Tale of the falling angel : เปิดตำนานนางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 54 : เทพบุตรซีลอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 532
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    10 ส.ค. 56

บทที่ 2

เทพบุตรซีลอน

 

หลังจากลงจากทางด่วน พวกเขาก็เข้ามาในทางกลางภูเขา ที่จะใช้เดินทางไปยังเมืองที่เป็นที่ตั้งของทางเชื่อมต่อไปยังมหาภพแห่งความมืด

“เฮ้อ...พ้นสักที เล่นเอาชีวิตข้าลดไปเกือบร้อยปีแน่ะ ทั้งเผ่าจักรกล เผ่าเทพ เฮ้อ...”

บลัดถอนหายใจติดกันหลายครั้ง เรื่องเมื่อครู่นี้ทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 200 ปีก่อน ตอนที่เจอกับแม่ของลิลิมุครั้งแรก ที่ทำลายทุกอย่างจนวินาศสันตะโรไปหมด

“ถ้างั้นคุณบลัดคงต้องเตรียมชีวิตเอาไว้ลดอีกแล้วล่ะค่ะ เพราะเผ่าเทพคนนั้นยังตามพวกเรามาอยู่ ตอนนี้หาที่กว้างๆหยุดรถดีกว่า”

ชาร์ล็อตพูดขึ้น เมื่อออกจากเมืองที่มีสิ่งรบกวนมาก เธอก็จับสัมผัสของเผ่าเทพที่ตามพวกเธอมาได้ ตอนนี้เขาบินอยู่เหนือรถคันนี้พอดี คำพูดของเธอทำให้พลขับหันกลับถามเพื่อให้แน่ใจ

“จะดีเหรอครับ”

“อือ ดีสิ ไม่เป็นไรหรอก เพราะซีลอนเคยช่วยเราไว้ เขาเป็นคนดีจริงๆนะ”

ลิลิมุพยักหน้าถี่ๆ ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ออกมา ที่ทำให้ชาร์ล็อตกับวินดี้หันมามองเธอพร้อมกัน

“แน่ใจจริงๆเหรอครับ ว่าเป็นเขาที่เคยช่วยเอาไว้”

“แน่ใจค่ะ”

วินดี้ถามอีกฝ่าย ซึ่งลิลิมุก็พยักหน้าถี่ๆ ปกติแล้วเผ่าเทพจะมีผมสีทองหรือสีเงิน ดังนั้นแล้วเธอไม่มีทางจำเทพหัวแดงอย่างซีลอนผิดอย่างแน่นอน

“เอาเถอะ เดี๋ยวพวกเราค่อยถามแล้วกันว่าเขาต้องการอะไรกันแน่”

ชาร์ล็อตพูดขึ้นหลังจากชี้ให้บลัดเลี้ยวเข้าที่จุดพักรถข้างทาง เนื่องจากทางสายนี้เป็นทางสายเก่าทำให้จุดนี้มีแต่พวกเขาเท่านั้น นับว่าเหมาะกับสถานการณ์ต่อไปมาก

ทันทีที่รถหยุดลงลิลิมุ ชาร์ล็อตและวินดี้ก็เดินลงมาจากรถ ส่วนบลัดอ้างว่าต้องเตรียมพร้อมเอาไว้เสมอ เขาจึงขออยู่บนรถต่อ โดยจอดหันหัวออกจากที่นี่ราวกลับจะพุ่งออกไปได้ทุกเมื่อ

“ว้าว...นั่นเหรอดวงดาว สวยจังเลย”

เมื่อลิลิมุเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าเธอก็กระโดดชี้พวกมันไปมา ภูเขาในวันที่ท้องฟ้าเปิดที่มีดวงจำนวนมากส่องแสงระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้า ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับองค์หญิงน้อยที่เคยอยู่แต่ในมหาภพแห่งความมืดที่ท้องฟ้าเป็นสีดำมาก

“น้องลิลิมุเห็นตรงนั้นไหม นั้นกลุ่มดาวธนู ส่วนตรงนั้นเป็นกลุ่มดาวหมีใหญ่”

วินดี้ที่ชอบดูดาวมาตั้งแต่เด็กเริ่มแนะนำดาวที่อยู่บนท้องฟ้าทันที ถึงลิลิมุจะไม่รู้ว่าชายหนุ่มชี้ไปดาวดวงไหนก็ตาม แต่ก็เธอก็พยักหน้ารับอย่างน่ารักก่อนจะเข้ามากอดแขนของชายหนุ่มเอาไว้ และชี้ไปยังกลุ่มดาวอีกกลุ่ม

“นั่นล่ะค่ะ พวกมันชื่ออะไรเหรอ”

“นั่นชื่อว่ากลุ่มดาวคันไถครับ”

“เฮ้อ...มันใช่เวลามาดูดาวที่ไหนล่ะ ออกมาได้แล้วซีลอน...”

ชาร์ล็อตส่ายศีรษะไปมากับทั้งสองคนที่ยังดูดาวไม่หยุด ก่อนจะมองไปยังป่าข้างทางและเรียกให้เทพหนุ่มที่ซ่อนตัวอยู่ออกมา

ในตอนนั้นเองร่างของเทพบุตรปีกขาวผู้มีเรือนผมสีแดง ก็เดินออกมาจากทางที่ชาร์ล็อตมองไปอย่างช้าๆ

“ทำไมไม่รีบหนีไป มาจอดรอแบบนี้เดี๋ยวพวกเผ่าจักรกลก็ตามมาทันหรอกครับ”

“ก่อนจะถามอะไร แนะนำตัวสักหน่อยดีกว่า ข้าคือชาร์ล็อต ส่วนหัวฟ้าตรงนั้นชื่อวินดี้”

ชาร์ล็อตพูดกับอีกฝ่ายอย่างเย็นชา ในมือถือคทาเวทมนตร์อันเล็กที่พร้อมจะปล่อยเวทมนตร์ออกมาได้ทุกเมื่อ เช่นเดียวกับเทพหนุ่มที่รวบรวมพลังเตรียมเอาไว้เช่นกัน

“ผมชื่อซีลอน เป็นเผ่าเทพครับ”

“เจ้าน่าจะสัมผัสพลังแห่งความมืดของพวกข้าได้ ทำไมเผ่าเทพถึงช่วยเผ่าพันธุ์แห่งความมืด”

หญิงสาวโดยเน้นเรื่องความแตกต่างของเผ่าพันธุ์ ที่สร้างทำให้พวกเขาเป็นศัตรูกันตามธรรมชาติ สายตาของเธอที่มองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา และพลังเวทมนตร์แห่งความมืดที่เข้ามารวมตัวกันอย่างช้าๆในสถานที่ที่ไร้ผู้คน ก็ทำให้บรรยากาศอึดอัดจนราวกับจะเกิดการต่อสู้ได้ทุกเมื่อ

แต่ในตอนนั้นเองก็มีเสียงใสดังขึ้นทำลายความตึงเครียดในพริบตา

“นี่...ซีลอน ได้เจอกันอีกครั้งแล้วนะ อิอิอิ”

ลิลิมุที่เพิ่งเห็นซีลอนวิ่งเข้าไปหาเขา โดยที่ทั้งชาร์ล็อตและวินดี้ต่างตั้งตัวไม่ทัน แต่คงที่ลำบากที่สุดคงเป็นซีลอน ที่โดนอีกฝ่ายเข้าสวมกอดเอาไว้อย่างร่าเริง

“อะ...เอ่อ...”

เทพหนุ่มถึงกับลืมคำพูดที่จะพูดทั้งหมด เพราะใบหน้าหวานที่เขาเพ้ออยู่จนถึงเมื่อครู่นี้มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

นอกจากนี้เธอยังแนบร่างกายเข้ากับเขาจนรู้สึกถึงความอบอุ่นของเธอได้ ด้วยความที่เขาตัวสูงกว่าเธอพอสมควร และเสื้อเกาะอกของเธอเลื่อนลงไปเล็กน้อย ทำให้เมื่อก้มหน้าลงมามองเธอดวงตาก็อดเหลือบไปมองร่องอกขาวเนียนของอีกฝ่ายไม่ได้ เป็นเหตุให้ใบหน้าของซีลอนกลายเป็นสีแดงเข้ม

“น้องลิลิมุ ทำอะไรแบบนั้นคะ อีกฝ่ายเป็นเผ่าเทพนะ”

ชาร์ล็อตหมดหมาดเย็นชาด้วยความตกใจในทันที ก่อนจะพยายามเข้าไปดึงลิลิมุออกมาจากร่างของอีกฝ่าย

“ก็ลิลิมุชอบซีลอนนี่นา กอดกันก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย แล้วเมื่อกี้ซีลอนก็กอดลิลิมุก่อนไปแล้ว”

ลิลิมุที่กำลังโดนดึงกอดเทพหนุ่มให้แรงขึ้น พร้อมกับเล่าวิธีที่ซีลอนช่วยเธอสงบออกมา ที่ทำให้ปลายไม้คทาของชาร์ล็อตเกิดประกายไฟปะทุออกมาทันที

“นี่แก !!! ล่วงเกินลิลิมุงั้นเหรอ”

“ฟะ...ฟังผมก่อนครับ นั่นเป็นวิธีที่ช่วยให้พลังสงบได้เร็วที่สุดแล้ว”

ซีลอนพยายามชี้แจงเหตุผลสุดชีวิต เขารู้สึกได้ว่าพลังแห่งความมืดของสาวตรงหน้าแผ่ขยายขึ้นมาก ต่างจากเขาที่ในตอนนี้ไม่มีใจจะสู้แม้แต่น้อย เพราะร่างกายของลิลิมุที่มีอำนาจการทำลายมากกว่าโดนรถบรรทุกขนาดใหญ่ชน กำลังแนบสนิทกับเขาอยู่

“น้องลิลิมุปล่อยซีลอนก่อนเถอะครับ แบบนี้ก็คุยกันไม่รู้เรื่องพอดีสิ”

ท่ามกลางเหตุการณ์ที่กำลังตึงเครียด วินดี้รีบเข้ามาห้ามทัพทันที ก่อนจะหันไปพูดกับเด็กสาวที่เอียงคอคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงยอมปล่อยเทพหนุ่ม ที่ทำให้เขาอดถอนหายใจด้วยความโล่งอกไม่ได้ แม้เธอจะเป็นคนทำอะไรตามใจตัวเองอย่างร้ายกาจก็ตาม แต่ยังโชคดีที่เธอเป็นคนมีเหตุผลและว่าง่ายพอสมควร

“แล้วพวกพี่จะคุยอะไรกับซีลอนเหรอคะ”

สาวน้อยเดินออกมาช้าๆด้วยความเสียดาย ขณะเอานิ้วจิ้มเอาไว้ตรงมุมปากที่ห่อเข้าด้วยความเสียดาย แต่สายตาของเธอจ้องแต่เทพหนุ่มตรงหน้า ราวกับจะบอกว่าถ้าคุยเสร็จเมื่อไหร่ เธอจะเข้าไปกอดเขาต่อ

“เฮ้อ...ทำไมเจ้าถึงช่วยพวกเรา แล้วตามมาถึงที่นี่ทำไม มีจุดประสงค์อะไร”

ชาร์ล็อตถอนหายใจยาวให้กับองค์หญิงของเธอ ก่อนจะถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย เธอไม่มีอารมณ์ทำเย็นชากับเขาอีกแล้ว ทว่าซีลอนก็กลับยืนเหม่อราวกับไม่ได้ยินที่เธอถาม จนต้องถามซ้ำอีกรอบ

“นี่ตอบสิ ทำไมถึงช่วยพวกเรา”

“เอ่อ...ครับ ผม...ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ...”

ซีลอนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโดนถามจี้ซ้ำ ก่อนจะตอบอย่างตะกุกตะกัก แต่ดูจากสีหน้าไม่พอใจของหญิงสาวตรงหน้าแล้ว ถ้าเขาไม่ตอบให้ดีกว่านี้คงไม่ดีแน่ จึงพยายามตอบอีกครั้ง

“ผมรู้แต่ต้องช่วยลิลิมุ...”

“ช่วยน้องลิลิมุอย่างนั้นเหรอ”

วินดี้ทวนคำตอบของอีกฝ่ายช้าๆ ราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ จากนั้นเขาก็หันไปมองหน้าชาร์ล็อตที่หันมาสบตากับเขาเช่นกัน

เมื่อชาร์ล็อตเห็นสีหน้าของเด็กหนุ่มก็มีสีหน้าอ่อนลงบ้างเล็กน้อย เพราะคิดว่าบางทีนี่อาจจะเป็นชะตากรรมก็ได้ ที่ทำให้เผ่าหนุ่มที่มีพลังและใบหน้าเหมือนกับราชาอสูรในอดีตไม่ผิดเพี้ยนมาชอบลิลิมุที่ดูเหมือนแม่ของเธอเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีอีกหลายจุดที่ผิดปกติ

“เผ่าเทพที่ช่วยเผ่าแห่งความมืดน่ะ มีโทษร้ายแรงมาก เหตุผลแค่นั้นไม่พอหรอกนะ ยังไงเมื่อกลับไปก็ต้องได้รับโทษหนักแน่นอน”

“ผม...ผม...”

ซีลอนพูดอย่างติดขัดราวกับกำลังลังเลอยู่ ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็ดูหมองลงมาก ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเศร้า

“ผมไม่ต้องกลับไปอีกแล้วล่ะ”

“หมายความว่ายังไง ที่บอกว่าไม่มีที่กลับ”

“เพราะผมเพิ่งหนีออกมาครับ”

วินดี้มองอย่างไม่อยากเชื่อ ปกติแล้วเผ่าอื่นนอกจากมนุษย์จะมีอัตรากำเนิดที่ต่ำมาก ทำให้ประชากรทุกคนล้วนแต่เป็นสิ่งมีค่าทั้งนั้น อย่างพลังของซีลอนที่ถึงขนาดหยุดรถบรรทุกที่วิ่งฝ่ากำแพงได้ในอายุแค่นี้นั้น นับว่ามีพลังสูงมาก จึงน่าจะเป็นบุคลากรที่เผ่าเทพต้องเก็บเอาไว้ให้ดีที่สุด

“...เป็นไปได้เหรอ เพราะอะไร”

“คงเป็นเพราะเส้นผมและพลังของผม”

เทพหนุ่มพูดต่อ ขณะเอามือลูบผมสั้นสีแดงโดดเด่นของเขา ก่อนจะเอามือลงมาระดับอกและเปล่งพลังออกมา

พรึ่บ...

พลังสีแดงห่อหุ้มฝ่ามือของเขาเอาไว้ก่อนจะที่มันจะดับลงอย่างรอดเร็ว ทำให้ชาร์ล็อตลดไม้คทาของเธอลงเช่นกัน

“ของพวกนั้นสวยจะตายไม่ใช่เหรอ ไม่เห็นจะผิดตรงไหนเลยนี่นา”

ลิลิมุเอียงคอถามด้วยความสงสัย คำพูดของเธอทำให้ซีลอนมองเธออย่างตกตะลึง

“พลังของผม สวยอย่างนั้นเหรอครับ”

“อือ สวยสิ แล้วยังดูเท่มากเลยนะ”

สาวน้อยตอบอย่างร่าเริง ที่ยิ่งทำให้อีกฝ่ายอึ้งมากกว่าเดิมก่อนที่สีหน้าของเขาจะค่อยๆเปลี่ยนไป

“คุณเป็นคนแรกเลยนะ ที่ชอบพลังต้องสาปนี้น่ะ”

เทพหนุ่มยิ้มออกมาในที่สุด

“พลังต้องสาป...นายว่าพลังต้องสาปเหรอ”

ชาร์ล็อตทวนคำพูดของอีกฝ่ายด้วยความสงสัย

“ใช่แล้วครับ พวกเขาบอกว่าพลังนี้ของผม เป็นพลังที่เหมือนกับพลังของเผ่าแห่งความมืดมากกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้ผมกลายเป็นเผ่าแห่งความมืด พวกเขาก็เลย...จะประหารชีวิตผม”

ซีลอนกล่าวด้วยสีหน้าเศร้า ในขณะที่ทุกคนต่างมีสีหน้าแปลกใจขึ้นเรื่อยๆ

“เรื่องมันเป็นไงมาไงกันแน่”

ชาร์ล็อตที่เมื่อครู่เอามือป้องปากตัวเองเอาไว้ ถามอีกฝ่ายอย่างตกใจ แม้เรื่องที่เขาพูดจะเชื่อยากก็ตาม แต่การที่ทั้งหน้าตา สีผม และพลังของซีลอนคนนั้น เหมือนกับราชาอสูรในอดีต เมื่อนำมารวมกับเหตุการณ์เมื่อ 200 ปีก่อน ที่นางฟ้าปีกพิสุทธิ์ที่ได้ชื่อว่ามีพลังมากที่สุดในหมู่เทพ ได้แปรพรรคมาอยู่กับเผ่าแห่งความมืด และเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เผ่าแห่งความมืดชนะสงครามครั้งใหญ่ได้แล้ว ก็คงไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะทำทุกอย่างเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

และแน่นอนว่าเผ่าเทพคงปิดปังเรื่องนี้ไม่ให้เผ่าเทพที่เกิดหลังจากเหตุการณ์นั้นรู้เรื่อง ไม่งั้นแล้วคงเกิดความระส่ำระส่ายไปทั่วทั้งอาณาจักร

“ในตอนแรกครอบครัวพยายามปกปิดความผิดปกติของผม”

เทพหนุ่มเริ่มเล่าเรื่องของเขาให้ฟัง เขามีผมและพลังสีแดงมาตั้งแต่เกิด นั่นทำให้พ่อของเขาตกใจมาก ด้วยความที่ทำงานอยู่ในสภาสูงจึงรู้ดีว่าถ้าปล่อยไปแบบนี้ลูกชายของเขาต้องมีอันตรายแน่นอน จึงให้บอกให้ซีลอนไม่ใช้พลังของตัวเองต่อหน้าเทพคนอื่นอย่างเด็ดขาด รวมถึงย้อมผมของเขาให้เป็นสีทองด้วยน้ำยาของมนุษย์ด้วย

“ความลับไม่มีในโลก นายถูกพบใช่ไหม”

“ใช่แล้วครับ...”

วินดี้พอเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีความลับไหนที่จะรักษาไปได้ตลอด ก่อนที่ซีลอนจะเริ่มเล่าต่อว่าน้องชายของพ่อที่ต้องการจะแย่งชิงตำแหน่งในสภาสูงได้เปิดโปงเขาต่อหน้าเทพทุกคน จนถูกตัดสินประหารชีวิตในที่สุด

โดยพ่อของเขารู้ดีว่าลูกชายไม่อาจอยู่ในอาณาจักรเทพได้อีกแล้ว จึงวางแผนจัดงานประหารชีวิตแบบปลอมๆขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนคิดว่าเขาตายไปแล้ว ก่อนจะส่งเข้ามาอยู่ในมหาภพแห่งเสียง

“ดังนั้น ผมจึงไม่มีที่ให้กลับอีกแล้ว”

หลังจากเล่าจบซีลอนก็พูดขึ้นเสียงเศร้า การหนีมายังมหาภพแห่งเสียงนั่นค่อนข้างฉุกละหุก แล้วเขายังเปิดเผยตัวไม่ได้อีกด้วย เพราะไม่งั้นแล้วพ่อของเขาที่อยู่ในอาณาจักรเทพจะเป็นอันตราย

ในตอนนั้นเองลิลิมุก็เข้าไปจับมือทั้งสองข้างของซีลอนเอาไว้ และพูดกับเขาเสียงใส

“นี่..! ๆ ไม่เห็นต้องเศร้าเลย ไปอยู่กับเราก็ได้ บ้านเรามีห้องว่างเยอะเลยรู้รึเปล่า”

“...”

ซีลอนมองสาวน้อยตรงหน้าเขาด้วยความตกตะลึง รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าหวานที่ดูจริงใจ มันดูสวยงามจนกลบแสงจากดวงดาวทั้งหมด หัวใจของเทพหนุ่มเต้นถี่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ได้แต่มองอีกฝ่ายตาไม่กระพริบ

“น้องลิลิมุ...แต่ว่า...”

ชาร์ล็อตคัดค้านในทันที แม้เธอจะคิดเหตุผลไม่ออกแล้วก็ตาม แต่การพาเผ่าเทพไปอยู่ด้วยต้องเป็นเรื่องที่ผิดอย่างแน่นอน

ด้านสาวน้อยก็เข้าไปกอดแขนของซีลอนเอาไว้แนบตัว ก่อนจะหันไปพูดกับชาร์ล็อต

“ซีลอนน่ะ ช่วยเราเอาไว้ตอนที่เราควบคุมพลังไม่ได้นะคะ เพื่อให้การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันสมบูรณ์ เราก็ต้องช่วยเขากลับไม่ใช่เหรอ”

ลิลิมุตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง ที่ทำให้ดูเหมือนแม่ของเธอที่ชอบพูดเรื่องเดียวกันนี้ไม่มีผิด จนชาร์ล็อตได้แต่ยืนอึ้งเพื่อคิดว่าจะพูดอะไรต่อดี แต่วินดี้ก็เข้ามาแตะบ่าและกระซิบเธอเบาๆ

“ถ้าจะจับตามองซีลอนแล้วล่ะก็ ไม่มีที่ไหนเหมาะกว่ามหาภพแห่งความมืดแล้วนะ”

คำพูดของวินดี้ทำให้ชาร์ล็อตคิดอย่างตั้งใจ เพราะในมหาภพแห่งความมืดเผ่าแห่งความมืดอย่างพวกเธอจะมีพลังเพิ่มขึ้นมาก ตรงข้ามกับเผ่าเทพที่จะอ่อนแรงลงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ซีลอนยังมีท่าทีสนใจลิลิมุมาก ถ้าปล่อยให้คาดสายตาล่ะก็อาจจะเกิดเรื่องไม่ดีได้ ดังนั้นควรให้เทพหนุ่มอยู่ใกล้ๆจะดีกว่า

“นะคะ นะคะ พี่ชาร์ล็อต”

เมื่อเห็นว่าชาร์ล็อตเริ่มเห็นด้วย ลิลิมุก็เข้าไปอ้อนอีกฝ่ายอย่างน่ารักทันที นั่นทำให้สาวสวยถอนหายใจยาวออกมาอีกครั้ง

“เฮ้อ...เข้าใจแล้ว ให้ซีลอนไปกับเราก็ได้ แต่ต้องให้เขาจัดการพวกนั้นก่อนนะ”

ชาร์ล็อตอนุญาตในที่สุด ก่อนจะชี้ไปยังถนนที่พวกเธอใช้เดินทางมา ที่ตอนนี้มีแสงไฟหน้าของรถยนต์กำลังมุ่งตรงมาทางนี้

“พวกมันตามมาทันแล้ว ทุกคนรีบหนีเถอะครับ”

ซีลอนเดาได้ทันทีว่าต้องเป็นพวกเผ่าจักรกลที่ตามมาอย่างแน่นอน จึงบอกให้ทุกคนรีบหนีไป ทว่ากลับไม่มีใครขยับเลยแม้แต่น้อย

ด้านวินดี้ก็เริ่มยืดกล้ามเนื้อและกระโดดอยู่กับที่เพื่อเตรียมต่อสู้ พร้อมกับอธิบายให้เทพหนุ่มฟัง

“สู้กับพวกมันตรงนี้ ดีกว่าไปสู้กับพวกมันในเมืองทางเชื่อมต่อเยอะครับ ไม่ต้องกลัวว่าเมืองจะเสียหายด้วย แล้วถ้าไปในมหาภพแห่งความมืด น้องซีลอนคงสู้ได้ไม่เต็มที่ไม่ใช่เหรอ”

“...เข้าใจแล้วครับ”

เทพหนุ่มพยักหน้า เขาเป็นเผ่าแห่งแสงสว่าง ที่จะอ่อนแรงลงมาในมหาภพแห่งความมืด ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาจะไม่ได้พลังสนับสนุนจากกลุ่มก้อนพลังแห่งแสงสว่างอีก และถ้าหากใช้พลังจนหมดขณะอยู่ที่นั่นแล้วล่ะก็ จะต้องตายแน่นอน

“น้องลิลิมุมาหลบหลังพี่ดีกว่า”

ชาร์ล็อตจับมือสาวน้อยให้ไปหลบด้านหลังของเธอ ก่อนจะเหลือบไปมองบลัดที่เอารถไปซ่อนด้านหลังของอาคารห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว แม้แวมไพร์สารถีจะค่อนข้างเป็นคนขี้ขลาดมากก็ตาม แต่เขาจะทำงานที่ถูกจ้างมาอย่างเต็มที่

 

ไม่นานพวกเผ่าจักรกลก็ตามมาถึงรถบรรทุกคันใหญ่ 3 คันมาปิดทางเข้าออกของที่พักนี่ จากนั้นแผ่นโลหะที่ด้านข้างของคอนเทนเนอร์ที่พวกมันลากมาก็เปิดออก เผยให้เห็นหุ่นยนต์จำนวนมากที่โดดลงมาจากรถอย่างพร้อมเพรียงกัน

พวกมันเป็นหุ่นยนต์ขนาดใกล้เคียงกับมนุษย์ที่ทั่วตัวมีเกราะสีเงินแวววับประดับด้วยแผ่นสี่เหลี่ยมเล็กๆสีแดงจำนวนมาก เมื่อรวมที่ออกมาจากรถทั้ง 3 คันแล้วก็มีจำนวนถึง 60 ตัว

วินดี้ที่ยืนอยู่หน้าสุดคู่กับซีลอน ขมวดคิ้วเข้าด้วยกันเล็กน้อย เมื่อ 200 ปีก่อน เผ่าจักรกลมันจะมีแขนขาเป็นทรงกระบอกเล็กๆเหมือนท่อน้ำที่ดูไม่เก่งเท่าไหร่ แต่เห็นได้ชัดว่าหุ่นยนต์จำนวนมากตรงหน้านี้ไม่กระจอกแบบนั้นแน่

“ไม่เหมือนที่เคยเจอเลยแฮะ”

“พวกแกหายไปตั้งสองร้อยปี แล้วกลับมาทำไม”

ซีลอนเรียกพลังสีแดงของมาห่อหุ้มมือเอาไว้เพื่อเตรียมต่อสู้ ก่อนจะต้องเบิกตากว้าง เมื่อหัวลากรถบรรทุกทั้ง 3 คันเปลี่ยนรูปร่างอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นหุ่นยนต์สูงกว่า 3 เมตร ท่อนบนเป็นก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ที่มีแขนกลงอกออกมา 4 ข้าง ส่วนท่อนล่างเป็นขาขนาดใหญ่ 8 ข้างที่มีลักษณะเหมือนแมงมุม

แว่บ...

ในตอนนั้นเองก็มีแสงไฟทรงสี่เหลี่ยมถูกปล่อยออกมาจากส่วนหัวของหุ่นยนต์แมงมุมยักษ์ พวกมันส่องกวาดแสงไปไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ลิลิมุที่แอบอยู่ด้านหลังของชาร์ล็อตแล้วเสียงสังเคราะห์ก็ดังขึ้น

[…พบเป้าหมาย เริ่มทำการจับกุม...]

หยุดเสียงคำสั่งของหุ่นยนต์ตัวใหญ่ หุ่นยนต์ตัวเล็กกว่าก็พุ่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

“เฮ้อ...เสียดายจังที่วันนี้ไม่มีพระจันทร์ แต่ก็ไม่เป็นไร”

วินดี้มองท้องฟ้าก่อนจะถอดถอนหายใจอย่างเสียดาย ก่อนจะเปล่งพลังแห่งความมืดออกมาจากร่าง และเดินสวนกลับเข้าไปหาหุ่นยนต์ที่กำลังวิ่งเข้ามาอย่างสบายๆ

ส่วนทางด้านซีลอนก็มองวินดี้ด้วยความตกตะลึงที่อีกฝ่ายดูไม่กลัวศัตรูที่มีมากกว่าขนาดนี้เลย ก่อนจะคิดว่าองครักษ์ของลิลิมุที่ดูเป็นคนสำคัญมากๆนั้น ไม่มีทางเป็นพวกด้อยฝีมืออยู่แล้ว จึงจดจ่อสมาธิกับการต่อสู้ตรงหน้าก่อน

ปังปังปัง !!!

กองทัพหุ่นยนต์เปิดฉากด้วยการยิงกระสุนปืนจำนวนมากกระจายใส่ทุกคนทันที นั่นทำให้ซีลอนตกใจมากเพราะเขากลัวว่าชาร์ล็อตกับลิลิมุที่อยู่ข้างหลังจะโดนยิงใส่ จึงหันหลังกลับไปมองทันที เมื่อเห็นชาร์ล็อคสร้างกำแพงสีดำมารับกระสุนแทนได้ทันเวลา เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

ในตอนนั้นเองกระสุนปืนนัดหนึ่งก็พุ่งเข้ามาเกือบจะโดนหน้าที่เพิ่งหันกลับมา แต่มือหนาของวินดี้เข้ามาจับกระสุนนัดนั้นเอาไว้ได้ก่อน

หมับ !

“ตั้งใจสู้หน่อยสิครับ ถ้าจะกลับไปกับลิลิมุ อย่างน้อยต้องมีชีวิตรอดให้ได้ก่อนนะ”

ชายหนุ่มยิ้มให้กับอีกฝ่าย ก่อนจะซัดกระสุนปืนในมือกลับเข้าใส่หุ่นยนต์ที่ยิงเข้ามา และพุ่งตัวเข้าประชิดศัตรูอย่างรวดเร็ว อาวุธของวินดี้นั้นคือร่างกายของเขาเอง

กำปั้นปะทะกับผิวโลหะของหุ่นยนต์อย่างแรง ซึ่งตามปกติแล้วฝ่ายที่ควรแหลกไปคือผิวที่อ่อนนุ่มกว่า แต่ด้วยการใช้พลังแห่งความมืดเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง ทำให้ฝ่ายที่แหลกคือหุ่นยนต์ผู้โชคร้าย

ตูม !!!

บริเวณด้านหลังของหุ่นยนต์ตัวนั้นเกิดระเบิดออกอย่างแรง จนกลไกข้างในของมันหลุดกระจายไปทั่ว ซึ่งเกิดจากเทคนิคการต่อสู้ของชายหนุ่ม ที่ผสานระหว่างวิธีการต่อสู้ของมนุษย์ เข้ากับประสบการณ์การเป็นราชองครักษ์กว่า 200 ปี และด้วยความเก่งกาจนี้เองที่ทำให้เขาได้เป็นองครักษ์ประจำตัวของลิลิมุ

ส่วนซีลอนเองก็เป็นถึงเผ่าเทพที่ได้ชื่อว่าเป็นเผ่าที่มีพลังมากที่สุด เขากางปีกสีขาวของตัวเองออกกว้าง ก่อนจะบินขึ้นบนท้องฟ้าและบินฉวัดเฉวียนไปมาอย่างรวดเร็วเพื่อหลบกระสุนปืนที่ถูกยิงมา จากนั้นก็สร้างม่านพลังสีแดงขึ้นป้องกันตัวขณะดิ่งเข้าใส่หุ่นยนต์ตัวหนึ่ง และใช้ฝ่ามือฟันเข้าใส่อีกฝ่ายจนขาดเป็นสองท่อน

“ซีลอน ระวังข้างๆ”

ลิลิมุตะโกนเตือนอีกฝ่าย ขณะที่หุ่นยนต์แมงมุมยิงแสงเลเซอร์สีม่วงขนาดใหญ่ใส่เผ่าหนุ่มที่เข้าไปใกล้ เป็นผลให้เขาต้องกระโดดถอยหลังออกมา พื้นถนนที่แสงนั้นผ่านกลายเป็นรอยไหม้สีดำที่ส่งกลิ่นเหม็น

ทางด้านของชาร์ล็อตที่มองอยู่จากแนวหลัง ก็เรียกอาวุธของเธอออกมาจากอากาศ มันคือไม้คทาขนาดใหญ่ที่ทำจากโลหะสีดำ มีความสูงกว่าผู้ใช้เล็กน้อย จุดเด่นของมันคือหัวคทารู้พระจันทร์เสี้ยวที่ระหว่างปลายทั้งสองด้านของมัน มีสายฟ้าจำนวนมากกำลังปะทุอยู่

“เตรียมตัวกลายเป็นเศษเหล็กได้แล้ว”

สาวสวยพูดอย่างเย็นชาขณะปักไม้คทาของเธอลงกับพื้น ทันใดนั้นเองสายฟ้าขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้าใส่หุ่นยนต์ตัวใหญ่ที่อยู่หน้าซีลอนอย่างจัง แม้พลังที่พวกเผ่าเครื่องจักรใช้จะใกล้เคียงกับพลังสายฟ้าก็ตาม แต่เมื่อพวกมันโดนสายฟ้าระดับนี้เข้าไปก็ทำให้กลไกภายในของพวกมันเสียหายอย่างหนัก

“สู้ๆนะคะทุกคน !!!

ลิลิมุที่แอบอยู่ด้านหลังสุดยกมือขึ้นเชียร์ทุกคนอย่างไม่มีกลัว ที่ทำให้ซีลอนขาดสมาธิเป็นระยะๆ เนื่องจากเป็นห่วงเธอ
--------------------------------------
อ่านแล้วรู้สึกแปลกๆเหมือนกันนะนี่ อิอิ
--------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

558 ความคิดเห็น

  1. #506 Khesith Chewaplaboon (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2556 / 17:12
    ยังไงก็รู้สึกขัดๆกับชื่อ ซีลอนอยู่ดี -*-
    #506
    0
  2. #504 The Memorial (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 00:48
    น่าร๊ากกกกกก ลิลิมุ
    #504
    0
  3. #503 BKHE32 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2556 / 21:06
    การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม นี่สลับบทเชทกับลิลินรึเนี่ย พลังแบบเดียวกับเชทไปอยู่กับเทพแทน ส่วนพลังของลิลิน... ก็อยู่ที่เดิมนั่นแหละ
    #503
    0
  4. #502 Borich (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2556 / 18:57
    อยากจะรู้ว่า ลิลิน ยังเก่งเหมือนเดิมมั้ย 55555
    #502
    0
  5. #501 Thunder Slapt (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2556 / 16:22
    มันส์มากกกกกกกกกก
    #501
    0