Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 76 : มายาทื่ 71 สงครามมหานคร [5] <= [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    18 มี.ค. 53

 

มายาที่ 71

สงครามมหานคร [5]

 

            แสงอาทิตย์ยามใกล้อัสดงย้อมน่านฟ้าซึ่งมักมีสีฟ้าสวยให้กลายเป็นสีแสดชวนแสบตา สายลมพัดโบกอย่างอ่อนโยนเสียดสีหมู่แมกไม้ก่อเกิดเสียงดนตรีไพเราะประหลาดหู เหล่าสรรพสัตว์น้อยใหญ่ต่างพากันกลับรังนอนอย่างรีบเร่งด้วยกลัวว่าถ้าค่ำแล้วสัตว์ใหญ่อาจออกล่าพวกตน

 

            ชายหนุ่มผู้อยู่ภายใต้เรือนผมสีแดงเพลิงเดินโซเซไปตามทางเดินในเมืองด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อน ดวงตาสีแดงเพลิงเช่นเดียวกับสีผมฉายรอยเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ตามเนื้อตัวกำยำเต็มไปด้วยรอยแผลจำนวนมาก ทั้งรอยแผลไฟไหม้และรอยแผลถูกกรีด เลือดเข้มที่ย้อมเสื้อผ้าเริ่มแห่งกรังและเปลี่ยนไปมีสีคล้ำจนเกือบดำ

 

            เฮ่อ ถึงซักที ชายหนุ่มถอนหายใจยาวยืดเหนื่อยแรงหลังจากเดินมาได้ซักพัก เบื้องหน้าเขาคือคฤหาสน์สีขาวสะอาดตาซึ่งตั้งตระหง่าน

 

            เหม็นเหงื่อตัวเองชะมัด แต่ก็ขี้เกียจอาบน้ำจังแฮะ ชายหนุ่มเกาท้ายทอยพลางหัวเราะเจื่อน ก่อนจะยกมือขึ้นจับคางพร้อมคิดว่า หลังจากเข้าบ้านแล้วเขาก็ต้องรีบอาบน้ำทำแผลแล้วก็นอนซักงีบ จากนั้นค่อยตื่นมาเล่นกับเจ้าตัวแสบที่บ้านซักหน่อยให้หายเครียด หลังจากนั้นจึงค่อยกลับไปฝึกวิชาต่อ

 

            อืมๆ ตกลงตามนั้นก็แล้วกัน ชายหนุ่มพึมพำพลางพยักหน้าให้ตัวเอง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูไม้บานหนาถูกผลักเปิดออกกว้าง

 

            ว้าย ตายแล้วท่านเรม ไปฟัดกับหมาที่ไหนมาเจ้าคะ หญิงสาวคนรับใช้ประจำคฤหาสน์คนหนึ่งที่เดินออกมาเห็นชายหนุ่มในสภาพดูไม่ได้ยกมือปิดปากอุทานอย่างตกใจ ชายหนุ่มผู้ถูกเรียกว่าเรมถอนหายใจเฮือก

 

            ข้าไม่ใช่หมานะ เรมบ่นอุบอิบก่อนสาวเท้าเดินเข้าไปในตัวคฤหาสน์ แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวข้ามประตู เสียงเล็กแหลมก็ดังแว่วกระทบโสตประสาท พร้อมๆกับร่างเล็กซึ่งพุ่งกระแทกท้องเรมอย่างแรง

 

            ท่านพ่อ!” เจ้าของเสียงเล็กแหลมกระโดดกอดคนเป็นพ่อด้วยสีหน้าร่าเริง เรมก้มอุ้มร่างเล็กขึ้นพร้อมขยี้เรือนผมสีแดงเพลิงของบุตรชายในอ้อมอกอย่างเอ็นดู คนเป็นลูกฉีกยิ้มแป้นก่อนหุบยิ้มฉับ ดวงตาสีเพลิงไล่มองบิดาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา จากนั้นเด็กชายตัวน้อยก็ย่นจมูกพลางเบ้ปาก

 

            ท่านพ่อตัวเหม็นชะมัด เด็กน้อยว่าพลางดิ้นขลุกขลักบอกเป็นนัยๆว่าไม่อยากให้พ่ออุ้มแล้ว เรมปล่อยบุตรชายลงอย่างว่าง่ายก่อนคลี่ยิ้ม

 

            ก็พ่อไปฝึกวิชามานี่นารานิน ตัวก็ต้องเหม็นสิ เรมพูดเสียงกลั้วหัวเราะพลางจูงรานินเข้าไปในตัวคฤหาสน์ รานินเงยหน้ามองบิดา คิ้วเล็กพุ่งเข้าชนกันด้วยความฉงน

 

            ฝึกวิชา?

 

            ใช่ลูก พ่อกำลังฝึกวิชา เทพเพลิงมายา อยู่

 

            มันคืออะไรเหรอขอรับท่านพ่อ รานินซักไซ้ต่อด้วยความใคร่รู้ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีม่วงอ่อนเดินมาหาทั้งคู่พอดี ดวงตาสีอเมธิสต์มองเรมด้วยสายตาอ่อนโยน

 

            ยินดีต้อนรับกลับบ้านจ้ะ เรม หญิงสาวเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม เรมส่งยิ้มกลับต่างคำตอบรับ

 

            มาหาแม่มารานิน พ่อเค้าเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆอย่าเพิ่งไปกวนพ่อเค้าเลยนะ

 

            ไม่เป็นไรหรอกเรเน็น แค่ได้เห็นหน้าเจ้ากับลูกข้าก็หายเหนื่อยแล้วล่ะ คำพูดของเรมทำเอาหญิงสาวเจ้าของนามเรเน็นถึงกับหน้าขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอาย

 

            ท่านพ่อ ท่านยังไม่ตอบข้าเลยนะขอรับว่าเทพเพลิงมายาคืออะไร รานินดึงขากางเกงคนเป็นพ่อเบาๆเป็นการกระตุ้น เรมหย่อนกายลงนั่งบนโซฟาในห้องโถงก่อนอุ้มรานินขึ้นนั่งบนตัก เรเน็นหย่อนกายลงนั่งด้านข้าง

 

            มันเป็นวิชาเพลิงขั้นสูงน่ะรานิน ผู้ที่ใช้ได้มีเพียงผู้สืบสายเลือดตระกูลการ์เดี้ยนเท่านั้น เรมพยายามอธิบาย แต่ดูท่าว่ามันคงจะยากเกินไปสำหรับเจ้าตัวน้อย รานินกะพริบตาปริบๆเอียงคอมองพ่อด้วยสายตาไม่เข้าใจ

 

            แล้วทำไมต้องฝึกด้วยล่ะขอรับ

 

            เพื่อเอาไว้ใช้ปราบปีศาจและคนชั่วยังไงล่ะลูก เรเน็นลูบหัวรานินอย่างเอ็นดู

 

            แต่ท่านพ่อเคยบอกว่า วิชาเปลวเพลิงมายากับมังกรเพลิงมายาน่ะ แข็งแกร่งที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอขอรับ แล้วฝึก เทพเพลิงมายาไปอีกทำไมกัน รานินส่งคำถามต่อ

 

            เทพเพลิงมายาน่ะ เป็นวิชาเพลิงมายาขั้นที่สาม ซึ่งเป็นขั้นที่สูงที่สุด ดังนั้นจึงต้องแข็งแกร่งกว่าเปลวเพลิงมายาและมังกรเพลิงมายาอยู่แล้ว

 

            แล้วมีแค่สองอันแรกไม่พอเหรอขอรับ

 

            ไม่พอหรอกลูกรัก เปลวเพลิงมายากับมังกรเพลิงมายานั้นเป็นเพียงการยืมพลังจากเทพมาใช้ เราสู้โดยใช้พลังของเทพ แต่ลูกรู้ไหม ว่าถ้าพยายามเท่าไหร่ก็ไม่ชนะซักทีลูกควรทำยังไง เรมส่งคำถามกลับบ้าง ซึ่งแน่นอนว่ารานินต้องส่ายหน้าไม่รู้

 

            เราก็ต้องขอให้เทพสู้ไปพร้อมกับเราด้วยยังไงล่ะ ไม่ใช่แค่ยืมพลังเทพ แต่เป็นการขอร้องให้เทพลงมาสู้ไปพร้อมๆกับเราด้วย เรมเฉลย รานินพยักหน้าหงึกหงัก

 

            จำไว้ให้ดีนะรานิน เมื่อไหร่ก็ตามที่สู้คนเดียวไม่ไหว ก็อย่าไปฝืน ถามหาคนช่วยเสีย ถ้าไม่มีเพื่อน เรียกหาเทพพระเพลิงแทนก็ได้ ท่านเต็มใจช่วยคนจากตระกูลการ์เดี้ยนเสมอ

 

            ขอรับ รานินตอบรับพลางหาววอด เรเน็นขยับยิ้มบาง

 

            เพิ่งจะหัวค่ำเอง ง่วงซะแล้ว ลูกคนนี้นี่ขี้เซาจริงๆ เสียงหวานใสกล่าวอย่างอ่อนโยนพร้อมมือบางที่ขยับลูบหัวบุตรชาย

 

            ว่าแต่เรม ไปฝึกมาตั้งหลายวันแล้ว สำเร็จรึยังล่ะ เรเน็นหันไปถามผู้เป็นสามี คนถูกถามส่ายหน้าอย่างอ่อนแรงระคนสิ้นหวัง

 

            ยังเลย ไม่ว่าจะทำยังไงข้าก็ไม่ผ่านการทดสอบด่านสุดท้ายซักที พูดจบเรมก็ถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ เรเน็นมองเรมด้วยสายตาแฝงความเห็นใจ

 

            แล้วการทดสอบที่ว่านั่นน่ะ คืออะไรเหรอ

 

            เป็นคำถามน่ะ เทพเพลิงท่านถามข้าว่า... ฟังถึงตรงนี้ เด็กชายตัวน้อยก็ทนความง่วงต่อไปไม่ไหว ร่างเล็กขยับจัดท่าทางที่คิดว่าสบายตัวที่สุดก่อนจมดิ่งสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว

 

……….

 

            “ขอทวยเทพ...จงใช้...กายาข้า...” ทันทีที่ได้สติกลับคืน เฟลมก็เริ่มร่ายเวททั้งยังนั่งกองหมดสภาพ คำสอนของพ่อดังกังวานชัดเจนในสมอง คำสอนที่บอกว่าหากสู้ไม่ไหว ก็จงขอให้คนอื่นช่วยสู้ ขอให้เทพพระเพลิงร่วมสู้ไปพร้อมกับเราด้วย

 

            สิ้นเสียงร่ายเวทบทแรก ลูซิเฟอร์ก็ถึงกับต้องชะงักการเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ พริบตาที่เวทถูกขับขาน จู่ๆสัมผัสของพลังเวทธาตุแสงก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ไอเวทเพลิงที่แผ่ออกมาจากเฟลมแปรเปลี่ยนเป็นไอเวทธาตุแสงบริสุทธิ์จนหมดสิ้น ลูซิเฟอร์เผลอขยับกายก้าวถอยโดยไม่รู้ตัว

 

            ต่างศาสตรา...ฟาดฟันเหล่า...ปีศาจร้าย... เฟลมรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีฝืนหยัดกายลุก ลมหายใจหอบระรัวรวยริน หัวสมองมึนตึงไม่รับรู้เรื่องราวใดๆอีก สิ่งเดียวที่เด็กหนุ่มรับรู้ในตอนนี้ก็คือ เขาต้องใช้ เทพเพลิงมายามันเป็นวิชาเดียวที่อาจเอาชนะลูซิเฟอร์ได้

 

            ไม่ได้นะเฟลม เจ้ายังไม่ถึงเวลาที่จะใช้วิชาเทพเพลิงมายานะ!” มิดไนท์ขยับกายลุกยืนพลางร้องห้ามเฟลมเสียงตื่นตระหนก วิชาเทพเพลิงมายาเป็นวิชาเพลิงขั้นสูง ดังนั้นถ้าผู้ใช้มีพลังเวทและพลังใจไม่ถึง ก็อาจโดนเพลิงกลืนกินเอาได้ ซึ่งเรมก็เคยโดนมาแล้ว กว่าจะช่วยออกมาได้เล่นเอาวุ่นไปตระกูล

 

            เป็นอาวุธ...สังหารมาร...ให้วอดวาย... เผลมร่ายเวทต่อโดยไม่สนใจคำเตือนของมิดไนท์เลยแม้แต่น้อย ลูซิเฟอร์ขยับถดหนีด้วยท่าทีหวาดๆ สัมผัสของพลังเวทธาตุแสงที่แผ่ออกมาจากเฟลมนั้นสูงมาก สูงจนลูซิเฟอร์อดกลัวไม่ได้ เผลอๆอาจจะสูงกว่าพลังเวทของคุนอีกต่างหาก

 

            ลบภัยร้าย...ให้เลือนหาย...จากแผ่นดิน...

 

            ไม่ได้นะเฟลม! เวทบทนั้นมันอันตรายเกินไปสำหรับเจ้านะ!” มิดไนท์ถลึงตากว้างตะโกนห้ามสุดเสียง เฟลมหันไปส่งยิ้มอ่อนแรงให้มิดไนท์ เขาร็อยู่แล้วล่ะว่าเวทบทนี้อาจทำให้เขาถึงชีวิตได้ เวทบทนี้เผาผลาญพลังงานชีวิตของผู้ใช้ แต่ถึงจะรู้อย่างนั้น เขาก็ตัดสินใจที่จะใช้มัน

 

            ข้าไม่เป็นไรหรอกมิดไนท์ เสียงเหนื่อยล้าตอบกลับ ก่อนเฟลมจะเอื้อนเอ่ยเวทบทสุดท้าย

 

            เทพเพลิง...มายา พริบตาที่เสียงร่ายเวทเงียบลง แสงสีขาวพลันสว่างจ้าแผ่ปกคลุมทั่วบริเวณ ลูซิเฟอร์ส่งเสียงคำรามต่ำพลางแยกเขี้ยวงุด พลังเวทธาตุแสงกำลังกดดันให้มันขยับไม่ได้ มันทำได้แต่ยืนมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านิ่งๆเท่านั้น

 

            ไอเวทแสงแผ่ปกคลุมพร้อมมอบความอบอุ่นและกลิ่นหอมประหลาด

 

            พรึ่บ!!!

 

            พร้อมๆกับเเสงสีขาวสว่างที่จางหาย เปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์กลับลุกโชนขึ้นแทนที่

 

            อ๊าก!!!” สิ่งที่เกิดขึ้นเรียกให้ผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต้องอ้าปากค้างมองเฟลมตาไม่กะพริบ แทนที่ลูซิเฟอร์จะโดนเวทบทนั้น เฟลมกลับโดนเสียเอง

 

            ร่างหนาติดไฟสีขาวลุกโชน เด็กหนุ่มกู่ร้องเจ็บปวดทรมานสุดทน เปลวเพลิงร้อนระอุแผดเผาเฟลมอย่างบ้าคลั่ง ร่างท่วมไฟเซทรุดดิ้นพล่าน

 

            เฟลม!!!” มิดไนท์กับลินนะกู้ร้องเรียกสุดเสียงในขณะที่ลูซิเฟอร์ระเบิดหัวเราะร่วนด้วยความสะใจ

 

            ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! นึกว่าวิชาอะไร ที่แท้ก็วิชาฆ่าตัวตายนี่เอง ลูซิเฟอร์แสยะยิ้มกว้างพร้อมสาวเท้าเข้าหาเฟลมอย่างช้าๆ ไอเวทแสงสลายหายไปหมดแล้ว มันไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรอีก

 

            เฟลม!!!” ลินนะกรีดร้องเสียงหลง หยาดน้ำตาใสไหลรินอาบพวงแก้มเนียน ความกลัวถาโถมเข้าเกาะกุมจิตใจ หัวใจปวดร้าวราวถูกฉีกกระชาก

 

            ดวงตาสีแดงเพลิงเหม่อมองอย่างเลื่อนลอย สรรพเสียงต่างๆค่อยๆเงียบหาย โลกทั้งใบค่อยๆมืดสนิทอย่างเชื่องช้า

 

..........

           

            มืด!?

 

            ไร้ซึ่งสรรพเสียง!?

 

            ที่นี่...ที่ไหนกัน!?

 

            เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเพลิงหยัดกายลุกยืน จากนั้นก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉงน ที่นี่ที่ไหนกัน ทำไมถึงได้มืดมิดเช่นนี้ ทำไมเขาถึงอยู่คนเดียวในที่แบบนี้

 

            เฟลมสะบัดหัวอย่างมึนงง เขาจำได้ว่าเขากำลังใช้วิชาเทพเพลิงมายา แล้วจู่ๆเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

 

            คิ้วหนาถูกขมวดจนมุ่น เฟลมก้มมองร่างกายด้วยสีหน้างงงวย ร่างกายของเขาเบาหวิวราวขนนก เรี่ยวแรงที่หายไปกลับมามีเหมือนเก่าอีกครั้ง บาดแผลทั่วร่างเองก็ไม่มีหลงเหลืออยู่เลยซักนิด มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาตายแล้วงั้นเหรอ!?

 

            เจ้าหนุ่มเสียงนุ่มปนทุ้มต่ำแว่วกระทบโสตประสาท เฟลมขยับหันซ้ายแลขววมองหาที่มาของเสียง แต่เฟลมก็ไม่พบสิ่งใด เขาพบเพียงห้วงมิติซึ่งว่างเปล่าและมืดมิด

 

            นั่นใครน่ะ เฟลมส่งคำถามกลับ เสียงหัวเราะหึๆบ่งบอกความถูกใจดังกลับแทนคำตอบ จากนั้นลูกบอลเพลิงสีขาวสะอาดตาก็ปะทุลุกโชนลอยนิ่งเบื้องหน้า เฟลมก้าวเท้าถอยฉากโดยอัตโนมัติ

 

            อันตัวข้านั้นไร้นามเสียงเดิมตอบกลับ

 

            ...

 

            แต่ผู้คนต่างเรียกขานข้าว่า เทพพระเพลิงเฟลมสะอึกให้กับคำตอบนั้นไปนิด ความเงียบโรยตัวปกคลุมเชื่องช้า ก่อนผู้ที่ถูกเรียกขานว่าเทพพระเพลิงจะเปิดบทสนทนาต่อ

 

            ผู้สืบสายเลือดแห่งการ์เดี้ยนเอ๋ย จงเอ่ยนามของเจ้ามาเด็กหนุ่มนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง นามของเขาในฐานะการ์เดี้ยนอย่างงั้นเหรอ

 

            รานิน ชื่อของข้าคือรานิน การ์เดี้ยน เฟลมตอบคำถามเสียงเรียบ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ตั้งแต่เขาอยู่ที่นี่ เขาก็รู้สึกสงบใจอย่างน่าประหลาด

 

            เจ้าคือการ์เดี้ยนคนที่ 99 ที่ได้เข้ามายังมิติแห่งนี้ รานิน และเจ้าจะออกจากที่นี่ไปไม่ได้ จนกว่าการทดสอบจากข้าจะจบลง

 

            การทดสอบ? เด็กหนุ่มทวนคำถามไม่เข้าใจ

 

            หากเจ้าผ่านการทดสอบ ข้าจะยอมไปโลกมนุษย์พร้อมกับเจ้า แต่หากไม่ผ่าน เจ้าก็จงกลับโลกมนุษย์ไปมือเปล่า เทพพระเพลิงว่าเสียงเนิบนาบ

 

            ...

 

            ตั้งแต่อดีตกาล มีการ์เดี้ยนเพียงคนเดียวที่ได้รับการยอมรับจากข้า นั่นคือการ์เดี้ยนรุ่นแรก

 

            98คนผ่านแค่คนเดียวงั้นเองเหรอ เฟลมพึมพำถามเสียงเบา

 

            เจ้าพร้อมจะรับการทดสอบจากข้าหรือยัง ผู้สืบสายเลือดแห่งการ์เดี้ยนเอ๋ยเด็กหนุ่มหลับตาตั้งสมาธินิ่งพลางพิจารณาอย่างรอบคอบ เขาจะมามัวติดแหงกอยู่ที่นี่ไม่ได้ เขาต้องรีบกลับไปช่วยพวกลินนะที่ยังอยู่ที่สงคราม

 

            ข้าพร้อมแล้ว คำตอบถูกส่งกลับมาพร้อมดวงตาแน่วแน่

 

            งั้นจงตอบข้ามา ระหว่างชีวิตของเจ้ากับชีวิตของคนที่เจ้ารัก เจ้าจะเลือกสิ่งใด เมื่อได้ยินคำถาม เฟลมก็ถึงกับพูดไม่ออก มันเป็นคำถามที่ดูเหมือนไม่ยาก แต่เขากลับตอบคำถามนั้นไม่ได้ ระหว่างชีวิตของเขากับชีวิตของคนที่เขารัก เขาควรจะเลือกอะไรดี

 

            เจ้ามีสิทธิ์เลือกได้เพียงข้อเดียวเท่านั้นเทพพระเพลิงแจงเงื่อนไข เฟลมยืนนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา ถ้าเขาเลือกชีวิตของเขาเอง เขาก็ต้องสูญเสียคนที่เขารัก แต่ถ้าเขาเลือกชีวิตของคนที่เขารัก เขาก็จะต้องตาย และคนที่เขารักก็จะต้องเจ็บปวดใจจากการสูญเสียเขาไป

 

            เฟลมกำหมัดแน่น ไม่ว่าเขาจะเลือกทางไหน มันก็จะต้องพบกับความเจ็บปวดทั้งนั้น

 

            แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้าสู่สมอง เฟลมกะพริบตาปริบๆ เขาค้นพบคำตอบแล้ว คำตอบนั้นง่ายแสนง่าย คำตอบที่ไม่มีใครต้องเสียใจจากการจากลา

 

            ดูเหมือนจะเลือกได้แล้วสินะเทพพระเพลิงส่งเสียงหัวเราะหึๆ เฟลมพยักหน้าเงียบงัน

 

            ข้าขอเลือกชีวิตข้าเอง

 

            ‘…’ คำตอบของเฟลมทำเอาเทพพระเพลิงนิ่งเงียบพูดไม่ออก ที่ผ่านมาการ์เดี้ยนทุกคนที่เข้ามาที่นี่ต่างก็เลือกชีวิตของคนที่เขารักกันหมด แต่ทำไมเด็กหนุ่มตรงหน้าถึงได้เลือกชีวิตตนเอง เลือกเหมือนการ์เดี้ยนคนแรกที่เข้ามาที่นี่ไม่มีผิด

 

            เหตุใดเจ้าจึงเลือกเช่นนั้น รานินเสียงนุ่มถามกลับ

 

            เพราะข้าต้องการปกป้องคนที่ข้ารัก

 

            ข้าไม่เข้าใจเทพพระเพลิงถามต่อ

 

            ถ้าแค่ชีวิตของตัวเองยังปกป้องไม่ได้ แล้วจะมีหน้าไปปกป้องชีวิตคนอื่นได้ยังไง ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อปกป้องชีวิตของคนที่ข้ารัก

 

            ‘…’

 

            ถ้าข้าตายแล้ว ข้าจะแน่ใจได้ยังไงว่าคนที่ยังมีชีวิตอยู่จะสามารถปกป้องคนที่ข้ารักแทนข้าได้

 

            ‘…’

 

            ข้าเลือกชีวิตของข้าเอง เพื่อใช้มันปกป้องชีวิตของคนที่ข้ารัก หากข้าทำเช่นนี้ ก็จะไม่มีใครต้องเสียใจจากการสูญเสีย

 

            เมื่อเฟลมอธิบายจบ เทพพระเพลิงก็หัวเราะหึเสียงเบาคล้ายถูกใจ

 

            เป็นเด็กหนุ่มที่น่าสนใจไม่เบา เลือกชีวิตของตนเองเพื่อใช้ปกป้องชีวิตของคนอื่น เป็นความคิดที่น่าสนใจไม่เลว

 

            ...

 

            เจ้าผ่านการทดสอบแล้ว รานินลูกบอลเพลิงเบื้องหน้าโหมสะบัดเพิ่มขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แสงสีขาวพิสุทธิ์สว่างวาบคับห้วงมิติ

 

            เอาล่ะ เด็กหนุ่มที่ได้รับคำทำนายว่าจะเป็นผู้พลิกชะตามหานครเอ๋ย จนกว่าคำทำนายนั้นจะเป็นจริง ข้าจะคอยสนับสนุนเจ้าเองเสียงของเทพพระเพลิงค่อยๆจางหาย ห้วงมิติถูกบิดเบือนอย่างแช่มช้า แล้วสติของเฟลมก็หลุดลอยหายไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1897 ลีโอไนดัส (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2555 / 19:28
    สนุกมาก
    #1,897
    0
  2. #1866 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 29 มีนาคม 2555 / 15:26
    เหตุผลเจ๊งมากมายอ่ะเฟลมมมมม >//////////////////<
    #1,866
    0
  3. #1781 Ninzile (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2554 / 18:25
    อืมมมม น่าคิดนะ ><
    #1,781
    0
  4. #1639 aun-san (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2553 / 11:25
    =[]= พี่เด็กแว่นตาดำๆ เนี่ย ชอบฉากคนตายจริงนะ



    #1,639
    0
  5. #1618 เด็กแว่นตาดำๆ (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 เมษายน 2553 / 11:29
     ซึ้งค่ะ
    แต่ทำไมไมบรรยายฉากคนตายเลยอะ =o=

    ปล.ขอโทษที่ข้าน้อยโรคจิต  หึๆๆ
    #1,618
    0
  6. #1612 Dark/Zhang (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 12 เมษายน 2553 / 16:22

    เลือกตัวเองเพื่อปกป้องคนที่รัก >>> ซึ้ง*0*

    #1,612
    0
  7. #1500 Dark_JOKER (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2552 / 16:04
    โฮกกกกกกก
    มันส์อ่าเจ๋งเลย
    เลือกให้ตัวเองตายเพื่อปกป้องคนรัก
    มีอะไรที่เท่ห์กว่านี้อีกไหม
    ฮุ ฮุ ฮุ
    #1,500
    0
  8. #1494 Z๏12iAc (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2552 / 20:05
    ว้าวว~*0*
    เฟลมเท่มากเลยจ้ะ*0*
    อ๊ายยย>รักเฟลมจัง> #1,494
    0