Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 8 : รวบรวม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 844 ครั้ง
    23 พ.ย. 62

          
     วันต่อมาหลังจากฝึกสิบวันอันแสนยาวนาน เวลาบ่ายสองโมงครึ่ง ของวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม ปี ค.ศ. 2655
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     เฟยและเซลที่เหน็ดเหนื่อยจากการฝึกหนักตลอดเป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์ก็ได้พักตามที่ปรารถนา แต่เพื่อนตัวดีของพวกเขา "ธารา" 
นั้นก็ได้ลากพวกเขามายังสมาคมนักล่าที่อยู่ตรงศูนย์กลางเขตอยู่อาศัยที่ 3 ทำให้พวกเขาต้องนั่งรถไฟถึงสามสถานีจากสถานีบ้านของพวกเขา

     สมาคมนักล่านั้นเป็นอาคารทรงสูงขนาดสามชั้นมีพื้นที่โดยรวมเท่ากับอาคารเรียนหลักของสถาบันเวทมนตร์เอจิส รูปร่างถ้าดูจากแผนที่จะมีรูปร่างคล้ายตัว T กลับด้าน เดิมแล้วมีสไตล์การออกแบบอาคารยุคคาวบอยตามความชอบของผู้ก่อตั้ง แต่เนื่องจากอาคารนั้นมีอายุเกือบสามร้อยปี ซึ่งต้องทำนุบำรุงอาคารอยู่เป็นนิจนั้น ทำให้มีการปรับแต่งแก้ไขกันไปมาจนผสมกันมั่วสั่วไปหมดทั้งโมเดิร์น กรีก โรมัน คาวบอย และแบบเรียบง่าย

     สามสหายกำลังยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ของสมาคมนักล่าที่คับคลั่งไปด้วยผู้คนสัญจรไปมาทั้งนักล่าที่เพิ่งกลับมาจากการกวาดล้าง
มอนสเตอร์ตามดันเจี้ยนเพื่อให้พวกนักวิจัยรอยแยกได้เข้าไปหาความลับของดันเจี้ยนนั้นๆและหาทางทำลายมันลง บ้างก็เป็นพ่อค้าแม่ค้าที่ผ่านทางมา บ้างก็เปิดร้านขายของใกล้ๆกับสมาคม

     "ทำไม พวกเราถึงมาอยู่หน้าสมาคมนักล่าละ ธาร" นั้นคือ คำถามแรกของเซลที่กำลังทำหน้างุนงงและเต็มไปด้วยคำถามที่ต้องการให้เพื่อนของเขาตอบให้กระจ่าง

     "ก็ไม่ยังไงนะ เซล เราจะเข้าดันเจี้ยนก็ต้องมาหาข้อมูลดันเจี้ยนเพิ่มเติมน่ะสิ ถามแปลกๆนะ นายเนี่ย" ธารตอบแบบสบายๆแต่ก่อนที่จะได้เปิดประตูเข้าสู่อาคารหลักของสมาคมนักล่า เฟยก็ได้วางมือไว้บนไหล่ของเขาพร้อมถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่า

     "สรุป คือ นายมาหาข้อมูลดันเจี้ยนเพิ่มเติมสินะ" ธาราพยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้มก่อนที่เฟยจะปล่อยมือออกจากไหล่ของเขา

     "ส่วนพวกนายก็ไปหาร้านอาหารที่มีห้องส่วนตัวนั่งกินอะไรรอไประหว่างฉันแยกไปซื้อข้อมูลละกัน" ไม่รอให้เพื่อนของเขาทั้งสองได้ตอบ ธาราก็เดินแยกจากพวกเฟยแล้วเปิดประตูเข้าสู่สมาคมนักล่า

     เฟยและเซลที่ถูกคนตรงหน้าลากให้มาด้วยกันแล้วตอนนี้ก็ทิ้งพวกเขาไว้ให้รอเสียดื้อๆก็ต่างมองหน้ากันก่อนจะเดินไปหาร้านอาหารตามคำขอของเพื่อนสนิทอย่างจนใจ

     เมื่อเข้ามาด้านในตัวอาคาร สมาคมนักล่านั้นจะแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ด้านหน้าของธาราโซนแรกนั้นจะเป็นแผนกต้อนรับและลงทะเบียน ภายในส่วนนี้นั้นจะทำเป็นห้องขนาดกลางที่ด้านในเต็มไปด้วยหน้าจอโฮโลแกรมและลิ้นชักเอกสารสำหรับกรอกข้อมูลๆมากมาย ด้านหน้าของห้องจะเป็นเคาน์เตอร์ยาวไปจนติดบันไดขึ้นลงโดยมีพนักงานต้อนรับคอยให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ 
     ส่วนโซนทางขวามือของธารานั้นจะเป็นพื้นที่ในส่วนของบอร์ดรับงานและลงทะเบียนจ้างงานเพื่อหาคนให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ซึ่งยังคงดูชุลมุนเหมือนที่อย่างเขาเคยเห็นในชีวิตครั้งก่อน สำหรับธาราแล้วไม่ว่าจะเห็นกี่ทีก็อดจะทำหน้าหนักใจไม่ได้
     ทางซ้ายมือของเขาเป็นห้องที่ถูกเรียกว่า "แผนกซื้อขายข้อมูลข่าวสารและปรึกษาปัญหา" ใช้พื้นที่ซีกซ้ายทั้งหมดของอาคารสมาคม 
ส่วนทางด้านหลังของแผนกต้อนรับนั้นจะเป็นโซนพักผ่อนและสังสรรค์ของนักล่า ซึ่งกินพื้นที่ด้านหลังของอาคารสมาคมทั้งหมด โดยในโซนนี้จะมีแผนกไว้จัดการกับซากมอนสเตอร์ด้วยเช่นกัน
     ชั้นสองและสามนั้นจะเป็นพื้นที่สำหรับนักล่าและกิลด์ที่ลงทะเบียนเข้าใช้เพื่อความเป็นส่วนตัว

     ธารานั้นไม่รอช้าเดินเข้าโซนซื้อขายข้อมูลพร้อมกับกดหมายเลขคิวหลังจากรอได้ไม่นานก็ถึงคิวของเขา

     เมื่อเขาเปิดประตูห้องเข้าไปสิ่งที่เห็นคือ "สายตาดูถูกดูแคลน" อย่างเห็นได้ชัด

     ทำไม พนักงานซื้อขายถึงมีสายตาดูแคลนแบบนั้นออกมาจะบอกว่า "ไม่ผิด" ก็คงไม่ผิดเนื่องจากนักศึกษาคลาสเบต้านั้นมีแต้มและเงินน้อยเป็นอย่างมาก การที่พนักงานจะทำหน้าแบบนั้นเลยไม่สามารถบอกได้ว่าผิด เนื่องจากพนักงานแผนกนี้นั้นจะได้เงินจากส่วนแบ่งจากข้อมูลข่าวที่ขายให้ลูกค้า แต่สำหรับธาราแล้วนั้นเป็นเรื่องที่ผิดเป็นอย่างมากก็เหมือนการดูถูกคนยากไร้ในสมัยอดีต ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีให้เห็นอยู่ประปรายที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยก็คือ "นักศึกษาเบต้าและอัลฟ่า" ที่ทำให้คนในยุคนี้นั้น ตัดสินผู้มีมานาตามลำดับนั้นจนเสียนิสัย

     ธารานั้นถึงกับหน้ากระตุกด้วยความขุ่นเคืองที่เห็นสายตาแบบนั้นจากพนักงานตรงหน้าของเขา สิ่งที่เขาทำคือ ปิดประตูใส่หน้าเสียงดังพร้อมกับกดให้คะแนนด้านลบกับพนักงานภายในห้องนั้นในเรื่อง "เรื่อง มารยาททางสายตา" ก่อนจะเดินไปกดคิวใหม่อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ทางด้านพนักงานที่โดนธาราให้คะแนนลบนั้น ตอนนี้ต่างสาปแช่งเขาด้วยความเจ็บแค้น

     ธาราทำอย่างนี้อยู่เกือบสามสิบนาที ก่อนที่เขาจะหมดความอดทน คิวล่าสุดของเขาก็มาถึง ธาราเดินเข้าไปในห้องซื้อขายข้อมูลหมายเลขสิบสี่แล้วปิดประตูลง

     ตรงหน้าของเขานั้นเป็นผู้ชายตัวสูงเกือบสองเมตร ใบหน้ายาวคางแหลมสายตาโดนบดบังด้วยแว่นหนาเตอะขนาดใหญ่  หูยาวแหลม 
รูปร่างผอมราวกับไม้เสียบผีในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสวมทับด้วยเสื้อกั๊กสูทสีน้ำเงินเข้มและกางเกงสีเดียวกันที่เป็นชุดเครื่องแบบของพนักงานประจำของสมาคมนักล่า กล่าวให้การต้อนรับอย่างสุภาพและเป็นกันเอง

     "นักศึกษาของสถาบันเวทมนตร์เอจิสสินะครับ  เชิญนั่งก่อนครับ" พร้อมกับผายมือไปทางเก้าอี้ตรงหน้าของพวกเขา ซึ่งธาราก็ไม่
ปฎิเสธมารยาทอันดีของชายตรงหน้าพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ตามคำเชิญของเขา

     "ก่อนอื่น ผมขอแนะนำตัวเองก่อน ผมชื่อ มาร์ติน ดรอสกี้ จะมาให้การช่วยเหลือในสืบค้นและซื้อขายข้อมูลตามที่ทั้งท่านต้องการนะครับ จะให้ผมเรียกคุณลูกค้าว่า คุณ"

     "ธารา เรียกผมว่า ธารา ก็ได้ครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ คุณมาร์ติน" ธารายื่นมือไปจับกับชายตรงหน้าอย่างเป็นมิตร พร้อมกับมองสำรวจชายตรงหน้า สายตาของคนที่ชื่อ "มาร์ติน" นี้ ไม่มีแววตาของความดูถูกกลับกันกับเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นที่ไม่ได้เข้ากับรูปร่างของเขาเลยสักนิดจนธารายังรู้สึกแปลกใจ

     มาร์ตินนั้นเมื่อจับมือเสร็จก็ได้พูดเข้าประเด็นตามหน้าที่ของเขา "ไม่ทราบต้องการจะซื้อขายข้อมูลอะไรเป็นพิเศษครับ คุณธารา"

     "ผมจะมาขอซื้อข้อมูลของดันเจี้ยน "โบรคเค่นซอร์ด" หน่อยน่ะครับ"

     "โบรคเค่นซอร์ดนะครับ ต้องการอะไรบ้างครับ ถ้าข้อมูลที่เปิดเผยอยู่แล้วนั้น สามารถขอได้ที่เคาน์เตอร์บอร์ดนะครับ" มาร์ตินกล่าว

     ธารานั้นเมื่อได้ฟังก็รู้สึกดีกับคนตรงหน้ามากขึ้นแล้วคิดในใจว่า "ในที่สุดก็เจอคนที่ทำงานเป็นสักที ไม่ใช่ไอ้พวกก่อนหน้านี้ ที่พอเห็นเป็นนักเรียนคลาสเบต้าก็ทำสายตาดูถูกดูแคลนออกมาอย่างชัดเจนจนน่าหงุดหงิด แต่กับชายที่ชื่อ "มาร์ติน" ตรงหน้าที่ทั้งใส่ใจลูกค้าแถมยังให้คำแนะนำอีก" นั้นสร้างความประทับใจที่ดีให้กับธาราก่อนจะขอรายละเอียดเพิ่มเติม

     "ผมต้องการแผนที่แบบละเอียดของดันเจี้ยน ข้อมูลของมอนสเตอร์ทั้งหมดเท่าที่มีปรากฎออกมาแล้วสุดท้ายคือ ข้อมูลข่าวลือและข้อสันนิษฐานทั้งหมดของนักวิจัยของดันเจี้ยนโบรคเค่นซอร์ดด้วยครับ ย้ำนะครับ ขอแบบละเอียด"

     มาร์ตินฟังจบก็เปิดแผงควบคุมขึ้นก่อนจะค้นหาข้อมูลให้กับธารา โดยเริ่มจากชนิดมอนสเตอร์ภายในดันเจี้ยนแบบละเอียดทั้งนอกและในหอคอยแล้วเนื่องจากตัวธาราย้ำว่าเป็นข้อมูลอย่างละเอียดในข้อมูลจึงมีทั้งจุดอ่อนพร้อมกับวิธีการรับมือให้อีกด้วย ซึ่งตีเป็นเงินเดลมีราคาถึง 20,000 เดล ส่วนทางด้านแผนที่นั้นเนื่องจากเป็นข้อมูลแผนที่ในระดับเดียวกับนักวิจัยทำให้มีราคาแพงกว่าแผนที่ปกติไปอีกหลายเท่าตัว 
     โดยมีราคาถึง 45,000 เดล ส่วนข้อมูลสุดท้ายนั้นมาร์ตินใช้เวลารวบรวมอยู่เกือบสิบนาทีก่อนจะสามารถเปิดให้ดูเป็นตัวอย่างเบื้องต้น ข้อมูลบางส่วนในข่าวลือนั้นถูกแก้ไขและปรับตามข้อมูลปัจจุบันที่เขาเปิดอ่านระหว่างรอการรวบรวมของคนตรงหน้า

     ธาราสามารถบอกได้เลยว่าคนตรงหน้านั้นมีความเป็นมืออาชีพและการวางตัวที่ดี ดูได้จากความละเอียดของข้อมูลที่เขามองผ่านทางหน้าจอโฮโลแกรมที่ตอนนี้แสดงรายละเอียดต่างๆมากมายเต็มไปหมดพร้อมกับมีข้อมูลสถิติแถมให้กับเขาอีกด้วย

     หลังจากค้นหาข้อมูลทั้งหมดให้ตามที่ลูกค้าของเขาระบุเสร็จ แทนที่เขาจะคิดราคา มาร์ตินนั้นทำสีหน้าลำบากใจออกมาเนื่องจากตัวเลขแสดงราคานั้นเยอะเท่ากับเงินเดือนของเขาสามเดือน แต่ด้วยความที่ตัวของมาร์ตินมีน้องชายทำให้เขานั้นไม่สามารถเอาเปรียบเด็กได้ลงจึงได้ออกความเห็นให้เด็กหนุ่มตรงหน้าคิดใหม่ซะก่อนว่า

     "คุณธารา ผมขอถามให้แน่ใจก่อนนะครับ แน่ใจงั้นเหรอครับที่จะซื้อข้อมูลทั้งหมดนี้น่ะครับ ตามความเห็นของผมแล้วนั้น เงินจำนวนนี้ ซื้อข้อมูลหรือเอกสารอย่างอื่นได้เยอะเป็นอย่างมากเลยนะครับ"

     เมื่อได้ยิน ธาราก็ยิ้มรับคำพูดของมาร์ตินพร้อมถามราคาไปอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร

     มาร์ตินนั้นเป็นคนนิสัยดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ถึงแม้เขาจะไม่ได้รูปหล่ออะไรแต่เขาก็มีครอบครัวที่อบอุ่นและใช้ชีวิตอย่างสุจริตเป็นที่นับหน้าถือตาจากคนรอบข้าง ครอบครัวของเขาไม่ได้ใหญ่โตอะไร มีแค่แม่ ตัวเขาและน้องชายที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเพียงเท่านั้น สำหรับเขานั้นสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า "มีความสุขดี" เนื่องจากได้รับการเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี ทำให้เขาเป็นคนซื่อตรงและรักเด็ก อาจจะเพราะว่าเขตที่เขาอยู่อาศัยนั้นเป็นเขตโบสถ์ที่ค่อนข้างเข้มงวดทำให้ในเขตนั้นมีแต่คนที่ปฏิบัติตัวตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัด

     มาร์ตินนั้นได้เรียนจบสาขาจิตวิทยามาแต่ตัวเขานั้นไม่สามารถทนทำงานในสถานที่อย่างศูนย์ช่วยเหลือฟื้นฟูจิตใจได้ อาจจะเพราะว่าตัวของเขากลัวว่า "ถ้าเขาฝืนทำไปเรื่อยๆจะทำให้สุขภาพจิตของเขาพัง" และแม่ของเขานั้นก็กลัวที่จะเสียที่พึ่งทางใจของเธอไปจึงขอร้องให้เขาเลิกทำงานในศูนย์ช่วยเหลือ ซึ่งเขาก็ตอบรับคำโดยดีและย้ายตัวเองมาสมัครงานกับสมาคมนักล่าแผนกซื้อขายข้อมูลข่าวสารและปรึกษาปัญหา

     หลังจากทำงานมาหลายปีนั้น มาร์ตินที่เดิมมีความรู้ทางจิตวิทยาอยู่แล้วก็เริ่มศึกษาถึงการวางตัวท่าทาง สายตาของคู่สนทนา ซึ่งส่วนมากที่เข้ามานั้นจะมีสายตาราวกับต้องการความช่วยเหลืออย่างเห็นได้ชัด

     แต่กับเด็กชายตรงหน้าของเขานั้นมันช่างแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เขาสามารถบอกได้ด้วยสัญชาตญาน เพราะ นักศึกษาชายตรงหน้าของเขานั้นมีท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจแต่แค่นั้นยังไม่พอ เขายังมีแววตาที่ดูลุ่มลึกราวกับไม่ใช่สายตาของคนหนุ่มแต่เป็นสายตาของชายชราที่มากด้วยประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและแน่วแน่จนเขายังรู้สึกได้

     "เข้าใจแล้วครับ คุณธารา ทั้งหมดเป็นเงิน 76,841 เดล ต้องการจะจ่ายเป็นแต้มนักศึกษาไหมครับ จะได้ส่วนลดอีกนิดหน่อย"

     "ไม่ละครับ ขอจ่ายเป็นเงินเดลเนี่ยแหละครับ" ธาราพยักหน้ารับพร้อมกับยื่นเลคเตอร์ไปเผื่อจ่ายเงินพร้อมกับเปิดหน้าจอโฮโลแกรมของทางสำนักงานอ่านข้อมูลแบบคร่าวๆด้วยความพึงพอใจและยืนยันการซื้อข้อมูลพร้อมขอให้ทำฉบับสำเนาไว้ส่งมอบให้กับเพื่อนของเขาด้วยเช่นกัน

     มาร์ตินก็ได้ส่งข้อมูลให้ทางเลคเตอร์ของธารา ก่อนจะจากกันนั้น ธาราได้พูดขึ้น

          "คุณมาร์ติน ไว้ครั้งหน้า ถ้าผมจะมาซื้อข้อมูลกับคุณอีกผมต้องติดต่อยังไงเหรอครับ"

          มาร์ตินเมื่อได้ยินก็ได้ส่งนามบัตรของเขาให้กับธาราแล้วกล่าวเสริมคำ "ติดต่อตรงเคาน์เตอร์ต้อนรับ พร้อมยื่นนามบัตรของผมให้กับพนักงานต้อนรับครับ ที่เหลือทางระบบของสมาคมจะจัดการให้กับคุณธาราเองครับ"

          ธาราพยักหน้าอย่างเข้าใจและเก็บนามบัตรของมาร์ตินเข้าในข้อมูลติดต่อของเลคเตอร์ของเขาก่อนจะกล่าวแยกตัวออกมา

          ทิ้งให้มาร์ตินที่ตอนนี้ทำสีหน้าอึ้งๆด้วยความตกใจที่ได้รับเงินก้อนโตในครั้งเดียวจากข้อมูลที่ขายให้นักศึกษาคลาสเบต้าแถมเป็นแค่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 หลักสูตรขั้นสูงซะด้วย โดยไม่ได้รู้เลยว่าในอนาคตเขาจะได้ทำงานร่วมกับเด็กหนุ่มตรงหน้าไปอีกนานแสนนาน

          หลังจากที่เดินออกมาจากแผนกซื้อขายข้อมูล ธาราก็ได้กดเลคเตอร์เพื่อส่งข้อความถามถึงที่อยู่ของพวกเซล ซึ่งเฟยและเซลตอนนี้รออยู่ในร้านอาหารใกล้ๆสมาคม เดินออกมาก็จะเห็นร้านอาหารที่มีชื่อว่า "PISTOL" ซึ่งตกแต่งในธีมคาวบอยแบบเต็มรูปแบบจนราวกับหลุดออกมาจากยุคนั้น

          ธาราเดินตรงไปบอกชื่อของเขากับพนักงานร้านก่อนจะมีหุ่นยนต์รูปทรงคล้ายลูกบอลมานำทางเขาไปห้องอาหารที่พวกเฟยและเซลรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเข้ามาธาราก็ได้ส่งข้อมูลให้กับเพื่อนทั้งสองของเขาก่อนจะเริ่มประชุมแผนการกันอย่างออกรสออกชาติ

          ภายในห้องอาหารที่พวกเขาอยู่นั้นเต็มไปด้วยแก้วน้ำและจานอาหารทานเล่นกระจัดกระจายเต็มโต๊ะ พวกเขาใช้เวลาเกือบห้าชั่วโมงในการถกเถียงกันจนได้ข้อสรุปที่พวกเขาลงความเห็นว่าเข้าท่าที่สุด

          ข้อสรุปที่พวกเขาได้ร่วมกัน คือ ดันเจี้ยนโบรคเค่นซอร์ด นั้นมีพื้นที่กว้างขวางเป็นอย่างมาก พวกเขาได้คำนวณระยะทางและความเร็วในการวิ่งตามที่พวกเขาทำได้ ซึ่งนับตั้งแต่เข้าดันเจี้ยนไปจนถึงหอคอยนั้นตีเป็นเวลาประมาณสิบถึงสิบห้านาที โดยไม่หยุดเพื่อต่อสู้แม้แต่น้อย 
          ซึ่งถือเป็นเวลาที่ค่อนข้างเร็วเป็นอย่างมาก ถ้านักล่าสายความเร็วระดับ C มาได้ยินการคำนวณของพวกเขาคงจะหัวเราะออกมาด้วยความดูถูกเนื่องจากความหลงตัวเองของพวกเขา 
          ส่วนทางด้านมอนสเตอร์ภายในดันเจี้ยนนั้นมีข้อมูลที่ไม่รู้เพิ่มขึ้นมาจากข้อมูลหลักอยู่ไม่กี่ชนิดแล้วยังมีข้อมูลสมุนไพร ซึ่งเท่าที่อ่านแล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่นักออกไปทางไร้ประโยชน์เสียด้วยซ้ำ เพราะ สมุนไพรที่บอกข้อมูลมาทั้งหมดนั้นมีที่ใช้ได้จริงแค่อย่างเดียวแถมยังโดนถอนรากถอนโคนไปจนหมดเกลี้ยง 
          สุดท้ายก็ข่าวลือและข้อสันนิษฐานอื่นๆอีกมากมายแต่ส่วนมากนั้นตีไปในทางเดียวกันโดยแบ่งออกเป็นสามอย่าง คือ
          1. มอนสเตอร์ มอนสเตอร์รูปแบบสัตว์เยอะกว่าปกติเป็นอย่างมาก จึงได้สันนิษฐานไปทางเกี่ยวกับศาสนาซะเยอะ เนื่องจากสัตว์ส่วนมากในดันเจี้ยนนี้นั้นล้วนแต่เป็นสัตว์บูชายันตามตำนานเก่าแก่ ทั้งแกะ แพะ กวาง ไก่ และงู
          2. ทางลับ พื้นที่มีขนาดใหญ่และค่อนข้างกว้างแล้วถึงแม้หอคอยจะได้รับการสำรวจไปถึงชั้นสูงสุดแต่ด้านบนกลับไม่มีอะไรเป็นพิเศษราวกับว่ามีเส้นทางที่นักวิจัยและนักล่ายังหาไม่เจออีก
          3. อักขระโบราณ ภายในดันเจี้ยนนี้ มีศิลาที่ถูกค้นพบว่าเป็นตัวอักษรรูนอยู่กระจัดกระจายเต็มไปหมด จึงมีนักวิจัยบางคนให้ความสนใจในส่วนของอักษรรูนเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันถูกตีความออกมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับเวทอัญเชิญพิเศษ

          สำหรับพวกธาราแล้ว ข้อมูลที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด คือ ทางลับ พวกเขาระดมสมองกันคิดอย่างหนักจนได้เป็นพื้นที่สามเขต คือ 
1. ทิศใต้ของหอคอย 2. ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหอคอยที่เป็นเขตเหวทะเลทราย และสุดท้าย 3. ห้องชั้นบนสุดของหอคอย

          หลังจากการประชุม ธาราก็เดินไปจ่ายบิลค่าอาหารทั้งหมดโดยลดลงจากสิทธิ์นักศึกษาแล้วจะเหลือ "7,841 เดล "

          ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางเพื่อไปติดต่อขอเช่ายืมอุปกรณ์และซื้ออุปกรณ์สำหรับใช้ในดันเจี้ยน

          โดยพวกเขาได้เดินทางจากสถานีของสมาคมนักล่าไปสถานีถัดไปที่มีชื่อเรียกว่า "เขตตลาดกลาง" 

          เมื่อมาถึงสิ่งที่ได้เห็นคือ อาคารร้านค้าเต็มทั้งสองข้างทาง โดยมีร้านค้าต่างๆเต็มไปหมด ทั้งร้านอาหาร ร้านขายอุปกรณ์เวทมนตร์แบบบ้านของธารา ร้านขายอาวุธเวทมนตร์ ร้านกาแฟ ร้านขายอุปกรณ์การเรียน ร้านขายวัตถุดิบทำอาหาร ตลาดของสด และอื่นๆ โดยมีทางเดินเป็นเส้นตรงตลอดเส้นทาง ทำให้ง่ายต่อการเดิน หลังจากเริ่มเดินทางตามถนนมาได้ไม่นานมากหนัก พวกเขาทั้งสามก็ได้มาหยุดอยู่หน้าอาคารขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กที่มีชื่อว่า "ร้านสตาร์จิส" บนประตูมีป้ายเขียนไว้ว่า "เฉพาะนักศึกษาสถาบันเวทมนตร์เอจิสเข้าได้"

          ธาราได้หยิบเลคเตอร์ออกมาเพื่อใช้ในการเปิดประตูร้านค้า

          เมื่อเข้ามาในอาคาร ตรงหน้าของพวกเขา คือ สิ่งของต่างๆมากมาย ทั้งน้ำยา หินธาตุ และอาวุธเวทมนตร์เต็มไปหมด ภายในร้านมีเอไอไว้เพื่อใช้ในการช่วยเหลือในการค้นหาสิ่งของต่างๆ

          ธาราเดินไปที่เคาน์เตอร์ร้านพร้อมกดกริ่งเพื่อเรียกพนักงานคุมร้านที่พวกเขานั้นรู้จักเป็นอย่างดี

          คนที่ออกมานั้นเป็นชายแก่อายุประมาณห้าถึงหกสิบปี ดวงตาแจ่มใสแต่มีใบหน้าน่ากลัวเนื่องจากเจ้าของร้านนั้นไว้หนวดเครายาวประกอบกับใบหน้าคมเข้มทำให้ดูเป็นคนดุกว่าที่เห็นแม้ความจริงแล้วเป็นคนใจดีมาก ร่างกายบึกบึนราวกับนักกล้ามในชุดเสื้อกล้ามสีขาวสวมทับด้วยเอี้ยมหนังหยาบสีน้ำตาลเข้ม มีชื่อว่า "ราล์ฟ กลูเธอร์" 
          ซึ่งทั้งสามคนนั้นรู้จักชายแก่ตรงหน้าเป็นอย่างดีเนื่องจากพวกเขาเช่ายืมสิ่งของประกอบการทดลองเวทมนตร์เป็นจำนวนมากมาตั้งแต่สมัยเรียนขั้นต้น เรียกได้ว่าเป็นลูกค้าประจำของร้านที่มาเช่ายืมของด้วยเงินเดลอยู่เป็นนิจจนชายแก่จำหน้าตาของพวกเขาได้

          ธาราที่เห็นชายแก่ก็กล่าวทักทายไปตามมารยาท "สวัสดีครับ ลุงราล์ฟ ผมมาขอเช่ายืมอุปกรณ์และซื้อของครับ"

          ราล์ฟเมื่อเห็นทั้งสามก็คนยิ้มด้วยสีหน้าเป็นกันเองทักทายทั้งสามพร้อมกล่าวเข้าเรื่องว่า "ต้องการอะไรบ้างละครั้งนี้ เจ้าหนูธาร"

          "ผมต้องการเช่าหน้าไม้สำหรับล่าสัตว์สามอันครับ ส่วนลูกศรขอเป็นหัวเหล็กทั้งหมดเก้าร้อยดอกแล้วก็อุปกรณ์สำหรับตั้งแคมป์สำหรับสามคนด้วยครับ ถ้าให้ดีขอแบบมีถุงนอน ที่จุดไฟ กระทะทำอาหาร หม้อแบบพกพา ด้วยนะครับ แพงหน่อยก็ได้ครับ"

          ราล์ฟที่เห็นรายการก็ถามกลับมา "ลูกศรจะให้แบ่งยังไงละ กระบอกละกี่ดอก" พร้อมกับยื่นหน้าจอโฮโลแกรมที่ตอนนี้โชว์เกี่ยวกับกระบอกใส่ลูกศรให้ธาราพร้อมบอกน้ำหนักบรรจุโดยรวมพร้อมลูกศร 

          ธารานั้นก็ได้เลือกกระบอกขนาดสามร้อยดอกทั้งหมดสามอันและขอคำแนะนำเกี่ยวกับอุปกรณ์ตั้งแคมป์

          ราล์ฟเมื่อได้ยินก็ได้ให้คำแนะนำพร้อมเสริมข้อมูล "ถ้าเต็นท์นั้นเอาขนาดใหญ่สำหรับห้าคนไปเลย น่าจะดีกว่านะ ถ้าจะพกของขนาดนี้ ลุงแนะนำให้เช่ายืมเมจิคแบ็คขนาดกลางด้วยก็ดีนะ จะได้สะดวกต่อการเดินทางหน่อย"

          ธาราที่ได้ยินก็พยักหน้ารับพร้อมขอให้ราล์ฟลิสต์ของสำหรับเดินทางเข้าดันเจี้ยนให้พวกเขาแล้วถามเพื่อความแน่ใจเกี่ยวกับของภายในร้านว่ามีตามที่เขาต้องการไหม 

          "ลุงราล์ฟครับ ภายในร้านของลุงมีวัตถุดิบตามนี้ไหมครับ" พร้อมกับยื่นกระดาษที่ลิสต์รายชื่อของที่เขาต้องการ  โดยในกระดาษประกอบด้วยชื่อของสมุนไพรดังนี้ 1. หญ้าหิมะม่วง 2. ใบลิ้นงู และ 3. ดอกกล้วยไม้แสงจันทร์ อย่างละกำ และอีกอย่างคือ น้ำยาทำละลายที่มีชื่อว่า 
"กรดหิมะ" ทั้งหมดหนึ่งขวดหมึก

          ราล์ฟรับกระดาษรายชื่อของวัตถุดิบจากธารามาดูก่อนจะสั่งให้เอไอหุ่นยนต์ผู้ช่วยของเขาค้นหาของตามรายชื่อก่อนจะติ๊กรายชื่อสิ่งของที่ธาราสั่งเพื่อยืนยันความถูกต้องและตรวจเช็คจำนวนสิ่งของว่าถูกต้องตามจำนวนที่ต้องการไหม โดยระหว่างที่รอเอไอของเขาไปหยิบวัตถุตามรายชื่อก็ได้ถามคำถามกับพวกธาราว่า

          "เอาของไปขนาดนี้ พวกเธอ จะไปลงดันเจี้ยนกันงั้นเหรอ"

          ธาราก็กล่าวตอบพร้อมกับขอส่วนลดเสียดื้อๆชนิดที่ชายแก่ตรงหน้ารู้สึกคันเท้าอย่างช่วยไม่ได้ "ตามนั้นละครับ ว่าแต่ลุงช่วยลดให้พวกผมหน่อยสิครับ พวกผมก็แค่คลาสเบต้าจนๆเอง" ส่วนทางด้านเฟยและเซลที่ได้ยินคำพูดนี้ของเพื่อนของเขาก็อยากจะพูดออกมาดังๆว่า "ตอแหล" แต่ก็ได้แค่คิดในใจเท่านั้น

          ราล์ฟก็ได้แต่ยิ้มอ่อนพร้อมส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจกับเด็กชายตรงหน้าที่สรรหาคำพูดออกมาพูดคุยโต้ตอบกับคนแก่อย่างเขาได้ทุกครั้งที่แวะมาร้านไม่ได้

          "เฮ้อ ลุงลดให้ก็ได้แต่แค่นิดเดียวนะ เห็นว่าพึ่งเลื่อนชั้นปี แต่แค่ครั้งนี้นะ หลังจากนี้ก็ราคาปกตินะ เจ้าหนู"

          ธารายิ้มกว้างด้วยความดีใจพร้อมกล่าวขอบคุณชายแก่ตรงหน้าไปหลายคำ

          ผ่านไปสิบกว่านาที เอไอของร้านก็ได้รวบรวมของตามลิสต์ในกระดาษทั้งหมดเสร็จสิ้น พร้อมหอใส่ถุงส่งให้ราล์ฟตรวจเช็ค

          ราล์ฟที่ตรวจเช็คสิ่งของทั้งหมดเสร็จสิ้นก็ได้คิดราคาออกมาเป็นแต้มทั้งหมด "ทั้งหมดเป็น 20,958 แต้ม ว่าแต่แกมีจ่ายไหมเนี่ย เจ้าหนู หรือจะติดไว้ก่อนพร้อมกับผ่อนด้วยเงินเดลแบบทุกที" ชายแก่ไม่พูดเปล่าได้ยื่นถุงสิ่งของให้กับธารา

          "ไม่ละครับ ครั้งนี้ ผมจ่ายเลยดีกว่า พอดีได้จากการประลองง่ายๆมาเยอะน่ะครับ ลุง" ธารารับถุงสิ่งของจากมือของราล์ฟพร้อมกับจ่ายค่าสินค้าทั้งหมดที่ซื้อด้วยเลคเตอร์ เมื่อจ่ายค่าสินค้าเสร็จตัวเอไอของร้านก็ได้แสดงหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าของธาราเพื่อให้ธารากำหนดวันและสถานที่รับสิ่งของที่เหลือ ซึ่งธารากำหนดเป็นอีกสามวันต่อมา ส่วนที่อยู่เป็นบ้านของเขาเนื่องจากง่ายต่อการเตรียมการต่างๆ

          หลังจากที่ซื้อทุกอย่างเสร็จสิ้น พวกเขาก็ได้บอกลาลุงราล์ฟเพื่อเดินทางกลับบ้านไปพักผ่อน

          เมื่อถึงสถานี พวกเขาก็ได้บอกลากันก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 844 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #626 ฮันนาห์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 10:32
    ทำถูกใจแม่มากเลยลูก ดูถูกนักใช่ไกมคนข่ายข่าวเปิดประตูใส่แม่ม ชอบความมั่นของลูกชายที่รอจนกว่าจะเจอคนขายข่าวที่มีมารยาท 😀😀😀
    #626
    0
  2. #247 Fikusa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 20:23
    เตรียมของลงดันเรียบร้อย
    #247
    0
  3. #81 ADSAASA (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 21:14
    ขอบคุนคับ
    #81
    0