Yogurt Chilli รักฉบับร้ายของยัยตัวป่วน

ตอนที่ 19 : ตอนที่ 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ต.ค. 56

19

               

                เกือบหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ระหว่างน้ำหวานกับไคยังคงไม่คืบหน้าเท่าที่ควร สงสัยต้องให้  นางฟ้าแม่ทูนหัว?อย่างฉันจัดการซะแล้วมั้ง ทั้งสองคนจะได้ปรับความเข้าใจกันได้สักที

                “โจ นายว่าน้ำหวานกับไค จะเข้าใจกันได้ป่ะ” แนวร่วมของฉันซึ่งก็คือโจที่นั่งกินข้าวอยู่ข้าง ๆ ขณะที่สองคนที่พูดถึงนั้นหายหัว... (=_=;) ไปไหนก็มิอาจทราบได้ เริ่มจากน้ำหวานที่ออกจากห้องเรียนทันทีที่หมดชั่วโมง เจ้าไคก็ลุกวิ่งตามออกไปติด ๆ  ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเจอกันหรือยัง หลบกันไปหลบกันมาเป็นหนังอินเดียเลย

                “ไม่”

                “เป็นหน้าที่ของเราที่จะทำให้เจ้าสองคนนั้นเข้าใจกัน”

                “ดี...รำคาญ” โจพูดนิ่ง ๆ อยากให้เจ้าไคมาได้ยินจริง ๆ  มีไฟว์แน่นอน (-__-)b

                ฉันบอกแผนคร่าว ๆ ให้โจ หมอนั่นฟังเฉย ๆ แล้วพนักหน้างึก ๆ บางครั้งก็ร่วมวางแผนด้วยในบางจุดที่อาจมีความบกพร่อง <(︶ ̄)> ทีมเวิร์คค่ะ ทีมเวิร์ค ฉันจะต้องทำให้น้ำหวานกับไคกลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ได้เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องมารู้สึกกระอักกระอ่วนไปด้วยเวลาที่มีสองคนนั้นอยู่ (เพื่อตัวเองล้วน ๆ ค่ะ)

                เริ่มแผนตอนเลิกเรียน เวลาที่คนอื่น ๆ จะกลับบ้านไปกันหมดแล้ว ยิ่งวันนี้เลิกเรียนเร็วกว่าปกติด้วย ฉันกับโจแยกย้ายกันไปเดินหาน้ำหวานกับไคที่แน่นอนว่ากำลังเล่นไล่จับกันอยู่ที่ไหนสักที่ในโรงเรียน นั่นไง...ฉันเห็นน้ำหวานกำลังจะเดินไปที่ประตูหน้าพอดี

                “แฮ่ก ๆ ๆ หวาน” ฉันวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปหาทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นเล้ย...

                “โยมีอะไรหรอ หวานว่าจะกลับบ้าน”

                “ไค...ไคมันอยู่ห้องพยาบาล” ได้ยินแค่นั้นแหละยัยน้ำหวานวิ่ง 4 x 100 ไปยังทิศทางของห้องพยาบาลทันทีโดยที่ไม่ฟังฉันให้จบด้วยซ้ำ “มันไม่ได้เป็นอะไรหรอก” จะมาโทษฉันไม่ได้นะจ๊ะ (^_-)-

 

-Kai’s Part.-

                “โจเจอแกก็ดีแล้ว เห็นน้ำหวานหรือเปล่า” ผมเดินหายัยเอ๋ออยู่ตั้งนานแล้วไม่รู้ว่ากลับไปหรือยัง (=′=) หลบเก่งนัก ผมแค่อยากจะเคลียร์กับเธอให้รู้เรื่องก็เท่านั้นแหละ (;_) แค่นั้นจริง ๆ นะ

                “เห็น” โจตีหน้านิ่งสนิดเหมือนเดิม

                “อยู่ที่ไหนหล่ะ”

                “รู้ไปทำไม”

                “ฉันก็แค่อยากคุยกับยัยนั่น” ไอ้แว่นนี่จะบอกก็บอกมาสักทีสิเฟ้ย (=_=^)

                “ทำอะไรไม่ได้แล้ว” หมายความว่าอะไรของมัน

                “อะไร”

                “อยู่ห้องพยาบาล” ผมวิ่งไปห้องพยาบาลทันที โจพูดแบบนั้นคงหมายถึงว่าอาการของเธอแย่ขนาดทำอะไรไม่ได้แล้วสินะ ระหว่างทางผมคิดไปต่างต่าง นานา  ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ผมเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบเพราะเป็นคนไล่ต้อนเธอซะขนาดนั้น เลยทำให้ยัยนั่นรีบจนเกิดอุบัติเหตุ

                ผมมาถึงห้องพยาบาลที่ไม่มีใครอยู่สักคน จึงเข้าไปดูที่เตียงด้านใน ก็พบว่ายัยเอ๋อกำลังยืน มองหน้าผม (O.O)  “เธอ/ไค เป็นอะไรหรือเปล่า” เราสองคนพูดออกมาพร้อมกัน  ผมมองหาบาดแผลหรือร่องรอยการบาดเจ็บก็ไม่พบสักที่บนตัวยัยนี่ เธอเองก็มองผมเหมือนกัน

                “ทำไมมาอยู่นี่” ผมถามก่อน

                “ก็...โยบอกหวานว่าไคอยู่ห้องพยาบาล” เธอทำหน้าเหมือนจะนึกอะไรออกก่อนหน้าแดงแล้วหันหลังไป

                “โจมันก็บอกว่าเธอ...” ผมถึงบางอ้อทันที นี่ผมกับยัยนี่คงถูกยัยตัวแสบกับเจ้าแว่นหลอกเอาสินะ (=′=) ลองมานึก ๆ ดูประโยคที่โจมันบอกผมก็ไม่มีคำไหนที่บอกว่ายัยนี่มีอันตรายเลยนี่หว่า...ร้ายนักนะพวกแก ฝากไว้ก่อนเถอะ

                น้ำหวานเดินออกไปจากห้องด้านในแล้วพยายามจะเปิดประตูห้องพยาบาล แต่ก็เปิดไม่ได้ เธอทั้งผลักทั้งดันสุดแรงก็ยังไม่ออก เท่าที่ผมดูน่าจะถูกล็อกจากด้านนอก

                “เปิดไม่ได้หรอก...ล็อกจากด้านนอกเลยหล่ะ” ผมบอกกับเธอ

                “อ้าว...หรอคะ แล้วนี่จะเปิดเมื่อไหร่คะเนี่ย หวานยิ่งรีบ ๆ อยู่ด้วย”

                “อยู่ใกล้ฉันแล้วมันทรมานมากเลยหรือไง” ผมเหลืออดแล้วนะกับท่าทางแบบนั้นของเธอ (=_=^)

                “ค่ะ ทรมานที่สุด” เธอก็ยังไม่หันมาสบตากับผมอยู่ดี เกิดมาไม่เคยมีใครทำให้ผมเสียความมั่นใจได้ขนาดนี้เลย ให้ตายสิ ผมจะทำยังไงกับยัยนี่ดีนะ “หวานกำลังพยายามทำใจอยู่ค่ะ แต่มันยากเหลือเกิน”

                “แล้วทำไมต้องทำขนาดนั้น”

                “ถ้าไม่อย่างนั้นหวานก็จะตัดใจไม่ได้สิคะ หวานไม่อยากจะทำให้ไคลำบากใจอีก” เธอหันหน้ามาสบตากับผม “ขอเวลาหวานอีกนิดเดียวนะคะ หวานจะต้องทำให้ได้”

                หมับ... (o.O) นี่ผมทำอะไรลงไป เหมือนกับว่าอยู่ดี ๆ ร่างกายมันก็ไปเอง ( ///﹁ ) ก็ไม่รู้สินะ... แต่ผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ไม่เหมือนกับตอนกอดยัยตัวแสบที่ผมคิดมาตลอดว่าชอบเลยสักนิด หรือว่าผมจะกอดผิดคน (-_-;)

                “ไค...ทำไม” เสียงอู้อี้ข้าง ๆ หูผม ฟังดูเหมือนจะตกใจ แต่ผมก็ยังไม่ปล่อยหรอก

                “อยู่นิ่ง ๆ แปปสิ” ผมดุยัยตัวเล็กที่ยุกยิก ๆ อยู่ไม่สุข “ฉันแค่อยากได้คำตอบบางอย่าง” เธอนิ่งไปแล้ว เรียกว่าเกร็งไปแล้วจะถูกกว่า ผมจึงปล่อยเธอ

                “ได้หรือยังคะคำตอบที่ว่า” สายตาเย็นชาทิ่มแทงหัวใจผมอย่างแรง เธอคิดอะไรอยู่กันนะ

                “ได้แล้ว” ( ///﹁ ) “มันคือเธอ”

                “อะไรคะ อะไรคือหวานหรอ” อย่าให้ผมต้องพูดประโยคชวนเลี่ยนออกมาเลยน่า... แค่นี้ผมก็ร้อนหน้าจะแย่แล้ว (คนแต่ง:มันเขินค่ะ) ยัยเอ๋อทำหน้าเป็นเครื่องหมายคำถาม (=_=^) นี่เธอไม่เข้าใจจริง ๆ อ่ะ

                “คนที่ฉันชอบไง” ผมพูดได้แค่นี้แหละครับ เราสองคนก็เงียบไปทันที ต่างคนต่าง หันหน้าไปทางอื่นด้วยกันทั้งคู่ (=///=)

-Kai’s Part End.-

 

                ฉันกับโจยืนอยู่หน้าห้องพยาบาลนั่นแหละ ฉันอยากแอบฟังจะตายแต่เจ้าบ้าโจสิ ดันเอาตัวมาขวางหน้าประตูไว้ไม่ให้ฉันเอาหูไปแนบ ( ̄3 ̄)a  ก็คนมันอยากรู้นี่หน่า ไม่รู้ว่าสองคนนั้นจะตกลงกันได้หรือเปล่า นี่ก็ผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้ว ฉันว่ามันน่าจะถึงเวลาเปิดประตูได้แล้วนะ

                “โจ...เปิดได้แล้วมั้ง” ฉันกระซิบไม่ให้สองคนในห้องนั้นได้ยิน

                “ยัง” โจยืนนิ่งทำหน้าตาย ฉันเคยสงสัยนะว่าเจ้าโจมันทำหน้าอื่นเป็นหรือเปล่า (-_-?) หรือมันแอบไปฉีดโบท็อกซ์มาไม่บอกเพื่อน เหมือนจะรู้ว่าฉันคิดอะไรเจ้าโจผลักหัวฉันจนคอแทบเคล็ด เดี๋ยวคอหลุดไปทำไง ยิ่งหาอะไหล่ยาก ๆ อยู่ (o`з´o)

                ตึ่ง...ตึ่ง...ตึ่ง เสียงทุบประตูดังขึ้นตามด้วยเสียงไคตะโกนดังแว่ว ๆ “เปิดได้แล้วเจ้าพวกบ้า พวกฉันเคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว” โจจึงเปิดประตูให้ทั้งสองคนออกมา

                “แกรู้ได้ไงวะ ว่าพวกฉันอยู่หน้าห้อง”  

                “ได้กลิ่นมั้ง”

                “จมูกนายดีกว่าน้องหมาอีกนะเนี่ย” เจ้าไคเข้ามาตบหัวฉันเบา ๆ ทีนึง

                “ไม่ต้องมาเนียนด่าฉันเลยนะ ยัยบ้า ใครคิดไอ้แผนนี้ บอกมาสิ ฉันจะคิดบัญชี” ฉันกับโจต่างก็ชี้กันและกัน ไม่นึกเลยนะว่าโจมันจะหักหลังฉันง่าย ๆ แบบนี้ (﹏ ̄)

                “ดีเลย งั้นพวกแก ตาย” ฉันกับโจมองหน้ากันแล้วพากันวิ่งหนีเจ้าบ้าไคสุดชีวิต ฉันว่าไคกับน้ำหวานคงจะเข้าใจกันได้แล้ว จากหน้าเพื่อนสาวของฉันนะที่มีสีแดงระเรื่อท่าทางจะมีความสุขดี ถึงจะโดนเจ้าไคมันเตะก็คุ้ม เอาเป็นว่างานนี้ <(︶ ̄)/   ยอมแล้วกัน...

 

                “นี่ยัยเอ๋อ ขยับไปทางซ้ายหน่อยสิ” ไคที่นั่งตรงข้าวกับน้ำหวานบอกกับน้ำหวานที่ทำหน้า เป็นเครื่องหมายคำถามอยู่ข้าง ๆ ฉัน

                “ทำไมคะ” นั่นสิ จะให้ขยับทำไมกันทางซ้ายมันทางฉันนี่หน่า (.) ขยับอีกมีหวังฉันได้ตกเก้าอี้แน่เลย ไม่ต้องกงต้องกินมันละข้าว

                “ใจเราจะได้ตรงกันไง... ~()~*

                “( ///﹁ )” หน้าน้ำหวาน

                “(;_)” หน้าฉัน

                (;_)” หน้าโจ

                “แหวะ” ฉันทนไม่ไหวจริง ๆ นะ ช่วงนี้เจ้าบ้าไคมันขนมุขสุดจะเอียนมาเล่นบ่อย จนฉันอยากจะไปอ้วกวันละหลาย ๆ รอบ มีอยู่คนเดียวนั่นแหละ ที่ดูท่าทางจะมีความสุขกว่าคนอื่น ๆ (=_=;) “ก็เข้าใจนะว่าชอบกันอ่ะ แต่เกรงใจเพื่อน ๆ มั่งก็ดีนะ ไค”

                “เฮ้ย...อย่ามาสนใจดิ” ดูมันพ่นน่าตบจริงเชียว “คนกำลังอินเลิฟ” ลั่นล้าเหลือเกิ้น คนคนนี้

                “หาหมอเถอะ” โจพูดหน้าตายเหมือนทุกที ครั้งนี้เหมือนกระชากเจ้าไคลงมาจากฟ้าขณะกำลังบินเลยทีเดียว สะใจเจ้เป็นบ้า \(‵▽′)/

                “หวานว่า ไคก็เพลา ๆ มั่งเถอะค่ะ หวานก็อายเป็นนะ”

                “เห็นแก่เธอหรอกนะ ฉันออกจากโหมดอินเลิฟชั่วคราวก็ได้ ยัยเอ๋อ” อะไรของมัน สรุปว่าที่มันพ่น ๆ ออกมาทั้งหมดนี่แค่อยากจะแกล้งน้ำหวานใช่ม้ายยยย (=′=) ฉันว่าเธอคิดผิดแล้วนะที่ชอบหมอนี่อ่ะ เปลี่ยนใจทันนะหวาน

                “สวัสดีค่ะทุกคน” ยัยซาร่าพาราเซ็ตตาม่อน เข้ามาทักทายพวกเรา “ไม่เจอกันนานเลยนะคะ สบายดีกันหรือเปล่า”

                “ถ้าไม่สบายก็ไม่มาหรอกย่ะ” p(`O´*) “มีธุระอะไรมิทราบ”

                “มีค่ะ แต่ไม่ใช่กับเธอ” ยัยนี่ช่างกล้า ตบซะเลยดีมั้ย (`皿´) ฉันมันจำแม่นนะยะเรื่องเก่า ๆ หน่ะ “ขอเวลาสักครุ่ ได้ไหมคะโจ”

                “โอเค” โจเดินตามยัยยาแก้ปวดออกไป ไปคุยอะไรกันนะ ฉันอยากรู้จังเลย แอบตามไปดีกว่า

                “หยุดเลยเธอ” เจ้าไคพูดขึ้นทันทีเมื่อเห็นฉันทำท่าจะลุกจากโต๊ะ “ไม่ต้องไปแอบฟังเค้าคุยกันเลยนะ” รู้ทันอีกละอ่ะ ¯;)

                “ฉันไม่ได้จะไปแอบฟังเค้าสักหน่อย แค่จะไปห้องน้ำเอง”

                “ไม่เชื่อหรอก” แกอย่ามาขัดได้ไหมนะเจ้าบ้าไค ไม่ไปก็ได้ฟะ 

                ฉันอยากรู้จังว่ายัยยาแก้ปวดถึงได้มาหาโจแล้วไปคุยกันลับ ๆ ล่อ ๆ แบบนั้น แต่ก็ไม่กล้าถามโจมันอ่ะเดี๋ยวมันจะหาว่าฉันสาระแน สอดรู้สอดเห็น ฉันเก็บความสงสัยไว้ในใจ รอจนตอนเลิกเรียนที่โจมาส่งฉันที่บ้าน

                “โจ นายมีเรื่องอะไรปิดบังฉันหรือเปล่า”

                “ไม่”

                “ไม่จริงอ่ะ ยัยซาร่ามาคุยอะไรกับนายหรอ”

                “เอาเงินมาคืน” โจตอบเบา ๆ “เคยให้ยืมไป”

                “เกี่ยวกับฉันหรือเปล่า” ฉันได้กลิ่นทะแม่ง ๆ ว่าเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับฉันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง “เล่ามาเลยนะ ถ้านายเห็นฉันเป็นเพื่อนนายอยู่” ฉันทำหน้าเครียด เจอไม้นี้เข้าไป โจก็โจเถอะ ต้องยอมเล่าทุกเรื่องที่ฉันอยากรู้แน่นอน <(︶ ̄)>

                “ไม่เกี่ยวกับเธอ” แป่ว!!! หน้าแตกหมอเย็บไม่ติดเลยอ่ะ o("")o ชักจะเคืองนิด ๆ แล้วนะ

                “ก็ได้ไม่อยากรู้ก็ได้” ฉันงัดไม้ตายแกล้งงอน ออกมาใช้ ไม่ว่ายังไงนายก็ต้องง้อฉันใช่ป่ะโจ

                “ดีแล้ว” สุดท้ายเจ้าโจก็ไม่เล่าอะไรให้ฉันฟังสักอย่าง แม้ว่าฉันจะอ้อนวอนหรือขู่อาฆาตมาดร้ายในชีวิตและทรัพย์สินของมันเท่าไหร่ ก็ไม่ยอมพูดอะไรสักคำเลย เอ่อ...ไม่รู้ก็ได้ฟะเจ้าบ้านี่ <(^′)>

               

                ฉันกลับเข้ามาในบ้านแล้วได้ยินเสียงคนทะเลาะกันในครัวจึงเดินไปดูก็เห็นพ่อกับแม่ของฉันกำลังทำอะไรบางอย่าง “สวัสดีค่ะพ่อ สวัสดีค่ะแม่ ทำอะไรกันคะ”

                “พ่อแกสิแม่บอกให้ใส่แป้งไปอีกก็ไม่ยอม   ขนมเลยออกมาเละไม่เป็นท่าแบบนี้” อืม...นี่ทะเลาะกันเรื่องทำขนมหรอคะเนี่ย (;_) สร้างสรรค์มาก....

                “ก็ตามสูตรเขาใส่กันแค่นี้นี่หน่า” พ่อเกาหัวมองหน้าฉันกับแม่

                “พ่อจะทำอะไรหรอคะ” น่าจะถามว่าพ่อกำลังเล่นอะไรหรือคะมากกว่านะฉัน ดูจากสภาพครัวที่เละเทะขนาดนี้แล้ว ไม่รู้ว่าพี่แก้วเห็นหรือยัง งานนี้มีเป็นลมแน่นอน

                “มาการอง พ่อได้สูตรมา พ่ออยากเปิดร้านขายกาแฟกับขนมหวานหน่ะ” พ่อเอาจริงเราะ (=′=) โยว่ามันจะไม่เวิร์คนะคะ

                ฉันเข้าไปดูสูตรที่พ่อพรินท์ออกมาจากคอมพิวเตอร์ ทำอย่างกับว่าฉันจะรู้เรื่องงั้นแหละ ไอ้เรื่องเข้าครัวนี่ไม่ใช่แนวฉันเลย เรื่องกินอ่ะถนัดที่สุดแล้ว  แต่เพื่อไม่ให้คุณพ่อของฉันเสียความตั้งใจจึงบอกให้ท่านลองใหม่แล้วใส่อะไรที่แปลก ๆ ไปด้วย (อะไรที่มันกินได้นะคะ)  พ่อของฉันจึงเกิดปิ้งไอเดียใส่งาดำลงไปผสมกับอัลมอนต์ จึงออกมามีหน้าตาแปลก ๆ แต่รสชาติดีใช้ได้เลยทีเดียว

                “ไม่ได้เรื่อง” แม่เดินเข้ามาชิมเสร็จแล้วก็จากไปพร้อมกับความมั่นใจทั้งหมดของพ่อ _¯;)

                “พ่อ อย่าไปสนใจเลยค่ะ แม่เค้าไม่ชอบทานของหวานก็ต้องบอกไม่อร่อยสิคะ” ฉันจึงต้องเป็นคนปลอบใจคุณพ่อผู้น่าสงสารของฉัน “โยว่ามันก็โอเคนะคะ”

                “จริงหรอ โยไม่หลอกพ่อนะ” สายตาพ่อเป็นประกายวิ้ง ๆ

                “จริงสิคะ” สุดท้ายฉันจึงต้องเป็นคนชิม ขนมที่พ่อทำทุกอย่าง มาการอง ทิรามิสุ มิลฟิล เพนนาคอตตา ฉันฟาดเรียบ น้ำหนักขึ้นก็คราวนี้แหละ ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าอดีตบอสมาเฟียอย่างพ่อจะชอบทำขนมหวาน คนเรานี่จะตัดสินกันแค่ผิวเผินไม่ได้สินะ สงสัยว่าว่าจะเอาจริงเรื่องเปิดร้าน ดีล่ะ!!! ฉันจะกินให้เจ้งไปเลย \(‵▽′)/

 

                *****************************************
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น