Yogurt Chilli รักฉบับร้ายของยัยตัวป่วน

ตอนที่ 15 : คอนที่ 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 311
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ต.ค. 56

15

                ฉันแยกจากพี่ไอซ์ที่ขอตัวไปคุยโทรศัพท์กับแฟน p(`O´*) เซ็งจิต ไอ้เราก็นึกว่าเลิกกับแฟนแล้วมาจีบเรา ที่ไหนได้พี่แกกลับแค่จีบเราเล่น ๆ  ซะหยั่งงั้น นี่ถ้าไม่ติดว่าแอบปลื้มมานานนี่แม่ซัดหน้าหงายไปแล้วนะ (=′=) เลยออกมาเดินเล่นรับลมทะเลยามเช้าสักหน่อย ไม่รู้ว่าน้ำหวานอาบน้ำแต่งตัวเสร็จหรือยัง เอ๋... (. ̄?)  นั่นมันเจ้าไคนี่หว่า มานั่งทำน้ำมะพร้าวหรือไง (แถวนี้ต้นมะพร้าวเยอะเลยขอนำมาใช้ประกอบคำพูดหน่อย) (′)  

                “หวานชอบไคค่ะ” เสียงยัยน้ำหวานดังอยู่ไม่ไกลจากไคมากนัก เพราะต้นมะพร้าวบังอยู่ฉันก็เลยไม่ทันเห็นยัยตัวเล็กนั่น ไคมีท่าทีนิ่งไปถนัดตา       อืม...เรื่องที่ยัยน้ำหวานเล่าเมื่อคืนนี่สงสัยจะเป็นเรื่องของตัวเองซะและ หึ...หึ...หึ ~()~* ขอสาระแนแอบฟังอย่างเป็นทางการที่ด้านหลังนะจ๊ะเพื่อนรัก

                “หวานว่าหวานลองไปดูทางโน้นดีกว่านะ เผื่อโยจะอยู่” ยัยน้ำหวานทำท่าจะเดินไปทางอื่น

                “ฉันขอโทษนะ    แต่ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว” (=′=)  เจ้าบ้าไคมันกล้าปฏิเสธเพื่อนสาวสุดซี้ของฉันเลยเราะ มันชอบใครกันนะแม่จะตามไปตบให้หน้าแหกเลย

“หวานรู้ค่ะ ไคชอบโย”  (O.o) ฉะ...ฉันหรอ  “หวานจะไม่อยากทำให้ไคต้องลำบากใจเพราะความรู้สึกของหวาน” ทำไมฉันไม่เห็นรู้เลยอ่ะ  _¯;)

                “...” ไคนิ่งไปทันที แกก็รีบพูดไปสิว่าหวานเข้าใจผิดอ่ะ (;_)

                “หวานรู้ว่าไม่มีทางทำให้ไคมาชอบหวานได้หรอก แค่หวานเห็นไคมีความสุขก็พอแล้ว  หวานจะเลิกชอบไคค่ะ อีกไม่นานหวานต้องทำได้...ลืมเรื่องที่หวานบอกไปเถอะนะคะ”  น้ำหวานเดินไปไกลแล้วแต่เจ้าไคก็ยังไม่ตามไปปรับความเข้าใจอีก ทำไมกันนะ แกกำลังจะเสียคนดี ๆ ไปนะเว้ยไอ้เพื่อนบ้า ฉันคงต้องออกโรงไปเตือนสติมันสักหน่อย (`皿´)

                “ไค” ฉันเรียกเจ้าหัวแดงให้หันมาหา

                “หายไปไหนมา คนอื่นเค้าเป็นห่วง  รู้บ้างหรือเปล่า” แน่ะ!!! ยังจะมาดราม่าใส่ฉันอีกนะ (=_=^)

                “ทำไมแกไม่ตามหวานไปหล่ะ ปล่อยให้เค้าเข้าใจผิดได้ไง” ต้องให้ฉันมาสั่งสอนแกเลยนะเฟ้ยเจ้าเพื่อนบ้านี่ พูดแล้วยังจะมามองหน้าอีก p(`O´*) อยากมีเรื่องใช่ป่ะ

                “เข้าใจเรื่องอะไรผิด”

                “ก็เรื่องที่หวานเข้าใจว่าแกชอบฉันไง ตามไปง้อเลย”

                “ยัยนั่น เข้าใจถูกแล้ว” ... “ฉันชอบเธอ”

                “...” อึ้งค่ะ พุดไม่ออกเลย สับสนอีกต่างหาก ฉันชักจะงงกับคำว่าชอบของหมอนี่ ไอ้การที่ชอบด่าฉัน แกล้งฉัน นี่มันเป็นเพราะแกชอบฉันเราะ ไค (=′=) “แกล้อเล่นอยู่ใช่ป่ะ” มันต้องกำลังล้อฉันเล่นแน่ ๆ

                “ฉันพูดจริง” หมอนั่นลุกขึ้นแล้วเข้ามากอดฉัน “ฉันชอบเธอมานานแล้ว แต่ที่ไม่บอกเพราะว่าไม่อยากจะเสียเพื่อน”

                “ไค ฉัน...” ฉันจะทำยังไงดีหล่ะ ทั้งน้ำหวาน ไค หรือแม้แต่โจ ฉันไม่ต้องการจะเสียใครไปสักคน ถ้าฉันตอบรับความรู้สึกของไคมันก็เป็นการฝืนความรู้สึกของฉันแถมยังเป็นการทำร้ายน้ำหวานอีกด้วย “ขอโทษนะ”

                “เป็นฉันไม่ได้หรอ” เสียงของไคฟังดูแสนจะเศร้า แต่ฉันจะทำอย่างไรได้หล่ะ ฉันไม่อยากให้ความหวังกับหมอนี่ (;_)

                “ฉันคิดกับแกแบบเพื่อนมาโดยตลอดนะไค  ถ้าไม่มีแกหรือโจฉันก็คงจะทนไม่ได้ ฉันไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของแกได้ แต่เราก็ยังคงเป็นเพื่อนกันใช่ไหม”

                “แน่นอนสิยัยบื้อ” ไคคลายกอดแล้วดันไหล่ฉันไปสุดแขน “เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป” ทำไมหมอนี่มันดูไม่เศร้าเท่าไหร่เลย สีหน้าของไคเหมือนกับโล่งใจมากกว่า

                “นี่แกหายเศร้าแล้วใช่ป่ะ” (.)

                “เศร้า...ทำไมฉันต้องเศร้าเรื่องเธอด้วยหล่ะ เสียสุขภาพจิตเปล่า ๆ ไปหาอะไรกินดีกว่า หิวแล้ว เธอเองก็กลับได้แล้ว คนอื่นเขาตามหาตัวเธอให้วุ่นเลย” รู้สึกคล้ายกำลังถูกหลอกด่าอีกแล้วสินะ (;_)  เจ้าไคพูดจบก็ล็อกคอลากฉันกลับบ้านพัก

                “หวาน โอเคหรือเปล่า” ฉันกระซิบถามน้ำหวานที่นั่งอยู่บนโต๊ะทานข้าวพร้อมกับโจ และพี่ไอซ์

                “หวานไม่ได้เป็นอะไรนี่จ๊ะ” ยัยน้ำหวานพยายามแสดงออกว่าตัวเองเป็นปกติสุด ๆ (-_-;) (ดูยังไง ก็ไม่ปกติ)

                “วันนี้เราจะไปตลาดน้ำสามพันนามกันนะครับคุณหนู” คนขับรถที่พาพวกเราเดินทางมาเข้ามาบอกกับโจ

                “ครับลุง” โจยิ้มให้กับคุณลุงคนนั้น เป็นยิ้มที่หาดูยากมาก ๆ น่าเสียดายที่ฉันถ่ายรูปเก็บไว้ไม่ทัน  ฉันจะเอาไปแปะฝาบ้านเพื่อเป็นสิริมงคลสักหน่อย (ˇ)

                “ได้ยินแล้ว?” นายโจมองหน้าเราทุกคนประหนึ่งว่าต้องการคำตอบ นี่มันเป็นประโยคคำถามหรือประโยคบอกเล่ากันแน่เนี่ย (=_=;)  “สิบโมง” อะไรของมันฟะ ฉันมองดูเวลานี่มันเพิ่งจะเก้าโมงเอง

                “อืม” ไครับคำแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวต้มกุ้งต่อไป

                “อะไรของพวกแกเนี่ย” <(^′)>

                “ก็ที่ลุงเขาเข้ามาบอกไงว่าจะพาไปตลาดน้ำหน่ะ ตอนสิบโมงให้เราไปเตรียมตัวกันได้เลย” สมแล้วที่เป็นเพื่อนกับเจ้าโจมานาน แค่คำพูดไม่กี่คำก็เข้าใจได้ นับถือแกจริง ๆ หว่ะไค (-__-)b “แกก็พูดให้ทันเข้าใจตั้งแต่แรกไม่ได้หรือไงวะโจ” ฉันเห็นด้วยสุด ๆ

                “ขี้เกียจ...” โจตอบกลับมาโดยไม่มองหน้าไค (=_=^) หมอนี่เวลานึกจะกวนนี่ก็กวนได้โล่เลยอ่ะ

 

                สิบโมงยี่สิบนาที..........เราก็มาถึงตลาดน้ำสามพันนาม เอ่อ...ชื่อนี่แปลว่าอะไรนะ สามพันชื่อเลยหรอ คงจะมีคนตั้งไว้เยอะเลือกไม่ถูกเลยเอามันทุกชื่อนี่แหละมั้ง ( ̄3 ̄)a  (มั่วล้วน ๆ ค่ะ)  ที่ฉันรู้เวลาที่มาถึงก็เพราะเจ้านาฬิกาเรือนใหญ่ที่มองเห็นได้ตั้งแต่จอดรถ  ใกล้ ๆ กับป้ายชื่อตลาดนั่นแหละ ฉันกับน้ำหวานเดินดูของตามร้านค้าต่าง ๆ ที่เปิดเรียงราย ฉันได้เสื้อมาหลายตัว สมุดบันทึก กับแก้วน้ำ ที่สำคัญที่สุดคือฉันได้ทำหน้าที่เดินไปชิมไปโดยไม่ขาดตกบกพร่อง ร้านไหนว่าดี ว่าเด็ด โบราณแค่ไหน ฉันชิมมาหมดละ []~()~* ไหน ๆ ก็มาถึงที่แล้วอ่ะนะ

                “โยนี่ไม่กลัวอ้วนเลยนะจ๊ะ น่าอิจฉาจัง” น้ำหวานถอนหายใจเบา ๆ “หวานอ่ะแค่ดูก็น้ำหนักขึ้นแล้ว” เวอร์ไปป่ะเธอ

                “ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง” ฉันหัวเราะเยาะ น้ำหวานแล้วกินขนมล่อยัยตัวเล็กหน้างอที่เดินอยู่ข้าง ๆ

                “เธอได้หยุดปากบ้างหรือยังเนี่ย” ไคที่เดินตามมาถามฉัน “ตอนออกมาก็กินไปเยอะแล้วนะ”

                “ฉันมีพื้นที่ในกระเพาะไว้รับของกินได้เหลือเฟือเฟ้ย” () ฉันยัดขนมที่เหลือใส่มือน้ำหวาน คิดอะไรดี ๆ ออกแล้วอ่ะ “หวานเดี๋ยวโยมานะ ลืมของไว้ในรถอ่ะ” ฉันวิ่งออกมาทันทีปล่อยให้เจ้าไคกับน้ำหวานอยู่ด้วยกัน ที่สำคัญฉันลากเจ้าโจที่กำลังเดินตามไปให้มากับฉัน ดีนะที่พี่ไอซ์เขาไม่ได้มาด้วยเพราะติดสายโทรศัพท์กับสาว ๆ ช่วยเบาแรงฉันไปได้อีกคน

                “อะไร?” โจมองหน้าฉันที่ดึงแขนให้เดินตามมา

                “มากับฉันเหอะน่า” ฉันแอบเดินตามสองคนนั่นอยู่ห่าง ๆ โดยมีนายโจ (-_-?) ทำหน้าเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่ข้าง ๆ เท่าที่ดูเหมือนกับว่าทั้งคู่คุยอะไรกันนิดหน่อย สุดท้ายน้ำหวานก็เป็นคนเดินหนีไคไปเอง เสียดายจังที่ฉันอยู่ไกลไม่ได้ยินพวกนั้นคุยกัน นี่ฉันอุตส่าห์สร้างโอกาสให้พวกนั้นได้เข้าใจกันแล้วเชียว เฮ้อ... ( ̄o ̄) โอกาสหน้าคงยังจะมีนะ

 

-Kai’s Part.-

                ผมเพิ่งจะอกหักจากยัยตัวแสบที่ไม่อาจรับความรู้สึกเกินเพื่อนของผมได้เมื่อเช้า แต่ในหัวใจผมทำไมมันรู้สึกโล่งเหมือนได้ปล่อยอะไรออกไป ผมรู้ดีว่าสำหรับเธอผมเป็นได้แค่เพียงเพื่อน ที่ผมไม่เข้าใจก็คือไอ้ความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นตอนยัยเอ๋อที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ผมบอกว่าจะเลิกชอบผมแล้ว แถมยังพยายามหลบหน้าผมอีกนี่มันอะไร

                “เธอเป็นอะไรไปหน่ะ” ตั้งแต่มาถึงเมื่อเช้าที่เราคุยกันเธอก็ไม่พูดกับผม ไม่มองหน้าผม ผมน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยหรือไงกัน (=_=^) “เธอทำแบบนี้ฉันอึดอัดนะ”

                “ขอโทษนะคะ หวานแค่ไม่อยากอยู่ใกล้ไค ไม่อยากพูดกับไค” (⊙⊙)∥∣  ได้ยินแบบนี้ผมเจ็บจี้ดเลยครับ

                “เธอเกลียดฉันขนาดนั้นเลยหรอ”

                “ตรงกันข้ามเลยค่ะ ถึงได้พยายามไม่อยู่ใกล้” เธอหันหลังให้ผม “หวานแค่ต้องการเว้นระยะห่างเพื่อจะได้ไม่เสียใจอีกค่ะ” ผมมองตามผู้หญิงตัวเล็ก  ที่กำลังเดินห่างผมไปเรื่อย ๆ นี่ผมเป็นอะไรไป หงุดหงิดชะมัดเลย (=′=)

                “นี่เจ้าบ้าไค ทำไมแกไม่ตามไปฟะ” ยัยตัวแสบเดินออกมาจากที่หลบ ผมเดาไม่ผิดจริง ๆ ว่ายัยนี่ต้องมีแผนแน่ ถึงได้รีบวิ่งกลับไปที่รถแบบนั้น “บื้อจริงเลยนะแก๊”

                “ทำไมต้องตามด้วยหล่ะ ช่างยัยนั่นสิ ฉันไม่สนหรอก”

                “อันตรายนะ” คำพูดของโจสะกิดใจผมอย่างแรง นั่นสิ เดินไปคนเดียวแบบนั้นมันอันตรายจะตายไหนจะมิจฉาชีพ ไหนจะไม่คุ้นทางเดี๋ยวก็หลงจนได้หรอก ( )

                “ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับหวานหล่ะก็ เป็นความผิดของแกคนเดียวเลยไค” ยัยตัวแสบชี้หน้าผม แล้วทำไมไม่ตามไปเองหล่ะ พวกเธอ

                “ใช่” เจ้าโจขยับแว่นตาก่อนส่งสายตาผิดหวังปนสมเพศมาให้กับผม เจ้าพวกนี้มันกำลังใช้สงครามประสาทกับผมสินะ ก็ได้...ไปก็ได้ฟะ p(`-´*)

                ผมเดินตามไปยังทิศที่ยัยเอ๋อเดินมา ไม่เห็นวี่แววยัยนั่นเลย หรือ จะเจอเรื่องไม่ดีจริง ๆ บางทีอาจหลงทางก็ได้ ไม่ได้การละ ผมเดินเร็ว ๆ เข้าร้านนั่นออกร้านนี้ตามหาเธอ ในที่สุดผมก็เห็นยัยนั่นนั่งอยู่บนม้านั่งริมน้ำ ท่าทางเหมือนกำลังคิดอะไร ผมเดินเข้าไปนั่งที่ข้างหลังเธอ ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงถอนหายใจเบา ๆ มาจากด้านหลังของผม ท่าทางแบบนั้นของยัยนี่ทำไมถึงได้ทำให้ผมรู้สึกแย่ได้ขนาดนั้น ทั้งที่ผมก็ไม่ได้ชอบเธอนี่หน่า (คนแต่ง:ยัง.....ยังไม่รู้ตัวอีก (-_-;))

                “สวัสดีครับ” ผู้ชายคนหนึ่งหน้าตาก็จัดว่าดี (แต่น้อยกว่าผม) เข้ามานั่งข้าง ๆ ยัยเอ๋อ (=_=^) “มาคนเดียวหรือครับ” ไม่ได้มาคนเดียวเว้ย มากับฉัน หันมาดูดิไอ้เบื้อก

                “คะ...สวัสดีค่ะ มากับเพื่อนค่ะ” แล้วนี่เธอจะไปตอบหมอนั่นมันทำไมกัน

                “แล้วคนอื่น ๆ  ไปไหนหมดแล้วครับ” ดูมันยิ้มสิ น่าซัดสักเปรี้ยง “ผมนั่งเป็นเพื่อนได้หรือเปล่า”

                “เดี๋ยวก็ตามมาค่ะ เชิญตามสบายค่ะ” ยัยเอ๋อขยับ อัธยาศัยดีเหลือเกินนะเธอ

                “มาเที่ยวหรอครับ มาจากกรุงเทพหรือเปล่าครับ” แล้วแกจะรู้ไปทำไม

                “ค่ะ”

                “ผมนอร์ทครับ คุณ....” (=′=)

                “น้ำหวานค่ะ” ยัยเอ๋อ เธอนี่มันไม่ระวังตัวเลยนะ จะไปบอกชื่อให้คนแปลกหน้ารู้ทำไมเนี่ย

                “หวาน!!!” ยัยตัวป่วนมาได้จังหวะพอดีเลย นี่ถ้ายัยนี่ไม่มาก่อน ผมคงจะทนไม่ไหว... (-_-;) แล้วทำไมเราต้องทนด้วยฟะ “เค้าจะไปที่อื่นกันต่อแล้วนะ”

                “อ้าว...หรอจ๊ะโย” น้ำหวานหันไปหาคนที่นั่งจีบเธออยู่เมื่อกี้ “หวานขอตัวนะคะ”

                “เสียดายจังเลยนะครับ หวังว่าเราคงได้พบกันอีกนะครับ คุณน้ำหวาน” ยิ้มแบบนี้ฉันรู้นะว่าแกคิดอะไรอยู่ ยังไงฉันก็เป็นผู้ชาย ฉันรู้หรอกนะว่าแกหวังอะไร ไม่มีทางหรอกตราบใดที่ฉันยังอยู่....แล้วทำไมผมต้องไปสนใจด้วยเนี่ย อ๊ากกก ผมสับสนไปหมดแล้ว... p(`O´*)

-Kai’s Part End.-

               

                “เมื่อกี้ใครอ่ะหวาน หน้าใสมว้ากกก” ฉันพูกเสียงดัง ๆ หวังว่าจะให้เจ้าบื้อหัวแดงที่เดินตามมาได้ยิน “เขามาจีบหวานหรอ”

                “เปล่านะจ๊ะ...โยก็ พูดอะไรไม่รู้” ยัยตัวเล็กตีแขนฉันเบา ๆ หน้าแดง ฉันหันไปเหล่มองเจ้าไคที่ทำหน้าเหมือนถูกชนแล้วหนี (.)   

                “ว่าแต่แกไปนั่งทำอะไรข้างหลังหวานเมื่อกี้วะไค”

                “เฮ้ย...ฉันไม่รู้นะว่ายัยเอ๋อ อยู่ข้างหลัง ฉันเมื่อยขาก็เลยหาที่นั่ง” ดูหน้าแกฉันก็รู้แล้วว่าโกหกอ่ะ “อีกอย่างฉันก็กำลังจะลุกพอดีด้วยตอนที่เธอมา” (;_)  หราาาาาาา

                “หรอ” เจ้าโจพูดเบา ๆ แล้วมองไคด้วยหางตา

                “ทำไมวะโจ อยากมีเรื่องไง๊” ดูมันมาเนียนโมโหใส่เพื่อนอีกแน่ะ (=_=;)

                “เปล๊า” เสียงแกนี่มันตรงกันข้ามกับความหมายที่พูดเลยนะโจ

                “ไคเค้าคงไม่รู้จริง ๆ แหละจ่ะ หวานเองยังไม่รู้เลยว่าไคอยู่ข้างหลัง” ยิ้มของน้ำหวานไม่สดใสเหมือนเคย ดูเศร้า ๆ ยังไงชอบกล เพราะเจ้าไคคนเดียวที่ทำให้น้ำหวานผู้สดในน่ารักเปลี่ยนไป (=′=) แกนี่มันน่านักเจ้าเพื่อนบ้า

 

                *****************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น