Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 56 : การแข่งขันประจำปี : ประเภทกิลด์ [สั่งสอน]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,859
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 528 ครั้ง
    19 ธ.ค. 62


     ณ สเตเดี้ยมการแข่งขัน ตอนนี้ กำลังวุ่นวายกันอยู่เนื่องจากภาพการต่อสู้ของธาราที่โหดร้ายเป็นอย่างมากจนเด็กที่ได้ดูยังถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัวจนเหล่าคุณพ่อคุณแม่เด็กๆทางบ้านเดือดร้อนไปทั่ว

     เดือดร้อนให้การแข่งขันต้องหยุดลงชั่วขณะเพื่อให้ผู้จัดงานเคลียร์ปัญหาทางเทคนิค โดยบันทึกตำแหน่งผู้เข้าแข่งขันทุกคนไว้ก่อนจะประกาศหยุดการแข่งขัน

     ทางด้านผู้จัดงาน ขณะนี้กำลังโดนผู้ชมทางบ้านโทรมาต่อว่าอย่างหนักจนพวกเขาต้องขอความช่วยเหลือจากทางสถาบันเวทมนตร์เอจิสและสมาคมเวทย์อัลเกรียให้ช่วยอธิบายเกี่ยวกับกำไลคุ้มกันและอบิสจำลองให้ละเอียดมากขึ้น

     สมาคมเวทย์อัลเกรียได้ส่งรายละเอียดข้อมูลของกำไลและอบิสจำลองอย่างละเอียดให้ทางผู้จัดงานก่อนจะจากไป

     มาร์กาเล็ตได้รับข้อมูลผ่านทางโฮโลแกรมในเลนส์ส่วนตัวก่อนจะพูดอธิบายให้ผู้ชมทุกคนฟังพร้อมกันว่า

     "เอาละค่ะ ผู้ชมทุกท่าน ทางเราได้รับข้อมูลโดยละเอียดของกำไลคุ้มกัน อักขระที่สลักไว้รอบสนามและอบิสจำลองมาแล้ว เพราะฉะนั้นจะขออธิบายให้ทุกท่านฟังไปพร้อมกันเลยนะคะ"

     "กำไลคุ้มกันที่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องใส่จะทำงานควบคู่กันกับระบบคุ้มกันและเฝ้าระวังอันตรายที่เขียนไว้ด้วยพลังอักขระขั้นสีม่วงของตระกูลออร์กัสตินเป็นผลงานสูงสุดและความภาคภูมิใจของสมาคมเวทย์อัลเกรียที่ได้รับสืบทอดมาจากท่าน "ยูมิล ออร์กัสติน" 
หัวหน้าตระกูลออร์กัสตินรุ่นปัจจุบันพ่อของ "เจน ออร์กัสติน" และหัวหน้าสมาคมเวทย์อัลเกรียรุ่นก่อน ทำหน้าที่ส่งผู้สวมใส่ออกนอกสนามในทันทีเมื่อโดนการโจมตีถึงชีวิตค่ะ"

     "ส่วนสนามประลองที่ใช้แข่งกันนั้นสลักด้วยอักขระขั้นสีม่วงและเวทคุ้มกันอัตโนมัติ เมื่อใช้คู่กันกับกำไลคุ้มกันจะทำให้ผู้สวมใส่ได้รับการโจมตีถึงตายได้โดยที่ตัวจริงไม่ตาย เพราะตัวกำไลจะทำงานสร้างโล่คุ้มกันมากันการโจมตีพร้อมกับส่งตัวผู้สวมใส่ออกไปก่อนการโจมตีจะโดนตัวจริงๆทิ้งไว้เพียงแค่ภาพติดตาหรือภาพลวงตาของผู้สวมใส่เอาไว้แทนตัวจริงที่ถูกส่งออกนอกสนามไปก่อนแล้วกับความรู้สึกที่โดนการโจมตีที่สมจริงราวกับโดนไปจริงๆ แน่นอนว่าลานประลองในสถาบันเวทมนตร์เอจิสก็ลงอักขระอันนี้เช่นเดียวกันครับ"

     "สุดท้าย อบิสจำลองนั้นจะเชื่อมตัวเองเข้ากับสองอย่างที่กล่าวไปข้างต้นแตกต่างก็แค่ภายในมิติอบิสจำลองนั้นจะสร้างร่างจำลองขึ้นมาแทนร่างจริง เพราะฉะนั้นอาการบาดเจ็บและคราบเลือดที่ท่านผู้ชมเห็นนั้นเป็นเพียงแค่ภาพเสมือนที่สมจริงเพื่อใช้เตือนใจผู้เข้าแข่งขันทุกคน แน่นอนว่าตัวกำไลและอักขระของสนามประลองยังคงทำงานควบคู่กับอบิสจำลองอยู่จึงทำให้ผู้เข้าแข่งขันถูกส่งออกไปโดยยังมีชีวิตอยู่อย่างที่ทุกท่านเห็นกัน ส่วนซากศพนั้นเป็นแค่เพียงภาพเสมือนเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสมจริงเท่านั้นค่ะ"

     "ถ้าจะให้อธิบายแบบง่ายๆก็คงจะคล้ายระบบเกมเสมือนจริงนั้นแหละครับ ท่านผู้ชม ภายในอบิสจำลองจะสร้างร่างเทียมให้จิตสำนึกของ
ผู้เข้าแข่งขันควบคุม เมื่อร่างในอบิสจำลองตายก็จะส่งร่างจริงของผู้เข้าแข่งขันออกจากมิติจำลองมาโผล่บนสนาม ส่วนร่างในนั้นก็จะค่อยๆเลือนลางหายไปเหมือนที่ทุกท่านกำลังดูอยู่กับผมในตอนนี้ครับ มีท่านใดต้องการจะสอบถามอะไรไหมครับ"

     มีผู้ชมคนหนึ่งยกมือขึ้นมาถามด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า "เอ่อ แล้วความรู้สึกเจ็บปวดนั้นสมจริงขนาดไหนเหรอครับ ผมเห็นผู้เข้าแข่งขันร้องโอดโอยจนผมรู้สึกแย่ไปด้วยเลยนะครับเลย อยากจะทราบไว้ก่อนน่ะครับ"

     "ตามที่ผู้คิดค้นบอกไว้คือ สมจริงมากค่ะ มากถึงขนาดที่ว่าท่าโดนเตะหัวขาดแบบน้องคนหนึ่ง ความรู้สึกที่เหลือทิ้งไว้หลังออกมาจากอบิสจำลองก็คือ ความรู้สึกเหมือนหัวหลุดออกจากร่างเลยล่ะค่ะ"

     "แบบนั้นไม่อันตรายไปหน่อยเหรอค่ะ อาจจะช็อคตายได้เลยนะค่ะ"

     ก่อนที่มาร์กาเล็ตจะได้กล่าวตอบก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาตอบแทนว่า "ย่อมอันตรายอย่างที่คุณผู้หญิงตอบนั้นแหละครับ แต่เหล่าเด็กๆที่เข้าร่วมก็ต่างรับรู้ถึงความอันตรายนี้ที่สำคัญที่สุด คือ การไม่หวาดกลัวมันไปด้วยต่างหากล่ะครับ"

     ผู้ที่ตอบนั้นไม่ใช่ใครแต่เป็นอีเลียด สจ๊วต ชายเจ้าของฉายา "เมอร์ลิน" เขากระโดดลงมายืนกลางสนามประลองก่อนหันไปขอไมโครโฟนจากสองพิธีกรจนซิคต้องเข้าไปยื่นให้ด้วยความสุภาพก่อนที่อีเลียดจะพูดต่อว่า

     "ผมรู้ว่าผู้ชมทุกท่านต่างก็รู้สึกว่ามันดูน่ากลัว แต่ผมขอพูดด้วยความสัตย์จริง ภายในอบิสจริงๆนั้นน่ากลัวยิ่งกว่านี้หลายสิบหลายร้อยเท่าเสียอีกแล้วเหล่าเด็กๆที่กำลังแข่งขันกันอยู่นั้นก็เป็นความหวังของพวกเราในอนาคตเพื่อต่อกรกับเหล่ามอนสเตอร์และอบิสหรือดันเจี้ยนที่โผล่ขึ้นมาราวกับดอกเห็ดแล้วตอนนี้ พวกมันกำลังพยายามทำลายกำแพงที่สำคัญที่สุดของพวกเราทุกคน "เดอะเกรทวอลล์" ลง"

     "ซึ่งทุกท่านก็คงทราบอยู่แล้วว่าในอดีต เมื่อ 150 ปีก่อน พวกเราเกือบโดนวอยด์ "เทอร์ทีน" บุกเข้าสู่แนวป้องกันสุดท้ายของกำแพง 
ถ้าในตอนนั้นไม่มีแผนการของท่านนายพลจางเว่ยและเหล่าผู้แข็งแกร่งในตอนนั้นล่ะก็พวกเราคงไม่มีชีวิตได้อย่างสงบสุขจนถึงตอนนี้ 
ผมอยากวอนขอให้ทุกท่านมองว่าเหล่าเด็กๆที่เข้าแข่งขันกันอยู่ในตอนนี้เป็นเหมือนทหารกล้าที่ในอนาคต พวกเขาทั้งหมดจะต้องแบกรับอนาคตของพวกเราเอาไว้บนหลังของพวกเขา ส่วนพวกเรานั้นมีหน้าที่สั่งสอนให้เขาพร้อมที่จะแบกรับมันต่อจากพวกเรา"

     "ผมหวังว่าทุกท่านจะเข้าใจ ขอบคุณครับ"  วีรบุรุษของยุคนี้อย่างอีเลียด สจ๊วตถึงกับก้มหัวขอร้องให้มองเหล่าเด็กๆเป็นทหารกล้าแล้วพวกเขาจะพูดอะไรได้อีกล่ะนอกจากเข้าใจก่อนจะส่งเสียงตะโกนเชียร์โห่ร้อง

     ผู้คนต่างลุกขึ้นปรบมือให้กับเขาอย่างชื่นชม เสียงปรบมือดังไปทั่วบริเวณก่อนที่อีเลียดจะขอตัวไปรับชมการแข่งขันต่อ

     เมื่ออีเลียดเดินจากไป มาร์กาเล็ตก็มองทั่วบริเวณที่ต่างก็รอที่จะรับชมการแข่งขันต่อ ก่อนจะส่งสัญญาณให้ทางทีมงานตรวจสอบตำแหน่งของผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดว่าอยู่ตำแหน่งเดิมก่อนจะเริ่มการแข่งขันกันต่อ

     ระหว่างที่หยุดการแข่งขันอยู่นั้น ธาราก็คลายเวทอำพรางตัวพร้อมกับฟื้นฟูมานาไปพลางๆระหว่างรอประกาศเริ่มการแข่งขันต่อ

     แน่นอนว่าผู้เข้าแข่งขันทุกคนก็ทำแบบเดียวกัน ทุกคนต่างก็พักฟื้นฟูมานากับแรงกายเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันที่กำลังจะเริ่มต่อไป

     เมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้น มาร์กาเล็ตกล่าวปลุกเร้าให้สัญญาณนับถอยหลังผู้ชมให้นับพร้อมอย่างครื้นเครงเสียงดังว่า

     "เอาล่ะคะ ทุกท่านมานับพร้อมกันนะคะ สิบ เก้า แปด เจ็ด หก ห้า" 

     ผู้ชมทั้งหมดต่างตะโกนนับถอยหลังตามสองพิธีกรไปด้วยกันอย่างสนุกสนาน "สี่ สาม สอง หนึ่ง" เสียงสะเทือนเรือนลั่นไปรอบบริเวณอย่างครึกครื้นเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

     "ศูนย์" เมื่อสิ้นเสียง ภาพกล้องหมายเลข 118 ที่จับภาธาราอยู่นั้นก็เหลือเพียงแค่ภาพติดตาของเขาเอาไว้ก่อนจะค่อยๆเลือนหายไปเหลือเพียงความว่างเปล่าและผืนป่าใหญ่

     ธาราพุ่งตัวไปทางทิศตะวันออกด้วยความเร็วสูงระหว่างวิ่งไปก็ไม่ลืมใช้เวทตรวจสอบพื้นที่ปรากฎว่ามีกลุ่มคนอยู่สองกลุ่มใหญ่อยู่เบื้องหน้าของเขา

     ธาราลดฝีเท้าเป็นความเร็วปกติพลางร่ายเวทอำพรางเดินเข้าไปหากลุ่มคนสองกลุ่มใหญ่อย่างช้าๆ

     สิ่งที่ปรากฎตรงหน้าของเขา คือ ชไนเดอร์และเซสกับลูกกิลด์ของพวกเขาทั้งสองมี่ยืนล้อมรอบพวกเขาเอาไว้ระหว่างเจรจากันอยู่ 

     ฝั่งชไนเดอร์เป็นกิลด์บลัดดี้มูน ส่วนเซสเป็นกิลด์โกลด์รูล (Gold Rule) ที่มีพวกเขาทั้งสองเป็นหัวหน้าคุมชั้นปีที่หนึ่ง

     แน่นอนว่าทุกคนในสถาบันเอจิสต่างก็รู้ดีว่าสองคนนี้เป็นเพื่อนรักกัน การเจรจากันในตอนนี้ก็คือ สัญญาสงบศึกอย่างไม่ต้องสงสัย

     แต่เหมือนว่าพวกเขาจะไม่มีโชค เพราะ "ยมทูต" ได้มายืนอยู่ข้างๆพวกเขาเสียแล้ว

     ธาราร่ายเวทเสียงก่อเกิดเสียงก้องไปทั่วบริเวณตามคำพูดของเขา "นึกว่าใครซะอีกที่มารวมหัวกันอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ที่แท้ก็สองเพื่อนซี้ผู้แสนกล้าหาญและเก่งกับคนอ่อนแอกว่าอย่างชไนเดอร์ เดอมัวร์คุงและเซส เดคเตอร์นี่เอง"

     ทุกคนไม่เว้นแม้แต่ชไนเดอร์และเซสยังสะดุ้งตกใจออกมาก่อนจะหันไปสำรวจรอบบริเวณตามหาเจ้าของเสียงก่อนจะธาราจะพูดต่อ

     "ไม่ต้องมองหาให้เหนื่อยหรอกน่า ฉันแค่อยากจะบอกอะไรพวกนายสองคนสักหน่อย เพราะฉันก็ชอบรังแกคนที่ทำตัวเหมือนเก่งกว่าเหมือนกันก็เลย อยากส่งสัญญาณเตือนว่าฉันจะเริ่มโจมตีให้พวกนายรู้ไว้ก่อนน่ะ"

     ธาราพูดน้ำเสียงหยอกเหย้าต่ออย่างเหยาะเย้ยว่า "เมื่อวาน นายพูดว่าฉันว่าทุเรศขี้ขลาดใช่ไหม ชไนเดอร์ ทำไม ฉันกลับคิดว่าตอนนี้ นายมันทุเรศขี้ขลาดยิ่งกว่าฉันซะอีกล่ะ นี่ ขนาดฉันจะโจมตีนาย ฉันยังอุตสาห์เตือนก่อนเลยนะเนี่ย ฉันดูถูกนายขนาดนี้เลยนะ ไอ้ลูกหมา"

     ชไนเดอร์สบถออกมาอย่างเดือดดาลตอบกลับธาราด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "แน่จริงก็ออกมาสู้กันสิวะ ไอ้เวรธารา"

     สิ้นเสียงของชไนเดอร์ ด้านข้างของเขาก็ค่อยๆโผล่เงาร่างออกมาพร้อมคำเสียงพูดเย็นยะเยือกว่า "จัดไป"

     ยังไม่ทันจะมีใครขยับ ธาราที่โผล่ออกมาจากความว่างเปล่าราวกับภูติผีก็ฟาดหลังมือต่อยเข้าใส่เบ้าหน้าจนชไนเดอร์ปลิวกระเด็นก่อนจะหันไปยันท้องเซสจนจุกแล้วตามด้วยชกด้วยหมัดซ้ายจนหน้าทิ่มปากจูบพื้นเลือดออก

     ธาราไม่รอให้มีคนตั้งตัวได้ทัน เขาพุ่งตัวเข้าใส่ดั่งสัตว์ร้ายเข้าหาสมาชิกกิลด์ทั้งสองอย่างดุร้ายราวกับเทพอสูรก็ไม่ปาน

     ธาราพุ่งตัวเข้าใส่หน้าคนตรงหน้าพร้อมกับชกหมัดขวาตุ๊ยท้องเด็กหนุ่มผู้โชคร้ายจนปลิวกระเด็นไปชนกับเพื่อนด้านหลังก่อนจะร่ายแหลนสายฟ้าหลายสิบอันเข้าใส่สมาชิกหญิงอย่างรวดเร็ว

     แหลนสายฟ้าพุ่งปะทะกับเหล่าหญิงสาวสมาชิกกิลด์ทั้งสองก่อนจะส่งพวกเธอออกจากสนามโดยยังไม่ทันได้ตอบโต้ด้วยซ้ำ

     ธาราหายตัวไปโผล่ด้านข้างเด็กหนุ่มด้านขวามือของเขาก่อนจะเตะสกัดขาก่อนจะยันจนปลิวไปชนกับเพื่อนร่วมกิลด์ของเด็กหนุ่ม

     ธาราวิ่งไปหลบด้านหลังต้นไม้แล้วร่ายเวทอำพรางตัวเร้นกายกลืนหายไปกับเงาของต้นไม้ดั่งผีร้ายก่อนจะถีบตัวไปยืนบนต้นไม้พร้อมกับร่ายเวทเสียงแล้วพูดต่อว่าด้วยน้ำเสียงดูถูกดูแคลนว่า "เอาๆ ฉันแน่จริงไปอัดแกกับเพื่อนซี้แกคนละหมัดจนสภาพดูไม่ได้ทั้งคู่แล้วนะ แล้วแกล่ะยังไง หมาโลกันตร์น้อย ไม่สิ ไอ้ลูกหมาชไนเดอร์ เดอมัวร์คุง ผู้แสนจะเก่งกาจกล้าหาญเหนือใคร"

     ชไนเดอร์ส่ายหัวสลัดความมึนก่อนจะได้พูดอะไรออกมา ธาราก็โผล่มาเตะปากของชไนเดอร์จนเลือดกบปากอย่างโหดร้ายก่อนจะหายไปราวกับเงาต้องแสงแดดจ้าจนเลือนหายไปโดยไม่มีใครทำอะไรเขาได้เลย

     ธาราพูดต่อด้วยน้ำเสียงเข้มเย็นเยียบหนักอึ้งราวกับภูเขาน้ำแข็ง "ใครให้แกพูดกัน ไอ้ลูกหมา ฉันแค่จะมาสั่งสอนพวกแกให้หลาบจำซะบ้างว่าใครกันแน่ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง"

     "แกนึกว่าแกเก่งงั้นเหรอ ชไนเดอร์ แกที่เกิดมาเป็นลูกชายของหัวหน้าสมาคมเวทย์อัลเกรียนึกว่าแกมีพรสวรรค์สูงส่งดูถูกคนอื่นได้ตามใจชอบอย่างงั้นเหรอไง แกที่เพียงแค่เกิดมาโชคดีกว่าพวกฉันมีสิทธิ์อะไรมาดูถูกความพยายามของฉัน มีสิทธิ์อะไรมาดูถูกเพื่อนฉัน"

     "แกมีสิทธิ์อะไร ไอ้ขี้ขลาดอ่อนแอ แกที่ท่าไม่มีพ่อคนเก่งของแกคอยคุมกะลาหัวเอาไว้จะทำอะไรได้ คิดว่าแกเก่งขึ้นมาด้วยตัวเองเหรอไง 
พ่อแกต่างหากล่ะที่ทำให้แกมีฝีมือมาดูถูกคนอื่นแบบนี้"

     ถ้อยคำรุนแรงด่าชไนเดอร์ของธาราดังไปทั่วสเตเดี้ยมราวกับจะบอกว่า "พวกแกไม่ได้เก่งเลย อัลฟ่า พวกแกแค่โชคดีมากกว่าพวกฉัน" 
ดังไปทั่วราวกับการประกาศความขุ่นเคืองของเด็กหนุ่มออกมา

     ธาราโผล่มาตรงหน้าของชไนเดอร์อีกครั้งในท่านั่งยองๆระดับเดียวกับชไนเดอร์ที่กำลังนั่งพิงต้นไม้อยู่ก่อนจะบีบหน้าของชไนเดอร์แล้วปล่อยจิตสังหารออกไปทั่วบริเวณจนนักศึกษาทุกคนขยับตัวไม่ได้ พวกเขาต่างพากันตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวก่อนที่ธาราพูดด้วยน้ำเสียง
เย็นยะเยือกที่ทำให้พวกเขาทุกคนไม่เว้นแม้แต่ผู้ชมในสเตเดี้ยมถึงกับหนาวสันหลังขึ้นมาว่า

     "ฉันไม่รู้ว่าแกมีชีวิตยังไงแล้วไม่คิดจะสนใจด้วย แต่แกที่เพียงแค่เกิดมาโชคดีกว่าดันมาทำตัวเหมือนเหนือกว่าทั้งที่ความจริงพวกเรา 
มนุษย์ต่างก็เกิดมาเท่าเทียมกันอยู่แล้วแท้ๆ ระบบสังคมกลับสร้างความแตกต่างให้พวกเราจนมีคนแบบแกเกิดขึ้นมา ไอ้พวกหน้าทุเรศที่เรียกตัวเองว่า "บลัดดี้มูน" กับ "ขุนนาง" ที่ชอบดูถูกคนอื่นด้วยฐานะหรืออะไรก็แล้วแต่ สำหรับฉันพวกแกมันน่ารังเกียจ เพราะฉะนั้นวันนี้"

     "ฉันจะสั่งสอนแกเอง ชไนเดอร์ เดอมัวร์ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงน่ะ เขาทำยังไง"

     พูดจบ ธาราก็หายไปดั่งอากาศธาตุก่อนจะโผล่ไปมาราวกับภูติผีปิศาจซัดสมาชิกกิลด์ของชไนเดอร์และเซสทีละคนสองคนจนเหลือเพียงแค่พวกเขาสองคนที่พอทำท่าจะลุกขึ้นมาได้ก็โดนธาราอัดล้มลงไปนอนกองกับพื้นต่อ

     เสียงกรี้ดร้องดังไปทั่วบริเวณ นักศึกษาที่ทำท่าจะหนีก็โดนธาราพุ่งไปลากกลับมาอัดจนเละไม่เหลือหลอ

     ธาราที่จัดการสมาชิกทุกคนของทั้งสองกิลด์เสร็จก็ค่อยๆเยื้องย่างเข้าหาชไนเดอร์กับเซสอย่างช้าๆก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงดังแล้วกล่าวคำพูดดูถูกทั้งสองด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า "เฮ้อ ฉันก็นึกว่าพวกนายสองคนจะเก่งกว่านี้ซะอีก สรุป พวกคลาสอัลฟ่ากว่าครึ่งเนี่ย มันก็แค่พวกเก่งแต่ปากใช่ไหมเนี่ย เพราะถ้าพวกแกเอาเวลาที่มาดูถูกพวกฉันคลาสเบต้ามาฝึกกันจริงๆจัง ฉันคงอัดพวกนายสองคนไม่ได้ด้วยซ้ำแค่วัตถุดิบพัฒนาตัวเองที่พวกฉันหาได้ในแต่ละครั้งที่เข้าดันเจี้ยนก็เทียบกับพวกแกไม่ได้อยู่แล้ว แต่พวกแกสองคนกับลูกกิลด์ที่แสนอวดดีของพวกแกก็ยังแพ้ให้กับฉันอีก บอกตามตรงนะ "ชไนเดอร์ เดอมัวร์" "เซส เดคเตอร์" ฉัน"

     พูดยังไม่ทันจบ ธาราก็ร่ายแหลนสายฟ้าเข้าใส่ทั้งสองจนพรุนเหลือไว้เพียงหลุมบ่อก่อนจะพูดต่อราวกับต้องการให้สองสหายที่โดนส่งออกนอกมิติแข่งขันได้ยินว่า "ผิดหวังในตัวพวกแก สองคนเป็นบ้าเลยวะ ไอ้พวกกระจอก"

     สิ้นเสียง ธาราก็หายไปเหลือไว้เพียงความว่างเปล่าราวกับว่าเขาไม่ได้มีตัวตนอยู่บริเวณนั้น 

     ตารางคะแนนบนฟ้าได้ดับแสงของสองกิลด์มีชื่อลงพร้อมกันสองกิลด์ โชว์คะแนนที่เลวร้ายลงไปอีกให้กับกิลด์ที่เหลือได้ดูด้วยคะแนน

     "อันดับหนึ่ง : กิลด์รีไรท์ [R[∑]WѓI[T]e] กิลด์ 8 สังหาร 522 เวลายึดครอง 49 นาที 38 วินาที"


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 528 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #522 Fikusa (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 14:44
    ไปฝึกตัวเองซะจะได้ไม่ต้องโดนธารด่า
    #522
    0
  2. #190 ThaipaKing (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 09:36
    ไม่เรียนเวทมนดำที่ได้มาละ คำสาปโลหิตฟื้นฟูอ่ะ *-* เอามาทรมานมันไปเลย!!
    #190
    0
  3. #189 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 08:23
    พูดเพื่อให้พัฒนาตัวเอง จะได้ไม่ตายตอนปีศาจบุกนะจ๊ะ
    #189
    0
  4. #188 LACTASIT (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 07:19
    หลายๆคนกลับคิดถึงความสะใจที่เหน ธาร ไล่กระทืบพวกอัลฟ่า แต่ลองมองลึกๆแล้วการกระทำของ ธาร ก้อเหมือนการทำให้พวกเค้าตระหนักถึงศักยภาพตัวเองได้เด่นชัดสุดๆ เพราะเหตุผลหลักๆของการย้อนกลับมาของตัวธาร เพื่อต้องการรวมเผ่าพันธ์ุมนุษย์ให้เป็นหนึ่งเดียว ศัตรูจริงๆของพวกเค้าคือมอนสเตอร์ ต่างหาก สิ่งแรกที่ต้องจัดการคือการทำลายชนชั้นที่แบ่งแยกมนุษออกไปก่อน ภายใต้ความโหดร้ายของธาร มันคือความเมตตา สุดๆแล้ว ถ้าไม่แข็งแกร่งขึ้น มันก้อจะวนลูปเดิม แตกแยก โดนล้างเผ่าพันธุ์
    #188
    1
    • #188-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 56)
      9 ธันวาคม 2562 / 08:06
      เป็นมุมมองที่ดีมากครับ
      #188-1
  5. #187 dfrdz007 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 01:00
    thank u
    #187
    0
  6. #186 ไอลดา (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 00:44

    เรามองว่าที่ธารทำไปทั้งหมดคือการกระตุ้นล้วนๆ​ เพราะ​อนาคตการโจมตีที่จะเกิดขึ้นถ้าเมืองยังอ่อนแอก็เหมือนเดิมๆมนุษย์คง​ล่มสลาย​อีก ถ้าผู้คนกระหายการพัฒนาเรื่อยๆถึงจะมีโอกาส​รอดได้บ้าง​ ทฤษฎี​เดาล้วนๆแต่ยิ่งเหยียบยิ่งโตเบต้าก็เหมือนหญ้า​ ธารกะเป็นน้ำค้างหยดเล็กๆให้คนอ่อนแอได้เติบโต

    #186
    1
    • #186-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 56)
      9 ธันวาคม 2562 / 00:52
      เป็นมุมมองที่สวยงามมากครับ

      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ
      #186-1
  7. #185 ultraman_tos (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 00:12
    สนุกมากครับ ตอนนี้สะใจมากมาย
    #185
    1
    • #185-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 56)
      9 ธันวาคม 2562 / 00:22
      ยินดีครับ
      #185-1
  8. #184 miss Iu (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 23:29
    โห....จบงานนี้ถ้าไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พวกสามสหายและครอบครัวอาจจะต้องย้ายไปนอกกำแพงเลยนะนั่น. ยาแรงแบบแรงแทงใจคนมีอำนาจเลยทีเดียวทีนี้ต้องดูกันว่าผู้มีอำนาจจะรู้จักปล่อยวางอำนาจในมือรึเปล่า ปลในความเห็นเรานะถ้าว่าตามสันdarnมนุษย์งานนี้มีลอยเก็บกันมั่งล่ะ
    #184
    4
    • #184-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 56)
      8 ธันวาคม 2562 / 23:32


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 ธันวาคม 2562 / 23:33
      #184-1
    • #184-4 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 56)
      8 ธันวาคม 2562 / 23:34
      พอดี ไรท์เป็นพวกนอนเที่ยงคืนน่ะครับ
      #184-4