Tale of the falling angel : เปิดตำนานนางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 53 : การไล่ล่าของเผ่าจักรกล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 584
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    3 ส.ค. 56

บทที่ 1

การไล่ล่าของเผ่าจักรกล

 

ในซอกตึกของสวนสนุกนั้นเอง ลิลิมุยืนขึ้นอย่างช้าๆและปัดฝุ่นออกจากชุดของเธอ ขณะยิ้มให้กับคนที่กำลังวิ่งเข้ามาอย่างแตกตื่น

“น้องลิลิมุ เป็นอะไรรึเปล่าค่ะ”

หญิงสาวชุดดำคนหนึ่งเข้ามากอดเด็กสาวเอาไว้แน่น พร้อมกับสำรวจว่าเธอบาดเจ็บหรือมีตรงไหนผิดปกติหรือเปล่า เธอเป็นหญิงสาวสวยที่มีผมสีดำขลับยาวจนเกือบลากพื้น ใส่ชุดหนังเกาะอกกระโปรงสั้นหนังสีดำ ที่ทำให้เห็นหน้าอกที่ล้นออกมาเล็กน้อยกับเรียวขายาวขาวสวย ดูเซ็กซี่ไม่เข้ากับสวนสนุกที่เต็มไปด้วยเด็กๆแบบนี้เลย

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ชาร์ล็อต”

“ไม่เป็นอะไรจริงๆเหรอคะ แต่เมื่อครู่นี้...”

ชาร์ล็อตถามอย่างร้อนรน เนื่องจากเธอรู้ดีว่าถ้าลิลิมุควบคุมพลังตัวเองไม่ได้แล้วจะเป็นอย่างไร แต่ในตอนนั้นเองก็มีชายหนุ่มอีกคนเดินมาจับบ่าของเธอเอาไว้

“ใจเย็นๆชาร์ล็อต ยังไงองค์หญิงก็ควบคุมพลังของตัวเองได้แล้วนะ”

“พี่วินดี้คะ บอกแล้วไงว่าให้เรียกว่าน้องลิลิมุ”

ลิลิมุหันไปทำแก้มป่องใส่ชายหนุ่มที่เปรียบเสมือนพี่ชายของเธอด้วยความไม่พอใจ ที่ทำให้อีกฝ่ายหัวเราะออกมาแห้งๆ วินดี้เป็นหนุ่มหล่อร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหล่า ที่ดึงดูดสายตาของทุกคนด้วยผมสีฟ้าสว่างของเขา

“แฮะๆ เข้าใจแล้วครับ น้องลิลิมุ”

“นี่ ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะ นายก็รู้ไม่ใช่หรือไงว่ามันอันตรายแค่ไหน”

ชาร์ล็อตหันมาดุวินดี้ ที่ทำให้คนโดนดุหันกลับมาตอบอย่างจนใจ

“เอาน่า...ยังไงน้องลิลิมุก็ควบคุมพลังตัวเองได้แล้วไม่ใช่เหรอ แล้วยังวิ่งออกมาข้างนอกเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นด้วย”

“เรื่องนั้นก็จริง แต่ถ้าหากควบคุมไม่ได้แล้วจะทำยังไง ไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยนะ ยังไงก็ต้องรายงานเรื่องนี้ให้พี่เชสรู้”

“บะ...แบบนั้นก็แย่สิครับ”

วินดี้ขมวดคิ้วเมื่อหญิงสาวยกชื่อพ่อของลิลิมุที่ขึ้นชื่อเรื่องความหวงลูกขึ้นมา ในตอนนั้นเองเด็กสาวก็เข้ามากอดแขนของชาร์ล็อตเอาไว้แน่น ก่อนจะเอียงคอพูดด้วยท่าทางอ้อนออดดวงตากลมโตมีน้ำตาปริ่มอยู่ๆ

“พี่ชาร์ล็อตคะ แบบนั้นไม่ได้นะคะ เพราะไม่งั้นแล้วเดี๋ยวลิลิมุไม่ได้มาเที่ยวที่มหาภพแห่งแสงอีก แล้วท่านพ่อต้องถามแน่ๆว่าเกิดอะไรขึ้น พี่ชาร์ล็อตกับพี่วินดี้ที่ดูแลลิลิมุก็จะโดนดุไปด้วยนะคะ ลิลิมุไม่อยากให้พวกพี่โดนดุเลย”

เมื่อได้ยินเด็กสาวพูดแบบนี้ ชาร์ล็อตก็นิ่งไปในทันที การที่เธออยู่กับลิลิมุตลอดเวลาแต่กลับปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้นั้น ไม่ว่าดูยังไงก็มีส่วนผิดอยู่ไม่น้อย ก่อนจะมองอีกฝ่ายที่ยังเกาะแขนของเธอแน่นอยู่พักหนึ่งแล้วจึงถอนหายไปออกมา

“...เฮ้อ...เข้าใจแล้ว ทุกอย่างปกติดีไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

“เย้...!!! สำเร็จแล้ว”

เมื่ออีกฝ่ายยอมเด็กสาวก็ถูหน้าของเธอเข้ากับต้นแขนในมืออย่างรักใคร่ ที่ทำให้ชาร์ล็อตอดยิ้มกับส่วนผสมแปลกๆของเด็กสาวคนนี้ไม่ได้ เธอเป็นคนปากตรงกับใจเหมือนแม่ของเธอ แต่กลับขี้อ้อนและเอาแต่ใจเหมือนคุณย่าที่สนิทกันมากไม่มีผิด

“ผมว่าแล้วชาร์ล็อตเอาชนะน้องลิลิมุไม่ได้หรอก”

วินดี้ส่ายหน้าไปมาขณะยิ้มเยาะชาร์ล็อตไปด้วย ไม่ว่าใครในอาณาจักรถ้าเจอลิลิมุทำแบบนี้ก็ล้วนแต่ต้องยอมตามใจเธอทั้งสิ้น จะมีก็แต่แม่ของเธอคนเดียวที่ทนขัดใจเธอได้ ท่าทางของชายหนุ่มทำให้สาวสวยหันมามองด้วยความหมั่นไส้

“ชิ ทำเป็นพูดดี นายเคยชนะน้องลิลิมุได้หรือไง”

“ผมไม่มีความจำเป็นต้องชนะน้องเขานี่ครับ เพราะเราเป็นพวกเดียวกัน ใช่ไหมครับน้องลิลิมุ”

“ใช่แล้วค่ะ พี่วินดี้เข้าข้างลิลิมุตลอดนั่นแหละ”

ลิลิมุที่กอดแขนของชาร์ล็อตอยู่ เอื้อมมือข้างหนึ่งไปกอดแขนของวินดี้ก่อนจะลากเขาเข้ามาใกล้ และยิ้มให้กับหนุ่มสาวทั้งสองสลับกันไปมา

“...เฮ้อ...ใกล้ได้เวลานัดกับคุณบลัดแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ”

เมื่อเห็นว่าเถียงไปก็เปล่าประโยชน์ ชาร์ล็อตจึงถอนหายใจออกมาอีกครั้งและเตือนทุกคนเรื่องเวลากลับ เนื่องจากตอนนี้ก็หัวค่ำแล้วสวนสนุกเองก็ใกล้จะปิดแล้วเช่นกัน ก่อนจะเดินจูงมือลิลิมุไปยังทางออก โดยมีวินดี้เดินตามมาข้างหลัง

 

อีกครั้งที่คนกลุ่มนี้ดึงดูดสายตาของคนจำนวนมากได้ นอกจากหนุ่มหลอสาวสวยที่เธอคู่กันแล้ว ยังมีเด็กสาวอีกคนที่ดูโดดเด่น ลิลิมุเป็นเด็กผู้หญิงที่สวยจนคนที่มองคิดว่าเธอเป็นลูกคุณหนูหรือดาราที่มาเที่ยวสวนสนุก ชุดวันพีชเกราะอกกระโปรงยาวพริ้ว นอกจากทำให้เธอดูน่ารักมากแล้วยังทำให้ขับเน้นรูปร่างเกินวัยของเธอออกมาด้วย

ไม่นานทั้งสามก็มีถึงประตูสวนสนุกที่มีรถคันหนึ่งจอดอยู่แล้ว แม้บนหลังคารถคันนั้นจะมีป้ายบอกว่าเป็นรถแท็กซี่ก็ตาม แต่มันกลับเป็นรถสปอร์ตสีดำที่ดูสมัย กระจกทุกด้านของรถคันนั้นติดฟิล์มทึบจนมองไม่เห็นข้างใน เมื่อเห็นผู้โดยสารกำลังเดินมา สารถีก็เดินลงจากรถไปเปิดประตูให้ต่อหน้าคนจำนวนมากที่มุงดูอยู่ทันที

“เชิญครับ คุณหนู”

“ขอบคุณค่ะ คุณบลัด”

ลิลิมุยิ้มให้กับคนขับรถก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งข้างหลัง ตามมาด้วยชาร์ล็อตที่นั่งข้างหลังเช่นเดียวกัน ส่วนวินดี้ที่ต้องเปิดประตูเองนั่งอยู่ข้างหน้า จากนั้นบลัดก็ปิดประตูรถเบาๆและกลับมาประจำที่ของตนเอง แล้วจึงขับรถออกไปท่ามกลางสายตาจำนวนมากที่มองมาอย่างชื่นชม

 

เมื่อขึ้นรถมาแล้ววินดี้ก็หันไปถามพลขับที่บริการดีผิดปกติทันที

“ปกติคุณบลัดไม่เห็นเปิดประตูให้แบบนี้เลยนี่ครับ”

“แหม...ผมก็อยากบริการลูกค้าประจำของผมบ้างสิครับ”

บลัดตอบอย่างอารมณ์ดี เขาเป็นชายวัยกลางคนที่ใส่แว่นตาดำขับรถ แม้จะข้างนอกจะมืดและฟิล์มรถเป็นสีดำสนิทก็ตาม แต่ด้วยสายพันธุ์ผีดูดเลือดของเขาทำให้ความมืดไม่ใช่ปัญหาในการมองแม้แต่น้อย

ในตอนนั้นชาร์ล็อตก็หัวเราะในลำคออย่างดูถูก

“หึ ต้องการโชว์เท่ล่ะสิไม่ว่า”

“แหม ชาร์ล็อตอย่าพูดแบบนั้นสิครับ นานๆทีก็ขอเท่บ้างสิ”

พลขับถึงกับหน้าชาเมื่อเจอหญิงสาวเปิดโปงความจริง สำหรับคนขับรถอย่างเขาแล้ว จะมีอะไรเท่ไปกว่าการได้เปิดประตูให้องค์หญิงของราชวงศ์แห่งความมืดอย่างลิลิมุ

“แต่คุณบลัดดูเท่จริงๆนะคะ”

ลิลิมุพูดขึ้นอย่างร่าเริงที่ทำให้ใบหน้าขวาซีดของพลขับถึงกับมีสีขึ้นมา เพราะโดนสาวน้อยน่ารักขนาดนี้ชม ก่อนจะต้องกลับมาหน้าซีดอีกครั้งเมื่อได้ยินคำพูดขององครักษ์พิทักษ์องค์หญิง

“ถ้าคิดอะไรไม่ดีล่ะก็ ระวังพี่เชสจะเคาะประตูบ้านนะครับ”

“แต่ก่อนหน้านั้นคงเจอภรรยาทั้งแปดรุมตายก่อนแล้วมั้งคะ”

“แหม...ผมจะคิดอะไรกับคุณหนูลิลิมุได้ล่ะครับ”

บลัดรีบแก้ตัวก่อนจะเป็นเรื่องอะไรมากกว่านี้ แต่ในตอนนั้นเองดวงตาของเขาก็คมกริบขึ้นมากะทันหัน

“ทุกคนรัดเข็มขัด ดูเหมือนเราจะงานเข้าแล้ว”

พลขับพูดขึ้นอย่างใจเย็น ในขณะที่ปรับกระจกหลังและกระจกข้างใหม่

“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ”

ลิลิมุถามขึ้นอย่างสงสัย ขณะที่ชาร์ล็อตกำลังคาดเข็มขัดนิรภัยให้เธอ

“ตอนนี้เป็นเวลาห้ามรถบรรทุกวิ่ง แต่กลับมีรถบรรทุกตามเรามาสามคัน นอกจากนี้ยังไม่สนใจตำรวจที่โบกให้จอดข้างทางด้วย”

บลัดพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ ตอนนี้ที่ด้านหลังมีรถบรรทุกขนาดใหญ่สามคันกำลังขับตามหลังเขามา แม้จะแกล้งขับเข้าถนนย่อยก็ตามแต่อีกฝ่ายก็ตามมาอย่างไม่ลดละ แล้วเขายังสังเกตเห็นไฟหวอของรถตำรวจที่ขับตามหลังรถพวกนั้นมาอีกด้วย

“ไม่น่าเป็นไปได้ การเดินทางของพวกเราเป็นความลับนี่”

ชาร์ล็อตพูดขึ้นอย่างไม่เข้าใจ นอกจากเธอกับวินดี้แล้ว วันนี้ยังมีคนขององค์กรระหว่างภพคอยอำนวยความสะดวกอยู่ ไม่น่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้

“แล้วเผ่าเทพเองก็ไม่น่าจะเคลื่อนไหวกลางเมืองแบบนี้นะครับ”

วินดี้ขมวดคิ้ว ถ้าพูดถึงศัตรูโดยตรงของพวกเขาแล้วล่ะก็ คงหนีไม่พ้นสิ่งมีชีวิตแห่งแสงอย่างเผ่าเทพแน่นอน แต่ทางนั้นก็ยึดหลักไม่เปิดเผยตัวให้มนุษย์รู้เช่นเดียวกัน ทำให้ไม่น่าทำอะไรกลางเมืองที่มีมนุษย์อยู่เป็นจำนวนมากแบบนี้

ด้านพลขับก็สูดหายใจเข้าลึกๆคล้ายกับรวมสมาธิ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นตัว

“เดี๋ยวก็รู้ว่าพวกมันเป็นใคร...”

“ว้าย...!!!

หลังจากที่บลัดพูดจบเขาก็เหยียบคันเร่งรถยนต์ของเขาจนมิด ที่ทำให้ลิลิมุร้องออกมาอย่างตกใจที่โดนแรงเหวี่ยงกดลงกับเบาะอย่างกะทันหัน

 

รถแท็กซี่สปอร์ตออกตัวอย่างรวดเร็วและขับปาดซ้ายขวาไปบนถนนเพื่อทิ้งห่างจากรถบรรทุกที่ตามมาให้มากที่สุด ด้วยกำลังเครื่องยนต์ที่ถูกปรับแต่งมาอย่างดีทำให้ระยะห่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ฟุบ...!!!

ในตอนนั้นเองก็มีเปลวไฟพุ่งออกมาจากท่อไอเสียของรถบรรทุกที่ยื่นยาวมาด้านบน ก่อนที่พวกมันก็เพิ่มความเร็วขึ้นเช่นกัน นั่นทำให้บลัดยิ้มออกมาเนื่องจากรถใหญ่ขนาดนั้นไม่มีทางซอกแซกไปตามช่องว่างระหว่างรถยนต์ได้อย่างเขาแน่นอน แต่เขาก็คิดผิด

โครม !!!

เสียงรถชนกันดังสนั่นมาจากด้านหลัง ที่ทำให้ทุกคนยกเว้นบลัดหันกลับไปมอง แล้วต่างก็ต้องอ้าปากค้างพร้อมกันเนื่องจากรถบรรทุกเหล่านั้นพุ่งชนรถยนต์ที่ขวางอยู่อย่างแรง ก่อนจะดันไปชนรถที่อยู่ข้างหน้าอีกคันและชนต่อกันเป็นทอดๆ แต่ถึงจะมีซากรถกองกันอยู่ด้านหน้าก็ตาม รถบรรทุกพวกนั้นก็ไม่ลดความเร็วลงเลย

ทั้งหมดนั้นทำให้สารถีสรุปได้ว่าศัตรูของพวกเขาเป็นใคร

“รถบรรทุกพวกนั้น เป็นเผ่าจักรกล”

“ทำไมคุณบลัดถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ”

วินดี้หันมาถามแวมไพร์พลขับ เนื่องจากเผ่าจักรกลไม่มีการเคลื่อนไหวมากว่า 200 ปีแล้ว เขาจึงคิดว่าไม่น่าจะใช่

“มนุษย์ยังสร้างเครื่องยนต์ที่มีพลังขนาดนั้นไม่ได้หรอก และก็ไม่มีร่องรอยของการใช้เวทมนตร์ด้วย แล้วไอ้นิสัยฝ่าเข้ามาตรงๆแบบนี้น่ะ มันเป็นเอกลักษณ์ของเผ่าจักรกลชัดๆ”

บลัดตอบ เขาเองก็เป็นอีกคนที่เกิดทันสงครามครั้งใหญ่ระหว่างเผ่าแห่งแสงสว่างกับเผ่าเครื่องจักร ที่เกิดขึ้นเมื่อ 500 ปีก่อน

“พวกมันต้องวางแผนมาเป็นอย่างดีแน่ ถึงโจมตีเราแบบนี้”

ชาร์ล็อตขมวดคิ้วของเธอเข้าด้วยกันขณะที่มองไปด้านหลัง ถ้าใช้เวทมนตร์ของเธอล่ะก็น่าจะทำลายรถบรรทุกเหล่านี้ได้ แต่นั่นจะเป็นการเปิดเผยตัวตนกับเหล่ามนุษย์ที่เป็นข้อห้ามอย่างร้ายแรง ซึ่งการที่อีกฝ่ายทำตัวเป็นจุดเด่นขนาดนี้คงจะแอบใช้เวทมนตร์โจมตีได้ยากมาก ก่อนจะหันมาบอกพลขับ

“คุณบลัดหาทางขับออกนอกเมืองก่อนเถอะคะ”

“กำลังหาทางอยู่”

อีกฝ่ายตอบกลับในทันที เขามั่นใจในความเร็วของรถตัวเองมาก ดังนั้นถ้าออกไปยังนอกเมืองที่มีรถน้อยกว่านี้มากแล้ว ต้องสลัดพวกรถบรรทุกสำเร็จอย่างแน่นอน แต่ทว่าสวนสนุกที่พวกลิลิมุไปเที่ยวมานั้นอยู่ใจกลางเมืองพอดีจึงต้องใช้เวลาสักพัก

ในตอนนั้นเองลิลิมุก็ชี้ไปยังด้านหน้า ที่มีรถจำนวนมากกำลังจอดอยู่บริเวณสี่แยกเพื่อรอสัญญาณไฟอยู่

“เอ่อ...ข้างหน้านั่นไฟแดงรึเปล่าค่ะ”

“บ้าเอ้ย...ทำไมต้องมาตอนนี้ด้วย”

บลัดสบถออกมาอย่างหัวเสีย ตอนนี้เป็นเวลาหัวค่ำที่เป็นเวลาเลิกงานของพวกมนุษย์ ทำให้การจราจรค่อนข้างหนาแน่น แค่การซอกแซกไปตามช่องว่างก็ลำบากมากพออยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงรถจำนวนมากที่จอดสนิทตรงหน้า ซึ่งจะให้ไถรถคันอื่นไปแบบรถบรรทุกพวกนั้นก็คงไม่ไหว

ตึง !!!

ในขณะนั้นเองเหตุการณ์ก็ดูเลวร้ายลงอีก เมื่อมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งลงมายืนอยู่บนกระโปรงหน้ารถ บนตัวของเขามีม่านบางๆที่เป็นเวทมนตร์พรางตาคลุมอยู่

“เผ่าเทพ !!!...นั่นมัน”

วินดี้มองร่างที่อยู่อีกด้านของกระจกหน้าด้วยความตกใจ ปีกสีขาวและการแต่งตัวแบบนั้นเห็นก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นเทพเผ่าอย่างแน่นอน แต่ที่ทำให้เขาตื่นตะลึงมากที่สุดคือใบหน้าและเรือนผมของชายหนุ่มเผ่าเทพคนนี้

ชาร์ล็อตเรียกชื่อชื่อหนึ่งออกมาเบาๆทันทีที่เห็นหน้าของอีกฝ่าย เธอเองก็อยู่ในภาวะตกใจไม่แพ้วินดี้เหมือนกัน

“ซีลอน...”

“เหอะๆๆ นี่มันวันซวยอะไรกันเนี่ย งานนี้ขาดทุนเห็นๆ เลย”

บลัดหัวเราะให้กับความโชคร้ายของตัวเอง ด้านหลังมีเผ่าจักรกลจอมตื้อกำลังวิ่งไล่มา ส่วนด้านหน้ามีเผ่าเทพที่รู้กันดีว่าแข็งแกร่งมาดักหน้าอีก ทว่าเทพหนุ่มกับส่งสัญญาณบางอย่างให้คนขับรถมุ่งหน้าเข้าซอยขนาดเล็กที่บลัดรู้ดีว่าเป็นทางตัน ที่ทำให้พลขับคิดว่าอีกฝ่ายต้องการต้อนพวกเขาให้จนมุมอย่างแน่นอน

คงมีแต่องค์หญิงน้อยเท่านั้นที่ดีใจที่เห็นเผ่าหนุ่มตรงหน้า

“ซีลอนนี่นา คุณบลัดทำตามที่ซีลอนบอกเถอะค่ะ”

“น้องลิลิมุรู้จักเผ่าเทพคนนี้ได้ยังไงเหรอคะ”

ชาร์ล็อตหันมามองสาวน้อยอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ

“เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะค่ะ เราทำตามที่เขาบอกก่อนเถอะ”

ลิลิมุเร่งให้บลัดทำตามที่ซีลอนบอกโดยเร็ว เนื่องจากพวกเขาวิ่งมาเกือบถึงสี่แยกแล้ว นั่นทำให้สารถีตัดสินใจเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆที่อีกฝ่ายชี้ไปทันที อย่างน้อยถ้าอยู่ในที่ที่มีคนน้อยหน่อย น่าจะพอต่อสู้ได้บ้าง

 

ซึ่งทันทีที่เลี้ยวเข้าซอยซีลอนก็ออกบินนำไปทันที ด้วยความเร็วของรถสปอร์ตไม่นานกำแพงอิฐก็อยู่ตรงหน้าของพวกเขาแล้ว ในตอนนั้นนั่นเองก็มีพลังสีแดงอาบมือของเทพหนุ่มที่บินอยู่ด้านหน้า เขาพุ่งเข้าไปใช้มือเปล่าฟันใส่กำแพงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกมันขึ้นเพื่อเปิดทางให้รถของบลัดผ่านไปได้ อีกด้านของกำแพงเป็นซอยขนาดเล็กที่เชื่อมต่อไปยังถนนอีกสาย

“เผ่าเทพช่วยเราอย่างงั้นเหรอ แล้วยัง...”

วินดี้มองการกระทำของเด็กหนุ่มด้วยความตกใจ นอกจากนี้พลังที่เขาใช้ก็ดูเหมือนชายคนหนึ่งในอดีตมากอีกด้วย

“ยังไงก็ช่างเถอะ อย่างน้อยก็น่าจะรอดแล้วล่ะนะ”

บลัดเป่าปากออกมาด้วยความโล่งใจ อย่างน้อยรถของเขาก็ยังไม่มีรอยบุบตรงไหน ซึ่งถ้าวิ่งไปบนถนนเส้นนี้อีกไม่นานก็น่าจะออกนอกเมืองได้

ทว่าเรื่องราวกลับไม่ได้ง่ายแบบนั้น

เอี้ยด...โครม !!!

เสียงล้อบดกับถนนดังมาแต่ไกล ที่มาพร้อมกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ 2 คันที่เลี้ยวเข้ามาในถนนขนาด 4 เลนที่ไม่มีเกาะกลางแห่งนี้ แต่ด้วยน้ำหนักที่มากทำให้พวกมันแหกโค้งพุ่งกระแทกกับอาคารที่อยู่บริเวณทางแยกอย่างแรงจนจมลงไปในอาคาร

“ฮ่าฮ่าฮ่า...สมน้ำหน้า...”

บลัดหัวเราะเยาะอีกฝ่ายได้ไม่นานก็ต้องหยุดทันที เมื่อรถบรรทุกพวกนั้นวิ่งออกมาจากซากอาคาร โดยมีรอยบุบแค่เล็กน้อยเท่านั้น

“คุณบลัดรีบออกไปดีกว่า เดี๋ยวก็เจอตามทันหรอก”

ชาร์ล็อตเร่งอีกฝ่ายขณะเริ่มรวบรวมพลังเวทมนตร์ของเธอใส่ในคทาขนาดเล็ก ถ้าหากหนีไม่ทันจริงๆก็ต้องหันกลับมาสู้แม้จะต้องเปิดเผยตัวก็ตาม เพราะความปลอดภัยของลิลิมุนั้นสำคัญที่สุด

“หึ คิดว่ากำลังพูดอยู่กับใคร ข้าคือบลัดคนขับรถแท็กซี่ที่มีประสบการณ์เกือบพันปีเลยนะ”

แวมไพร์พูดขึ้นอย่างภูมิใจในหน้าที่การงานของตัวเอง ที่แม้จะผ่านไปกว่า 800ปีก็ยังเป็นคนขับแท็กซี่เหมือนเดิม ก่อนจะเหยียบคันเร่งจนมิด สั่งให้รถคู่ใจคันล่าสุดของเขาพุ่งทะยานไปบนถนนอย่างรวดเร็ว ครั้งนี้โชเฟอร์สายพันธุ์แวมไพร์ถึงขนาดขับย้อนศรสลับกับเลนของตัวเอง เพื่อออกไปจากเมืองให้เร็วที่สุด

ด้านของรถบรรทุกขนาดใหญ่ทั้งสองคันก็วิ่งกินพื้นที่คันละสองเลน เพื่อกันไม่ให้เหยื่อของมันวิ่งสวนกลับไปได้ ไม่ว่าพวกมันจะผ่านไปทางไหนก็ล้วนแต่สร้างความเสียหายจำนวนมาก

“เอ่อ...เมื่อเกือบพันปีก่อนมีรถยนต์แล้วเหรอค่ะ”

ลิลิมุถามขึ้นด้วยความสงสัยอย่างผิดเวลา ที่ทำให้คนขับรถถึงกับเกือบลืมหักหลบรถตู้คันใหญ่ ตอนนี้รถบนถนนเริ่มน้อยลงแล้วคงเป็นเพราะองค์กรเริ่มทำงานของพวกเขา ด้วยการกันมนุษย์ออกไปให้มากที่สุดแล้ว

“เอ่อ...เมื่อก่อนผมก็ขับพวกเกวียนเทียมม้าอะไรงี้น่ะ”

บลัดตอบอย่างเศร้าๆ เพราะรู้สึกว่าเกวียนมันไม่เท่แม้แต่น้อย ก่อนจะพยายามเปลี่ยนเรื่องทันที

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ยังไงตอนนี้เราจะออกจากเมืองแล้ว”

เขาชี้ไปยังข้างหน้า ที่เป็นทางด่วนที่ทอดยาวไกลออกไป ซึ่งในตอนนี้แทบไม่เหลือรถยนต์ของมนุษย์อีกแล้ว เนื่องจากถูกองค์กรกันออกไป เพื่อให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด

ตูม !!!

“พวกมันทำถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”

เสียงระเบิดดึงความสนใจของวินดี้ไปด้านหน้า ก่อนจะเห็นรถบรรทุกคันหนึ่งพุ่งออกจากกำแพง แค่เห็นก็รู้ว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาขวางถนนอย่างแน่นอน แต่ในตอนนั้นเองร่างที่มีปีกสีขาวขนาดใหญ่ก็บินลงมาอย่างรวดเร็ว และดันรถบรรทุกคันนั้นเอาไว้ ทำให้พอเหลือทางให้ไปได้

“ซีลอนอีกแล้วเหรอ แย่แล้ว !!! คุณบลัดเร็วเข้า !!!

ชาร์ล็อตมองเทพหนุ่มที่ปรากฏมาช่วยพวกเธออีกครั้ง ก่อนจะสังเกตเห็นว่าช่องว่างนั้นกำลังแคบลงเรื่อยๆ เนื่องจากซีลอนไม่อาจสู้พลังเครื่องยนต์ของอีกฝ่ายได้ จึงตะโกนบอกคนขับรถเสียงดัง

ด้านบลัดที่รู้ความเร็วรถของเขาดีก็ยิ้มออกมา ก่อนจะเอื้อมมือไปจับคันโยกอะไรบางอย่างที่ติดอยู่หลังพวงมาลัย

“เอาหลังพิงเบาะเอาไว้ นี่อาจจะรุนแรงหน่อย”

แวมไพร์หนุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้น ก่อนจะดึงคันโยกนั่นเข้ามา ที่ทำให้ก๊าซเร่งการเผาไหม้ถูกฉีดเข้าไปในลูกสูบของเครื่องยนต์ พร้อมๆกับเร่งการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าที่เสริมแรงอีกต่อหนึ่ง ผลที่ออกมาคือรถของเขาเพิ่มความเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน ที่ทำให้ผู้โดยสารทุกคนโดนแรงเหวี่ยงกดติดกับเบาะนั่งอย่างแรง

รถสปอร์ตสีดำพุ่งผ่านช่องว่างที่เหลือเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว หลังจากนั้นเพียงพริบตาซีลอนก็ฉากตัวออกมาปล่อยให้รถบรรทุกคันใหญ่พุ่งชนกำแพงที่อยู่อีกด้าน และกลายเป็นอุปสรรคที่ขวางรถบรรทุกอีกสองคันที่พุ่งชนพวกเดียวกันอย่างแรง
------------------------------------
สงสัยว่าจะได้เลื่อนออกแล้วแงๆ จากเดือน 10 เป็นเดือน 11 T^T ผมเศร้าจริงๆนะเนี่ย
------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

558 ความคิดเห็น

  1. #500 iipangii (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2556 / 12:57
    ย่าหรือยายคะ นึกว่าแม่พระเอกตายไปแล้วซะอีก
    #500
    0
  2. #499 divine01 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 22:03
    นึกว่าจะไม่ได้อ่านแล้วนะนี่นะ
    #499
    0
  3. #498 The Memorial (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 11:59
    ทรานฟอมเมอ 555
    #498
    0
  4. #497 Deva light (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 10:22
    ไม่เป็นไรคร้าบเลื่อนนิดๆหน่อยๆไม่เป็นไรหรอกคร้าบยังไงๆผมก็รอได้ สู้ๆนะครับจะติดตามผลงานของไรเตอร์ไปทุกๆอย่างเลย
    #497
    0