Yogurt Chilli รักฉบับร้ายของยัยตัวป่วน

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 ต.ค. 56

18

 

                เกือบยี่สิบนาทีเราสามคนก็มาถึงโรงแรมที่ฉันเคยมาครั้งก่อน ภายในห้องจัดเลี้ยงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมายล้วนแล้วแต่ใส่ชุดสีดำ  (′)  อืม...บางทีฉันอาจจะยึดติดกับสีมากเกินไปก็ได้นะ หลายคนมองมาที่ฉันกับพ่อทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในงาน มันยิ่งทำให้ฉันเกร็งจนพ่อรู้สึกได้เลยลูบมือฉันเบา ๆ คล้ายกับกำลังบอกฉันว่าไม่เป็นไร ฉันเห็นจอห์นที่มองมาที่ฉันเช่นกัน สายตาแบบนั้นมันหมายความว่ายังไงกันแน่นะ พ่อขอตัวไปคุยกับแขกคนอื่น ๆ   โดยไม่ลืมกำชับพี่โรมาริโอ้ให้อยู่ใกล้ ๆ กับฉัน  เครื่องดื่มสีสวย ๆ ที่บริกรนำมาเสิร์ฟ รสชาติดีเลยทีเดียวแหละ อร่อยจังแต่รู้สึกว่ามันจะขมนิด ๆ นะ(ˇ) เพราะความหิวน้ำทำให้ฉันจัดไปหลายแก้ว...นี่ฉันเป็นอะไรอ่ะ มึน ๆชอบกล ห้องก็โครงเครง หยั่งกับอยู่บนเรือเลย

                “เฮ้...โอเคไหม” เฮียโรมาริโอ้ที่ทำหน้าที่ดูแลฉันเข้ามาประคองฉันไว้ได้ก่อนที่จะทรงตัวไม่อยู่  “มานี่เถอะ” เขาพาฉันมานั่งที่เก้าอี้ริมระเบียงที่เรียงรายอยู่ ลมเย็นตอนกลางคืนที่ปะทะเข้าหน้าฉันช่วยเรียกสติของฉันให้กลับมาได้แล้ว เฮียแกหายไปสักพักก่อนจะกลับมาพร้อมกับผ้าเช็ดหน้าเย็นเจี๊ยบ ที่เช็ดให้ฉัน “ดื่มเหล้าไปหรอ”

                “เหล้าที่ไหนฉันไม่ได้กินสักนิดเดียวเลยนะ ฉันกินแค่น้ำสีสวย ๆ ที่เขาเอามาเสิร์ฟเท่านั้นเอง” เฮียโรมาริโอ้ หัวเราะร่วน ทันทีที่ฉันเล่าจบ เฮียแกเป็นอะไรไปเนี่ย (. ̄?)  

                “นั่นเค้าเรียก ค็อกเทล มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ด้วย” จริงอ่ะ ทำไมอร่อยจัง เห็นเค้าว่าเหล้ามันจะขมมากไม่ใช่หรอ หลอกกันนิหน่า <(^′)>

                “โอเคหรือยัง”

                “ขอโยนั่งตรงนี้สักพักเถอะค่ะ พี่เข้างานไปก่อนก็ได้”

                “โอเค...งั้นเดี๋ยวมานะ” ฉันก็เกรงใจพี่เขานะ จะให้มาตามติดฉันตลอดก็คงจะไม่ได้หรอก พี่เขาก็คงจะมีธุระส่วนตัวที่ต้องทำเหมือนกัน  (O.o)  เดี๋ยวนะ... เฮียแกตรงไปหากลุ่มสาว ๆ เลยนี่หน่า อืม...ไม่น่าให้เกรงใจแล้วแบบนี้ ทิ้งงาน ทิ้งหน้าที่ ไม่มีความรับผิดชอบ (o′o)  ฟ้องพ่อแน่...

 

-John’s Part.-

                ผู้หญิงที่เดินเข้างานมาพร้อมกับบอสเรียกความสนใจจากแขกใจงานเลี้ยงต้อนรับบอสคนใหม่ได้เป็นอย่างดี เธอสวยมาก สวยจนผมเกือบจะจำไม่ได้ ไม่มีคราบสาวจอมห้าวเลยสักนิด ที่ผมเห็นคือสาวสวยหน้าตาคมเข้ม การแต่งหน้าทำให้เธอดูเป็นสาวเต็มตัว ที่ขัดใจผมคงจะเป็นชุดที่เธอใส่...มันโป้เกินไป (=′=)  นี่บอสคิดอะไรอยู่ถึงได้ให้ลูกสาวใส่ชุดนี้เนี่ย เธอมองมาที่ผมแล้วก็มองไปทางอื่นเหมือนไม่รู้จักกัน นั่นยิ่งทำให้ผมหงุดหงิด...

                ผมมองตามเธออยู่ตลอด เห็นว่าเธอดื่มค็อกเทลไปหลายแก้ว (-_-;) ยัยนั่นต้องไม่คิดว่าเป็นเหล้าแหง๋เลย คอยดูนะอีกเดี๋ยวได้เมาหัวทิ่ม นั่นไง...ไม่ทันไรเธอก็มีท่าทางว่าจะยืนไม่อยู่ เจ้าโรมาริโอ้เข้าไปพยุงตัวเธอไว้ได้ก่อนที่จะเสียหลักล้มลง เฮ้...เจ้าบ้าโรมาริโอ้มันเกือบจะกอดยัยนั่นอยู่แล้วนะ (o′o)  ผมเดินตามโรมาริโอ้ที่พายัยตัวแสบออกมาจากงานแล้วไปส่งที่ม้านั่งริมระเบียง ผมกำลังจะเดินเข้าไปหาเธอก็เห็นว่าโรมาริโอ้กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับผ้าเช็ดหน้า เจ้านั่นเช็ดหน้าให้กับเธอ...ผมไม่อยากให้คนอย่างโรมาริโอ้อยู่ใกล้ยัยตัวป่วนของผมเลย หมอนั่นมันหล่อ (ไม่ได้อยากจะยอมรับเท่าไหร่นะเรื่องนี้) ที่สำคัญมันเจ้าชู้มากด้วย ถ้าเกิดเธอหวั่นไหวไปกับมันหล่ะ ผมจะทำยังไง (=′=) ไม่นานนักเจ้านั่นก็กลับเข้างานไปหาสาว ๆ ที่ยืนรออยู่

                “เป็นอะไรหรือเปล่า” ผมอดไม่ได้ที่จะถามว่าเธอรู้สึกดีขึ้นหรือยัง

                “ฉันไม่ได้เป็นอะไร” เธอทำหน้าบึ้งใส่ผม “ไม่ต้องมาสนใจหรอก” ปากยื่น ๆ แบบนั้นน่าจูบชะมัด

                “ฉันก็ไม่ได้สนใจเธอเท่าไหร่หรอกนะ แค่เห็นว่านั่งอยู่ตรงนี้มันเกะกะ” ปากหนอปากทำไมพูดแบบนั้นไปได้นะเนี่ย

                “ฉันกำลังจะไปแล้วหล่ะ ไม่ได้อยากอยู่ให้เกะกะสายตาใคร” เธอช้อนตามองผม เสียงของเธอกับท่าทางนั้นทำเอาใจผมหล่นฮวบ ผมจะใจแข็งได้อีกนานเท่าไหร่กัน

                เธอลุกขึ้นยืนแต่ก็ต้องสะดุด ผมเข้าไปรับตัวเธอไว้ได้ก่อนที่จะล้มลงไปกองกับพื้น....หน้าของเราทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่ไม่กี่เซ็นต์เท่านั้น ผมเกือบจะจูบเธอไปแล้วจริง ๆ แต่อาเรียก็เข้ามาเรียกผมให้ไปหาพ่อของเธอ (=_=^)  ฮืม... ผมจะดีใจหรือเสียใจดีหล่ะที่เธอมาขัดจังหวะ แต่ก็เอาเถอะผมมีหน้าที่สำคัญต้องไปทำก่อนส่วนเรื่องของยัยตัวแสบ จากที่ใกล้กันได้ขนาดนั้นผมแน่ใจว่าความรู้สึกของเธอที่มีต่อผมยังเหมือนเดิม ผมกล้าพนันด้วยชีวิตเลย...

-John’s Part End.-

 

                “#@&/+=_@#$%^&*” ผู้หญิงที่ฉันเจอในห้องจอห์นเข้ามาพูดอะไรบางอย่างกับจอห์นแล้วเดินจากไป สายตาของนางนี่สิมองหยั่งกับฉันเป็นปรสิตในลำไส้ของนางหยั่งงั้นแหละ (`皿´)มันน่านัก...

                จอห์นปล่อยฉันแล้วเดินไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เฮ้อ... ( ̄o ̄) เมื่อกี้ฉันคิดว่าเขาจะทำอะไรฉันซะอีก เกร็งตั้งนาน ( ///﹁ ) นี่ฉันกำลังผิดหวังอยู่หรือไง...ไม่มีทางซะหล่ะ ฉันพูดไปแล้วนี่ว่าจะลืมเรื่องของเขาไปหรือไม่ก็คิดว่าหมอนั่นไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว สำหรับฉันเขาเป็นแค่คนแปลกหน้าเท่านั้น () 

                “พ่อคะ....โยอยากกลับแล้วค่ะ” ฉันเดินเข้าไปบอกกับพ่อ ที่กำลังคุยอยู่กับกลุ่มคนหลายคน

                “โอเค...เดี๋ยวพ่อให้โรมาริโอ้ไปส่ง” พ่อหันมาพูดกับฉันแล้วกลับไปคุยต่อ ไม่นานนักพี่โรมาริโอ้ก็เข้ามาพาฉันกลับ

                ฉันถอดรองเท้าส้นสูงที่ใส่อยู่ออก มันรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก ความจริงฉันก็เริ่มคุ้นกับการเดินเขย่งแล้วนะ แต่ว่ายังไงฉันก็ชอบเดินเต็ม ๆ เท้าแบบนี้มากกว่า อีกอย่างไอ้เจ้ารองเท้านี่มันก็กัดฉันด้วย จริงสิ...ฉันไม่ได้กัดมันก่อนที่จะใส่นี่หน่า   (′) ฉันเคยได้ยินมาว่าถ้ากัดรองเท้าก่อนใส่มันจะไม่กัดเราอ่ะ (ไปได้ยินมาจากไหน) ฉันถอดชุดที่ใส่ออกมาแล้วใส่เสื้อยืดแขนยาวกับกางเกงขาสั้น ชุดนี้เหมาะกับฉันที่สุดแล้วหล่ะ การได้ใส่ชุดสวย ๆ มันก็ดีหรอกนะแต่มันดูเหมือนไม่ใช่ฉันเลย   อยู่ดี ๆ ภาพอีตาจอห์นก็เข้ามารบกวนสมองของฉัน ทำไมกลับไปคิดถึงหมอนั่นได้นะยิ่งผู้หญิงคนที่อยู่กับหมอนั่นด้วยแล้วเหมาะสมกันมาก เธอชื่ออาเรีย เป็นว่าที่เจ้าสาวของจอห์น เฮียโรมาริโอ้กระซิบบอกกับฉัน คงเห็นว่าฉันคอยมองทั้งคู่อยู่มั้ง <(^′)> ก็ไม่ได้อยากจะรู้หรอกค่ะ  ใครจะไปแต่งงานกับใครมันก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน  วันพรุ่งนี้ฉันก็จะได้กลับบ้านแล้ว คอยดูนะโยเกิร์ตคนนี้จะกลับไปเป็นคนเดิม แล้วจะไม่หวั่นไหวเล้ย คอยดู้....

                “โยจ๊ะ เป็นไงบ้างปิดเทอมไปเที่ยวไหนมาหรอ” น้ำหวานเข้ามาทักทายในวันแรกของการเปิดภาคเรียน ที่สำคัญเพื่อนของฉันเปลี่ยนไป...จากผมยาวที่เคยถักเปียไว้เรียบร้อย ตอนนี้ตัดสั้นดูเปรี้ยวไปถนัดตา ฉันเห็นว่ามีหนุ่ม ๆ ในห้องหลายคนแอบมองเธออยู่ตั้งแต่เช้าแล้วนะเนี่ย

                “ไปธุระกับพ่อที่อิตาลีมาหน่ะ” จริงสิ ฉันซื้อของฝากมาให้เพื่อน ๆ ด้วยนี่หน่าลืมไปสนิดเลย

                “(0≦) น่าอิจฉาจังเลย” เพื่อนฉันกลับมาสดใสเหมือนเดิมแล้วสินะ คงทำใจเรื่องเจ้าไคได้แล้ว

                “มีของฝากด้วยนะ แต่วันนี้โยลืมเอามาอ่ะ”

                “ไม่เป็นไรจ่ะ ไว้วันหลังก็ได้” น้ำหวานหันหลังกลับไปเพราะอาจารย์เข้ามาสอนพอดี วันนี้เจ้าไคกับโจก็เข้ามาเรียนที่ห้องเรียนด้วย เจ้าพวกนั้นบอกว่าเพราะหมดหน้าที่การเป็นประธานนักเรียนแล้วจึงกลับมาเรียนได้ตามปกติ เก้าอี้ข้างหลังฉันสองที่จึงกลับมามีคนนั่งอีกครั้ง

 

                “ไม่ไปกินข้าว?” โจขึ้นมาหาฉันที่ด่านฟ้าตึกวิทย์ สถานที่ที่ฉันชอบมาตอนที่รู้สึกไม่สบายใจ

                “ไม่หิวอ่ะ” ฉันกินอะไรไม่ค่อยลงเลยนะพักนี้ แม้แต่แม่เนยยังถามเลยว่าเป็นอะไรไป “นายก็ไปกินสิ”

                “ไม่” โจตอบมาแบบสั้น ๆ เหมือนเดิมแล้วเข้ามายืนข้างฉันแล้วใช้มือลูบหัวฉันเบา ๆ เพียงแค่นั้นก็ทำให้น้ำตาที่ฉันเก็บไว้ไหลออกมา โจเป็นแบบนี้เสมอ เข้าใจฉันทั้งที่ฉันจะไม่ได้พูดอะไรออกไป แม้ว่าการกระทำและคำพูดของหมอนี่จะดูเย็นชา แต่ฉันรู้ดีว่าโจอบอุ่นที่สุด “จอห์น?” นายนี่รู้ทุกอย่างเลยนะโจ

                “อืม...เขาบอกว่าแค่อยากใช้ฉันเป็นสะพานขึ้นสู่ตำแหน่งบอส” ความร้อนที่หน้ามันเพิ่มขึ้นมาเมื่อคิดถึงเรื่องนั้น “ตอนนี้เขาได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วฉันจึงไม่จำเป็นอีกต่อไป”

                “...” โจไม่พูดอะไรเลยแต่ดึงฉันเข้าไปกอดไว้

                “ขอบใจนะโจ นายเป็นเหมือนพี่ชาย เหมือนคนในครอบครัว ขอบใจที่อยู่ข้าง ๆ ฉันนะ” มันจะเห็นแก่ตัวเกินไปไหมถ้าฉันจะยึดผู้ชายคนนี้ไว้ข้าง ๆ ตลอดไป

                “อืม...” โจรับคำเบา ๆ ก่อนจะถอยออกห่างจากฉัน “ฉันทำได้แค่นี้” ทำไมหน้าของโจถึงได้ดูเศร้านักนะ หมอนี่เป็นอะไรหรือเปล่า

                “นายเป็นอะไรหรือเปล่า” ฉันไม่สบายใจนะที่นายทำหน้าแบบนี้อ่ะโจ

                “ฉันโอเค”  โจพูดแล้วเดินลงไปเลย  ทิ้งคำถามคาใจฉันไว้อีกแล้วสิ ไม่รู้ว่าหมอนั่นเป็นอะไรไป ถ้าฉันสามารถช่วยได้บ้างก็คงจะดี อย่างน้อยก็เป็นการตอบแทนความอบอุ่นที่นายมีให้ฉันเสมอมา

 

-Jo’s Part.-

                “ขอบใจนะโจ นายเป็นเหมือนพี่ชาย เหมือนคนในครอบครัว ขอบใจที่อยู่ข้าง ๆ ฉันนะ” เธอในอ้อมแขนของผม บอกกับผม มันไม่ใช่ประโยคร้ายกาจอะไรเลย แต่ทำไมมันถึงแทงใจผมนัก

                “อืม...ฉันทำได้แค่นี้” สำหรับเธอผมคงทำให้ได้แค่นี้ เป็นได้แค่นี้สินะ ทั้ง ๆ ที่ผมเฝ้าดูเธอมาโดยตลอด เมื่อไหร่เธอจะมองผมเป็นมากกว่าเพื่อนได้สักที หรือมันจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย

                “นายเป็นอะไรหรือเปล่า” สีหน้าที่เธอมองผมดูเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด นี่ผมอาจจะกำลังเพิ่มปัญหาให้เธออีกก็ได้ 

                “ฉันโอเค”  ผมอยู่ตรงนี้ไม่ไหวอีกแล้ว ไม่อย่างนั้นผมอาจจะพูดในสิ่งที่ไม่ควรออกไป ผมจึงตัดสินใจปล่อยให้เธอได้อยู่คนเดียวเธอน่าจะดีขึ้นแล้ว  เพราะพี่ชายของผมเพียงคนเดียวที่ทำให้เธอเสียใจขนาดนั้น ตั้งแต่รู้จักกันมา ผมไม่เคยเห็นเธอร้องไห้ฟูมฟายแบบนี้มาก่อนเลย (=′=) จอห์น.....นายกล้าทำร้ายผู้หญิงคนสำคัญของฉัน ฉันไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ หรอก

                “โจ เห็นโยหรือเปล่าจ๊ะ” น้ำหวานเข้ามาถามผม เมื่อไหร่เธอจะหายเกร็งตอนอยู่กับผมสักที (=_=;) อึดอัดแทนจริง ๆ

                “ด่านฟ้าตึกวิทย์” ผมดูไม่ทันจบเธอก็ขอบคุณแล้วเดินไปทันที

                “เห็นยัยเอ๋อ มั้ย” เจ้าไควิ่งกระหืดกระหอบมาหาผม

                “ไม่รู้สิ”

                “ไม่ต้องมาโกหกเลยเจ้าแว่น เมื่อกี้ฉันเห็นยัยนั่นคุยกับนาย” แล้วมันจะถามผมเพื่อ... (-_-?)

                “แล้วยังถาม”

                “ก็...เถอะน่า ยัยนั่นไปไหน” เรื่องของเจ้านี่อีกคนเมื่อไหร่มันจะเลิกบ้าสักทีก็ไม่รู้ (=_=^) น่ารำคาญจริง

                “ด่านฟ้าตึกวิทย์” ไม่ทันจบประโยคไคก็วิ่งผ่านไปด้วยความเร็วระดับนักวิ่งทีมชาติ สองคนนี้กำลังเล่นวิ่งไล่จับกันหรือยังไง ช่างเถอะ...ผมไม่สนใจหรอก ( )

-Jo’s Part End.-

 

                ฉันรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย ลมที่พัดมากระทบหน้าฉันช่วยพัดพาเอาความรู้สึกแย่ ๆ ไปได้เยอะเลยทีเดียว ใกล้เวลาเรียนช่วงบ่ายแล้ว ฉันเดินลงบันไดกำลังจะไปยังห้องเรียนที่อีกฝั่งของตึกนี้

                “เธอกำลังหลบหน้าฉัน” ระหว่างทางฉันได้ยินเสียงใครกำลังตะโกนอยู่ เสียงคุ้น ๆ แฮะ... ฉันเข้าไปใกล้ ๆ กับต้นเสียงก็ได้เห็นว่านั่นคือเจ้าไคนั่นเอง กำลังจับแขนใครอยู่นะ เป็นผู้หญิงยืนหันหลังให้ฉัน

                “หวานยังไม่พร้อมที่จะอยู่ใกล้ไค หรือคุยกับไคนี่คะ” ยัยน้ำหวาน!!!  จริงสิ  เพื่อนฉันตัดผมสั้นแล้วนี่หน่า เห็นแต่ข้างหลังจำไม่ได้เลยอ่ะ

                “เธอทำให้ฉันหงุดหงิดนะ” แล้วมันจะโมโหไปทำไมกัน ( ̄3 ̄)a 

                “ไคจะมาหงุดหงิดทำไมกันคะ” น้ำหวานสะบัดมือหลุดได้แล้วเดินมาทางที่ฉันอยู่พอดี เอาไงดีหล่ะฉัน คงไม่ดีแน่ถ้าพวกนั้นรู้ว่าฉันแอบฟังอยู่ ฉันจึงค่อย ๆ ถอยหลังไปให้ไกลที่สุดก่อนจะทำเป็นเดินลงมาจากบันไดชั้นบน

                “อ้าวหวาน...มาทำอะไรจ๊ะ โยกำลังจะลงไปพอดี” เนียนป่ะหล่ะฉัน \(︶ ̄)>  

                “หวานมาตามโยหน่ะจ่ะ กำลังจะเริ่มเรียนคาบบ่ายแล้วนะ ไปกันเถอะ” น้ำหวานจับมือฉันแล้วลากลงไปชั้นล่าง ผ่านเจ้าไคที่ยืนเหวอ คงจะรู้สึกคล้ายถูกเมินจากน้าหวานอยู่หล่ะสิ (‵▽′)  สมน้ำหน้ามัน เจ้าบ้าไค สงสัยฉันคงต้องทำอะไรสักอย่างกับสองคนนี้สักที ก่อนอื่นคงต้องหาแนวร่วม

                *****************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น