Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 62 : มายาที่ 60 มนตรา และ สายน้ำ [2] <=[100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,518
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    9 ก.ค. 52

 

มายาที่ 60

มนตรา และ สายน้ำ [2]

 

            ลมหนาวพัดผ่านเมืองแห่งธรรมชาติประจำมหานครอย่างแผ่วเบา ต้นไม้ใบหญ้าและป่ากว้างที่ขึ้นล้อมรอบเมืองเซ็นโอซ่าถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน ความมืดมิดกลืนกินทั่วบริเวณ

 

            เงาดำกระโดดตัวเบาลงยืนบนหลังคาบ้าน อุณหภูมิที่ลดต่ำจนติดลบทำให้ลมหายใจที่เด็กหนุ่มพ่นออกมากลายเป็นไอสีขาวขุ่นก่อนลอยหายไปกับอากาศ ผ้าคลุมสีดำสนิทถูกเลิกเปิดเผยให้เห็นเรือนผมครามเหลือบดำ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มกวาดมองเมืองเบื้องหน้าซึ่งยังคงอยู่ในห้วงนิทราอย่างใจเย็น

 

            เด็กหนุ่มนามโทนินหยิบนาฬิกาพกขึ้นมาเปิดดู ก่อนถอนหายใจเฮือกด้วยท่าทางหงุดหงิดเล็กน้อย คิ้วสวยขมวดขดเกือบติดกัน

 

            อะไรกัน เกือบตีห้าแล้วเหรอเนี่ย เด็กหนุ่มบ่นอุบ ทั้งๆที่คิดว่าออกมาจากเอราเดสเร็วแล้วแท้ๆ แต่การเดินทางขึ้นเหนือมายังเมืองเซ็นโอซ่ากลับกินเวลามากกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก ดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้นในไม่ช้า เขาต้องรีบลงมือ

 

            เงานักฆ่าใต้บัญชาทั้งพันคนปรากฏยืนบนพื้นเบื้องล่าง ทั้งหมดเงยหน้ามองโทนินราวกำลังรอคำสั่ง

 

            ไปได้ เสียงสั่งการดังทำลายความเงียบอย่างสั้นห้วน โดยไม่ต้องให้กล่าวซ้ำ นักฆ่าทั้งหมดกระโจนแยกย้ายหายไปคนละทิศคนละทางเหมือนฝูงผึ้งที่แตกฮืออย่างรวดเร็ว และทันทีที่แผ่นหลังของเหล่านักฆ่าลับสายตาไป เปลวเพลิงก็พุ่งปะทุสูงย้อมน่านฟ้าสีเทาให้มีสีแดงคล้ายสีเลือด เสียงกรีดร้องดังแหลมทิ่มแทงโสตประสาท กลิ่นคาวเลือดลอยโชยคละคลุ้งแตะจมูก เสียงการสู้รบดังแว่วทั่วบริเวณ

 

            โทนินมองดูความชุลมุนเบื้องหน้าอย่างเฉยชา ก่อนเด็กหนุ่มจะดีดนิ้วเบาๆ

 

            สายลมเหม็นอับชื้นพัดโชย พลันร่างดาร์กเดม่อนทั้งร้อยตนก็ปรากฏบนหลังคาสูง โทนินเหลือบมองอมนุษย์ใต้บัญชาด้วยหางตา ก่อนสูดลมหายใจลึก

 

            “ฆ่าทุกคนที่ขวางหน้า และทำลายเมืองให้สิ้นซาก” ทันทีที่ได้รับคำสั่ง อมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการทำลายล้างโดยเฉพาะก็โดดแผล็วหายไปจากครองสายตาอย่างรวดเร็ว เหลือก็แต่ตัวจ่าฝูงที่เป็นดาร์กเดม่อนมนตราร่างเล็ก มันยืนจ้องโทนินนิ่ง

 

            “เอ้า” เด็กหนุ่มส่งจดหมายฉบับหนึ่งให้ดาร์กเดม่อนมนตรา อมนุษย์ร่างเล็กค้อมกายอย่างนอบน้อม ก่อนกระโดดหายไปอย่างไร้ร่องรอย โทนินสะบัดมือนิดเรียกหอกหินเล่มสวยมากำไว้เป็นการเตรียมพร้อม

 

            เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังเสียดหู เสียงเฮละโลของเหล่านักฆ่าดังก้องกังวาน โลหิตสีแดงเข้มไหลทะลักอาบพื้นหิมะเป็นด่างดวง ร่างไร้วิญญาณนอนกองเป็นภูเขาภายในระยะเวลาเพียงเสี้ยววินาที โทนินแสยะยิ้มด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสะใจ เด็กหนุ่มยื่นมือไปด้านหน้า แล้วสะบัดอย่างเร็วแรง

 

            “ทำลายล้าง!” เสียงตะโกนดังแหวกอากาศ ลูกศรอันเกิดจากน้ำจำนวนเหยียบร้อยลูกพลันปรากฏรอบกายโทนิน ก่อนพุ่งแยกย้ายปักทะลุหน้าผากของชาวบ้านที่ไร้ทางสู้อย่างแม่นยำ ส่งชาวเมืองเซ็นโอซ่าไปสู่โลกแห่งความตายอีกชุดใหญ่

 

            “ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! สนุกจริงวุ้ย!” เด็กหนุ่มหัวเราะร่วนด้วยความถูกอกถูกใจ พลางกระโดดลงจากหลังคาบ้านมาร่วมวงทำลายเมืองกับเหล่านักฆ่าใต้บัญชา จากนั้นก็สะบัดมือร่ายเวทส่งศรวารีสังหารเหล่าคนไร้ทางสู้อีกอย่างสนุกสนาน แววตาบ่งบอกความเลือดเย็นอย่างชัดเจน

 

            “วู้ว! สนุกจริงโว้ย!” โทนินตวัดหอกหินในมือเป็นแนวนอน คมมีดสายน้ำรูปจันทร์เสี้ยวพุ่งตรงตัดร่างของชาวเมืองนับสิบออกเป็นสองท่อน เลือดกระฉูดไหลทะลักอาบพื้นดินจนชุ่มโชก โทนินระเบิดหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

 

            “สนุกจริงโว้ย!!!” เสียงตะโกนอย่างสะใจดังก้องกังวานท่ามกลางความวุ่นวายที่ก่อเกิดขึ้นด้วยฝีมือของโลกมืดเพียงชั่วพริบตา

 

 

..........

 

 

            “ด้วยอำนาจแห่งข้า ขอศรแสงแห่งเวทจงปรากฏ แลฟาดฟันอริร้ายแห่งข้าให้แดดิ้น!” เสียงทุ้มต่ำดังร่ายเวทเร็วระรัว พร้อมๆกับลูกธนูเวทมนต์สีขาวสะอาดนับร้อยลูกที่พุ่งทะยานตรงเข้าใส่โทนินราวห่าฝน เด็กหนุ่มซึ่งกำลังกระหน่ำพลังเวทใส่ชาวเมืองอยู่อย่างเพลิดเพลินตีลังกาหลบศรเวทมนต์อย่างชำนาญ เมื่อเท้าสัมผัสพื้นดินอีกครั้ง เด็กหนุ่มก็หันไปยิ้มเผล่ให้กับชายหนุ่มซึ่งน่าจะเป็นเจ้าเมืองเซ็นโอซ่า

 

            ดวงตาสีน้ำเงินเข้มไล่มองผู้มาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา ร่างหนาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยมัดกล้ามซึ่งบ่งบอกถึงความแข็งแรงกำยำ เส้นผมสีฟ้าอ่อนถูกซอยยาวระบ่ากว้าง ดวงตาคู่สีน้ำเงินอ่อนคล้ายท้องฟ้ายามเช้าจ้องโทนินกลับอย่างดุดัน รูปร่างกรำศึกและง้าวเล่มยักษ์ที่ชายหนุ่มถือทำให้โทนินมั่นใจว่าชายผู้มาใหม่คนนี้คือ โรเกีย ทีดา อย่างแน่นอน

 

            “บังอาจมาทำลายเมืองเซ็นโอซ่าของข้า โทษครั้งนี้ตายร้อยครั้งก็ไม่สาสม!” โรเกียตะคอกอย่างกราดเกรี้ยวพร้อมยกง้าวชี้โทนิน โทนินใช้หอกปัดปลายง้าวออกพลางส่งยิ้มกวนประสาทให้แก่โรเกีย

 

            “โทษทีนะ แต่คนที่จะตายน่ะคือเจ้าต่างหาก ไม่ใช่ข้า” โทนินเน้นประโยคหลังอย่างชัดเจนพลางถีบเท้ารุกประชิดโรเกีย โรเกียชักง้าวกลับพร้อมสะบัดอาวุธคู่กายโจมตีเด็กหนุ่มนักฆ่า โทนินวาดมือสร้างกำแพงเวทน้ำขึ้นกันการโจมตีของโรเกียก่อนสวนหอกแทงชายหนุ่ม หอกหินเฉี่ยวโดนต้นแขนกรีดเนื้อเรียกเลือดไหลซึม โรเกียถีบเท้าถอยฉาก

 

            โทนินไม่ยอมปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปอย่างไร้ประโยชน์ เด็กหนุ่มถีบเท้าเข้าประชิดโรเกียก่อนรัวแทงหอกไม่ยั้ง โรเกียวาดง้าวปัดป้องการโจมตีมือเป็นระวิงพร้อมสวนโจมตีกลับ แต่การโจมตีของโรเกียก็ไม่โดนเป้าหมายเลยซักครั้ง โทนินอยู่เบื้องหลังกำแพงเวท การโจมตีของโรเกียเลยไม่มีผลต่อเด็กหนุ่มเลยแม้แต่นิดเดียว

 

            เสียงอาวุธกระทบกันดังลั่นปวดหู สองคู่ต่อสู้ต่างวัยรัวอาวุธใส่กันอย่างดุเดือด เหงื่อเย็นไหลซึมชื้นทั่วร่างทั้งๆที่อากาศรอบกายออกจะหนาวเหน็บ โรเกียกระชับอาวุธคู่กายแน่นพลางกระหน่ำโจมตีโทนินอย่างไม่คิดจะยั้งมือ แต่ผลก็ออกมาเป็นเหมือนเดิม การโจมตีของโรเกียไร้ผลต่อโทนินอย่างสิ้นเชิง โรเกียชักสีหน้าหงุดหงิด

 

            “เอาแต่หลบอยู่หลังกำแพงเวทอยู่ได้ หน้าตัวเมียนี่หว่า” พอโดนโรเกียดูถูก โทนินก็ถึงกับฉุนขาด เด็กหนุ่มวาดมือลดกำแพงเวทลงก่อนโถมตัวเข้าหาโรเกีย

 

            “บังอาจมาหาว่าข้าหน้าตัวเมีย เจ้าได้ตายศพไม่สวยแน่!” โทนินระบายความโกรธด้วยการซัดอาวุธใส่โรเกียอย่างไม่ยั้ง การโจมตีของเด็กหนุ่มหนักหน่วงกว่าเก่ามากโขเพราะเขากำลังโกรธ เรี่ยวแรงมากขึ้นจนทำให้โรเกียถึงกับเหงื่อตก แต่นั่นก็คือสิ่งที่โรเกียต้องการ โทนินกำลังโมโห ความเฉียบขาดในการออกอาวุธจึงลดลงอย่างฮวบฮาบ การโจมตีของโทนินในตอนนี้ดูแล้วเหมือนเด็กสะบัดอาวุธสะเปะสะปะมากกว่า

 

            เมื่อมองเห็นช่องว่าง โรเกียก็กระหน่ำโจมตีอย่างเร็วแรง ง้าวเล่มยักษ์ถูกวาดลงในแนวทแยง กรีดแผ่นอกของโทนินลึก เลือดอุ่นสาดกระเซ็นเปรอะผืนดินเป็นวง แรงกระแทกส่งเด็กหนุ่มให้กระเด็นลงไปนอนกองอย่างไร้ทางตอบโต้

 

            “จงเฉือนตัดศีรษะแห่งอริร้าย มีดวาโย!” เสียงร่ายเวทอย่างแข็งกร้าวดังแว่วเข้าสู่โสตประสาท สายลมพลันพัดกระหน่ำรวมตัวกันเป็นมีดสายลมเล่มใหญ่พุ่งแหวกอากาศหมายตัดคอโทนินที่ยังลุกไม่ขึ้น ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเบิกกว้างอย่างตื่นตะลึง โทนินยกหอกหินขึ้นเบื้องหน้าทั้งๆที่ยังนอนกอง

 

            “ปกปักษ์! สะท้อนคืน!” สิ้นเสียงตะโกนร่ายเวท ไอน้ำรอบกายเด็กหนุ่มก็หลอมรวมตัวกลายเป็นกำแพงเวทสีฟ้าใส มีดสายลมพุ่งปะทะกำแพงเวทของโทนินอย่างแรงก่อนถูกดีดกลับไปทางโรเกีย โรเกียกระโดดหลบมีดสายลมได้ทันอย่างหวุดหวิด มีดสายลมพุ่งกระแทกตัวบ้านเบื้องหลังอย่างจัง บ้านหลังใหญ่ซึ่งสร้างจากศิลาชั้นดีถล่มพังไม่เหลือเค้าเดิม พื้นดินสั่นไหวเล็กน้อย มีดสายลมสลายหายไป

 

            “ย่าห์!” โทนินดีดกายลุกยืนพลางถีบเท้าทะยานเข้าปะทะกับโรเกียอีกครั้ง โรเกียขยับกระชับอาวุธคู่กายแล้วสะบัดปัดหอกหินที่วาดลงมา แรงกระแทกส่งทั้งคู่ให้ผงะไปนิด ก่อนทั้งสองจะพุ่งเข้าปะทะกันอีกระลอก

 

            การปะทะกันคราวนี้โรเกียได้เปรียบโทนินอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มใช้ความเจนศึกเข้าต่อสู้โทนินจึงโต้ตอบไม่ค่อยได้ อีกทั้งยังมีแผลใหญ่กลางอกซึ่งโรเกียฝากไว้เมื่อครู่อีก โทนินจึงสู้ได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่นัก ปากแผลฉีกกว้างทุกครั้งที่ขยับร่างกาย เลือดไหลทะลักชุ่มชุดฟอร์มสีดำสนิท

 

            “แฮ่ก แฮ่ก” ลมหายใจของโทนินเริ่มหอบแรงไม่เป็นจังหวะ ร่างกายหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากเสียเลือดมาก การมองเห็นพร่ามัว หัวสมองมึนตึง เรี่ยวแรงเริ่มหดหาย

 

            โรเกียโถมโจมตีโทนินอย่างไม่ยอมให้เด็กหนุ่มได้หยุดพัก เสียงอาวุธกระทบกันดังก้องถี่ระรัว โทนินกัดฟันฝืนวาดหอกปัดป้องการโจมตี โรเกียตวัดง้าวปัดหอกของโทนินทิ้งก่อนสวนจ้วงแทง โทนินเหวี่ยงกายกระโดดหลบ แต่เพราะบาดแผลที่หน้าอกทำให้โทนินขยับไม่ได้ดั่งใจนึก คมมีดจึงพุ่งทะลุแขนซ้ายของเด็กหนุ่ม โรเกียดึงง้าวกลับ ทันทีที่คมง้าวพ้นผ่านเนื้อ เลือดก็สาดกระเซ็น โทนินทรุดนั่งชันเข่าหมดแรง

 

            “เผด็จศึกละนะ” โรเกียประกาศเสียงเรียบพร้อมเงื้อง้าวสูง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเด็กหนุ่ม เงยจ้องโรเกียอย่างไม่ยอมแพ้

 

            “หอกวารี!” โทนินตะโกนก้อง หอกสายน้ำร่วมสิบเล่มพลันพุ่งทะลุผิวดินกระหน่ำแทงร่างโรเกีย แรงกระแทกส่งชายหนุ่มให้กระเด็นลอยไปไกลหลายเมตร ร่างหนากระเด็นชนต้นไม้ก่อนไหลครูดลงมานั่งกอง โทนินสะบัดมือเรียกหอกหินอาวุธคู่กายมากำแน่นก่อนใช้มันต่างไม้ค้ำยันกายให้ลุกยืน

 

            “กระสุนน้ำ!” โทนินร่ายเวทยกสอง ลูกบอลน้ำขนาดเท่าฝ่ามือปรากฏลอยรอบกายก่อนพุ่งทะยานตรงเข้าราชาหนุ่ม โรเกียม้วนตัวหลบด้วยความคล่องแคล่ว กระสุนน้ำปะทะส่งต้นไม้ต้นยักษ์ให้ล้มครืน โรเกียหยัดกายยืนหอบแรง เลือดสดไหลซึมย้อมชุดเสื้อผ้าสีอ่อนจนเป็นสีแดงคล้ำ

 

            “ย้าก!” โทนินกับโรเกียยืนจ้องตากันอยู่พักหนึ่งก่อนพุ่งทะยานเข้าปะทะกันอีกครั้ง โทนินซัดพลังเวทใส่โรเกียพร้อมๆกับรัวแทงหอกหินอย่างไม่ยั้ง โรเกียสะบัดตวัดง้าวปัดป้องพลางร่ายเวทป้องกันเร็วระรัว ทั้งสองต่างก็ไม่มีใครยอมใคร เสียงการต่อสู้ดังกังวานเป็นวงกว้าง

 

            โรเกียกระแทกโทนินจนกระเด็นก่อนก้าวถอยฉากออกมา ชายหนุ่มขยับปากร่ายเวทยาวยืดเร็วรัวและแผ่วเบา เบาจนโทนินฟังไม่ได้ศัพท์ เด็กหนุ่มพยายามถีบเท้ารุกประชิด แต่ก็โดนโรเกียกระแทกกระเด็นออกมาทุกครั้ง

 

            “หนอย!” โทนินกัดฟันสบถอย่างไม่สบอารมณ์พลางสะบัดมือวูบ สายน้ำม้วนตัวเป็นเกลียวพุ่งกระแทกท้องโรเกียอย่างจัง ทำเอาชายหนุ่มถึงกับจุกจนต้องทรุดนั่งชันเช่า มือหนายกกุมท้องอย่างลืมตัว โทนินแสยะยิ้มถีบเท้าตรงเข้าหาโรเกียพร้อมเงื้อหอกสูง โรเกียขยับยิ้มเย็น

 

            “จงปรากฏเบื้องหน้าข้า ณ บัดนี้! ภูตสายฟ้า!” โรเกียร่ายเวทท่อนสุดท้าย สายฟ้าพลันผ่าเปรี้ยงเบื้องหน้าเด็กหนุ่ม พื้นดินเกิดรอยไหม้เป็นวงกว้าง ฝุ่นควันฝุ้งกระจายหนาตา และเมื่อฝุ่นควันจางลง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของโทนินก็แลเห็นร่างของภูตสายฟ้าที่มีขนาดพอๆกับชายฉกรรจ์ ใบหูแหลมเรียวชี้ขึ้นตามลักษณะของภูต ร่างทั้งร่างสร้างขึ้นจากสายฟ้าและมีสีเหลืองสวยงาม ดวงตาสีเดียวกับร่างกายจ้องตรงยังโทนินนิ่ง ก่อนภูตสายฟ้าจะชี้นิ้วขึ้นไปยังฟากฟ้าเหนือศีรษะ

 

            “กำแพงเวท!” พอสังเกตเห็นลางร้าย โทนินก็สะบัดมือสร้างกำแพงเวทขึ้นป้องกันตนเอง

 

            เปรี้ยง!!!

 

            เมื่อมันตวัดนิ้วลง สายฟ้าพลันฟาดลงยังเด็กหนุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ สายฟ้ากระแทกกำแพงเวทของโทนินจนแตกละเอียดก่อนพุ่งเข้าปะทะเด็กหนุ่มที่ยืนเป็นเป้านิ่งไร้สิ่งป้องกัน โทนินยกมือขึ้นป้องกายตามสัญชาตญาณ

 

            “อ๊าก!!!” โทนินหลุดร้องเสียงหลงด้วยความทรมาน ความแรงของกระแสไฟฟ้าทำให้ผิวหนังทั่วร่างของโทนินไหม้และหลุดลอก เลือดสีแดงสดไหลซึมจากบาดแผลที่เปิดกว้าง โทนินกัดฟันฝืนทนความเจ็บปวดที่แล่นทั่วกายแล้วยกมือขึ้นขนานกับพื้น

 

            “ตราตรึง!” เสียงของเด็กหนุ่มบ่งบอกถึงความเกรี้ยวกราดอย่างชัดเจน เมื่อเสียงร่ายเวทเงียบลง สายน้ำก็ม้วนรัดตรึงร่างของภูตสายฟ้าไว้ ภูตสายฟ้าดิ้นรนพยายามแกะการเกาะกุม แต่มันก็ไร้ประโยชน์

 

            “ทำลายล้าง!” โทนินร่ายเวทอีกครั้งด้วยเสียงที่แหบแห้ง กระแสน้ำที่พันรัดร่างภูตสายฟ้าไว้พลันกลายเป็นน้ำแข็ง ส่งผลให้ภูตสายฟ้ากลายเป็นน้ำแข็งไปด้วย และเมื่อโทนินสะบัดมือลง ภูตสายฟ้าก็แตกสลายไปพร้อมกับน้ำแข็งที่ทำการรัดกุม

 

            โรเกียเคี้ยวฟันอย่างหงุดหงิดพลางตั้งท่าเตรียมปะทะอีกครั้ง บาดแผลที่โทนินฝากไว้ทำให้ร่างกายฝืดกว่าปรกติเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นอุปสรรคในการต่อสู้

 

            โทนินสูดลมหายใจลึกย่อกายตั้งท่าเตรียมพร้อม บาดแผลอันเกิดจากสายฟ้าเจ็บแสบจนน้ำตาแทบไหลพราก ร่างกายหนักอึ้งยากขยับไหว ความเสียหายมีมากเกินไป ถ้าขืนยังสู้ยื้อกันอยู่แบบนี้ เขานั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

 

            ทั้งสองจ้องตากันนิ่งพร้อมย่อกายลงบอกเป็นนัยๆว่าพร้อมพุ่งเข้าปะทะอีกยกแล้ว

 

            “...” อยู่ๆเสียงที่แสนคุ้นเคยของคนเป็นนายก็ดังก้องในหัว โทนินขมวดคิ้วด้วยความฉงน โรเกียมองตามการกระทำของโทนินอย่างไม่เข้าใจ

 

            “ช่วยไม่ได้แฮะ” หลังจากเงียบไปซักพัก โทนินก็ยืดกายยืนตรงพลางวาดมือเก็บหอกหินซึ่งเป็นอาวุธคู่กาย การกระทำของโทนินทำให้คิ้วของโรเกียพุ่งเข้าชนกันกลางหน้าผากอย่างรวดเร็ว

 

            “ดาร์กเดม่อน” โทนินเรียกหาอมนุษย์เสียงเรียบ สายลมพัดวูบ ก่อนดาร์กเดม่อนร่างยักษ์จะปรากฏขึ้นข้างกายเด็กหนุ่ม โรเกียสะบัดง้าวกระแทกพลังเวทใส่โดยอัตโนมัติทันที

 

            ‘!’

 

            เพียงแค่เสียงคำรามของอมนุษย์ พลังเวทของโรเกียก็ถูกกระแทกกลับไปอย่างง่ายดาย โรเกียก้าวถอยหลบ

 

            “พาข้าไปหามาสเตอร์ที” โทนินเอ่ยกับดาร์กเดม่อนโดยไม่สนใจโรเกียเลยซักนิด โรเกียจึงเริ่มฉุนที่โดนมองข้าม

 

            “ศรแสงแห่งเวทมนต์จงปรากฏ! แลสังหารอริร้ายแห่งข้าในบัดดล!” โรเกียร่ายเวทเร็วรัวพร้อมเหยียดแขนไปเบื้องหน้า ลูกธนูเวทมนต์ปรากฏลอยคว้างแล้วพุ่งทะยานตรงเข้าใส่โทนิน ดาร์กเดม่อนร่างยักษ์ตวัดขวานเล่มยักษ์เป็นแนวขวางตัดทำลายศรเวท ทันทีที่ขวานต้องศรเวท ศรเวทก็ระเบิดอย่างแรง แรงระเบิดทำให้โรเกียต้องยกมือขึ้นป้องหน้าตามสัญชาตญาณ และเมื่อลดมือลง ร่างของโทนินและดาร์กเดม่อนก็หายลับไปจากสายตาเสียแล้ว โรเกียพ่นคำสบถยาวพรืดอย่างหัวเสีย

 

            “อ๊าก!!!” ถึงโทนินจะกลับไปแล้ว แต่พวกนักฆ่าและดาร์กเดม่อนที่เด็กหนุ่มพามายังคงหลงเหลืออยู่ในตัวเมืองและยังคงไล่เข่นฆ่าพลเมืองอย่างไม่หยุดหย่อน เมื่อรู้ดังนั้น โรเกียจึงตัดสินใจหันหลังกลับและวิ่งไปยังทางที่ได้ยินเสียงกรีดร้องแว่วมาอย่างร้อนรน ความชุลมุนในเมืองเซ็นโอซ่ายังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะจบลงอย่างง่ายๆ

 

……………

 

ขอโทษขอรับที่ดองไว้นาน(ค่อดๆ) T_T

 

พอดีมีเรื่องวุ่นวายหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการเรียนแล้วก็เรื่องคอม

 

(ที่พังเป็นงานอดิเรก)

 

มายานี้ค่อนข้างสั้น แต่ว่าอีกเดี๋ยวได้อ่านยาวสมใจแน่

 

ตอนนี้ข้าน้อยกำลังเร่งปิดต้นฉบับอยู่ จะพยายามให้ทันงานหนังสือตุลานี้(ไม่งั้นบ.ก.งาบหัวแน่ๆ)

 

เอาเป็นว่าขอโทษจริงๆขอรับที่ดองนิยายนานอย่างแรง

 

ขอโทษจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

~!!~[L!tTLe HunTeR]~!!~

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1919 ไอริซ (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 15 มีนาคม 2556 / 22:17
    เรื่องนี้สนุกมากๆค่ะ มันเป็นเรื่องแรกที่เราติดมากๆค่ะ จนฝันก็ฝันถึงในบางที เฟลม การ์ไดแอน หล่อมากค่ะ อ๋อไม่สิ รานิน การ์เดียน
    #1,919
    0
  2. #1909 gamegod (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2555 / 20:25
    สนุกมากครับ ผมชอบนิยายเรื่องนี้มาก นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ผม อ่านในเว็บ เพราะปกติผมไม่ชอบอ่านนิยายในเว็บเลย แต่เรื่องนี้ทำไห้ผมติดมาก
    #1,909
    0
  3. #1888 ลีโอไนดัส (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2555 / 12:32
    ไรเตอร์โชคร้ายจัง
    #1,888
    0
  4. #1643 T_T (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2553 / 19:44
    เมี่อไหรจะจบอะคะ
    #1,643
    0
  5. #1325 ทายาทรัตติกาล (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2552 / 09:11
    เห็นด้วยกับหมูหวานขอรับ

    ทำไมช่วงนี้นายท่านซวยบ่อยจัง =_=^

    ทั้งเรื่องคอม

    และการเรียน

    สัพเพเหระอีกมากมายเยยนะ

    ไงๆข้าน้อยก็ขอเป็นกำลังจัยหั้ยนะขอรับ

    อย้าลืมตอบคำถามของข้าน้อยด้วยล่ะ

    ลินนะเจอกับเฟลมตอน 3 ขวบน่าจะจำอะไรได้บ้างนะ

    อย่างน้อยเจอหน้าเฟลมก็ต้องมีคุ้นมั่งดิ -0-
    #1,325
    0
  6. #1301 O- หมูหวาน -O (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2552 / 09:59
    ไม่เป็นไรค่ะ
    #1,301
    0
  7. #1299 Matsusaki_higa (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2552 / 19:48
    (^o^) เย้ มาอัพแล้ว

    ดีใจที่สุดเลยค่ะ

    คราวหน้าอย่าค้างไว้นานนะคะ

    ส่วนหนังสือ ถ้าออกทันงานเดือนตุลาก็ดีค่ะ

    รอมาเนิ่นนาน (T^T) และคิดว่าถ้าต้องรอต่อไปอีก

    อาจจะลงไปชักดิ้นชักงอ ( เว่อร์ไป = =" )



    มาอัพต่อเร็ว ๆ นะคะ

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ

    สู้ ๆ นะคะ (^^)
    #1,299
    0
  8. #1298 หัวขโมยแห่งนาลูเบียส (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 / 20:41
    เย้!ๆๆๆๆ ดีใจโว้ย อัพซักที รออ่านมานานและ อ่านวนไปวนมาเป็น 10 รอบแล้ว โอ๊ย จะไรจะดีใจปานนี้
    #1,298
    0
  9. #1297 K-irai (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 / 19:29
    don't worry don't worry

    Fighting !!!!

    Up Up Up
    #1,297
    0
  10. #1296 ^_^ ^_^ (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 / 19:21
    มาอัพแล้วดีใจจังเลยค่ะ

    และเห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 1305,1306,1307 และ1308ค่ะ

    สนุกมาก~เลยค่ะ

    มาอัพไว้ๆนะค่ะ





    บายค่ะ^_^
    #1,296
    0
  11. #1295 Dark_JOKER (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 / 17:36

    ในที่สุดก็อัพสักทีนะค่ะ
    รอมานานเหลือขนานับจริงๆเจ้าค่ะ
    สนุกเหลือหลายดั่งเดิม
     
    ถึงจะอัพช้ายังไงก็อ่านค่ะ
    เพราะสนุกมากกกก
    ช่วยลงเล่ม 2 เร็วๆด้วย
    จะไปซื้อ55555555
    ฮุ ฮุ ฮุ

    #1,295
    0
  12. #1294 mystery_11521 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 / 16:25
    ขอแค่อัพ ผมก็ไม่อยากว่าอะไรหรอกฮะ ^ ^
    #1,294
    0
  13. #1293 [M!n!~D@V!L] (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 / 12:18
    สู้ๆๆๆๆ>O #1,293
    0
  14. #1292 เจ้าแห่งความหายนะ (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 / 10:08

    กลับมาซักที่นะ ^_^

    #1,292
    0
  15. #1291 ~+หายนะแห่งรัตติกาล+~ (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 / 07:37
    ไม่ให้อภัยค่า! ล้อเล่นๆ ในที่สุดก็อัพแล้วโอ้! ขอบคุณสวรรค์(มันบ้าไปแล้ว) มาต่อเร็วๆนะคะ
    #1,291
    0