Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 64 : การแข่งขันประจำปี : ความยุติธรรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 608 ครั้ง
    15 ธ.ค. 62


     นิโคลที่ได้ยินทำสีหน้าอารมณ์เสียออกมาก่อนจะพูดน้ำเสียงเข้ม "รู้สึกจะอวดดีมากไปหน่อยแล้วมั้ง รุ่นน้องธารา เทพพิทักษ์"

     ธาราเค้นเสียง "เหอะ" ออกมาก่อนจะสบถด่าอย่างไม่เกรงใจว่า "แกต่างหาก อวดดีจนน่ารังเกียจเลย "นิโคล เมเซียน่า" แกคิดว่าแกเก่งมาจากไหนถึงเดินขึ้นมาบอกให้ฉันยอมแพ้ทั้งที่ฉันชนะน้องเพื่อนแกเร็วกว่าเพื่อนแกชนะน้องตัวเองซะอีก ไอ้ทุเรศ"

     นิโคลชักดาบออกมาชี้มาทางธาราอย่างมาดร้ายพร้อมพูดว่า "สงสัยต้องสั่งสอนมารยาทนายสักหน่อยแล้วล่ะ ธารา เทพพิทักษ์"

     ธาราเมื่อได้ยินราวกับเส้นแบ่งอารมณ์โกรธของเขานั้นขาดออกจากกัน เขาปลดปล่อยจิตสังหารเข้าใส่นิโคลอย่างบ้าคลั่ง

     ผู้ชมทั้งสนามหนาววาบออกมาอย่างหวาดกลัว ทุกคนต่างตัวสั่นออกมาอย่างห้ามไม่ได้ คนจิตอ่อนถึงกับน้ำลายฟูมปากล้มลงสลบ

     หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ทุกคนยังถึงกับเสียวสันหลังวาบ เหงื่อเย็นไหลออกมาจากหน้าผากอย่างไม่รู้ตัว

     ดาริอัสที่มีสัมผัสรับรู้จิตสังหารได้สูงที่สุดยังถึงกับหน้าซีดจนไร้เลือดฝาดราวกับเจอปิศาจร้าย

     นิโคลสั่นตัวโยนอย่างหวาดกลัว ร่างกายรู้สึกหนาวไร้เรี่ยวแรงราวกับเลือดในร่างเย็นตัวลงฉับพลัน

     เฟยกับเซลที่ฝึกรับมือจิตสังหารมาตลอดยังถึงกับเหงื่อตกไม่นึกว่าเพื่อนของเขาจะปลดปล่อยจิตสังหารที่นี่

     "สั่งสอนมารยาทฉันงั้นเหรอ ไอ้ฆาตกรสวะอย่างแกน่ะเหรอ มาสอนฉัน ไอ้เวรตะไล น้ำหน้าอย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาสอนฉันวะ"

     ธาราตะโกนด่าอย่างเผ็ดร้อนระหว่างเดินเข้าหานิโคลอย่างช้าๆบรรยากาศรอบข้างหนักอึ้งราวกับถูกภูเขากดทับ

     หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ถึงกับต้องกางเครือข่ายเวทมนตร์ป้องกันจิตสังหารของธาราเพื่อไม่ให้มีคนช็อคสลบไปมากกว่านี้

     ธารามาหยุดอยู่หน้านิโคลก่อนจะใช้มือซ้ายตบหน้าของชายตรงหน้าจนสะบัดไปด้านขวาข้างเต็มแรงจนปากแตก หน้าแดงจ้ำเลือด

     ก่อนที่นิโคลจะได้พูดอะไร ธาราก็ซัดหมัดขวาเข้าใส่หน้าของเขาอย่างเดือดดาลจนเลือดกบปาก

     ธาราไม่พูดอะไร ล้วงเลคเตอร์ออกมาเปิดวีดีโอการแข่งขันเมื่อสองปีก่อนประเภททีมผสมชั้นปีสามขึ้นมาฉายให้ทั้งสนามดู

     ภาพวีดีโอเหตุการณ์ของกิลด์เบต้าที่ได้เลื่อนชั้นมาอยู่อัลฟ่าที่โดนดูถูกต่อหน้าสาธารณชนด้วยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามอย่างหนักด้วยคนเพียงคนเดียวราวกับเหยียบย่ำความพยายามของพวกเขาเหล่านั้น

     ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยความเหยียดหยามเย้ยหยันศักดิ์ศรีราวกับพวกเขาเหล่านั้นไม่ใช่คน

     ทุกคนไม่พูดอะไรออกมาได้แต่รับฟังอย่างเงียบ บรรยากาศรอบตัวของเด็กหนุ่มที่ชื่อ "ธารา" ในตอนนี้ น่ากลัวเป็นอย่างมากจนไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาอย่างไม่คิด

     ธาราจิกหัวนิโคลขึ้นมาถามว่า "เป็นไง น่าคิดถึงดีใช่ไหมล่ะ คำพูดของแกเมื่อสองปีก่อนที่ทำให้กลุ่มนักศึกษาเบต้าที่โชคร้ายได้ขึ้นอัลฟ่าฆ่าตัวตายพร้อมกันสิบคนแถมยังเขียนชื่อแกราวกับต่อว่าน่ะ นิโคล เมเซียน่า"

     นิโคลพูดเสียงอู้อี้ออกมาอย่างยากลำบาก "ฉันสำนึกไปตั้งนานแล้ว จะขุดคุ้ยมันขึ้นมาทำไมอีก"

     ธาราทำหน้าฉงนก่อนจะเปลี่ยนพูดต่อด้วยน้ำเสียงกดต่ำแฝงจิตสังหารว่า "งั้นช่วยบอกฉันหน่อย ไอ้สวะ ชื่อของพวกเขาทั้งสิบคนที่แกบีบให้พวกเขาท้อแท้จนฆ่าตัวตายชื่ออะไรกันบ้าง ถ้าแกสำนึกจริงๆต้องจำได้สิจริงไหม ช่วยบอกให้ฉันชื่นใจหน่อยเถอะ นิโคล เมเซียน่า"

     นิโคลเมื่อได้ยินก็ถึงกับพูดไม่ออก ธาราไม่รอช้าเตะใส่ปากของเขาเต็มแรงจนฟันหลุด สำลักเลือดออกมาจากปาก 

     ดวงตาของธาราฉายแวววาวโรจน์ไปด้วยโทสะรุนแรงราวกับลาวาหลอมเหลว ความโกรธของเขาปะทุราวกับภูเขาไฟระเบิด

     ธาราหันไปกดเลคเตอร์ฉายภาพผู้เสียชีวิตทั้งสิบขึ้นมาก่อนจะตะโกนบอกให้ไอ้เลวตรงหน้าของเขารู้ด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

     "งั้นฉันจะบอกให้แกฟัง เอาให้จำไปจนวันตายเลย ไอ้คนเสแสร้ง สำนึกงั้นเหรอ จำชื่อคนที่ตัวเองดูถูกจนพวกเขาฆ่าตัวตายไม่ได้เนี่ยนะ สำนึกบ้านแกสิเป็นแบบนั้น คนสำนึกจริงๆเขาจำชื่อได้ทุกคนโว้ย ไอ้สวะน่าทุเรศ พ่อแม่แกสอนมาดีนี่หว่า นิโคล เมเซียน่า บุตรชายเพียง
คนเดียวของอาร์คดยุคอลัน เมเซียน่าและท่านหญิงเทเรีย เมเซียน่า"

     ธารายิ้มเหยาะออกมาอย่างเย้ยหยันแล้วด่าทอชายตรงหน้าของเขาต่อว่า "เอา บอกฉันอวดเก่งไม่ใช่เหรอ แกช่วยลุกขึ้นมาทำตัวอวดเก่งแบบตอนก่อนหน้าที่บอกให้ฉันยอมแพ้อีกครั้งทีสิวะ ไอ้น่าทุเรศ" พูดจบก็กดนิ้วชี้ลงบนหัวของนิโคลอย่างเหยียดหยาม หมุนไปมาก่อนจะจิ้มโยกหัวเขาไปด้านข้างราวกับเล่นกับของเล่น

     "มาๆ ฉันจะบอกชื่อของพวกเขาให้แกฟังชัดๆทีละคนพร้อมภาพประกอบกับสภาพครอบครัวทีละคนจนหมดเลย ไอ้สวะจอมเสแสร้ง"

     พูดจบ ธาราก็กดเลคเตอร์โชว์ภาพของผู้เสียชีวิตทั้งสิบออกมาก่อนจะพูดต่อ "ผู้หญิงคนนี้ มีชื่อเล่นว่า "รุ้ง" ชื่อจริง "สสิตา รุ่งเรืองกิจ" 
เธอเป็นนักเรียนคลาสเบต้าที่ได้ทุนนักศึกษาขยันจนได้เลื่อนขั้นเข้าอัลฟ่าจากความพยายามของเธอ ครอบครัวของเธอทำงานร้านขายของชำ
คำพูดของแกทำให้เธอฆ่าตัวตาย พ่อแม่ของเธอที่สูญเสียลูกสาวที่เป็นแก้วตาดวงใจของพวกเขาต่างเศร้าโศกเสียใจอย่างหนัก ครอบครัวของเธอที่ควรจะมีความสุขดีก็แตกสลายลง พ่อของเธอล้มป่วยด้วยโรคซึมเศร้า แม่ของเธอตาบอดจากการร้องไห้อย่างหนัก ปัจจุบันเขียนหนังสือ
ร้องเรียนให้ทางการลงโทษแกแต่โดนบอกปัดออกมาโดยบอกว่า "รู้เท่าไม่ถึงการณ์กับอารมณ์ชั่ววูบของวัยรุ่น" น่าตลกนะ ว่างั้นไหม ครอบครัวหนึ่งพังทลาย เพราะแกแต่แกกลับมีความสุขยิ้มสนุกสนานได้เนี่ย"

     ทั้งสนามเงียบกริบราวกับพวกเขาพูดไม่ได้ยังไงอย่างงั้น โดยเฉพาะอาร์คดยุคอลันที่นั่งอยู่เคียงข้างกษัตริย์อาเธอร์ถึงกับแน่นหน้าอกออกมาอย่างเจ็บปวดราวกับหัวใจถูกบีบ

     ธาราสังเกตหน้าตาของนิโคลก่อนจะกล่าวต่อว่า "มาๆ คนที่สอง ผู้ชายที่ดูร่าเริงคนนี้ มีชื่อว่า "ไตร" ชื่อจริง "ไตรภพ ปกป้องกุล" 
ลูกชายคนโตของหลวงพ่อในโบสถ์คริสต์ทางตอนใต้รับเลี้ยงไว้ ครอบครัวศาสนาที่โอบอ้อมอารี เขาผู้เป็นคนกตัญญูกตเวทีดูแลน้องๆอย่างดี
หลวงพ่อที่ล้มป่วยก็ได้เขาช่วยแบ่งเบาภาระถึงจะไม่มากแต่ก็ช่วยไม่ให้ลำบากเกินไป ปัจจุบัน เพราะแก น้องแท้ๆของเขาสองคน คนหนึ่งกลายเป็นบ้า อีกคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าระยะสุดท้าย หลวงพ่อที่เขารักเหมือนพ่อก็ล้มป่วยเสียชีวิตลง เพราะทำงานหนักเกินไปเพื่อเลี้ยงดูลูกชายอีกสองคน ต้องขอบคุณแกจริงๆคนดีๆตายไปถึงสองคนแล้วนะเนี่ย"

     หลังจากนั้นธาราก็ร่ายยาว โดยไม่มีใครเข้ามายุ่งกับเขาราวกับตัวตนของเด็กหนุ่มในตอนนี้เป็นตัวตนที่ไม่ควรยุ่ง

     นิโคลนั่งคุกเข่าอยู่บนสนามประลองด้วยใบหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาด ใบหน้ายิ้มแย้มหายไปอย่างสิ้นเชิง ดวงตาราวกับจะร้องไห้ออกมา
ไม่หลงเหลือแววตามั่นใจให้เห็นอีก ตัวสั่นราวกับเจ้าเข้า ทั้งร่างไร้เรี่ยวแรงอย่างสิ้นเชิง

     สภาพของเขาตอนนี้เละเทะน่าสังเวช ปากแตก หน้าฟกช้ำอย่างหนักจนคล้ำม่วง ใบหน้าบวมเป่งออกมาดูน่าเกลียดราวกับมนุษย์ค้างคก
เลือดเลอะเสื้อผ้าจนแดงเถือกราวกับเอาไปชุบด้วยเลือด

     "เอาล่ะ ผ่านไปเก้าคนแล้ว มาถึงคนสุดท้ายสักที คนนี้เป็นคนรู้จักของฉันและเหตุผลที่ฉันมาอัดแกในวันนี้"

     ธาราฉายภาพคู่ของปู่และหลานชายคนหนึ่งที่ดูอบอุ่น ทั้งสองยิ้มแย้มให้กัน

     ย่าของเขาและผู้คนแถวนั้นที่รู้จักปู่ในภาพต่างก็น้ำตาไหลออกมาอย่างเห็นใจ ธาราเอ่ยบอกชื่อและข้อมูลของปู่หลานในภาพให้ทุกคนฟังด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแผ่วเบาที่ดังก้องไปทั่วสนาม

     "ปู่หลานในภาพนี้ คือ หัวหน้ากิลด์เบต้าที่แกดูถูกจนฆ่าตัวตายมีชื่อเล่นว่า "รวี" ชื่อจริง "รวีศักดิ์ ไกรศร" ข้างๆของเขาคือ ปู่ของเขาที่มี
ชื่อว่า "ก้องเกียรติ ไกรศร" หรือที่พวกคนแถวบ้านของฉันเรียกกันว่า "ปู่ก้อง" สองปู่หลานคนนี้ น่าสงสารที่สุดในทุกคน พวกเขาแต่เดิมก็เป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้วเนื่องจากในอดีตทั้งสองได้พบความสูญเสียใหญ่หลวงจากดันเจี้ยนแตกเมื่อสิบปีก่อนทางตอนใต้ของเขตสอง"

     "พี่รวีสูญเสียพ่อและแม่แท้ๆของเขาไปในเหตุการณ์นั้นตอนเขาอายุได้เพียง 9 ขวบ ส่วนปู่ก้องสูญเสียภรรยาของเขาแล้วในวันเดียวกันก็ยังมารับรู้ว่าลูกชายเพียงคนเดียวของเขากับลูกสะใภ้ของเขาเสียชีวิตในเหตุการณ์เดียวกันเหลือไว้เพียงหลานชายของเขาที่ล้มป่วยด้วยโรคซึมเศร้าขั้นสุดท้าย"

     "พี่รวีรักษาอาการซึมเศร้าจนดีขึ้นกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ด้วยแรงใจของปู่ก้อง ครอบครัวเพียงคนเดียวของเขา"

     "ด้วยความพยายามของพี่รวี เขาได้รับทุนการศึกษานักศึกษาขยันแบบเดียวกับคุณรุ้งก่อนหน้านี้เลย เขาพรากเพียรเรียนเพื่อจะทำให้ชีวิตของเขาและปู่ที่ลำบากมามากพอแล้วดีขึ้นบ้างก็ถูกคนอย่างแกดูถูกจนไปกระตุ้นโรคซึมเศร้าเดิมของเขาก่อนจะทำให้เขาชวนเพื่อนๆร่วมกิลด์ของเขาคิดสั้นฆ่าตัวตายพร้อมกันสิบคน"

     ธาราหยุดพูดสักพักก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเวทนาจับจิตว่า "ปู่ของเขาที่สูญเสียหลานชายเพียงคนเดียว ครอบครัวคนสุดท้ายและเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงหนึ่งเดียวของเขาไปจะเป็นยังไง ฉันจะให้แกดู ไอ้ชาติชั่ว แกดูแล้วจำไว้ว่าถ้อยคำโง่ๆของแกกับเพื่อนทำอะไรใครไว้บ้าง"

     ธาราเปิดภาพวิดีโอขึ้นมาให้ทุกคนได้ดูราวกับต้องการประกาศให้ทั้งโลกรู้ ภาพหลุมศพที่สลักชื่อสมาชิกครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้งหมดไล่ตั้งแต่คนแรกไปจนถึงคนสุดท้าย

     ก่อนจะเปลี่ยนกลายเป็นการสัมภาษณ์ครอบครัวผู้เสียชีวิต ภาพที่ถ่ายออกมาคือ ภาพสามีภรรยาคู่หนึ่งสภาพน่าสังเวชจับจิต สามีขอบตาดำคล้ำใบหน้าซูบผอมไร้เรี่ยวแรง ภรรยาตาบอดมองไม่เห็น ทั้งสองอยู่เคียงข้างกันในห้องพักผู้ป่วยของโรงพยาบาลกลาง

     เสียงธาราในวิดีโอพูดขึ้นถามสองสามีภรรยาตรงหน้าเขา "ไม่ทราบว่า คุณลุงกับคุณป้าใช้พ่อแม่ของคุณสสิตา รุ่งเรืองกิจ หรือเปล่าครับ"

     ชายร่างผอมมาทางกล้องด้วยดวงตาไร้แววราวกับหมดอาลัยตายอยากตอบกลับเขาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งไร้เรี่ยวแรงว่า

     "ใช่แล้ว มีอะไรล่ะ พ่อหนุ่ม" ภรรยาที่อยู่ข้างๆของเขาตัวสั่นเทาออกมาจนเขาต้องหันไปลูบหลังให้เธอใจเย็นลง

     ธาราพูดตอบกลับว่า "คุณลุง คุณป้า ผมคิดว่าคุณลุงคงจะพอคุ้นหน้าผมอยู่บ้าง เพราะ ตอนนี้ รายการทีวีกับข่าวส่วนมากก็คงมีภาพผมให้คุณลุงเห็นไม่มากก็น้อย ผมเลยอยากให้คุณลุงคุณป้าทั้งสองพูดอะไรให้กับเจ้าฆาตกรชั่วที่ฆ่าลูกสาวพวกคุณหน่อยน่ะครับ มีอะไรอยากจะพูดก็พูดออกมาเลยครับ เดี่ยวผมจะยัดคำพูดนั้นให้กับไอ้สวะนั้นเอง"

     ชายแก่ที่ตอนแรกคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งนั้นจะว่ากล่าวเด็กหนุ่มที่กำลังถ่ายวีดีโออยู่ตรงหน้าของเขา แต่ทว่าก็หยุดลงราวกับรู้สึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมา ชายแก่หันไปกระซิบกระซาบกับภรรยาของเขาก่อนจะเค้นเสียงพูดขึ้นมาว่า

     "ฉันอยากให้เจ้าเด็กชั่วนั้นชดใช้ในความผิดของเขา ถึงแม้เขาจะไม่ได้ฆ่าด้วยการกระทำ แต่คำพูดของเจ้าเด็กนั้นก็ฆ่าคนตายไปแล้ว 
ในอนาคตจะมีอีกกี่คนกันที่เจ้าเด็กสารเลวนั้นฆ่าด้วยคำพูดกันแน่ "อาร์คดยุคอลัน เมเซียน่า" ไม่สั่งสอนบุตรให้ดี ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามของลูกชายของเขาทำให้มีคนฆ่าตัวตาย ฉันกับภรรยาไม่ขออะไรมากอย่างให้เจ้าเด็กชั่วนั้นสำนึกไปจนวันตาย ไม่มีความสุขเลย แค่กๆ"

     ภรรยาของเขาลูบหลังให้สามีของเธอก่อนจะกล่าวต่อแทนว่า "พวกเราขอแค่เขาก้มหัวขอโทษอย่างจริงใจกับพวกเรา ขอโทษเหล่าเด็กๆทั้งสิบที่ตายไป ชดเชยให้ครอบครัวของผู้สูญเสีย จดจำพวกเขาเอาไว้เป็นบทเรียนเท่านั้น"

     ถึงแม้วีดีโอภาพที่ฉายจะมองไม่เห็นหน้าของธาราแต่เสียงของเขานั้นนุ่มนวลอ่อนโยนราวกับปลอบประโลมจิตใจของสองสามีภรรยาตรงหน้าของเขาว่า "คุณลุง คุณป้า วันที่ 9 กันยายน รอดูการแข่งขันในวิชวลทีวีให้ดีล่ะครับ ผมจะแสดงความยุติธรรมให้คุณเอง"

     พูดจบภาพก็ตัดไปเป็นภาพสองพี่น้องคู่หนึ่ง คนหนึ่งเป็นบ้าราวกับคนเสียสติอีกคนใบหน้าอมทุกข์ไร้ความสุข ข้างๆกับทั้งคู่มีคุณหมอหญิงชราที่ดูมีอายุและพยาบาลสาวอยู่ข้างๆเธอ ธาราเดินเข้าไปถามคุณหมอตรงหน้าของเขาอย่างสุภาพว่า

     "ไม่ทราบว่าเด็กสองคนในห้องนั้นใช้น้องชายสองคนของ "ไตรภพ ปกป้องกุล" ลูกชายของหลวงพ่อวิเชียรที่พึ่งเสียไปเมื่อหกเดือนก่อนหรือเปล่าครับ คุณหมอ"

     คุณหมอหญิงมีท่าทางสงสัยก่อนจะกล่าวตอบเขา "ใช่แล้วล่ะ มีอะไร อยากถามคนไข้หรือเปล่าจ๊ะ พ่อหนุ่มธารา เทพพิทักษ์"

     ธาราเอ่ยถามสภาพของทั้งสองคนว่า "สองพี่น้องคู่นี้เป็นยังไงบ้างเหรอครับ คุณหมอ"

     หญิงชราผู้ทำหน้าที่หมอมานานก็กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าว่า "คนหนึ่งเป็นบ้า อีกคนซึมเศร้าภาวะสุดท้าย มีโอกาสฆ่าตัวตายสูงมากๆจนทางโรงพยาบาลต้องมัดตัวเขาไว้กับเตียงไม่ให้คิดสั้น เธอถามทำไมเหรอ"

     "พอมีวิธีรักษาไหมครับ เฉพาะคนที่เป็นซึมเศร้านะครับ คนที่เป็นบ้าแค่เห็นก็จนปัญญาแล้วล่ะครับ"

     "นั้นสินะ วิธีรักษาก็คงเป็นให้เขาเห็นสิ่งที่เขาอยากเห็นมากที่สุดน่ะ อย่างน้อยก็คงทำให้เขารู้สึกดีขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย"

     "อยากเห็นมากที่สุดสินะครับ งั้นช่วยถามเขาให้หน่อยได้ไหมครับ ว่าเขาอยากเห็นอะไรนอกจากพี่ชายของเขากับหลวงพ่อน่ะ"

     คุณหมอหญิงหันไปส่งสัญญาณให้พยาบาลสาวพูดใส่ไมค์ถามคำถามกับเด็กหนุ่มใบหน้าอมทุกข์ที่ถูกมัดอยู่บนเตียงว่า

     "หนูวิชัย มีพี่ชายคนหนึ่งเขาอยากถามหนูว่า "อยากเห็นอะไรมากที่สุดรองจากพี่ชายของหนูและหลวงพ่อวิเชียรเหรอจ๊ะ"

     เด็กหนุ่มมีท่าทีเหม่อลอยพูดขึ้นมาราวกับไม่มีความหวังจะได้เห็นว่า "อยากเห็นเจ้าสารเลวที่ทำให้ครอบครัวของผมพังทลาย ทุกข์ทรมานกับความผิดของตัวเอง อยากเห็นเจ้าชั่วนั้นก้มหัวกระแทกพื้นจนเลือดออกกราบไหว้หลุมศพพี่ชายและหลวงพ่อ แต่มันไม่มีทางเป็นจริงอยู่แล้ว ครอบครัวเมเซียน่ามันก็แค่พวกล้วงโลก โดยเฉพาะเจ้าสารเลวที่ชื่อ "นิโคล" นั้นน่ารังเกียจที่สุด ครอบครัวของผมพังทลาย เพราะมัน แต่มันกับหัวเราะต่อกระซิกกับเพื่อนของมันได้ราวกับสิ่งที่มันทำไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร"

     "ปิ๊บ ปี๊บบบบ" เสียงเครื่องตรวจจับอารมณ์ทำงาน แต่ก่อนที่พวกพยาบาลจะได้ทำอะไรนั้น ธาราก็พูดใส่ไมค์ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

     "งั้นพี่ชายคนนี้จะทำให้เป็นจริงแทนเธอเอง วิชัย ปกป้องกุล วันที่ 9 กันยายน ถ้าเธอคิดว่าโลกของเรายังมีความยุติธรรมอยู่ก็ขอให้พี่ๆพยาบาลพวกนี้เปิดทีวีให้เธอกับน้องชายของเธอดู ฉัน "ธารา เทพพิทักษ์" ให้สัญญาเลยว่าจะมอบความเป็นธรรมให้กับเธออย่างแน่นอน"

     เด็กหนุ่มกลับมาสงบนิ่งอย่างน่าประหลาดจนคุณหมอและพยาบาลที่กำลังจะทำหน้าที่ยังอดทึ้งไม่ได้ กล้องหันไปกล่าวขอโทษคุณหมอและภรรยาก่อนจะกล่าวขอตัวออกมา ภาพก็ตัดไปอีกครั้งเป็นวีดีโอสุดท้าย ครั้งนี้เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดสามมิติ

     ในห้องผู้ป่วยนั้นมีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนวีลแชร์ในสภาพราวกับซากศพ ดวงตาเศร้าโศก ร่างกายซูบผอมราวกับต้นไม้ที่กำลังจะตาย แขนผอมบางราวกับกิ่งไม้ที่จับเบาๆก็หักออกจากกันกอดรูปถ่ายของเขาและจดหมายขอโทษของหลานชายเอาไว้แน่นอย่างหวงแหน 
ปากสั่นเครือพร่ำเพ้อเรื่องราวในอดีตไปพลางร้องไห้ไปพลางก่อนจะเปลี่ยนเป็นกรีดร้องถึงหลานชาย

     "ม่าาาย หลานปู่ ทำไมต้องฆ่าตัวตายแบบนี้ แล้วปู่จะอยู่กับใคร ปู่ไม่เหลือใครแล้วนอกจากหลาน ทำไมหลานต้องคิดสั้นด้วย"

     ชายแก่พร่ำเพ้อไปร้องไห้ไปก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออกเผยร่างของธาราเดินเข้ามาในห้องอย่างนุ่มนวล 

     ชายแก่เจ้าของห้องหันมามองเข้าก่อนจะยิ้มให้ราวกับจดจำเขาได้ หุ่นดรอยด์ผู้ดูแลเดินออกมากล่าวทักทายเขา

     "สวัสดี ไม่ทราบว่าท่านคือ" ธาราหันไปกล่าวตอบอย่างสบายๆว่า "ธารา เทพพิทักษ์ หลานของปู่ภูมินทร์ เพื่อนของปู่ก้อง"

     "ยินดีต้อนรับค่ะ ท่านธารา ต้องการจะคุยกับนายท่านใช่ไหมค่ะ กรุณารอสักครู่ ดิฉันจะไปฉีดยากระตุ้นให้นายท่านได้สติมาพูดคุยได้"

     แต่ก่อนที่หุ่นดรอยด์จะได้ทำอะไร ธาราก็ร้องห้ามเอาไว้ "ไม่ต้องหรอก เดี่ยวผมเข้าไปคุยเอง ขอพื้นที่ส่วนตัวด้วยครับ"

     "เข้าใจแล้วค่ะ" หุ่นดรอยด์เดินออกจากห้องกลับเข้าเครื่องชาร์ตแบตของเธอพร้อมปิดการทำงานลงตามคำขอของแขกผู้มาเยือน

     ธาราเดินเข้าไปคุกเข่าอยู่หน้าปู่ก้องที่ยิ้มแย้มให้เขาอยู่ ธารายกมือขึ้นวางบนเข่าของชายชราก่อนพูดจะด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความโศกเศร้าอย่างแผ่วเบาให้ชายชราได้ยินว่า "ปู่ก้อง นี่ ผมเอง หลานชายคนโตของปู่ภูมิ "ธารา" เองนะ"

     ปู่ก้องพยักหน้ารับก่อนจะกล่าวตอบกลับด้วยน้ำเสียงใจดี "ไง พ่อหนุ่มธารา มาหารวีเหรอ เจ้ารวีไม่อยู่หรอกนะ ไปเที่ยวกับเพื่อนอยู่ เดี่ยวคงกลับน่ะ"

     ดวงตาของธาราฉายแววเจ็บปวดมองชายชราด้วยความสงสารในใจ รู้สึกเวทนาชายชราตรงหน้าอย่างจับจิต

     เขาฝืนยิ้มพูดตอบกลับชายชราไม่ให้นึกถึงเรื่องราวร้ายๆที่ชายชราผู้น่าสงสารคนนี้ นึกย้อนถึงมันซ้ำไปซ้ำมานับครั้งไม่ถ้วนราวกับฝังเข้าไปในความทรงจำของเขา

     "ผมมาเพื่อบอกปู่ก้องว่า ผมจะทวงความยุติธรรมให้ปู่เอง เพราะฉะนั้นวางใจได้"

     ปู่ก้องมีท่าทีงงงวยก่อนจะกล่าวตอบกลับชายหนุ่มหลานชายเพื่อนสนิทของเขาด้วยรอยยิ้มอบอุ่นว่า "งั้นเหรอ งั้นปู่จะรอดูนะ"

     ธารายิ้มอ่อนโยนให้ชายชราก่อนะลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง เดินไปหยุดอยู่หน้าเครื่องชาร์ตแล้วพูดว่า

     "ฝากบอกคุณหมอกับพยาบาลให้หน่อยครับว่าค่าดูแลรักษาของปู่ก้องคนนี้ ผมจะจ่ายเองแล้วก็ช่วยทำให้ปู่แกมีสติรับรู้มากที่ในวันที่ 9 กันยายนด้วยล่ะครับ ผมอยากให้เขาเห็นว่า "โลกของเรายังเหลือความยุติธรรม" อยู่ แม้จะช้าไปบ้างก็ตาม"

     หุ่นยนต์ดรอยด์กล่าวตอบเข้ายืนยันคำสั่ง "รับทราบค่ะ ท่านธารา กรุณาแนบเลคเตอร์กับหน้าจอด้านหน้าประตูด้วยคะ เพื่อยืนยันสิทธิ์
ค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วย "ก้องเกียรติ ไกรศร" ตามที่แจ้งไว้ด้วยคะ"

     ธาราแนบเลคเตอร์เพื่อจ่ายเงินอย่างไม่แยแสก่อนจะหันกลับไปยิ้มให้ชายชราอย่างอ่อนโยนแล้วออกจากห้องไป

     วีดีโอทั้งหมดก็สิ้นสุดลง ผู้ชมทั้งสเตเดี้ยมและทางบ้านไม่มีใครพูดอะไรออกมาทั้งสิ้น

     ธาราเดินมานั่งยองๆตรงหน้าของนิโคล มองคนตรงหน้าของเขาราวกับมองเศษขยะก่อนจะพูดอย่างดูถูกเหยียดหยามว่า

     "แกสำนึกผิดงั้นเหรอ "นิโคล เมเซียน่า" ถ้าแกสำนึกแล้วทำไมครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกคนถึงเกลียดชังแกขนาดนี้ล่ะ พวกเขาทุกคนขอเพียงแค่ให้แกก้มกราบขอโทษการกระทำของแก รำลึกถึงพวกเขา จดจำความผิดพลาดของแกเพียงแค่นั้นแท้ๆ แต่แกกลับทำไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว ชื่อของพวกเขาที่แกทำให้ฆ่าตัวตายแกยังจำไม่ได้ กลับบอกว่าสำนึกงั้นเหรอ"

     ธาราลุกขึ้นเตะใส่หน้าของนิโคลจนปลิวกระเด็นจะออกจากสนาม แต่ธาราก็หยุดเอาไว้ด้วยหัตถ์เงาก่อนจะเหวี่ยงทุ่มลงพื้นเต็มแรงจนใบหน้ากระแทกพื้นเลือดท่วมใบหน้า กระอักเลือดออกมา

     ก่อนที่ธาราจะได้ทำอะไรต่อก็มีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมาหยุดยั้งการกระทำของเขาว่า "หยุดได้แล้ว"

     ธาราหันไปตามเสียงก็พบว่าเป็นของ "เอ็ดเวิร์ด เพนดราก้อน" องค์ชายอันดับหนึ่งของราชวงศ์เพนดราก้อน

     เขากระโดดลงมาบดบังเพื่อนสนิทของเขาก่อนจะพูดต่อว่า "ถึงแม้เขาจะผิดจริงๆแต่ว่า"

     "แต่ว่าอะไร เอ็ดเวิร์ด เพนดราก้อน แกนึกว่าแกดีกว่าเพื่อนแกเหรอไง แกที่ปล่อยให้เพื่อนสวะของแกพูดดูถูกคนจนตายมีอะไรดีไปกว่ามันเหรอ ห๊าาา"

     เอ็ดเวิร์ดถึงกับพูดไม่ออก เพราะ คำพูดของธาราเป็นความจริงแต่ทว่าการกระทำของเขามันก็มากเกินเหตุจนเขาทนไม่ไหวจริงๆ

     เอ็ดเวิร์ดเค้นถ้อยคำพูดออกมาอย่างยากลำบากว่า "ฉันไม่เถียงแต่การกระทำของเธอมันก็มากเกินเหตุ เธอจะฆ่าเพื่อนของฉันงั้นเหรอไง"

     ธาราพูดตอกกลับอย่างไม่ใส่ใจราวกับสังหารแมลงว่า "ใช่ ฉันจะฆ่ามัน เพื่อนแกสมควรโดนอยู่แล้ว แกก็สมควรโดน แค่ไม่มีใครทำอะไรแกได้ เพราะแกเป็นถึงองค์ชายอันดับหนึ่ง บุตรชายองค์โตของกษัตริย์อาเธอร์ผู้ทรงคุณธรรม"

     ธาราเค้นหัวเราะออกมาก่อนจะกล่าวเย้ยหยันชายตรงหน้าที่คิดว่าตัวเองทรงคุณธรรมว่า "เหอะ ยิ่งมาเห็นว่าแกช่วยปกป้องไอ้สวะด้านหลังเพื่อนของแกอย่างมัน ฉันก็เข้าใจแล้วว่าแกมันจอมปลอมสิ้นดี"

     "ไอ้นักข่าวที่เขียนข่าวแกว่าเป็นคนมีคุณธรรมสูงส่งกับมิตรภาพอันแสนวิเศษของพวกแกสองคนเนี่ย"

     "ฉันอยากจะหัวเราะให้ฟันหลุด ไอ้นักข่าวหน้าโง่นั้นมันเคยมีเพื่อนดีๆในชีวิตหรือเปล่าวะ มิตรภาพของไอ้สวะด้านหน้าสองตัวเนี่ยนะ วิเศษ มิตรภาพของพวกแกมันจอมปลอม เสแสร้งสิ้นดี เพื่อนแกทำชั่วแต่กลับไม่เข้ามาห้ามกลับปล่อยให้ทำจนจบแล้วมาปลอบใจ คือ มิตรภาพอันแสนวิเศษงั้นเหรอ ฉันละอยากหัวเราะเป็นบ้าเลยวะ"

     เอ็ดเวิร์ดกัดฟันกรอดอย่างโกรธเคืองก่อนจะหันไปตะโกนกับพิธีทั้งสองว่า "ประกาศผู้ชนะซะ "นิโคล เมเซียน่า" ไม่อยู่ในสภาพต่อสู้ได้อีกต่อไปแล้ว"

     ทั้งสองพิธีกรกล่าวตะกุกตะกักประกาศชื่อผู้ชนะก่อนที่ทีมแพทย์จะวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าก้มต่ำนำร่างของนิโคลออกจากสนาม

     โดยธาราและเอ็ดเวิร์ดต่างมองตากันไม่วางตา ฝั่งหนึ่งเต็มไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ส่วนอีกด้านเต็มไปด้วยโทสะ เย้ยหยัน คนตรงหน้าของเขา

     เอ็ดเวิร์ดเอ่ยท้าทายธาราด้วยน้ำเสียงดุดันว่า "มาสู้กับฉันซะ ธารา เทพพิทักษ์ ถ้าฉันชนะเธอต้องถอนคำพูดซะ"

     ธารายิ้มเหยาะก่อนจะกล่าวถามด้วยน้ำเสียงติดตลกว่า "แล้วถ้าฉันชนะล่ะจะได้อะไร ฉันอัดเพื่อนแกจนเละในพริบตาขนาดนั้น ยังคิดว่าจะชนะฉันได้อีกเหรอ ปีก่อนที่มีการแข่งขันแกสู้กับมันอยู่สามสิบนาทีถึงชนะ ฉันอัดเพื่อนแกจนไร้ทางสู้ด้วยเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที พูดจาดูถูกเหยียดหยามมันอยู่เกือบชั่วโมงมันยังลุกขึ้นมาสู้กับฉันไม่ได้ แต่แกกับบอกว่าจะชนะฉันเนี่ยนะ ตลกวะ เอ็ดเวิร์ด เพนดราก้อน"

     ธาราล้วงของจากเมจิคแบ็คขึ้นมาในมือถือมีดพลาสติกของเล่นสีแดงขึ้นมาแล้วพูดอย่างขำขันว่า "มาๆ ฉันจะสู้กับแกด้วยมีดของเล่นแบบแต้มสีสำหรับฝึกซ้อมกับเด็กอันนี้แล้วกัน มาดูกันดีกว่าว่าแกจะทำได้แบบที่คุยโว้ แบบเพื่อนแกไหม เอ็ดเวิร์ด เพนดราก้อน"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 608 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #715 Kanokratphuk_42 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 16:11
    บอกตามตรงว่าตอนนี้โคตรงี่เง่า+ปัญญาอ่อน...ถามว่างี่เง่า+ปัญญาอ่อนตรงไหน...ก็ตรงที่ยุคปัจจุบันที่พวกมันอาศัยอยู่ในขณะนี้...เป็นยุคการใช้กฎแห่งป่า...นั้นคือผู้ใดแข็งแกร่งกว่าก็มีสิทธิ์ดูดวงตะวัน...ส่วนพวกอ่อนแอก็ฆ่าตัวตายหรือโดนมอนฯฆ่าตายไปซะ
    #715
    0
  2. #708 sornram123 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 14:33
    ชื่อช่องแปลกๆ วิชวล อ่านว่ายังไงครับ วิ-ชะ-วล หรือ

    วิช-วล
    #708
    1
  3. #681 Empty_Mind (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 17:13

    เอาหัวใจไปล้านดวงนะคะ..
    ไม่อยากเขียนอย่างที่คิดไว้
    เพราะยังไงก็ไม่ผ่านเซ็นเซอร์
    #681
    0
  4. #668 Pisit Yuragate (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 21:49
    นึกถึงแพรวา9ศพ ชนเสร็จระหว่างรอรถกู้ภียยืนเล่นคนเลี้ยงหมูไม่สนคนโดนชนที่ตายสักนิด
    #668
    0
  5. #531 Fikusa (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 18:07
    ตีแผ่มันต่อหน้าสาธารณะชนนี่แหละ
    #531
    0
  6. #481 Arabal (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 02:03
    Dark มืดมนไปหมด
    #481
    0
  7. #412 WaterMammal (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 21:57

    แอบงงนะ โดยส่วนตัวคิดว่า คนที่โดนดูถูกมาตั้งแต่เกิดด้วยสภาพสังคมแบ่งชนชั้น และพยายามจนได้ดีอะ คงผ่านอะไรมามากพอตัวอยู่นะ เอาจริงๆ ถ้าโดนดูถูกก็อาจจะแค่เฟล น่าจะไม่ถึงขั้นคิดฆ่าตัวตายอะ ควรเพิ่มบทแบบใช้อำนาจบูลลี่ต่างๆนาๆ น่าจะเข้าใจได้มากขึ้นอะ

    #412
    1
    • #412-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 64)
      15 ธันวาคม 2562 / 23:06
      ผมว่าแล้วแต่คนนะครับ บางคนอาจจะดิ่งไปเลยก็ได้นะครับ

      แถมหนึ่งในสิบคนนั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้าขั้นสุดท้ายด้วย

      ผมว่าก็สมเหตุสมผลนะครับ ถึงแม้สังคมจะแบ่งชนชั้นก็จริง

      แต่ที่เลวร้ายหนักจริงๆ คือ โดนประจานอย่างหนักต่อหน้าสาธารณะนะครับ

      ผมว่าแค่นี้ก็หนักมากแล้วนะครับ จิตใจเข้มแข็งแต่โดนด่าทอว่ากล่าวทุกวันก็ไม่ไหวมั้งครับ ผมว่า
      #412-1
  8. #376 นภากาศ (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 23:41

    ค้างระดับ10

    #376
    0
  9. #375 แมวง๊าว >////< (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 22:40

    ถึงกับน้ำตาซึม 5555

    #375
    0
  10. #374 1233v (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 21:51
    สนุกมากกก

    อย่าอ่านต่อ
    #374
    0
  11. #373 NameYoChi (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 21:33
    สุดๆๆค้างมาด
    #373
    0
  12. #372 i3lackSnow (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 21:24

    ตืบมันตืบให้ยับ

    #372
    0
  13. #371 Armc33 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 21:03
    ค้างค่าบบบ
    #371
    0
  14. #369 รอยเปื้อนตรงมุมผ้า (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 19:27

    เอี้ย..มาบ่อน้ำตาแตกตอนปู่ก้องตอบ เกินไปแล้ว--คนเขียน หึหึ

    #369
    1
    • #369-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 64)
      14 ธันวาคม 2562 / 19:28
      คนแต่งพยายามเขียนให้ซึ้งนะ มีคนน้ำตาซึมก็ดีใจ
      #369-1
  15. #368 Ning6653 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 18:50
    ขอบคุณคะ
    #368
    0
  16. #367 dfrdz007 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 18:43
    thank u
    #367
    0
  17. #366 Crown Wizard (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 18:37
    รายละเอียดเยอะเกิน เกมลงทันเนี่ย
    #366
    0
  18. #364 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 17:26
    รออ่านนะคะ
    #364
    0
  19. #363 ThaipaKing (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 16:56
    อยู่ๆก็ดราม่า -..-ตามไม่ค่อยทัน
    #363
    0
  20. #362 Uaa Jirapat (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 16:15
    อินสัสๆๆๆๆๆ
    #362
    0
  21. #361 Bloodyrabbit (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 15:45
    เป็นนิยายเรื่องนึงที่ชอบระบบการคิดการกระทำของพระเอกมากๆ เวลาอ่านแล้วอินสุดๆ ยิ่งถ้าเช็คพวกคำผิดหน่อยจะอ่านแล้วยิ่งสมูท เขียนต่อไปยาวๆอย่าเทนะครับ
    #361
    1
    • #361-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 64)
      14 ธันวาคม 2562 / 15:57
      พยายามเช็คอยู่ตลอดเลยครับ เดียวจะเช็คเพิ่มอีกรอบนึงครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ
      #361-1
  22. #360 king of emprie (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 15:38
    ขอตอนต่อไปที ค้างสุดๆๆ
    #360
    4
    • #360-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 64)
      14 ธันวาคม 2562 / 15:38
      ขอไรท์ไปกอบกู้จักรวาลจากจักรวรรดิ์ก่อนได้ไหมอ่ะ อยากเล่นเจไดจุง
      #360-1
    • #360-3 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 64)
      14 ธันวาคม 2562 / 15:41
      แน่นอนว่าตอนที่คุยกับรีด
      ไรท์กำลังเขียนตอนใหม่อย่างสนุกสนานอยู่
      #360-3
  23. #359 Kissme9 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 15:35
    ค้างมากๆ
    #359
    0
  24. #358 miss Iu (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 15:22
    ดราม่าสุดๆ ระนี้ด่ายันดยุค องค์ชาย แทบจะพร้อมปฏิวัติแล้วนะนั่น ทำไมยุคนั้น ระบบสังคมถึงถอยหลังลงคลองล่ะเนี่ยทั้งที่ด้านอื่นพัฒนาแบบก้าวกระโดด
    #358
    3
    • #358-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 64)
      14 ธันวาคม 2562 / 15:24
      ทุกความก้าวหน้าก็จะมีการถอยหลังตามมาเสมอนั้นแหละครับ

      คนไม่ดีจริงๆ คือ นิโคล ที่เหลือก็เป็นคนดีนั้นแหละครับ
      #358-1
    • #358-3 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 64)
      14 ธันวาคม 2562 / 15:37
      จะว่ายังงั้นก็ไม่ผิดหรอกครับ เพราะ ผมก็กะจะให้ธาราตอกหน้าพวกเขาอย่างงั้นเหมือนกัน

      รอดูตอนต่อไปดีกว่าครับ รับรองสนุก
      #358-3
  25. #357 ภาณุพงศ์ อุปจันทร์ (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 15:20
    ไม่ได้เจอมานานแล้วนะ นิยายที่กระทำได้สะใจโคตรๆเนี่ย เยี่ยมกู๊ด
    #357
    0
  26. #355 NessZero (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 15:03
    น่าจะมีเวทย์อะไรซักอย่างทำให้มันส่งภาพพวกนี้เข้าสู่สมองมันให้มันเห็นหน่าพวกดข้าทุกวัน รายงานชื่อ พวกเข้าให้มันได้ฟังทุกวัน น่าจะดี
    #355
    1
    • #355-1 ThadThad(จากตอนที่ 64)
      14 ธันวาคม 2562 / 18:36
      +1เห็นด้วยครับ
      #355-1