Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 7 : เป้าหมายของความพยายาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,919
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 870 ครั้ง
    13 ธ.ค. 62

          วันพฤหัสบดีที่ 12 เดือน มีนาคม ปี ค.ศ. 2655 เวลา 07.41 น.
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

          วันต่อมา ณ ภายในห้องสมุด สถาบันเวทมนตร์เอจิส มีสามเกลอนั่งล้อมโต๊ะพูดคุยกันอยู่ในห้องศึกษาส่วนบุคคล

          "สรุปว่า นายได้เงิน 350,000 เดล จากอาจารย์คอปเปอร์พร้อมกับแต้มอีก 50,000 แต้ม เป็นค่าปิดปากจากทางสถาบันงั้นเหรอ ธาร" 
เซลสรุปความตามที่เพื่อนของเขาพูดให้พวกเขาฟัง

          ธาราพยักหน้าพร้อมตอบกลับด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีชนิดที่ทั้งสองคนรู้สึกได้ "แม่น และฉันจะเอามาใช้ทำให้พวกนายกลายเป็นนักเวทย์ฝึกหัดภายในสองสัปดาห์นับจากวันนี้เป็นต้นไป"  

          เฟยที่ได้ยินถึงกับเด้งตัวขึ้นมาจากเก้าอี้โวยวายด้วยความตกใจ "เฮ้ย จะบ้าเหรอฟะ ธาร ฉันระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นต้นเองนะเว้ย"

          เซลก็กล่าวเสริมเฟยไปว่า "ส่วนฉันก็แค่ผู้ใช้เวทย์ขั้นกลางเองนะ จะเลื่อนระดับจากตอนนี้ไปเป็นนักเวทย์ฝึกหัดขั้นต้นแถมภายในสองสัปดาห์อีก ฉันว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยนะ ธาร"

          ธารายกมือขึ้นเพื่อหยุดเพื่อนของเขาพูดก่อนจะกล่าวชี้แจงเหตุผลให้ฟัง "ทำได้อยู่แล้ว แถมไม่ได้ยากอย่างที่คิดด้วยเนื่องจากพวกเรามีแต้มกับเงินมากขนาดนี้ในการฝึก"

          เฟยและเซลต่างก็ยิ้มอ่อนรับคำของเพื่อนสนิทของเขาก่อนที่เฟยจะถามกลับมาว่า "แล้วทำไมต้องสองสัปดาห์ละ มันมีอะไรเป็นพิเศษหรือป่าววะ ธาร"

          ธารานั้นก็ได้ดึงเอา "เลคเตอร์" ออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเขาพร้อมกับเปิดข้อมูลของดันเจี้ยนหนึ่งให้เพื่อนทั้งสองของเขาดู

          เลคเตอร์นั้นถ้าให้เปรียบเทียบก็คงเหมือนบัตรประชาชนในยุคสมัยนี้ เป็นของที่ทุกคนต้องมีเพื่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งใช้จ่ายและยังเพื่อการยืนยันตัวตน มีคุณสมบัติในการใช้งานเสมือนมือถือที่สามารถติดต่อสื่อสารกับคนที่ต้องการได้ตามเลขทะเบียนของบุคคลนั้นๆและยังใช้ในการค้นคว้าหาข้อมูลตามความต้องการเหมือนกับสมาร์ทโฟนในสมัยอดีตนั้นเอง

          ข้อมูลที่โชว์ขึ้นมาจากเลคเตอร์ของธารา คือ ข้อมูลของดันเจี้ยนระดับ D- ที่มีชื่อว่า "โบรคเค่นซอร์ด" ที่มีจุดเด่น คือ ภายในมิตินั้นพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นป่าขนาดใหญ่เท่าที่ข้อมูลทางการบอกมาต้นไม้ภายในป่านั้นใหญ่ถึงยี่สิบเมตรหลังจากหลุดออกมาจากป่าจะเจอกับหอคอยที่ดูเก่าแก่คาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่าหมื่นปีที่ดูเหมือนจะถล่มได้ทุกเมื่อขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายดาบปักลงพื้นตามชื่อของดันเจี้ยน ส่วนมอนสเตอร์ภายในดันเจี้ยนเขตป่านั้นจะมีแพะเขาดาบ กวางขนเสือ และหมูป่าโลหิต ส่วนด้านในหอคอยนั้นไม่มีข้อมูลระบุอย่างชัดเจนเนื่องจากข้อมูลในส่วนนี้นั้นถือเป็นข้อมูลสำหรับนักล่าเนื่องจากระดับของหอคอยนั้นมีมอนสเตอร์ระดับ D+ เป็นอย่างต่ำ

          "โบรคเค่นซอร์ด มันมีอะไรเป็นพิเศษเหรอ ธาร" เซลที่อ่านข้อมูลเสร็จก็ได้ถามคำถามกับธาราอย่างตรงไปตรงมา

          ธาราก็ได้เลื่อนหน้าจอของเลคเตอร์ไปอีกหน้าหนึ่ง ปรากฎเป็นข้อมูลของการเปิดให้เข้าดันเจี้ยนได้อย่างอิสระ นั้นทำให้ทั้งสองเข้าใจได้ทันทีว่าเพื่อนของเขาต้องการจะทำอะไรกันแน่

          "นายต้องการจะเข้าไปในดันเจี้ยนโบรคเค่นซอร์ดสินะ" เมื่อได้รับรู้ถึงเหตุผลของเพื่อนเขา เฟยพูดเสียงอ่อนออกมา

          "แต่จะไหวเหรอ ระดับพวกฉันตอนนี้" เซลบ่นออกมาด้วยสีหน้าเป็นกังวล

          ธารายิ้มอย่างมั่นใจพร้อมกับทำท่าชี้นิ้วโป้งเข้าหาตัวเองแล้วพูดว่า "พวกนายไม่ต้องกังวลหรอกน่า มีฉันที่อยู่ระดับนักเวทย์ฝึกหัดขั้นปลายซะอย่าง"

          ทั้งสองคนที่ตอนแรกมีสีหน้ากังวลนั้นถึงหน้ากระตุกแล้วเปลี่ยนเป็นสีหน้าแสดงถึงความตกใจแบบเห็นได้ชัด

          "ดะ ได้ไงฟะ นายเลื่อนระดับเป็นนักเวทย์ฝึกหัดขั้นปลายได้ยังไงวะ ตอนเปิดเทอมยังเป็นขั้นกลางอยู่เลย" เฟยอย่างตะกุกตะกักด้วยความตกใจ

          เซลที่เดิมเป็นคนหัวไวก็ถามกลับธาราอย่างใจเย็นว่า "หรือว่า ตั้งแต่ห้องฝึกเมื่อวาน"

          ธาราพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มสบายๆเพื่อให้ทั้งสองคนใจเย็นลงพร้อมกับพูดช้าๆให้ได้ยินชัดเจน

          "ตามนั้นละ เมื่อวานตอนพวกนายฝึก ฉันก็เลื่อนระดับพลังเป็นนักเวทย์ฝึกหัดขั้นปลายแล้ว เพราะฉะนั้น" 

          ทั้งสองก็ได้ทวนคำเนื่องจากคนตรงหน้าไม่ยอมพูดต่อ "เพราะฉะนั้น"

          "พวกเราจะมาฝึกพิเศษกัน เริ่มตั้งแต่วันนี้จนมากว่าจะผ่านเกณฑ์ที่ฉันกำหนด"

          เฟยที่ได้ยินก็ร้องออกมาด้วยความตระหนกว่า "เฮ้ย ไม่ดีมั้ง ฝึกสองสัปดาห์เนี่ยนะ นั้นใช้แต้มเท่าไหร่วะนั้น"

          "วันละ 8,000 แต้ม สองสัปดาห์ก็ประมาณ 112,000 แต้ม ถ้ารวมค่ายาลดความเหนื่อยล้าขวดละประมาณ 5,000 เดลตกวันละสามขวด
ก็ตีเป็นเงิน 15,000 เดล ถ้าตีไปสองสัปดาห์ก็เกือบ 200,000 เดล ถ้าโชคดีพวกนายฝึกจบเร็วก็ลดไปตามวัน" ธาราคำนวณให้ฟังอย่างสบายๆ

          เซลถึงกับตัวสั่นไปด้วยความตกใจพร้อมกับทำท่าเช็ดแว่นทั้งที่แว่นไม่ได้มัวหรือเลอะอะไรพร้อมพูดเสียงสั่น "นั้นเยอะมากเลยนะ ธาร"

          "นั้นไม่ใช่ปัญหาเลย เพื่อนรัก ตอนนี้ ฉันรวย" ธาราหยิบเลคเตอร์ขึ้นมาพร้อมโชว์ยอดเงินในบัญชีให้ทั้งสองคนดูด้วยรอยยิ้มกว้าง

          หลังจากใจเย็นลง เซลก็ได้ถามเพื่อความมั่นใจกับเพื่อนสนิทของเขาที่ยอมลงทุนขนาดนี้เพื่อพวกเขา  "เอาจริงสินะ เรื่องนี้น่ะ ธาร"

          "แน่นอนสิ พวก ไม่งั้นไม่ให้นายดูข้อมูลพวกนี้หรอกและจะทำให้ได้ด้วย" น้ำเสียงในขณะพูดของธารานั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจและเชื่อมั่นจนสหายทั้งสองของเขานั้นต่างก็ยิ้มอ่อนออกมาให้กันและกันอย่างช่วยไม่ได้

          เฟยยิ้มร่าเริงพร้อมกับชกหมัดเเข้าฝ่ามือเพื่อปลุกขวัญกำลังใจให้ตัวเอง "เอาก็เอาวะ สัญญากับแกไว้ด้วยว่าจะฝึกตามที่แกบอกนี่นะ"

          "งั้นเรามาประชุมแผนการกันเลยดีกว่า" ไม่พูดเปล่า ธาราก็ให้ทั้งสองหยิบเลคเตอร์ของตัวเองขึ้นมาจดตารางการฝึกประจำวัน

          ช่วงเช้าก่อนเข้าเรียนของทุกวันจะเป็นการออกกำลังกายแบบเบาๆ วิ่งเหยาะๆสามกิโลเมตรและวิ่งเต็มแรงโดยไม่พักอีกหนึ่งกิโลเมตร  
วิดพื้นสามสิบครั้ง สควอดสามสิบครั้ง ยกดัมเบลน้ำหนักสิบห้ากิโลขึ้นลงยี่สิบครั้ง แน่นอนว่าธาราจะออกเงินซื้อดัมเบลให้ทั้งสองคน 
ซึ่งก็ไม่ได้แพงอะไรเลยเนื่องจากอุปกรณ์ออกกำลังกายในยุคนี้นั้นมีราคาถูกเนื่องจากนับเป็นสิ่งของที่มีความจำเป็นและรัฐบาลให้การส่งเสริมจึงสามารถซื้อของแบบนี้ได้ในราคาถูกยังไม่นับสิทธิ์พิเศษของนักศึกษาเวทมนตร์ที่ทำให้ของต่างๆถูกลงมาหนึ่งในสี่จากราคาเต็มด้วยแล้ว ทำให้สามารถซื้อเซ็ตดัมเบลน้ำหนักตั้งแต่สิบกิโลไปจนถึงสามสิบกิโลสำหรับสามคนในราคาไม่ถึงหนึ่งหมื่นเดลได้นั้นเอง

          ทั้งสองคนที่จดตารางฝึกช่วงเช้านั้นถึงกับทำหน้าบอกบุญไม่รับออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็โดนคำพูดของธาราดักไว้ก่อนว่า

          "พวกเราฝึกด้วยกันหมดนั้นละ ฉันจะซื้อของสำหรับฝึกแล้วให้ส่งไปที่บ้านพวกนายภายในวันนี้เลย แล้วพวกเราจะเริ่มตารางฝึกตั้งแต่
พรุ่งนี้ เพราะฉะนั้นเตรียมใจไว้ได้เลย ว่าตลอดสองอาทิตย์นี้เหนื่อยสายตัวแทบขาดแน่นอน"

          พวกเขาได้แต่พยักหน้าอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักแต่สัญญาย่อมเป็นสัญญาที่สำคัญคือ พวกเขาฝึกด้วยกันทั้งหมด

          ต่อมาตารางฝึกช่วงบ่ายจนถึงดึกนั้น ธาราวางแผนให้เป็นการฝึกการร่ายเวทย์และตอนเย็นก็เป็นการออกกำลังกายเบาๆโดยลดลงจากตอนเช้าเหลือเพียงหนึ่งส่วนสามแล้วตัดวิ่งเต็มแรงออกไป ส่วนวันหยุดนั้น ตอนช่วงเช้าจะเพิ่มฟรีรั่นนิ่งเข้ามา ซึ่งทั้งสองก็พยักหน้าเข้าใจ

          "ส่วนการฝึกเวทมนตร์นั้น พวกนายสองคนจะฝึกตามที่ฉันกำหนดในแต่ละวัน ส่วนฉันจะไปเลือกซื้อเวทโจมตีระดับ D ตามธาตุที่พวกนายถนัดมาให้ เพราะฉะนั้น วันนี้จะมีการวัดระดับพลังธาตุของพวกนายแบบละเอียด แน่นอนรวมฉันด้วย"

          "ถ้าการฝึกไม่ผิดแผนมากนัก พวกนายน่าจะไปอยู่ผู้ใช้เวทย์ขั้นปลายพร้อมเลื่อนระดับเป็นนักเวทย์ฝึกหัดในวันที่สิบไม่ก็สิบเอ็ดของการฝึก เพราะวันนี้ เฟย นายต้องเลื่อนระดับเป็นขั้นกลางให้ได้"

          เฟยที่ได้ยินถึงกับสำลักอากาศจากเรื่องที่ได้รับรู้โดยไม่ทันตั้งตัวของคนตรงหน้า

          "แค่กๆ นายบอกให้ฉันเลื่อนขั้นเป็นขั้นกลางภายในวันนี้เนี่ยนะ เอาจริงดิ"

          ธารายิ้มกว้างพร้อมกับเอามือจับไปที่ไหล่ซ้ายของเฟยแล้วพูดคำพูดที่ทำให้พวกเขาสองคนถึงกับหนาวไปถึงสันหลังว่า

          "แน่นอนสิ พวก เพราะฉันจะทำให้นายทำได้อย่างแน่นอนเลยละ"

          ตอนนี้ สิ่งที่ทั้งสองเห็นนั้นคือ เพื่อนสนิทของพวกเรากำลังยิ้มกว้างออกมาอย่างชั่วร้ายและดำมืดจนทั้งสองอดกลืนน้ำลายไม่ได้

          ก่อนที่ธาราจะได้พูดต่อก็มีเสียงกระดิ่งแจ้งเตือนเวลาเข้าเรียนดังขึ้น สำหรับเฟยและเซลที่ได้ยินนั้นเสียงของมันช่างไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งจากสวรรค์ก็ไม่ปาน

          ทั้งสองคนพร้อมใจกันลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วลากเพื่อนของพวกเขาไปเข้าห้องเรียนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม โดยมีธาราที่ตอนนี้กำลังทำสีหน้า
เบื่อหน่ายออกมาอย่างเห็นชัด ซึ่งโดนพวกเขาลากไปเข้าเรียน

          พวกเขาทั้งสองก็ได้แต่ภาวนาในใจว่า "ไอ้รอยยิ้มนั้น แมร่งสยองชิบเป๋ง หวังว่าหมอนั้นจะไม่ใจโฉดเหมือนรอยยิ้มเมื่อกี้นะ ไม่งั้นละก็แค่คิดก็สยองแล้ว" 

          แต่คำอธิษฐานของพวกเขานั้นไม่มีทางเป็นจริงไปได้ ช่วงเย็นของวันนี้ พวกเขาก็ได้เริ่มฝึกฝนเวทมนตร์ตั้งแต่พื้นฐานใหม่ทั้งหมดพร้อมกับเฟยที่เลื่อนขั้นเป็นผู้ใช้เวทย์ขั้นกลางตามการลั่นวาจาของเพื่อนรักของพวกเขาด้วยสภาพอิดโรยกันทั้งสองคน

          วันแรกนั้น ธาราได้สอนเกี่ยวกับการร่ายแบบย่อ ไร้ร่ายที่เป็นความถนัดของเขาอย่างละเอียดจนทั้งสองคนสามารถทำมันได้กับบอลมานา ซึ่งต้องขอบคุณหลักสูตรสามชั่วโมงเมื่อวานทำให้การฝึกไร้ร่ายของพวกเขาง่ายขึ้นอย่างมาก ส่วนย่อเวทนั้นหลังจากที่ใช้เวลาไปหกชั่วโมงก็สามารถทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ ธาราได้บอกเกี่ยวกับกลไกเพิ่มเติมให้พวกเขาด้วย

          ซึ่งทำให้ทั้งสองคนได้รู้ว่าเพื่อนของพวกเขานั้นไม่ต่างอะไรกับห้องสมุดเวทมนตร์เลยแม้แต่น้อย ทั้งความรู้และความสามารถในการใช้เวทย์ที่ราวกับหลุดมาจากหนังสืออ้างอิงแถมยังอธิบายทุกอย่างได้ชัดเจนชนิดที่แค่คิดตามก็สามารถทำได้ แม้พวกเขาจะเหนื่อยแต่เมื่อมองไปที่เพื่อนของพวกเขา พวกเขาสองคนก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่า "พวกฉันต้องพยายามตอบรับความคาดหวังของเขาให้ได้" 

          เมื่อแยกย้ายกันกลับบ้าน สิ่งแรกที่พวกเขาทั้งสองคนได้เห็นภายในห้องนอนของพวกเขาคือ "เครื่องยกน้ำหนักที่มีออฟชั่นเสริมจำนวนหนึ่งและดัมเบลหลายขนาดตั้งแต่สิบกิโลไปจนถึงห้าสิบกิโล" ซึ่งถ้าตีราคาตามบิลที่พวกเขาได้จะถูกตีเป็นเงินถึงสองหมื่นเดล สร้างความตกใจให้กับพวกเขาทั้งสองบ้านเป็นอย่างมาก แต่พวกเขาสองคนก็ได้แต่ทำตามโปรแกรมฝึกของธาราแล้วทิ้งตัวลงนอนเพื่อรับวันใหม่

          วันที่สองของการฝึก พวกเขาได้ตื่นขึ้นในเวลาตีห้าเพื่อออกมาวิ่งและออกกำลังกายตามเมนูการฝึก แน่นอนว่าทั้งสองคนต่างมีสีหน้าเหน็ดเหนื่อยออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ต้องอดทน ระหว่างออกกำลัง ธาราได้ให้แนะนำพวกเขาว่า "ควรจะปรับเปลี่ยนวิธีการหายใจให้ถูกหลักและควรหายใจให้ลึกขึ้น" ซึ่งมันช่วยให้พวกเขาออกกำลังกายได้จนจบ ส่วนทางด้านธารานั้นเหงื่อออกท่วมตัวแต่สภาพโดยรวมไม่ได้ดูแย่เท่ากับพวกเขาสองคน ก่อนจะแยกย้ายกันไปอาบน้ำเพื่อเข้าเรียนด้วยสภาพหมดแรง พวกเขาสองคนหลับคาห้องเรียนชนิดที่ธาราปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่นจนตัวของธาราเลิกที่จะปลุกแล้วปล่อยให้พักไปพร้อมจดโน๊ตเผื่อพวกเขา
          ช่วงบ่ายของวันที่สอง เฟยและเซลได้เรียนเรื่อง "การหายใจและเวทมนตร์" เป็นวิชาที่แปลกที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเรียนมา เพราะว่ามันคือ การปรับลมหายใจให้เขากับร่างกายและใช้มานาในการช่วยส่งเสริมร่างกายให้แข็งแรงมากขึ้น เวทที่พวกเขาได้รู้เพิ่มในวันนี้ คือ เวทเสริมพลังแบบละเอียด

          วันที่สามของการฝึก เนื่องจากเป็นวันหยุดบวกกับทักษะใหม่ที่ได้เรียนมาทำให้ออกกำลังกายได้ง่ายขึ้นมานิดหน่อยจากผลการของฝึกการหายใจและเวทมนตร์ ทำให้พวกเขาเหนื่อยน้อยลงเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นก็เริ่มการฝึกฟรีรันนิ่งแบบง่ายๆที่จะทำเฉพาะวันหยุด
          ช่วงบ่ายของวันที่สามนั้นเป็นการฝึกควบคุมมานาแบบง่ายๆ โดยธาราสร้างเส้นทางขึ้นมาเพื่อให้พวกเขาฝึกควบคุมบอลมานาไปตามทิศทางที่กำหนดไม่ให้หลุดออกจากเส้นทางและห้ามเสียรูป ซึ่งกว่าพวกเขาจะทำได้ก็ล่อซะหอบกินกันเลย

           วันที่สี่ของการฝึก ธาราได้เพิ่มรอบของการออกกำลังจากสามสิบครั้งเป็นห้าสิบครั้งและจากสามกิโลเมตรเป็นห้ากิโลเมตร ส่วนวิ่งเต็มแรงนั้นเพิ่มมาเป็นสองกิโลเมตร ก่อนจะบอกให้พวกเขาสองคนเพิ่มน้ำหนักดัมเบลเป็นยี่สิบกิโลและยกเพิ่มขึ้นมาอีกสิบรอบเป็นสามสิบรอบ
          ช่วงบ่ายของวันที่สี่นั้นเป็นการฝึกเสริมพลังเพื่อลดอาการเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนักของกล้ามเนื้อ ธาราพูดเสริมไปอีกว่า "ทักษะนี้นั้น ถ้าใช้ดีๆมันจะช่วยคลายความเหนื่อยล้าได้อีกด้วย ซึ่งมันก็ช่วยพวกเขาได้เป็นอย่างมากจริงๆ

          วันที่ห้าของการฝึก วันนี้พวกขาสองคนรู้สึกเจ็บไปทั้งร่างราวกับกล้ามเนื้อทั้งร่างส่งเสียงกรีดร้องออกมา ซึ่งธาราคาดเดาไว้แล้วจึงได้ให้ยามาเพื่อรักษาอาการเจ็บกล้ามเนื้อพร้อมกับสอนเกี่ยวกับการเดินพลังมานาไปทั่วร่างที่เหมือนกับหลุดออกมาจากหนังแนวกำลังภายในว่า 
"พวกนายต้องฝึกใช้มันจนชินซะแล้วทำให้ธรรมชาติด้วย" ซึ่งพวกเขาสองคนอยากจะตะโกนบอกว่า "ยากไปโว้ย" แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา 
          เพราะช่วงบ่ายของวันนี้ พวกเขาก็โดนยัดความรู้การเดินมานาตามจุดต่างๆพร้อมกับประโยชน์และผลลัพธ์ ซึ่งหลังจากได้ลองทำดูมันก็ไม่ได้ยากอย่างที่พวกเขาคิดกันออกไปทางง่ายเสียด้วยซ้ำ

          วันที่หกของการฝึก เฟยและเซลได้เรียนรู้เรื่อง "การเสริมพลังเฉพาะจุด" ทำให้การออกกำลังกายช่วงเช้านั้นง่ายไปเลย ซึ่งธาราก็ได้ปรับเพิ่มการฝึกร่างกายทุกอย่างขึ้นอย่างละสิบครั้ง วิ่งเพิ่มอีกหนึ่งกิโลเมตรเพื่อทำให้ร่างกายอยู่ในสภาพเหนื่อยทิ้งขีดสุด
          ช่วงบ่ายของวันที่หก เป็นการฝึกการขยายเวทย์และควบคุมแบบละเอียดยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยธาราให้สร้างมานาเป็นรูปร่างสัตว์ที่ชอบโดยมีขนาดเท่ากับสิ่งที่คิด เซลนั้นเนื่องจากที่บ้านของเซลนั้นเลี้ยงแมวจึงได้สร้างมานาเป็นรูปแมวขนาดตัวเท่าแขนของเขา ทางด้านเฟยนั้นสร้างเป็นมังกรจีนที่โดนธาราและเซลล้อว่าเป็นงูมีหนวด

          วันที่เจ็ด การฝึกช่วงเช้านั้นพวกเขาใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงครึ่งก็ฝึกทั้งหมดเสร็จพร้อมกับนัดแนะว่าจะเพิ่มทุกอย่างจากตอนนี้เป็นอีกสองเท่า หลังจากที่พวกเขาเริ่มชินกับการปรับเพิ่มของวันก่อนมากขึ้น
          ช่วงบ่ายของวันที่เจ็ดนั้นเป็นการฝึกเพื่อเลื่อนขั้นของทั้งสองคนนั้นคือ โดยก่อนหน้านี้ไปประมาณสามวัน ธาราได้ซื้อแกนเวทย์มาให้พวกเขาดูดซับก่อนจะให้มาทะลวงห้องที่สามของจุดหล่อเลี้ยงมานาบริเวณตับในวันนี้ ซึ่งก็สำเร็จไปได้ด้วยดีหลังจากที่ฝึกเสร็จก็ได้นำแกนเวทย์มาให้พวกเขาทั้งสองเพื่อให้ดูดซับเตรียมตัวสำหรับเลื่อนระดับ

          วันที่แปดของการฝึก เฟยและเซลนั้นรู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงขึ้นกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก วันนี้พวกเขาไม่ต้องดื่มน้ำยาลดความเหนื่อยล้าก็ยังมีแรงเหลือเฟือ ส่วนทางด้านธารานั้นไม่ได้ดื่มน้ำยาลดความเหนื่อยล้ามาแล้วสามวันก่อนหน้าพวกเขาที่เพิ่งจะเลิกวันนี้ ผลของการฝึกทั้งหมดแปดวันนั้น ทำให้ธาราเสียเงินค่าน้ำยาลดความเหนื่อยล้าเป็นเงินทั้งหมด 95,000 เดล ซึ่งถ้ารวมค่าเครื่องออกกำลังกายแล้วธาราจะเสียเงินทั้งสิ้น 155,000 เดล ยังไม่นับค่าแกนเวทย์ที่เสียไปทั้งหมด 50,000 แต้ม
          ช่วงบ่ายของวันที่แปดนั้นเป็นการฝึกเวทจู่โจมระดับ D ที่ซื้อมา โดยเซลได้เวทย์ธาตุลม "เคียววายุ (Wind Slash)" ตรงตามชื่อเป็นการร่ายเวทลมออกมาเป็นรูปคล้ายเคียวออกไปโจมตี ส่วนเฟยได้เวทย์ธาตุไฟ "ปืนเพลิง (Fire Cannon)" เป็นเวทย์ระเบิดแบบบีบอัดเป็นทรงกระบอกมีความรุนแรงเป็นอย่างมาก เวทย์นี้ของเฟยถูกจัดเป็นระดับ D+ เกือบ C ด้วยซ้ำ ส่วนทางด้านธารานั้นซื้อเวทย์ธาตุมืดกับตัวเองนั้นคือ "หัตถ์เงา (Shadow Touch)" ความสามารถของมันคือ ควบคุมเงารูปร่างมือได้ดั่งใจ ซึ่งทำให้ตัวของธาราประยุกต์ใช้จนได้รับสกิลที่มีชื่อว่า "ควบคุมเงา (Shadow Control) ที่ถูกจัดระดับเป็นเวทย์ระดับ B ได้สำเร็จ เสียแต้มไป 16,950 แต้ม 

          วันที่เก้าของการฝึกนั้นการฝึกช่วงเช้าจบเร็วกว่าปกตินั้นทำให้ธารามีเวลาสำหรับอธิบายการเลื่อนระดับให้พวกเขาสองคนฟังอย่างละเอียดและแยกตัวออกไปยื่นเรื่องขอยาเลื่อนระดับจากทางโรงเรียน โดยจ่ายแต้มเพื่อขอรับตัวยาภายในวันนี้จำนวนสามหมื่นแต้ม ทำให้ได้ยาสำหรับเลื่อนระดับมาตามที่ต้องการ
          ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ก็เป็นการเลื่อนระดับของพวกเขาทั้งสอง โดยมีธาราคอยให้การช่วยเหลือตลอดเวลาแปดชั่วโมง ผลคือ สำเร็จอย่างงดงามโดยไม่มีผลข้างเคียงจากการยกระดับ นั้นทำให้การฝึกเวทมนตร์ช่วงบ่ายนั้นถูกลดเวลาการฝึกลงเหลือเพียงแค่สามชั่วโมงต่อวันจากแปดชั่วโมง

          วันที่สิบของการฝึก ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมจากเมื่อวานแต่สำหรับพวกเขาสองคนแล้วมันง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะแยกย้ายกัน ธาราได้บอกว่าจะเพิ่มการออกกำลังขึ้นไปสองเท่าจากของเดิมและจะไม่เพิ่มขึ้นอีกแล้วนับจากนี้ นั้นคือ วิทพื้นกับสควอดเป็นหนึ่งร้อยครั้ง
ยกน้ำหนักเพิ่มจากยี่สิบกิโลเป็นสามสิบกิโลและเพิ่มเป็นห้าสิบครั้งแล้วบอกให้นับจากนี้ ค่อยๆเพิ่มไปตามลำดับจนกว่าจะห้าสิบกิโล ส่วนวิ่งนั้นก็เป็นวิ่งเหยาะทั้งสิ้นสิบกิโลเมตรและวิ่งเต็มแรงทั้งหมดห้ากิโลเมตร ก่อนจะแยกกันไปทั้งสามก็ได้คุยสัพเพเหระกัน โดยตัวธาราบอกว่า
"การออกกำลังขนาดนี้ในสิบวันเนี่ย ถ้าเป็นคนปกติถือว่าโคตรบ้าเลยแหละ แต่เนื่องจากพวกเราไม่มีเวลาฝึกฝนนานจึงต้องใช้วิธีบ้าๆแบบนี้"

          พวกเขาสองคนก็พยักหน้าเห็นด้วยในเรื่องนี้อย่างเต็มที่พร้อมกับพูดหยอกล้อกันก่อนจะแยกย้ายกันไปอาบน้ำเข้าเรียนตามปกติและตอนบ่ายก็ได้เข้ารับการยืนยันการเลื่อนระดับ ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้ทางสถาบันเป็นอย่างมาก พร้อมกับได้แต้มความขยันเป็นจำนวนสองหมื่นแต้มต่อคน ซึ่งเฟยและเซลตกลงกันว่าจะโอนให้กับธาราเป็นการตอบแทน

          หลังจากไปยืนยันการเลื่อนระดับเสร็จ ทั้งสองก็ได้ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีเข้าห้องฝึกที่มีธารานั่งรอพวกเขาอยู่แล้ว

          ธาราที่เห็นเพื่อนของเขาเดินเข้ามาก็ถามถึงผลลัพธ์ที่พวกเขารู้กันอยู่ "ไง พวก หน้าตาอาจารย์พวกนั้นเป็นไงบ้าง"

          เฟยยิ้มกว้างจนแก้มแทบจะฉีกไปถึงใบหู ถ้าแก้มฉีกได้คงฉีกไปแล้วพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงติดตลก "แก ต้องได้เห็นอาจารย์คอปเปอร์วะ อย่างฮา"

          พูดไม่ทันจบ เฟยก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ส่วนเซลก็พูดเสริมไปว่า "อาจารย์คอปเปอร์นี่ถึงกับเนียงที่คอสั่นไปเลยละ ตอนรู้ว่าพวกฉันเลื่อนระดับเป็นนักเวทย์ฝึกหัดขั้นต้น ถ้านายได้เห็นคงจะหัวเราลั่นเลยแหละ คิดแล้วก็ขำ ฮ่า ฮ่า"

          หลังจากนั้นเฟยและเซลก็ได้เล่าเรื่องระหว่างยืนยันการเลื่อนระดับของพวกเขาให้ธาราฟังอย่างละเอียด ซึ่งสร้างเสียงหัวเราะให้พวกเขาเป็นอย่างมาก

          เมื่อทั้งสามหัวเราะจนพอใจแล้วก็เดินมากอดคอกันเป็นวงกลมเหมือนกับที่ชอบทำตอนวัยเด็กขณะวางแผนจะทำอะไรร่วมกัน

          "เอาละ ผลลัพธ์ของความพยายามของพวกนายนั้นสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ชนิดที่ดีเกินไปด้วยซ้ำ" ธารายิ้มใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดีพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมให้กับเพื่อนทั้งสองของเขา

          เฟยและเซลเมื่อได้ยินก็ยิ้มตอบรับคำพูดของธาราแล้วปล่อยให้เพื่อนของพวกเขาพูดต่อว่า "ตอนนี้ พวกเรามีเวลาอีกสี่วัน ก่อนจะเข้า
ดันเจี้ยนโบรคเค่นซอร์ด มาทำให้การตะลุยดันเจี้ยนครั้งนี้ให้คุ้มกับความพยายามของพวกเรากันดีกว่า"

          พวกเขาส่งเสียงโห่ร้องดีใจเพื่อกระตุ้นขวัญกำลังใจให้แก่กัน ก่อนจะเริ่มการฝึกเวทมนตร์ประจำวันต่อไป
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 870 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

718 ความคิดเห็น

  1. #709 P0630672578 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 21:16
    เห็นด้วยน่ะกับการเตรียมพร้อมแต่ของอย่างอย่าให้มีการหักหลังกันเลย
    #709
    0
  2. #394 KIZUkinada (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 10:41
    บ้านธาราคงไม่ได้ฐานะลำบากอะไรแหละ ถีงทุ่มกับเพื่อนขนาดนี้
    #394
    1
    • #394-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 7)
      15 ธันวาคม 2562 / 10:42


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 ธันวาคม 2562 / 13:55
      #394-1
  3. #246 Fikusa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 17:47
    ตอนเดียวก็ผลาญตังหมด ฮ่าๆๆๆ
    #246
    0
  4. #192 stepjazmetalbeat (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 12:04

    แล้วเงินจากการเดิมพันล่ะ

    ถ้า+ของอาจารย์+ของสถาบัน+การเดิมพัน

    ปาเข้าไปเจ็ดแสนกว่าแล้วนะ

    #192
    1
    • #192-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 7)
      9 ธันวาคม 2562 / 13:07
      ใช้แบบล้างผลาญไปเกือบหมดในตอนนั้นล่ะครับ
      #192-1
  5. #150 ThaipaKing (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 19:21
    เพื่อแกมีพรสวรรค์โคตรๆเลยเรียนได้ไวมาก
    #150
    0
  6. #80 ADSAASA (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 21:14
    ขอบคุนคับ
    #80
    0
  7. #23 Jord_kiadtisak (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 10:48
    10วันระดับพระเอกไม่เพิ่มหรอครับ
    #23
    1
    • #23-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 7)
      21 พฤศจิกายน 2562 / 13:33
      เพิ่มครับ แต่มันเยอะจนรกน่ะครับ
      ก็เลยกะจะให้มันขึ้นแค่ตอนสำคัญกับตอนได้ทักษะหรือเวทใหม่น่ะครับ
      #23-1