Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 48 : มายาที่ 46 การ์เดี้ยน <=[100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,050
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    7 พ.ย. 51

 

มายาที่ 46

การ์เดี้ยน

 

หากพูดถึงตระกูลนักรบผู้ควบคุมพลังธรรมชาติที่มีฝีมือเก่งกาจที่สุดในมหานครแล้วละก็ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักตระกูลผู้ใช้เปลวเพลิงได้คล่องแคล่วดุจเทพพระเพลิง ตระกูลการ์เดี้ยน ตระกูลที่ได้รับสมญานามจากคนทั้งมหานครว่าเป็นตระกูลผู้ปกป้องมหานคร

 

ในปีมหาศักราชที่ 3512 มหาสงครามแย่งชิงแผ่นดินได้อุบัติขึ้น สาเหตุมาจากเสือดำปีศาจผู้เป็นหัวหน้าเผ่าเสือดำปีศาจนามว่าลูซิเฟอร์ เสือดำปีศาจที่ละโมบโลภมาก ต้องการปกครองมหานครทั้งมหานครเพียงตนเดียว อีกทั้งยังจงเกลียดจงชังมนุษย์ทั้งหลายด้วยเหตุผลที่ว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่แสนอ่อนแอ

 

ลูซิเฟอร์เริ่มต้นสงครามด้วยการแอบรวมรวบพลพรรคปีศาจอย่างเงียบๆ จากนั้นจึงส่งพวกมันเข้าไปลอบสังหารบุคคลสำคัญของมหานครอย่างเหี้ยมโหด จำนวนคนตายค่อยๆเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งทางมหานครทนไม่ไหวต้องประกาศศึกกับลูซิเฟอร์

 

แต่ก็ใช่ว่าปีศาจทุกตนจะเห็นพ้องต้องกันกับลูซิเฟอร์ ปีศาจบางตนก็เห็นว่าการกระทำของลูซิเฟอร์นั้นเป็นสิ่งที่ผิดมหันต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเก็นกะ เสือดำปีศาจที่เป็นเพื่อนรักของลูซิเฟอร์ เก็นกะได้พยายามค้านหัวชนฝาว่าไม่ว่าอย่างไรการกระทำของลูซิเฟอร์ก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แต่สิ่งที่เก็นกะได้รับกลับมาจากเพื่อนสนิทกลับกลายเป็นคำตวาดว่าโง่เง่าและกรงเล็บแหลมคมที่ตะปบเข้าเต็มๆใบหน้า เก็นกะโกรธเคืองที่ลูซิเฟอร์ทำเช่นนั้น จึงหนีไปจากเผ่าเสือดำปีศาจพร้อมกับเสือดำปีศาจอีกจำนวนหนึ่งเพื่อไปเข้าเป็นพวกของมนุษย์อย่างเงียบๆ

 

และก็ใช่ว่ามนุษย์ทุกคนจะเห็นพ้องต้องกันกับมหานครว่าลูซิเฟอร์เป็นฝ่ายผิด มนุษย์บางคนเห็นด้วยกับลูซิเฟอร์ว่ามหานครควรตกเป็นของเหล่าปีศาจ เพราะมนุษย์เหล่านั้นได้รับข้อเสนอจากลูซิเฟอร์ว่าถ้ามหานครตกเป็นของพวกปีศาจเมื่อไหร่ พวกมนุษย์ที่อยู่ข้างปีศาจก็จะได้รับพลังอำนาจอันมหาศาลและชีวิตอันเป็นนิรันดร์จากลูซิเฟอร์ อนามันซึ่งเป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เกิดและแสวงหาพลังมานานจึงยอมรับข้อเสนอของลูซิเฟอร์อย่างว่าง่าย สงครามครั้งนี้จึงเป็นมหาสงครามที่เลวร้าย มันไม่ใช่เพียงแค่ปีศาจสู้กับมนุษย์ แต่มนุษย์กลับต้องมาห้ำหั่นกันเอง และปีศาจกับปีศาจก็ต้องมาสู้กันเองด้วยเช่นกัน

 

ในสงครามที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาสงครามครั้งนั้น ตระกูลการ์เดี้ยนก็ได้เข้าร่วมด้วยในฐานะทหารองครักษ์ประจำกายองค์ราชาทั้งห้ามหานคร สงครามที่อุบัติขึ้นใหญ่กว่าที่ทุกคนคาดคิดไว้มาก เหล่าทหารหาญและเหล่าปีศาจต่างพากันล้มตายเป็นใบไม้ร่วง เสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดทรมานดังระงมตลอดการต่อสู้ พื้นหญ้าที่มักจะเป็นสีเขียวอ่อนดูสบายตากลับถูกโลหิตสีแดงฉานย้อมจนชุ่มโชก เปลวไฟจากสงครามลุกโชติช่วงจนฝืนฟ้าสีครามแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงสดดูน่ากลัว

 

สงครามที่อุบัติขึ้นกินเวลาไปหลายปีและไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงอย่างง่ายๆ ผู้คนในมหานครและปีศาจเริ่มลดจำนวนลงอย่างน่าใจหาย ป่าไม้ ธรรมชาติ และบ้านเมืองต่างพังพินาศจนยากแก่การเยียวยา ในที่สุดองค์ราชาคุนแห่งเมืองเอราเดสก็ตัดสินใจทำการผนึกวิญญาณลูซิเฟอร์ ถึงแม้จะรู้ว่าข้อแลกเปลี่ยนในการใช้เวทย์ผนึกวิญญาณนั้นก็คือวิญญาณของผู้ใช้เวทย์ก็ตาม

 

ไม่ว่าใครจะคัดค้านอย่างไร องค์ราชาคุนก็ยืนยันคำตอบเดิม เมื่อเห็นเช่นนั้น เรม หัวหน้าตระกูลการ์เดี้ยนในตอนนั้นจึงตอบตกลงยอมให้องค์ราชาคุนทำการผนึกวิญญาณลูซิเฟอร์ และยังบอกอีกด้วยว่าตระกูลการ์เดี้ยนจะคอยระวังหลังและสนับสนุนให้เอง

 

เมื่อถึงเวลาสงคราม เหล่านักรบตระกูลการ์เดี้ยนทั้งหมดก็พากันเฮละโลบุกเข้าใส่ทัพปีศาจอย่างบ้าคลั่ง ต่างคนต่างฟาดฟันอาวุธอย่างไม่คิดจะยั้งมือ บาดแผลที่ได้รับจากการต่อสู้ไม่ได้ทำให้นักรบตระกูลการ์เดี้ยนอ่อนแรงลงแม้แต่น้อย จนกระทั่งนักรบตระกูลการ์เดี้ยนได้ประจันหน้ากับลูซิเฟอร์ นักรบตระกูลการ์เดี้ยนจึงเริ่มล้มตายทีละคน

 

หลังจากที่การ์เดี้ยนและลูซิเฟอร์ประจันหน้ากันได้ไม่นาน ลูซิเฟอร์ก็เริ่มอ่อนแรงลงเพราะจำนวนนักรบของตระกูลการ์เดี้ยนนั้นมีค่อนข้างมาก อีกทั้งพลังเปลวเพลิงของพวกการ์เดี้ยนก็แสนรุนแรง แถมอนามันที่เป็นทั้งเพื่อนและลูกน้องคนสนิทก็ดันโดนพวกการ์เดี้ยนเล่นงานเสียจนปางตาย กำลังใจของลูซิเฟอร์จึงเริ่มถดถอย

 

เก็นกะเองก็ได้เข้าร่วมในสงครามครั้งนี้ด้วย เก็นกะร่วมมือกับเรมเป็นทัพหน้าต่อสู้กับลูซิเฟอร์อย่างเต็มความสามารถ  ในที่สุดลูซิเฟอร์ก็ต้องรีบสั่งให้กองทัพปีศาจของตนถอยร่น เพราะหากยังฝืนสู้ต่อไปก็คงไม่มีทางชนะ มีแต่จะเสียเปรียบ

 

เมื่อเห็นว่าลูซิเฟอร์อ่อนแรงลงมากแล้ว องค์ราชาคุนก็ทำการร่ายเวทย์ผนึกวิญญาณอย่างรวดเร็ว เก็นกะร่ายเวทย์ผนึกวิญญาณสมทบด้วยความแค้นที่มีเพื่อนสนิท ลูซิเฟอร์ที่ไม่ทันตั้งตัวจึงโดนเวทย์ผนึกวิญญาณเข้าไปเต็มๆ ผู้ถูกขนานนามว่าเจ้าแห่งปีศาจส่งเสียงร้องโหยหวนบ้าคลั่ง ดวงวิญญาณถูกดึงกระชากออกจากร่างใหญ่ยักษ์ ดวงวิญญาณขององค์ราชาคุนก็เช่นกัน ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีดำมืด เมฆหมอกหนาตาจนขนลุกชัน เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหว

 

เมื่อทุกๆสิ่งสงบลง เหล่านักรบและเหล่าปีศาจก็มองเห็นร่างเสือดำปีศาจตัวใหญ่ยักษ์ของลูซิเฟอร์ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นดินที่ถูกย้อมด้วยเลือดสีแดงเข้ม ดวงตาสีแดงก่ำของลูซิเฟอร์เบิกกว้างน่ากลัว

 

ห่างไปจากลูซิเฟอร์ไม่ไกลนัก ปรากฏร่างขององค์ราชาคุนที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติง เขาไร้ซึ่งลมหายใจ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนปิดสนิท ด้านข้างกายของคุนมีอัญมณีตกอยู่สองชิ้น ชิ้นแรกเป็นอัญมณีที่มีลักษณะคล้ายกับหยดน้ำ สีฟ้าใสของมันชวนให้สบายตา ส่วนอัญมณีอีกชิ้นนั้นมีลักษณะเหมือนก้อนหินทั่วไป แต่มีสีเทาที่ขุ่นมัวไม่น่าดูนัก มันคือหินเจ้าแห่งวารีและศิลาเจ้าจอมแผ่นดิน

 

ด้านหลังจุดที่ศิลาทั้งสองชิ้นตกอยู่ ปรากฏร่างเล็กของแมวที่มีขนสีดำสนิทยืนหายใจหอบระรัว ดวงตาสีทองจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่เพราะความเหนื่อยล้าที่ได้รับจากการร่ายเวทย์เมื่อครู่

 

เก็นกะต้องสูญเสียร่างปีศาจไปเพราะใช้พลังเวทย์เกินขีดจำกัด มันเหลือบมองอัญมณีทั้งสองชิ้นอย่างพิจารณา จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยด้วยเสียงที่ดังฟังชัดว่าอัญมณีทั้งสองชิ้นนี้มีพลังเวทย์ที่มากจนน่าใจหาย มันมีพลังมากถึงขนาดทำให้มหานครทั้งมหานครหายไปจากแผนที่ได้ภายในคืนเดียว และมันก็มีพลังมากพอที่จะทำให้ทัพปีศาจทั้งหมดหายไปจากโลกได้ภายในคืนเดียวเช่นกัน

 

เมื่อได้ยินดังนั้น พวกปีศาจก็พากันหน้าถอดสี หัวหน้าของพวกตนก็ตายแล้ว อีกทั้งฝ่ายมหานครยังมีอัญมณีที่มีพลังเวทย์สูงอีก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกปีศาจและมนุษย์ที่เข้าร่วมกองทัพปีศาจจะพากันวิ่งเตลิดหายเข้าไปในป่าปีศาจอย่างไม่คิดชีวิต ส่วนพวกที่วิ่งหนีไม่ทันก็โดนทหารหาญของมหานครฆ่าตายไปตามระเบียบ

 

เมื่อกองทัพปีศาจหนีหายกันไปหมดแล้ว เรมก็สั่งให้ทหารนำร่างของลูซิเฟอร์ไปไว้ยังส่วนในสุดของห้องสมุดต้องห้ามในโรงเรียนไดมอน ที่ที่เป็นประตูเชื่อมระหว่างภพนี้และภพหน้าเข้าด้วยกัน จากนั้นจึงอัญเชิญร่างไร้วิญญาณขององค์ราชาคุนกลับไปทำพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ส่วนเก็นกะที่ต้องสูญเสียร่างปีศาจไปนั้นก็ได้พยายามหาหนทางกลับคืนสู่ร่างเดิมอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ เก็นกะก็ไม่สามารถกลับคืนสู่ร่างเดิมได้ มันจึงต้องใช้ชีวิตอยู่ในร่างของแมวที่มีขนสีดำสนิทตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

มหาสงครามสงบลงหลังจากที่ต้องต่อสู้กันมาเป็นเวลานานเกือบห้าปี มหานครกลับมาสงบสุขอีกครั้ง เก็นกะตัดสินใจทิ้งเผ่าเสือดำปีศาจไว้เบื้องหลังและไปอาศัยอยู่ร่วมกันกับเรม เพราะขืนมันเข้าไปในป่าปีศาจด้วยรูปร่างของแมวดำแล้วล่ะก็ มันก็คงหนีไม่พ้นโดนสัตว์ใหญ่ไล่ล่า

 

หนึ่งปีหลังจากมหาสงครามสงบลง เรมก็ได้ทายาทคนแรกของตระกูล บุตรชายของเรมมีดวงตาสีแดงเพลิงใสเป็นประกาย เส้นผมสีแดงเพลิงนั้นสวยจนน่าหลงใหล ความสวยของมันสวยราวกับเปลวเพลิงที่กำลังไหววูบไปมา เรมตั้งชื่อบุตรชายคนแรกของเขาว่ารานิน และไม่ลืมที่จะประกาศให้ชาวมหานครรู้ด้วยว่าตระกูลการ์เดี้ยนมีว่าที่เจ้าตระกูลคนใหม่แล้ว

 

ในตอนที่รานินเกิดนั้น รานินได้รับคำทำนายจากเหล่านักบวชของแต่ละเมืองว่าเมื่อโตขึ้นรานินจะกลายเป็นนักรบที่แข็งแกร่งจนยากจะหาใครเปรียบ อีกทั้งรานินจะเป็นผู้ที่นำมหานครไปสู่ความสงบสุขอีกด้วย รานินจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงชะตากรรมของมหานคร ดังนั้นรานินจึงเป็นลูกที่เรมรักมากและเรมก็คอยโอ๋เป็นประจำ

 

ฝ่ายอนามันซึ่งรักษาร่างกายจนหายดีแล้วก็ได้ทำการรวบรวมคนและปีศาจที่เหลือรอดจากสงครามเข้าเป็นกองทัพอีกครั้ง คราวนี้อนามันทำการแบบเงียบกริบ อนามันได้ตั้งชื่อกลุ่มคนและปีศาจครั้งนี้ว่า โลกมืด โดยคอยสร้างความวุ่นวายให้กับมหานครทีละน้อยๆ รอคอยเวลาที่พลังของอนามันกลับมามีมากเหมือนเก่า และรอคอยวันที่เขาจะมีโอกาสทำการปลุกลูซิเฟอร์ให้ตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลอีกครั้ง

 

หลังจากก่อตั้งโลกมืดได้หนึ่งปีกว่าๆ ทางมหานครก็สามารถสืบทราบจนได้ว่านักฆ่าที่ไล่ฆ่านักรบในมหานครอย่างเงียบๆนั้นมาจากไหน ฮิเอ็น องค์ราชาองค์ใหม่ของเมืองเอราเดสจึงทำการปรึกษากับเหล่าการ์เดี้ยนและเหล่ากษัตริย์อีกสี่เมืองว่าควรจะทำอย่างไร และข้อสรุปที่ได้ก็คือทั้งหมดเสนอให้ฮิเอ็นค่อยๆปิดผนึกพลังเวทย์ของผู้คนในมหานครทีละคน เพื่อหลอกอนามันว่าอนามันได้ฆ่านักรบที่เก่งกาจของมหานครไปจนหมดสิ้นแล้ว สองปีหลังจากนั้นฮิเอ็นก็ทำการผนึกพลังเวทย์ของคนทั้งมหานครได้สำเร็จ

 

แต่การผนึกพลังเวทย์ครั้งนี้ฮิเอ็นก็ได้ยกเว้นคนบางกลุ่มเอาไว้ด้วย เพราะหากเกิดเหตุการณ์คับขันขึ้นพวกนักรบที่มีพลังเวทย์จะได้ร่วมมือกันปกป้องมหานครได้ และตระกูลการ์เดี้ยนก็เป็นหนึ่งในตระกูลที่ได้รับการยกเว้น

 

หลังจากการผนึก อนามันซึ่งคิดว่าตนได้สังหารเหล่านักรบที่แสนเก่งกาจของมหานครไปจนหมดแล้วก็เปลี่ยนเป้าหมายจากนักรบมาเป็นฮิเอ็นแทน อนามันสั่งให้นักฆ่าจำนวนมหาศาลบุกเข้าไปในวังหลวงเพื่อลอบสังหารฮิเอ็น แต่การลอบสังหารครั้งนี้ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะนักรบตระกูลการ์เดี้ยนสามารถฆ่าเหล่านักฆ่าที่บุกเข้ามาได้ทั้งหมด

 

การกระทำครั้งนี้ทำให้อนามันโกรธเคืองเป็นอย่างมาก เจ้าแห่งโลกมืดจึงเปลี่ยนเป้าหมายอีกครั้ง โดยครั้งนี้อนามันสั่งให้เหล่านักฆ่าทำการฆ่าล้างตระกูลการ์เดี้ยนเพื่อลบเสี้ยนหนามให้หมดไป และคราวนี้อนามันก็ได้เข้าร่วมการลอบสังหารด้วย

 

.........

 

            แสงสีทองเป็นประกายของดวงตะวันสาดส่องทั่วมหานคร เหล่าปักษาตัวน้อยส่งเสียงร้องเพลงขับขาน เสียงพูดคุยของผู้คนในมหานครค่อยๆดังขึ้นทีละน้อยราวกับเป็นสัญญาณว่าเช้าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

            ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงเข้มหยัดกายลุกขึ้นจากเตียงนอนสีขาวสะอาดด้วยท่าทีเกียจคร้าน เขาอ้าปากหาววอดใหญ่ก่อนยกมือขึ้นสางเส้นผมที่ยุ่งเหยิง ดวงตาสีแดงเพลิงยังคงลืมไม่เต็มที เจ้าตัวคงยังงัวเงียอยู่

 

            ชายหนุ่มโคลงศีรษะไปมา ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นจนคิ้วแทบชนกันเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาไม้ที่มุมห้องตีบอกเวลาเก้าโมงเช้า

 

            เก้าโมงแล้วเหรอเนี่ยชายหนุ่มพึมพำกับตนเองก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง เตียงนุ่มยวบลงเป็นร่องตามน้ำหนักตัว

 

            ขอนอนต่ออีกหน่อยละกันนะ เพิ่งจะเก้าโมงเช้าเอง เขาเอ่ยขออนุญาตตัวเองเสียงเบาพลางปิดเปลือกตาลง

 

            ...

 

            เหวอ! เก้าโมงเช้าแล้วเหรอเนี่ย ทำไมถึงไม่มีใครปลุกข้าล่ะเนี่ย ชายหนุ่มสะดุ้งลุกพรวดโวยวาย เขากระโดดลงจากเตียงด้วยสีหน้าตื่นตะลึง พลันสะดุดขาตัวเองล้มพลั่กกลิ้งโคโล่ไปกับพื้น ชายหนุ่มดีดตัวลุกนั่งตีหน้าเหยเก

 

            เสียงฝีเท้าดังขึ้นติดๆกันก่อนที่ประตูไม้บานหนาจะเปิดพรวดออก เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีส้มเข้มชี้โด่ชี้เด่ที่มาพร้อมกับหน้าตาตื่นตกใจ

 

            เกิดอะไรขึ้นขอรับนายท่าน!” ชายหนุ่มร้องถามเสียงหลง คนถูกเรียกว่านายท่านแยกเขี้ยวงุด

 

            ซัค! ทำไมถึงไม่มาปลุกข้า! นี่มันเลยเวลาเข้าวังมาตั้งนานแล้วนะ!” คนเป็นนายบ่นไฟแทบแลบออกทางปาก ชายหนุ่มเจ้าของนามซัคเบิกตากว้างอย่างงงงวย เมื่อตั้งสติได้จึงหลุดหัวเราะเสียยกใหญ่ให้กับความขี้ลืมของเจ้านาย

 

            อุ๊บ! ฮ่า ฮ่า ฮ่า เสียงหัวเราะของซัคเรียกให้คนเป็นนายทำหน้าบึ้งตึงแทบจะในทันที

 

            ขำอะไร เสียงที่ถามกลับบ่งบอกว่าเจ้าดตัวกำลังขุ่นมัวไม่สบอารมณ์อย่างมาก ซัคยกมือขึ้นปิดปากกลั้นขำ

 

            ท่านเรม วันนี้ท่านฮิเอ็นให้ท่านลาพักไม่ใช่เหรอขอรับ แล้วท่านจะไปเข้าวังทำไมล่ะขอรับ ซัคว่าขำๆ ชายหนุ่มผู้ถูกเรียกว่าเรมทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกได้

 

            เออจริงด้วย วันนี้วันหยุดของข้านี่หว่า เรมจับคางทำท่าครุ่นคิดในขณะที่ซัคยังคงส่งเสียงหัวเราะด้วยความขำไม่หยุด

 

            ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 

            ...

 

            ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 

            จะขำอีกนานไหมซัค เรมหันไปส่งสายตาดุๆใส่ซัค เสียงที่ถามนั้นเรียบจนติดน่ากลัว เจ้าของชื่อหลุบตาหนีพลางกลืนคำขำลงท้อง แต่ไม่นานมันก็หลุดขำออกมาอีก

 

            อุ๊บ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขออภัยขอรับ ทั้งๆที่ปากบอกขอโทษ แต่เจ้าตัวก็ยังขำไม่หยุด จนกระทั่งเรมกัดฟันขู่แง่งๆซัคจึงหยุดหัวเราะได้เพราะเกรงว่าถ้าหากเขายังหัวเราะต่อไป มีหวังเขาได้โดนเจ้านายคนนี้ไล่เตะอย่างแน่นอน เมื่อเสียงหัวเราะของซัคเงียบลง เรมจึงถอนหายใจเฮือก

 

            เจ้าออกไปได้แล้ว ข้าจะนอนต่อ ชายหนุ่มโบกมือไล่ ทำเอาซัคต้องเบิกตามองเจ้าของคำพูดอย่างงงๆ ตื่นสายขนาดนี้แล้วยังจะขอนอนต่ออีก อะไรจะขี้เซาได้ขนาดนี้

 

            เดี๋ยวอีกซักครึ่งชั่วโมงเจ้าค่อยเข้ามาปลุกข้าก็แล้วกัน สั่งการจบ เรมก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ดวงตาสีแดงเพลิงปิดลง ชายหนุ่มตกลงสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว

 

            ซัคส่ายหน้าน้อยๆด้วยความขำ เจ้านายของเขามักจะแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อในยามที่ต้องต่อสู้ แต่ถ้ากำลังหลับอยู่หรือถ้าเจ้าตัวไม่อยากตื่นล่ะก็ ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็คงไม่มีทางตื่นอย่างแน่นอน

 

            ซัคหันหลังเดินออกไปจากห้องด้วยความเงียบกริบเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้เป็นนาย ประตูไม้บานหนาปิดฉับลง ความเงียบโรยตัวอย่างเชื่องช้า มีเพียงเสียงกรนเบาๆของชายหนุ่มเท่านั้นที่ดังอยู่ในห้องกว้าง

 

..........

 

            แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! …..

 

นาฬิกาไม้เรือนใหญ่ตีบอกเวลาเที่ยงตรง ชายหนุ่มใช้ศอกยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยท่าทีงัวเงีย ดวงตาสีแดงเพลิงปรือจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่

 

            หืม? เที่ยงแล้วเหรอเนี่ย ชายหนุ่มว่าเสียงยานก่อนหาววอด

 

            ...

 

            เฮ้ย! เที่ยงแล้วเรอะ!” เรมตะโกนเสียงดังลั่นคับห้องกว้าง นึกหงุดหงิดอยู่ในใจว่าทำไมซัคถึงไม่มาปลุกเขา ทั้งๆที่สั่งไว้แล้วแท้ๆว่าให้ปลุกตอนเก้าโมงครึ่ง แต่นี่ก็ปาเข้าไปตั้งเที่ยงแล้วทำไมถึงไม่มาปลุกนะ

 

            ซัค!” เรมตะโกนเรียกผู้อยู่ภายใต้คำบัญชาเสียงขุ่นมัว

 

...

 

ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากชายหนุ่มเจ้าของชื่อ มีเพียงเสียงฮือฮาที่ดังมาจากชั้นล่างของตัวคฤหาสน์เท่านั้นที่ดังตอบเรม ชายหนุ่มไถตัวลงจากเตียงด้วยท่าทีหงุดหงิด

 

            ซัค!” ชายหนุ่มลองตะโกนเรียกอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับเหมือนเคย เรมถอนหายใจเฮือกก่อนเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ และไม่ลืมที่จะย้ำเตือนตัวเองว่าถ้าหากเจอหน้าซัคเมื่อไหร่ จะต้องจัดการลงโทษเรื่องที่ไม่ยอมปลุกให้หนัก

 

………..

 

            หลังจากจัดการกับธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย เรมก็เดินลงมายังชั้นล่างของตัวคฤหาสน์ด้วยใบหน้าสดชื่น นึกขอบคุณเจ้าซัคในใจเหมือนกันที่มันไม่มาปลุก เพราะถ้ามันมาปลุกเขาก็คงไม่ได้นอนเต็มอิ่มแบบนี้ นานๆจะได้หยุดพักซักที ได้นอนนานๆแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

 

            โห สุดยอดเลยขอรับนายน้อย

 

            เสียงฮือฮาที่ดังมาจากทางห้องโถงของตัวคฤหาสน์ทำให้ชายหนุ่มเจ้าของบ้านอดสงสัยไม่ได้ว่าที่ห้องโถงเขากำลังทำอะไรกันอยู่ถึงได้เสียงดังกันขนาดนี้

 

            มีอะไรกันงั้นเหรอ เสียงดังขึ้นไปถึงข้างบนเชียว เรมเอ่ยถามทันทีที่เดินเข้ามาถึงห้องโถงกลางของตัวคฤหาสน์ ดวงตาสีแดงเพลิงแลเห็นกลุ่มคนนับสิบที่ยืนมุงกันอยู่กลางห้องโถง ต่างคนต่างส่งเสียงฮือฮาด้วยความตื่นเต้น

 

            ท่านพ่อ!” เสียงที่ดังขึ้นตอบเรมนั้นเป็นเสียงแหลมใส ก่อนที่ร่างเล็กของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบกว่าๆจะวิ่งพุ่งออกมาจากกลางวงและกระโดดเข้ากอดชายหนุ่มที่ตนเรียกว่าพ่ออย่างเต็มแรง ชายหนุ่มที่โดนโจมตีด้วยอ้อมกอดกะทันหันถึงกับเซถลาล้มลงนอนแผ่กับพื้น เด็กชายตัวน้อยเจ้าของอ้อมกอดส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนานก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนตัวของบิดา

 

            อ้าวเรม ตื่นแล้วเหรอ หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีม่วงอ่อนยาวเลยเอวบางเอ่ยทักด้วยเสียงหวานใส ดวงตาของเธอมีสีอเมธิสต์เป็นประกายใส

 

            นึกว่าจะตื่นเอาพรุ่งนี้เช้าซะอีก ชายชราผู้มีดวงตาสีเดียวกับหญิงสาวเอ่ยเสียงเนิบนาบพลางหัวเราะน้อยๆ เรมหยัดกายลุกนั่งโดยมีบุตรชายตัวน้อยนั่งอยู่บนตัก

 

            ก็เจ้าซัคน่ะสิ ข้าสั่งให้มันปลุกข้าตอนเก้าโมงครึ่ง นี่ก็เที่ยงเข้าไปแล้วยังไม่เห็นโผล่หน้าเข้าไปปลุกเลย เรมจัดการโยนความผิดให้ซัคทันที เจ้าของนามสะดุ้งโหยงยิ้มเฝื่อน

 

            อย่าไปโทษซัคเลย ข้าเป็นคนห้ามไม่ให้ซัคเข้าไปปลุกเจ้าเองแหละ นานๆทีเจ้าจะได้หยุดพักกับเค้าบ้าง ข้าก็เลยอยากให้เจ้าได้นอนพักอย่างเต็มอิ่ม หญิงสาวว่าพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ทำให้เรมอดอมยิ้มไปด้วยไม่ได้

 

            ขอบใจเจ้ามากนะเรเน็น เรมเอ่ยขอบคุณภรรยาเสียงอ่อนโยน เรเน็นยิ้มตอบ เรียกเสียงผิวปากล้อเลียนจากบรรดาสมาชิกในคฤหาสน์ได้เป็นอย่างดี ดวงหน้าของสองสามีภรรยาขึ้นสีแดงระเรื่อ เจ้าตัวน้อยบนตักเรมส่งเสียงหัวเราะคิกคักชอบใจ

 

            ว่าแต่เมื่อกี้มีอะไรกันงั้นเหรอ เห็นส่งเสียงฮือฮากันซะดังเชียว เรมกระแอมเปลี่ยนเรื่อง

 

            ไม่มีอะไรหรอก เค้าก็แค่ตื่นเต้นที่รานินมันใช้เวทย์ได้แล้วก็เท่านั้น เจ้าแมวดำที่มานั่งอยู่ข้างกายเรมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เอ่ยเฉลย เรมหันขวับไปตามต้นเสียง

 

            จริงเหรอขอรับท่านเก็นกะ ชายหนุ่มเบิกตาเอ่ยเสียงตื่นเต้น เด็กน้อยนามรานินส่งเสียงหัวเราะคิก

 

            แล้วข้าจะโกหกเจ้าให้มันได้อะไรขึ้นมาล่ะ ไหนรานิน เจ้าลองจุดไฟให้พ่อเจ้าดูหน่อยซิ เจ้าแมวดำหันไปพูดกับรานินที่นั่งอยู่บนตักบิดา รานินพยักหน้าพลางหลับตาลงตั้งสมาธิ จากนั้นจึงลืมตายื่นมือขวาไปด้านหน้า

 

            เปลวไฟเอ๋ยจงลุกโชติช่วง สิ้นเสียงใสๆ ประกายไฟพลันปะทุขึ้นบนฝ่ามือเล็ก รานินหรี่ตาตั้งสมาธิเพิ่มพลังเวทย์ ประกายไฟลุกพรึ่บกลายเป็นลูกไฟขนาดย่อมๆทันที เรมถึงกับหลุดผิวปากหวืออย่างลืมตัว

 

            สุดยอดเลยรานิน เก่งมากเลย เก่งสมกับเป็นนายน้อยแห่งการ์เดี้ยนจริงๆ เรมเอ่ยชมบุตรชายเสียงตื่นเต้น รานินแลบลิ้นยิ้มเผล่

 

            ท่านตาเป็นคนสอนข้าขอรับท่านพ่อ รานินว่าเสียงใสก่อนเงยหน้าขึ้นไปยิ้มให้กับชายชรา

 

            ขอบคุณมากนะขอรับท่านอลัน เรมหันไปผงกหัวขอบคุณชายชราเจ้าของดวงตาสีอเมธิสต์ อลันผงกหัวรับคำขอบคุณพร้อมหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

 

            ความจริงเจ้าไม่จำเป็นต้องมาขอบคุณข้าหรอก ก็รานินเป็นหลานของข้านี่นา อลันเอ่ยเสียงเนิบนาบ เรมยกมือขึ้นขยี้เส้นผมของบุตรชายจนยุ่งด้วยความเอ็นดู

 

            ความจริงรานินทำได้ตั้งนานแล้วแหละ แต่พวกเจ้าไม่ค่อยได้กลับบ้านก็เลยไม่เคยได้เห็นเท่านั้นเอง เก็นกะกล่าวเสียงเรียบ เรมขยับยิ้มเจื่อน

 

            เรม การ์เดี้ยน เป็นหัวหน้าตระกูล การ์เดี้ยน ตระกูลที่ได้รับสมญานามว่าเป็นตระกูลผู้ปกป้องมหานครคนปัจจุบัน และเรมก็ยังเป็นองครักษ์ประจำกายองค์ราชาฮิเอ็นแห่งเมืองเอราเดสอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เรมจะใช้ชีวิตอยู่ที่พระราชวังหลวงเมืองเอราเดสมากกว่าอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ประจำตระกูลการ์เดี้ยน ซึ่งนานๆทีเรมและนักรบตระกูลการ์เดี้ยนถึงจะได้รับอนุญาตให้ลากลับมาพักผ่อนที่บ้านได้ แต่ก็กลับมาพักได้แค่ครั้งละวันถึงสองวันเท่านั้น เรเน็นกับอลันซึ่งเป็นพ่อของเรเน็นและเก็นกะจึงต้องเลี้ยงรานินกันตามลำพังในคฤหาสน์หลังใหญ่ยักษ์

 

            ท่านพ่อดูนี่นะขอรับ เปลวไฟเอ๋ยจงเริงระบำ รานินยื่นลูกไฟไปด้านหน้าเรมพลางร่ายเวทย์ ลูกไฟบนฝ่ามือไหววูบเริงระบำไปมาราวกับภาพมายา มันสวยงามจนชวนให้คนดูรู้สึกหลงใหล เรมถึงกับอ้าปากค้าง

 

            สุดยอดเลยรานิน ลูกเก่งมากๆเลย เรมเอ่ยชมอย่างทึ่งๆ รานินเพิ่งจะอายุได้แค่สามขวบกว่าๆเท่านั้นแต่กลับทำได้ถึงขนาดนี้ ต้องถือว่าเก่งมากสำหรับนักเวทย์ เพราะคนปรกติทั่วไปกว่าจะใช้เวทย์ได้ก็ต้องมีอายุประมาณสี่ถึงห้าขวบ แต่รานินกลับทำได้ตอนอายุสามขวบ คงต้องเรียกว่าอัจฉริยะถึงจะถูก

 

            ในขณะที่การ์เดี้ยนทุกคนกำลังตื่นเต้นอยู่กับความสามารถอันน่าทึ่งของนายน้อยแห่งการ์เดี้ยน หญิงสาวผู้อยู่ภายใต้เรือนผมสีน้ำตาลเปลือกไม้ก็เดินเข้ามาภายในห้องโถงพร้อมกับจดหมายฉบับหนึ่งในมือเรียว เสียงฝีเท้าทำให้สมาชิกตระกูลการ์เดี้ยนทุกคนหันขวับไปมองเธอเป็นตาเดียวกัน

 

            นายท่านเจ้าคะ มีจดหมายจากท่านฮิเอ็นเจ้าค่ะ หญิงสาวรายงานพร้อมยื่นซองจดหมายสีขาวสะอาดให้เรม ชายหนุ่มรับมันมาเปิดออกอ่านอย่างรวดเร็ว รานินเอียงคอมองตามการกระทำของบิดาด้วยท่าทีสนใจ

 

            คำสั่งเรียกพบตัวด่วน สิ่งที่เรมเอ่ยทำให้สีหน้าของสมาชิกตระกูลการ์เดี้ยนทั้งหมดเครียดขึ้นมากะทันหัน เจ้าตระกูลการ์เดี้ยนเลื่อนสายตาอ่านข้อความในจดหมายต่อ

 

            ข้าในนามของฮิเอ็น ไดมันด้า องค์ราชาประจำเมืองเอราเดส ข้าขอให้นักรบทั้งหมดของตระกูลการ์เดี้ยนทั้งสามสิบคน เรเน็น การ์เดี้ยนและท่านอลัน ไลท์เนท เข้ามาพบข้าที่พระราชวังหลวงเมืองเอราเดสโดยด่วน ลงชื่อ ฮิเอ็น ไดมันด้า เรมร่ายข้อความเสียงเรียบ เรเน็นเหลือบมองหน้าผู้เป็นสามี

 

            รวมข้าแล้วก็ท่านพ่อด้วยเหรอ เรเน็นยกมือแนบแก้มถามเสียงฉงน มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นรึไงนะฮิเอ็นถึงได้เรียกพบการ์เดี้ยนทั้งหมดแบบนี้ ไม่ใช่แค่นักรบตระกูลการ์เดี้ยนทั้งหมดเท่านั้น แต่ฮิเอ็นยังเรียกพบเธอและพ่อของเธอที่ไม่ถนัดด้านการต่อสู้อีกด้วย

 

            ก็คงใช่ เรมพึมพำตอบรับคำของภรรยา

 

            แต่ถ้าข้ากับเรเน็นไปด้วย แล้วรานินจะอยู่บ้านกับใครล่ะ อลันโพล่งเสียงซื่อ ทำเอาทุกคนส่งเสียงเออออตอบรับโดยไม่รู้ตัว

 

            เออ จริงด้วย แว่วเสียงพึมพำพร้อมกับการผงกหัวด้วยท่าทางครุ่นคิดของการ์เดี้ยนทั้งหลาย

 

            ถ้างั้นก็พารานินไปด้วยก็แล้วกัน เรมตัดบทอย่างรวดเร็ว

 

            จะดีเหรอเรม เรเน็นยังมีท่าทีไม่มั่นใจ เรมขยับยิ้มบาง

 

            ช่วยไม่ได้นี่นา ถ้าให้อยู่บ้านคนเดียวอาจจะโดนพวกโลกมืดฉวยโอกาสเข้ามาทำร้ายก็ได้ ก็รานินน่ะเป็นเด็กที่ได้รับการทำนายว่าจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของมหานครนี่นา

 

            ความจริงให้ข้าอยู่กับรานินที่บ้านก็ได้นะ เก็นกะเสนอ แต่เรมกลับส่ายหน้าปฏิเสธความหวังดีนั้น

 

            ไม่เป็นไรหรอกขอรับ ไปด้วยกันนั่นแหละขอรับ เวลาเกิดเรื่องอะไรจะได้ช่วยกันจัดการได้ เมื่อเห็นเรมพูดดังนั้น เก็นกะจึงได้แต่ผงกหัวรับคำอย่างช่วยไม่ได้

 

            อีกครึ่งชั่วโมงไปพร้อมกันที่หน้าคฤหาสน์นะทุกคน อย่าช้าล่ะ เดี๋ยวท่านฮิเอ็นจะรอนาน ชายหนุ่มอุ้มรานินขึ้นพร้อมลุกยืน ผู้อยู่ภายใต้คำบัญชาทั้งหมดค้อมกายลงพลางตอบรับขันแข็ง

 

            ขอรับ/เจ้าค่ะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1842 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 28 มีนาคม 2555 / 23:02
    อัจฉริยะแต่เด็กเลยอ่ะ เฟลมมมม ^O^
    #1,842
    0
  2. #1732 lnwcool (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 17:24
    ทำไมความทรงจำตอนเด็กๆของเฟรมถึงหายไปหมดเลยละค่ะ
    #1,732
    0
  3. #1651 gop (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2553 / 13:39
    ตระกูลการ์เดี้ยนมีสามสิบเอ็ดคน ทั้งหมดเป็นสายเลือดเดียวกันหรือเปล่า

    ช่วยพิมพ์อย่าให้ตกหล่นหน่อยนะขอรับ ข้าพเจ้าอ่านไม่รู้เรื่องเลยขอรับ เว้นวรรคดีดีด้วยนะขอรับ(ขอร้อง)
    #1,651
    0
  4. #1215 Sentsu (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 22 เมษายน 2552 / 23:02
    * *

    เฟลมเก่งตั้งกะเดกเล้ย
    #1,215
    0
  5. #1072 Dark_JOKER (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 24 มีนาคม 2552 / 16:28
    ตายแล้ว
    เฟรมตอนเด็กนี่น่ารักจังเลยอ่า
    แบบนี้น่ากอดดีจริง

    แต่ก่อนก่อดลองเอาไปเย็บ
    เป็นตุ๊กตาซะก่อนดีกว่านะเจ้าค่ะ
    ฮุ ฮุ ฮุ
    #1,072
    0
  6. #1015 bew (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 มีนาคม 2552 / 14:26
    อยากให้ไปทำเปนการตูนเอนิเมชั่นจังเลย



    ถ้าเอ้าไปทำคงจะสนุกน่าดูเลยเน้อะ



    ps.อยากรู้ชื่อจิงของคนแต่งอ่ะ



    จะได้เรียกชื่อแทนเขียนว่า"คนเขียน"



    ยังไงก็ลองพิจารณาด้วยนาที่เสนอห้ายไปทำเปนการตูนเอนิเมชั่นอ่ะ
    #1,015
    0
  7. #781 CandyEang (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2551 / 09:10
    ตอนเเรกกะว่าจะรอรวมเล่มซะหน่อย เเต่อดใจไม่ไม่ไหว ><

    รีพอัพต่อนะคะ
    #781
    0
  8. #780 ฮอกวอตส์ปี1 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2551 / 19:28
    ดีค่าพี่เติ้ล
    อัพช้าจังเลยอ่า
    ตอนรแกกะว่าเด่วค่อยมาอ่านเวลาจบ
    แต่มันทนไม่ได้อ่ะ
    เลยมาอ่านก่อน
    อิอิ
    รีบอัพเร็วๆนะค่ะ
    เเล้วตอนพิเศษรวมเล่มด้วยเป่าค่ะ
    #780
    0
  9. #779 อาร์โตส์ (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2551 / 19:19
    ต่อด่วนเจ้าค่ะ
    #779
    0
  10. #778 safrira_c (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2551 / 18:22

    รีบอัพด่วนพี่เติ้ล

    #778
    0
  11. #777 ปีศาจเงา (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2551 / 15:42

    อัพเร็วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆน้ากำลังหนุกเลย
    อยากอ่านต่อเร็วๆๆๆ

    #777
    0
  12. #775 neschan (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2551 / 22:35
    รีบๆมาอัพนะ
    #775
    0
  13. #772 moji (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2551 / 22:50
    ด่วนเลยค่า ^^





    สู้ๆนะค่ะ





    กำลังสนุกเลย ย ย
    #772
    0
  14. #767 karmdodcom (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2551 / 15:12
    ต่อด่วนๆๆๆๆๆๆ
    #767
    0
  15. #764 Kyoha (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2551 / 16:41

    เมนท์ขึ้นพรวดๆเลยเว้ย!

    อิจฉา! ง่ะTT^TT

    ของข่อยเมนท์หายเเซ่บ

    Kyo

    #764
    0
  16. #761 ผู้ไร้นาม (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2551 / 17:37
    สนุกสุดยอดเลย รีบมาอัพต่อเร็วๆนะ

    รออยู่
    #761
    0
  17. #760 Dark Shinigami (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2551 / 21:03
    อัพเร็วๆนะคะ รออ่านอยู่ อิอิ
    #760
    0
  18. #759 ปีศาจเงา (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2551 / 18:40
    โหหหหหหหหกำลังหนุกเลย
    อัพเร็วๆๆๆๆๆๆๆๆน้า
    #759
    0
  19. #758 neschan (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2551 / 17:46
    มาต่อเร็วๆน้า

    อยากอ่านๆ
    #758
    0
  20. #756 Cherudim (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2551 / 08:18
    ชอบครับชอบ
    #756
    0
  21. #755 NewKungZa (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2551 / 00:59
    ต่อเถิด ขอรับ อยากอ่าน ฮิ้ว~
    #755
    0
  22. #754 แจน... (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2551 / 20:31
    ง่า





    อยากอ่านต่ออ่ะ





    รีบมาอัพต่อนะ





    หนุกสูดๆๆ
    #754
    0