source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 41 : in case that

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,831
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    13 มิ.ย. 59

40

หลังจากผมตกลงกับตัวเองได้ว่าผมจะไป ผมก็ต้องพบกับมรสุมเตรียมเอกสารประมาณล้านอย่าง เล่นเอาผมนี้งงไปเลย อันนี้ไม่ใช่อันนู้นไม่ใช่ อะไรนักก็ไม่รู้จนผมรู้สึกขึ้นมานิดๆว่าตัดสินใจผิดที่จะไป (ตอนผมบอกแม่ แม่นี้บ่นผมจนหูชา จนผมต้องหันกลับมาเตรียมเอกสารใหม่แต่โดยดี) แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างทุลักทุเล รู้ตัวอีกทีผมก็ต้องไปสอบToeflในวันพุธนี้ ตอนนี้ก็ได้แต่สวดมนต์ภาวนา ให้ความรู้ภาษาอังกฤษที่พอมีอยู่บ้างนิดหน่อย ทำหน้าที่ของมันบ้างล่ะกัน แต่คุณแอนดริวก็ปลอบใจผมด้วยประโยคว่า ไม่เป็นไรหรอก ได้เท่าไรก็เท่านั้น ยังไงเราก็ไม่ได้เอาคะแนนนี้มาเป็นเกณฑ์อยู่แล้ว แค่สอบเป็นพิธีเฉยๆ เล่นเอาผมใจชื้นขึ้นเยอะ

ขนาดตังค่าสมัครสอบToefl AFUยังจ่ายให้ผมเลยครับ

ผมล่ะซึ้งใจจริงๆที่เขาอยากได้ผมขนาดนี้

ผมโทรไปบอกอาจารย์ต้นตั้งแต่วันนู้นนนว่าผมตัดสินใจที่จะไปแล้ว วันต่อมาคุณแอนดริวก็นั่งเครื่องขึ้นตรงมาหาผมที่บ้าน และคอยให้คำแนะนำทุกอย่างกับผม จนตอนนี้ผมเรียกเขาว่า ลุง เรียบร้อย

เพราะสนิทกับลุงมาก ผมเลยได้รู้ว่า ทุนแบบผม ปีนี้มีที่ไทยคนหนึ่ง ซึ่งก็คือผม และที่จีนอีกคนหนึ่ง พร้อมคำแนะนำว่าผมควรตีสนิทกับเพื่อนชาวเอเชียให้ได้เยอะๆ จะได้เป็นback upในอนาคต (ผมยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ลุงบอกว่าเดี๋ยวก็รู้เอง)

หลังจากตะลุยเอกสารจนเกือบครบ ผมก็มีแพลนกลับกรุงเทพกับลุงวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ยังไงผมก็ต้องสอบToeflวันพุธ ดังนั้นขึ้นไปเตรียมเอกสารที่มหาลัย ที่อาจารย์ต้นเป็นธุระให้เลยดีกว่า วันจันทร์ผมจึงจัดให้มันเป็นปาร์ตี้เลี้ยงส่งไปซะเลย ขนาดผมคิดธีมเป็นผับ แม่ก็ยังไม่บ่นผมสักคำเลยครับ คงอยากจะให้ผมสนุกสุดขีดและก็อำลาทุกคนก่อนไป ผมตั้งใจไว้ว่าปาร์ตี้นี้จะเป็นปาร์ตี้สุดท้ายจริงๆแล้วที่ได้เจอทุกคน เพราะวันขึ้นเครื่องผมไม่ค่อยอยากให้ใครไปส่งเลยครับ

เดี๋ยวรู้สึกไม่อยากไปขึ้นมาก็ลำบากแย่

ดังนั้นวันจันทร์ผมเลยให้เป็นปาร์ตี้ไป ส่วนวันอังคารก็ตั้งใจว่าจะกินอาหารเย็นกับที่บ้านแบบครบเซ็ตสักทีก่อนไป

ตอนผมโทรไปบอกคุณย่าว่าผมจะไปเรียนต่อที่อังกฤษ เขาก็บ่นพึมพำไม่หยุดเลยครับ บอกว่าผมยังเด็กไปบ้างแหละ จะไปอยู่ยังไงบ้างแหละ แต่พอผมยืนยันว่าผมคิดดีแล้ว และก็ตั้งใจจะไปจริงๆ คุณย่าก็ยอม และจัดการเรื่องร้านอาหารให้ด้วย ส่วนพ่อผมก็ชิลๆอยู่ล่ะครับ แถมยังบอกว่าเก่งได้พ่ออีกด้วย (แม่เถียงทันที) ส่วนคุณยายกับคุณตาผม สองคนนี้ไม่เห็นดีเห็นงามกับผมสักนิด คอยพูดให้ผมเปลี่ยนใจอยู่ตลอดเวลา แต่ผมก็ยืนยันว่ายังไงก็จะไป จนเขางอนผมไปเลย

หวังว่าจะหายก่อนผมไปอังกฤษล่ะกัน

วันอังคาวที่จะถึงนี้จึงเป็นมื้อค่ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในครอบครัวผม ประกอบไปด้วย คุณย่า พ่อ แฟนใหม่พ่อ คุณยาย คุณตา แม่ ลุงดนัย วี และผมเอง เหตุผลที่ไม่มีคุณปู่เพราะปู่ผมเสียไปตั้งแต่พ่อเด็กๆแล้วครับ

เป็นมื้ออาหารที่ผมตั้งใจมาโดยตลอด

ในที่สุดผมก็ทำสำเร็จ

วา! อันนี้เอาไปด้วยป่ะวะพีทยื่นซองสีน้ำตาลอะไรสักอย่างให้ผมดู

ข้างในคืออะไรวะไอ้พีทเปิดซองดูทันที

แบบ...อะไรสักอย่าง

อ้อ แปลนทั้งหมดอ่ะ อย่าพึ่งทิ้งนะเว้ยไอ้พีทเลิกคิ้วใส่ผม

แปลนตั้งแต่ตอนไหน

ปี1ไงคราวนี้มันเบิกตากว้าง

เชี่ย.. มึงเก็บไว้เนี่ยนะพีทพูดจบมันก็หยิบแปลนทั้งหมดในซองออกมาดู เป็นแบบบ้านหรืองานทุกอย่างที่ผมวาดร่างไว้ก่อนที่จะลงมือทำจริงนะครับ ผมเก็บมันไว้ทุกใบเลย ถ้าวันหนึ่งที่ผมเรียนจบแล้ว กลับมาเห็นอะไรแบบนี้ คงรู้สึกดีไม่น้อย

กว่าเมื่อคืนผมกับลุงจะมาถึงกรุงเทพก็ดึกมากแล้ว ผมจึงไปจบด้วยการอาศัยบ้านลุงชั่วคราว และเช้าวันนี้ผมจึงตัดสินใจมาทำเรื่องคืนหอให้เรียบร้อย เพราะถ้านับกันตามตรงแล้ว

ผมเหลือเวลาอีกแค่5วันก่อนไป

อะไรที่จัดการได้ก็จัดการไปเลย - ลุงแอนดริว, 2016

ผมก็เชื่อฟังครับ วันนี้เลยลากไอ้พีทมาช่วยเก็บของซะเลย

มึงมีแต่ของที่เก็บไว้นะไอ้วา อะไรมันไม่สำคัญก็ตัดใจทิ้งๆมันไปบ้างเถอะไอ้พีทพูดประโยคนี้อีกครั้งแล้ว

สรุปมึงไปวันไหนเนี่ย

วันศุกร์ไงผมตอบโดยที่ยังเก็บหนังสือต่างๆลงกล่องอยู่

มึงจะรีบคืนห้องตั้งแต่วันจันทร์ทำไมวะ แล้วจะไปอยู่ไหนอ่ะ

บ้านมึงไงผมตั้งใจไว้ว่าจะไปอยู่บ้านลุงอยู่แล้ว จะได้สะดวกต่อการเดินทาง หรืออาจจะไปอยู่บ้านคุณย่าสักคืนสองคืน แต่พอไอ้พีทถามจึงอดที่จะกวนตีนไม่ได้

พ่องงงผมขำ

“...แต่ก็ได้นะ ไอ้พาร์ทคงดีใจแย่คำพูดต่อมาของพีททำให้ผมชะงัก

พาร์ทที่ยังไม่คุยกับกูสักคำเนี่ยนะ จะดีใจที่กูไปนอนบ้านมันพีทไหวไหล่

มันก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้นแล้วแหละ แต่มันโครตช็อคเลยนะตอนกูบอกมันว่ามึงจะไปอังกฤษ แล้วก็เอาแต่บ่นกูว่าทำไมพึ่งมาบอก เสียเวลาคุยกับมึงไปตั้งเยอะ

มันพูดงั้นจริงดิผมเหวอไปสักพักก่อนที่จะถามต่อ ซึ่งพีทพยักหน้าหนักแน่นคืนมา

เออดิ ปาร์ตี้คืนนี้มันก็จะไปนะ มึงรอไปคุยกับมันคืนนี้ล่ะกันคงต้องแบบนั้นแหละมั้ง

แล้วมึงชวนใครไปบ้างพีทถามต่อ มือมันยังคงกวาดเศษกระดาษทุกอย่างใส่ถังขยะ

กูก็ชวนแทบจะทุกคนเลยนะ นึกใครออกก็ชวน และฝากให้เขาไปชวนคนอื่นๆด้วยผมชวนไปเยอะมากจริงๆครับ และจะต่อหลังด้วยประโยคว่า ชวนเพื่อนมาด้วยนะ ขนาดหวานผมยังชวนเลยเถอะ และเธอก็ขอพานิวมาด้วย

นิวที่จีบผมตอนนั้นแหละ

โลกมันกลมขนาดนี้เลยเนอะ

พี่เตชินท์ด้วยป่ะคำถามต่อไปของพีททำให้ผมชะงักอีกครั้ง

ยกเว้นพี่เตชินท์พีทหันขวับมามองผมทันที

ผมคิดแล้วคิดอีกว่าจะชวนพี่ติณห์มาดีไหม แต่พอคิดดูดีๆแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าผมเองพร้อมที่จะเจอหน้าเขาอีกครั้งรึเปล่า

ถ้าเจอกันอีกครั้ง ผมอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้

แต่ผมเดินมาไกลจนเดินกลับไปไม่ได้แล้ว

และครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน มันก็น่าจะเคลียร์ทุกอย่างแล้ว จะเจอกันให้มันลังเลขึ้นมาอีกทำไม

แม้ผมจะอยากเจอเขาแทบตายก็ตาม

มึงแน่ใจนะ มึงอาจจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้วนะเว้ยนี้เป็นอีกประโยคที่ดังอยู่ในหัวผมมาหลายวันแล้ว

กูรู้ แต่ถ้ากูเจอเขาอีกครั้ง..กูต้องเปลี่ยนใจแน่ๆพีทมองหน้าผมนิ่งๆก่อนที่จะพยักหน้า

แล้วแต่มึงเถอะ แต่มันก็ไม่แน่ว่าเขาจะคิดแบบมึงนะ ถ้าเขาไปขึ้นมา แล้วมึงเจอเขาขึ้นมา คงไม่เปลี่ยนใจกะทันหันหรอกใช่ป่ะผมไม่ได้ตอบพีทกลับไป

เพราะผมก็ไม่แน่ใจในคำตอบเหมือนกัน

 

ทุกอย่างในงานดูดีกว่าที่ผมคิดไว้มากโข ถึงแม้งานนี้ผมจะควักตังตัวเองจ่ายทุกบาททุกสตางค์ก็ไม่เสียดายเลยอ่ะ ทั้งแสง สี เสียง รวมถึงเพลงที่มาเป็นDJจำเป็นให้ผม (แทนยืนเฝ้าอยู่ข้างเวทีเลยครับ) มันลงตัวมากจนผมไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ชนแก้วกับชาวบ้านไปเรื่อย และรับของขวัญสั่งลา

ถ้าเป็นรุ่นเดียวกันก็จะบ่นว่าผมทิ้งเพื่อนไป ใครจะคอยช่วยงาน ถ้าเป็นรุ่นพี่ก็จะอวยพรให้โชคดีและตบท้ายว่าถ้ามีอะไรก็บอกได้เสมอ ถ้าเป็นรุ่นน้องก็จะโอดครวญกันยกใหญ่ และบ่นว่ายังรู้จักกันได้แปบเดียวเอง อย่างไอ้แจน มันยังโกรธผมอยู่นิดหน่อยที่ผมทิ้งมันไป แม้ผมจะพูดจนปากจะฉีกถึงหูว่าไม่ได้ทิ้งงงงเลย แจนก็ยังง้องแง้งใส่ผมอยู่ดี จนผมต้องหันไปบอกกิตว่าฝากดูแลมันด้วย

วาาาาเสียงเรียกที่ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าของเสียงที่เข้ามากอดคอผมทำให้ผมหันไปมองทันที

เฮ้ย นึกว่าจะไม่มา

พลาดได้ไงล่ะ!ถึงผมกับเป็นคนโทรไปชวนพี่โมเองกับมือ แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะแบ่งเวลามาได้เลยนี้นา

อ่ะนี้ของขวัญ พกไปอังกฤษด้วยนะย่ะ ไม่งั้นฉันโกรธพูดจบเธอก็ส่งกล่องของขวัญให้ผม

ระเบิดป่ะเนี่ย ผมเอาขึ้นเครื่องไม่ได้นะบอกก่อนพี่โมกลอกตาใส่ผม ก่อนที่เธอจะขำออกมา

ไม่ใช่ระเบิดแน่นอน เห็นกันอยู่หลัดๆอยู่ๆก็จะไปอีกล่ะ

เจ้ๆ วายังไม่ตายพี่โมขำและยกแก้วมาชนกับแก้วผม

โชคดีนะแก ฉันรู้ว่าแกเก่งอยู่แล้วผมยิ้มรับ

ขอบคุณนะเจ้พี่โมอวยพรผมต่ออีกนิดหน่อย

อันนี้ของกู ห้ามคาดหวังนะ!ยังไม่ทันที่พี่โมจะแยกออกไป พี่เมฆก็โผล่เข้ามาซะก่อน

คาดหวังไปเลยแก ไม่สมหวังก็โทรไปด่ามัน

โหยยยยเจ้ เดี๋ยวแช่งให้แฟนมีกิ๊กเลยพี่โมตบหัวพี่เมฆทันที ผมนี้ถึงกับฮาออกมาเลย

ขอบคุณนะพี่ผมชูกล่องของขวัญที่พึ่งได้จากพี่เมฆและบอกขอบคุณเขาด้วย

อืมพี่เมฆรับคำแค่นั้นก่อนที่จะแยกไปกับพี่โม

ผมไม่อยากคิดมากไปเองหรอกนะ แต่พี่เมฆดูแปลกๆแหะ

เดี๋ยวมานะเพื่อสลัดความคิดนั้นทิ้ง ผมจึงหันไปบอกปายที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย และเดินแยกออกมา

ไปฉี่ดีกว่า

ภายในห้องน้ำดูเงียบสงัดจนไม่น่าเชื่อว่าภายในงานจะเฮฮาขนาดนั้น ผมหยุดมองตัวเองในกระจกอยู่สักพักก่อนที่จะตัดสินใจเข้าไปนั่งเล่นเกมส์ในห้องน้ำสักพักแล้วค่อยออกไปดีกว่า

บรรยากาศมันดูครึกครื้นก็จริง แต่ลึกๆแล้วผมก็เคว้งอยู่เหมือนกันนะ ไม่รู้จะได้เจอเหตุการณ์นี้อีกเมื่อไหร่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถ้าไปอยู่นู้นผมจะมีเพื่อนดีๆ รุ่นน้องดีๆ และรุ่นพี่ดีๆแบบนี้รึเปล่า พอคิดแบบนั้นผมก็กลัวตัวเองจะแสดงท่าทีซึมกะทือออกไปจนต้องขอเวลาอยู่คนเดียวสักพัก

ไหนจะพี่เมฆที่ดูตึงๆอย่างไม่น่าเชื่ออีก ผมแน่ใจว่าตั้งแต่ผมรู้จักกับพี่เมฆมาเขายังไม่เคยพูดกับผมสั้นขนาดนี้มาก่อนเลย

เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึเปล่านะ...

สุดท้ายผมก็คิดถึงพี่ติณห์ขึ้นมาอีกจนได้

ผมสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไปและสนใจเกมส์ตรงหน้าอีกครั้ง

ปึก

เสียงประตูห้องน้ำที่ปิดลงทำให้ผมรู้ว่าพึ่งมีคนเข้ามา แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากหรอกครับ เพราะผมเกือบจะแพ้บอสมันอยู่แล้วเนี่ยยยย

Game Over

นั้นไง...

ผมจิ๊ปาก เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงและเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างเซ็งๆ

ขาที่ควรจะก้าวต่อไปถูกหยุดทันทีเมื่อสายตาผมหันไปเห็นคนๆนั้น

พี่ติณห์

ผมลืมไปชั่วขณะว่าผมอยู่ที่ไหน ผมทำอะไรอยู่ และผมกำลังจะทำอะไร ในใจกำลังร่ำร้องว่าเขาอยู่ตรงนี้แล้ว คนที่ผมหยุดคิดถึงไม่ได้ คนที่ผมหวังว่าเราจะได้ยืนข้างๆกันไปตลอด ผมอยากจะเดินเข้าไปหา ดึงเขาเข้ามากอด และต่อให้เขาพยายามจะหนีออกจากอ้อมกอดผมขนาดไหน ผมก็จะไม่มีวันปล่อย ผมจะกอดเขาเอาไว้แบบนั้น กอดเขาไปเรื่อยๆจนกว่าเขาจะใจอ่อน

แต่สิ่งที่ผมทำได้กลับเป็นเพียงแค่การยืนสบตาเขาผ่านเงาสะท้อนในกระจกเท่านั้น

ผมไม่กล้าที่จะทำอย่างที่ใจหวัง ผมกลัวว่าพี่ติณห์จะหนีผมไปถ้าผมทำแบบนั้น ผมกลัวว่าเขาจะไม่มาให้ผมเห็นหน้าอีก

ผมกลัวจะเสียเขาไป

ถ้าพี่ติณห์เปรียบเสมือนนกที่ผมเลี้ยงไว้ ผมในตอนนี้ก็กำลังเปิดกรงนกตัวนั้น แต่นกตัวนั้นไม่ได้หายไปไหน มันยังคงอยู่ในกรงอย่างเดิม และถ้าผมทำท่าจะเข้าไปปิดกรง ผมกลัวมันจะตกใจจนบินหายไป และถึงแม้ว่าสักวันนกตัวนั้นต้องบินออกไปจริงๆ

ผมขอให้ตอนนั้นผมไม่ได้อยู่ในห้องนั้นก็พอ

ครืนนนนน

โทรศัพท์ในกระเป๋าที่เพียงแค่สั่นจากการมีคนโทรเข้ากลับทำให้ผมสะดุ้งเฮือก ผมหยิบโทรศัพท์ออกมา พยายามประคองโทรศัพท์ด้วยมือสั่นๆก่อนที่จะกดรับสาย

อยู่ห้องน้ำ เดี๋ยวออกไปแล้วเนี่ยผมพยายามควบคุมสติอารมณ์ให้นิ่งและเข้าไปล้างมือไม่ไกลจากพี่ติณห์นัก

แต่ผมก็อดที่จะเลื่อนสายตาไปมองเขาไม่ได้จริงๆ แม้พี่ติณห์จะกำลังล้างมืออย่างตั้งใจเกินไปก็ตาม

อะไรของมึงพีททท เออๆกูออกไปล่ะผมคุยกับพีทต่ออีกเล็กน้อยก่อนที่จะกดตัดสาย ผมเลื่อนสายตาไปมองพี่ติณห์อีกครั้ง เพียงอึดใจก่อนที่ผมจะหันกลับมา

ผมไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรั้งเขาไว้

ผมสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะเป็นฝ่ายเดินออกมา

 

บรรยากาศภายในงานยังคึกคักไม่ต่างจากก่อนที่ผมจะออกไปเท่าไร ผมรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากหลายสีที่คอยมีคนชงให้อยู่ไม่ขาดสายมาดื่ม ในใจยังคงเต้นรัวเร็วเหมือนเดิม รวมถึงมือก็ยังคงสั่นไม่หยุด

พี่ติณห์อยู่แค่เอื้อมเท่านั้นเอง

ผมขำกับเรื่องเล่าโง่ๆของไอ้พีท ถึงแม้มันจะไม่ตลกเลยสักนิด ผมก็ยังขำ เพราะเสียงขำอาจจะกลบความเศร้าในใจผมได้บ้าง

เพียงนิดเดียวก็ยังดี

ผมวางแก้วน้ำที่ดื่มจนหมดลง ก่อนที่หางตาจะหันไปเห็นคนๆหนึ่ง

พาร์ทละสายตาจากผมเมื่อเห็นว่าผมหันไปหาก่อนที่มันจะเดินออกไป

เดี๋ยวมานะผมพูดประโยคเดิมและเร่งฝีเท้าตามพาร์ทออกไป

ก่อนผมจะไปผมก็อยากจะจัดการทุกอย่างให้เสร็จก่อน

และเรื่องพาร์ทก็เป็นหนึ่งในนั้น

ตามมาทำไมวะทันทีที่ผมก้าวพ้นประตูทางออกมา พาร์ทที่ยืนกอดอกพิงผนังเหมือนรอใครสักคนอยู่ก็พูดขึ้นมา

แล้วรอทำไมวะผมเลือกที่จะถามกลับไป พาร์ททำหน้านึกสักพัก

อยากคุยก่อนที่จะตอบออกมา ผมถึงได้ยิ้มบางๆตอบกลับไป

กูก็อยากคุยพาร์ทมองหน้าผมนิ่งๆก่อนที่มันจะยิ้มให้ผมและเดินนำออกไป

ที่สูดบุหรี่เนี่ยนะผมบ่นออกไปทันทีเมื่อรู้ว่าพาร์ทพามาที่ไหน

ที่นี้เงียบที่สุดในงานแล้วเชื่อกูมันพูดจบก็ทิ้งตัวลงนั่งทันที แต่เอาเข้าจริงแล้ว เพราะที่สูดบุหรี่มันอยู่เกือบจะลานจอดรถด้วยล่ะมั้ง ตรงนี้ถึงได้เงียบจริงๆอย่างที่พาร์ทบอก ผมถึงได้เดินไปทิ้งตัวลงนั่งข้างมันในที่สุด

หายโกรธกูแล้วเหรอวะเรานั่งเงียบกันสักพักก่อนที่ผมจะเปิดบทสนทนาออกไป

กูไม่ได้โกรธ กูแค่..หลบไปทำใจผมเลิกคิ้ว

งั้นแสดงว่าทำใจได้แล้ว?

กูชอบมึงมา4ปีล่ะนะวา มึงจะให้กูทำใจอะไรได้เร็วนักวะผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แค่รอให้พาร์ทพูดต่อเท่านั้น

แต่ถ้ากูปล่อยให้มึงไปโดยไม่ได้พูดอะไรกับมึงสักคำ กูคงเกลียดตัวเองว่ะผมยกขาขึ้นมานั่งขัดสมาธิ ยกมือขึ้นมาเท้าคาง และหันไปมองหน้าพาร์ท

กูอยากรู้ว่ามึงชอบกูตอนไหนอาจจะเพราะผมจะไปอยู่แล้วมั้ง ผมถึงได้กล้าถามออกไป

กูก็ไม่แน่ใจว่ะ แต่ถ้าความประทับใจแรก คงเป็นครั้งแรกที่เราเจอกัน ที่กูบอกว่าจะมองกูเป็นพีทอีกคนก็ได้นะ เพราะใครๆเขาก็มองแบบนั้น แล้วมึงตอบว่าไม่หรอก..มึงก็เป็นมึง พีทก็เป็นพีท ไม่ใช่คนเดียวกันซะหน่อยผมนึกตามก่อนที่จะพยักหน้ารับ

มึงอาจจะพูดเฉยๆนะเว้ย แต่มึงเป็นคนแรกเลยที่บอกว่ากูก็คือกู พีทก็คือพีท กูซึ้งใจมากผมขำออกมาเบาๆ

มึงชอบก็ดีล่ะ

กูชอบมากกกกก ชอบประโยคนั้น..จนมาชอบคนพูดด้วยผมนิ่งไปทันที

เชี่ยพาร์ท พอสารภาพว่าชอบกูแล้ว ก็รุกกูจังเลยนะพาร์ทระเบิดเสียงขำทันทีเมื่อโดนผมโวยแบบนั้น

ขอหน่อยดิว่ะ ไหนๆมึงก็รู้แล้วทั้งที กูคาดหวังจะรุกมึงแบบนี้มานานล่ะนะผมขำ

แล้วทำไมไม่ทำตั้งนานแล้ววะ

เบสิกเลยนะมึง กูกลัวเสียเพื่อนอ่ะ กลัวมึงไม่โอเคแล้วหนีไปคำว่าหนีไปทำให้ผมชะงักไปเลย

กูไม่ไปไหนหรอกเหตุผลที่ผมเลือกตอบกลับแบบนั้นอาจจะเพราะว่าผมคาดหวังที่จะได้ยินประโยคนี้จากพี่ติณห์เหมือนกันล่ะมั้ง

พูดกันตรงๆนะอยู่ๆพาร์ทก็พูดออกมา แถมนั่งขัดสมาธิและยกมือขึ้นมาเท้าคางแบบผมด้วย

อะไรผมถามออกไปทันที หวั่นๆนิดหน่อยที่มันยื่นหน้าเข้ามาใกล้

กูไม่อยากให้มึงไป..กูรั้งมึงไว้ได้ไหมประโยคคำถามพร้อมด้วยสายตาอ้อนวอนของพาร์ททำให้ผมหยุดหายใจไปอึดใจหนึ่งเลย ก่อนที่ผมจะเลื่อนสายตาหนีในที่สุด

“...กูขอโทษพาร์ทถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา วางมือลงบนหัวผมก่อนที่จะลูบเบาๆ

กูคิดไว้อยู่แล้วแหละ แค่อยากลองรั้งดูผมสบตากับพาร์ทนิ่งๆ มันยิ้มบางๆให้ผมและดึงมือกลับไป

เออไหนๆมึงก็จะไปอังกฤษอยู่แล้วใช่ป่ะ ก่อนไปกูขออะไรอย่างหนึ่งดิอยู่ๆไอ้พาร์ทก็เปลี่ยนท่าทีไปซะเฉยๆ

ขออะไรของมึงผมถามมันพร้อมเสียงกลั้วหัวเราะ

เอางี้ สลับกันขอคนล่ะข้อไหม เป็นwith listอย่างสุดท้ายจากกันและกันไงพาร์ทเสนอพร้อมพยักหน้างึกงัก

กูเล่นกับมึงก็ได้ แล้วมึงจะขออะไรอ่ะพอดูมันพยักหน้ารัวๆแล้วก็เคลิ้มตามครับ

จูบกูหน่อยดิคำขอของพาร์ททำให้ผมชะงักไปเลย

ตลกล่ะไอ้สัสพอตั้งสติได้ ผมก็เลื่อนมือไปตบเหม่งมันและโวยอีกรอบทันที

กูพูดจริงๆพาร์ทยืนยัน ลูบเหม่งปอยๆและจ้องตาผมนิ่งๆ

พอมันยืนยันแบบนั้นผมก็เงียบไปเลย เราจ้องตากันอยู่แบบนั้นสักพักก่อนที่พาร์ทจะขยับเข้ามาใกล้

จริงๆตอนนี้ผมก็เลิกกับพี่ติณห์ไปแล้ว และมันคงไม่ผิดอะไรถ้าผมจะทำให้พาร์ทเป็นอย่างสุดท้าย บางทีอาจจะอย่างแรกด้วยซ้ำ

พาร์ทชอบผมมาตั้ง4ปีนะ และมันก็เป็นเพื่อนที่ดีมากของผมคนหนึ่ง

แค่จูบเดียว...

ทั้งๆที่ตัดสินใจกับตัวเองแบบนั้นแล้ว แต่ในจังหวะที่ผมควรจะหลับตาเพื่อรับสัมผัสนั้น ผมกลับหันหน้าหนีซะอย่างนั้น

กูขอโทษผมพูดขอโทษอีกแล้ว... ผมยังคงหลับตาปี๋และหันหลบพาร์ทอยู่แบบนั้น พาร์ทก็ไม่พูดอะไรออกมาสักที จนผมกังวลว่ามันจะโกรธผมอีกรอบรึเปล่า

แต่กูจะไปอยู่ล่ะเนี่ยนะ

ผมหันกลับมาหาพาร์ท ตั้งใจจะขอให้มันหายโกรธ แต่พาร์ทยังคงอยู่ตรงนั้น ก่อนที่มันจะชิงกดจูบที่ริมฝีปากผมเร็วๆ

ไม่ให้จูบขอจุ๊บล่ะกันพาร์ทพูดแบบนั้นและยิ้มเผล่ใส่ผม ส่วนผมนะเหรอ ช็อคและเบิกตากว้างมองมันนะสิ

คนฉวยโอกาส!เมื่อเรียกสติกลับมาได้ ผมก็เล่นบทสาวน้อย ยกมือขึ้นมากอดตัวเองไว้และขยับหนีมันทันที

ถึงกูจะชอบมึงก็ไม่ได้หมายความว่ามึงจะทำตัวเหี้ยยังไงก็ได้นะพาร์ทเบ้ปากและทำท่าขยะแขยงผมสุดๆ

เลวผมขำก่อนที่จะถีบมันไปเต็มแรงทันที

แค่จุุ๊บนิดเดียวก็ยังเอาอีกเนอะผมบ่นอุบอิบและขยับไปนั่งข้างมันเหมือนเดิม

เอาสิครับบบบบ จุ๊บนิดเดียวก็เยอะสุดตั้งแต่ได้มาล่ะเหอะ คนบ้าอะไร หวงตัวชิบหายแล้วมาเหวี่ยงกูอีก ผมขำก่อนที่พาร์ทจะพลอยขำตามไปด้วย

ตามึงล่ะ จะขออะไรว่ามาหลังจากเสียงเวลาขำกันสักพักใหญ่ๆพาร์ทก็ถามขึ้นมาอีกครั้ง

กูไม่ขอรู้จะขออะไรผมไหวไหล่และตอบกลับไปตรงๆ

ขออะไรก็ได้ มันต้องมีสักอย่างแหละไอ้นี้ก็อยากให้ผมขออีกกกกก

กูคิดไม่ออกกกกผมบ่น

เดี๋ยวกูช่วยคิดเสือกใจดีช่วยคิดอีกเว้ย

เรื่องพี่เตชินท์ไงผมหันขวับไปมองพาร์ททันที

มึงรู้...?” เท่าที่จำได้ ถึงพาร์ทจะรู้ว่าผมคบกับผู้ชายแต่ไม่รู้สักหน่อยว่าใคร

เออผมยังคงมองหน้ามันแบบไม่เข้าใจอยู่

สายตามึงบอกกูวา มึงมองคนทั้งโลกด้วยสายตาอย่างหนึ่ง และมองพี่เตชินท์ด้วยสายตาที่มองเฉพาะเขาแค่คนเดียว กูไม่รู้ก็บ้าล่ะ

กูทำแบบนั้นเหรอวะไม่รู้ตัวเลยแหะ

เอออออออออ สรุปให้กูช่วยเรื่องพี่เตชินท์เนอะ

เรื่องนั้นกูก็ไม่มีอะไรให้ช่วยว่ะพาร์ทเลิกคิ้ว

“..กูเลิกกันแล้วพาร์ทเบิกตากว้าง

ทำไมวะ

เรื่องเรียนต่อนั้นแหละผมเลือกที่จะพูดกว้างๆแทนที่จะเจาะจง

ก็ว่าทำไมเขารีบกลับ

ฮะ?”

อ้าว มึงไม่เห็นเหรอ กูเห็นพี่เตชินท์เขาเดินออกไปเมื่อกี้ผมหันขวับไปตามทางที่พาร์ทชี้ทันที

แล้วทำไมมึงไม่บอกกูวะ!พูดจบผมก็ลุกออกไปที่ลานจอดรถ พยายามกวาดสายตามองหารถพี่ติณห์ ไม่รู้ว่าเขาเห็นอะไรไปบ้าง แล้วเขาจะคิดยังไงบ้าง อย่างน้อยๆผมไม่อยากให้เขาต้องรู้สึกแย่กับเรื่องของผมอีกแล้วนะ

กูไม่รู้นี้ว้าพาร์ทเดินตามผมมา

เขาทำหน้ายังไงไม่รู้จะถามไปทำไม แต่ผมแค่ไม่อยากให้เขารู้สึกไม่ดี

ก็ดูหงอยๆนะคำตอบของพาร์ททำให้ผมยีหัวตัวเองอย่างหงุดหงิดทันที

พี่ติณห์อาจจะเห็นตอนพาร์ทยื่นหน้าเข้ามา ตอนพาร์ทจุ๊บปากผม ตอนเราคุยกัน หรือตอนเราหัวเราะด้วยกันก็ไม่รู้แหละ แต่มันก็ล้วนเป็นภาพที่ผมไม่อยากให้เขาเห็นทั้งนั้น

ผมไม่อยากให้เขารู้สึกว่าผมไม่ได้รักเขาอีกแล้ว

เพราะมันไม่ใช่เลย

นี้ไงงงง มีเรื่องให้กูช่วยล่ะพาร์ทตบบ่าผม

ช่วยให้แย่กว่าเดิมอ่ะดิพาร์ทส่ายหัวช้าๆ

กูจะทำหน้าที่เป็นกามเทพให้มึงกลับมารักกับเขาเองผมถอนหายใจออกมา

มึงทำไม่สำเร็จหรอก และมันคงไม่มีวันนั้นขนาดผมเองยังมองไม่เห็นภาพนั้นเลยด้วยซ้ำ

เชื่อมือกามเทพดิว่ะ!พาร์ทยกมือขึ้นมาทุบอกตัวเองด้วยท่าทางมั่นใจสุดๆ

มึงเลิกคิดเลยพาร์ท กูไม่อยากให้เขารู้สึกแย่ไปกว่านี้ผมแม่งเอาแต่ทำให้พี่ติณห์ต้องเสียใจ

ไอ้ห่วยเอ้ย

กูจะทำให้เขาไปส่งมึงวันขึ้นเครื่องให้ได้ผมย่นคิ้วใส่มัน กำลังจะอ้าปากเถียงแต่พาร์ทกลับพูดแทรกขึ้นมาซะก่อน

นี้เป็นwith listอย่างสุดท้ายจากมึงเลยนะ ยังไงกูก็จะทำให้ได้

“...มึงคิดบทพูดหล่อๆไว้พูดกับเขาก่อนไปได้เลย







-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทำไมบทมันถึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆก็ไม่รู้อ่ะ 555 ตอนแรกตั้งใจว่า40 แต่ไม่พอเลยขอเพิ่มเป็น41 แต่ตอนนี้คิดว่า41ก็ไม่พอ คงจะไปจบที่บท42นะคะ สำหรับบทนี้ ขอสรุปเรื่องเวลาให้ฟังง่ายๆว่านี้เป็นตอนต่อจากที่วาตัดสินใจจะไปเรียนต่อนะคะ ดังนั้นตอนนี้จะเป็นตอนที่ซ้อนทับกับspecial partของพี่ติณห์ในบทที่แล้วเนอะ เราก็จะได้เห็นกันชัดๆไปเลยว่าขณะที่พี่ติณห์คิดแบบนั้นวาคิดแบบไหน และคิดว่าตอนนี้คงจะมีคนบ่นวาที่ยอมให้พาร์ทมาฉวยโอกาส แต่คิดง่ายๆว่า วาแค่อยากทำอะไรให้พาร์ทบ้าง อะไรที่ไม่ใช่การทำร้ายจิตใจเขา แค่นั้นเอง
ขอนอกเรื่องนิดนึง เอ็มวีเพลงคนมีเสน่ห์ของป้าง นครินทร์ ได้พี่ไอซ์ที่เป็นเมจวามาเล่น จะบอกว่านี้คือวาที่ไรต์เห็นมาตลอด ตอนดูนี้กรี๊ดหนักมาก 5555 แต่เอ็มวีเต็มๆออกวันที่15นะคะ ตอนนี้มีแค่ทีเซอร์เฉยๆ
สำหรับใครที่สนใจรวมเล่ม ส่งเมลล์ไปที่ nnmfnns@gmail.com นะคะ
เจอกันค่าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

669 ความคิดเห็น

  1. #523 Dark Diamond (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 13:54
    with list -> wish list นะคะ
    #523
    0
  2. #363 mangpor43 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 21:33
    พาร์ทน่ารักอ่ะ ชอบบบบบบบบบ
    ต้องพาพี่ติณไปใให้ได้นะ >_<
    #363
    0
  3. #361 subtle'z (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 01:49
    พาร์ททำให้ได้นะๆๆๆๆ
    #361
    0
  4. #360 Mayyyyyyy (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 01:22
    กามเทพปรากฏตัวแล้ววว
    #360
    0
  5. #357 แสงรัตติกาล (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 23:27
    พาร์ทจ๋า ไหนๆก็ไหนๆละ คือทำตัวหล่อขนาดนี้ ขอยืมควงสักวันสองวันได้ไหม
    #357
    0
  6. #355 DsnoopyD (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 22:53
    โอ้ยยยยย พาร์ทคือดีงามมากคร้าาาาา
    #355
    0
  7. #353 B Specail YKR (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 21:02
    พาร์ทมาคู่กับเรามั้ย 555555
    นี่ตั้งตารอเรื่องนี้อัพทุกชั่วโมงเลย ไม่อยากให้ม่าแล้วว แฮปผี้หน่อยยยน
    #353
    0
  8. #352 Piriminkub (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 20:42
    เดี๋ยวพาร์ทเคลียให้เอง! อ่านะ 5555
    #352
    0
  9. #351 time_alone (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 20:37
    วาคะ!! รีบไปค่ะเฮียรออยู่และงอนมากด้วย!
    #351
    0