♥ 마법 l MAKE ME XXX l รักไสยไสย (My Bubble tea the series)

ตอนที่ 9 : ไลท์ ll 08 ll ค่ำคืน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,654
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    10 เม.ย. 61


                       Martin Garrix & Bebe Rexha - In The Name Of Love 



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ chaeyeon dia gif

08

ค่ำคืน

 

 

          อ๊ายยย ไม่เอา ไม่ดู ฉันกรี๊ดไม่ออกได้แต่มองเขาด้วยสายตาตะลึง มือไม้แข็งไปหมดตอนที่ฉันสัมผัสได้ว่าไอ้บราเซียตัวจ้อยของฉันมันหลวมโพรกและถูกปลดแล้ว ไหล่ของฉันงอเข้าหากันอัตโนมัติแต่เหมือนไลท์จะไม่ยอมให้มันเป็นอย่างนั้น เขาดันไหล่ของฉันเข้ากับโซฟา เบียดหน้าท้องเข้ามาชิดจนฉันเผลอใช้มือดันออก

 

 

          และ... และไอ้มือเฮงซวยของฉันมันก็ไปแตะเข้าที่กลางเป้าของไลท์พอดิบพอดี

 

 

          อะ อ๊ากกกกก แค่นี้สถานการณ์ก็สุ่มเสี่ยงจะตายอยู่แล้ว ฉันยังจะประสาทไปจับโดนตรงนั้นอีกเหรอ แง้ แม่จ๋า พ่อจ๋า หนูจะบ้าแล้วนะ ฮือๆ

 

 

          “ใจเย็นสิ” แถมไอ้คนตัวสูงก็ยังตีความไปอีกอย่าง เขากระซิบฉันเสียงเบาพร้อมกับหอบถี่เล็กๆ เหมือนกำลังจะยั่วยวนกัน ฉันกลืนน้ำลายอีกครั้ง บรรยากาศน่าอึดอัดขึ้นทุกทีที่เขาเข้ามาใกล้ ใจฉันเต้นไม่เป็นส่ำ รู้สึกเหมือนโลกของฉันกำลังสั่นสะเทือน

 

 

          “ม่ะ ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันไม่ได้ตั้งใจจะจับนะ” ฉันรีบแก้ตัวแล้วยกมือขึ้น พอดีกับที่มือของคนตัวสูงจับเข้าที่เอวของฉันและเลิกเสื้อจนขึ้นมาเกือบถึงหน้าอก! ผิวของฉันสัมผัสกับอุณหภูมิเย็นด้านนอกทำให้ฉันรีบจับมือซุกซนของคนตรงหน้าตามสัญชาตญาณ “ไม่ จะทำอะไร”

 

 

          “มันเกะกะ”

 

 

          “มะ ไม่เอา” ฉันปฏิเสธด้วยน้ำเสียงลนลานหากแต่นอกจากมันจะไม่ช่วยในการหยุดไลท์แล้วยังเป็นการเติมเชื้อเพลิงใส่กองไฟให้โหมแรงมากขึ้น ฉันสะดุ้งในตอนที่ริมฝีปากร้อนจัดฝังเข้ากับผิว เขากดย้ำมันลงกับลำคอของฉันจนเจ็บ ลมหายใจร้อนๆ ที่เป่าลงมาและโดนใบหูในบางครั้งนั่นทำให้ฉันเกร็ง เหงื่อฉันผุดซึมไปทั่วร่าง ตาพร่าไปหมด

 

 

          กลัว ฉันกลัว...

 

 

          ฉันจะร้องไห้แล้ว ตัวฉันสั่นจนสังเกตได้ชัด ฉันรู้สึกเหมือนฉันกำลังถูกอสุรกายตัวหนึ่งรุกรานฉัน แต่ฉันกลัวมากเกินกว่าจะต่อต้านเขา ฉันอาจจะตายได้ถ้าฉันทำร้ายเขา แต่ถ้าฉันไม่ทำอะไรสักอย่าง ฉันก็คงตายเหมือนกัน

 

 

          “อ๊ะ” ฉันตาโตตอนที่ฉันไม่อาจสู้แรงมือซุกซนนั่นได้อีก เขากำลังเหิมเกริมและแผลงฤทธิ์บอกฉันว่าฉันจะต่อกรอะไรเขาได้ มือของเขาล้วงเข้ามาในเสื้อพุ่งเข้าขย้ำสิ่งที่ผู้หญิงควรจะหวงแหน และนั่นทำให้มือของฉันตีเขาโดยอัตโนมัติ

 

 

          “อย่านะ!” ฉันร้องเสียงหลง กระถดตัวหนี แต่ยิ่งหนีเหมือนยิ่งถูกไล่ต้อน เขาขยับตามและมือนั่นก็ไม่พ้นจะขย้ำจนฉันเจ็บ ฉันร้องตกใจแล้วตีเขาอย่างแรง ลมหายใจฉันรวยรินและหอบ น้ำตาฉันหยดแหมะเป็นทาง

 

 

          ฉันกลัว ฉันกลัวมากจนอยากจะบ้า ฉันไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ฉันอยากให้ครั้งแรกของฉันมันน่าจดจำ ไม่ใช่สิ่งที่ผิดพลาด!

 

 

          “นี่!” ฉันแว้ดแล้วใช้แรงทั้งหมดผลักเขา และไม่รู้อะไรเป็นอะไร ตัวฉันถูกเหวี่ยงและพลิกกลับมานั่งอยู่บนตักคนตัวสูง และก็เออ...

 

 

          “เธออยากอยู่ข้างบนทำไมไม่บอก”

 

 

          “...” ฉันชะงักกับสิ่งที่เขาพูดก่อนจะทอดพระเนตรอันต่ำต้อยของตัวเองมองสภาพที่ชวนคิดไกล ฉันนั่งอยู่บนตักเขา มือทั้งสองกดไหล่ แถมท่าที่นั่งอยู่ช่างจะสุ่มเสี่ยงต่อการเสียตัวอย่างมากอีกต่างหาก

 

 

          เออ เอาเข้าไป ไม่ว่าฉันจะพยายามต่อต้านแค่ไหน ก็เข้าอีหรอบนี้ตลอด สงสัยสวรรค์จะลิขิตให้ฉันเป็นเมียเขาแล้วมั้งเนี่ย! โอ๊ย เครียดโว้ย!

 

 

          “ฮะฮะฮะ ก็อะไรประมาณนั้นแหละ ยังไงนายก็ช่วยหลับตาหน่อยได้มั้ย ฉันอายนะ ถ้านายจ้อง” ฉันตามน้ำแถมยังยิ้มเจื่อนพร้อมกับวางกับดักให้คนตัวสูง ถ้าเขาหลับตา แค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น ฉันจะผละออกและใส่เกียร์หมาเปิดแน่บแบบไม่มีวันกลับแน่นอน! “จะดีมากเลยถ้านายเอาอะไรมาปิดตาตัวเองไว้น่ะ เผื่อว่านายจะขี้โกงแอบมองฉัน”

 

 

          “อายเว่อร์ไปป่ะ อะไรที่จะเห็น ยังไงก็ได้เห็นอยู่ดีแหละ”

 

 

          “แต่ฉันอายนี่! ไม่รู้แหละ ถ้านายไม่ปิดตา ฉัน เอ่อ ฉันจะ...” ฉันพยายามนึกหาคำข่มขู่ที่ดูเข้าท่าที่สุด แต่ไม่ว่าจะนึกยังไงก็นึกไม่ออก หน้าอย่างไลท์ ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าฉันจะขู่อะไรเขา...

 

 

          “เธอจะอะไร” เขาย่นคิ้วแล้วบีบเอวฉันแรงขึ้นเพื่อแสดงอำนาจ ฉันกลืนน้ำลายแล้วสะดุ้งนิดๆ

 

 

          “ฉันจะเสียใจน่ะสิ”

 

 

          เออ เอาเข้าไป อะไรของฉันวะ น่าสมเพชที่สุด ฮือ! เชิญกินเนสบุ๊คมาจัดอันดับคนน่าสมเพชที่สุดในโลกดีมั้ย ฉันมั่นใจเลยว่านั่นจะเป็นฉันแน่ ;_;

 

 

          “อะไรของเธอวะ... แต่เอาเถอะ ถ้าเธออาย” เขาถอนหายใจเซ็งๆ ก่อนจะทำให้ฉันตัวแข็งทื่ออีกระลอกเมื่อจู่ๆ เขาก็ถอดเสื้อออก เผยให้เห็นผิวขาวกระจ่างใสยังกับหลอดไฟนีออน ขนาดฉันนั่งอยู่บนตัก และไม่ได้สัมผัสผิวกายนั่น ฉันยังรู้สึกได้ถึงไอร้อนและความกระหายที่แผ่ออกจากร่างกายคนตัวสูง

 

 

          ว่าแต่นายถอดเสื้อทำไมเนี่ย!

 

 

          ฉันตกตะลึงและเขาก็ตอบคำถามฉันทันทีเหมือนรู้ว่าฉันกำลังงง

 

 

          “ก็เธอบอกให้ฉันปิดตา ฉันเลยจะใช้เสื้อมาปิดนี่ไง”

 

 

          “หระ เหรอ” ฉันยิ้มรับ ดีใจมากที่เขาตกลงกับข้อเสนอ พอเขาปิดตาเสร็จ ฉันก็จะแกล้งหิวน้ำหรือไปห้องน้ำแล้วชิ่งวิ่งหนีไปเลย ฮะฮะฮ่า นี่แหละเทพที่แท้ทรู

 

 

          “งั้นฉันจะปิด... ฮะ เฮ้ย” ฉันกำลังจะเอ่ยปากเสนอตัวผูกตาให้เขาหากแต่อยู่ๆ อีตาบ้าไลท์ก็เกิดประสาทขยับร่างเข้ามาใกล้และใช้เสื้อของตัวเองมาปิดตาฉัน!

 

 

          เดี๋ยวนะ ฉันว่าเขากำลังเข้าใจอะไรผิด นี่มัน Misunderstanding อย่างรุนแรง!

 

 

          “คราวนี้เธอก็ไม่อายแล้วสินะ”

 

 

          อะ ไอ้ ไอ้บ้าไลท์!!!!!

 



30%


                    ฉันหมดคำบรรยายกับนายแล้วจริงๆ นะ คนอย่างนายนี่มัน!! ฉันโมโหหนักจนกระทั่งอารมณ์โมโหเปลี่ยนเป็นความตกใจเมื่อริมฝีปากฉันถูกช่วงชิงไปภายในเสี้ยววินาทีต่อมา หน้าฉันร้อนและเริ่มร้อนไปทั้งร่างตอนที่สัมผัสถึงความนุ่มหยุ่นบดเบียดลงมา ไหล่ของฉันห่อลง มือทั้งสองพยายามดันไหล่ของเขาออกแต่ฉันไม่มีแรง มองอะไรก็ไม่เห็น รู้สึกแค่ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดลงมาให้ฉันวาบหวิวเล่นๆ



                ตุบ!



                ฉันทุบหน้าอกเขาไปหนึ่งครั้งและเขาก็ตอบกลับมาด้วยการจู่โจมที่หนักขึ้น สมองของฉันกระเจิดกระเจิงไม่มีสติตอนที่รู้สึกถึงเรียวลิ้นที่บุกรุกเข้ามาตามรอยแยกของริมฝีปาก เสียงหายใจของเขากำลังปลุกปั่นให้ฉันกลายเป็นบ้า การตวัดลิ้นของเขาครั้งนึงทำให้ฉันกลัว



                อาจเพราะฉันมองไม่เห็น ฉันเลยสัมผัสทุกอย่างตอนนี้ได้ดีกว่าปกติ ฉันหดลิ้นหนีเขาแต่เขากลับพยายามก่อกวนฉันด้วยการดูดดึงลมหายใจฉันดังฮวบและกัดมันราวกับกำลังโมโหที่ฉันไม่ให้ความร่วมมือ แขนของไลท์ข้างนึงดึงเอวฉันเข้าหาจนหน้าท้องของพวกเราแทบจะแนบติดกัน มีแค่เสื้อฉันเท่านั้นที่กั้นมันไว้



                “ฮื่อ” ฉันร้องต่อต้าน อยากจะดิ้นแต่ก็กลัว และเพราะความกลัวนั้นทำให้เรี่ยวแรงของฉันหายไปหมด ใจฉันสั่นจนทำให้ร่างกายฉันสั่นไปด้วย ฉันทั้งร้อนทั้งหนาวเหมือนคนไม่สบาย ไรขนอ่อนฉันลุกชันไปทั้งร่าง ฉันเหมือนกำลังสู้กับอสุรกายที่หิวกระหายจนขาดสติ ฉันเหมือนแมลงตัวนึงที่เผลอบินเข้าไปในกองเพลิงแล้วภาวนาขอให้ตัวเองมีชีวิตรอด



                เฮือก!



                ฉันสะดุ้งโหยงและแทบสบถเมื่อนิ้วเรียวยาวของเขาล้วงเข้าไปในเสื้อ แค่เขาแตะลงที่ผิวบริเวณหน้าท้องฉันก็เผลอเกร็งและพยายามดิ้นขัดขืนแต่ดูเหมือนเขาจะตีความว่าฉันชอบ เขาก็เลยขยับมันขึ้นมาสูงขึ้นจนไปหยุดอยู่ที่หน้าอก



                ฉันเกร็งจนลืมหายใจและในวินาทีนั้นฉันก็ตัดสินใจที่จะจูบตอบเขา ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง ฉันควรทำอะไรกับสถานการณ์นี้ ไม่งั้นฉันไม่มีทางรอด ฉันจะต้องมอดไหม้เป็นแมลงเม่าที่ถูกเผาจนตายแน่นอน 


               ไลท์ชะงักไปเล็กน้อยเหมือนเขาจะตกใจกับการกระทำฉันนิดหน่อย เพราะฉันพุ่งเข้าไปจูบเขาทำเอาฟันของพวกเรากระแทกกันดังกึก ฉันจูบมั่วๆ ด้วยการกวาดปลายลิ้นไปมาพอเป็นพิธี หากแต่เขาโต้กลับมาเหมือนพายุ หน้าท้องฉันเบาโหวง ใจฉันเต้นเหมือนพร้อมจะคลั่งตอนที่เสื้อของไลท์ร่นลงมาและร่วงลงกับพื้น พวกเราประสานสายตากันอีกครั้งในความมืด ฉันรู้ว่าฉันแค่ทำแบบนี้เพราะฉันกำลังหาทางเอาตัวรอดให้เขาตายใจ แต่ไม่รู้ทำไมพอสบนัยน์ตาสีดำสนิทนั่นก็ราวกับถูกชักจูงเข้าไปในวังวนประหลาด



                หน้าฉันร้อนไปหมด เขากัดริมฝีปากฉันเบาๆ และปล่อยให้ฉันได้หายใจบ้างเป็นจังหวะ ฉันควรจะรู้สึกเสียใจที่จูบแรกของฉันเป็นใครก็ไม่รู้ แถมยังน่ากลัวยังกับฆาตกร แต่ไม่รู้ทำไมใจฉันมันเต้นแรงขึ้น ฉันค้างไปหลายวินาที



                “เสื้อเธอมันเกะกะนะ ถอดออกไม่ได้เหรอ”



                “...”



                เสื้อ... เสื้ออะไรวะ 



               สมองของฉันสับสนจนกระทั่งฉันได้สติตอนที่ไลท์พยายามจะเลิกเสื้อฉันขึ้นและนั่นแหละวิญญาณฉันถึงเข้าร่างและตีแขนเขาดังเพี๊ยะ!



                ถะ ถอดอะไรเล่า จะบ้าเหรอ! ฉันกลืนน้ำลายนึกอยากตบหน้าตัวเองแล้วหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติสตังกลับมา ก่อนจะเลื่อนสายตามองหน้าเขา ไม่ว่ายังไงวันนี้ฉันก็ต้องรอด! ฉันจะต้องรอดให้ได้!



                “ฉันก็อยากจะถอดอยู่หรอกนะ” ฉันเบี่ยงสายตาไลท์ “แต่วันนี้เราพอแค่นี้ก่อนดีกว่า วันนี้มันวันอันตรายของฉันนะ ถ้ามีอะไรกัน ฉันต้องท้องแน่ นายรอหน่อยไม่ได้เหรอ?



                ฉันยกข้ออ้างที่แลดูจะมีเหตุผลมากที่สุดมาอธิบายให้เขาเข้าใจ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสมองอันน้อยนิดที่เขามีจะสำเหนียกกับสิ่งที่ฉันบอกได้



                “ไม่เห็นเป็นไร ฉันมีถุงยาง”



                “ไม่เอา ฉันกลัวมันรั่ว” ฉันรีบหยุดมือของไลท์ที่กำลังจะหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา ฉันรู้แหละว่าหน้าอย่างเขาต้องพกถุงยางอยู่แล้ว แค่ไม่รู้ว่าพกเป็นซองหรือพกเป็นกล่อง เหอะๆ



                “มันไม่รั่วหรอก” ไลท์เบ้ปากไม่พอใจที่ฉันขัดจังหวะและทำท่าจะพุ่งเข้ามาปล้ำฉันต่อฉันก็เลยลนลานและพูดอะไรที่ดูจะเป็นเค้าลางความฉิบหายของตัวเองออกไป โดยไม่สนใจเลยว่าอนาคตของฉันในภายภาคหน้าอาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้...



                “แต่ฉันไม่อยากใช้นี่”



                “ฮะ” ไลท์ชะงักตอนที่ฉันพูด อย่าว่าแต่เขาเลย ฉันเองก็อึ้งเหมือนกันแหละ บ้าเอ๊ย ขนาดใช้ฉันยังไม่อยากจะทำกับเขาเลย ขืนไม่ใช้ ฆ่าฉันเลยดีกว่า แต่พูดไปแล้วไม่แคล้วต้องแถต่อ ฉันจะทำอะไรได้ในตอนนี้ล่ะ...



                “ฉันไม่อยากใช้มันกับนายในครั้งแรกของพวกเรา”



                ฮะฮะฮะ ฉันหัวเราะทั้งน้ำตาอยู่ในใจก่อนจะยิ้มแหยๆ ให้เขา เหงื่อเม็ดเล็กพร่างพราวเต็มหน้าผาก เขามองฉันด้วยสายตาอึ้งๆ และฉันเองก็อึ้งตัวเองไม่ต่างกัน...



ภาวนาให้ฉันหาน้ำตามาทำลายฤทธิ์น้ำหอมมหาเสน่ห์ทันก่อนที่ฉันจะโดนหมอนี่ปล้ำแล้วกัน!!



60%


            “นะ” ฉันพูดเสียงอ่อนแล้วดึงมือเขาที่ทำท่าจะแตะไปทั่วมาจับตรงแก้ม กะพริบตาปริบๆ สามที หวังว่าท่าทีน่ารักๆ จะช่วยชีวิตฉันได้ พอหมอนั่นนิ่งไป ฉันก็พูดย้ำๆ “นะๆๆๆๆ”



                “...”



                “นะๆๆๆ นายไม่เชื่อใจฉันเหรอ ฉันไม่เบี้ยวหรอก ไม่งั้นฉันจะจูบนายทำไมเล่า” ฉันสมอ้างความเนียนที่พยายามก่อนหน้านี้แล้วสบตาคนตัวสูง หากแต่แค่หมอนั่นมองมาฉันก็รู้สึกเหมือนความแตกและเหยียบเท้าเข้าไปในโลงศพแล้วข้างนึง



                “พูดอีกรอบสิ”



                “ฮะ”



                “ที่เธอบอกฉันไง”



                บอก บอกอะไรวะ ฉันทำหน้างงๆ ก่อนที่จะนึกออกเมื่อสบตากับเขา เขาอยากให้ฉันพูดประโยคน่าอายนั่นอีก ฉันเม้มริมฝีปากแล้วยิ้มแห้ง



                “ไม่เอาหรอก” ฉันปฏิเสธแต่ไลท์ก็ยังคงดื้อแพ่ง เขาจ้องฉันตาถลึงพร้อมกับน้ำเสียงเข้มๆ



                “ฉันบอกให้เธอพูด”



                ง่ะ ;_; แม่จ๋า น่ากลัวมาก



                “จะพูดไปทำไมเล่า ฉันอายนะ!



                “ฉันจะอัดเสียง”



                “ฮะ”



                “ฉันจะอัดไว้ฟังแก้เครียด”



                นั่นเป็นวิธีแก้เครียดของนายเหรอ... ทำไมฟังละดูน่ากลัวจัง ฉันกลัวนะเนี่ย ฉันขนลุกแล้วมองเขาว่าเอาจริงเหรอ แต่ไลท์ก็จ้องฉันเป็นเชิงข่มขู่เหมือนจะบีบคอฉันแน่ ถ้าฉันไม่พูด



            “น่ะ นายไม่เห็นต้องอัดเลย ถ้านายอยากฟังตอนไหน ฉันพูดให้ฟังก็ได้นี่” ฉันแถอีกรอบ เพราะขืนฉันพูดแล้วเขาอัดเก็บไว้เป็นหลักฐานที่จะมัดตัวฉันในภายภาคหน้า ไม่ว่าตอนนั้นมนตร์จะคลายหรือเราจะหายจากกันแล้ว แต่ถ้าอีตานี่เกิดอยากจะกวนตีนแล้วเอาไปอัพลงเน็ต ฉันก็ขายหน้าตายน่ะสิ!



                ฝันเถอะว่าฉันจะยอม!



                “เหรอ งั้นถ้าฉันอยากฟังตอนไหน เธอก็จะพูดให้ฉันฟังใช่มั้ย”



                “ฮะ เอ่อ ก็อะไรประมาณนั้น” ฉันงงๆ กับใจความที่เขาบอก แต่ก็เออออตามไปด้วย เพราะฉันกลัวว่าหมอนี่จะเกิดบ้าขึ้นมาอีก คนตัวสูงยื่นมือร้อนๆ นั่นมาบีบแขนฉันก่อนจะจ้องนิ่งๆ



                นิ่งจนฉันไม่กล้าจะหายใจ



                “ตลอดชีวิตของเธอน่ะ ฉันอยากจะให้เธอพูดให้ฟังตอนไหนก็ได้ใช่มั้ย”



                ตะ ตลอดชีวิต นี่คิดจะฟังไปจนตายเลยรึไง บ้า หมอนี่มันบ้า ไม่รู้เขาบ้าอยู่แล้วหรือบ้าเพราะฤทธิ์น้ำหอมของป้าฉันกันแน่ ฉันยิ้มแห้ง ไม่กล้าแม้แต่จะตอบเพราะเขาดูจริงจังขึ้นมา



            “ถ้าเธออยากจะสัญญาอะไรกับฉัน เธอต้องคิดก่อนพูดนะ”



                “...”



                “คนที่โกหกฉัน มันไม่เคยตายดีสักคน รู้รึเปล่า”



                เสียงทุ้มแข็งกระซิบเบาๆ แต่ทำเอาใจฉันหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ฉันเบี่ยงสายตาไปทางอื่นในตอนที่เขาปล่อยมือของฉัน เหมือนคนตัวสูงจะยอมแพ้ในค่ำคืนนี้ เหมือนฉันจะแถได้สำเร็จแต่ไม่รู้ทำไม... ฉันกดดันกว่าเดิมอีก



                โอ๊ยๆๆๆ ไอ้บ้าเอ๊ย ที่เขากำลังทำอยู่คือขู่จะฆ่าฉันใช่มั้ยเนี่ย!



                ตาย... คิดอะไรไม่ออกนอกจากคำว่าตายเลยตอนนี้ ฮือ






 

                ฉันนอนหลับไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็คือตอนที่ฉันได้กลิ่นอาหารโชยมาจนท้องฉันเกิดปฏิกิริยาตอบรับดังจ๊อกๆ ฉันงัวเงียยังสับสนอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าจำไม่ผิดเมื่อวานฉันมาอยู่บ้านไลท์ แล้วเขาก็พยายามจะปล้ำฉัน ฉันแถเพื่อเอาตัวรอดและ...



                และอะไรต่อวะ - -;;



                ฉันจำได้ว่าฉันพยายามตื่นและนั่งเบิกตาดูหนังเพราะหวาดระแวงคนตัวสูงที่นั่งข้างๆ ไม่มีใครเดินไปตรงเตียง และไลท์ก็ไม่ยอมหลับตาแถมยังจับมือฉันกันฉันหนีอีกต่างหาก



                โอ๊ย! ฉันนี่นะ มีไอ้หื่นกามนั่งกดดันอยู่ข้างๆ ยังจะประสาทเผลอหลับได้อีก!



                ฉันหาวหวอดๆ ก่อนจะงัวเงียลุกขึ้นมา สภาพฉันดูไม่จืด คงเพราะแค่วันเดียวฉันก็เจอกับความฉิบหายนานัปการที่คนๆ นึงจะเจอได้ และฉันคิดว่าไอ้กลิ่นอาหารหอมๆ นี่ก็คงมาจากไอ้เจ้ากรรมนายเวรของฉันอีกนั่นล่ะ



                ฉันถอนหายใจเซ็งแล้วมองไปที่หน้าต่าง ใจนึงคิดจะปีนหนี แต่อีกใจก็กลัวตกไปคอหักตาย ถึงจะอยู่ชั้นสองแต่ก็สูงไม่ใช่เล่น และฉันก็เป็นคนไม่ใช่ลิงที่จะปีนป่ายได้เก่งขนาดนั้น เคยเห็นในหนังเอาผ้าปูที่นอนกับผ้าห่มมาผูกกันแล้วปีนลงไป แต่พอฉันดูจากสภาพผ้านวมผืนใหญ่และผ้าปูที่แลดูไม่น่าจะรับน้ำหนักสี่สิบกิโลกรัมของตัวเองได้ ฉันก็ท้อแท้และยอมแพ้ไปในที่สุด



                เออ ช่างมันเถอะ ฉันก็ซวยมาทั้งวันแล้ว จะซวยอีกสักนิดก็คงไม่ตายหรอก ยอมทนๆ ไป ยังไงฉันก็ต้องหาทางทำอะไรสักอย่างกับเขาอยู่ดี!



                พอฉันนึกได้ก็ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปล้างหน้า ฉันเห็นแปรงสีฟันสีชมพูอันใหม่ถูกวางไว้ตรงอ่าง มันยังไม่แกะออกจากห่อด้วยซ้ำ แถมยังมีโน้ตแปะไว้ว่ามันเป็นของฉัน นั่นทำให้ฉันรู้สึกแปลกพิลึก



                เอิ่ม คนอย่างเขาทำอะไรอย่างนี้เป็นด้วยเหรอ ฉันควรใช้มันมั้ยเนี่ย น่ากลัวจัง



                ช่างเหอะ ฉันเหนื่อยแล้ววุ้ย! จะยืนสงสัยเขาแล้วเดินปากเหม็นลงไป มันก็ดูจะทุเรศเกิน งั้นฉันก็แปรงๆ ไปเหอะ ถ้าเขาจะลูกเล่นกับแปรงสีฟันแค่อันเดียว ฉันก็ยอมๆ เลยแล้วกัน ถือซะว่าเป็นเวรกรรมตั้งแต่ชาติปางก่อน



                ฉันจัดการธุระของตัวเองจนเสร็จแล้วเดินลงบันไดไปตามกลิ่นอาหาร เห็นหลังของคนตัวสูงที่ผูกผ้ากันเปื้อนสีเข้ม ไลท์ยังคงง่วนอยู่ในครัว ฉันแอบคิดจะใช้จังหวะนี้แอบเดินหนีไปเลยดีมั้ย หากแต่พอฉันเลื่อนสายตามาที่โต๊ะอาหารก็เห็นคนๆ นึงนั่งอยู่



                นัยน์ตาขวางนั่นจ้องฉันเหมือนจะพุ่งเข้ามากัด และคนๆ นั้นก็เป็นผู้หญิง...



       ผู้หญิงที่ฉันคิดว่าน่าจะเป็นแฟนของไลท์


80%


                “...” ฉันชะงักฝีเท้าอยู่ตรงเชิงบันได ไม่รู้ว่าควรเดินลงไปรึเปล่า ผู้หญิงคนนั้นมองฉันเหมือนตาเธอจะถลนออกจากเบ้า ฉันกลืนน้ำลายแล้วทำตัวไม่ถูก อยากจะกระซิบบอกเธอว่าฉันเองก็ไม่ได้อยากอยู่ตรงนี้เหมือนกันแหละ นี่เป็นแค่เรื่องผิดพลาด ฉันไม่อยากทำให้สถาบันครอบครัวใครแตกแยกนะ!



                “ลงมาสิ” เธอปราดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า และมองจากเท้าขึ้นไปที่หัวอยู่หลายรอบ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่กรีดอายไลเนอร์เชิดขึ้นทำให้ใบหน้าของเธอดูร้ายและน่ากลัวสมกับไลท์มากๆ ยิ่งสีผมเข้มๆ ที่ค่อยๆ ไล่ลงมาสว่างสีเขียวหม่นบริเวณปลายผมนั่นทำให้เธอดูแรงขึ้นหลายระดับ “ยืนเซ่ออยู่ทำไม บอกให้ลงมาไง”



                เธอจ้องฉันตาเป็นมันและยิ่งทำให้ฉันเกร็งมากขึ้น นอกจากฉันจะโดนไลท์ขู่แล้วยังจะโดนเมียเขาทำท่าจะฆ่าฉันอีกเหรอวะ ใครก็ได้เอาฉันไปจากตรงนี้ทีเถอะ ฉันจะไม่ไหวแล้วนะ ฮือ ;_;



            ฉันยิ้มแห้งใจดีสู้เสือแล้วค่อยๆ เดินลงมานั่งตรงข้ามกับเธอ ฉันก็ไม่ได้อยากจะนั่งมองหน้าเธอหรอกนะ แต่จะให้นั่งข้างๆ ฉันว่ามันน่าสยองกว่านั่งตรงข้ามเธออีกอ่ะ ฉันกลั้นหายใจแล้วก้มหน้างุด รู้สึกดีกับการที่นั่งจ้องขอบโต๊ะมากกว่าจะจ้องเธอซะอีก



                “สะ สวัสดี” ฉันพูดอ้อมแอ้ม มือเขี่ยโต๊ะอย่างไร้สาเหตุ เหงื่อเม็ดเล็กซึมไปทั่วหน้า หายใจก็ไม่ค่อยออก ฉันรู้สึกถึงรังสีน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากตัวเธอจนน่าขนลุก



                น่ากลัว น่ากลัวมาก ;_;



                “เธอเป็นแฟนไลท์สินะ”



                “ปะ เปล่าค่ะ” ฉันปฏิเสธอย่างไว ขืนบอกว่าใช่ฉันอาจถึงฆาตก็เป็นได้ หากแต่พอฉันตอบปุ๊ป เธอก็...



                ตึง!!



                ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น!



                กะ กรี๊ดดดด อะไรของเจ๊เนี่ย จะฆ่าฉันเหรอ แง้ ฉันสะดุ้งแล้วยกขาหมุนตัวไปอีกทางด้วยความหวาดผวา สายตาเธอจ้องมาที่ฉันเหมือนพร้อมพุ่งเข้ามา



                “อย่ามาโกหกฉัน!



                ฮะ ฮือ ;_;



                “เธอคิดว่าฉันโง่นักรึไง!” เธอพูดเสียงเข้ม และเพราะเสียงตบโต๊ะนั่นทำให้ไลท์หันมามองนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เดินเข้ามาขัดบรรยากาศอึมครึมนี้



                “ปะ เปล่าค่ะ คือว่าเรื่องมัน... ค่อนข้างจะซับซ้อน ที่จริงแล้วพวกเรา...” ฉันพยายามจะอธิบายแต่ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เธอเข้าใจ จะบอกว่าฉันสาดน้ำหอมมหาเสน่ห์ใส่ไลท์แล้วเรื่องมันก็เลยจับพลัดจับผลูมาเป็นอีหรอบนี้อะเหรอ บอกไปใครมันจะเชื่อฟะ ขนาดฉันยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเลยเนี่ย!



                “เธอจะบอกว่าระหว่างไลท์กับเธอมันเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่มีที่ให้ฉันเข้าไปแทรกอย่างนั้นเหรอ!!” เธอตวาดแถมยังพูดเอง เออเอง และเหมาไปเองอีกต่างหาก ฉันพูดประโยคแบบนั้นตอนไหนวะ ฉันไม่ได้พูดดดดดด!



                “เธอจะสื่ออย่างนั้นใช่มั้ย!!



                ตึง!!



                จะ ใจเย็นนนนน ฉันหน้าเหวอตอนที่เธอตบโต๊ะอีกรอบ อยากจะยกมือขอโทษขอโพย และอธิบายให้มากกว่านี้แต่เหมือนเธอจะหัวร้อนจนฟังอะไรไม่รู้เรื่อง และฉันเองก็พูดไม่ออก



                “คะ คือไม่ใช่อย่างนั้น” ฉันเครียดหนักขึ้น ในหัวเต็มไปด้วยคำว่าเครียด เครียดฉิบหาย เครียดโว้ยลอยวนไปวนมา ยิ่งมองหน้าผู้หญิงคนนี้ฉันก็ยิ่งคิดอะไรไม่ได้ “ระ ร้องไห้”



                “หา” เธอย่นคิ้วงงกับสิ่งที่ฉันพูด ฉันเองก็สับสนไม่ต่างกัน ฉันไม่รู้จะบอกเธอยังไงว่าถ้ามีใครสักคนร้องไห้เพื่อไลท์ ฉันกับเขาเราก็จะขาดออกจากกัน ฉันจะเป็นอิสระ และไลท์ก็จะเลิกหน้ามืดตามัวเรื่องของฉัน



                ฉันกลืนน้ำลาย เหงื่อหยดดังแหมะและเป็นเวลาเดียวกับที่ฉันสบนัยน์ตาดุๆ นั่น เพราะฉันอยากจะออกจากสถานการณ์อึดอัดนี้ให้ได้บวกกับความกดดันของคนตรงหน้า ฉันก็เลยลนลานและทำเรื่องที่สิ้นคิดลงไป...



                “อะ เอ่อ ฉันหมายถึงถ้าคุณร้องไห้ เรื่องของฉันกับไลท์ก็จะจบค่ะ”



                “นี่เธอ...” ผู้หญิงคนนั้นถลึงตาแล้วปราดนิ้วชี้มาที่หน้าฉันก่อนจะกัดฟันหงุดหงิด “เธอหมายถึงจะให้ฉันร้องไห้อ้อนวอนเธอให้เลิกกับไลท์งั้นเหรอ!!



                ม่ะ ม่ายยยยย ใครจะไปกล้าทำอย่างนั้นล่ะแม่คุณ แค่เห็นหน้า ขาฉันก็สั่นพั่บๆ แล้วเนี่ย ใครจะไปกล้าให้เธอมาอ้อนวอนฉันเล่า ฉันรีบส่ายหัวรัวๆ แล้วยกมือขึ้นเบรกอารมณ์ให้เธอ Calm down



            “ไม่ใช่นะ”



                “งั้นเธอคงหมายถึงเธอจะตบฉันให้ยับจนกว่าฉันจะร้องไห้อ้อนวอนขอชีวิตเธอหรือไง!!



                “ไม่ๆ ฉันไม่ได้พูดนะ ฉันไม่ได้หมายถึง...” ฉันพยายามแก้ตัวแต่ดูเหมือนจะไม่ทันแล้ว นัยน์ตาดุๆ นั่นเต็มไปด้วยเปลวเพลิงพิโรธและไม่รู้เธอคิดบ้าอะไรอยู่ถึงเห็นฉันเป็นคนประเภทนั้น พอเธอเอ่ยประโยคนึงออกมา น้ำตาฉันก็หยดแหมะลงกับแขน



      “เธอไม่ได้พูดแต่เธอคิดอย่างนั้นใช่มั้ย ยัยตัวร้าย!!ธอตายแน่!!



                แม่คะ พ่อคะ สวรรค์ส่งหนูให้เกิดมาทำไมคะ... ไม่มีใครเข้าใจฉันเลย



                ไม่มีเลย ฮืออออออออออ


100%


น้ำตาจะไหล สงสารเด็มค่ะ555555+

ทั้งอีไลท์และเมียมัน ไม่มีใครเข้าใจนางเอกเราสักนิด เข้าใจผิดชีวิตเปลี่ยนจริงๆ  55555555+

ขออนุญาตแปะรูปแม่นางผู้เกรี้ยวกราดไว้ตรงนี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ hani exid




แฮชแท็ก
#ไลท์โดนของ
ให้ด้วยน้าาาา
ร๊ากกกกก

ปอลอ
อีไลท์ติดท็อปด้วยแหละแกรรรร
ขอบคุณน้าาาา กรีดร้องงงงงง


เบื่อๆ ว่างๆอ่านจบแล้ว ไปอ่านอีกเรื่องฆ่าเวลาได้นะ สนุกกกก

คลิกที่แบนเนอร์

v

v






MAKE ME SET
KISS ME TOUCH ME
CLICK ON IT!




ฝากนิยายจ้าา






 
 
-PROLOGUE-

ปกติอยู่บ้านก็ชื่อขวัญ อยู่มหาลัยชื่อของขวัญ

หน้าตาน่ารัก และเพิ่งจะโดนอีน้องปลั๊กเดือนปีหนึ่งเท เลยต้องรีบหาใครมายาใจ

 สุดท้ายได้เจอกับผู้ชายหล่อเหลากระแทกใจให้ไหวหวั่น

ฉันกับเขาเราเข้ากันได้ดี แต่วันนี้เขามาเดทพร้อมกับชุดลูกเสือ... 
ลูกเสือสามัญแถมไม้ง่ามหัวหน้าหมู่อีก 
เวรเอ๊ย!!! นี่มันเด็กมอสาม!!!! 
ไม่รู้เลยว่าฉันอยู่ในสถานะอะไร
เมียหรือแม่!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,385 ความคิดเห็น

  1. #6289 MBLL (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 17:38
    เมียเขาจะตบแล้วเด็มมมม พูดดิพู๊ดดดดด
    #6,289
    0
  2. #5062 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 22:09
    เด็มกล้าพูดหน่อยรูกกกกก สงสารรร
    #5,062
    0
  3. #1945 Jellydolphin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 10:45
    สงสารนาง555555
    #1,945
    0
  4. #1836 tigersweet (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 21:52
    เขาร้องไห้แล้วนิ ถ้าเราอ่านไม่ผิด เด็มน้ำตาไหลแล้วว
    #1,836
    0
  5. #1814 น้ำหยดดด (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 12:12
    ให้สองคนนั้นคู่กันไปเถอะรู้สึกผัวเมียคู่นั้นเคมีเข้ากันอย่างแรงงง5555
    #1,814
    0
  6. #1762 hellomme00 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 17:34
    น่าสงสารเด็มนะคะ55
    #1,762
    0
  7. #1727 rosemonster46 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 21:43
    คือก็อยากจะสงสารนะ แต่เด็ม.. เราขอโทดเราจำมากกว่า555555555555
    #1,727
    0
  8. #1720 อัยย์จันทร์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 20:48
    นั้นเมียไลท์เหรอ5555 คิดว่าพี่สาว อะไรจะนิสัยคล้ายกันขนาดนั้นนน
    #1,720
    0
  9. #1709 L_o_k_i (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 19:07
    รักฮานินะครับ555ชอบอิมเมด
    #1,709
    0
  10. #1700 chalisa_ab (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 18:37
    เพ้อพก มีใครมีสติมั่ง
    #1,700
    0
  11. #1699 Owl-shy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 18:29
    โอ๊ยเจ๊อ่ะ เจ๊5555555555555
    #1,699
    0
  12. #1698 Jipaporn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 17:40
    ยอมความมโนของเธอจิงๆ 555
    #1,698
    0
  13. #1697 แทฮยองที่รัก (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 17:04
    ไม่...ใช่.. ตบโต๊ะ!! 5555
    #1,697
    0
  14. #1696 nongpigmoo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 16:40
    ยิ่งแถยิ่งแย่นะเดม55
    #1,696
    0
  15. #1695 มะเขือม่วงสด (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 16:33
    มโนกันไปอี๊กกกกกก 5555
    #1,695
    0
  16. #1694 No trbl (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 16:13
    น้ำตาจะไหล ทำไมเป็นงี้กันคะ555555
    #1,694
    0
  17. #1693 ก้อนขี้เกียจ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 16:07
    ขอพารา55555
    #1,693
    0
  18. #1692 Mikaririn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 15:12
    ความมโนนั้น5555555
    #1,692
    0
  19. #1691 ntn.9846 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 14:52
    พี่สาวแน่ๆ ไม่ใช่เมียไลท์หรอก ทำไม เรื่องนี้ตัวละคร ขี้มโนจัง คิดเองเออเอง เป็นตุเป็นตะ
    #1,691
    0
  20. #1688 NAME :: Aida (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 14:44
    พี่หรือน้องไลท์เนี่ย นิสัยคล้ายกัน 55555
    #1,688
    0
  21. วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 14:06
    สรุปเมียหรือแม่เนี่ยยย
    #1,687
    0
  22. #1686 onenazaaaaa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 13:27
    ใครเอ่ย
    #1,686
    0
  23. #1685 #PuyzZii PuyzZii PuyzZii# (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 12:59
    ตายเด็มตายสถานเดียว
    #1,685
    0
  24. #1684 ไอริน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 12:11
    สรุปใช่เมียหรือไม่ใช่เมียเนี้ย ลุ้นๆ
    #1,684
    0
  25. #1683 niceday777 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 12:05
    น้ำตาเด็มป้ายอิพี่ไลท์เลย จะใช้ได้ไหม ไหนๆก็ร้องแล้วเด็มมี่ลองป้ายดู
    #1,683
    0