน่า”

 

 

  ใช้ฝ่ามือดันแผ่นหลังเพื่อนตนพร้อมโบกมือลาไวๆ อดหัวเราะอย่างเอ็นดูไม่ได้ เพราะเป็นพวกหนอนหนังสือเหมือนกัน นิสัยชอบใช้เวลาเป็นชั่วโมงในร้านจนพวกเขาแทบจะปิดหนี อย่างนี้แหละมั้งพวกเธอจึงพูดคุยกันถูกคอ

 

 

  เอาล่ะ… กลับมาที่ปัญหาหลัก

 

  ฮานะหลุบตามองลูกบาสฯ ที่ปลายรองเท้า เขี่ยมันไปมาด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ เธอเท้าคางมองไปเรื่อยเปื่อยก่อนจะเปลี่ยนยิ้มบางเมื่อเห็นเพื่อนในห้องต่างผลัดกันโบกมือลากันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

  ถึงจะไม่ชอบแค่ไหน แต่การที่ได้เห็นออร่าสดใสของแต่ละคนมันทำให้เธอมีความสุขได้จริงๆ 

 

 

  และหากมันเป็นออร่าของความหลงใหลที่บริสุทธิ์กันล่ะ…?

 

 

  แทบไม่ต้องเสียเวลาคิดซ้ำ ฮานะรีบเก็บกระเป๋าและหยิบลูกบอลขึ้นมากอดเอาไว้ ในหัวนึกสาปแช่งนายหัวแดงบางคนที่ลากเธอมาเกี่ยวโยงเรื่องพวกนี้จนได้

 

 

 

 

  และแล้ว ฝนก็ตกจริงๆ ด้วย

 

  ฮานะยืนหนาวสั่น เปิดประตูเเล้วรีบแทรกตัวผ่านเข้าไปในตึกเพื่อหลบหนีละอองฝน เส้นทางที่ได้ใช้มามีหลังคามุงกั้นเพื่อไม่ให้เปียก แต่ทว่าลมหนาวที่พัดมาทุกวินาทีทำให้เธอเลือกที่จะวิ่งแทนเดินกินเวลาอย่างที่ได้ตั้งใจไว้

 

  และผลลัพธ์ที่ตามมาคือการมาเยือนที่นี่เร็วกว่าที่คิด ฮานะแทบจะคำรามในลำคอเมื่อได้ยินเสียงลูกบอลกระทบกับพื้นไม้ขัดเงาดังก้องอยู่ในโรงยิมไม่ขาดสาย

 

  เนตรสีแดงสะท้อนแสงจากหลอดไฟ ฮานะกวาดตามองรอบๆ และใช้เวลาไม่นานในการจับสายตาไปที่ตัวปัญหา 

 

 

  เจ้าเด็กร่างยักษ์ คางามิ ไทกะคนนั้น

 

 

  “ชู้ตให้มันแม่นๆ หน่อยสิ เจ้าบ้า!”

 

 

  แต่ในทันที คำพูดต่อว่าแทบจะหายไปในอากาศเมื่อร่างที่หมายตาไว้ได้กระโดดตัวขึ้นสูง ราวกับใบหูอื้ออึงและคล้ายทุกอย่างจะช้าลงกระทันหัน วินาทีต่อมาเส้นสีโทนร้อนนั้นได้วิ่งล้อมตัวเธออย่างยินดี

 

  เสียงรองเท้ากระทบกับพื้น ปะปนกับเสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งและไอร้อนจากร่างผู้ที่ออกกำลังกายมาหมาด ๆ กว่าจะรู้ตัว ฮานะพบว่าตนเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนส่วนใหญ่ที่กำลังจ้องมาอย่างแปลกใจ ด้วยเฉพาะดวงตาสองคู่ที่อยู่ตรงหน้าเธอ

 


 

  “คุณฮานะ…?” คุโรโกะเอ่ยอย่างแปลกใจ ลมหายใจยังคงหอบเหนื่อย

 

  ฮานะรู้สึกประหม่านิดกับสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาอย่างสนใจ เธอรีบยื่นลูกบอลไปตรงหน้าคางามิ

 

  “อันนี้ของนาย” เธอรีบกล่าว “เรื่องอาหารเมื่อวานก็ลืมมันไปซะ ยินดีที่ได้รู้จัก”

 

  “ฮ— เดี๋ยวสิ ฮานะ!”

 


 

  ไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวเป็นเด็กขี้อาย เธอไม่เคยมีปัญหากับการตกเป็นเป้าความสนใจ แต่เพราะว่าตอนนั้น สายตาของเธอดันไปปะทะกับโค้ชสาวผู้กำลังคลี่ยิ้มราวกับเจอสิ่งถูกใจ เธอเองก็รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 

  แถมออร่าพวกนั้น— ฮานะรู้ได้ทันทีว่าตนคิดผิดอย่างแรงที่ยอมถ่อตัวมาถึงที่นี่เพราะความใจร้อนของตน

 

 

 


  มือกำสายสะพายกระเป๋าไว้แน่นขณะก้าวขาข้ามแอ่งน้ำตามพื้นชื้นแฉะ สีหน้าฮานะตอนนี้ยังคงผวาไม่หายกับสายตารุ่นพี่คนนั้น เธอพยายามสลัดความคิดนั่นออกจากหัว แต่ก็พบว่ามันไร้ประโยชน์เมื่อมีเสียงตระโกนโหวกเหวกจากด้านหลัง

 


 

  “ยัยฮานะ!”

 


 

  คนที่ใช้คำพูดแบบนั้นกับเธอมีอยู่แค่คนเดียว และเป็นคางามิที่ถือวิสาสะคว้าไหล่เธออย่างไม่บอกไม่กล่าว

 


 

  “คางามิ นี่มันจะเกินไปละนะ เดี๋ยวฉันช่วยสอนวิธีปฎิบัติกับเลดี้ให้นายดีไหม”

 

  คิ้วกระตุกอย่างอารมณ์เสีย คางามิจิ๊ปากก่อนก้าวขายาว ๆ เดินนำหน้าออกไป “ตามมา”

 

  “อะไรนะ”

 

  “ก็บอกให้ตามฉันมาไง!” อีกคนขึ้นเสียงอย่างเกรี้ยวกราด

 

 


  อันตพาลของจริง ฮานะส่ายหัวอย่างอ่อนใจ

 

  มองตามแผ่นหลังคนตัวสูงได้ไม่นาน ฮานะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะกล่าวทักทายกับอีกคนที่เดินตามมาอย่างไม่เร่งรีบ

 


 

  “ไง คุโรโกะ” ฮานะคลี่ยิ้ม “ให้เดาว่านายหัวทึ่มคนนั้นยังไม่สังเกตเห็นนายล่ะสิ”

 

  “ครับ”

 

  “ยอมแพ้เลย ความหัวช้าของนายคนนั้น”

 


  

  คุโรโกะส่งยิ้มให้เธอเล็กน้อย ก่อนทั้งสองจะเดินตามคนอารมณ์เสียที่เดินจ้ำอ้าวออกไปไกล

 

 

 

  เครื่องดื่มหวานฉ่ำของช็อกโกแลตร้อนไหลผ่านคอทำให้รู้สึกดีอยู่ไม่น้อย ฮานะมองคุโรโกะที่นั่งลงด้านข้าง ไม่รู้ทำอีท่าไหนคางามิถึงพาเธอมาอยู่ในร้านนี้อีกครั้งจนได้ แถมเธอยังถูกบังคับให้สั่งอาหารพร้อมพกกระเป๋าเงินเตรียมจ่ายให้อีก

 

  ใช้สีหน้าเหม็นเบื่อขนาดนั้น เธอคงมีอารมณ์อยากทานอะไรอยู่หรอก

 

 


  “นั่นรสอะไรเหรอ”

 

  “ครับ?”

 

  “เครื่องดื่มนายน่ะ”

 

  “วานิลลาครับ”

 

  “อ้อ” ฮานะพยักหน้ารับ “ฉันมันพวกคอช็อกโกแลตน่ะ เราคงอยู่ด้วยกันได้โดยไม่ต้องแย่งกันเนอะ”

 



  เธอพูดอย่างขำขัน

 

  รอได้ไม่นาน (สัก 10 นาทีได้) กว่าคางามิจะเดินมาพร้อมถาดอาหารกองเป็นภูเขา นัยน์ตาสีแดงหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นคางามิได้ทิ้งตัวลงนั่งข้างหน้าเธอ เด็กยักษ์คนนั้นหยิบเบอร์เกอร์อันหนึ่งขึ้นมาเเกะก่อนจะงับเข้าปาก สายตาคมหันมามองเธอเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างก็ต้องตกใจเมื่อสังเกตเห็นอีกคน คางามิเเทบจะสำลักอาหารออกมาดีเเต่ยั้งอาการทัน

 


 

  “สวัสดีครับ” คุโรโกะทักทายอย่างสุภาพ

 

  “นี่นายมาจากไหนกันเนี่ย”

 

  “เขาก็ตามมาตั้งนาน” ฮานะชี้ทางสว่าง ยกช็อกโกเเลตร้อนตรงหน้าตัวเองขึ้นดื่ม “แถมเมื่อกี้ตอนสั่งอาหารฉันยังคุยกับเขาด้วย”

 

  “เเล้วทำไมเธอไม่บอกฉันฮะ!”

 

  เด็กสาวยักไหล่เล็กน้อยแล้วปรายตามองออกไปนอกหน้าต่าง มือละขอบถ้วยกระดาษออกจากริมฝีปากที่เริ่มจะยกยิ้ม “ …ก็อยากจะลองทดสอบความทึ่มของนายหน่อยก็เท่านั้น~”

 

  “ฮานะ!”

 

  “ผมเเค่ตามมาเพราะอยากจะคุยกับคุณฮานะนิดหน่อย… อีกอย่าง คือผมชอบนะครับ วานิลลาเชคของที่นี่”

 

 


  เด็กสาวคนเดียวในโต๊ะหันไปเลิกคิ้วใส่คนนั่งข้างๆ เธออย่างสงสัย… นี่เขาอยากคุยกับเธองั้นเหรอ?

 

 


  “เฮอะ ไปนั่งที่ร้านอื่นเถอะไป” คางามิเเค่นหัวเราะ ก่อนจะมองไปรอบๆ ร้าน “เดี๋ยวถ้าใครมาเห็นเข้า เขาก็จะนึกว่าเราสนิทกันหรอก”

 

  “แต่นี่เป็นร้านที่ผมแวะมาประจำนี่น่า”

 


 

  คนผมเเดงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายลอบมองฮานะที่หยิบอาหารของเขาไปโดยไม่ได้ขออนุญาต ก่อนจะรู้สึกหงุดหงิดในใจขึ้นมาเมื่อเธอคนนั้นส่งไปให้เด็กที่นั่งข้างๆ เธอ

 


 

  “เฮ้ ฮานะ นั่นมันของฉันนะ”

 

  “กินเเค่นั้นไม่อิ่มหรอกนะคุโรโกะ อ่ะ” ฮานะยิ้มกว้างยัดห่อกระดาษใส่มือคุโรโกะ ก่อนจะมาหรี่ตาใส่คนตรงหน้า “เหลือแค่นั้นก็เกินพอแล้ว นี่ทุกวันนี้นายเตรียมตัวจำศีลอยู่รึไง?”

 

 “ว่าไงนะ!”

 

  คุโรโกะมองอาหารในมือตัวเองนิ่งก่อนจะยิ้มบางให้เด็กสาว “ขอบคุณมากครับ”

 

  “ค่า” ฮานะยิ้มรับก่อนจะแลบลิ้นเล็กน้อยใส่เด็กอารมณ์ร้อน แล้วเปลี่ยนหัวหัวข้อสนทนา “จะว่าไป คางามิ นายจะลากฉันมาทำไมอีกเนี่ย”

 

  “ก็โค้ชนั่นสั่งให้ฉันมาคุยกับเธอเรื่องเข้าชมรม”

 

  ถึงจะไม่เข้าใจว่าส่วนไหนของเธอทำให้รุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นรู้สึกสปาร์คก็เถอะ ฮานะโบกมือทันที “บอกไปว่าฉันปฏิเสธ”

 

  “เดี๋ยวก่อน!” คางามิแทบจะปาห่ออาหารในมือลงกับโต๊ะ “ขอร้องล่ะ ทั้งกัปตัน ทั้งโค้ชก็แทบจะกินหัวฉันตายอยู่แล้ว ชมรมทีมบาสเซย์รินต้องการผู้จัดการจริงๆ อีกอย่างเธอยังไม่ได้เข้าชมรมไหนนี่นา ถือว่าช่วยกันเถอะนะ”

 

  “คางามิคุงอยากให้คุณฮานะเข้าขมรมน่ะครับ” คุโรโกะบอกด้วยสีหน้าอึน ๆ และนั่นทำให้คนหัวแดงชะงักค้างทันที

 

  “โอ้?” ฮานะเลิกคิ้ว ลืมเหตุผลร้อยแปดที่อีกคนพยายามอ้าง เธอยกยิ้มมุมปากอย่างสนุกสนาน “จริงเหรอคางามิ”

 

  “ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย!”

 

  “จ้าๆ” ฮานะโบกมือ กลัวคอของเขาจะอักเสบซะก่อน เธอปัดหัวข้อนั้นออกอย่างไม่คิดมาก “แล้วนาย คุโรโกะ บอกว่ามีเรื่องอยากจะคุยกับฉัน?”

 


 

  น้ำเสียงอ่อนโยนสบายหู คางามิกอดอกหันใบหน้ายุ่งไปทางอื่นทันทีกับความแตกต่างของเธอยามปฏิบัติกับเขา

 


 

    “ครับ… เรื่องนั้น” คุโรโกะเอ่ยตอบขณะแกะที่ห่อกระดาษออก ก่อนจะเงยหน้ามาสบตากับฮานะที่กำลังรอเขาพูดอย่างตั้งใจ “คือผมยังเรียบเรียงคำพูดไม่ได้ รอก่อนนะครับ”

 

    “ … ”

 


 

    ทั้งสองคนกะพริบตาปริบ ฮานะยกมือจับผมทัดหูก่อนจะพยักหน้าเบาๆ สายตามองไปที่เเก้วเครื่องดื่มที่เริ่มพร่องไปกว่าครึ่ง


 

 

    “… อ้อเหรอ”

 


 

    คนอย่างนี้ก็มีด้วย… 

 

 

 

 

 

 

 




  “แล้ว… ” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น เรียกความสนใจกับนายหัวฟ้าที่เดินถัดไปจากฮานะ “รุ่นปฏิหาริย์ที่ว่านั่นเก่งขนาดไหนเหรอ ถ้าตอนนี้ฉันไปท้าเเข่งจะเป็นไง”

 

  คุโรโกะละปากออกจากเครื่องดื่มก่อนจะตอบเสียงเรียบ “ถูกฆ่าตายทันทีเลย”

 

  “ไม่มีวิธีพูดที่ดีกว่านี้เเล้วหรือไง!”

 

  “โอ๊ะโอ นี่นายพูดเหมือนกับว่าพวกเขาเก่งมากเลยนะ?” ฮานะยกช็อกโกเเลตร้อนอันใหม่ (ที่คางามิจ่ายให้) ในมือขึ้นจิบ

 

  “ปีนี้อัจฉริยะทั้งห้าเข้าเรียนต่อในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงต่างกันออกไป ซึ่งต้องมีสักโรงเรียนที่จะได้ก้าวไปอยู่บนจุดสูงสุดแน่นอนครับ”

 

 คางามิเเค่นหัวเราะ “มันก็ดีนี่” 

 

  “นายอยากโดนพวกเขาโค่นหรือไงหืม?” ฮานะขมวดคิ้ว ก็คงพอจะเดาได้ว่ารุ่นปฏิหาริย์ที่สองคนนี้คอยพูดถึงนั่นหมายถึงทีมบาสฯ ทีมหนึ่งเก่งมากๆ

 

 


  อย่าดูถูกความสามารถในการคาดเดาของเธอเชียว

 

 


    “ก็ได้ยินเเบบนั้นเเล้วมันฮึดขึ้นมา” คางามิยกยิ้ม “ฉันตัดสินใจเเล้ว ฉันจะโค่นเจ้าพวกนั้นให้หมดเเล้วเป็นที่หนึ่งของญี่ปุ่น!”

 

    “มั่นใจจังเลยนะ… ?”

 


 

    ฮานะพึมพำออกเบา ทั้งเธอทั้งคุโรโกะต่างมองสีหน้ามุ่งมั่นคนตัวสูงข้างตัวอย่างเงียบๆ

 


 

    “ผมว่าไม่ไหวหรอกครับ” คุโรโกะตัดบทเสียงนิ่ง เรียกให้คางามิหันมาแยกเขี้ยวใส่  “ถ้าวัดที่ศักยภาพก็ไม่ทราบนะ” เขาพูดต่อ “เเต่ว่าถ้าเป็นระดับความสมบูรณ์เเบบ ยังเทียบกับพวกเขาไม่ได้หรอกครับ”

 

 

 

    สัญญาณไฟเป็นสีเขียวตรงทางแยกที่เดิม ไม่เหมือนกับเมื่อวานที่คุโรโกะจะแยกตัวออกไป เขามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ใช้ดวงตาสีฟ้าสดใสมาสบอย่างแน่วแน่

 


 

  “เเค่คนเดียวก็ไม่ไหวหรอก… ผมก็ตัดสินเเล้วเหมือนกัน” ฮานะมองความมุ่งมั่นที่ฉายเเววอยู่ในตาของเขา น่าแปลกที่เส้นสีพวกนั้นสงบกว่าที่คิด “เพราะว่าผมเป็นเงา เเต่ยิ่งเเสงเจิดจ้าเท่าไหร่เงาก็ยิ่งมืดเพื่อขับความสว่างของเเสงให้โดดเด่น ผมจะทำให้คุณเป็นที่หนึ่งของญี่ปุ่น… ในฐานะเงาของเเสงอย่างคุณ”

 

    ดวงตาของคางามิเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าเขาหมายความว่าอย่างไร ยกยิ้มอย่างถือดีพร้อมเอ่ย “กล้าพูด อยากทำอะไรก็เชิญ”

 

    “จะพยายามครับ” คุโรโกะพยักหน้ารับก่อนจะรีบพูดดักฮานะที่กำลังเตรียมหนี “อย่างที่ผมได้บอกไป คุณฮานะ ผมรู้ว่ามีบางอย่างเกี่ยวกับคุณที่ผมยังไม่ค่อยจะเข้าใจนัก รวมถึงเหตุผลที่คุณพยายามปฏิเสธข้อเสนอของเราด้วย”

 


 

  ฮานะยืนนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้อีกคนเดินเข้ามาประชิดตัว— ออร่าสงบนิ่ง เธอไม่สามารถเข้าใจเขาได้อีกแล้ว

 



  “แต่ผมก็เชื่อนะครับว่าคุณสามารถช่วยพวกเราได้ เพราะผมเชื่อใจคุณ หรืออย่างน้อยก็…”

 


 

  นัยน์ตาสีฟ้าครามสะท้อนแสงจากไฟรอบตัว กับคลื่นอารมณ์บางอย่างที่เธอไม่สามารถระบุได้

 

 

 

  “… คุณฮานะ ช่วยเชื่อใจผมสักครั้งได้ไหมครับ?”

 

 

 



 

 

 

 

 

  มันจะมีกลุ่มคนประเภทหนึ่งที่มีความรู้สึกช้าต่อสิ่งละเอียดอ่อน

 

  และฮานะรู้ว่าตนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

  เธอเชื่อว่าความรู้สึกของแต่ละคนเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกตัดสินเพียงในเสี้ยววิ ฮานะเคารพในตัวบุคคล และไม่เคยก้าวก่ายชีวิตของพวกเขาหากไม่ได้รับอนุญาต

 

  มันยาก แต่เธอก็ได้ฝึกฝนมันมาตลอด 15 ปี

 

  ทั้งๆ ที่รับรู้และเห็นอยู่กับตา เธอไม่สามารถจะเข้าไปใกล้กว่านี้ได้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ด้วยความผิดพลาด เธอก็ได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิต

 

  บางครั้งที่เราอยากจะเข้าไปช่วยเหลือ แต่ทางที่ดีที่สุดคือการปล่อยมันไป ครั้งแรกที่พยายามหักห้ามใจตัวเองเธอก็มือไม้สั่นไปหมด รู้สึกหวาดกลัวอยู่เต็มอก แต่ก็เหมือนจะผ่านช่วงนั้นมาได้ เห็นไหม ไม่เป็นอะไรเลย

 

 

  ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง และฮานะเลือกที่จะเคารพในจุดนั้น

 

 

  แต่การที่เธอยอมเอ่ยปาก ตอบตกลงในคำร้องขอ หรือการตอบโต้บทสนทนาอย่างสนิทสนมกับคนที่เธอเพิ่งได้เจอเพียงแค่วันเดียวทำให้ฮานะพบว่าจุดยืนที่เธอตั้งเป้าไว้แต่แรกมันเริ่มสั่นคลอน ที่พังลงง่ายๆ เพียงแค่ไม่กี่วินาที

 

  ทำไมต้องสนใจแค่คำขอของนายล่องหนคนหนึ่ง— จากคำขอเป็นร้อยที่ถูกเธอปฏิเสธ โดยไม่ต้องคิดรอบสองในอดีตนั่นด้วยนะ? เป็นคำถามที่เธอไม่สามารถให้คำตอบกับตัวเองได้สักที

 

 

  พวกเขาไม่มีอะไรพิเศษ— ไม่ใช่สิ… ทุกคนบนโลกนี้ต่างมีความพิเศษอยู่ในตัว แต่ในกรณีนี้ฮานะหมายถึง พวกเขาไม่ได้ ‘พิเศษ’ จนถึงขนาดที่เธอต้องรู้สึกไขว้เขวและคิดหนักขนาดนี้ ฮานะโคลงถ้วยชาในมือไปมา หลุบตาต่ำก่อนจะสูดหายใจเข้ารับไอหอมๆ เธอตัดสินใจหยุดคิดเรื่องทั้งหมดก่อนจะวางถ้วยกระเบื้องลงอย่างเบามือ

 

 

  ถ้ามันยากนักก็ไม่ต้องคิด

 

 

  เมื่อพบว่าไม่มีอะไรดีจากการมานั่งคิดจนปวดหัวในตอนนี้ ฮานะหยิบดินสอขึ้นมา เริ่มทำหัวข้อที่ผู้จัดการคนหนึ่งจำเป็นต้องรู้ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

 

 มันเคยมีคำพูดที่ว่า ทุกสิ่งมีชีวิตมักจะพยายามปรับตัวกับสภาพแวดล้อมรอบกายทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง

 

 

 

  —และเธอก็เป็นตัวอย่างที่ไม่เลวเลย














tbc.

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .





กลับมาได้สักที! T^T

ขอโทษจริง ๆ นะคะที่หายไปเลย ไม่มีข้อแก้ตัวอะไรทั้งสิ้น โจก็แทบจะตัวขาดกับทั้งเรียนทั้งงานแล้วค่ะ แต่ก็คิดถึงเรื่องนี้ทั้งฮานะทั้งคุโรโกะมาก ๆ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ /\

ติชมกันได้ บรรยายงง ๆ ก็ติได้ รับฟังเสมอค่ะ เเล้วเจอกันตอนหน้าค่า


อย่าลืมให้กำลังใจคนเขียนกันด้วยนะคะ <3



SNAP
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 185 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

84 ความคิดเห็น

  1. #73 FujiOtome (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 19:28

    เราว่าเราชอบนางเอกคนนี้ซะแล้ว~!
    #73
    0
  2. #69 knunkim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 20:06
    ชอบนางเอกอ่ะ... แลดูมีเหตุมีผลดี
    #69
    0
  3. #66 252555555 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 10:18
    สนุกมากชอบนางเอกอ่ะ
    #66
    0
  4. #45 NM._ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 22:14
    อยากได้ฮาเร็มอะไรท์! ชอบนิสัยนางเอก!
    #45
    0
  5. #43 Nimh03 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 19:36

    ฮาเร็มค่ะ //อะไรยังไงไม่รู้แต่ฮาเร็มไว้ก่อนเลยล่ะ 55555555
    #43
    1
    • #43-1 NM._(จากตอนที่ 2)
      5 กันยายน 2563 / 22:14
      +1เลยค่ะ!! ฮาเร็มมม
      #43-1
  6. #20 bitong3113 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 12:57
    บรรยายดีมากเลยค่ะแง้งงง มาต่อเถอะนะคะ🥺🥺🥺
    #20
    0
  7. #19 Fahmai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 13:41
    สนุกกกอะไรท์ สู้ๆนะคร้า
    #19
    0
  8. #18 Bad_Quinn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 01:08
    เราว่ายังมีอีกหลายอยากที่ไรท์อยากให้พวกเราได้อ่าน ยังไงก็รออยู่นะคะ ^^
    #18
    0
  9. #16 คารินเนะ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:48

    รอค่าาา
    #16
    0
  10. #15 GhostFariy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 21:56

    สนุกค่าาา รอตอนต่อไปน๊าาา
    #15
    0
  11. #14 LucyTaylor (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 14:12
    ชอบภาษาบรรยายนะคะ~
    #14
    0
  12. #13 nsbt_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 20:13
    สนุกมากเลยค่ะ ไรท์บรรยายดีมากๆ รอนะคะ สู้ๆคับ
    #13
    0
  13. #12 THARA I.N.K. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 16:21
    น่าสนใจ~
    #12
    0