Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 61 : มายาที่ 59 มนตรา และ สายน้ำ <=[100%] + แจ้งข่าวเล็กน้อย T_T

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    22 เม.ย. 52

 

มายาที่ 59

มนตรา และ สายน้ำ

 

            บ้านเรือนนับพันหลังตั้งเรียงรายเป็นระเบียบ ท่าเรือท่าใหญ่ตั้งเรียบริมชายฝั่งซึ่งเป็นหาดทรายสีขาว น้ำทะเลสีครามใสสะอาดตา กลิ่นเกลืออ่อนๆที่ลอยโชยแตะจมูกทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ไม่น้อย

 

            เมืองท่าอันแสนอุดมสมบูรณ์หลับใหลอยู่เบื้องหน้าอย่างเงียบกริบ ความมืดมิดปกคลุมทั่วบริเวณ หิมะตกประปรายปกคลุมผืนแผ่นดิน ท่ามกลางความเงียบเหงาของยามราตรี ปรากฏร่างบางร่างหนึ่งยืนนิ่งบนหลังคาสูง อากาศหนาวเหน็บจนร่างบางต้องสั่นสะท้าน เด็กสาวขยับกระชับผ้าคลุมสีดำผืนหนาพลางเงยหน้ามองฟากฟ้าสีหมึก ดวงจันทร์กำลังจะลาลับขอบฟ้า และดวงอาทิตย์กำลังจะปรากฏส่องสว่างในไม่ช้า

 

            มาถึงช้ากว่าที่คิดเยอะเลยนะเนี่ย เด็กสาวบ่นพึมพำพลางยกมือขึ้นเป่าเบาๆ มือบางเย็นจนชาไร้ความรู้สึก เส้นผมสีน้ำเงินเข้มยาวเลยกลางหลังที่ถูกปล่อยสยายไหวพลิ้วล้อสายลม ต่างหูสีเงินบนใบหูซ้ายสะท้อนรับแสงจันทร์

 

            การเดินทางจากเมืองเอราเดสมาเมืองเมไวย์น่าใช้เวลามากกว่าที่เด็กสาวคิดมากนัก แต่เธอก็ยังมาทันเวลา ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้น เมืองเมไวย์น่ายังคงหลับใหล ชาวเมืองยังคงอยู่ในห้วงนิทรา และอาจเป็นห้วงนิทราสุดท้ายก่อนสิ้นลม

 

            ขอคำสั่งด้วยขอรับท่านมาซาร์ เงาดำเงาหนึ่งกระโดดตัวเบาลงมายืนเบื้องหลังเด็กสาว ก่อนตามมาด้วยร่างของคนอีกนับพันที่ปรากฏขึ้นบนหลังคาบ้านในบริเวณใกล้เคียงอย่างเงียบกริบ มาซาร์เอี้ยวหลังมอง

 

            ลงมือได้ ไม่จำเป็นต้องออมมือ ภารกิจครั้งนี้เพื่อโลกมืด เพื่อมาสเตอร์ เสียงหวานใสแต่เปี่ยมอำนาจดังก้องกังวาน นักฆ่าใต้บัญชาทั้งหนึ่งพันคนค้อมกายเป็นการรับคำ

 

            ทราบแล้วขอรับ เพื่อโลกมืด และเพื่อมาสเตอร์ เสียงทุ้มต่ำดังขานตอบรับอย่างพร้อมเพรียง ก่อนนักฆ่าใต้บัญชาทั้งหมดจะกระโดดแผล็วแยกย้ายหายไปคนละทิศคนละทาง

 

            ชั่วพริบตา เปลวไฟก็ลุกท่วมบ้านเรือนนับสิบหลัง เสียงกรีดร้องดังลั่นเสียดหู กลิ่นคาวเลือดเหม็นคละคลุ้งแรง เมืองเมไวย์น่าถูกปลุกจากนิทราอย่างรวดเร็ว ความโกลาหลก่อตัวขึ้นภายในช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาที

 

ดวงตาสีฟ้าอ่อนกวาดมองภาพเมืองเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย ก่อนเด็กสาวจะเอื้อนเอ่ยบางสิ่งแผ่วเบา

 

ดาร์กเดม่อน สิ้นเสียงเรียกหาที่แสนเบาบาง สายลมเหม็นอับพลันพัดโบก ไอมนต์ดำหมุนวนก่อร่างกลายเป็นดาร์กเดม่อนร่างยักษ์นับร้อยยืนเรียงรายบนหลังคาศิลาชั้นดี ดวงตาสีแดงเลือดหมูจดจ้องผู้เรียกหานิ่งราวกับกำลังรอคำสั่ง

 

เปลี่ยนเมืองเบื้องหน้าพวกเจ้าให้กลายเป็นซากซะ เสียงหวานใสดังเรียบ อมนุษย์ร่างยักษ์ค้อมกายด้วยท่าทีนอบน้อม

 

น้อมรับคำบัญชาเสียงทุ้มต่ำของตัวจ่าฝูงดังตอบรับ พวกมันขยับกระชับอาวุธคู่กาย ก่อนดีดตัวกระโดดหายไปอย่างรวดเร็ว

 

หลังจากที่ส่งฝูงดาร์กเดม่อนออกไปแล้ว ความโกลาหลก็ยิ่งทวีความรุนแรง เปลวเพลิงลุกโชนสูงเสียดฟ้า กลิ่นคาวเลือดทวีแรงชวนคลื่นเหียน ร่างไร้วิญญาณนอนระเกะระกะดาษเดื่อนผืนปฐพี เสียงการสู้รบดังก้องอย่างไม่รู้จบ

 

ดาร์กเดม่อนมนตรา มาซาร์หย่อนกายลงนั่ง สายลมเหม็นอับพัดหมุนวน และตามมาด้วยร่างสีดำสนิทที่โผล่ออกมาจากอากาศธาตุ ดวงตาสีแดงก่ำน่ากลัวจ้องมาซาร์นิ่งรอคำสั่ง

 

นำสิ่งนี้ไปให้เจ้าเมืองเมไวย์น่าที เด็กสาวยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้ดาร์กเดม่อนมนตรา มันเป็นจดหมายที่จินเขียนให้กับทุกคน ซึ่งแผนการในครั้งนี้จินก็เป็นคนคิดเช่นกัน

 

ทราบแล้วขอรับดาร์กเดม่อนมนตราตอบรับด้วยเสียงแหบแห้ง อมนุษย์ร่างเล็กย่อกาย แล้วถีบเท้าทะยานหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว มาซาร์หลับตาลงอย่างแช่มช้า สายลมพัดโบกสะบัดส่งเปลวเพลิงแห่งสงครามให้ลุกโชนสว่างไสว

 

..........

 

            “ศรแสงแห่งเวทจงปรากฏ แลกำราบศัตรูเบื้องหน้าข้าในบัดดล!” น้ำเสียงหนักแน่นร่ายเวทเร็วรัว จากนั้นลูกธนูสีทองที่สร้างขึ้นจากเวทมนต์ก็พุ่งตรงเข้าใส่มาซาร์ที่นั่งหลับตาอยู่บนหลังคาสูง เด็กสาวขยับเอี้ยวกายนิดหลบลูกธนูที่พุ่งมาได้อย่างง่ายดาย

 

            “มาเร็วดีนี่ เรคิน เอเมร่า” มาซาร์ผุดกายลุกยืนพร้อมรอยยิ้มบาง เพิ่งผ่านไปประมาณชั่วโมงเดียวเท่านั้นหลังจากดาร์กเดม่อนมนตราตนนั้นหายไป นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนก้มมององค์ราชาแห่งเมืองเมไวย์น่าอย่างพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

            นัยน์ตาสีทองอร่ามจ้องมาซาร์กลับอย่างไม่สะทกสะท้าน เส้นผมสั้นซอยสีทองเช่นเดียวกับสีผมสะท้อนแสงไฟให้สีทองแดงเป็นประกายสวย ร่างกายขององค์ราชาแห่งเมืองเมไวย์น่าเต็มไปด้วยมัดกล้าม รอยแผลที่ได้มาจากการสู้รบนับไม่ถ้วนและผิวที่คล้ำแดดบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเขากรำศึกขนาดไหน

 

            “เจ้าเองรึที่เป็นเจ้าของจดหมายประหลาดๆนั่น” เรคินกระแทกเสียงถาม มาซาร์เบ้ปากนิด เป็นราชาที่ไม่มีความสุภาพเอาเสียเลยให้ตายเหอะ

 

            “ใช่ ข้าแฟนธ่อม ออฟ โฮพเลส” มาซาร์แนะนำตัวพร้อมสะบัดมือ

 

            “เทพีสายน้ำ” เสียงเรียกขานอาวุธประจำกายดังแว่ว หยดน้ำหมุนวนม้วนรวมตัวกลายเป็นหอกสีฟ้าเล่มสวย มาซาร์ฉวยหยิบอาวุธคู่กายมากระชับแน่น ความยาวของมันประมาณสองเมตรได้ ใบมีดปลายหอกคมกริบ แสดงให้เห็นว่ามาซาร์ดูแลรักษามันอย่างดี

 

            “ขอรับชีวิตของท่านไปละนะ” สิ้นเสียง มาซาร์ก็ถีบเท้ากระโจนลงจากหลังคาบ้านสูงพร้อมพุ่งทะยานเข้าใส่เรคิน องค์ราชาหนุ่มเจ้าของดวงตาสีทองวาดหอกในท่าพร้อมรับมือ

 

            “เจ้าเองก็ใช้หอกงั้นเหรอ” มาซาร์ทักด้วยเสียงตื่นเต้น นานแล้วที่เธอไม่ได้เจอคู่ต่อสู้ที่ใช้อาวุธเหมือนกัน เด็กสาวตวัดหอกเล่มสวยอย่างคล่องแคล่ว

 

            เคล้ง!!!

 

            คมหอกโลหะปะทะกันอย่างแรงจนเกิดประกายไฟ แรงปะทะดีดให้ทั้งคู่ผงะถอยหลังไปนิด  มาซาร์พุ่งโถมตัวเข้าใส่เรคิน เรคินยกหอกขึ้นกันการโจมของอีกฝ่ายก่อนผ่อนกำลังดึงหอกเข้าหาตัวนิด แล้วกระแทกมาซาร์กลับออกไป แรงกระแทกของเรคินทำให้เด็กสาวถึงกับต้องเซถอยห่าง แต่มาซาร์ก็สามารถกลับมาทรงตัวได้อีกครั้งอย่างรวดเร็ว

 

            เรคินอาศัยช่องว่างตอนที่มาซาร์ยังเสียหลักอยู่ถีบเท้าเข้าปะทะกับเด็กสาว หอกสองเล่มตวัดปะทะกันอย่างเร็วแรง เสียงการต่อสู้ดังก้องไกล ลมจากการปะทะอาวุธของทั้งคู่พุ่งกระแทกพื้นหินและกำแพงบ้านจนเกิดรอยร้าว

 

            แฟนธ่อมสาวหมุนตัวถีบอกเรคินแล้ววาดหอกลงในแนวขวาง แต่เรคินก็สามารถกันการโจมตีของเธอไว้ได้ ชายหนุ่มสะบัดหอกกระแทกมาซาร์กลับออกไป มาซาร์ตีลังกาตั้งหลักก่อนพุ่งเข้าใส่เรคินอีกครั้งอย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้ เด็กสาวกระชับหอกแนบหลังแล้วยกมือซ้ายตั้งท่าร่ายเวท

 

            “คลื่นวารี!” คลื่นน้ำพลันปรากฏกระแทกใส่เรคินอย่างจัง พร้อมๆกันนั้น มาซาร์ก็ถีบเท้ากระโดดขึ้นสูงเหนือคลื่นน้ำ เด็กสาวกระหน่ำรัวแทงหอกใส่ราชาหนุ่มเป้าหมายอย่างไม่ยั้ง เรคินซึ่งเสียหลักจากการโดนคลื่นน้ำกระแทกจึงต้องรับการโจมตีนั้นอย่างไร้ทางสู้ เลือดอุ่นพุ่งทะลักปะปนกับคลื่นน้ำ

 

            ร่างหนาของเรคินผงะหงายหลังล้มนอน คลื่นน้ำที่มาซาร์เรียกมาตกต้องพื้นดินก่อนเหือดแห้งหายไปอย่างไร้ร่องรอย เด็กสาวโดดกลับลงมายืนอีกครั้ง ร่างบางขยับตั้งท่าพร้อมรบอย่างช่ำชอง

 

            เมื่อเห็นว่ามาซาร์กำลังจะพุ่งตัวเข้ามาโจมตีอีกระลอก เรคินก็ดีดตัวลุกยืนแล้วตวัดหอกเร็วแรง

 

            “สายฟ้าเอ๋ยจงก่อร่าง แลสร้างใบมีดอัสนีอันคมกริบให้แก่ข้า” เมื่อรู้ว่ามาซาร์ใช้เวทสายน้ำ เรคินก็เลือกใช้เวทสายฟ้า กระแสไฟฟ้าสีขาวปะทุปรากฏกลายเป็นใบมีดคมกริบพุ่งออกจากคมหอกตรงเข้าหามาซาร์

 

            เด็กสาวตั้งหอกตรงเบื้องหน้า ริมฝีปากบางขยับร่ายเวทเร็วระรัว

 

            อินทรีวารี นกอินทรีซึ่งเกิดจากสายน้ำจำนวนมากพลันบินโฉบออกจากหอกเล่มสวย เมื่อพวกมันต้องกับใบมีดสายฟ้า ก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น พื้นดินไหวสะเทือน ใบมีดของเรคินและอินทรีของมาซาร์สลายหายไปกับอากาศ แรงอัดอากาศกระแทกทั้งคู่จนผงะถอยกันไปคนละนิด

 

            “ภูตแห่งสายลมเอ๋ยจงปรากฏ แลสังหารอริร้ายเบื้องหน้าข้า!” เรคินตะโกนก้องร่ายเวท สายลมพัดหมุนม้วนรวมตัวกลายเป็นภูตร่างจิ๋วสิบตน รูปร่างของพวกมันไม่แตกต่างจากมนุษย์มากมาย ต่างกันก็แค่ใบหูที่แหลมยื่นและขนาดที่เล็กประมาณฝ่ามือ ทั้งหมดยื่นมือเรียวเล็กไปด้านหน้า พร้อมๆกับร่ายเวทที่เป็นภาษาภูตโบราณด้วยเสียงแหลมสูง มาซาร์ตวัดเทพีสายน้ำเร็วรัว

 

            “ปกปักษ์!” พร้อมๆกับกำแพงเวทสายน้ำที่ก่อกำเนิด กระสุนลมพายุหมุนนับร้อยลูกพลันพุ่งปะทะกำแพงเวท มาซาร์สะบัดมือทั้งสองข้างพลางร่ายมนต์

 

            “ทำลายล้าง!” ไอน้ำรอบกายเด็กสาวหมุนม้วนรวมกันกลายเป็นกระสุนน้ำ ก่อนพุ่งเข้าใส่เหล่าภูตสายลมร่างเล็กด้วยความเร็วที่มองตามไม่ทัน แต่กระสุนน้ำของมาซาร์กลับโจมตีไม่โดนภูตแห่งสายลม พวกมันร่ายเวทกระแทกกระสุนน้ำกลับไปทางมาซาร์

 

            “สลายเวท!” มาซาร์ยกมือขนานพื้น จังหวะนั้นเองที่กระสุนน้ำระเหยกลายเป็นไอหายไปกับอากาศ มาซาร์คลี่ยิ้มบาง

 

            “เก่งเหมือนกันนี่” เด็กสาวหัวเราะคิกคักอย่างถูกอกถูกใจ

 

            “แต่ฝีมือแค่นี้น่ะ เอาชนะข้าไม่ได้หรอก” สิ้นเสียงประกาศ มาซาร์ก็วาดมือลดกำแพงเวทลง เธอถีบเท้ารุกประชิดเรคินก่อนจะตวัดหอกในแนวนอน ทันทีที่หอกถูกสะบัด สายน้ำก็พุ่งออกจากใบมีดในลักษณะคล้ายจันทร์เสี้ยว คมมีดสายน้ำผ่ากลางลำตัวภูตสายลม ภูตสายลมสลายหายไปอย่างรวดเร็ว แต่มีดสายน้ำก็ยังไม่หยุด มันพุ่งตรงหมายตัดคอเรคิน

 

            “กำแพงเวทจงปรากฏ จงปกปักษ์ข้าจากอริร้าย!” เรคินร่ายมนต์เร็วรัว กำแพงเวทปรากฏขึ้นเบื้องหน้าตามคำของชายหนุ่ม มีดสายน้ำกระแทกกำแพงเวทอย่างแรงก่อนแตกกระเซ็น

 

            “สายน้ำเอ๋ย จงร่ายรำ!” สิ้นเสียงหวานใส กระแสน้ำจำนวนมากพลันพุ่งทะลุแทรกผิวดินขึ้นมาจากใต้เท้าเรคิน กระแสวารีพัดหมุนวนกระแทกเรคินให้ลอยสูง หอกเล่มเก๋ของราชาหนุ่มหลุดมือหล่นกระทบพื้น

 

            “เวทแค่นี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก” เรคินประกาศอย่างมั่นใจ มาซาร์ส่งเสียงหัวเราะคิกคักแทนคำตอบก่อนคลี่รอยยิ้มเย็นเยือกของนักฆ่าที่มักเห็นได้ยากจากเธอ

 

            “ข้าจะบอกอะไรดีๆให้อย่างนึงนะ นักเวทน่ะเอาชนะนักรบผู้ควบคุมพลังธรรมชาติไม่ได้หรอก” มาซาร์สะบัดมือวูบ ลูกบอลน้ำขนาดเท่าฝ่ามือพุ่งตรงเข้าใส่เรคินราวห่ากระสุน

 

            “กำแพงเวทจงปรากฏ จงปกปักษ์ข้าจากอริร้าย!” เรคินร่ายเวทเร็วระรัว กระสุนน้ำกระแทกกำแพงเวทอย่างจัง มาซาร์ยิ้มเผล่

 

            “สาหาตุที่ไม่สามารถเอาชนะได้ก็เพราะ นักเวทจะใช้เวทไม่ได้ถ้าไม่ได้ร่ายเวทยังไงล่ะ” เด็กสาวประกบมือกลางหน้าอก

 

            “จงกลืนกิน” กระสุนน้ำที่ถูกเรคินดีดกลับออกมาพลันม้วนสะบัดหลอมร่างกลายเป็นงูวารีร่างยักษ์

 

            “จงปกปักษ์ จงปรากฏ กำแพงเว...” ไม่ทันได้ร่ายเวทจบบท ปากของเรคินก็ถูกปิดด้วยน้ำแข็งแผ่นหนา มาซาร์เป็นผู้ใช้เวทน้ำ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอถ้าเธอจะลดอุณหภูมิของน้ำลงซักนิดเพื่อทำให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง

 

            เรคินเกร็งมือแกะแผ่นน้ำแข็งที่ปิดปาก มันผนึกการร่ายเวทของเขา แต่ไม่ว่าจะพยาพยามแกะอย่างไรมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลุด ชายหนุ่มจึงตัดสินใจกระแทกหมัดใส่ปากตัวเอง ซึ่งมันก็ได้ผล แผ่นน้ำแข็งเกิดรอยปริแตก

 

            เพล้ง!!!

 

            เมื่อเรคินกระแทกหมัดอีกครั้ง แผ่นน้ำแข็งก็แตกกระจาย เรคินวาดมือตั้งท่าร่ายเวท แต่ไม่ทันเสียแล้ว

 

            ปากกว้างของงูวารีเปิดอ้าจนเห็นเขี้ยวยาวสีฟ้าเข้ม มันส่งเสียงกู่ร้องดังลั่นแล้วเขมือบเรคินที่ลอยอย่างไร้ทิศทางกลางอากาศลงไปอย่างรวดเร็ว

 

            เพราะสร้างขึ้นจากสายน้ำ มาซาร์จึงสามารถมองเห็นเรคินที่อยู่ภายในร่างงูตัวยักษ์ได้ เรคินกำลังสะบัดมือไม้สะเปะสะปะ สีหน้าขององค์ราชาหนุ่มดูไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะทำอะไรงูวารีก็ไม่มีทีท่าว่าจะสลาย จะใช้เวทมนต์ก็ใช้ไม่ได้เพราะในน้ำไม่สามารถร่ายเวทได้ อากาศในปอดน้อยลงทุกทีๆ เขากำลังจะตายเพราะขาดอากาศหายใจ

 

            มาซาร์ยืนกอดอกมองผลงานอย่างใจเย็น เธอไม่จำเป็นต้องทำอะไรอีกแล้ว เหลือเพียงแค่รอให้เหยื่อจมน้ำตายเท่านั้น งานของเธอจะก็เสร็จสิ้น

 

            ที่เธอได้ฉายาว่าแฟนธ่อม ออฟ โฮพเลสก็เพราะวิธีการฆ่าคนของเธอนี่แหละ ทิ้งให้เหยื่อต้องรอความตายอย่างหมดหวังในร่างของงูวารีที่เธอสร้างขึ้น ถึงจะเป็นวิธีที่โหดร้ายไปหน่อย แต่ก็เป็นวิธีการสังหารเหยื่อที่เธอชอบ เพราะวิธีนี้ทำให้มือเธอไม่ต้องเปื้อนเลือด

 

            “...” เสียงคุ้นเคยของผู้เป็นนายดังก้องกังวานในสมอง เด็กสาวเอียงคอหรี่ตาอย่างสงสัย

 

            ร่างของเรคินยังคงดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างเอาเป็นเอาตาย สติของเขาเลือนรางเต็มที เรี่ยวแรงหดหายแทบหมดสิ้น

 

            “เกิดอะไรขึ้นกับมาสเตอร์นะ” มาซาร์พึมพำอย่างร้อนรนพลางเสสายตามองเรคิน ชายหนุ่มกำลังจะตาย หากปล่อยไว้อีกซักนาทีก็คงขาดใจตายเอง แต่เธอจะมัวเสียเวลาอยู่ที่นี่อีกไม่ได้ มาสเตอร์เรียกหาเธอด่วน เธอต้องไปหาเขาเดี๋ยวนี้

 

            ช่วยไม่ได้แฮะ เด็กสาวบ่นอุบไม่สบอารมณ์ มือบางสะบัดวูบ ไอน้ำรอบกายหลอมรวมตัวกลายเป็นลูกธนูสีฟ้าใส และเมื่อมาซาร์สะบัดมืออีกครั้ง อาวุธสังหารก็พุ่งตรงปักอกซ้ายของเรคินอย่างแม่นยำ เลือดสีแดงสดทะลักปะปนย้อมท้องงูวารีให้มีสีแดงฉาน

 

            “ดาร์กเดม่อน” เด็กสาวเรียกดาร์กเดม่อน อมนุษย์ร่างยักษ์ปรากฏขึ้นตามคำเรียกหา

 

            “พาข้าไปหามาสเตอร์ที ด่วนเลยนะ” จบประโยค สายลมเหม็บอับก็โบกสะบัดอ้อยอิ่ง มาซาร์หันหลังเดินเข้าไปในสายลมนั้น ก่อนร่างบางและร่างของดาร์กเดม่อนจะหายลับไปพร้อมกับสายลมที่อ่อนกำลังลง

 

            หลังจากมาซาร์จากไป ร่างของงูวารีก็ระเหยสลายไป เรคินหล่นตุ้บลงมานอนกองพร้อมสำลักน้ำยกใหญ่ ชายหนุ่มยังไม่สิ้นลม เขาสามารถใช้มือรับลูกธนูของมาซาร์ไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่มันจะพุ่งปักทะลุหัวใจของเขา มือหนาถูกธนูวารีบาดจนเลือดไหลซิบ ร่างหนาหอบหายใจแรงระรัวจนตัวโยน

 

            ดวงอาทิตย์ยามเช้าสาดแสงสีทอง เช้าวันใหม่เริ่มขึ้นแล้ว เสียงการสู้รบในตัวเมืองเงียบลงหลังจากมาซาร์จากไป เรคินผ่อนลมหายใจโล่งอก จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่เมืองเมไวย์น่าปลอดภัยแล้ว

 

            พรึ่บ!

 

            นกพิราบร่างเล็กสีเทาทึมทึบบินโฉบลงมายืนข้างกายชายหนุ่มที่นอนแผ่หลา ที่ขาปรากฏม้วนกระดาษม้วนเล็กที่ถูกผูกติดมา เรคินใช้ศอกยันกายลุกนั่งพร้อมดึงม้วนกระดาษออกมาอ่านข้อความข้างใน เมื่ออ่านจบ ร่างหนาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

            เริ่มแล้วรึ สงครามมหานคร เสียงของเรคินแผ่วเบาจนจางหายไปพร้อมกับสายลมยามเช้าที่พัดโบก

 

 

..........

 

ขอโทษขอรับที่หายหน้าไปนาน พอดีคอมที่บ้านมันเจ๊งขอรับเหอะๆ ^_^”

ที่บ้านมีคอมสามเครื่อง แต่มันดันพร้อมใจกันลาตายสามเครื่อง เศร้าดีแท้

สองเครื่องแรกเมนบอร์ดพัง ส่วนอีกเครื่องฮาร์ดดิสก์พัง(ทั้งๆที่เพิ่งซื้อมาได้ไม่ถึงปี-*-)

เสียตั้งแต่ปลายเดือนมีนาแต่กว่าจะได้ส่งซ่อมก็ช่วงหยุดสงกรานต์พอดี กว่าจะได้ก็เลยอีกนาน T^T

เอาเป็นว่าช่วงนี้ถ้าข้าน้อยหายหน้าหายตาไปก็อย่าว่ากันเลยนะขอรับ คอมก็ไม่มี เน็ตก็ไม่มี เศร้าใจจัง TwT

แถมแว่วๆข่าวลือมาจากคุณอาที่เอาคอมไปซ่อมว่า ข้อมูลจะหายหมดเลยสามเครื่องนะหลานเอ๊ย

ซึ่งข่าวลือที่เป็นจริงนี้ทำเอาเครียดนอนไม่หลับไปหลายวันเลย TT____________TT

 

 

 

 

~!!~[L!tTLe HunTeR]~!!~

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1887 ลีโอไนดัส (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2555 / 12:21
    คอมลาตายพร้อมกัน 3 เคร์่อง สงสารแฟนคลับจัง
    #1,887
    0
  2. #1346 Fan club (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2552 / 08:31
    น่าสงสารจังค่ะ Fan club เปงกำลังใจให้
    #1,346
    0
  3. #1322 ทายาทรัตติกาล (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2552 / 18:12
    ข้าน้อยล่ะอยากรู้

    ทำไมมันมีอุปสรรคเยอะจังฟะ!!! T^T

    กว่าจะพิมพ์แต่ละตอนได้นี่นะ

    ช่างยากเย็นแสนเข็ญจิงจิ๊ง =_=

    ตอนนั้หนุกมากขอรับ

    ข้าน้อยขอเป็นกะลังใจให้
    #1,322
    0
  4. #1255 hisakong (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2552 / 19:24
    ว๊าวๆๆๆๆๆ

    หนุก อ่า หนุกกกกก

    #1,255
    0
  5. #1251 สายลม (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2552 / 14:35
    ผมอ่านเล่ม1เปน10รอบแล้วคร้าบรีบอัพสิครับแล้วรีบออกเล่ม2ด้วยน้าพี่
    #1,251
    0
  6. #1249 matsura_mai (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2552 / 21:12
    (>_<) สนุกมากเลยค่ะ ติดตามมาตั้งแต่เล่ม 1 แล้วค่ะ

    ปัจจุบันก็รอให้ออกเล่ม 2 อยู่นะคะ

    มาอัพต่อแล้วคลอดเป็นเล่มเร็ว ๆ นะคะ

    นักอ่านคนนี้จะรอคอยอย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ (^w^)



    #1,249
    0
  7. #1248 _faie_ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2552 / 18:51
    ชะตาเดียวกัน ช่วงนี้วินโดเจ๊ง ต้องนั่งลงวินโดใหม่ เสียเวลามากมาย

    เข้าใจความรู้สึก ตอนนั้นเคยมีเหมือนกัน ฮาร์ดดิสเจ๊ง บ่อน้ำตาแตก ร้องไห้เลย เพราะข้อมูลทุกอย่างอยู่ในนั้น

    กำลังมันส์ แล้วจะรออ่านต่อจ้า
    #1,248
    0
  8. #1247 hisakong (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2552 / 15:12
    เม้นเรวๆๆล่ะ อ่านแล้ว หนุกมากเลย
    #1,247
    0
  9. #1240 HoNy*~WinG*~ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 เมษายน 2552 / 16:51
    =[]=ดีจ้าเราเพิ่งมาใหม่ซื้อเฟลมเล่ม 1 มาแล้วน้าสนุกดีงิ้วๆ ขอให้คอมหายเจ๊งเร็วๆเน้อ=_=^^

    สู้ต่อไปอัพต่อไปว่ะ555
    #1,240
    0
  10. #1239 Guardian Star (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 เมษายน 2552 / 13:40
    ดันมาลาตายพร้อมกันสามเครื่องเลย
    น่าสงสารดีแท้
    ท่านลิตเติ้ลสู้สู้

    อย่าเครียดนะค่ะ
    #1,239
    0
  11. #1238 Guardian Star (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 เมษายน 2552 / 13:40
    ดันมาลาตายพร้อมกันสามเครื่องเลย
    น่าสงสารดีแท้
    ท่านลิตเติ้ลสู้สู้

    อย่าเครียดนะค่ะ
    #1,238
    0
  12. #1236 [M!n!~D@V!L] (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 27 เมษายน 2552 / 17:09
    ง่า...สู้ๆค่ะ^O^
    #1,236
    0
  13. #1235 ATEN (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 27 เมษายน 2552 / 16:11
    รอได้หายห่วงแต่อย้าข้ามปีถึงอัพน๊า~~~~~^0^ เฮ้อแต่ถ้าหายไปนานก็เศร้าที่ไม่ได้อ่าน ฮิ ฮิ ToT
    #1,235
    0
  14. #1231 Sen (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 25 เมษายน 2552 / 15:53
    รอด้ายย



    #1,231
    0
  15. #1230 Lifehunter (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 24 เมษายน 2552 / 21:19
    สำหลับพี่ลิตเติ้ลหนูรอได้เสมอค่า

    อย่าคิดมากนะคะ

    เดี๋ยวจะป่วยเอา

    รักษาสุขภาพหน่อยนะคะ
    #1,230
    0
  16. #1221 [U]-[R]iz (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 23 เมษายน 2552 / 16:42
    อย่าคิดมาก
    เดี๋ยวจะแก่เร็วนะ^^"
    #1,221
    0
  17. #1217 far (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 22 เมษายน 2552 / 23:36
    รอได้อยู่แล้ว
    #1,217
    0
  18. #1214 tezuka (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 22 เมษายน 2552 / 20:09
    โถๆๆๆ

    รอได้คร้าบ
    #1,214
    0
  19. #1210 Dark_JOKER (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 22 เมษายน 2552 / 16:56
    เหอๆกลับมาแล้ว
    หลังจากที่หายไปนาน
    คอมช่างน่าสงสารเน้อ
    พร้อมใจกันตายจริงๆ

    เจ๊ลิตเติ้ลต้องขอขอบคุณนะค่ะ
    ที่ช่วยให้ฝีมือการแต่งนิยายของหนูดีขึ้น
    และต่อจากนี้คือ

    โอม...คอมจงกลับสู่สภาพ
    เพื่อเฟลมเล่มสองด้วย
    ฮุ ฮุ ฮุ
    #1,210
    0
  20. #1209 warlcat (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 22 เมษายน 2552 / 15:24
    ฮะๆ อย่าคิดมากขอรับ

    ยังไงก็สู้ๆเน่อ
    #1,209
    0
  21. #1208 เจ้าแห่งความหายนะ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 22 เมษายน 2552 / 12:14
    น่าจะมีข้อความลาก่อนตายน่าจะดีกว่า(จใจก่อน)
    #1,208
    0
  22. #1207 #-#(#james#) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 22 เมษายน 2552 / 10:39
    โห...คอมเจริญ....ลาตายได้ด้วย
    #1,207
    0