Tale of the falling angel : เปิดตำนานนางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 2 : การหลบหนีที่แสนเปิดเผย Final

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,990
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    1 เม.ย. 56

ตอนที่ 2

การหลบหนีที่แสนเปิดเผย

 

เชสตื่นขึ้นมาในสวนแห่งเดิม คงเป็นเพราะว่าเวทมนตร์ที่นางฟ้าคนนั้นร่ายเอาไว้หมดฤทธิ์ลงแล้ว เขาจึงขยับได้อย่างอิสระอีกครั้ง แสงแดดที่ส่องผ่านช่องสี่เหลี่ยมด้านบนลงมาที่ตัวเขา ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าเป็นเวลาเช้าแล้ว การหลบหนีคงต้องรอให้มืดเสียก่อน

แอ๊ด...

ไม่นานประตูบนกำแพงก็เปิดขึ้นอีกครั้ง เผยให้เห็นหญิงสาวที่มีปีกสีขาวใหญ่อยู่ที่กลางหลัง เดินออกมาพูดกับเขา

“เข้ามา”

“เอ่อ...จะดีเหรอครับ ถ้าถูกคนอื่นเห็นเข้าจะทำยังไง”

เชสคิดว่าการที่ปีศาจเดินดุ่มๆ เข้าไปในคฤหาสน์ที่น่าจะมีเหล่าเทพเต็มไปหมดเป็นเรื่องที่เหมือนกับการฆ่าตัวตาย แต่เธอเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์โดยไม่ตอบกลับ ทำให้ไม่มีทางเลือกนอกจากตามเธอเข้าไป

 

ภายในนี้ผิดจากที่คาดเอาไว้มาก แม้จะได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา แต่มันกลับไร้ชีวิตชีวาอย่างน่าเศร้า ข้าวของทุกอย่างเป็นสีเทาหมองๆ ไร้สีสัน บนกำแพงทุกด้านมีตู้หนังสือขนาดใหญ่ ที่แต่ละใบมีหนังสือวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่สิ่งที่น่าแปลกใจที่สุด คือที่อยู่ของตระกูลใหญ่แห่งอาณาจักรเทพ กลับมีนางฟ้าผมทองตรงหน้าเพียงคนเดียว

“คุณอยู่คนเดียวเหรอครับ แล้วคนอื่นไปไหนหมด”

นางฟ้าคนนั้นหันหลับมามองหน้าเชสอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตอบคำถามของปีศาจหนุ่ม

“นั่นเกี่ยวข้องกับข้อแลกเปลี่ยนระหว่างเราอย่างไร”

คำตอบของเธอทำให้เชสนึกขึ้นได้ว่าเรื่องสำคัญของเขาคืออะไร

“แฮะๆ นั่นสิครับ ตอนนี้เราควรหาทางออกจากอาณาจักรเทพก่อน แต่น่าจะรอให้มืดก่อนดีกว่าครับ ผมจะได้ใช้ความสามารถพรางตัวออกไปได้”

เชสเริ่มวางแผนคร่าวๆ เอาไว้ในใจ พลางคิดถึงเส้นทางที่เขาใช้ลอบเข้ามาเพื่อใช้เป็นแนวทางในการหลบหนี อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดคงเป็นประตูเมืองของอาณาจักรเทพ ที่มีทหารยามเฝ้าอยู่เต็มไปหมด ซึ่งกว่าที่เขาจะลอบเข้ามาได้นั้นก็ต้องซุ่มอยู่นานพอสมควร

“ไม่จำเป็นต้องรอ เราจะออกไปกันตอนนี้เลย”

เธอตอบแบบง่ายๆ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูบานใหญ่บานหนึ่ง เชสคิดว่าภายในคฤหาสน์แห่งนี้น่าจะมีทางออกลับที่ไหนสักแห่งที่นำออกไปยังด้านนอกประตูเมือง เขาจึงเดินตามเธอไปอย่างไม่ลังเล

“...”

แต่ภาพด้านหลังประตูทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออก เพราะประตูที่หญิงสาวเปิดออกนั้นคือประตูหน้าของคฤหาสน์แห่งนี้ แล้วเธอยังก้าวเดินออกไปอย่างไม่ลังเลเลยด้วย

หมับ !

เชสรีบคว้ามือคนตรงหน้าเอาไว้ก่อนจะดึงเธอกลับเข้ามาในคฤหาสน์ทันที เขาคิดว่าโชคดีมากที่ทหารยามที่เฝ้าอยู่หน้าประตูรั้วไม่ทันสังเกตถึงความผิดปกติ

“คุณจะทำอะไรของคุณ ถ้าเจอทหารยามเข้าจะทำยังไง ผมบอกแล้วว่าต้องรอให้มืดก่อนถึงจะออกไปได้”

เชสพูดพลางขมวดคิ้ว ในใจเขาได้แต่คิดว่าหรือว่านางฟ้าคนนี้จะผิดข้อตกลง ก่อนจะรู้สึกตัวว่าตอนนี้ใบหน้าสวยของเธออยู่ใกล้เขามากเกินไปแล้ว หัวใจที่เต้นถี่อย่างกะทันหันทำให้เขารีบปล่อยมือในทันที

“จะออกก็ต้องไปที่ทางออก”

เธอขณะดวงตาสีทองกลมโตมองมาที่หน้าของเขาตาไม่กะพริบ แม้ดวงตาและใบหน้าของนางฟ้าสาวคนนี้จะสวยงามน่ามองแค่ไหน แต่เขากลับรู้สึกว่าภายในของคนตรงหน้านี้มีแต่ความว่างเปล่า แม้เขาเพิ่งจะรู้จักเธอเมื่อวาน แต่เขาไม่เคยเห็นเธอแสดงอารมณ์อะไรออกมาเลย ปีศาจหนุ่มจึงพยายามสงบจิตใจของเขาก่อนจะค่อยๆ พูดกับเธอ

“คุณแบบเดินออกไปแบบนี้มันอันตรายนะครับ ถ้าเกิดทหารยามมาเจอเข้าจะทำยังไง”

“การที่ท่านเอาชีวิตมาเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน ทำให้ชีวิตของท่านตอนนี้เป็นของเรา เราจะไม่ให้คนอื่นเอามันไปเด็ดขาด ดังนั้นมันจึงไม่อันตรายเพราะเราจะปกป้องท่านเอง”

สาวน้อยตอบชายหนุ่มด้วยเสียงไร้อารมณ์เป็นเอกลักษณ์ของเธอ การที่เขาเอาชีวิตมาฝากเอาไว้เพื่อเป็นสิ่งค้ำประกันนั้น ทำให้เธอต้องคอยปกป้องเขาเป็นธรรมดา

ในตอนแรกที่ได้ยินว่านางฟ้าสาวจะปกป้องเขาปีศาจหนุ่มเกือบหลุดขำออกมา ก่อนจะกลืนน้ำลายคำใหญ่ลงคอเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ทำให้คิดว่าบางทีเธออาจจะพูดจริงก็ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพาเธอออกไปจากที่นี่ให้ได้ ทำให้คงต้องหวังพึ่งความสามารถเฉพาะตัว

“อยู่นิ่งๆ นะครับ”

ชายหนุ่มพูดก่อนจะเดินไปยังเงาของหญิงสาว แล้วค่อยๆ จมหายลงไปในนั้น เนื่องจากเขาเป็นเผ่าผู้ย่ำเงา ทำให้สามารถเข้าไปอยู่ในเงาได้โดยไม่เกี่ยวกับขนาด ด้วยความสามารถนี้เองที่ทำให้เขาหลบซ่อนเข้ามาในอาณาจักรเทพได้ แต่การเข้าไปในเงาทั้งตัวในเวลากลางวันแบบนี้ต้องใช้พลังแห่งความมืดสูงกว่าปกติ จึงอาจถูกตรวจจับได้ง่าย อันเป็นเหตุให้เขาไม่อยากใช้มันเท่าไหร่ ไม่นานเสียงของชายหนุ่มที่เบาพอๆ กับเสียงกระซิบ ก็ดังขึ้นที่ข้างหูของนางฟ้าสาว

“แบบนี้น่าจะหลบเลี่ยงได้บ้างนะครับ”

นางฟ้าสาวไม่ตอบอะไรก่อนจะเดินไปเปิดประตูและออกไปอีกครั้ง แม้จะคิดว่าสิ่งที่ปีศาจหนุ่มทำมันไร้ประโยชน์มากก็ตาม เพราะสุดท้ายเธอก็ต้องปล่อยพลังของตัวเองออกมากลบไอพลังแห่งความมืดของเขา

เมื่อเธอเดินไปถึงประตูรั้ว ทหารยามคนหนึ่งก็เข้ามาหาเธอทันที และถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

“คะ...คุณลิลินจะไปไหนเหรอครับ”

“...”

แต่หญิงสาวไม่ตอบคำถาม เธอเดินต่อไปยังถนนใหญ่ไปยังจุดหมายของเธอ ทำให้ทหารยามคนนั้นทำท่าเหมือนจะมาขวางเอาไว้ แต่เพื่อนของเขารีบห้ามไว้ด้วยความรวดเร็ว

“นายไม่มีทางหยุดเธอได้หรอก ตอนนี้รีบติดต่อคุณเกเบรียลก่อนดีกว่า ว่านางฟ้าแห่งชะตากรรมมีการเคลื่อนไหวแล้ว”

 

ตอนที่ทหารยามเรียกนางฟ้าสาวเอาไว้ เชสที่แอบอยู่ในเงาของเธอก็ตกใจมาก เพราะคิดว่าถูกพบเสียแล้ว แต่ก็ต้องแปลกใจที่เห็นทหารยามคนนั้น กลับตกใจที่เห็นหญิงสาวเดินออกมาจากบ้านมากกว่า ซึ่งชื่อที่หญิงสาวถูกเรียกนั้น ทำให้เขารู้ว่าเธอต้องมีอะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกับแม่ทัพใหญ่ เพราะเทพมักจะตั้งชื่อเชื้อสายของตนให้เหมือนกัน ถ้าเขาเดาไม่ผิด เธอต้องเป็นลูกสาวของแม่ทัพใหญ่คนนั้นอย่างแน่นอน

ระหว่างที่ลิลินเดินไปในเมืองที่เต็มไปด้วยเหล่าคนมีปีก เชสก็เห็นสิ่งที่หญิงสาวมีต่างจากคนอื่นทันที เมื่อเทียบกันแล้วปีกของลิลินมีขนาดใหญ่กว่าเผ่าเทพคนอื่นมาก นอกจากนี้มันยังมีสีขาวบริสุทธิ์ราวกับส่องแสงได้ ผิดกับปีกสีขาวของเทพคนอื่นที่ดูหมองเล็กน้อย ซึ่งก็ไม่น่าแปลกเท่าไหร่เพราะเชื้อสายแม่ทัพของเธอย่อมต้องมีอะไรพิเศษอยู่แล้ว

“นั่น...ดูนั่นสิ นั่นคุณลิลินนี่นา”

“ใช่จริงๆ ด้วย พวกทหารทำอะไรอยู่ ทำไมถึงปล่อยให้ นางฟ้าแห่งชะตากรรมออกมาเดินอยู่ข้างนอกแบบนี้ เดี๋ยวก็ซวยกันหมดหรอก”

เหล่าเทพที่มองมายังลิลินต่างหันไปกระซิบกับคนข้างๆ ปฏิกิริยาของพวกเขามีหลากหลายมาก บ้างตื่นตกใจ บ้างมองอย่างหวาดกลัว บ้างมองด้วยสายตาอิจฉา แต่ไม่มีใครเลยที่จะเข้ามาคุยกับเธอ นอกจากนี้ยังถอยออกห่างราวกับกลัวนางฟ้าคนนี้ด้วย ซึ่งเชสติดใจคำว่า “นางฟ้าแห่งชะตากรรม” เป็นพิเศษ แม้เขาจะไม่เคยได้ยินมันมาก่อนเลยก็ตาม

 

ในตอนนั้นเองก็มีเรียกลิลินเสียงดัง ก่อนที่คนเรียกจะบินข้ามหัวมาดักหน้าทั้งสองคนเอาไว้

“ช้าก่อน !!! ลิลินคู่หมั้นข้า ท่านจะไปที่ใดให้ข้าร่วมเดินทางไปด้วยได้หรือไม่”

ชายหนุ่มหน้าตาคมคายตัดผมสั้นแบบทหาร ใส่ชุดเกราะโลหะสีเงินลายทองดูหรูหรา เข้ามาขวางหน้าพวกเขาเอาไว้ พร้อมกับกองทหารกองหนึ่งที่มีจำนวนเกือบ 30 คน แม้เทพหนุ่มคนนี้มีปีกที่สวยงาม แต่ยังไม่อาจเทียบกับปีกของนางฟ้าที่หยุดเดินทันทีที่เห็นชายคนนี้ได้

“ไม่ได้”

หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเช่นเดิมโดยไม่ต้องคิด การแลกเปลี่ยนครั้งเกิดขึ้นระหว่างเธอกับปีศาจหนุ่มเท่านั้น จึงไม่อาจให้คนอื่นมาร่วมเดินทางได้ นอกจากนี้เธอยังพิจารณาแล้วว่าอีกฝ่ายที่เป็นหัวหน้ากองอัศวินที่ 1 นั้นน่าจะเป็นอุปสรรคเสียมากกว่า

“ถ้างั้นบอกข้าเกเบรียลได้หรือไม่ ว่าท่านจะเดินทางไปที่ใด”

แม้จะถูกคู่หมั้นของเขาตอบอย่างไร้เยื่อไย แต่เทพหนุ่มคนนี้รู้เหตุผลดี ลิลินถูกเลี้ยงดูมาด้วยวิธีที่ค่อนข้างพิเศษเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ทำให้เธอเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดของเขา จึงต้องปฏิบัติกับเธออย่างนุ่มนวลแต่ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ยืนยันคำเดิม

“ไม่ได้”

“หืม...ดูเหมือนว่าวันนี้ท่านจะปล่อยพลังออกมามากกว่าปกตินะ”

ด้วยความที่เกเบรียลรู้จักลิลินดีมาก จึงรู้สึกผิดสังเกตเมื่ออยู่ๆ นางฟ้าสาวผู้ควบคุมพลังของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์กลับปล่อยพลังออกมาจากตัวมากกว่าปกติ แสดงว่าต้องปิดบังอะไรอยู่เป็นแน่ ซึ่งจุดที่น่าสงสัยที่สุดคงเป็นเงาที่ผิดรูปร่างไปเล็กน้อย

ทำให้เขาชักดาบที่เหน็บเอาไว้ที่ข้างเอวออกมา แล้วพุ่งเข้าใส่นางฟ้าที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ในขณะที่อีกฝ่ายก็หลบด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย โดยเธอเคลื่อนตัวหลบมากกว่าปกติเพราะรู้ว่าจุดมุ่งหมายของดาบเล่มนั้นคือเงาที่ปีศาจหนุ่มซ่อนอยู่ จึงต้องให้เงาของเธอหลบการโจมตีให้พ้นด้วย

“เชอะ เจ้าปีศาจชั้นต่ำออกมาซะ ต่อให้มีพลังแห่งแสงสว่างมากลบก็ไม่อาจลบกลิ่นเหม็นเน่าของเจ้าได้หรอก !!!

แว่บ !

เกเบรียลตะหวาดเสียงดัง ขณะที่ดาบของเขาส่องแสงสว่างจ้าออกมาลบเงาของหญิงสาวบนพื้น เป็นการบังคับให้คนที่ซ่อนตัวอยู่ต้องออกมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 “ชิ”

เชสที่ถูกบังคับให้เปิดเผยตัวเดาะลิ้นด้วยความไม่พอใจ เขาค่อนข้างมั่นใจในการพรางตัวของเขามาก เมื่ออีกฝ่ายดูออกง่ายๆแบบนี้ ก็คงแสดงว่าคงไม่ได้มีดีแต่ท่าทางซะแล้ว

“ว้าย !!! นั้นปีศาจนี่ หนีเร็ว”

“ตายแล้ว !!! หนีเร็วเข้า”

เหล่าเทพที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ เมื่อเห็นปีศาจอันเป็นปริปักษ์กับพวกเขาปรากฏตัวออกมา ก็เกิดการแตกตื่นครั้งใหญ่ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีเลยสักครั้งที่จะมีปีศาจปรากฏตัวขึ้นกลางอาณาจักรเทพแบบนี้

“ทุกคนอยู่ในความสงบ ปฏิบัติตามคำแนะนำของทหาร ปีศาจตนนี้ ข้า...เกเบรียล หัวหน้ากองอัศวินที่หนึ่ง จะจัดการมันเอง”

เกเบรียลตะโกนขึ้นเสียงดัง ก่อนที่ทหารติดตามของเขามาจะช่วยกันอพยพเหล่าเทพที่มีพลังต่ำให้ออกจากพื้นที่ก่อน โดยเหลือแต่เขากับทหารบางส่วนเพื่อรับมือกับเผ่าพันธุ์แห่งความมืดตรงหน้านี้

“แม้คำโกหกของเจ้าจะสามารถหลอกลวงคู่หมั้นของข้าได้ แต่อย่าคิดว่าข้าจะหลงเชื่อ เตรียมตัวตายซะ”

เกเบรียลสะบัดดาบของเขาไปมาอย่างสง่างาม ตำแหน่งหัวหน้ากองอัศวินของเขามีหน้าที่หลักเพื่อปกป้องเมื่ออยู่แล้ว ถ้าหากปราบปีศาจที่ปรากฏตัวขึ้นในเมืองได้ ก็จะเป็นผลงานที่เปรียบเสมือนขั้นบันไดไปสู้การเป็นสภาสูงของอาณาจักร

“เออ ใช่แล้ว ข้าหลอกลวงนางฟ้าคนนี้มาเอง แล้วจะทำไม”

เชสที่เห็นว่าเมื่อถูกจับได้ ก็คิดว่าคงไม่มีโอกาสได้พาสาวน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆ ไปยังมหาภพแห่งความมืดแล้ว รับความผิดทั้งหมดเอาไว้ด้วยตัวคนเดียว เพื่อให้ลิลินไม่ต้องมารับผลของความผิดในครั้งนี้

“มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ตายซะ!!!

เกเบรียลปล่อยพลังสีขาวออกมาจากมือเข้าใส่ปีศาจตรงหน้า แต่ก็พลาดเมื่อเป้าหมายกลิ้งตัวหลบอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามตำแหน่งหัวหน้าอัศวินที่ 1 ของเขาก็ได้มาเพราะฝีมือของเขาเองด้วยส่วนหนึ่ง พลังที่ปล่อยออกมาเมื่อครู่นี้เป็นแค่ตัวล่อเท่านั้น เนื่องจากปีศาจและคู่หมั้นของเขาอยู่ใกล้กันมาก จึงต้องแยกทั้งสองออกจากกันก่อน ดาบสีเงินด้ามจับสีทองฟันจากบนลงล่างเข้าใส่ ปีศาจสีดำตรงหน้าที่คุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ด้วยความรวดเร็ว

ซึ่งเชสรู้ดีว่าเมื่อถูกจับได้ก็คงไม่เหลืออนาคตแล้ว เขาจึงไม่ต่อต้านเพราะไม่อยากให้เหล่าเทพมองเผ่าพันธุ์แห่งความมืดเลวร้ายไปกว่านี้ ในขณะที่ความตายกำลังเข้ามาใกล้นั่นเอง

แกร็ง !!!

ใบเคียงยาวเข้ามารับอาวุธของเทพหนุ่มเอาไว้อย่างง่ายดาย ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของทันที

“นี่เจ้า”

เกเบรียลมองคู่หมั้นของเขาด้วยความตกตะลึง ด้วยสิ่งที่พวกเขายัดเยียดใส่เธอผ่านหนังสือจำนวนมาก ไม่มีทางที่เธอคนนี้จะปกป้องปีศาจเด็ดขาด ก่อนที่ลิลินจะสะบัดเคียวผลักเอาดาบของอีกฝ่ายออกไป และบอกเหตุผลด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์

“ชีวิตของปีศาจตนนี้ นอกจากเราแล้วใครก็เอาไปไม่ได้”

“แบบนี้คุณจะติดร่างแหไปด้วยนะ”

เชสเองก็ตกใจไม่แพ้เกเบรียลที่นางฟ้าเข้ามาขวางเอาไว้แบบนี้ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมามองเธออีกครั้ง ก็เห็นแต่เคียวสีขาวที่ถูกปักเอาไว้บนพื้นกำลังกลายเป็นละองงแสงหายไป โดยไม่มีวี่แววของเจ้าของของมันแม้แต่น้อย

“เผ่าเทพจะไม่มีวันผิดข้อตกลงที่ให้ไว้เด็ดขาด”

เสียงของลิลินดังขึ้นที่ด้านหลังของปีศาจหนุ่ม แต่ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับไป นางฟ้าสาวก็ยื่นมือมากอดเอวของเชสเอาไว้แน่นก่อนแล้ว

“นี่คุณจะทำอะไร!!!

ผู้ย่ำเงาตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ๆ นางฟ้าที่สวยจนเวลามองแทบหยุดหายใจ เข้ามากอดเขาเอาไว้จากด้านหลัง ร่างกายของเธอแนบสนิทกับหลังของเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ลมหายใจเบาๆ ที่กระทบต้นคอของเขา ทำให้ใบหน้าขาวซีดกลายเป็นสีแดงขึ้นมาได้

“นี่เจ้า!!!

เกเบรียลมองภาพด้วยความเดือดดาล เขาเป็นถึงคู่หมั้นของลิลินแท้ๆ แต่ที่ผ่านก็เพิ่งได้แค่จับมือเธอแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

“กัดฟันเอาไว้”

ลมหายใจที่มาพร้อมกับเสียงหวานดังปะทะกับใบหูของเชสในระยะประชิด ทำให้หัวใจของปีศาจหนุ่มเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ในพริบตาต่อมาลิลินก็กางปีกของเธอออก

พรึ่บ !

ปีกสีขาวบริสุทธิ์ทำเหล่าทหารและเทพที่กำลังหนีหันมาเหม่อมองมันโดยพร้อมกัน แม้พวกเขาจะเคยเห็นเธอมาบ้างแต่ไม่เคยเห็นตอนที่กางปีกออกสุดแบบนี้เลย จนทหารคนหนึ่งเผลอหลุดปากพูดชื่อปีกของนางฟ้าสาวออกมา

“ปีกพิสุทธิ์”

ฟับ !

ปีกกว้างนั้นกระพือเพียงแค่ครั้งเดียว ก็สามารถยกร่างของทั้งสองคนให้ลอยขึ้นอย่างง่ายดาย

ฟับ !

เมื่อกระพือเป็นครั้งที่สอง พวกเขาทั้งสองก็พุ่งไปยังประตูเมืองอย่างรวดเร็ว เชสคิดว่าด้วยความเร็วขนาดนี้ไม่นานพวกเขาต้องไปถึงประตูเมืองแน่ แต่ว่าทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น

“ส่งสัญญาณฉุกเฉินเร็วเข้า อย่าให้นางฟ้าแห่งชะตากรรมออกไปจากเมืองนี้ได้ คำทำนายนั่นต้องไม่เป็นจริง โจมตีได้เลย ข้าจะรับผิดชอบเอง”

เกเบรียลคำรามออกมาเสียงดัง ที่ทำให้เหล่าทหารต่างชูดาบของตัวเองขึ้นฟ้า ลูกพลังสีแดงจำนวนมากถูกปล่อยออกมาจากดาบของเหล่าทหาร เป็นสัญญาณที่ส่งถึงยามเฝ้าประตูเมืองว่าให้จัดการทุกคนที่พยายามจะออกจากเมือง ก่อนที่จะกางปีกของตนออกและบินตามเป้าหมายขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

 

“ระวังข้างหน้า !!!

เชสตะโกนขึ้นเสียงดังเมื่อเห็นอาวุธบินและเวทมนตร์จำนวนมากที่ปล่อยมาโดยทหารยามบนกำแพงเมืองตรงหน้า จำนวนและความถี่ของมันทำให้เขาไม่คิดว่านางฟ้าสาวจะหลบได้ทั้งหมด แต่ถึงอย่างนั้นลิลินก็ไม่ลดความเร็วในการบินลงแม้แต่น้อย  กลับมองไปด้านหน้าด้วยสายตาชาชินเรื่องแบบนี้แล้ว

ตรงหน้าของเขามีกระจกใสทรงครึ่งวงกลมปรากฏขึ้น เชสรู้ทันทีว่านี่เป็นเวทมนตร์ป้องกัน แต่เขาไม่คิดเลยว่ากำแพงที่ก็บอบบางนี้จะป้องกันการโจมตีตรงหน้าได้อย่างไร แต่ไม่นานเขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อกำแพงบางๆนั้นสามารถรับการโจมตีทั้งหมดเอาไว้ได้โดยไม่เกิดความเสียหายแม้แต่น้อย

“กำแพงนี้มันอะไรกัน”

ปีศาจหนุ่มพูดด้วยความตกตะลึง เพราะเมื่อมาคิดดูดีๆ เธอไม่ได้ร่ายเวทมนตร์เพื่อสร้างกำแพงแสงออกมาด้วยซ้ำ ในตอนนั้นเองแขนที่กอดเขาอยู่ก็กอดแน่นขึ้นอีก

“อย่าพูด เดี๋ยวกัดลิ้น”

เมื่อพูดจบนางฟ้าสาวก็บินแฉลบไปทางด้านซ้ายอย่างรวดเร็ว ทำให้ลำแสงสีขาวที่ยิงไล่หลังมาโดยเกเบรียลพลาดเป้าไป ก่อนจะบินฉวัดเฉวียนไปมาเพื่อหลับการโจมตีอื่นๆที่มาจากทางด้านหลัง ในขณะที่ยังคงใช้กำแพงเวทมนตร์ป้องกันการโจมตีจากด้านหน้า ไม่นานประตูเมืองสีขาวขนาดใหญ่ก็อยู่อีกไม่ไกลแล้ว เชสรู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถบินข้ามมันไปได้ เพราะมีข่ายเวทมนตร์ที่ร่ายเอาไว้ตั้งแต่โบราณกาล

ทางเดียวที่จะออกจากเมืองได้คือต้องฝ่าประตูเมืองที่ทำจากหินสีขาวขนาดใหญ่สลักเอาไว้ด้วยอักษรเวทมนตร์ต่อต้านการโจมตีทุกชนิด อันได้ชื่อว่าเป็นประตูเมืองที่แข็งแรงที่สุดในสามมหาภพ ซึ่งเขาคิดว่าการผ่ามันออกไปคงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นลิลินก็ไม่ได้ลดความเร็วในการบินลงเลย

วู้ม...

ในตอนนั้นเองอยู่ๆทุกอย่างรอบตัวเขาก็ช้าลงอย่างมาก ทั้งลูกธนูและเวทมนตร์ต่างเคลื่อนที่เข้าปะทะกำแพงเวทมนตร์อย่างช้าๆ หรือแม้แต่ลิลินเองก็บินช้าลงจนไม่น่าเชื่อว่าจะลอยอยู่ในอากาศได้เช่นนี้ ไม่นานเขาก็เข้าใจว่าสิ่งที่ช้าลงคือเวลา มีเพียงสิ่งเดียวที่ยังขยับด้วยความเร็วปกติ นั่นคือริมฝีปากบางที่ขยับขึ้นลงอย่างไม่หยุด

เวทหน่วงเวลา

ปีศาจหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อเห็นเวทมนตร์ระดับสูงถูกใช้ในพริบตา เวทมนตร์บทนี้จะทำให้ลดเวลาร่ายเวทมนตร์ลงได้หลายสิบเท่า แต่ต้องแลกกับการเสียพลังเวทมนตร์ไปมหาศาล ทว่าลิลินกลับใช้มันคล่องราวกับการหายใจ ทำให้เขาจินตนาการไม่ได้เลยว่าเธอมีพลังมากขนาดไหน

ในพริบตาที่เวลากลับมาเดินตามปกติอีกครั้ง ก็ปรากฏลูกบอลสีทองสี่ลูกลอยอยู่ที่ด้านหน้าของพวกเขา เหล่าทหารยามเฝ้าประตูที่ได้เข้าร่วมสงครามเมื่อสองร้อยปีก่อนต่างเรียกให้เพื่อนของพวกเขารีบถอยห่างออกจากกำแพง คงไม่มีใครสามารถลืมภาพของนางฟ้าปีกสีขาวบริสุทธิ์ ปล่อยลูกบอลสีทองจำนวนมากเข้าใส่กองทัพเครื่องจักร ที่กลายเป็นการระเบิดอย่างแรงเมื่อกระทบกับเป้าหมายจนศัตรูไม่เหลือแม่แต่ซาก ซึ่งตอนนี้ลูกบอลแบบเดียวกันนั้นอยู่ตรงหน้านี้แล้ว

“ยะ...อย่าทำบ้าๆ นะ”

เกเบรียลตะโกนเสียงดังพร้อมกับเร่งความเร็วในการบินขึ้นอีก ถ้าโดนเวทมนตร์บทนี้ที่ร่ายโดยลิลินจากภายในล่ะก็ ถึงประตูเมืองของอาณาจักรจะทนทานสักแค่ไหนก็ต้องถูกทำลายอย่างแน่นอน แต่หญิงสาวไม่ฟังที่เขาพูดแม้แต่น้อย ลูกพลังทองสีทองพุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว

ตูม...!!!

เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ที่มองเห็นคลื่นกระแทกแผ่ขยายออกไปได้อย่างชัดเจน จุดที่ลิลินเล็งเอาไว้คือบานพับที่ยึดตัวประตูเอาไว้กับกำแพง เป็นผลให้บานประตูหินตกกระแทกพื้นและเอนล้มออกไปด้านนอก พัดเอาฝุ่นควันสีขาวจำนวนมากให้ฟุ้งกระจายในอากาศ ซึ่งไม่นานก็มีคนบินผ่านกำแพงทะลุกลุ่มควันออกไปอย่างรวดเร็ว

“เอ่อ นี่เราจะไม่ทำเกินไปเหรอครับ”

เชสพูดกับนางฟ้าสาวที่ขณะมองกลับไปด้านหลัง จุดที่เคยเป็นกระตูที่แข็งแกร่งที่สุดในสามมหาภพ กลายเป็นช่องว่างขนาดใหญ่บนกำแพงจนดูเหมือนหน้าต่าง อันเป็นเหตุชวนให้คิดว่าสิ่งนี้อาจจะทำให้สงครามเริ่มเร็วขึ้นก็เป็นได้

 

“โธ่... ทหารทุกคนหยุดการไล่ล่า ตอนนี้การป้องกันประตูเมืองสำคัญที่สุด”

เกเบรียลมองไปยังประตูที่พังลงมาด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับสั่งให้ทหารทุกคนหยุดอยู่บริเวณกำแพงเมืองเท่านั้น เพราะหน้าที่หลักของเขาคือการป้องกันเมือง จึงไม่อาจตามอีกฝ่ายไปได้ในเวลาที่ประตูเมืองเสียหายแบบนี้ ได้แต่มองไล่หลังทั้งสองคนที่บินห่างออกไปด้วยสายตาเคียดแค้น

“เป็นแค่เครื่องจักรสงครามแท้ๆ แต่กลับทำอะไรตามใจตัวเองอย่างนั้นเหรอ”

“เหมือนว่าพวกเขาจะไม่ตามมานะครับ”

เชสมองกลับไปด้านหลัง ภาพกำแพงเมืองขนาดใหญ่ที่น่าจะอยู่ในความวุ่นวายห่างออกไปเรื่อยๆ การที่ไม่มีวี่แววของคนที่ไล่ตามมาทำให้เขาสบายใจขึ้นมาก ต่อไปก็เหลือแค่การไปยังมหาภพแห่งเสียงเท่านั้น ด้วยความเร็วในการบินของลิลิน ไม่นานพวกเขาก็ถึงเหวลึกที่เป็นจุดเชื่อมต่อไปยังมหาภพแห่งเสียง โดยที่ไม่ต้องบอกนางฟ้าบินลงไปในเหวนั้นทันที

“นั้นไงครับจุดเชื่อมต่อ”

ปีศาจหนุ่มชี้ไปยังประตูบานใหญ่ที่ลอยอยู่กลางอากาศ ในนั้นแสดงภาพที่บิดเบี้ยวไปมาจนดูไม่ออกว่าคืออะไร ซึ่งก็คือทางเชื่อมต่อไปยังมหาภพแห่งเสียงนั่นเอง

 

อีกด้านของประตูเป็นหน้าผากลางป่าที่ตั้งอยู่บนภูเขาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่เมื่อมองไปด้านหน้าก็เห็นเมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูงอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก โดยลิลินอุ้มเชสบินอยู่บนท้องฟ้านิ่งๆ เพื่อรอให้เขานำทางไปยังจุดหมาย

“ไปทางไหนต่อ”

“เอ่อ...ยังไงก็ลงไปที่ตรงนั้นก่อนเถอะครับ”

เชสชี้ไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่อยู่ตีนเขา จากกฏขององค์กรที่ทำการควบคุมเผ่าพันธุ์จากต่างภพที่เข้ามาในมหาภพแห่งเสียง พวกเขาไม่สามารถเดินทางด้วยการบินในที่ที่ใกล้เมืองขนาดนี้ได้ เพราะจำเป็นต้องปิดบังการมีตัวตนไม่ให้มนุษย์รู้

“เข้าใจแล้ว”

ลิลินบินไปลงไปยังสถานที่นั้นอย่างรวดเร็ว และด้วยการนำทางของเชสทำให้พวกเขาลอบเข้าไปบนดาดฟ้าอันไร้ผู้คนของอาคารเตี้ยๆแห่งหนึ่งได้สำเร็จ

“เอ่อ...เวลาอยู่ต่อหน้ามนุษย์ช่วยเก็บปีกด้วยนะครับ”

เชสพูดกับหญิงสาวตรงหน้าของเขาทันทีที่ออกมาจากอ้อมกอดของอีกฝ่าย แน่นอนว่าปีกสีขาวคู่ใหญ่ของเธอเป็นจุดสนใจอย่างมาก  ทำให้ไม่นานปีกสีขาวก็เลือนหายไปจากกลางหลังของเธอ พร้อมๆกับแผ่นเกราะและเครื่องประดับบนชุด เหลือไว้เพียงแต่ชุดสีขาวบางๆที่พอถูไถว่าเป็นเสื้อผ้าของมนุษย์ได้

“หนังสือก็เขียนเอาไว้แบบนั้นเหมือนกัน”

หลังจากเก็บปีกของเธอเสร็จ ลิลินก็หันมาพูดกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์อารมณ์เช่นเคย จากนั้นเธอก็มองใบหน้าของปีศาจหนุ่มตาไม่กระพริบ จนอีกฝ่ายรู้สึกร้อนรนขึ้นมา

“เอ่อ...มีอะไรรึเปล่าครับ”

“ทำไมมุมปากถึงยกขึ้นแบบนั้น มีอะไรผิดปกติ”

ลิลินถามคำถามเกี่ยวกับสีหน้าของอีกฝ่ายที่ไม่เคยเห็น แม้ที่ผ่านมาเธอจะเคยเห็นสีหน้าของคนมาเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเหล่าเทพที่อยู่ในเมือง ทหารเทพจำนวนมากในตอนนั้น หรือแม้แต่เกบียลที่เธอเจอบ่อยที่สุดก็ตาม ไม่เคยมีใครเลยที่ทำสีหน้าแบบที่เชสทำอยู่นี้

“เอ๋...เอ่อ...ผมกำลังยิ้มอยู่ครับ”

เชสสำรวจใบหน้าของตัวเองด้วยความสงสัย ก่อนจะตอบคำถามของอีกฝ่ายอย่างงงๆ เขาคิดว่าใครจะไปอดยิ้มเอาไว้ได้ เมื่อนางฟ้าสาวตรงหน้าของเขาตอนนี้ดูเหมือนมนุษย์สาวธรรมดาในชุดสีขาวที่ดูเปิดเผยเล็กน้อย ช่างสวยและน่ารักมากเหลือเกิน จนเรื่องที่เธอจะฆ่าเขาเมื่อคืนราวกับความฝัน ก่อนจะคิดขึ้นได้ว่ามีภารกิจต้องทำอยู่จึงพาเธอเดินออกมาทางประตูด้านหน้าอาคาร

 

ทันทีที่เปิดประตูออกมาพวกเขาก็พบกับเสียงเพลงที่ฟังดูร่าเริงถูกบรรเลงอย่างต่อเนื่อง รอบๆตัวมีสิ่งปลูกสร้างรูปร่างประหลาดอยู่เต็มไปหมด และเหนืออื่นใดคือผู้คนจำนวนมากที่เดินกันอย่างขวักไขว่ต่างทำสีหน้าเหมือนกับเชสเมื่อสักครู่ไม่มีผิด จนลิลินมองไปรอบๆอย่างสับสนก่อนจะหันมาหาปีศาจหนุ่มที่อยู่ข้างๆ

“ที่นี่คือที่ไหน”

“เอ๋ ในอาณาจักรเทพก็มีสถานที่แบบนี้เหมือนกันนะครับ ที่นี่เรียกว่าสวนสนุกครับ”

เชสตอบด้วยความแปลกใจอีกครั้ง เพราะดูแล้วเธอน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 300 ปีนอกจากนี้ยังเกิดในตระกูลชั้นสูง น่าจะเคยเที่ยวสวนสนุกในอาณาจักรเทพมาบ้าง

“นี่เป็นครั้งที่สองที่เราออกจากบ้าน”

นางฟ้าสาวให้เหตุผลที่ทำให้เชสฉุกคิดอะไรบางอย่าง จึงถามอีกฝ่ายอีกคำถามเพื่อให้แน่ใจ

“แล้วคนที่บ้านของคุณ ไม่เคยพาออกไปที่ไหนเลยเหรอครับ”

“ที่ผ่านมา เราอยู่คนเดียวมาตลอด”

“แบบนี้เอง...”

ปีศาจหนุ่มอ้าปากกว้างขึ้นเรื่อยๆเมื่อสิ่งนำสิ่งที่เขารู้มาปะติดปะต่อกัน แม้ลิลินจะมีรูปร่างหน้าตาที่สวยงามมากก็ตาม แต่เธอกลับไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมาเลย เมื่อดูจากที่เธอไม่รู้ว่าอะไรคือการยิ้ม ต้องอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่มาตลอด ไม่ว่าพูดอะไรก็จะอ้างอิงแต่หนังสือที่เคยอ่าน ทำให้คิดว่าที่เธอเป็นแบบนี้คงไม่ใช่เพราะมีหัวใจที่ด้านชา แต่เป็นเพราะเธอไม่รู้จักวิธีการแสดงอารมณ์ออกมาต่างหาก

ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่านี่คือสิ่งที่จงใจสร้างขึ้น มีใครบางคนวางแผนให้เธอกลายเป็นแบบนี้ด้วยเหตุผลบางอย่าง ซึ่งถ้าหากเธอเป็นลูกสาวของแม่ทัพใหญ่จริงๆ พ่อของเธอไม่ควรปล่อยให้เธอเป็นแบบนี้ หรือบางทีเธออาจจะไม่ใช่คนที่เขาคิดก็ได้ จึงออกปากถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

“คุณ...คุณเป็นใครกันแน่”

สาวน้อยหันมามองตาของเชสพักหนึ่งเหมือนกำลังคิดบางอย่างอยู่ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะเอ่ยคำตอบที่ทำให้อีกฝ่ายเผยสีหน้าตกตะลึงออกมา

“เราชื่อ ลิลิน แอล ดิแองเจิล นางฟ้าปีกพิสุทธิ์ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งอาณาจักรเทพ”
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

558 ความคิดเห็น

  1. #284 ★SHIRAZ'II★ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 01:05
    แม่ทัพเลยหรอสุดยอดดด .-..-
    #284
    0
  2. #274 Kaonashi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 22:36
    ]b]boojkiyd การเดินทางกำลังจะเริ่มแล้วสินะ
    #274
    0
  3. #224 Say_Windy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556 / 11:33
    มารายตัวว่าอ่านค่อ
    จดไว้ก่อนว่าอ่านถึงตอนนี้ ฮาาา

    เนื้อเรื่องน่าสนใจ แต่ตอนนี้แลเอิกเกริกมาก ส่อเค้าว่าจะเกิดเรื่องตั้งแต่ต้นเลยทีเดียว ฮา
    เซสมีเค้าโครงนิสัยแบบเมอบี้เหมือนกันนะจากความรู้สึก
    ส่วนลิลิน รายนี้เย็นชามากกกก เพราะยังไม่รู้ความคิดตัวละครสาวคนนี้เท่าไหร่ แต่คิดว่าต่อไปน่าจะรู้กันนะขอรับ
    #224
    0
  4. #217 กกกก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 09:37
    สนุกค่ะ>v<
    #217
    0
  5. #174 Whitememo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 / 14:20
    สนุกค่ะ ไม่มีอะไรจะพูดเลย 555+
    เดินเรื่องมากำลังดีแล้วล่ะ มีจังหวะที่ดี สรุปคือสนุกดีแล้วล่ะค่ะ

    แอบเดาไว้แล้ว แต่สงสารเชสอ่ะ คงจะเงิบน่าดู 555+

    มีพิมพ์สลับ พิมพ์ตกบ้าง แต่เรื่องนั้นก็ช่างเถอะ เพราะพอได้ตรวจทานเดี๋ยวมันก็หายไป ต่อจากนี้จะไม่ท้วงติงเรื่องคำผิดนะคะ
    #174
    0
  6. #168 Kornfern (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2555 / 08:02
    สนุกมากค่ะ เหมือนอ่านไลท์โนเวลเลยน่ารักจัง
    #168
    0
  7. #141 qazz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 07:57
    ยอดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #141
    0
  8. #116 If You Want (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 13:19
    เงิบเลยทีเดียวถึงจะเดาไว้แล้วก็เถอะ
    #116
    0
  9. #113 Clover (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2555 / 10:15
    ชอบแนวนี้แลยอ่าาา
    #113
    0
  10. #107 minhai_m* (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 14:09
    ชอบเรื่องนี้มากเลยยย
    นางเอกเย็นชาดีๆๆ
    #107
    0
  11. #31 Fateจัง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2555 / 12:24
     งืมๆ อ่านต่อๆ
    #31
    0
  12. #30 MinZ@ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มกราคม 2555 / 22:24
    นั่นไม่ผิดจากที่คิดเลย  ลิลินนี่น่าสงสาร
    ถูกมองว่าเป็นเครื่องจักรสงคราม  เฮ้อ
    #30
    0
  13. #29 Θάνατος (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 / 19:06
    สุดยอดเป็นแม่ทัพใหญ่ ผมว่ายังไม่ดาร์คนะ ชื่อลิลินนี่ชื่อแฟนพี่เปล่า?
    #29
    0
  14. #28 Дdiemuś (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 / 18:01
    เย้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    เล่นพาแม่ทัพออกมาแบบนี้เลยเรอะ!
    #28
    0
  15. #27 ILC-Pam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 / 17:03
     แม่ทัพใหญ่เลยเร๊อะะะ
    #27
    0
  16. #26 Master Of Dragon Knight (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 / 14:35
     สนุกมาก ตามติดหนึบแน่ๆครับ
    แล้วมีแต่งสำรองไว้อีกไหมครับ
    อยากอ่านอีก มันส์์์ๆๆๆๆ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2554 / 14:35
    #26
    0
  17. #25 Lnwlord009 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 / 10:59
     likeๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #25
    0
  18. #24 Closez (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 / 10:51
    =^= สนุกมากครับ อัพเรื่อยๆ เพราะช่วงนี้หาแฟนตาซีธรรมดาไม่ค่อยได้แว้ววว
    #24
    0
  19. #23 godfather (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 / 07:11
    -*- อึ่ง
    #23
    0