source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 43 : epilogue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,066
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    20 มิ.ย. 59

42

Special part IV

TIN

1ปีผ่านไป

พรุ่งนี้เดี๋ยวไอ้ไม้มาถ่ายรูปนะหลังจากรู้เวลาถ่ายรูปจากเพื่อนเรียบร้อยผมก็รีบวิ่งจากชั้นสองลงมาบอกทุกคนในบ้านทันที

พรุ่งนี้กูมีออกไปเจอลูกค้านะแต่ไอ้พี่ชายที่นั่งร่วมโซฟากับพ่อก็พูดขัดออกมาก่อน

ลูกค้าไรวะ กูบอกมึงตั้งแต่ต้นอาทิตย์ว่าเดี๋ยวรุ่นน้องกูจะเข้ามาถ่ายรูป มึงก็ยังจะไม่ว่างอีกเนอะนี้มันไม่ใช่งานยุ่งแล้ว นี้มันไม่สนใจมากกว่า

รู้ไหมว่ากว่าจะแย่งไอ้ไม้มาถ่ายรูปให้กลุ่มผมได้นี้ไอ้อิฐลงทุนไปเดินตามอยู่หลายวันเลยนะ

สุดท้ายอิฐ ว่าน เมฆ และผมก็รวมตังกันจ้างไอ้ไม้มาถ่ายรูปให้สำเร็จ นี้ผมก็เป็นคิวหลังๆเลยที่ไม้จะมาถ่ายให้ที่บ้าน เพราะนับถอยหลังอีกไม่กี่วันต่อจากนี้ก็จะถึงแล้ว

วันรับปริญญา

ของผมเอง!

เต็นท์มีคุยงานกี่โมงล่ะลูกแม่ที่เห็นท่าว่าผมกับเต็นท์จะเปิดศึกกันในไม่ช้ารีบเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยทันที

สายๆอ่ะแม่

แล้วตากล้องน้องติณห์จะเข้ามากี่โมงล่ะเมื่อได้คำตอบจากเต็นท์แม่ก็หันมาถามผมต่อ

เดี๋ยวติณห์บอกให้มันเข้ามาบ่ายๆก็ได้ครับและศึกย่อมๆของผมกับเต็นท์ก็สิ้นสุดลง

ผมรู้สึกเซ็งที่เป็นลูกชายคนเล็กของบ้านก็ตอนนี้

ทั้งๆที่อีกไม่กี่วันจะวันรับปริญญาของผมอยู่แล้ว และสัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ (จากปกติเวลานี้ต้องเป็นเวลาของCongrats Project แต่สำหรับพวกผมที่เป็นบัณฑิตจบใหม่หมาดๆ มันเป็นเวลาของการหยิบชุดนิสิตและชุดครุยไปถ่ายรูปมากกว่า) ผมกับเพื่อนในรุ่นก็แวะเวียนไปถ่ายรูปในมหาลัยมาหลายวันแล้ว ผมจำได้ดีเลยว่าเมื่อ3ปีที่แล้วตอนเต็นท์เรียนจบ ทุกคนในบ้านตื่นเต้นกันมาก ทั้งสั่งตัดชุด ทั้งนัดเวลาตากล้องมาอย่างดิบดี

แต่พอเป็นตาผมล่ะทุกคนดันชิลๆซะงั้น

ก็เคยผ่านงานแบบนี้มารอบหนึ่งแล้วนี้นะ

แม้ลึกๆผมจะแอบน้อยใจขนาดไหน แต่แค่ทุกคนถ่ายรูปชุดครุยกับผมที่บ้าน และไปงานผมที่มหาลัย ผมก็พอใจแล้วววว

ดึ่งด่อง

เมื่อบอกข่าวทุกคนเสร็จเรียบร้อย โทรศัพท์ในกระเป๋าก็ร้องขึ้นมาพอดี ผมจึงได้ก้าวขากลับขึ้นห้องอีกครั้ง

ไอ้ว่านบอกแล้วใช่ป่ะว่าไม้จะเข้าไปถ่ายบ้านมึงพรุ่งนี้เสียงไอ้เมฆดังตามสายมาทันทีที่กดรับ

อ่าฮะ นี้กูพึ่งลงไปบอกแม่มา

ตอนมันมาถ่ายบ้านกูเมื่อวันก่อนนะ พ่อกูเลี้ยงข้าวซะยกใหญ่ผมขำ

แม่กูก็คงไม่ต่าง

เออแล้วกูแอบไปเห็นCongrats Projectของพวก101มาแว่บๆ เจ๋งอยู่นะคำว่าCongrats Project ทำให้ผมระบายยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

ผมเคยคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปความคิดถึงก็คงจะลดลงไปเอง แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหน ก็ไม่ได้ช่วยให้ผมลืมได้เลย ไม่ว่าผมจะทำอะไร จะหยิบจับอะไร ผมก็ยังคงคิดถึงเขาอยู่เสมอ

แม้จะผ่านมาปีกว่าแล้วก็ตาม

ผมไม่ได้รู้อีกเลยว่าเขาเป็นยังไงบ้าง เรียนเป็นยังไง มีเพื่อนไหม หรือมีปัญหาอะไรรึเปล่า เพราะเราไม่ได้คุยกันอีกเลยหลังจากวันที่ผมไปส่งเขาวันนั้น แต่การที่เขาไม่อยู่ก็ทำให้ผมกลับกลายเป็นคนนิ่งเงียบมากกว่าเดิม จนหลายๆคนจับสังเกตได้และพาลไปรู้เรื่องผมกับเขา ถึงจะไม่มีใครพูดออกมา แต่ผมว่าทุกคนต่างรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเราทั้งนั้น รู้ตัวอีกทีทั้งคณะเราและรุ่นพี่หลายๆคนก็รู้แล้วแหละว่าผมคบกับวา แต่อาจเพราะผมนิ่งจนน่ากลัว พีทจึงพูดลอยๆให้ผมรู้ว่าวาสบายดี มันแค่เรียนหนักมากจนพวกเขาเองก็แทบจะติดต่อไม่ได้ แต่เชื่อเถอะว่ามันกำลังทำตามความฝันอย่างเต็มที่ โดยไม่คิดจะย่อท้อเลยล่ะ

ผมเชื่อคำพูดของพีททันทีที่บังเอิญไปเห็นผลงานของวาบนหน้าเว็บของมหาลัย

เด็กคนนั้นเก่งขึ้นหลายเท่าแล้วแน่ๆ

แต่อย่างน้อยๆเวลาที่ผ่านมาก็ช่วยให้ผมคิดถึงเขาโดยไม่เจ็บปวดนะ

ไปเห็นมาได้ไงวะ ไอ้เปรมแม่งห้ามไม่ให้กูไปเหยียบแถวนั้นเลยแต่เปรมไม่ได้เป็นตัวแทนของปี98หรอกนะครับ ดูเหมือนเพชรที่เป็นประธานรุ่น จะลงมือทำของปีนี้ด้วยตัวเองเลย

บังเอิญโครตๆอ่ะ ไอ้ดิวบ่นกูซะจนปวดหูดิว คือเหลนรหัสรุ่น101ของเมฆนั้นเอง

สมน้ำหน้าไอ้เมฆจิ๊ปากนิดหน่อยที่โดนผมซ้ำเติม ก่อนที่มันจะวางสายไป

นับกันจริงจัง ผมเหลือเวลาอีกแค่3วันก่อนงานรับปริญญา พรุ่งนี้มีคิวถ่ายรูป ต่อจากนั้นก็ว่างวันหนึ่ง และวันต่อไปก็งานรับปริญญาเลย

ถ้าถามว่างานในมหาลัยอะไรที่ผมชอบมากที่สุด ผมคงตอบได้โดยไม่ต้องเสียเวลาคิดอะไรมากมายเลยว่า

งานรับปริญญา

สำหรับคนอื่นผมไม่รู้นะ แต่ผมชอบงานรับปริญญามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ชอบตั้งแต่ความรู้สึกที่เราเป็นผู้ร่วมงานแล้ว เพราะทุกคนสวนเสเฮฮากันได้ตลอดงานล่ะมั้ง ขนาดพี่บัณฑิตแม้จะเหนื่อยจนแทบแย่ แต่ก็ยังคงยิ้มแย้มถ่ายรูปได้จนจบงาน แถมงานรับปริญญายังเป็นงานที่พวกรุ่นน้องจะหาเรื่องมาพูดแซวรุ่นพี่ได้โดยไม่มีใครว่าด้วย แต่กลับมองว่าสนุกสนานซะมากกว่า

ซึ่งผมชอบชะมัด

รู้ตัวอีกทีผมก็อยู่ในนามพี่บัณฑิตซะแล้ว

นี้ผมก็รีเควสไอ้เปรม ไอ้เก่ง ไอ้เจ และสายรหัสคนล่าสุดอย่างไอ้บอลไปเรียบร้อยว่าอยากได้อะไร

เห็นไหมล่ะงานรับปริญญานี้ดีจะตาย

พูดแล้วผมก็ต้องนอนเก็บแรงไว้เยอะๆวันนั้นจะได้มีเรี่ยวแรงฉีกยิ้มให้กล้องทุกกล้องเลย

 

D-DAY

ขอบคุณฟ้าที่ส่งให้ผมเกิดมาเป็นผู้ชาย ผมจึงไม่ต้องตื่นขึ้นมาแต่งหน้าตั้งแต่ตี3-4แบบพวกผู้หญิง แต่ก็อย่างว่านะ วันนี้คงเป็นอีกหนึ่งวันที่พวกเธออยากสวยให้มากที่สุด

ก็งานรับปริญญานี้มันไม่ได้มีบ่อยๆนี้นา

ผมมาถึงมหาลัยเร็วกว่ากำหนดการอยู่ประมาณหนึ่ง เพราะตื่นเต้นด้วย และเพราะอยากมาซึมซับบรรยากาศงานตั้งแต่เริ่มด้วย ตอนนี้ผมจึงมาเดินทอดน่องอยู่ใต้ตึกสถาปัตย์เรียบร้อย

ตึกเรียนที่ผมใช้ชีวิตอยู่ด้วยมาตั้ง5ปี ขึ้นมาทุกชั้น เรียนมาแทบทุกห้อง สถานที่ที่สอนให้ผมรู้วิชาสถาปัตย์ เพื่อเป็นสถาปนิกที่ดีในอนาคต

ผมกวาดสายตามองผู้คนที่เริ่มมาถึงบ้างก่อนที่จะสะดุดตากับงานCongrats Projectที่ตั้งอยู่ไม่ไกล

ผมยังไม่ได้ดูเลยแหะ

ว่าแล้วผมก็ลุกขึ้นไปดูทันที

ดิ่งด่อง

ว่าแต่โทรศัพท์ดันดังขึ้นมาซะก่อน

อยู่ไหนล่ะ

อยู่ใต้ตึก มึงอ่ะผมถามไอ้เมฆกลับไปและเดินเข้าไปดูงานด้วย

จะถึงล่ะ รถติดว่ะ คงอีกสักพัก

เออ ไม่ต้องรีบมาก็ได้ ยังไม่ค่อยมีใครมาหรอกยังไม่มีใครมาเลยด้วยซ้ำ

แล้วมึงอยู่กับใครอ่ะ

อยู่คนเดียวดิ

สู้เขานะมึง ชีวิตมันก็ต้องอยู่คนเดียวกันบ้างผมขำทันที มึงจะดึงดราม่าทำไมเนี่ย

กูกำลังพยายามใช้ชีวิตตามลำพังอยู่นี้ไงเมฆบ่นเรื่องรถติดอีกสักพักก่อนที่จะวางสายไป

ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่านะ แต่จากวันที่ผมอ่อนแอสุดๆให้มันดู เมฆก็เป็นห่วงผมมากขึ้น คอยโทรมาชวนคุยบ่อยๆ ยิ่งช่วงแรกๆที่วาไปใหม่ๆนะ เมฆแทบจะแบกข้าวของมาอยู่บ้านผมถาวร ไม่รู้มันกลัวผมคิดสั้นขึ้นมารึเปล่า

แต่ตอนวาไปแรกๆมันก็หนักอยู่แหละ

ผมหยุดดูงานแต่ล่ะชิ้นอย่างละเมียดละไม ความรู้สึกที่น้องๆตั้งใจสร้างสรรค์งานพวกนี้เพื่อแสดงความยินดีกับรุ่น97อย่างพวกผมยิ่งทำให้ผมสนใจงานทุกชิ้นเข้าไปใหญ่ ไม่ว่าจะงานชิ้นไหนก็มีความสวยงามและเอกลักษณ์ประจำตัวของแต่ล่ะคนไป ผมยกกล้องขึ้นถ่ายไปหลายสิบรูปโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่จะแพลนกล้องไปยังงานชิ้นต่อไป

แต่นิ้วที่ควรจะกดชัตเตอร์กลับหยุดนิ่งอยู่แบบนั้นเมื่อผมเห็นงานผ่านview finderช่องเล็กๆ

สุดท้ายผมก็ลดกล้องลง และมองงานชิ้นนั้นด้วยดวงตา

ถ้ามองผ่านๆ มันก็เป็นงานวาดรูปเสมือนของเหตุการณ์หนึ่งเพียงเท่านั้น แต่ผมที่เป็นส่วนหนึ่งในภาพ มองแค่แว่บเดียวผมก็รู้แล้วว่ามันเป็นภาพในวันที่เราเข้าห้องเชียร์

ตอนที่ผมเป็นเฮดว้าก

ภาพถูกวาดด้วยดินสอทั้งหมด ไม่มีการลงสี แต่ก็ดูมีมิติและสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ และมันกลับดูทรงพลังมากขึ้นเมื่อเป็นรูปขาวดำเช่นนี้ แต่รายละเอียดยิบย่อยในภาพต่างหากที่ทำให้ผมชะงัก ไม่ว่าจะสิ่งของที่วางอยู่ข้างๆ ตัวผม ไอ้เมฆที่จะยืนอยู่ขวามือของผมเสมอ หรือไอ้ว่านที่จะอยู่ซ้ายมือ หรือแม้กระทั่งปี1ที่นั่งหน้าสุดทุกครั้งเป็นไอ้เก่งก็ยังคงถูกต้อง

รายละเอียดมันชัดเจนมากจนผมแปลกใจ

ละเอียดจนเหมือนคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย

มาเช้าจังวะผมสะดุ้งเฮือกเมื่อมือหนึ่งตะปบเข้าที่ไหล่

ภาพนี้ใครวาดวะแต่ผมไม่ได้ตอบคำถามของอิฐ เพียงแค่ชี้ที่งานตรงหน้าและถามต่อเท่านั้น

เข้ วันที่เข้าห้องเชียร์ป่ะไอ้อิฐเองก็คงพึ่งเห็นภาพนี้ เมื่อเห็นมันก็ตาลุกวาวขึ้นมาทันที สัญชาตญาณความเป็นพี่ว้ากคงกลับมาเลยล่ะสิ

วาดกูหล่อใช่ได้นี้ว้าแถมชื่นชมรูปตัวเองซะด้วย

มึงรู้ป่ะว่าใครวาดผมถามซ้ำออกไปอีกครั้ง เพราะถ้าปล่อยให้ไอ้อิฐพิจารณาภาพไปเรื่อยๆคงไม่จบแน่ๆ

คำถามที่ในหัวผมมีชื่อของคนๆหนึ่งเด่นชัดอย่างไม่น่าเชื่อ

มึงดูป้ายดิอิฐตอบส่งๆและยังคงมองรูปตรงหน้าอยู่ ส่วนผมก็มองหาป้ายตามที่มันบอก

ป้ายอะไรวะ ไม่เห็นจะมีเลย

แค่หาป้ายนี้มึงยังหาไม่เจอเลยเหรออิฐบ่นนิดหน่อยแต่ก็ยอมเดินมาหาป้ายให้ผม

อ้าว ทำไมไม่มีป้ายวะ

เห็นป่ะ!ผมเถียงมันกลับทันที แต่ปกติงานพวกนี้มันต้องมีป้ายคนทำติดอยู่ดิ การที่ไม่มีมันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ

ไม่จริงนา...

เลิกเพ้อเจ้อได้แล้วไอ้ติณห์

ผมต่อว่าตัวเองก่อนที่จะสะบัดหัวไล่ความคิดนั้น บางทีอาจจะแค่ลืมเอาป้ายมาติดเท่านั้นเอง

อิฐ!! ตินติน!! มึงไปรายงานตัวยังวะประโยคคำถามใหม่ดังขึ้นมาพร้อมไอ้ว่านที่วิ่งเข้ามาหาทำให้ผมกับอิฐเลิกมองหาป้ายชื่อ

ยังเลย รายงานตัวที่ไหนวะไอ้อิฐเป็นคนตอบแทนผม

มึงรีบไปเลย เดี๋ยวก็โดนด่าอ่ะไอ้ว่านตอบและชี้เส้นทางให้ผมดู

ยัยมิ้งค์กำลังยืนแยกเขี้ยวเลยนะเว้ยไอ้ครีมเข้ามาร่วมวงด้วย ซึ่งประโยคใหม่ก็ทำให้ผมกับอิฐรีบเร่งฝีเท้าไปหามิ้งค์ทันที

ก็มิ้งค์น่ะ ถ้าเล่นบทโหดขึ้นมาก็พร้อมหักคอพวกผมไปโยนทิ้งได้เลยนะสิ

 

หลังจากรายงานตัวกับมิ้งค์เสร็จ พวกเราก็ทยอยกันมามากขึ้นเรื่อยๆ จากบรรยากาศเงียบเหงาก็แปรเปลี่ยนเป็นครึกครื้นทันที

ไอ้ติณห์!!!!!เสียงเรียกที่ดังระดับสิบพร้อมด้วยแขนที่คว้าคอผมไปกอดอย่างแรงทำให้ผมรู้ทันทีว่าใคร

นึกว่าพี่จะไปมาซะล่ะ

จะไม่มาได้ไง ไอ้ลูกหมามันเรียนจบสักทีพูดจบพี่ดินก็ยีหัวผมอย่างแรงโดยไม่สนใจเลยว่าผมจะเสียเวลาเซ็ตผมมานานขนาดไหน แต่ผมก็ยังคงระบายยิ้มรับอยู่ดี พี่ดินน่ะ พอเรียนจบก็ย้ายกลับไปทำงานที่บ้านที่ภูเก็ต นานนนนๆจะขึ้นกรุงเทพสักที ขนาดตอนที่ผมโทรไปชวนพี่ให้มางานรับปริญญาผมนะ พี่ดินยังตอบด้วยเสียงอ่อยๆว่า กูยังไม่แน่ใจนะมึง อยู่เลย การที่สุดท้ายแล้วพี่ดินแบ่งเวลามาหาผมได้ ผมเลยดีใจสุดๆ

นี้กูให้ยีหัวผมจนพอใจ พี่ดินก็ยื่นของที่เตรียมมาด้วยให้ผม

เฮ้ย! พี่เอาจริงดิเมื่อเห็นของที่พี่ดินเตรียมมาให้ ผมก็ฮาลั่นทันที ก็พี่ดินเล่นเอารูปผมไปใส่กรอบอันใหญ่มาก แต่ที่ทำให้ผมฮาจริงๆก็คงเป็นการที่เอาไปทำเป็นจิกซอว์ก่อนใส่กรอบนี้แหละ

เออ แต่กูไม่ได้ต่อเองนะกูบอกก่อน ใช้น้องในบริษัทเอาผมยังคงขำและรับรูปมาจากพี่ดิน

ขอบคุณนะพี่พี่ดินพยักหน้ารับ และขยับให้พี่เป้อและพี่เกลเข้ามาแสดงความยินดีกับผมบ้าง

กูมีเซอร์ไพรส์ให้มึงด้วยหลังจากรับช่อดอกไม้ช่อยักษ์จากพี่เป้อ เขาก็พูดออกมาทันที พี่เป้อเองก็ไม่ได้ทำงานไกลจากกรุงเทพมากนัก จึงยังแวะเวียนมาที่มหาลัยให้ผมได้เจอบ่อยๆ (เห็นเขาว่ากันว่าพี่เป้อจีบเด็กอยู่)

เซอร์ไพรส์อะไรผมเลิกคิ้วและถามต่อไปทันที แค่ช่อดอกไม้ช่อเบ้อเริ่มในมือนี้ผมก็เซอร์ไพรส์ล่ะนะ

ตินติน!!!!คำตอบมาพร้อมกับเสียงเรียกชื่ออย่างดัง

พี่โก้!!! พี่เกล!!!ซึ่งผมก็ตอบกลับไปด้วยเสียงที่ดังไม่แพ้กัน ก็ทำที่จำได้ พี่สองคนนี้ตอบกลับมาว่าติดงานตอนที่ผมโทรไปบอกนี้หนา การที่อยู่ๆพี่ทั้งคู่มาอยู่ตรงนี้จึงดีต่อใจผมมากจริงๆ

ถ่ายรูปๆๆๆผมพูดรัวเร็วหลังจากรับของจากพี่ทุกคนจนครบ นี้มันรวมสาย0002 ตั้งแต่รุ่น95 96 97 98 99 100 จน101เลยนะ จะไม่ถ่ายรูปได้ไง

นี้แหละครอบครัวสายรหัสของผม

แบบของจริงเลย

เนฟ! ถ่ายรูปให้กูหน่อยและคนที่พอจะว่างให้ผมไหว้วานได้ก็คือเนฟ เด็กซิ่วที่ควรจะเป็นปี100แต่ดันมาเป็นปี101แทน

มาถึงก็ใช้งานเลยนะไอ้เนฟบ่นนิดหน่อยแต่ก็ยอมยกกล้องมาถ่ายให้แต่โดยดี

แหมมมมมมมม พอเป็นพี่เตชินท์เนี่ย สั่งนิดสั่งหน่อยมึงทำหมดเลยนะเนฟไอ้เปรมที่ยืนอยู่ด้วยคงอดที่จะแซวออกมาไม่ได้

ใครๆเขาก็รู้กันว่า

เนฟจีบผม

ช่วงแรกๆผมก็ทักทายมันบ้างตามประสาตอนเดินผ่าน แต่พอนานๆเข้าผมก็เริ่มจับสังเกตได้ว่าไอ้เด็กปี1ที่ควรจะมีสังคมกับเด็กปี1มันแลจะตัวติดผมมากกว่าปกติ

แต่ผมบอกมันชัดเจนแล้วว่าผมไม่ได้รู้สึกอะไร

ถึงแม้พูดกันตามตรงแล้วผมเองจะยังไม่มีใครก็เถอะ ผมเลยปล่อยตัวปล่อยใจให้มันไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีอะไรคืบหน้าหรอกครับ เพราะผมต้องฝึกงาน นับครั้งได้เลยที่จะเจอกัน และส่วนมากที่เจอกันก็เพราะไอ้เนฟพยายามจะเสนอตัวมาหาผมนั้นแหละ

อย่างครั้งนี้ก็ด้วย

ยิ่งมันพยายามมากเท่าไรผมก็ยิ่งรู้สึกผิด และผมเองก็บอกมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าถึงตัวผมจะไม่มีเจ้าของ

แต่หัวใจผมมีเจ้าของแล้ว

ดีแล้วๆ แต่เอาพี่เปรมออกจากเฟรมนะยิ่งดีเลยไอ้เด็กนี้ก็ใช่ว่าจะยอมคนที่ไหน เพราะมันบอกมุมกล้องให้โดยที่ไม่วายจะแซะเปรมกลับไป

กูพี่มึงนะเนฟ!ไอ้เปรมโวยกลับไปซึ่งเรียกเสียงฮาจากพวกผมได้มากโข

เอานะ 1!! 2!!” พวกเราฉีกยิ้มให้กล้องไอ้เนฟ มันกดถ่ายอีก2-3รูปก่อนที่จะยกมือโอเคส่งมาให้

แล้วนี้มึงได้งานยังพี่โก้พี่ใหญ่ประจำทีมโผล่ขึ้นมาก่อนที่จะคว้าคอผมไปกอด

พี่ที่ฝึกงานเขาอยากให้ไปทำต่ออ่ะพี่ แต่ผมยังไม่ได้ตัดสินใจนะผมโชคดีมากที่ได้ที่ฝึกงานดี และผมก็เข้ากับทุกคนได้ดีมากๆ จนพี่หัวหน้าออกปากขอจ้างผมอยู่ต่อเลย แต่ที่ทำงานมันอยู่ที่พัทยา ถ้าผมตกลงทำก็คงต้องไปหาบ้านแถวนั้นอยู่ เพราะถึงมันจะไม่ไกลจากกรุงเทพมาก แต่การจะให้ผมไปกลับมันจะเหนื่อยไปสักหน่อย แต่ผมยังอยากอยู่บ้านอยู่ ก็เลยยังไม่ได้ตอบตกลงไป

อย่าเลือกงานให้มันมากนักนะไอ้ลูกหมา เดี๋ยวจะลำบากพี่เกลพูดต่อขึ้นมา

ผมไม่ได้เลือกนะพี่ แต่มันก็ต้องอาศัยปัจจัยอะไรหลายๆอย่างไหมอ่ะพี่เกลยอมพยักหน้ารับ จากที่ผมรู้มาเนี่ยกว่าพี่เกลจะได้ทำงานที่นี่ก็เปลี่ยนมาหลายที่เหมือนกันนะ

ผมให้ไอ้เนฟเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยก่อนที่จะยื่นกล่องของขวัญให้ผม

อ้าวพวกเราหลบหน่อย คนเขาจะจีบกันนี้ไงงงงง เล่นชงกันขนาดนี้ไง เขาถึงได้รู้กันหมดว่าไอ้เนฟจีบผม แถมพอพี่เป้อพูดแบบนั้น ทุกคนก็พร้อมใจกันร้องฮิ้ววววและแยกทางให้เนฟเดินเข้ามาหาผมซะงั้น

อะไรวะผมรับกล่องมาจากเนฟและเขย่าๆดูเพื่อเดาว่าคืออะไร

เปิดดูก็รู้เองแหละพี่เนฟมันว่างั้น

ถ่ายรูปให้หน่อยดิพี่ผมพึ่งสังเกตว่าพิ้งค์ยืนอยู่ไม่ไกล

จ้า~” พิ้งค์บุ้ยปากแต่ก็ยอมรับกล้องจากเนฟไปแต่โดยดี ก็ใช่สิ เนฟเป็นน้องรหัสพิ้งค์นี้

“1..2..” ผมยิ้มกว้างให้กล้องของเนฟ โดยมีเนฟยืนอยู่ข้างๆ

ส่งภาพให้กูด้วยถ่ายเสร็จผมก็หันไปบอกไอ้เนฟ

ได้เลยครับผมเนฟยิ้มกลับมาให้ผมหลังจากมันเช็คภาพเสร็จ

พี่เตชินท์!ผมหันไปตามเสียงเรียกอีกครั้ง

ขอบใจนะผมรับช่อดอกไม้จากพาร์ท หลังจากวันที่พาร์ทไปหาผมที่บ้าน เราก็ดูจะสนิทกันมากขึ้นกว่าเดิมอีกระดับหนึ่ง

ระดับเล็กๆเท่านั้นแหละ

เรียนจบแล้วก็ขอให้ได้งานดีๆด้วยนะพี่พีทที่ยืนอยู่หลังพาร์ทยื่นหน้าเข้ามาบอก

แล้วก็ดอกไม้ผมรวมกับไอ้พาร์ทนะพี่ ช่วงนี้ช็อตผมขำทันที

เออ ขอบใจนะ

เตชินท์!ผมรู้สึกปวดหัวขึ้นมานิดหน่อยที่มีใครไม่รู้กรูกันเข้ามาแสดงความยินดีกับผมมากมายจนผมแทบจะไม่มีมือเหลือรับของแล้ว

“97!!! เตรียมเข้าหอประชุมได้เลยนะ!เสียงของใครบางคนตะโกนขัดขึ้นมา ทำให้ผมกับไอ้เมฆต้องรีบหาที่วางของและเข้าไปต่อแถวรอเข้าหอประชุมทันที ผมบอกที่บ้านไว้ว่าให้มาหาหลังจากออกจากหอประชุมมาแล้ว ตอนนี้จึงยังไม่มีใครคอยให้ผมฝากของเลยครับ ผมจึงฝากไอ้เนฟนั้นแหละให้ช่วยเฝ้าให้หน่อย

เราเดินเรียงหาที่นั่งกันมาเรื่อยๆจนผมได้ที่นั่งในที่สุด แต่ด้วยความที่ชื่อผมขึ้นต้นด้วยตัว ผมก็ทำใจไว้แล้วแหละว่าคงต้องนั่งกันอีกยาวๆเลย

สู้เขานะมึงเพื่อนที่นั่งข้างๆทักขึ้นมาแบบนั้น เล่นเอาผมเลิกคิ้วใส่เลย

สู้ไรวะอยู่ๆมาให้สู้อะไรของมัน

อ้าว กล่าวสุนทรพจน์ไงคำอธิบายที่ไม่ได้ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้นเลย

ใครต้องกล่าวนะผมถามซ้ำ คราวนี้เพื่อนคนเดิมทำหน้างงใส่ผมบ้างก่อนที่จะชี้นิ้วมาที่ผม

มึงไง

ห้ะ!!!

อ้าวมึงไม่รู้เหรอ

กูจะไปรู้ได้ไงตอนนี้ผมเริ่มจับเรื่องราวได้คร่าวๆ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมสุดท้ายคนที่ต้องขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์สั้นๆก่อนปิดงานจึงกลายเป็นผม

ก็เห็นเขาตกลงกันแล้วว่ามึงพูด กูก็นึกว่ามึงรู้แล้วไหน! ไอ้ใครหน้าไหนมันไปตกลงกัน มาให้กูถีบซะดีๆ

แล้วก็ให้ไอ้เมฆไปบอกมึงอีกรอบด้วย มันไม่ได้บอกมึงเหรอใช่เมฆไม่ได้บอกผม... แม่งคงรู้อยู่แล้วว่าถ้าบอก ผมต้องค้านหัวชนฝาแน่ๆว่าไม่เอาๆ

มันเลยเลือกไม่บอก

ไอ้เมฆ!!!!!

ผมหันมองหาเจ้าของชื่อที่ผมอยากจะกระถืบมันซะจริงๆ แต่ยังไม่ทันที่จะหามันเจอ โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นขึ้นมาซะก่อน

กูรู้ว่ามึงมีคำพูดดีๆเอาไว้พูดสุนทรพจน์อยู่มากมาย สู้เขานะตินติน

เพื่อนเลวข้อความสั้นๆจากเพื่อนที่ผมอยากบีบคอมากที่สุดทำให้ผมหลุดสบถออกมา แต่แล้วผมก็ต้องมานั่งไตร่ตรองว่าจะเอาอะไรไปพูดดีวะ

ทำไงดีเนี่ยยยยย

ช่วงเวลาที่ผมคิดว่าคงจะว่างจนหลับได้ไม่เป็นแบบนั้นอีกต่อไปเมื่อผมมีภารกิจกล่าวสุนทรพจน์ค้ำคออยู่ และยิ่งรายชื่อเข้าใกล้ผมมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งขาดสติมากเท่านั้น แม้ผมจะได้พูดหลังจากทุกคนรับปริญญาเสร็จแล้วผมก็ยังตื่นเต้นจนตัวสั่นไปหมด ในหัวกำลังกลั่นกรองคำพูดที่สวยหรูเหมาะที่จะพูดมากที่สุด ซึ่งยิ่งพยายามคิดเท่าไร ก็ยิ่งคิดไม่ออกเท่านั้น

ในหัวผมตอนนี้มีแต่ความคิดที่อยากฆ่าไอ้เมฆเท่านั้น

 

กู พ่อ แม่ รออยู่ใต้ตึกนะ

 

ข้อความของเต็นท์ที่พึ่งส่งมาถึงทำให้ผมกดตอบมันไปทันที ถ้าเป็นปกติผมคงแค่อ่านเฉยๆแต่ในกรณีที่สมองไม่สามารถกลั่นกรองอะไรได้แบบนี้ผมจึงพิมพ์ตอบมันกลับไปทันที

 

กูต้องขึ้นพูดสุนทรพจน์ว่ะ ทำไงดีวะ

 

รออยู่เพียงอึดใจข้อความของเต็นท์ก็ส่งกลับมา

 

เชดเข้จริงดิ เดี๋ยวกูเข้าไปดูนะ

ไอ้สัด นั้นไม่ใช่ประเด็นไหม ประเด็นคือกูไม่รู้จะพูดอะไร

 

ผมด่าพี่ชายคนเดียวกลับไปทันที

ต่อจากนี้ก็เชิญท่านอธิการบดีกล่าวอวยพรบัณฑิตใหม่ด้วยค่ะเสียงที่ดังขึ้นมาทำให้ผมยิ่งลุกลี้ลุกลนขึ้นไปอีกทวีคูณ

ถ้าอธิการพูดจบ มันก็ถึงคิวของผมแล้วนี้นา

 

มึงเรียนที่นี่มาตั้ง5ปีนะ ไม่มีสิ่งที่อยากบอกก่อนจะไม่ได้เป็นนักศึกษาของที่นี่อีกแล้วรึไง

 

ประโยคสั้นๆต่อมาของเต็นท์ทำให้ใจผมเย็นลงอย่างไม่น่าเชื่อ

เต็นท์พูดถูก ผมไม่จำเป็นต้องหาคำพูดที่สวยหรูหรือซาบซึ้งกินใจที่สุด ผมแค่พูดในสิ่งที่ผมอยากจะบอก บอกทุกอย่างออกไปก่อนที่ผมจะต้องลามหาลัยแห่งนี้ไป

ต่อไปขอเชิญตัวแทนนิสิตจากคณะสถาปัยตกรรมศาสตร์ สาขาสถาปัยตกรรมหลัก พูดกล่าวอะไรสักเล็กน้อยค่ะ

ผมไม่ได้ยินเสียงการกล่าวของคนอื่นๆเลย ผมรู้เพียงแค่คนพูดผ่านไปคนแล้วคนเล่า จนชื่อคณะสามารถเรียกอาการหูอื้อออกไปจากผมได้ รู้ตัวอีกทีผมก็ยืนขึ้นและเดินตรงไปยังเวทีแล้ว

พูดสิ่งที่อยากบอกก่อนจะไม่ได้เป็นนักศึกษาของที่นี่อีก

ผมย้ำกับตัวเองด้วยประโยคเรียกสติสั้นๆก่อนที่จะมาหยุดยืนอยู่หน้าไมโครโฟน

แม่งเอ้ย... อยู่ตรงนี้แล้วยิ่งสติพังไปใหญ่

เอ่อ...ทำไมเสียงหลุดออกไปวะ! ผมเม้มปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงใดหลุดออกไปให้ดูขายหน้าอีก สายตากวาดมองบัณฑิตจบใหม่ที่นั่งกันอยู่ละลานตา กวาดสายตามองช้าๆก่อนที่ผมจะหันไปเห็นพวกรุ่นน้องหลายๆคนที่ยืนรอบนอกคอยมองอยู่ไม่ไกล

พูดสิ่งที่อยากบอกก่อนจะไม่ได้เป็นนักศึกษาของที่นี่อีก

ผมชื่อเตชินท์ อยู่คณะสถาปัยตกรรมศาสตร์ สาขาสถาปัตยกรรมหลักนะ ถ้าจะให้พูดแบบเป็นทางการจริงๆ...ผมคงพูดไม่ได้ ขอพูดแบบนี้ล่ะกันนะไม่รู้ผมคิดไปเองรึเปล่าแต่มีหลายๆคนที่พยักหน้ารับ

ผมมาเรียนสถาปัตย์ เพราะพี่ชายผมยุอ่ะ มันจบวิศวะมาเลยอยากได้สถาปนิกสักคน แค่นั้นเองเสียงขำดังขึ้นมานิดหน่อย

จริงๆผมก็เถียงมันเหมือนกันนะตอนแรก ก็ไอ้คณะเนี่ย เรียนก็ต้องเรียนตั้ง5ปี เหนื่อยกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาอีก แต่พอมาคิดๆดูแล้ว...ผมก็ดูเหมาะกับสถาปัตย์อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

จากที่คาดหวังความรู้ในสาขาวิชานี้ก็ได้มากกว่านั้น สถาปัตย์...ไม่ได้สอนแค่วิธีสร้างบ้าน แต่สถาปัตย์สอนวิธีใช้ชีวิต สอนให้รู้จักปรับตัว สอนให้มีสังคม มีความรับผิดชอบ ถ้าจะพูดให้ครบ ผมอาจต้องใช้เวลาทั้งวัน

ดังนั้นขอพูดแค่เรื่องเด่นๆล่ะกัน อันดับแรกขอบคุณเพื่อนทุกคนทั้งในสาขาและนอกสาขา พวกเราให้ใจกัน สนิทกัน เพียงเพราะเราเลือกเรียนสถาปัตย์เหมือนกัน ซึ่งมันเจ๋งมากเลยสำหรับผม

ขอบคุณรุ่นพี่ทุกคนที่คอยสอน คอยด่า คอยว่า หรือบางทีก็ลงไม้ลงมือ เพื่อให้น้องได้ดี... แต่บางครั้งก็พูดดีๆก็พอนะพี่ผมแน่ใจว่าเห็นพี่ดินกำลังขำกับประโยคนั้นของผม

ขอบคุณรุ่นน้องทุกคน ที่ไม่เคยบ่น ไม่ว่าพี่จะไหว้วานให้ช่วยทำงานเยอะขนาดไหน แถมยังเชื่อฟังและเป็นเด็กดีอีก พี่อาจจะไม่เคยพูดขอบคุณพวกเรารายคนนะ ก็ขอรวบยอดวันนี้เลยล่ะกันนะ

สุดท้ายขอบคุณสถาปัตย์... ขอบคุณที่ทำให้ได้เจออะไรหลายๆอย่าง ได้เปิดโลกใหม่ๆ ทั้งความรู้ ความเข้าใจ และ...ความรัก ขอบคุณที่ครั้งหนึ่งให้โอกาสคนๆหนึ่งได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้ และในอนาคต หวังว่าเราจะได้เดินในเส้นทางของสถาปัยตกรรม เป็นสถาปนิกที่ทรงคุณค่า อยากให้ทุกคนช่วยจับตาดูและเดินไปข้างๆกันแบบนี้นะ

“...ขอบคุณครับเสียงตบมือดังกึกก้องเมื่อผมพูดจบ ผมรับช่อดอกไม้จากอธิการก่อนที่จะลงจากเวทีมานั่งที่ในที่สุด ผมยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเมื่อกี้พูดอะไรออกไปบ้าง แต่รู้ว่าตัวเองได้พูดทุกสิ่งที่อยู่ในใจออกไปแล้ว

รู้สึกโล่งใจขึ้นเยอะเลยล่ะ

 

“1!!! 2!!!!” หลังจากพิธีการเสร็จแน่นอนว่าเป็นเวลาของการถ่ายรูปอีกครั้ง ผมนี้ลากที่บ้านมาถ่ายรูปด้วยกันใต้ตึกทันที

พูดได้ดีนะ สมกับเป็นน้องกูเต็นท์ว่างั้นก่อนที่มันจะคว้าคอผมไปกอด

กูเก่งไงเต็นท์เบ้ปาก

เอออออ กูยอมให้มึงเก่งวันหนึ่งผมขำ ก่อนที่เราจะหันไปยิ้มรับกล้องที่ไม่รู้ว่ากดถ่ายไปกี่รอบแล้ว

พี่เตชินนนนท์ถ่ายรูปกานนนเสียงใสๆพร้อมด้วยพิ้งค์และเนที่ก้าวเข้ามาหา

มาๆผมถูกดันให้ไปยืนตรงกลางก่อนที่กล้องจะถูกกดถ่าย

ทางนี้พี่ทางนี้ๆผมโดนจับดึงไปทางนู้นทีทางนี้ทีอย่างงงงวยไปหมด จนผมไม่รู้แล้วว่ากำลังร่วมเฟรมกับใครอยู่ เพราะคนก็เริ่มเข้ามารุมตรงบริเวณนี้มากขึ้น แถมยังมีเสียงกล่าวชมดังมาจากหลายทิศทางที่ผมทำได้เพียงแค่รับคำโดยไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของเสียงนั้น

บูมคณะ!!!!!!!เสียงสั่งที่ดังขึ้นมา ทำให้น้องๆที่วนเวียนถ่ายรูปอยู่ยอมแยกออกไปและกอดคอเพื่อบูมคณะแต่โดยดี

“3!!!!!! 4!!!!!!” ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเสียงสั่งก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ตอบรับคำด้วยการที่ทุกคนกอดคอและตั้งใจบูมคณะให้พวกเรารุ่น97อย่างเต็มที่

มันเหมือนกับการเดินทางด้านการศึกษาตั้งแต่3ขวบของเรามาถึงเส้นชัยสักที การศึกษาที่เราต่างท้อต่อกระบวนการศึกษามานับครั้งไม่ถ้วน ถูกคุณครูดุด่าหรือลงโทษมาหลากหลายวิธี แถมยังต้องต่อสู้กับความง่วงนอนที่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อไปโรงเรียนและเข้าแถวให้ทัน สำหรับผมที่ผ่านโรงเรียนมาหลายโรงเรียนมันยิ่งมากล้นไปด้วยความรู้สึก

ผมเป็นเด็กคนหนึ่งที่โครตจะไม่ชอบการเริ่มต้นใหม่ แต่ผมกลับต้องเริ่มต้นใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า และต่อจากนี้ ผมก็ต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในหน้าที่การงาน ที่ไม่รู้ว่ามันจะออกมาดีหรือร้าย แต่ไม่ว่ายังไง ผมก็แค่ต้องผ่านไปให้ได้อีกครั้ง

คิดมาถึงตรงนี้ขอบตาผมก็ร้อนผ่าวขึ้นมาจนต้องแสร้งยกช่อดอกไม้ในมือที่ไม่แน่ใจว่าใครให้ขึ้นมาดมอีกครั้ง

สถาปัตตตตตตตตตตตย์เสียงบูมโค้งสุดท้ายยังคงดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทของผม

เฮ!!!!!!!!บัณฑิตทุกคนในวงล้อมพร้อมใจกันโห่ร้อง ตบมือแสดงความขอบคุณกับความตั้งใจในการบูมของน้องๆ

พี่ติณห์ในขณะที่ทุกคนยังคงชุลมุนอยู่นั้นเสียงๆหนึ่งก็ดังขัดให้ผมหันไปหา

ครับ?” ผมรับคำและหันไปมองหาด้วย แต่เพราะคนที่มากมายตรงนี้ผมจึงไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่เป็นคนเรียกผม

แต่แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ช่อดอกไม้สีน้ำตาลช่อหนึ่งตรงหน้าที่ถูกยื่นมาในระดับสายตาของผมพอดี ภายในประกอบไปด้วยดอกไม้หลากหลายชนิดที่ล้วนเป็นชนิดที่ผมชื่นชอบจนอยากจะเอ่ยปากชมในความใส่ใจของเจ้าของ แต่มันกลับไม่ได้ถูกจัดอย่างเป็นระเบียบสักเท่าไร ถึงแม้จะดูไม่ได้สวยงามเหมือนร้านจัด แต่ความไม่เพอร์เฟคนั้นแหละที่ทำให้ผมรู้ว่าช่อดอกไม้ช่อนี้ถูกทำขึ้นด้วยตัวคนให้เอง

ผมเลื่อนมือไปรับช่อดอกไม้ช่อนั้น

และเสียงพูดคุยที่ดังจนฟังไม่ได้ศัพท์ก็ดูจะเงียบลงไปในเสี้ยววินาทีนั้น สายตาผมจับจ้องไปยังเจ้าของช่อดอกไม้ที่ขยับเข้ามาในระดับสายตาของผม ใบหน้าคุ้นเคยกับดวงตาที่คุ้นตากำลังจับจ้องมาที่ผม หัวสมองผมขาวโพลนซะยิ่งกว่าตอนคิดบทพูดสุนทรพจน์เมื่อกี้อีก คนที่ควรจะสูงในระดับสายตากลับอยู่สูงกว่านั้น จนผมต้องเงยหน้าขึ้นมอง สายตาที่มองตรงมาทำให้ร่างกายผมหยุดนิ่งและไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อไปดี มือไม้ดูเกะกะขึ้นมาจนไม่รู้จะเอามันไปวางไว้ตรงไหน และอยู่ๆคนๆนั้นก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผม อาจจะเพราะกลัวเสียงที่ดังอึกทึกจนฟังไม่ได้ศัพท์กลบเสียงของเขาซะหมด เขาจึงยื่นหน้าเข้ามาในระดับที่มั่นใจว่าผมจะได้ยินแน่นอน

แต่บางทีมันอาจจะยิ่งทำให้ผมไม่ได้ยิน

เพราะกลิ่นอายเฉพาะตัวที่ผมไม่เคยได้กลิ่นที่ไหนอีกเลย นอกจากตัวเขายิ่งยืนยันให้ผมแน่ใจว่าคนตรงหน้าผม คนๆนี้...

คือวาไม่ผิดแน่

ผมมาทวงสัญญาครับ







---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เชื่อว่าหลายคนกำลังด่าทอถึงขั้นสบถออกมาหลังจากอ่านจบ 55555 อันนี้คือตอนจบแบบจบจริงๆของเรื่องนี้แล้วนะคะ ฮืออออ เพราะมันเป็นตอนจบแล้วเลยไม่รู้จะพูดเรื่องไหนก่อนดี เอาเป็นว่าtalkอาจจะยาวสักหน่อยไม่โกรธกันเนอะ
อันดับแรก ขอบคุณทุกๆคนที่ติดตามมาจนถึงตอนนี้นะคะ ขอบคุณที่คอยอ่าน คอยติ หรือคอยเร่งให้อัพเร็วๆ ขอบคุณมากๆจริงๆที่สนุกไปกับนิยายเรื่องนี้ และถึงแม้นิยายจะจบไปแล้ว แต่วาและติณห์ก็ยังคงโลดแล่นอยู่ในนี้เสมอนะคะ สำหรับเนื้อหาที่ลงเว็บไป เราจะไม่ลบออกนะ ก็จะปล่อยไว้แบบนี้แหละ ใครอยากกลับมาอ่านอีกก็ได้เสมอเลย และอาจจะมีรีไรท์คำผิดในอนาคต (คงอีกสักพักใหญ่ๆนะ) 
เรื่องที่สอง เพราะว่าแต่งมายาวนานกว่าครึ่งปีและเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สองที่เราแต่งจนจบ อยากจะขอวอนให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านช่วยทิ้งคอมเม้นต์ให้หน่อยได้มั้ยอ่ะ อยากจะบอก อยากจะว่าที่ตัดจบแบบนี้ 555 หรือจะพูดความในใจอะไรก็ได้เลย อยากรู้ความคิดของทุกคนที่อ่านจริงๆค่ะ
เรื่องต่อไปคือเรื่องรวมเล่ม เราคิดว่าคงยังไม่ได้รวมเล่มเนอะ ด้วยยอดที่สุดท้ายแล้วก็ยังไม่ถึง (ฮืออออ) แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ เราตัดสินใจว่าจะเอาตอนพิเศษมาแต่งลงเว็บนะคะ แต่คงไม่เยอะเท่าที่บอกไปครั้งนู้นนนน แต่จะเป็นเนื้อหาที่อยากแต่งจริงๆ ส่วนเรื่องเวลาอัพยังไม่แน่นอนว่าจะอัพตอนไหน คงจะมาอัพเมื่ออยากอัพจริงๆ หรือบางทีอาจจะรอยอดคอมเม้นต์ให้เยอะๆก่อนเดี๋ยวมาอัพ 555 เพราะว่าตอนพิเศษยังไม่ได้วางพล็อตเลย แค่วางเรื่องไว้คร่าวๆเท่านั้นจึงยังไม่แน่ใจว่าจะได้อัพตอนไหน ฝากติดตามกันด้วยนะคะ
สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกๆคนอีกครั้งนะคะ และก็ขอบคุณสำหรับความรักที่ให้วาและติณห์มาโดยตลอด ยังไงก็ไปมโนตอนต่อไปกันได้ก่อนที่ตอนพิเศษจะมาอัพเนอะะะ
เจอกันตอนพิเศษนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

669 ความคิดเห็น

  1. #661 Silviα✻ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:22
    พระเอกต้องมาถึงคนสุดท้ายจริงๆด้วย 55555555 หายากมากนะคะที่จะเจอนิยายที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกสมจริงได้แบบนี้ ซึ่งเรื่องนี้ทำได้ดีมากๆ ได้ใจเราไปเต็มๆเลยค่ะ รู้สึกเหมือนตัวเองได้เป็นนักศึกษาคณะสถาปัตย์คนนึงเลย ถึงเรื่องนี้จะมีตัวละครเยอะแต่ทุกคนก็มีบุคลิกที่เห็นได้ชัด ทำให้คนอ่านจำได้ว่าใครเป็นใคร การเดินเรื่องที่มีความเป็นเหตุเป็นผล มีความบังเอิญให้เห็นบ้าง แต่ก็ถือว่าอยู่บนหลักความจริงที่รับได้ อีกเรื่องที่ประทับใจคือความสัมพันธ์ของตัวละครค่ะ ปกติแล้วเราเป็นคนให้ความสำคัญกับเรื่องโพซิชั่นมากเลยค่ะ 55555 พอรู้ว่าพี่ติณห์คนนั้นไม่ใช่โพที่คาดไว้ก็คือใจแป่วแล้ว แต่ก็พยายามอ่านต่อมาเรื่อยๆเพราะชอบเนื้อเรื่อง รู้ตัวอีกทีก็มาถึงตอนจบแล้ว กลายเป็นว่าเรื่องโพซิชั่นกลายเป็นเรื่องเล็กๆไปเลย แค่ได้เห็นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนที่ค่อยๆพัฒนาไปเราก็มีความสุขมากๆแล้ว (ชอบที่bottomของเรื่องนี้บุคลิกไม่เปลี่ยนด้วยค่ะ เจอบ่อยมากกับการที่ฝ่ายรับสาวแตก มาเจอพี่ติณห์ก็คือเอาไปสิบสิบสิบเลย นี่หละที่ตามหา!!5555555) แล้วก็พระเอกเรื่องนี้ เคยชมไปตั้งแต่ตอนแรกๆแล้วว่าเขาเป็นคนที่มีเสน่ห์มากเลยค่ะ ทั้งความคิดความอ่าน บุคลิกและอะไรอีกหลายๆอย่าง เป็นคนที่เหมาะกับการอยู่ในจุดศูนย์กลาง ดึงดูดผู้คนให้เข้าใกล้จริงๆ .... พิมพ์ซะยาวเลย 5555555 รวมๆแล้วก็คือประทับใจและชอบนิยายเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ คุณคนเขียนคุณเก่งมากจริงๆ ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้ดีมากๆ (แต่อาจจะต้องขอติเรื่องคำผิด ภาษาอังกฤษ และการใช้ค่ะ คะสักนิดนึงนะคะ ถ้ามีการแก้ไขตรงนี้คงจะดีมากๆเลย) ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆแบบนี้นะคะ
    #661
    0
  2. #601 เจ้าชายสีเทา (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 21:02
    เราชอบเรื่องนี้มากจริงๆนะ มันดูเรียล มันดูจริง ดูจับต้องได้
    อธิบายการทำงานของคณะสถาปัตดีมากๆ ตอนหน่วง ก็หน่วงจนเราร้องไห้เลย ขอบคุณที่แต่งนิยายสนุกๆ มาให้อ่านนะคะ
    #601
    0
  3. #591 _WNSNam_ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 13:43
    ขอบคุณที่ทำให้เราเผลอตกหลุมรักความเป็นวาและติณห์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขอบคุณที่ไรท์สร้างนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา มันเป็นนิยายที่ดีจริงๆเราชอบมากๆ ขอบคุณนะ รัก ^///^
    #591
    0
  4. #581 joy6004 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 20:00
    เป็นนิยายที่อ่านได้เรื่อยๆ หมายถึงเราได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวาแต่อมยิ้มตลอด เรารักบุคลิกของติณห์ เป็นคนที่มีเสน่ห์มากนะคะ อยากขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆมาให้อ่านค่ะ
    #581
    0
  5. #526 Thananya_imnoi (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 20:52
    ชอบเรื่องนี้มากกก เราชอบคณะนี้มากเหมือนกันอ่านแล้วอินมาก ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ
    #526
    1
  6. #485 จิงโจ้ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 23:17
    จบแล้ววววว ---
    เราจะบอกว่าเรื่องนี้เราใช้เวลาอ่านประมาณ2วันได้ค่ะ เสียดายเหมือนกันที่เราไม่ได้อ่านเรื่องนี้ให้ไวกว่านี้ เพราะนิยายเรื่องนี้มัน!!! ดี!!! มาก!!! #ยกนิ้วชาบู เราชอบความมีเสน่ห์ของตัวละคร และการดำเนินเรื่องที่ไรต์แต่งอะค่ะ ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้มาให้อ่านนะคะ ขอบคุณที่ทำให้เราผูกพันกับพี่ตินและน้องวา ผ่านตัวอักษรที่ไรต์บรรยาย :) ---
    เราขอโทษด้วยนะคะ ที่เราไม่ได้เม้นต์ให้ไรต์ทุกตอน แต่เราจะขอรวบในเม้นต์เดียวละกัน55555 ขอโทษจริงๆค่ะ เราอยากจะบอกว่าคนแบบวานี่นิสัยคล้ายเรามากเลย เราแบบเห้ย เอานิสัยเราไปแต่งหรอ อะไรแบบนี้55555 --- ความรู้สึกหลังจากอ่านนิยายเรื่องนี้จบมันอิ่มเอมแปลกๆอะค่ะ มันHappy ที่เราได้เห็นการพัฒนาของตัวละคร แล้วไรต์เองก็บรรยายดี ทำให้เราเหมือนมีส่วนร่วมในนิยายเลยยยย !! --- ตอนแรกเรากะว่าจะไม่อ่านเพราะดูคำโปรยแล้วไม่สนุก แต่พอได้มาอ่านจริงๆแบบ เห้ยแก!! สนุกอะ!! ดำเนินเรื่องไม่เอื่อย มีมุก มีความreal แถมตัวละครไม่เวิ้นเว่ออีก ชอบเลยอะ!!!ท้ายสุดก็อยากจะถามว่ามีภาคต่ออีกไหมคะ เราอยากอ่าน T_T 5555 คู่อื่นก็ได้ค่ะ อยากเห็นพาร์ทสมหวังอ่ะ นางน่าสงสารมากเรื่องนี้ #ทีมพาร์ท
    #485
    1
  7. วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 23:02
    ทำเล่มเถอะ
    #421
    0
  8. #420 Sheeply (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 22:27
    สรุปแล้ว วาเรียนจบภายใน1ปี หรือกลับมาหาพี่ติณห์วันรับปริญญาคะ ? คือถ้าตัดจบเท่านี้ น่าจะมีคำอธิบายนิดนึงนะคะ มันเหมือนขึ้นไปถึงยอดเขาแล้วชมวิว5วินาที เรื่องรูปวาดในห้องเชียร์ก็ค้างนิดๆ รู้แค่ลายเส้นของวา แสดงว่าวาเป็นคนวาด
    #420
    0
  9. #418 ,,STORM_SURGE ★ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 08:25
    จบได้ ... พูดไม่ถูกว่าค้างมั้ย
    แต่มันทำให้อยากรู้ต่อว่าเรื่องราวหลังจากนั้นเป็นยังไงนะ
    บอกว่าจบค้างละกัน ถ่ออออ

    เราชอบเรื่องนี้นะคะ เป็นเรื่องฟีลกู้ดสบายๆ

    #418
    0
  10. #417 '$ CB. ชาน เลีย @' (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 06:40
    มาต่อสิไรท์ๆๆๆ มาให้หมด เหลืออะไรต้องขุดค่ะ!! อ้ากกกกก ค้างงง
    #417
    0
  11. #416 gif_pattra (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 01:08
    ขอต่ออีกสักตอน2ตอนไม่ได้หรออ อยากได้ติณวาแบบเต็มๆความฟินจุง น้าๆๆๆๆๆๆๆ ตาแบ๊วๆๆ pleaseeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeee
    #416
    0
  12. #415 DsnoopyD (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 21:54
    ทำไมรู้สึกจบแบบไม่จบ...ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆให้ได้อ่านนะคร้า ชอบเรื่องนี้มากเลย อยากให้มีตอนพิเศษต่อ
    #415
    0
  13. #414 gwiwfwt (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 20:45
    งืออ จบแล้ววว
    รอตอนพิเศษค่ะ
    #414
    0
  14. #413 mangpor43 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 20:42
    สนุกอ่าาาาาา ชอบมากๆเลยเรื่องนี้อ่ะ จะจบซะแล้วววว ไม่อยากให้จบเลย อยากอ่านเรื่องราวหลังจากนี้อีกหน่อยอ่ะ

    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ
    #413
    0
  15. #412 Pomgranie (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 20:00
    นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราชอบมากๆ จริงๆ
    อ่านแล้วเราชอบการบอกเล่าความรู้สึกของคู่นี้
    มันทำให้เราเข้าใจในตัวตนของทั้งคู่

    ปล. อยากอ่านเรื่องของวาและติณห์หลังจากนี้มากคะ
    #412
    0
  16. #411 ต๋าบยอล (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 19:33
    ขอบอกว่าเราเพิ่งเห็นเรื่องนี้ได้ไม่นานและเข้ามาอ่านจริงๆจังๆเมื่อวานซืนนี้และจบเมื่อกี้เองเลยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีมากๆของมากๆและมากๆเลยชอบจริงๆทุกตัวละครดีมากการเล่าเรื่องก็ดีมากเหมือนกันเป็นเรื่องที่ทำให้เราหลงใหลในสถาปัตย์ในการทำงานในด้านความคิดเรื่องนี้ให้ข้อคิดกับเราในหลายๆข้อสอนในเรื่องต่างๆก็ไม่คิดว่าจะจบแบบนี้แต่มันก็ดีไปอีกแบบมันไม่ใช่ความรักที่สวยหรูพระเอดที่หล่อรวยหรือนายเอกที่น่ารักแต่เป็นเรื่องของความเข้ากันความรู้สึกที่มีต่อกันของคนทั้งคู่หรือของกลุ่มคนมากมายในคณะความผูกพันของสายรหัสความรู้สึกของพี่ว้ากการคิดการตัดสินใจเพื่อคนอื่นและเพื่อตัวเองถือเป็นเรื่องดีๆเรื่องนึงที่น่าจดจำเลยแหละแล้วก็สุดท้ายนี้ขอบคุณที่มาแต่งให้อ่านนะคะ~?
    ปล.รอตอนพิเศษน้าสู้ๆค่ะ
    #411
    0
  17. #410 mindmd (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 18:40
    ฮืออออ จะจบแล้วอ่าาา~~
    #410
    0
  18. #409 a_Bp (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 18:01
    ฮื้ออออออ จบแล้วววววว ไม่น่าเชื่อ เรารู้สึกรักและผูกพันกับเรื่องนี้มากเลยล่ะ มันเหมือนรวมทุกอย่างที่ต้องการเห็นในนิยายเรื่องๆนึงเอาไว้ ประทับใจกับตัวละคร และบทของทุกตัว เรื่องนี้จะเป็นหนึ่งในนิยายที่อยู่ในความทรงจำเราเลยค่ะ ???
    #409
    0
  19. #408 subtle'z (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 16:07
    ขออีกนิดได้มั้ยค่ะ งื้อออ
    #408
    0
  20. #407 white (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 13:36
    ขออีกนิดได้ม้ายยยยย
    #407
    0
  21. #406 mm_yelly (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 10:02
    เหยยยตัดจบไดเแบบฮือออ อยากให้มีต่ออออคือบับยังรู้สึกไม่เต็มอิ่มเลยอ่ะ วากลับมาแล้วแถมสูงกว่าพี่ติณห์ดั้วววว
    #406
    0
  22. #405 Milky Way (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 07:47
    ชอบเรื่องนี้มากกกกก ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้ให้ได้อ่าน ชอบมากจริงๆ
    #405
    0
  23. #404 รัตติกาลอันตราย (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 07:41
    ชอบเรื่องนี้มากจริง ไม่อยากให้จบเลย
    #404
    0
  24. #403 Panita Phupraphai (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 06:41
    ชอบมากค่าาา
    #403
    0
  25. #402 s-kitthongpisit (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 06:17
    ชอบนะคะ มีข้อคิด น่ารักทังคู่
    #402
    0