source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 42 : memorial

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,946
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    17 มิ.ย. 59

41

“You know me like inside and out, how I feel

Nothing more nothing less you’re the real~”

พาร์ทฮัมเพลงAs you areของCharlie Puthที่เปิดจนดังก้องรถ สายตายังคงมองหาซอยตามที่อยู่ที่ส่งมา หลังจากเสียเวลาวนในซอยนี้กว่า2ครั้ง พาร์ทก็ตัดสินใจที่จะจอดรถไว้ข้างทางเพื่อโทรถามทางอีกครั้ง

“I wanna take this time to thank you baby~” และถึงแม้พาร์ทจะกำลังหงุดหงิดขนาดไหน เขาก็อดที่จะร้องเพลงตามCharlie Puthไม่ได้อยู่ดี อย่างที่คนเขาบอกกันว่า ดนตรีบำบัด สำหรับพาร์ทนี้ตามนั้นสุดๆ เพราะคลุกคลีกับดนตรีมาตั้งแต่เด็กๆ ทั้งโตมาก็ยังเล่นดนตรีจริงจังจนตั้งวงอีก คงไม่แปลกที่เขาจะอินกับดนตรีมาก จนเกือบเข้าคณะทางด้านดนตรีโดนตรงแล้ว แต่พอมาคิดดูดีๆ พาร์ทอยากเก็บดนตรีไว้เป็นสิ่งที่ชอบ และเลือกเรียนสิ่งที่เก่งดีกว่า

หรือที่อยู่มันมั่ววะเขาพึมพำออกมาเบาๆ

แต่เมื่อวานโทรไปถามพี่เมฆมาเองเลยนะ

ความคิดหนึ่งในหัวแย้งขึ้นมา แน่นอนว่าเขาโทรไปถามพี่เมฆในนามของไอ้พีทด้วยไม่ใช่ในชื่อของเขาเอง และสวรรค์ก็คงเห็นใจพาร์ทขึ้นมาบ้าง เพราะไม่ใกล้ไม่ไกลมีคู่แม่ลูกกำลังเดินจูงมือมาทางนี้พอดี

ขอโทษนะครับ รู้จักบ้านหลังนี้ไหมเจ้าตัวยื่นภาพและที่อยู่ให้คุณแม่ดูทันที

อ้อ! บ้านคุณครูเหรอพาร์ทพยักหน้ารับ แม้จะไม่เก็ตเท่าไรว่าคุณครูอะไร แต่ถ้าเขาว่าคุณครูก็ว่าตามล่ะกัน

เลี้ยวซ้ายนะ จะมีซอยเล็กๆอยู่ และสุดซอยเลยจ๊ะพาร์ทยกมือไหว้คุณแม่คนนั้น และขับตรงไปยังทางที่เธอพึ่งชี้เมื่อกี้

ส่วนหนึ่งเพราะเขาไม่เคยมาแถวนี้เลยนั้นแหละที่ทำให้เขาหลงทางอยู่แบบนี้

ถ้าถามว่าทำไมอยู่ๆเขาถึงมาแถวนี้นะเหรอ

มีธุระด่วนนะสิ

หลังนี้ชัวร์เมื่อรู้ทางแล้วใช้เวลาอยู่ไม่นาน พาร์ทก็มาหยุดรถอยู่หน้าบ้านหลังเดียวกับในรูปเป๊ะๆ

ตื่นเต้นแหะ

พาร์ทยกมือขึ้นมาถูกันเบาๆ ขณะที่หัวก็กำลังคิดว่าจะพูดอะไรกับพี่เตชินท์ดี เรื่องของเรื่องคือเขารับคำขอข้อสุดท้ายมาจากไอ้วาเมื่อ3วันที่แล้ว และเขาก็พึ่งมีโอกาสได้ออกมาทำตามที่ตกลงไว้เอาวันนี้เอง ถ้าไม่ใช่วันนี้ก็คงไม่มีวันไหนแล้วแหละ เพราะวามันจะไปพรุ่งนี้แล้ว

แต่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปพูดกล่อมพี่เตชินท์ก็เลยยังคงนั่งแช่อยู่ในรถ แม้จะจอดรถไปนานแล้ว ยิ่งได้รู้มาจากไอ้พีทว่าพี่เตชินท์เขาดูจะตั้งใจหลบหน้าวาเป็นพิเศษเลยช่วงนี้ บวกกับการโทรคุยกับพี่เมฆเมื่อคืนก็ทำให้เขารู้ว่า พี่เตชินท์ตั้งใจหลบหน้าวาจริงๆ ตั้งใจถึงขนาดว่าจะไม่ไปเจออีกแล้ว ตบท้ายด้วยเสียงถอนหานใจเฮือกใหญ่ของพี่เมฆ ที่ทำให้เขารู้ว่าพี่เมฆเองคงช่วยพูดแทนวาไปบ้างแล้ว แต่ไม่เป็นผลอะไร

แล้วเขาจะทำสำเร็จไหมเนี่ยยยยย

ถึงจะตั้งใจไว้ว่ายังไงก็ต้องพาพี่เตชินท์ไปหาวาก่อนที่มันจะบินไปอังกฤษให้ได้ก็เถอะ เหตุผลก็ทั้งที่วามันอุตสาห์ขอ และเขาก็อยากให้ทั้งคู่ได้เคลียร์กันก่อนไป

ตอนเขาเล่าให้ไอ้พี่ชายอายุห่างกัน2นาทีฟัง มันก็ตบหัวเขาอย่างแรง แถมบอกว่าเขาบ้าป่ะเนี่ย ที่จะช่วยให้วากับพี่เตชินท์ดีกัน

เขาก็คงบ้าแหละมั้ง

แต่ได้บทพระรองที่แสนดีมาแล้ว ก็ต้องเล่นตามบทดิ

เอาว่ะ!พาร์ทพูดเรียกขวัญกำลังใจตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่จะลงจากรถไปเกาะรั้วหน้าบ้านไว้ จากที่ส่องๆดูมีรถจอดอยู่ในโรงรถแค่คันเดียวนะ ถ้าพี่เตชินท์ไม่อยู่บ้านนี้แย่เลยแหะ แต่ถึงพี่เตชินท์จะไม่อยู่เขาก็จะถามจากคนที่อยู่นั้นแหละว่าพี่เตชินท์อยู่ไหนและตรงไปหาพี่เขาเลย

ยังไงวันนี้เขาก็ต้องได้เจอพี่เตชินท์

ติ๊งต่อง

หลังจากกดออดไปแล้ว ความตื่นเต้นก็ยิ่งทวีเข้าไปใหญ่ ส่งผลให้หัวใจตอนนี้เต้นตุ้มๆต่อมๆ ว่ากันตามตรงเขาเองก็ยังไม่เคยคุยกับแฟนเพื่อนสนิท (เพื่อนสนิทที่เป็นชื่อเพลงนะ) คนนี้เลยสักครั้งนี้นา แต่ลึกๆพาร์ทก็อยากรู้นะว่าผู้ชายแบบไหนที่ชิงหัวใจเพื่อนคนนี้ของเขาไปได้

อยากรู้ว่ามีดีอะไร

ประมาณนั้นแหละ

พี่เตชินท์!พี่เตชินท์หยุดเท้าลงเมื่อเห็นพาร์ทยืนอยู่ ซึ่งเขาก็ต้องสวมวิญญาณเริงร่าและโบกมือปอยๆให้พี่เขาทันที เพราะวันนี้เขาจะใช้ชื่อคนอื่นนะสิ

พีท?” ติณห์ยอมเดินออกมาหาอย่างระแวดระวัง

ครับพี่ใช่แล้ว วันนี้เขาจะขอใช้ชื่อพีทสักวันล่ะกัน เมื่อเช้าลงทุนไปยืมเสื้อมันมาใส่เลยนะเว้ย ไหนๆมันก็ปลอมเป็นเขาบ่อยๆ เขาก็ขอบ้างล่ะกัน

หรือพาร์ท?” ติณห์หยุดยืนอยู่หน้ารั้วโดยไม่ได้เปิดประตูทันที

พาร์ทอะไรของพี่ พีทเองพาร์ทเถียงกลับไปทันควัน

อย่าโกหกเลยพาร์ทนิ่งกันทั้งคู่เมื่อติณห์พูดออกมาแบบนั้น แถมยังยืนกอดอกกดดันพาร์ทเข้าไปอีก

พี่รู้ได้ไงเนี่ยติณห์ไหวไหล่ และเปิดประตูให้พาร์ทแต่โดยดี

เขาเองก็ไม่รู้ว่ารู้ได้ไง อาจจะเป็นสัญชาตญาณของการมีเพื่อนเป็นแฝดมาหลายคนล่ะมั้ง

กินอะไรไหมนี้เป็นความอึดอัดขั้นสุดเลยนะเนี่ย

ไม่เป็นไรครับ ผมตั้งใจมาแปบเดียวแต่ถึงพาร์ทจะพูดอย่างนั้น ติณห์ก็ยังเดินไปรินน้ำผลไม้รวมมาให้พาร์ทอยู่ดี

มีอะไรจะคุยกับผมเหรอหลังจากพาร์ทยกน้ำขึ้นจิบ ติณห์ก็ถามออกไปทันที

พรุ่งนี้พี่ว่างไหมครับ

ทำไมเหรอแทนที่จะตอบคำถาม ติณห์กลับเลือกที่จะถามกลับไปแทน

เครื่องขึ้นตอนตี3นะครับติณห์ชะงัก

ผมคงไม่ได้ไป

ทำไมล่ะครับทั้งๆที่ทำใจไว้บ้างแล้วว่าติณห์คงตั้งใจจะไม่ไปอยู่แล้ว แต่พอเขาปฏิเสธตรงๆแบบนี้พาร์ทก็อดที่จะขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจอยู่ดี

ทำไมคุณถึงอยากให้ผมไปล่ะเป็นอีกครั้งที่ติณห์เลือกที่จะถามกลับ

ผมไม่ได้อยากให้พี่ไปหรอกครับ..แต่วามันอยากให้พี่ไปส่งมันนะชื่อของบุคคลใหม่ทำให้ติณห์ถึงกับกำมือตัวเองจนแน่น ผ่านมาหลายวันแล้วที่เขาไม่ได้เจอวา ไม่ได้แม้แต่จะได้ยินชื่อหรือเรื่องของเขา

คุณรู้ได้ไงว่าเขาอยากให้ผมไป

มันบอกผมครับ ไม่งั้นผมไม่ถ่อมาหาพี่ที่นี้เหรอ ผมไม่รู้หรอกนะว่าทำไมพี่ถึงไม่อยากไป แต่นี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆแล้วที่พี่จะได้เจอวา ไปส่งมันเถอะครับ..ไหนๆพี่ก็อยากให้มันไปไม่ใช่เหรอความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง

ผมไม่อยากเจอเขาอีกแล้วสุดท้ายติณห์ก็พูดออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา

พี่ไม่อยากเจอหรือพี่กลัวที่จะเจอมันกันแน่ติณห์ไม่มีคำตอบให้กับคำถามนั้น

ผมอิจฉาพี่มากเลยนะพี่เตชินท์

“...พี่ก็รู้ใช่ไหมว่าผมชอบวา

ผมชอบวามานาน นานมากจนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันเริ่มตั้งแต่ตอนไหน วาเป็นคนที่สอนให้ผมรู้จักคำว่ารักจริงๆ รักที่ไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน ไม่ได้หวังแม้แต่ให้มันรักตอบ ผมแค่อยากเห็นมันมีความสุข เฝ้ามองมันจากมุมของผมก็พอ แบบนั้นผมจึงอยากให้มันได้เจอคนดีๆ ผมก็ไม่รู้หรอกว่าพี่เป็นคนดีรึเปล่า แต่วามันรักพี่ ผมจะไปทำอะไรได้วะติณห์ไม่ได้พูดอะไรขัดออกไป เขาเพียงแค่นั่งฟังเงียบๆเท่านั้น

และนี้มันก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่วาอยากให้ผมทำให้ก่อนไป ผมจึงอยากทำให้มัน ถ้าไม่คิดว่าทำเพื่อวา เพื่อผม ก็คิดว่าทำเพื่อตัวพี่เองก็ได้ครับติณห์ยังคงนิ่ง

ผมฝากให้พี่ดูแลคนที่ผมรัก พี่ก็ช่วยไปส่งคนที่ผมรักหน่อยนะครับ เพราะยังไงคนที่ผมรัก...ก็คือคนที่รักพี่นะเมื่อพูดจบ พาร์ทก็ยื่นกำปั้นมาตรงหน้าติณห์ ซึ่งส่งผลให้ติณห์ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

“รับปากกับผมว่าพี่จะไปส่งวา

ผม..

แค่ไปส่งมันเองครับ

ผมขอคิดดูก่อน

คิดง่ายๆว่าพี่อยากเห็นหน้ามันอีกไหม

“...ถ้าอยากรู้ว่ามันเป็นยังไงบ้าง ก็ไปเถอะครับ

จบประโยคนั้น ติณห์ก็เลื่อนมือไปชนกำปั้นกับพาร์ท

ติณห์อาจจะตัดสินใจกับตัวเองไปแล้วว่าเขาจะไม่ไปเจอหรือไปหาวาอีกแล้ว แต่หัวใจกำลังร่ำร้องอย่างหนักให้ฟังมัน

...อีกสักครั้ง

และถ้าเขาจะเลือกฟังหัวใจบ้าง

...คงไม่เป็นไร

……….

 

Va Part

วา! ของมีแค่นี้เนอะ

อ่าฮะผมมองกระเป๋าสัมภาระใหญ่ๆทั้งหมดที่กว่าผมจะยัดของทั้งหมดเข้าไปได้ก็เสียเวลาอยู่มากโข

งั้น.. เราไปกันเลยไหม

รอแปบผมตอบพ่อกลับไป และเช็คของในห้องอีกครั้ง

หลังจากสอบToeflเมื่อวันพุธเสร็จ ผมก็ย้ายไปนอนบ้านคุณย่ามา2คืน เพราะเธอเอาแต่บ่นว่าผมไม่แวะไปนอนค้างด้วยกันมาตั้งนานแล้ว ไหนๆผมก็คืนหอไปแล้วด้วย จึงขอไปพักอาศัยที่บ้านคุณย่าสัก2คืน นั่งเล่นนอนเล่นอยู่ไม่นานก็ถึงวันที่ผมต้องออกเดินทางแล้ว ผมใช้เวลาวันหนึ่งเต็มๆกับการเตรียมของทั้งหมด ทั้งจากที่หอ หรือจากที่แบกมาจากเพชรบูรณ์ ไม่แน่ใจหรอกว่าขาดตกอะไรไปบ้าง แต่ถ้าขาดเหลืออะไรคงไปหาเอาข้างหน้ามากกว่า เพราะถ้าจะให้ยัดเข้าไปมากกว่านี้ กระเป๋าผมก็แน่นขนัดเกินกว่าจะใส่อะไรลงไปได้อีกแล้ว

มื้อค่ำเมื่อวันอังคารของบ้านผมก็ผ่านไปด้วยดีมากๆ และผมก็ได้ภาพตามใจหวังมาเกือบโหล แต่หลังจากมื้อนั้นจบผมก็ลากับแม่ทันที กอดเธอและวีไว้แน่นๆ ก่อนที่จะบอกให้แม่กลับบ้านไป ผมไม่อยากให้แม่ไปส่งเลยอ่ะ เดี๋ยวบ่อน้ำตาตื้นขึ้นมาจะแย่

จริงๆผมไม่อยากให้ใครไปส่งเลยด้วยซ้ำ แต่ไอ้พีท ไอ้พาร์ท ปาย และหลิว ก็ดื้อว่ายังไงก็จะไปส่งผมให้ได้ ผมเลยช่วยไม่ได้ครับ

ไม่รู้จะต้องบอกลากันอีกสักกี่ครั้ง

ขนาดพ่อผมยังแค่ให้ไปส่งที่สนามบินเฉยๆเลยเถอะ แล้วดูไอ้เพื่อนพวกนี้จะรอส่งจนขึ้นเครื่อง

ครบแล้วแหละพ่อผมหันมาบอกพ่อ ก่อนที่จะขึ้นไปนั่งบนรถ

รถเคลื่อนตัวออกไปช้าๆ ผมปล่อยสายตาให้ทอดมองบ้านของคุณย่าอีกครั้ง เพราะเครื่องขึ้นดึกเกินไป ผมจึงลาคุณย่าตั้งแต่เมื่อคืน คุณย่าบอกผมว่าถ้ามีปัญหาอะไรก็บอกท่านได้เสมอ ซึ่งผมก็ยิ้มรับความหวังดีนั้น เมื่อรถขับจนผ่านบ้านคุณย่าไป ผมก็เลื่อนสายตาไปมองท้องฟ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตาตรงหน้า ไม่มีแสงดาวแม้สักดวงให้มองเห็น มีเพียงแต่แสงไฟสีส้มของเสาไฟเท่านั้น แต่ผมก็ยังคงปล่อยสายตาให้มองอยู่อย่างนั้น

พอจะไปก็ใจหายเหมือนกันนะ

ทั้งๆที่ทำใจมาตั้งนานว่าวันนี้จะมาถึงในที่สุด แต่มันก็มาถึงเร็วกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลย ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัว และยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ก่อนเลย ผมอยากจะจัดการทุกอย่างให้เสร็จก่อนที่จะไป จะได้ไม่มีอะไรค้างคาให้ต้องกังวลตอนไปอยู่นู้น

ผมละสายตาจากท้องฟ้า หยิบกระเป๋าสะพายใบเก่งมาดูของภายใน ก่อนที่ผมจะหยิบกล่องของขวัญขนาดเล็กกว่าฝ่ามือสีน้ำตาลออกมา

ผมรู้ได้ทันทีที่เห็นว่านี้คือของขวัญของพี่ติณห์

และมันเป็นของขวัญชิ้นเดียวที่ผมพกไปอังกฤษด้วย แม้ผมจะยังไม่ได้แกะดูสักครั้งเลยว่าภายในนั้นมีอะไรบรรจุอยู่

ผมแกะกล่องนั้นออกช้าๆ ไม่ว่าภายในจะเป็นอะไรตอนนี้ผมอยากรู้แล้วว่าพี่ติณห์ให้อะไรผม

ผมหยิบของภายในกล่องออกมาก่อนที่จะชะงักไป

เครื่องราง

เป็นเครื่องรางแบบของญี่ปุ่น ขนาดเล็กกว่าฝ่ามือผมอีก ผมไม่รู้ว่าพี่ติณห์ไปซื้อมาตอนไหน และด้วยความรู้อันน้อยนิดเกี่ยวกับเครื่องรางของผม เครื่องรางอันนี้เป็นเครื่องรางเกี่ยวกับร่างกาย ให้สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย รวมถึงทำให้ผู้ที่พกมีสุขภาพจิตที่ดี

ขนาดของขวัญชิ้นสุดท้ายยังมีความเป็นพี่ติณห์เต็มเปี่ยมเลย

พี่ติณห์ที่เป็นห่วงสุขภาพของผมเสมอ

ผมจรดริมฝีปากที่เครื่องรางนั้นเบาๆก่อนที่จะกำมันเอาไว้ ในใจกำลังคิดไปถึงเจ้าของเครื่องรางชิ้นนี้ ไม่รู้ว่าพาร์ทจะพาพี่ติณห์มาหาผมได้อย่างที่มันเคยสัญญาไว้รึเปล่า ผมเองก็ไม่เคยใส่ใจว่าจะได้หรือไม่ได้

แต่ตอนนี้ผมอยากให้เขามา

ผมอยากเจอพี่ติณห์อีกครั้ง

 

อยู่ไหนวะ

อยู่ร้านกาแฟผมตอบไอ้พีทกลับไป ในขณะที่ยังคงมองเมนูน้ำตรงหน้าอยู่

ไม่ใช่ว่าขึ้นเครื่องหนีกูไปแล้วนะ

พ่องงงง มึงอยู่ไหน ซื้อเสร็จเดี๋ยวกูไปหาพีทบอกพิกัดตัวเองมา ผมจึงกดวางสายและหันมาสั่งน้ำตรงหน้าแทน หลังจากได้คาปูชิโน่เย็นมาอยู่ในมือ ผมก็หันหลังกลัง เตรียมตรงไปหาพวกไอ้พีททันที

แต่คนที่ต่อคิวอยู่ข้างหลัง ทำให้ขาผมไม่มีแรงก้าวเดินกะทันหัน

พี่ติณห์....พี่ติณห์ขยับตัวหลบให้ผมเดินออกไป เขายังคงไม่หันมาสบตาผม แต่นี้มันสนามบินนะเว้ย ไม่ใช่โรงอาหารในมหาลัย ที่จะเดินๆอยู่แล้วเจอกันโดยบังเอิญได้

มาส่งผมเหรอครับผมเดินออกจากแถวเพื่อให้พี่ติณห์ได้ดูเมนูบ้าง แต่ก็อดที่จะถามออกไปไม่ได้

พาร์ทบอกว่าคุณอยากให้ผมมาส่งพี่ติณห์ตอบโดยที่ยังคงมองตรงไปที่เมนู

“..เมฆ ว่าน อิฐ ก็มานะพี่ติณห์พูดต่อ แต่ประโยคนั้นไม่ได้เข้าหูผมเลยสักนิด ผมยืนรอนิ่งๆอยู่ตรงนั้นจนพี่ติณห์ได้ชาเขียวเย็นมาอยู่ในมือ โดยไม่ได้รอให้เขาพูดอะไรออกมาอีก ผมก็คว้ามือของคนตรงหน้ามาจับ ก่อนที่จะพาเดินออกมา

พี่ติณห์ไม่แม้แต่จะถามว่าจะพาเขาไปไหน ซึ่งก็ดีแล้วแหละ เพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะพาเขาไปไหน แค่อยากหาที่เงียบๆที่สามารถคุยกันได้แค่สองคนเท่านั้น และที่แห่งนั้นที่ผมพอจะคิดออกก็คือ

ห้องน้ำ

เป็นสถานที่ที่แย่ชะมัด

พี่กำลังจะทำให้ผมเป็นบ้าผมผลักพี่ติณห์ให้ทิ้งตัวลงนั่งบนฝาชักโครก วางแก้วน้ำไว้บนชักโครกอีกทีและล็อคตัวเขาเอาไว้ ด้วยการกันเท้าแขนกับพนักชักโครกอีกที

ผมไปทำอะไรตอนไหนพี่ติณห์ตอบกลับมา ไม่ได้สบตากับผม และนั้นทำให้หัวคิ้วผมขมวดมุ่น

มองตาผมสิครับพี่ติณห์ชะงักไปเมื่อผมพูดจบ ก่อนที่เขาจะเลื่อนสายตามาสบกับผมช้าๆ

ดวงตาของพี่ติณห์ทำให้เปลวไฟแห่งความกรุ่นโกรธในใจผมมอดไปจนหมด ทั้งๆที่อยากจะต่อว่าที่สุดท้ายแล้วพี่ก็มาอยู่ที่นี้ พี่ก็ยังมาหาผมอีก ถ้าพี่จะตัดผมทิ้ง พี่ก็ไม่ควรแม้แต่จะอาลัยอาวรณ์ หรือรู้สึกผิดต่อผมอีก แต่การที่พี่ยอมมา ไม่ว่าไอ้พาร์ทมันจะไปพูดอะไรก็ตาม แต่การที่พี่อยู่ตรงนี้ มันหมายความว่าพี่เองก็อยากเจอผม

พี่ติณห์ก็ยังตัดผมไม่ขาด

เหมือนกับที่ผมไม่เคยตัดเขาออกไปได้เลย

เราเงียบใส่กัน ไม่มีใครพูดอะไรออกมา มีเพียงแค่การสื่อสารผ่านทางสายตาเท่านั้น รู้ตัวอีกทีผมก็ขยับเข้าไปใกล้ ทุกอย่างที่เป็นพี่ติณห์มันดึงดูดผมไปหมด ผมอยากสัมผัสเขาอีกสักครั้ง อยากกอด อยากจูบ อยากทำให้เขากลับมาเป็นของผม

แต่ผมไม่รู้ว่ามันยังทันไหม

เครื่องขึ้นกี่โมงเหรอพี่ติณห์เบือนหน้าหลบการรุกล้ำของผมก่อนที่จะชิงพูดออกมาอย่างรวดเร็ว แต่เราอยู่ใกล้กันมาก ผมจึงสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ติดขัด

ไม่รู้เพราะอึดอัดหรือกำลังตื่นเต้น

ถ้าตอนนี้พี่พูดว่าไม่อยากให้ผมไปผมไม่สนใจประโยคคำถามนั้นของพี่ติณห์ และเลือกที่จะพูดในสิ่งที่ผมอยากพูดออกไป โดยกระซิบชิดใบหูนั้น

“...ผมก็จะไม่ไปไม่ว่าใครก็ตามที่ไม่เห็นด้วยกับการที่ผมจะไปเรียนต่อ ผมก็ต่างไม่สนใจ และไม่เคยเก็บคำพูดเหล่านั้นมาคิดเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าคนๆนั้นคือพี่ติณห์ ถ้าพี่ติณห์รั้งผมไว้สักคำ

ผมพร้อมจะทิ้งทุกอย่างเพื่อเขา

โชคดีนะนั้นเป็นคำตอบของพี่ติณห์ คำตอบที่ทำให้ผมหลับตาลง รับความเจ็บปวดทั้งหมดอีกครั้ง คำตอบของพี่ติณห์ไม่ต่างจากที่ใจผมคิดไว้สักเท่าไหร่ ยิ่งผมก้าวมาขนาดนี้แล้วไม่มีทางที่พี่ติณห์จะรั้งผมไว้

แม้สายตาของพี่ติณห์จะกำลังอ้อนวอนขอให้ผมอยู่กับเขาก็ตาม

ถ้าไม่ได้จะมารั้ง.. พี่จะมาทำไมผมยังคงพูดข้างๆหูเขา ผมไม่มีแรงมากพอที่จะสบตากับพี่ติณห์อีกแล้ว สายตาและคำพูดของพี่ติณห์มันขัดแย้งกันไปหมด เขาบอกให้ผมไป แต่สายตากลับรั้งผมไว้ เขาแสดงท่าทีเฉยชา แต่มือที่กำไว้จนแน่นก็ทำให้ผมรู้ว่าเขากำลังเจ็บปวด

ท่าทางแบบนั้นมันทำให้ผมรู้ว่าเขาก็กำลังเจ็บไม่ต่างจากผมเลย

เพราะคุณอยากให้ผมมาผมคว้าพี่ติณห์เข้ามากอดทันที มือทั้งสองข้างกอดอยู่ที่เอวของพี่ติณห์อย่างแนบแน่น ก่อนที่จะซบหน้าลงที่ลาดไหล่นั้น ไหล่ที่ยังอบอุ่นทุกครั้งที่ผมพักพิง กลิ่นหอมอ่อนๆประจำตัวพี่ติณห์ทำให้ผมไม่อยากที่จะปล่อยเขาออกไป

ผมขอโทษ ขอโทษที่เห็นแก่ตัว..พี่ติณห์ตอบรับประโยคของผมโดยการเลื่อนมือมากอดตอบผมไว้ เขากอดผมเอาไว้แน่นไม่ต่างจากที่ผมทำ และซบลงบนไหล่ผม

ผมก็ขอโทษ ขอโทษที่รั้งคุณไว้ไม่ได้..จบประโยคนั้น ผมก็กระชับกอดให้แน่นกว่าเดิม อยากจะกอดให้ช่องว่างของเรื่องบ้าๆนี้มันหายไป อยากให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม เรากลับไปคบกันเหมือนเดิม

แต่แล้วความคิดของผมก็หยุดลงเมื่อผมสัมผัสได้ว่าไหล่ที่กำลังซบอยู่ กำลังสั่นน้อยๆ

พี่ติณห์กำลังร้องไห้

ผมจิ๊ปาก หงุดหงิดตัวเองขึ้นมาเลย ผมไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่ากอดปลอบเขาไว้ในอ้อมแขน ผมเลื่อนมือไปลูบหัวพี่ติณห์เบาๆ พี่ติณห์เองก็คงอึดอัดมากๆกับเรื่องพวกนี้ การที่ผมยังอยู่รอบๆตัวเขา มันอาจไม่ดีทั้งตัวผมและกับตัวพี่ติณห์เอง ถ้าพี่ติณห์รั้งผมไว้ไม่ได้ ผมก็จะไป...ไปให้ไกลสุดสายตา ไปไม่ให้เขาเห็นอีก

มันอาจจะไม่ทำร้ายเขาขนาดนี้ก็ได้

ผมรักพี่นะผมกดจูบที่ขมับของพี่ติณห์ ลูบหัวเขาเบาๆ ก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเขา พี่ติณห์ชะงักไปเมื่อผมทำแบบนั้น แต่ผมเพียงแค่ระบายยิ้มบางๆให้เขา และเลื่อนมือไปเช็ดน้ำตาให้พี่ติณห์เบาๆ

ผมมีเรื่องสามข้อที่อยากจะตกลงกับพี่ก่อนไปพี่ติณห์ไม่ได้ตอบอะไร แค่มองมาที่ผม อย่างรับฟังอยู่

ข้อแรกอย่านึกโทษตัวเองว่าผมไปเพราะพี่ ผมไปเพราะตัวผมเอง พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยผมเช็ดน้ำตาให้พี่ติณห์จนหมดก่อนที่จะลูบแก้มนั้นไว้เบาๆ

ส่วนข้อสอง ผมอยากให้พี่สัญญากับผมพี่ติณห์เลื่อนมือมาจับมือซ้อนทับมือผมที่จับแก้มเขาอยู่ เรียกให้ผมยิ้มบางๆออกมา ก่อนที่ผมจะชูนิ้วก้อยขึ้นมา

ถ้าผมกลับมา และผมกับพี่ยังไม่มีใคร แล้วเรายังรู้สึกเหมือนเดิม... เราจะกลับมาคบกันพี่ติณห์มองนิ้วก้อยของผมสักพัก ก่อนที่เขาจะเลื่อนนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของผมและพยายามฝืนยิ้มบางๆให้ผม

ผมสัญญาผมยิ้ม และขยับเข้าไปหาพี่ติณห์อีกครั้ง ครั้งนี้พี่ติณห์ไม่ได้หลบหน้าผม เขาเพียงแต่หลับตาลงเบาๆเท่านั้น ผมจึงขยับไปกดจูบเนิ่นนานที่หน้าผากมนนั้นก่อนที่จะผละออกช้าๆอย่างอ่อยอิ่งที่สุด

เพราะนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆ

ข้อที่สาม ผมอยากให้พี่กลับไปก่อน ไม่ต้องอยู่รอผมขึ้นเครื่อง”

ทำไมอ่ะพี่ติณห์เลิกคิ้ว ดูจะไม่เข้าใจที่อยู่ๆผมก็ไล่เขากลับ

ผมไม่อยากให้พี่เห็นผมเดินจากไปพี่ติณห์เงียบ เขาเม้มปากแน่นก่อนที่จะส่ายหัวออกมาเบาๆ

ไม่เป็นไรหรอกวา ผมตั้..

ไปเถอะครับ ให้ผมเป็นคนมองพี่เดินจากไปดีกว่าเราสบตากันอยู่สักพัก ส่งต่อให้พี่ติณห์รู้ว่าผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ การที่ต้องมองแผ่นหลังของคนที่เรารักเดินจากไปครั้งแล้วครั้งเล่ามันไม่ใช่เรื่องดีเลยนะครับ และผมก็ไม่อยากจะทำแบบนั้นกับพี่ติณห์ซ้ำๆ มันถึงเวลาแล้วแหละที่ผมต้องมองพี่ติณห์เดินจากไปบ้าง

งั้นผมไปก่อนนะพี่ติณห์ลุกขึ้นยืนในที่สุด เขาลังเลอยู่สักพักก่อนที่จะโน้มตัวมากดจูบที่หน้าผากผมบ้าง

ลาก่อนวา

……….

 

Special part; Tin 3.5

กลายเป็นผมที่ขี้แงจนร้องไห้ต่อหน้าวาไปซะงั้น

แต่มันอดไม่ได้จริงๆนี้นา

เฮ้ออออ

ผมหยิบน้ำแข็งออกมาเพื่อทำที่ประคบให้ตาบวมๆของตัวเอง ดีนะที่เมื่อคืนออกไปดึกมาก และก็บอกแม่ไว้ก่อนว่าคงไปส่งไม่ไหว จึงยังไม่มีใครเห็นสภาพผักต้มของผม ผมไม่อยากให้ใครมาเห็นผมตอนนี้เท่าไร ผมไม่อยากทำให้ใครเป็นห่วงผมอีก

ผมโยนน้ำแข็งก้อนหนึ่งเข้าปากและยกที่ประคบมาวางไว้บนตา

ตอนนี้วาจะถึงอังกฤษรึยังนะ

มันคงมีสักวันใช่ไหมที่ผมจะเลิกคิดถึงวาไปเอง

อยากให้วันนั้นมาถึงเร็วๆจัง

ความคิดถึงมันทรมานมากนะ

ติ๊งต่อง

ผมชะงักเมื่อเสียงกดออดดังขึ้น ใครมาบ้านผมอีกล่ะ เชื่อไหมว่าช่วงนี้ผมเริ่มไม่วางใจกับใครก็ตามที่มากดออดแล้ว

ติ๊งต่อง

อย่ามายุ่งกับกู...

ติ๊งต่อง

ไม่เปิดให้หรอกเว้ยยยยย

ติ๊งต่องๆๆๆๆ

โอเคเปิดแล้วๆ

ผมผุดลุกขึ้นนั่ง เสยผมลวกๆก่อนจะลากร่างหนักๆออกไปเปิดประตู แต่น่าแปลกที่ไม่มีคนยืนอยู่ที่ประตูจนผมเผลอนึกไปแปบหนึ่งว่าอาจจะเป็นน้องบ้านข้างๆที่มาแอบกดออดรึเปล่า เคยมีอยู่วันหนึ่งน้องเขามาแอบกดอยู่ตั้งนานสองนาน จนผมออกไปเจอน้องเขาซ่อนอยู่ข้างๆนั้นแหละน้องเขาถึงได้เลิกกด

พอคิดแบบนั้น ผมจึงแบกร่างออกไปดูที่รั้วให้แน่ใจว่ามีใครแอบหลบอยู่รึเปล่า

ไม่มีน้องข้างบ้าน

ไม่มีคุณน้าหรือคุณป้าข้างบ้าน

ไม่มีไปรษณีย์

ไม่มีใครทั้งนั้น

มีเพียงกล่องกระดาษไม้อัดสีน้ำตาลอ่อน ขนาดเท่ากล่องเอสี่ขนาดใหญ่เท่านั้น

ผมเลิกคิ้ว แต่ก็ยกกล่องใบนั้นขึ้นมา ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง ถ้าเป็นของพ่อ แม่ หรือเต็นท์ ผมคงวางมันไว้กลางบ้านและขึ้นไปนอน แต่โพสต์อิทสีเขียวที่แปะไว้หน้ากล่อง และเขียนด้วยลายมือที่คุ้นตาว่า P’ TIN ก็ทำให้ผมรู้ว่าเป็นของผม

ผมหยิบที่ประคบมาประคบตาต่อ ในขณะที่กำลังชั่งใจว่าควรเปิดดีไหม ไม่รู้หรอกว่าข้างในเป็นอะไร แต่คงไม่ใช่ระเบิดหรอกมั้ง ถึงจะตกลงกับตัวเองว่าไม่เปิด ก็อยากรู้อยู่ดีว่าข้างในมีอะไร...

เปิดก็เปิดว่ะ!

ตัดสินใจกับตัวเองได้ผมก็เปิดฝากล่องออกทันที

อะไรวะเนี่ยภายในกล่องอุดมไปด้วยของหลายอย่างที่ถูกวางไว้จนเต็มไปหมด มองก็รู้ว่าพยายามให้มันเป็นระเบียบที่สุดแล้ว แม้มันจะไม่ได้เป็นระเบียบอะไรสักเท่าไรก็ตาม

นั่งมองมึนๆอยู่สักพัก ผมก็หยิบของที่อยู่ใกล้มือที่สุดขึ้นมาก่อน

อย่างแรกที่ผมหยิบขึ้นมาคือขวดน้ำขนาดเท่าmy bottle 3ขวด ซึ่งภายในบรรจุน้ำแดงเอาไว้จนเต็ม

ข้างๆกันคือกล่องข้าวหมูทอดกระเทียมพริกไทยแบบแช่แข็งที่ยังไม่ได้แกะพลาสติกออกด้วยซ้ำ ไอ้กล่องนี้เล่นเอาผมขมวดคิ้วหนักแบบไม่เข้าใจเลย

ของชิ้นต่อไปคือDVDเรื่องWhiplashที่ผมดูไม่รู้ต่อกี่ครั้งแล้ว

มาม่ารสโปรดของผมอีกแพ็คใหญ่

ถุงกระดาษสีน้ำตาลของร้านขนมชื่อดังย่านสยามร้านหนึ่ง เมื่อเปิดดูผมก็พบว่าภายในนั้นคือครัวซองต์

ข้างๆยังคงเป็นกล่องขนมของร้านเดิมอยู่ แต่จากกล่องผมก็พอจะนึกขึ้นมาได้ลางๆแล้วว่ามันคือกล่องใส่เค้ก ซึ่งผมก็คิดถูก เพราะภายในมีบลูเบอร์รี่ชีสเค้ก2ชิ้น กับทีรามิสุอีก1ชิ้น

นาฬิกาปลุกสีเทาแบบที่ผมชอบ

ฟิล์มโพลาลอยด์อีก2แพ็ค

โพสต์อิทสีฟ้า1อัน

ตั๋วหนังรอบ3ทุ่ม1ใบ

ปิดท้ายด้วยกุญแจสำรองหมายเลข804

เลขห้องของผมเอง

ผมกวาดสายตามองของทั้งหมดที่หยิบออกมา ก่อนที่ขอบตาจะร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างหยุดไม่ได้

แม่งเอ้ยผมสบถออกมา เมื่อเลื่อนมือไปแตะที่ดวงตาและพบหยาดน้ำใสๆไหลลงมาอีกครั้ง

ไอ้เตชินท์ขี้แง

ผมก่นด่าตัวเองในใจ แต่เมื่อหยุดน้ำตาให้ไหลไม่ได้ ผมจึงปล่อยให้มันไหลออกมาแบบนั้น ไหลจนกว่ามันจะหมดก็คงหยุดไหลเองแหละ และผมจึงหยิบของทุกอย่างมาดูอีกครั้ง

ของทุกอย่างอยู่ในสภาพใหม่เอี่ยม ทุกชิ้นจะมีพลาสติกห่ออยู่ แสดงให้เห็นว่าของทุกอย่างเป็นของใหม่ทั้งหมด แต่ถึงอย่างนั้น

ผมกลับจำความหมายของทุกชิ้นได้อย่างดี

จำได้ทันทีที่เห็นของพวกนี้ เหมือนความทรงจำในส่วนนั้นเป็นการแทนของชิ้นนั้นๆไปแล้ว

น้ำแดง3ขวด แทนน้ำแดงทั้ง3แก้วที่ผมซื้อให้วา

ข้าวหมูทอดกระเทียมพริกไทย เป็นเมนูอาหารอย่างแรกที่ผมเคยสั่งให้ป้าหน้าหอทำให้วา ในวันที่ผมเทรนเฮดว้ากวันแรก

Whiplash เป็นหนังเรื่องแรกที่ผมดูกับวา

มาม่า เป็นตัวแทนฉายาผู้เชี่ยวชาญด้านการต้มมาม่าที่วาตั้งให้ผม

ครัวซองต์ เป็นขนมปังที่เราแย่งกันในร้านขนมปังที่มหาลัยวันที่วามีรับน้องครั้งแรก

บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก2ชิ้นและทีรามิสุอีก1ชิ้น เป็นเค้กที่ผมซื้อให้วาในวันที่เพื่อนมาทำงานที่ห้อง จนวาต้องกลับไปนอนห้องตัวเอง

นาฬิกาปลุก แทนนาฬิกาปลุกที่ผมเคยซื้อให้วา

ฟิล์มโพลาลอยด์2แพ็ค โพลาลอยด์1แพ็คจะถ่ายได้10รูป 2แพ็คก็หมายถึงรูปทั้ง20รูปในทริปเขาค้อที่ผมให้วาไป

โพสต์อิทสีฟ้า เป็นโพสต์อิทของวา วันนั้นผมซื้อมาสองสี เขียวกับฟ้า แต่วาก็เลือกสีฟ้าไป

ตั๋วหนังรอบ3ทุ่ม คือเดทแรกของเรา

และกุญแจสำรองของห้องผม ที่ผมเคยบอกให้วาเก็บไว้

วากำลังคืนของทุกอย่างที่ผมเคยให้วา

ให้กับผม

เด็กบ้าผมบ่นออกมา เมื่อพึ่งสังเกตเห็นว่าตั๋วหนังที่วาซื้อให้เป็นเรื่องMe before youที่เจ้าตัวบ่นตั้งแต่Trailerออกว่าอยากดูนักหนา แต่เราก็ไม่มีโอกาสได้ไปดูด้วยกัน บางทีวาอาจจะไปดูแล้ว ในรอบ3ทุ่มของวันอื่น

วาทำให้ผมได้รู้ ว่าไม่ใช่เพียงแค่ผมที่กำลังซึมซับทุกอย่างที่เป็นวา แต่วาเองก็จดจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้ดี รายละเอียดที่ผมเองอาจจะเผลอลืมไปแล้วด้วยซ้ำ แต่วายังจำได้ และยังใส่ใจเสมอ

เขาพูดอยู่เสมอว่าเขาต้องการเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จก่อนที่เขาจะไป และการคืนของที่ยืมไปจากผมก็คงจะเป็นส่วนหนึ่งที่วาอยากจะทำให้เสร็จด้วยเหมือนกัน

เด็กบ้าผมบ่นคำเดิมขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่ยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตา ผมร้องไห้เยอะจนเจ็บตาไปหมดแล้วนะ

ผมรู้อยู่แล้วตั้งแต่แรกที่ตัดสินใจให้วาไป ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน วาเป็นคนแรกที่สอนอะไรหลายๆอย่างให้ผม อีกทั้งความรู้สึกมากมายนี้ ผมก็ได้รู้จากเขาคนแรก และเพราะแบบนั้น ถึงผมจะเป็นคนขอให้เราเลิกกัน บอกให้เราไปเจอคนใหม่ได้ตามสบาย

ผมก็รู้ตัวดีว่าผมรักใครไม่ได้อีกแล้ว

นอกจากวา

ถึงแม้ผมจะไม่รู้ว่าในอนาคตต่อจากนี้จะเป็นยังไง เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วจริงๆ แต่ความทรงจำทุกอย่าง สิ่งที่เคยเกิดขึ้น มันก็ยังคงอยู่ตรงนั้น ยังคงเก็บอยู่ในความทรงจำต่อไป และถึงแม้สุดท้ายมันจะจบด้วยคราบน้ำตา

มันก็ยังคงเป็นความทรงจำที่สวยงาม

ตลอดไป

Special part; The End






---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ช้าไปเกือบ2วัน ขอโทษด้วยจริงๆค่ะเพราะต้องไปมอมาตั้ง3วันติด เหนื่อยโครตๆเลยอ่ะ กว่าจะหาเวลามาแต่งได้เลยมาช้าไปหน่อย สำหรับตอนนี้ ยังไงดีล่ะ เป็นการพากษ์ของ3อย่าง ตอนแรกตั้งใจให้พาร์ทพากษ์ในช่วงของพาร์ทนะแต่พอมาคิดๆดูแล้วก็เปลี่ยนใจในที่สุด ไม่ว่าสุดท้ายแล้วจุดจบจะเป็นยังไง เรื่องทั้งหมดที่ผ่านมาก็ล้วนเป็นความทรงจำที่ดีมากๆของทั้งคู่แล้วอ่ะเนอะ และมันก็จะไม่มีวันหายไป แบบที่พี่ติณห์บอกนั้นแหละ
คอมเม้นต์ล่าสุดเขียนว่านึกว่าไรต์เรียนถาปัตย์ 5555 เราเลยจะขอเล่านิดนึง (โดยไม่มีใครอยากฟัง) คือเราชื่นชอบสถาปัตย์มากกกกกเลยนะ และคนรอบตัวเราก็เรียนถาปัตย์เยอะมาก ทั้งชอบเด็กถาปัตย์ ชอบวิชาเรียน ชอบสังคม ชอบงานที่เสร็จ คือชอบหมดเลย แต่เอาจริงๆแล้วอ่ะ เราว่าแต่ล่ะคณะมันก็ถูกสร้างมาสำหรับคนบางกลุ่ม และเราก็ไม่ได้สถาปัตย์เลยยยยยแบบแค่วาดเส้นตรงยังไม่ตรง ดังนั้นจึงไม่รู้จะไปเรียนได้ยังไงแม้จะสนใจมากก็ตาม 5555 สุดท้ายเลยเก็บเป็นคณะในดวงใจที่รู้สึกว่าโครตเจ๋งแล้วก็เอามาแต่งนี้แหละ 5555
สนใจให้รวมเล่ม ส่งเมลล์ไปที่ nnmfnns@gmail.com นาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

669 ความคิดเห็น

  1. #584 FaH SaI (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 06:43
    อินหนักมาก
    #584
    0
  2. #498 N เอ็น (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 11:39
    แงงงงงงง ตาแดงหมดแล้วเนี่ยไรท์บ้า! ฮือออ TT
    #498
    0
  3. #483 จิงโจ้ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 23:04
    โฮฮฮฮฮ ไรต์กำลังทำให้เราอยากจะหยิบทิชชู่มาซับน้ำตา T__T อะไรจะเศร้าเบอร์นั้น เจ็บปวดทั้งพี่ตินและวาอ่ะ แบบบ ความเจ็บปวดที่งดงาม? #ไม่ใช่ละ สนุกมากเลยค่ะไรต์ ชอบค่ะ <3
    #483
    0
  4. #379 Milky Way (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 17:34
    งืออออ จะเป็นยังไงต่อไปนะ TT
    #379
    0
  5. #378 สารินี (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 20:41
    ฮืออออออ พี่ตินนนน น้องว่างนะคะะด มาม่ะะะะะ
    #378
    0
  6. #377 Libby (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 13:20
    น้ำตาแตก หน่วงมาก ที่เหลือก็แค่รอให้วากลับมาแล้วทั้ง2คนไม่มีใคร ให้กลับมาคบกัน ขอให้ตอนจบแฮปปี้เอนดิ้ง TT
    #377
    0
  7. #376 DsnoopyD (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 23:46
    โอ้ยยยย อ่านละน้ำตาซึม :(
    #376
    0
  8. #374 Yasyap (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 13:30
    อ่านตอนนี้แล้วซึ้งมากกกกกกกก โดยเฉพาะตอนที่ติณห์เปิดกล่องของที่วาให้ไว้ วาจำได้หมดทุกอย่างเลยอ่ะ เราเชื่อว่าซักวันสองคนนี้ต้องกลับมาคบกันแน่นอนเลย

    ชอบประโยคนี้ของวามาก

    "ผมไม่อยากให้พี่เห็นผมเดินจากไป"

    "ให้ผมเห็นพี่เดินจากไปดีกว่า"

    พระเอกมากอ่ะวา
    #374
    0
  9. #373 B Specail YKR (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 11:23
    ไม่เคยขอให้เรื่องไหนอัพเร็วๆเท่าเรื่องนี้ อัพเร็วๆนะคะใจจะขาด สคริปไปตอนวาเรียนจบเลยนะะะ
    #373
    0
  10. #372 FernGot2Jae (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 11:21
    เศร้าดีเนอะ
    ตอนสุดท้ายอยากให้วากับพี่ติณห์ไม่ทีใครแล้วกลับมารักกันใหม่
    #372
    0
  11. #371 1 0 1 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 11:18
    ตอนนี้อ่านแล้วอมยิ้มมากกว่าค่ะ ยอมรับในความคิดของทั้งคู่เลย
    บางทีเรื่องบางเรื่อง ไม่ต้องอยู่ด้วยตลอดไป แค่อยู่ในความทรงจำให้นึกถึงก็สวยงามแล้ว...
    พี่ติณณ์ขี้แง!!
    รอวากลับมากันเถอะ~
    #371
    0
  12. #370 mindmd (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 10:22
    เศร้ามากอะ...รอให้วากลับมาไวๆนะ
    #370
    0
  13. #369 subtle'z (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 10:15
    แอบร้องเล็กๆ วากลับมาไวไวนะ
    #369
    0
  14. #368 Bks Bongkiz (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 08:37
    เศร้าาาาาT_t
    #368
    0
  15. #367 mangpor43 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 07:13
    อ่านไปนำ้ตาก็เกือบใหล (ที่จริงคลอเบ้าแล้ว) T^T เป็นกำลังใจให้ค่าาาาา ทุกคนเลย
    #367
    0
  16. #366 YOK-0211 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 01:04
    น้ำตาแตกเลยอะ????
    #366
    0
  17. #365 ZhangSafe (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 01:02
    โอ๊ยย มีความหน่วง หน่วงกับทุกคนเลย
    #365
    0