Yogurt Chilli รักฉบับร้ายของยัยตัวป่วน

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 ต.ค. 56

16

 

                ฉันกลับมานั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บ้านมาได้ เกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่กลับมา ฉันยังไม่เจอเพื่อน ๆ  เลย  โจกับไคโทรมาคุยกับแปป ๆ ก็วาง เห็นว่าต้องไปต่างประเทศอะไรเนี่ยแหละ ส่วนน้ำหวานก็บอกว่าจะไปเชียงใหม่สักพัก พ่อกับแม่ของฉันก็ออกไปไหนด้วยกันไม่รู้ ตอนนี้ก็มีแค่ฉันกับพี่มาเรียที่อยู่บ้าน

                “เฮ้!!! โยเกิร์ต ดิส เดอะ ทาม ฟอร์ ลันช์....อืม... กิ๋นเข่า” พี่มาเรียคนสวยเคาะประตูห้องนอนของฉัน ให้ลงไปกินข้าวด้วยภาษาอังกฤษ ตบท้ายด้วยภาษาไทยที่พยายามพูด ¯;)  แต่ว่า...เข่านี่โยไม่กินนะคะ เดี๋ยวปากแตกอ่ะ

                “โอเค...จัส มินิท ไอ วิล โก” ฉันเดินลงบันไดมาก็พบว่าพ่อกับแม่ของฉันกลับมาถึงแล้ว สีหน้าของทั้งคู่ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่

                “แม่ ไม่สบายหรอ หน้าซีด ๆ”

                “เออ...คือว่าแม่ อุบ...” แม่วิ่งไปเข้าห้องน้ำแล้วก็มีเสียงโอ้กอ้าก ดังออกมา ฉันเหม็นขนาดนั้นเลยหรอ ฟุดฟิด ๆ ก็ปกติดีนี่หน่า น้ำก็อาบแล้วด้วย (-_-?) ไม่นานนักแม่ก็ออกมาพร้อมกับดมยาดม แม่ฉันอาการหนักมากเลยนะเนี่ย

                “โอเคไหม” พ่อเข้ามาประคองแม่ให้ไปนั่งที่โซฟารับแขก “โย...พ่อกับแม่มีเรื่องจะคุยด้วย”

                “คือว่า...” พ่ออ้ำอึ้ง แล้วมองหน้าแม่ที่นั่งข้าง ๆ แม้แต่แม่ฉันเองก็ทำหน้าลำบากใจ นี่แม่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงที่รักษาไม่หายหรอคะ (TT ¨ TT) โยกำลังจะเสียแม่เนยไปใช่ไหม ฮือ.. “แม่เค้ากำลังจะมีน้อง”

“ห๊า... ยายท้องหรอคะ” แต่ว่าท่านเสียไปแล้วนี่หน่าเท่าที่ฉันรู้นะ ( ̄ ̄)

_¯;)” พ่อฉัน

(=_=^)” แม่ฉัน

“ยังจะมาเล่นอีกนะโย แม่ท้อง” แม่เนยบอกเบา ๆ หน้าแดงเล็กน้อย นี่แม่เนยของฉันกำลังเขินสินะ (.)  หาดูยากนะนั่น

“แหะ ๆ ก็เห็นพ่อกับแม่ดูเครียด ๆ โยก็เลยอยากให้หายเครียดไงคะ” (′)  

“ลูกไม่ตกใจเลยหรอ” คิ้วของพ่อขมวดเป็นปม “ไม่โมโห ไม่โกรธ “

“ทำไมโยต้องโกรธด้วยคะ คนสองคนที่สำคัญที่สุดในโลกของโย กำลังจะมีลูกด้วยกัน น่ายินดีออกค่ะ โยดีใจมากที่กำลังจะได้เห็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบของเรา”

“ลูกเหมือนแม่มากจริง ๆ นะ” พ่อมองหน้าแม่เนยแล้วยิ้มให้

“บอกแล้วไง ฉันเลี้ยงมากับมือ”

“อีกเรื่องคือ” ( ̄3 ̄)a  “พ่อเป็นบอสมาเฟีย ลูกคงยังไม่รู้” ว่าแล้วทำไมฉันกับแม่ถึงต้องมีคนคอยดูแลคุ้มกัน แถมยังมีคนมาลอบทำร้ายฉันอีก ที่แท้ก็เพราะพ่อทำงานแบบนี้นี่เอง “พ่อไม่เคยชอบเลย แต่ก็ต้องเป็นเพราะพ่อเป็นทายาดเพียงคนเดียวของคุณปู่ ตอนนี้พ่ออยากจะเลิกแล้วปล่อยให้จอห์นทำหน้าที่นั้นต่อจากพ่อ”

“โยก็ไม่อยากให้พ่อไปทำอะไรเสี่ยง ๆ หรอกค่ะ”

“พ่อจะต้องกลับไปอิตาลีสักสองอาทิตย์” พ่อจะไปอิตาลีหรอ ฉันจะไปด้วยได้ไหมนะ แบบว่าอยากไปหา...เอ้ย ไม่ใช่ไปเปิดหูเปิดตาอะไรทำนองนี้ ¯;)

“โย ไปด้วยได้ไหมคะ” ^( '-' )^  ฉันส่งสายตาคาดหวังให้กับพ่อกะกดดันพ่อให้สุด ๆ พ่อมองหน้าแม่ ไม่นานนักแม่ก็พยักหน้า

“โอเค” เย้... \(‵▽′)/ ฉันจะได้ไปเจอ เอ้ย ไม่ใช่ ไปเที่ยวต่างประเทศแล้วววว ~()~

               

                “ฉันจะไปอิตาลี” โจโทรศัพท์มาหาฉันในตอนค่ำ ๆ “ไปกับพ่อ”

                “จอห์น?”

                “เปล๊า” อย่ามาเข้าใจฉันหยั่งงั้นนะโจ ( ///﹁ ) “ทำไมฉันต้องไปหาเค้าด้วยหล่ะ” นั่นสิทำไมฉันต้องถ่อไปหาคนที่ไม่เคยติดต่อฉันเลยทั้งที่บอกว่ารักฉันหน่ะ (แลจะเคือง)

                “เมื่อไหร่?”

                “อีกสองวัน” พ่อบอกว่าต้องจัดการเรื่องเอกสารการเดินทางของฉันให้เรียบร้อยก่อนถึงจะไปได้ “นายหล่ะ..อยู่ที่ไหนตอนนี้”

                “อังกฤษ” นี่มันโทรทางไกลหรอเนี่ย...แต่ก็ช่างเหอะแค่นี้ขนหน้าแข้งเสี่ยโจไม่ร่วงหรอก <(︶ ̄)> “แค่นี้ก่อน เปลือง...” เจ้าบ้าโจพูดจบก็วางสายทันที มางกอะไรกันตอนนี้นะเจ้าบ้านี่

 

                ยิ่งใกล้วันเดินทาง พ่อยิ่งดูกังวลแปลก ๆ แม่ของฉันออกจากงานคุมบ่อนตามที่พ่อขอร้องแล้ว อีกทั้งยังเลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาด อันนี้ฉันสนับสนุนอย่างแรง อย่างน้อยก็เป็นห่วงเจ้าตัวเล็กในท้องของแม่กลัวจะสำลักควันตายทั้งที่ยังไม่ได้เกิดมาดูโลก นั่นทำให้แม่ฉันต้องมานั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บ้าน จึงไม่ต้องแปลกใจที่ช่วงนี้แม่ฉันดูจะเจ้าอารมณ์มากกว่าแต่ก่อน

                “เอาออกไปไกล ๆ เลย เหม็น...” เสียงของแม่ดังออกมาจากห้องนั่งเล่น พี่แก้วแม่บ้านคนใหม่ที่พ่อเพิ่งจ้างมารีบยกกระปุกน้ำหอมปรับอากาศออกมาอย่างรวดเร็ว

                “อะไรหรอคะแม่” ฉันเข้าไปหาแม่ที่ทำท่าผะอืดผะอม มองหายาดม ฉันที่อยู่ใกล้กว่าจึงหยิบส่งให้ “ขอบใจนะ”

                “แพ้เยอะหรอคะ หมอว่าไงบ้าง”

                “หมอก็บอกว่าเรื่องธรรมดา แล้วก็ให้ยามากิน หึ!! (=′=) แค่นี้ฉันก็วินิจฉัยได้ไม่ต้องไปหาให้เสียเงินหรอก” แม่ทำหน้าเหมือนอยากจะเผาโรงพยาบาลทิ้ง

                “อยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ เดี๋ยวโยออกไปซื้อให้” เห็นแม่แพ้ท้องแล้วฉันยังอดเป็นห่วงไม่ได้

                “ดีเลย แม่อยากกิน ทาโกะยากิ” ( ̄ ̄) ร้านที่แม่ชอบนี่อยู่แถวดินแดงเลยนะ ไกลมว้าก  แต่ก็เอาเถอะฉันจะสู้เพื่อแม่กับน้องเอง

                “งั้นเดี๋ยวโยไปซื้อมาให้นะคะ” ซึ่งกว่าแม่จะได้กินคงจะอีกเป็นชั่วโมงเลยค่ะ (;_) นี่น้องฉันเป็นคนญี่ปุ่นมาเกิดหรือเปล่านะ

                สองชั่วโมงผ่านไปฉันกลับมาถึงบ้านพร้อมกับของที่แม่อยากกิน แน่นอนว่ามันหายร้อนแล้วโดยสิ้นเชิง แม่กินไปสองคำแล้วก็บ่นว่าไม่อร่อย จากนั้นก็เข้าห้องไปนอนกลางวันต่อ () แม่อ่ะ... ลูกสาวสู้ฝ่าดงรถติดไปซื้อมาให้ กินแค่นี้เอง

 

                “ดูแลลูกให้ดีหล่ะ ไม่งั้นคุณเจอดีแน่” แม่บอกกับพ่อก่อนที่จะขึ้นรถมาที่สนามบิน พ่อสั่งให้พี่มาเรียอยู่ดูแลแม่ที่บ้านไม่ต้องตามไป ขณะที่ลูกน้องคนอื่น ๆ ของพ่อที่ฉันเพิ่งจะเห็นว่ามีเยอะแค่ไหน เดินทางตามกลับไปด้วย กลายเป็นว่าเครื่องบินเกือบจะทั้งลำพ่อของฉันได้เหมาไว้หมดแล้ว พ่อบอกว่าความจริงจะใช้เครื่องบินส่วนตัวก็ได้ แต่พ่อไม่ชอบที่จะทำอะไรเอิกเกริก ให้เป็นที่สนใจ (;_)  อืม...นี่มันยิ่งกว่าอีกค่ะพ่อ คนเค้าสนใจตั้งแต่เดินขบวนกันมาถึงสนามบินแล้ว หยั่งกับว่าจะมีม็อบชุดดำปิดสนามบินอะไรหยั่งงั้น

                หกชั่วโมงต่อมาฉันก็มาถึง ท่าอากาศยานฟลอเรนซ์ในเมืองฟลอเรนซ์ประเทศอิตาลี หลังจากจัดการเรื่องตรวจคนเข้าเมืองเสร็จสิ้น พ่อก็พาฉันขึ้นรถ อีกประมาณเกือบชั่วโมงฉันก็มาถึง บ้านหลังใหญ่ ที่พ่อบอกว่าเป็นมรดกเก่าแก่ของพ่อ คนหลายคนออกมายืนเรียงแถวต้อนรับพ่อ พ่อพูดบางอย่างกับคนพวกนั้นจากนั้นไม่นานก็มีผู้หญิงเข้ามาพาฉันไป “ขึ้นไปพักที่ห้องก่อนนะโย พ่อมีธุระต้องไปทำ” พ่อบอกแค่นั้นก็ออกจากบ้านไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ด้านนอก

                ฉันทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มในห้องพัก อากาศที่นี่กำลังสบายไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป ระหว่างทางที่นั่งรถผ่านมาฉันเห็นอาคารเรียงราย แต่ละหลังดูจะไม่ต่ำกว่าร้อยปีแทบทั้งสิ้น ผู้คนเดินกันขวักไขว่ มีร้านอาหารหลายร้านที่ฉันอยากจะลองเข้าไปนั่ง เดี๋ยวพ่อกลับมาคงต้องขอให้พาไปเที่ยวสักหน่อยแล้ว ฮ้าววว... ( ̄o ̄)  ง่วงจังเลย ฉันคงต้องพักเอาแรงก่อน (-_-)zzz

              

                ฮ้าว..... ( ̄o ̄) ได้นอนไปตั้งสามชั่วโมงแล้วทำไมฉันยังไม่หายง่วงเลยนะ ฉันลุกจากเตียงไปมองที่นอกหน้าต่าง มืดแล้วหรอเนี่ย ท้องฟ้าสีน้ำเงินปนม่วง สวยมาก แสงไฟในเมืองก็วิบวับไปหมด ไม่รู้ว่าพ่อกลับมาหรือยังนะ ก้อก..ก้อก...ก้อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่จะมีคนเปิดเข้ามา คนที่เปิดเข้ามายิ้มให้กับฉัน เขาเป็นผู้ชายที่ดูท่าทางจะอายุมากกว่าฉันไม่กี่ปี ที่สำคัญหล่อคมเข้มสไตล์ละติน น่ากินมาก... (>ω<)

                “สวัสดีครับ” เขาพูดไทยได้ด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่ชัดเจนเท่าไหร่ “ผมชื่อโรมารีโอ้”

                “สวัสดีค่ะ”

                “บอสให้ผมเป็นคนดูแลคุณ ตอลดเวลาที่อยู่ที่นี่” เขายิ้มอีกครั้ง

                “คุณพ่อหล่ะคะ”

                “บอสมีงานด่วนครับ คงไม่กลับมาสักพัก พักผ่อนเถอะครับ ผมจะพาคุณไปชมรอบเมืองพรุ่งนี้” เขาปิดประตูตามหลัง ฉันเดินไปเข้าห้องน้ำอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พอออกมาก็เห็นว่ามีถาดอาหารวางอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง ในถาดมีพาสต้าเส้นหนาราดด้วยน้ำซอสสีแดง ๆ ข้าง ๆ เป็นขนมปังสไลด์เป็นแผ่นไม่หนา วางคู่กับซอสสีครีมข้น ๆ แค่เห็นท้องของฉันก็ประท้วงว่าหิวแล้ว ๆ ๆ ๆ  จึงต้องจัดการอาหารพวกนั้นจนอิ่มท้อง  ¯;)  พอหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มจะหย่อน ไม่นานนักฉันก็หลับอีกครั้ง (-_-)zzz

 

                7.30 ฉันตื่นเช้ามากก เถ้าเทียบกับตอนอยู่บ้าน อาจเป็นเพราะเมื่อวานฉันได้นอนหลับพักผ่อนจนเกินพอ รวมทั้งฉันตื่นเต้นที่จะได้ออกไปเดินเที่ยว ชม ชิม ร้านค้าและที่ต่าง ๆ ในเมือง พี่โรมารีโอ้ เข้ามาหาฉันอีกครั้งในตอนแปดโมงครึ่ง เขาบอกว่าพ่อกลับมาแล้วและต้องการพบฉัน  จึงมาพาฉันไปพบกับพ่อ ต้องขอบคุณพี่สุดหล่อที่นำทางฉันนะ เพราะถ้าให้ฉันมาคนเดียว มีหวัง ได้หลงทางอยู่ในบ้านเนี่ยแหละ ไอ้กว้างนี่พอเข้าใจได้ค่ะ แต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไมต้องมีห้องเยอะแยะขนาดนี้ตั้งใจจะเปิดเป็นโรงแรมหรือไงคะ (o`з´o)

                “หลับสบายไหมลูก” พ่อเข้ามาลูบหัวฉันเบา ๆ “ขอบใจนะโรมารีโอ้” พ่อหันไปพูดกับพี่สุดหล่อที่ยืนอยู่ข้างหลังฉัน

                “ครับ บอส” พี่โรมารีโอ้พูดจบก็เดินออกไปจากห้องทันที

                “พ่อขอโทษนะที่ไม่มีเวลาให้ลูกเลย....ช่วงนี้พ่อคงจะไปไหนกับลูกยังไม่ได้ เลยต้องให้โรมารีโอ้เป็นคนดูแลลูกแทนพ่อไปสักพักนะ  ก็อย่างที่ลูกเห็นนั่นแหละ บ้านนี้ใหญ่โตมาก มากจนพ่อรู้สึกเหงาเลยหล่ะ” พ่อหัวเราะเบา ๆ “พ่ออยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็ก ๆ พ่อไม่เคยชอบเลย รู้ไหม พ่อกลับรู้สึกดีกว่าตอนที่ได้อยู่กับลูกกับแม่ของลูกที่โน่น” ฉันนึกออกเลยว่าจะรู้สึกยังไงที่จะต้องอยู่บ้านนี้มาตลอดชีวิต “นี่รูป...คุณปู่” พ่อพาฉันมาดูรูปใหญ่ที่ติดฝาผนังหลังโต๊ะทำงานของท่าน ผู้ชายในรูปหน้าคล้ายกับพ่อของฉันมากแต่ท่าทางแข็งกร้าวเสียจนฉันเกรงใจ _¯;) จากในรูปท่านดูยังไม่ค่อยแก่เท่าไหร่ “ท่านเสียตอนอายุ ห้าสิบหก ถูกลอบยิง”

                “สวัสดีค่ะคุณปู่” ฉันยกมือไหว้รูป มันอาจจะดูแปลก ๆ แต่สายตาของคนในรูปมันช่างกดดันเหมือนกับกำลังจะบอกว่า เธอเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่ เดี๋ยวก็ฆ่าซะหรอกประมาณนั้นอ่ะ _¯;)

                “กลัวคุณปู่หรอ” พอพ่อเห็นฉันพยักหน้าก็หัวเราะ “พ่อเองยังกลัวเลย” แม้แต่พ่อก็ยังกลัวคุณปู่หรอ ไม่อยากจะนึกเลยนะว่าถ้าตอนนี้คุณปู่อยู่จะเป็นยังไง บรึ๋ย...ขนหัวลุกอ่ะ (﹏ ̄)

                พี่โรมารีโอ้สุดหล่อพาฉันไปใจกลางเมืองเก่าของเมืองฟลอเรนซ์ซึ่งเป็นที่ตั้งของจัตุรัสเปียซซ่า เดล ดูโอโม ชื่อแปลกจัง นักท่องเที่ยวพากันถ่ายรูปต่าง ๆ เยอะแยะ มีหลายคนมองมาที่พี่โรมารีโอ้สุดหล่อของฉันแทบจะกลืนกิน พี่แกก็ใช่ย่อย ยิ้มหวานกลับไปเรียกเสียงกรี้ดจากสาวน้อย สาวใหญ่ สาวแท้ สาวเทียม และ ผู้ชายบางคน (O.o) หยั่งกับแบรดพิตต์มาเองหยั่งไงหยั่งงั้น เมื่อได้เดินดูสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่งและสวยงานจนชุ่มฉ่ำใจแล้ว ฉันอยากจะได้ลองลิ้มชิมรสอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ว่าจะเด็ดแค่ไหนจะสู้ก๋วยเตี๋ยวเรือแม่สมจิตต์ได้หรือเปล่า ไกด์สุดหล่อของฉันพามาร้านอาหารที่พี่แกออกปากว่าดังมากขนาดดาราฮอลลีวูดยังเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมากิน แต่ว่า...ร้านมันปิด เปิดอีกทีตอนสองทุ่มครึ่ง (=′=) แล้วจะพามาทำไมมิทราบ สุดท้ายก็ต้องลงเอยที่ร้านบนสะพาน ปอนเต เวชชิโอ สะพานเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการสัญจรข้ามแม่น้ำอาร์โน

                “พี่โรมารีโอ้รู้จักจอห์น ไหมคะ” เข้าประเด็นเลยดีกว่า ไหน ๆ ก็มาแล้วอ่ะนะ อยากเจออ่ะ ( ///﹁ )

                “อ๋อ รู้สิ” พี่โรมรีโอ้ละสายตาจากทิศด้านหลังของฉัน  ฉันมองตามไปก็เห็นผู้หญิงผมทองหุ่นสะบึ้มนั่งไขว่ห้างทำตาเยิ้มใส่หนุ่มหล่อข้างหน้าฉัน   ( )  หน่มน้มเจ้จะเยอะไปไหนคะ หนักไหมนั่น

                “แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนคะ”

                “อยากเจอหรอ” อย่ามาทำสายตารู้ทันนะคะพี่ ( ///﹁ ) “จะให้พาไปหาไหมหล่ะ” ได้หรอจริงอ่ะ พี่โรมารีโอ้ใจดีฝุด ๆ “แต่ว่าห้ามบอกบอสนะ”

                “โอเคค่ะ” ขอแค่นี้เอง ได้อยู่แล้วค่ะ (><)  

                ฉันไปเที่ยวอีกหลายที่ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังทั้งนั้น ตามที่ไกด์กิตติมศักดิ์สุดหล่อของฉันพามา ซึ่งทุกที่เฮียแกก็เด่นเสียจนฉันรู้สึกว่าพี่แกจะจงใจให้ใคร ๆ ได้ยลโฉมหน้าของเขา เข้าใจค่ะว่าภูมิใจใจความหล่อของตัวเองเหลือเกิ้น...........(;_) แต่ไอ้ฉันที่หน้าตาก็แค่พอไปวัดเข้าโบสถ์ได้เนี่ย.... (=_=;)  รู้สึกไม่ค่อยจะดีกับสายตาดูถูกกึ่งเหยียดหยามที่เหล่าชะนีทั้งหลายส่งมาประหนึ่งว่า ทำไมฉันจะต้องได้อยู่ใกล้ ๆ กับพ่อเทพบุตรสุดหล่อของพวกนาง ๆ ทั้งหลาย  สุดท้ายพ่อไกด์ของฉันก็พามาส่งที่บ้านและไม่ลืมที่จะบอกว่าคืนนี้จะพาไปตามที่นัดกันไว้

               

                *****************************************
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น