♥ 살인범 ◆S◆ แฟนฉันเป็นฆาตกร

ตอนที่ 29 : 11.2ll ติดตาม [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,625
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    17 พ.ค. 62

/4/2561 End : xx/xx/61 By Jenny D Renger :: NL SET ::

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ red velvet irene gif badboy
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ evil smile manga

11.2

11.2ll ติดตาม [2]


                18.00 นาฬิกา


                คือเวลานัดหมายของมายมิ้นท์และพวกเทมป์ สถานที่นัดหมายของพวกเขาอยู่หลังมหาวิทยาลัย บริเวณลานจอดรถใหญ่ ฉันเริ่มไม่แน่ใจการขับรถเล่นของพวกเขาแล้ว เพราะนอกจากพวกเทมป์แล้วยังมีคนอีกเกือบๆ สิบคนพร้อมกับรถหลายคันจอดเรียงรายกัน ทั้งซุปเปอร์คาร์ รถสปอร์ต พอร์ชเต็มไปหมด


                บรรยากาศก่อนตะวันตกดิน ท้องฟ้าเป็นสีส้มก้ำกึ่งไปทางแดง หลายคนที่อยู่ตรงนี้ใส่ชุดนิสิตของมหาลัย มีบางส่วนที่ใส่เชิ้ตสีเรียบ เสื้อยืด แต่งกายตามอิสระ เอสนั่งอยู่บนกระโปรงรถแลมโบกินี่สีดำแซมแดงคันนึง เขาโบกมือให้ฉันตอนที่เห็นพวกเราเดินเข้าไปในดงอะไรสักอย่างที่ฉันก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่


                “ตกลงมาเหรอมิ้นท์” เทมป์หัวเราะคิกคักทันทีที่เห็นพวกเรา


                “ก็เห็นมั้ยเล่า” มายมิ้นท์ตอบแล้วเบี่ยงสายตามามองฉัน “พอดีมีคนแถวนี้อยากมาเจอเพื่อนนาย”


                “...” คำพูดที่แสดงเจตนาให้ทุกคนเข้าใจว่าฉันชอบเอสนั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายๆ คนยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วมองมาด้วยสายตาแซว เอสมองเล็กน้อยแล้วยกยิ้มที่มุมปาก


                “งั้นวันนี้เธอไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถมันไป”


                “แล้วขับรถเล่นที่ไหนกัน?” ฉันเดินเข้าไปใกล้พวกเขาพลางกอดอก เอสมองหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไร ฉันเริ่มเห็นคนมามากขึ้น มีผู้ชายส่วนใหญ่ และผู้หญิงประปราย ไม่เพียงแค่รถหลากหลายยี่ห้อเท่านั้น ยังมีมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ฮาร์ลี่ย์ และมากมายค่อยๆ ขับเข้ามาจอด


                ฉันว่าการขับรถเล่นของพวกเขา ไม่ใช่การขับรถเล่นธรรมดาๆ แล้วล่ะ


                “เดี๋ยวไอ้คอปเตอร์มาแจงเส้นทางอีกที ต้องเช็คด่านตำรวจก่อน”


                “...ทำไมต้องเช็คด่านตำรวจด้วย” ฉันย่นคิ้วแล้วมองเทมป์ที่กระตุกยิ้มอย่างมีเลศนัย


                “แล้วเธอคิดว่าเช็คไมล่ะ”เขาไม่ว่าเปล่า หันมายักคิ้วกวนประสาทให้ฉันอีก ฉันเดาได้โดยไม่ต้องถามเทมป์อีก ว่าการที่เขาพูดแบบนี้มันหมายความว่ายังไง พวกนี้กำลังหาเรื่องก่อกวนและสร้างความรำคาญให้ชาวบ้านไง และคงกะจะซิ่งเหยียบคันเร่งมิด คิดว่าตัวเองหลุดมากจากเกม Need for speed หรือหนังเรื่องฟาสแอนฟิวเรียสมั้ง!


                ยืนอยู่สักพัก ผู้ชายร่างสูงสันทัด ตัวเล็ก ใบหน้าคมคาย สวมแจ็กเก็ตขาวน้ำเงินก็เดินมาปรบมือเรียกคนรอบๆ ให้เข้าไปหาเขา ฉันเดาว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่ชื่อคอปเตอร์อะไรนั่นที่เทมป์หมายถึง


                เขายืนอธิบายเส้นทางและจุดต่างๆ ที่ตำรวจตั้งด่านอย่างละเอียด จนฉันสงสัยว่าเขารู้ได้ยังไง


                พอเขาพูดจบ เขาก็ปรบมือสามครั้งเป็นสัญญาณของการแยกย้าย หลายๆ คนเดินไปขึ้นรถของตัวเอง ในขณะที่เทมป์พยักเพยิดให้ฉันไปหาเอส ฉันเหล่มองเล็กน้อยอย่างไม่ไว้วางใจนัก เพราะถ้าฉันขึ้นรถเขา นั่นก็หมายความว่าเราจะอยู่บนรถกันแค่สองคน... แต่เขาคงไม่บ้าออกนอกเส้นทางแล้วพาฉันหายไปฆ่าหรอกมั้ง พยานที่นี่เยอะจะตาย เอาไงดี


                ฉันควรไปหรือไม่ไป... ไปก็อันตราย ไม่ไปก็ผิดสังเกต ฉันยังจำเป็นต้องเฝ้าเขาจนถึงสามทุ่มอยู่ไหม? ฉันคิดหลายอย่างอยู่ในหัว แต่ไม่ได้มีเวลามากนักเพราะยัยมายมินท์เร่งเร้าและหลายๆ คนต่างเข้าไปในรถกันหมดแล้ว


                “แอล เร็วๆ สิ! ยืนอยู่ได้ ฉันไปแล้วนะ” เธอโวยวายแล้วก็ขึ้นรถไปกับเทมป์เหลือฉันที่ยืนสับสนอยู่ตรงนั้น รถหลายคันเปิดไฟหน้าราวกับบังคับให้ฉันเร่งการตัดสินใจ ด้วยเวลาที่จำกัด ฉันคิดอะไรไม่ทันก็เลยสบถแล้วเดินไปทางเอสที่ยังนั่งอยู่บนกระโปรงรถหน้ารอฉันอยู่


                “เธอพร้อมรึยัง?” เขาเลิกคิ้วสูงแล้วกระตุกยิ้มเล็กๆ


                “เออๆ ไปก็ไป” ฉันจะทำยังไงได้ มาถึงตรงนี้แล้วปะวะ ถ้าเดินกลับไปก็คงจะประหลาด แต่การที่จะไปกับเขาก็อันตราย พอฉันเดินอ้อยอิ่ง เสียงบีบแตรจากรถเทมป์ก็ทำให้ฉันสะดุ้ง


                แป๊น!


                โว้ยยยย! รู้แล้วน่า!


                ฉันหงุดหงิดก่อนจะเปิดรถเข้าไปนั่ง เอสเดินตามมาก่อนจะสตาร์ทรถ พร้อมคาดเข็มขัดให้ฉันด้วย แอร์เย็นๆ เป่าเข้าหน้าฉันจนผมปลิวเล็กน้อย เอสตีสีหน้าเรียบแล้วชายสายตามองเล็กน้อย


                “เธอกลัวความเร็วรึเปล่า”


                “ไม่เท่าไหร่” ฉันตอบสั้นๆ เพราะสิ่งที่น่ากลัวกว่าความเร็วก็คือเขานี่แหละ เอสดูพอใจกับคำตอบ


                “ดีแล้ว” เขาบอกก่อนจะค่อยๆ เหยียบคันเร่งขับเคลื่อนไปตามขบวน ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ในดงอะไรสักอย่างที่มีแต่รถหรูๆ ล้อมรอบอยู่เต็มไปหมด เอสกดเปิดหลังคารถให้ลมเย็นๆ ปะทะเข้ามาสร้างความรู้สึกคึกขึ้นมาอย่างประหลาด เสียงแตรรถและเสียงโหวกเหวกของแต่ละคนมันกระตุ้นให้ฉันตื่นเต้น


                ตอนนี้เขายังขับความเร็วไม่มากนัก เพราะพวกเราอยู่บนทางปกติ ที่มุ่งตรงไปยังทางหลวงเส้นหนึ่งที่เป็นเส้นที่เหมาะสำหรับการซิ่งมากๆ เนื่องจากถนนเป็นเส้นตรงยาวไปหลายกิโลเมตร ไม่ค่อยมีรถ และน่าจะไม่ค่อยมีด่านด้วย


                “เธออยากเปิดเพลงไหม?” เขาหันมาถามแต่ไม่รอคำตอบเพราะเขากดปุ่มๆ นึง เพลงก็ดังขึ้นมาให้ฉันสะดุ้ง


                มันเป็นเพลงที่สามารถทำให้ฉันใจเต้นตามบีทได้อย่างน่าพิศวง บรรยากาศทุกอย่างรอบตัวมันดูน่าสนใจ รวมไปถึงคนข้างๆ ที่แม้เขาจะน่ากลัว แต่ก็มีเสน่ห์อย่างประหลาด เขาขับรถด้วยมือข้างเดียว แล้วมองทางตรงหน้านิ่งๆ


                พวกเรานั่งอยู่สักพัก รถของเทมป์ก็ขับมาเทียบก่อนที่คนห้าวจะตะโกนมาท้าทายอย่างห้าวหาญ


                “เฮ้ย เต่า แข่งกันเปล่า แยกหน้า ถึงแยกสะพานสอง” ตาเทมป์หัวเราะคิกคัก “ใครแพ้เลี้ยงข้าวทั้งอาทิตย์”


                เอสหัวเราะ เหมือนเขาจะได้ยินไม่ชัดนัก ฉันเลยต้องพูดให้เอสฟังอีกรอบว่าเทมป์พูดอะไร เอสไม่ได้ตอบแต่ยกนิ้วโป้งขึ้นแทนการตกลง ก่อนจะเหยียบคันเร่งตรงไปยังสถานที่นัดหมาย


                ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน มันเลยค่อนข้างจะเป็นเรื่องใหม่ พอพวกเขาถึงจุดนัดกัน ต่างคนก็ต่างเหยียบคันเร่งสุดชีวิต ลมจากที่ค่อยๆ พัดแรงขึ้นจนกลบเสียงเพลงที่เขาเปิดอยู่ เอสหน้านิ่งแต่พอฉันชายสายตาไป ฉันก็มองเห็นหน้าปัดขึ้นความเร็วเกือบร้อยหกสิบแล้วภายในเวลาไม่กี่วินาที


                ฟึ่บ!


                การเปลี่ยนเลนกะทันหันทำให้ฉันสะดุ้ง เขาหมุนพวงมาลัยด้วยสีหน้าเดิมตอนที่หลบรถคันอื่นที่ขวางทางอยู่ รถของเทมป์นำหน้าอยู่หนึ่งคันรถได้ ฉันจับแผงคอนโซลรถ เริ่มใจสั่นเมื่อสัมผัสถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้น แม้เขาจะขับรถนิ่งแค่ไหน แต่ไอ้ลมที่ปะทะเข้ามาแรงๆ มันก็บ่งบอกได้ดีว่าเขาขับเร็วเกินกฎหมายกำหนด ใจฉันวูบเมื่อเขาปัดเกียร์แล้วเหยียบมิด รถพุ่งเข้าไปข้างหน้า เวลาเปลี่ยนเลนได้ยินเสียงล้อเบียดเสียดกับถนนจนฉันนั่งเกร็ง


                180 km/hr


                บรื้น! เสียงเร่งเครื่องดังอีกครั้ง


                200 km/hr


                โว้ย!!


                ฉันว่าฉันคงไม่ตายเพราะเขาแล้ว น่าจะตายเพราะอุบัติเหตุแทนนี่แหละ ใจฉันสั่นตึกๆๆๆๆๆ เสียงเพลงเบาลงเพราะลมดังกว่า ฉันจับเบาะแน่น ไม่รู้ว่าควรลืมตาหรือหลับตาดีในสถานการณ์นี้


                เอสขับมาเทียบกับเทมป์แล้ว พวกเขาขับเร็วสูสีกัน ฉันนั่งเกร็ง เห็นพวกเขาสบตากันครู่นึงก่อนที่เอสจะเหยียบให้เร็วขึ้นและหมุนพวงมาลัยราวกับต้องการจะปาดไปอยู่ในเลนของเทมป์อย่างกะทันหัน ทำให้คนถูกปาดเปลี่ยนจากเหยียบคันเร่งเป็นเหยียบเบรกดังเอี๊ยด!!!!!!


                แต่ทว่าเขาเหยียบเก้อเพราะเอสหมุนพวงมาลัยกลับมาที่เลนเดิมแล้วเหยียบต่อ!


                Game over ละ” เขาเหยียบตรงไปที่แยกสะพานสอง ชูมือโบกลาเทมป์ที่จอดกะทันหันพร้อมกับถึงจุดหมายภายในไม่กี่นาที พอขับเลยมาก็หัวเราะคิกคักพลางลดความเร็วลงจนเหลือแค่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หันมามองฉันแล้วยักคิ้วจึ๋งๆ “ผมเจ๋งไหม?


                “อันตรายชะมัด”


                “ผมชอบน่ะ” เขายิ้ม


                “ถ้าเทมป์ไม่เบรก นายจะทำไง นายพุ่งรถไปซะขนาดนั้น”


                “ชน” เขาหัวเราะเหมือนเป็นเรื่องเล่นๆ “เบรกไม่ทันก็ชนกันน่ะสิ”


                “เป็นบ้าเหรอ!” ฉันแว้ดใส่เขาเล็กๆ เขาทำเหมือนไม่จริงจังอะไรเลย ถ้าชนก็ชนไปสิ แต่ฉันนั่งอยู่บนรถเขานะโว้ย แถมการที่เขาหมุนพวงมาลัยด้วยความเร็วขนาดนั้น มันอันตรายสุดๆ เลยไม่ใช่เหรอ? ก็รู้แหละว่าเขาอาจจะขับรถเก่ง แต่อุบัติเหตุมันประมาทได้ที่ไหน!


                “ทำไมล่ะ เธอไม่ชอบเหรอ สนุกดีออก”


                “มันสนุกนะ ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุ มันคงไม่ขำหรอก”


                “ฮะฮะฮะ ผมขับรถเก่งนะ เธอไม่ต้องห่วงหรอก ต่อให้เทมป์ไม่เบรกผมก็หมุนพวงมาลัยกลับทันน่า”


                “เมื่อกี้ยังบอกถ้าไม่ทันก็ชนกันอยู่เลย”


                “ผมปิดไฟหน้ารถขับยังได้ เธออยากลองดูไหม” นัยน์ตาพราวประกายทำให้ฉันสะดุ้งเล็กๆ ฉันย่นคิ้วแล้วรีบส่ายหัว เมื่อมองดวงไฟบนทางที่เราอยู่แล้ว ฉันไม่คิดว่ามันจะเพียงพอหรอกนะ เขามองอะไรไม่เห็นหรอก เขาควรจะรู้ไว้ว่าประเทศนี้ขี้เหนียวกับงบประมาณรัฐแค่ไหน บางช่วงของถนน ไฟไม่ติดด้วยซ้ำ!


                “ไม่ล่ะ”


                “ผมจะทำให้เธอดู”


                “ไม่เอา!” ฉันปฏิเสธแต่ดูเหมือนเอสจะไม่สน สีหน้าท่าทางตื่นเต้นของเขามันแสดงออกชัดจนฉันมั่นใจได้เลยว่าเขาทำแน่ๆ เขามองทางอยู่แป๊ปนึงราวกับคาดคะเนและจดจำเส้นทาง ตำแหน่งรถคันอื่นไว้ในหัว


                “5 วินาที เธอช่วยดูถนนให้ผมที”


                “ฮะ!


                เขาเอื้อมมือปิดเพลง และไม่แค่ปิดเพลง แต่เขาปิดตาด้วย!!


                “เอส! หลับตาทำไม!!” ฉันเบิกตาโตก่อนจะมองไปที่ถนน เขาเหยียบความเร็วอยู่ที่ร้อยกว่าๆ เสียงลมกับภาพถนนทำให้ฉันตาพร่า ใจที่เต้นแรงอยู่แล้วเต้นแรงขึ้นไปอีกเมื่อไอ้คนข้างๆ เล่นอะไรแผลงๆ


                ฉันรู้ว่าขับรถเก่งแต่นายจะหลับตาขับรถไม่ได้!!!!


                “เอสสสส!!!


                “สาม สี่... ห้า!” เขานับออกเสียงก่อนจะเปิดตาขึ้นมาพร้อมๆ กับปิดไฟหน้ารถ ฉันหลอนกว่าเดิม ทั้งที่ลมปะทะหน้า แต่ฉันสัมผัสถึงเม็ดเหงื่อที่ผุดบริเวณขมับและไรผม มือเย็น หายใจไม่ถนัด คนข้างๆ เหยียบคันเร่งจนได้ยินเสียงเร่งเครื่อง ทั้งที่เขาปิดไฟจนมองเห็นข้างหน้าในระยะช่วงรถคันเดียว!!!


                “เอสสสสสสส!


                บรื้นนน!


                “กรี๊ดดดดดด!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,094 ความคิดเห็น

  1. #653 linMFR (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:19
    เอสน่ากลัวเกิ้นไปล้าววว
    #653
    0
  2. #652 fahrugnam (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 21:48
    เร้าอารมณฺ์สุดๆ
    #652
    0
  3. #651 Theoneintheworld (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 19:54
    จิตสุดๆเลยลวกเพ่
    #651
    0
  4. #650 Itimitim (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 19:48
    กลัวเอสแล้วจ้าาพระเจ้า
    #650
    0
  5. #649 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 15:18
    แอลหัวใจวายตายไปก่อน อิเอสสสสสสสส
    #649
    0
  6. #648 Warachaya_1994 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 13:45
    เอส...นายทำอะไร....
    #648
    0
  7. #647 Exoly (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 12:44
    เอสอย่าแกล้งน้อง!!!
    #647
    0
  8. #646 eyungwa (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 10:26
    แอลกลัวไปหมดแล้วอีเอส
    #646
    0
  9. #645 Mini-fish (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 10:25
    หายไปนานมากกกกก
    #645
    0