Tale of the falling angel : เปิดตำนานนางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 1 : การแลกเปลี่ยนที่หมุนฟันเฟืองแห่งโชคชะตา Final

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    1 เม.ย. 56

ตอนที่ 1

การแลกเปลี่ยนระหว่างปีศาจกับนางฟ้า

               

“นั่นสินะ...ที่ที่เป้าหมายอยู่”

เสียงชายหนุ่มดังขึ้นอย่างแผ่วเบาท่ามกลางความมืด ในเงาของอาคารขนาดใหญ่ที่ตั้งบังแสงจันทร์ ตรงหน้าของเขาคือที่อยู่ของเป้าหมายในภารกิจครั้งนี้แม่ทัพใหญ่แห่งอาณาจักรเทพ ลิลิน แอล ดิแองเจิ้ล แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่นำทัพอาณาจักรเทพเอาชนะอาณาจักรจักรกลเมื่อ 200 ปีก่อน

เขาหายไปกับเงาของตึกหลังนั้น ก่อนจะมาปรากฏตัวอยู่บนหลังคาอย่างลึกลับ เขาสวมผ้าคลุมสีดำทั้งตัวปิดบังทุกส่วนตั้งแต่คอลงมา ผมสั้นสีดำปลิวไปตามลมที่พัดเอื่อยๆ ดวงตาสีนิลไร้แสงสะท้อนดูแปลกตา ทุกอย่างของชายคนนี้ล้วนแต่เป็นสีดำสนิท ยกเว้นผิวเท่านั้นที่เป็นสีขาวซีดราวกับกระดาษ

 แต่ถึงสีผิวจะขาวผิดจากมนุษย์ธรรมดา เขากลับหลบซ่อนร่างในเงาได้อย่างกลมกลืน ซึ่งเป็นความสามารถพิเศษของเขา ผู้เดินทางมาจากอาณาจักรปีศาจ หนึ่งในเผ่าพันธุ์แห่งความมืดที่เรียกตัวเองว่าผู้ย่ำเงา (Shadow walker)

“ข้างล่างนั่น...มันอะไร”

ผู้ย่ำเงามองลงไปผ่านช่องว่างตรงกลางของอาคารขนาดใหญ่ที่เขาอยู่ มันเป็นสวนย่อมขนาดเล็กดูเรียบง่าย ที่ถูกล้อมเอาไว้ด้วยหมู่ตึกทั้งสี่ด้าน ราวกับไม่อยากให้ผู้ที่อยู่ในนี้ได้มองเห็นภาพทิวทัศน์ด้านนอก ประตูที่เชื่อมต่อระหว่างสวนกับอาคารนั้น คงเป็นทางเดียวในการลอบเข้าไปหาเป้าหมายที่น่าจะอยู่ในอาคารไร้หน้าต่างแห่งนี้ เขาจึงเคลื่อนผ่านเงาอีกครั้งไปยังด้านล่างอย่างรวดเร็ว

ด้วยความสามารถพิเศษของผู้ย่ำเงาที่สามารถหลบซ่อนและเคลื่อนย้ายในเงาได้ ทำให้แม้แต่เผ่าที่มีพลังมากอย่างเทพที่เป็นเผ่าพันธุ์แห่งแสงสว่างก็ไม่อาจตรวจพบได้โดยง่าย เขาจึงได้รับมอบหมายจากราชาปีศาจให้มาสืบความลับในอาณาจักรแห่งนี้ เนื่องจากสงครามครั้งใหญ่นั้นก็จบลงไปนานมากแล้ว กองทัพของอาณาจักรเทพน่าจะถูกฟื้นฟูจนสมบูรณ์ พร้อมที่จะเข้าโจมตีอาณาจักรอื่นได้ทุกเมื่อ และอาณาจักรที่มีโอกาสโดนโจมตีมากที่สุด คงไม่พ้นอาณาจักรปีศาจอย่างแน่นอน

แอ็ด...

ระหว่างที่กำลังคิดทบทวนภารกิจอยู่นั้นประตูตรงหน้าก็เปิดออก เขาจึงรีบเข้าไปซ่อนตัวในพุ่มไม้อยู่ที่ใกล้กันทันที ก่อนจะแอบดูคนที่กำลังเข้ามาจากในเงาของพุ่มไม้หนา คนที่เพิ่งเข้ามาเป็นหญิงสาว ที่เดินมานั่งบนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีใบเป็นสีเงินตรงกลางสวน เมื่อได้เห็นเธอใกล้ๆปากของชายหนุ่มก็อ้าออกด้วยความตกตะลึง

 

ใบไม้สีเงินร่วงหล่นลงมาจากกิ่ง ลงบนมือขาวเนียนที่เหยียดนิ้วเรียวยาวออกไปเพื่อรับใบไม้ใบนั้น ราวกับของกำนัลจากต้นไม้ใหญ่ที่มอบให้แด่หญิงสาวผู้งดงาม ก่อนที่เรียวแขนขาวผ่องจะถูกดึงกลับมาเพื่อนำใบไม้เข้าดูมาใกล้ๆ ดวงตากลมโตสีทองกระจ่างบนใบหน้าได้รูปดูหวานจับใจ จดจ้องอยู่บนใบไม้ตรงหน้าไม่กระพริบ ผมยาวสีทองพริ้วไหวตามสายลมบางเบาที่พัดผ่าน ชุดสีขาวบางแนบเนื้อที่เน้นขับสัดส่วนได้รูป ทุกส่วนของเธอราวกับงานสร้างสรรค์ของจิตรกรเอก

พรึบ !

แต่แค่ความคิดเหล่านั้น คงไม่อาจบรรยายความงามของเธอได้หมด เมื่อปีกขนาดใหญ่ถูกกางออกไปทั้งด้านซ้ายและขวา ขนคล้ายขนนกสีขาวบนปีกเรียงตัวเป็นระเบียบอย่างสวยงาม แสงจันทร์ที่ส่องลงมายิ่งทำให้ว่าเป็นสิ่งที่ดูงดงามอย่างบริสุทธิ์ จนกลบสรรพสิ่งที่ดำรงอยู่รอบกาย

ถึงชายหนุ่มจะเคยเห็นนางฟ้ามาหลายคน หลังจากที่แอบเข้ามาในอาณาจักรของเหล่าเทพ พวกเธอต่างมีรูปโฉมที่งดงามหาที่เปรียบ แต่ไม่มีใครเลยที่ทำให้เขาเหม่อมองจนลืมหายใจ เหม่อมองจนลืมสิ้นสิ่งที่ควรทำจนเผลอเรอออกมาจากเงาอันเป็นที่ซ่อนของตน

แย่แล้ว ทำไมเราสะเพร่าแบบนี้

ชายหนุ่มนึกตำหนิตัวเองในใจก่อนจะรีบกลับเข้าที่ซ่อน ภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายมายังไงก็ล้มเหลวไม่ได้ ทำให้สิ่งที่ควรทำตอนนี้คือลอบเข้าไปในคฤหาสน์เพื่อสืบว่ามีการเตรียมกองทัพสำหรับบุกอาณาจักรของเขาหรือเปล่า จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองนางฟ้าคนนั้นอีกครั้งเพื่อดูว่าเธอรู้ตัวหรือเปล่า

“เอ๋...!!!

ชายหนุ่มอุทานออกมาเมื่อพบว่าม้านั่งใต้ต้นไม้สีเงินนั้นเหลือแต่ใบไม้สีเงิน 1 ใบที่กำลังร่วงหล่นเท่านั้น จนอดคิดไม่ได้ว่าหรือนางฟ้าคนนั้นจะเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา ทว่าในตอนนั้นเองเขาก็โดนอะไรบางอย่างกระแทกเข้าที่หลังอย่างแรง จนกระเด็นลงมานอนคว่ำอยู่บนพื้นหินอ่อนสีขาวที่ใช้ปูพื้นสวนแห่งนี้

“โอ๊ย นี่มะ...”

วูบ...!!!

พูดยังไม่ทันจบดี ใบเคียวสีขาวอันใหญ่ยาวเกือบสองเมตรก็ถูกสอดเข้ามาในช่องว่างระหว่างคอของเขากับพื้นหินอ่อนด้วยความเร็วสูงและแม่นยำเหลือเชื่อ เสียงของใบเคียวที่เฉือนพื้นราวกับเนยทำให้ขนทั่วร่างของเขาตั้งชัน ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นเพื่อออกห่างจากเคียวที่จ่อคออยู่ แม้ลวดลายสีทองบนใบเคียวสีขาวจะดูงดงามน่าหลงใหลแค่ไหนก็ตาม แต่รอยลึกบนพื้นหินอ่อนแข็งๆก็ทำให้เขารู้ว่ามันมีอันตรายถึงตาย

ทว่าเมื่อพยายามลุกขึ้น ที่กลางหลังของเขาก็โดนรองเท้าส้นสูงเหยียบเข้าใส่จนคอเกือบลงไปโดนกับใบมีดด้านล่าง ก่อนที่พลังมหาศาลจะแผ่มากดร่างของเขาเอาไว้จนไม่อาจลุกขึ้นได้

“พบเผ่าพันธุ์แห่งความมืด ทำการกำจัดทันที”

แม้นางฟ้าสาวจะมีเสียงหวานจับใจไม่แพ้ความสวยงามของเธอ แต่หญิงสาวกลับพูดมันออกมาช้าๆ อย่างไร้อารมณ์ ราวกับเป็นเสียงที่เปล่งออกมาจากเครื่องจักร เคียวที่จ่ออยู่เคลื่อนห่างออกไปเล็กน้อย ทำให้ชายหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะรู้ว่าอีกไม่นานเคียวนี้ต้องถูกกระชากกลับอย่างแน่นอน

“เดี๋ยวๆ...!!! เดี๋ยวก่อนครับ จะไม่ถามหน่อยเหรอว่าผมมาทำไม ปกติแล้วเวลาที่จับศัตรูได้ ก็ควรจับไปสอบปากคำก่อน ว่าศัตรูคนนั้นมาลอบเข้ามาด้วยจุดประสงค์อะไร ไม่ใช่ฆ่าเลยแบบนี้นะครับ”

เขารีบเตือนนางฟ้าที่กุมชีวิตน้อยๆ ของเขาเอาไว้ในกำมือ ซึ่งมันก็ได้ผล เคียวขนาดใหญ่ไม่ได้ถูกกระชากกลับมาในทันที ทำให้ชายหนุ่มดีใจมากที่อย่างน้อยชีวิตของเขาก็ยืดยาวออกไปอีก ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็ยังมีโอกาสทำภารกิจได้สำเร็จ

“ในหนังสือเขียนเอาไว้ว่า ต้องฆ่าเผ่าพันธุ์แห่งความมืดทันทีที่พบ”

นางฟ้าสาวชะงักด้วยคำพูดของชายหนุ่มแค่ไม่กี่วินาที ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์เช่นเดิมและเตรียมกระชากเคียวในมือเข้าหาตัว แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่ตัดใจง่ายๆ อย่างน้อยขอโอกาสอีกสักหน่อยก็ยังดี

“ผมไม่ได้มาเพื่อก่อเรื่องไม่ดีนะ อย่างน้อยช่วยฟังก่อนว่าผมมาทำไมแล้วค่อยฆ่าผมทิ้งได้ไหม”

ชายหนุ่มพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว หวังเพียงว่าเคียวตรงหน้าจะหยุดอยู่แค่ตรงนั้น เขาหลับตาสนิทพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่น หากเหตุการณ์จะไม่เป็นไปตามที่เขาหวังเอาไว้ อย่างน้อยจะได้ตายขณะหลับตาอยู่

“ถ้านั้นเป็นคำขอก่อนตาย เราจะฟังที่ท่านพูด”  

เมื่อได้ยินเสียงของนางฟ้าคนนั้น เขาก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ แม้จะรอดมาได้แต่ก็คงไม่นานนัก เพราะใบเคียวขนาดใหญ่นั้นยังคงจ่อคอของเขาอยู่ แล้วก็ไม่รู้ว่าเธอจะฟังเขานานแค่ไหนจึงเข้าประเด็นทันที

“ผมมาที่นี่เพื่อจะดูว่าอาณาจักรเทพกำลังเตรียมการโจมตีอาณาจักรปีศาจอยู่รึเปล่า ถ้าใช่ผมก็ต้องหาทางหลีกเลี่ยงสงครามครั้งนี้ ถ้าไม่ใช่ผมก็จะจากไปในทันที”

“การทำสงครามเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เผ่าพันธุ์แห่งความมืดล้วนแต่สมควรตาย”

นางฟ้ากล่าวด้วยเสียงเรียบ สิ่งที่เธอพูดทำให้ชายหนุ่มพยายามลุกขึ้นด้วยความโกรธ แต่ก็ไม่อาจสู้แรงที่กดทับลงมาได้แม้แต่น้อย จนต้องกัดฟันพูดด้วยความเจ็บใจ

“ทำไมคุณถึงพูดแบบนี้...ทำไมเผ่าพันธุ์ของผมถึงสมควรตาย”

“เราบอกจะฟัง ไม่ได้บอกว่าจะตอบคำถาม”

หญิงสาวกระชับเคียวในมืออีกครั้ง ตอนนี้เขาไม่หวังจะรอดชีวิตออกไปจากที่นี่แล้ว แต่อย่างน้อยขอให้รู้ว่าทำไมเธอถึงเล่าวเช่นนั้นก่อนตายก็พอ

“งั้นเปลี่ยนจากฟังเป็นพูดได้ไหมครับ อย่างน้อยขอให้ผมพูดเรื่องนี้ให้รู้เรื่องก่อน แล้วจากนั้นจะฆ่าจะแกงผมก็ทำได้เลย ผมจะไม่ขัดขืน”

นางฟ้าสาวเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะขยับเคียวออกจากคอของปีศาจหนุ่มเล็กน้อย ถึงอีกฝ่ายจะเป็นเผ่าพันธุ์แห่งความมืด แต่เธอไม่อาจละเลยคำขอเล็กน้อยที่แลกด้วยชีวิตเช่นนี้ได้

“ตกลง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่หมดนัยสำคัญ เราก็จะฆ่าท่านทันที”

“ทำไม...ทำไมเผ่าพันธุ์แห่งความมืดทุกคน จึงสมควรตายครับ”

“เพราะหนังสือบอกว่า พวกท่านคือสิ่งชั่วร้าย เป็นเหตุแห่งความเสื่อมและความเดือดร้อนทั้งมวล เป็นต้นเหตุแห่งสงคราม และเป็นภัยกับเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างถึงที่สุด”

เธอยกข้อความในสิ่งที่เธอศึกษาขึ้นมากล่าว ในหนังสือทุกเล่มที่เธอเคยอ่านมา ต่างบอกตรงกันหมดว่าเผ่าพันธุ์แห่งความมืดเป็นสิ่งชั่วร้าย อันเป็นเหตุที่ต้องฆ่าทันทีที่พบเห็น

“เรื่องพวกนั้นมันไม่จริงแม้แต่น้อยนะครับ”

เมื่อได้ยินนางฟ้าสาวพูดปีศาจหนุ่มก็ขมวดคิ้วเข้าหากันมากกว่าเดิม นี่หรือคือสิ่งที่เผ่าเทพมองเผ่าของเขา อย่างน้อยถึงจะตัวตายก็จะขอโต้แย้งความคิดที่เต็มไปด้วยอคตินี้ให้ถึงที่สุด แต่อีกฝ่ายเองก็เชื่อในสิ่งที่ตนศึกษามาเช่นกัน จึงตอบกลับอย่างรวดเร็ว

“หนังสือไม่เคยโกหก”

“การที่ผมลอบเข้ามาเพื่อหาทางหลีกเลี่ยงสงครามยังไงล่ะครับ คือหลักฐานที่บอกว่าสิ่งที่เขียนเอาไว้ในหนังสือมันผิด ถ้าหากพวกผมชอบก่อสงครามจริงๆ คงฉวยโอกาสโจมตีอาณาจักรเทพหลังจบสงครามเมื่อสองร้อยปีก่อนไปแล้ว”

ปีศาจหนุ่มโต้เถียงด้วยเหตุผลที่หนักแน่น แม้ความตายจะอยู่แค่ตรงหน้า ในขณะที่อีกฝ่ายตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับถูกฉาบเอาไว้ด้วยน้ำแข็ง

“ในหนังสือบอกเอาไว้อีกว่า เผ่าพันธุ์ของท่านไม่มีเหตุผล ไม่สามารถเจรจาได้ เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีจิตใจชั่วร้ายจนยากจะหยั่งถึง เพราะความคิดและร่างกายล้วนถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากความมืด”

“คุณ...อย่าได้เหมาว่าความมืดกับความชั่วร้ายเป็นสิ่งเดียวกัน แม้ทุกอณูของผมจะเกิดจากความมืด แต่จิตใจของผมไม่ได้ถูกกัดกินด้วยความชั่ว มีแต่เผ่าเทพอย่างคุณนั่นแหละที่จ้องจะทำสงครามกับเผ่าของผมจนทุกคนต้องอยู่อย่างหวาดกลัวมาตลอด”

ปีศาจหนุ่มที่รู้สึกอัดอั้นมานานพูดใส่นางฟ้าสาวไม่หยุด ผู้คนส่วนมากนำความมืดมารวมกับความชั่วร้าย นำแสงสว่างมารวมกับความดี แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ถึงจะมีชาติกำเนิดที่มืดมิด แต่เขาก็เลือกที่จะทำในสิ่งที่ดีมาตลอด มีแต่เหล่าเทพเสียอีกที่เคยวางแผนโจมตีอาณาจักรของพวกเขามาแล้ว

“แค่คำพูดพิสูจน์อะไรไม่ได้ เพราะหนังสือเขียนเอาไว้อีกว่าพวกท่านโกหกหลอกลวงได้ตลอดเวลา ที่พวกเราวางแผนโจมตีพวกท่าน เป็นเพราะพวกเราต้องปกป้องมนุษย์ทุกคนจากสิ่งที่ชั่วร้ายอย่างพวกท่าน”

นางฟ้าโต้แย้งปีศาจหนุ่มตรงหน้าตามที่เขียนเอาไว้ในหนังสือ ทุกสิ่งที่เผ่าปีศาจพูดออกมาให้ตีความไว้ก่อนว่าเป็นเรื่องโกหก เผ่าเทพมีหน้าที่ในการปกป้องมนุษย์ทุกคน ตามคำสอนของที่มหาเทพยึดถือกันมานาน

เมื่อ 200 ปีก่อน ถ้าอาณาจักรเครื่องจักรไม่ได้วางแผนบุกไปยังมหาภพแห่งเสียงอันที่เป็นอยู่ของมนุษย์ จนอาณาจักรเทพต้องยกทัพไปสกัดแล้ว เหล่าเทพคงจะโจมตีหนึ่งในอาณาจักรที่อยู่ในมหาภพแห่งความมืดไปแล้ว

“หึ มนุษย์ทุกคนสมควรได้รับการปกป้อง ความมืดทั้งหมดต้องถูกทำลาย ช่างเป็นข้อสรุปที่ไม่คิดถึงความเป็นจริงเลย ในเมื่อคุณไม่เคยสัมผัสกับทั้งมนุษย์ทั้งพวกผมด้วยตัวเอง แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่อยู่ในหนังสือบ้าๆ ของคุณเป็นความจริง”

 ชายหนุ่มพูดกับนางฟ้าสาวด้วยความโกรธ ที่เธอตัดสินทุกอย่างตามที่หนังสือเขียนเอาไว้โดยไม่ได้คิดเองแม้แต่น้อย พร้อมกับสงสารเธอไปในเวลาเดียวกันที่เป็นเช่นนี้

 “...”

ทว่านางฟ้าสาวกลับไม่โต้ตอบแม้แต่น้อย เธอยืนนิ่งราวกับคิดอะไรบางอย่างอยู่  แต่ไม่นานเธอก็กระชับเคียวสีขาวในมืออีกครั้ง ทำให้ชายหนุ่มรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นทันที จึงก้มหน้ารับชะตากรรมที่เกิดมาเป็นเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอ พร้อมกับระบายความในใจออกมา

“ได้โปรดเถอะ... ผมขอร้องล่ะ ถ้าเผ่าเทพคิดจะโจมตีอาณาจักรของพวกผมจริงๆ ได้โปรดทำความรู้จักในตัวตนของพวกผมก่อน ทั้งหมดที่พวกเรา...เผ่าปีศาจต้องการ มีแค่โอกาสที่จะอยู่อย่างสงบสุขเท่านั้น ได้โปรดอย่าตัดสินพวกเราแค่พวกเราเกิดจากความมืดเลย ผมขออ้อนวอนด้วยชีวิตของผม อย่าได้เข่นฆ่าพวกเราเพราะแค่คำในหนังสือ”

ปีศาจหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย เขาเป็นลูกชายของหัวหน้าเผ่าผู้ย่ำเงา เผ่าที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่เป็นเหมือนหน้าด่านของอาณาจักรปีศาจที่ตั้งอยู่ซีกขวาของมหาภพแห่งความมืด ถ้าอาณาจักรของเขาถูกบุก ทุกคนในหมู่บ้านรวมถึงพ่อของเขาต้องตายด้วยไฟสงครามเป็นกลุ่มแรก และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือพวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกฆ่าด้วยเหตุผลอะไร

เมื่อคิดถึงจุดนี้ ผู้ย่ำเงาที่ถูกบังคับให้รับความตายตรงหน้าก็หลับตาลงและหลั่งน้ำตาออกมา คำพูดสุดท้ายถูกเปล่งออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างที่สุด

“นะ...นี่มันไม่ยุติธรรมเลย”

แม้ว่าเขาจะเตรียมใจพร้อมแล้วก็ตาม แต่ความตายก็ยังไม่มาเยือน ทำให้ดวงตาลืมขึ้นอีกครั้งอย่างช้าๆ ใบเคียวสีขาวที่เคยพร้อมจะเอาชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับห่างออกไปจากคอเล็กน้อย

“ความยุติธรรม...ทำไมเผ่าปีศาจเช่นท่านถึงเรียกร้องความยุติธรรมกับเรา ราวกับเราไม่มีความยุติธรรม?”

นางฟ้าสาวกล่าวอย่างไม่เข้าใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอแค่ทำตามที่หนังสือบอก แค่ทำตามที่มีคนสั่ง ไม่จำเป็นต้องสงสัยอะไร ไม่จำเป็นต้องคิดอะไร ก็มีแต่คนบอกว่าเธอทำในสิ่งที่เป็นความยุติธรรม ทว่าครั้งนี้มันมีอะไรบางอย่างที่ต่างออกไป อะไรที่ไม่ใช่สิ่งที่เคยเป็น  

ถ้าเธอตีความอย่างที่เรียนมา คำพูดของปีศาจตรงหน้าที่บอกว่าเธอไม่ยุติธรรมนั้นไม่อาจเชื่อถือได้ แต่ในเวลานี้กลับเกิดข้อขัดแย้งขึ้นภายในความคิดของเธอ สิ่งที่เขาพูดมาก็มีเหตุผล แต่ก็ไม่มากพอจะหักล้างสิ่งที่เธอศึกษามาได้ เพื่อหาข้อสรุปให้กับตัวเอง จำเป็นต้องมีข้อมูลมากกว่านี้ ข้อมูลที่ไม่ได้ออกมาจากปากของปีศาจ ข้อมูลที่ไม่ได้เขียนเอาไว้ในหนังสือ

“ถ้าเช่นนั้นสิ่งใดคือความจริง สิ่งใดคือความยุติธรรมของท่าน แล้วท่านจะพิสูจน์มันได้อย่างไร”

คำพูดที่เต็มไปด้วยความสับสน ทำให้ปีศาจหนุ่มรู้สึกถึงโอกาสที่จะบอกความจริงกับเธอ จึงไม่ลังเลที่จะเอาชีวิตของตัวเองเป็นเดิมพัน

“ถ้าเช่นนั้นคุณไปกับผม ไปยังอาณาจักรปีศาจในมหาภพแห่งความมืด เพื่อดูด้วยตาของคุณเองว่าพวกเราเป็นเช่นไร ถ้าคุณเห็นว่าพวกเราเป็นอย่างที่ถูกเขียนในหนังสือจริง ก็เอาชีวิตของผมไปได้เลย แต่อย่างน้อยต้องหลังจากที่ผมรู้แล้วว่า อาณาจักรเทพไม่มีแผนโจมตีอาณาจักรของผม”

“ตอนนี้อาณาจักรเทพมีแผนโจมตีมหาภพแห่งความมืดจริง แต่เราจะถ่วงเวลาออกไปให้นานที่สุด เพื่อเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนที่ท่านพาเราไปยังมหาภพแห่งความมืด ท่านพอใจกับข้อเสนอของเราหรือไม่”

นางฟ้าสาวกล่าวด้วยเสียงเรียบ การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันคือสิ่งที่เธอยึดถือมาตลอด ต่อให้เป็นการแลกเปลี่ยนกับปีศาจก็ตาม เธอก็จะยึดถือมันเช่นเดิม

“ที่พูดมาจริงเหรอครับ”

ปีศาจหนุ่มพูดอย่างไม่เชื่อหูของตัวเอง เมื่อนางฟ้าสาวที่บอกว่าจะฆ่าเขาตั้งแต่แรกพบ กลับจะช่วยเขาหยุดยั้งสงครามแบบนี้ หัวใจที่ละทิ้งความหวังไปแล้วชุ่มชื่นอีกครั้งราวกับได้รับฝนกลางหน้าแล้ง ถึงจะยืดออกไปได้ไม่นาน แต่อย่างน้อยอาณาจักรของเขาจะได้อพยพผู้คนได้ทัน

“เผ่าเทพไม่เคยพูดโกหก แต่ถ้าเราพิสูจน์แล้วว่าพวกท่านเป็นดั่งในหนังสือจริง การโจมตีจะเริ่มทันที ท่านตกลงกับข้อแลกเปลี่ยนนี้หรือไม่”

เสียงหวานแต่ไร้อารมณ์ดังขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีทองสวยจ้องมองไปยังปีศาจหนุ่มตรงหน้าอย่างไร้ความรู้สึก

“ตกลงแน่นอนครับ แต่ว่าคุณจะหยุดการโจมตีได้จริงๆ เหรอครับ”

เขาถามด้วยความไม่แน่ใจ เพราะดูจากภายนอกแล้วสาวสวยคนนี้ไม่น่ามีอำนาจทางการทหารเลย

“เราได้พิจารณาแล้วว่าเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ เมื่อยอมรับข้อเสนอแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคืออะไร”

“ก่อนอื่นเราต้องออกจากอาณาจักรเทพและมหาภพแห่งแสง ไปยังมหาภพแห่งเสียงครับ จากที่นั่นเราจะไปยังมหาภพแห่งความมืดต่อได้”

ผู้ย่ำเงาอธิบายแผนการคร่าวๆ  สำหรับตอนนี้ส่วนที่ยากที่สุดคือการออกจากที่นี่ และคงยากมากขึ้นอีกถ้าต้องพานางฟ้าคนนี้ไปด้วย เพราะคงไม่ดีแน่ถ้าเกิดมีใครเห็นว่าเธอตามปีศาจอย่างเขาไป ดังนั้นการจะออกไปจากที่นี้โดยไม่ถูกตรวจพบนั้น จึงควรอาศัยความมืดหนีไปตั้งแต่ตอนนี้ที่เป็นเวลากลางคืน

“เราควรเดินทางกันตอนนี้เลยนะครับ”

“ยังไม่ได้เรายังมีเรื่องต้องทำอีก”

นางฟ้าสาวตอบกลับในทันที ทำให้อีกฝ่ายนึกออกว่าน่าจะมีสิ่งที่เธอต้องทำอยู่

“คุณจะไปหยุดการโจมตีสินะครับ”

“ไม่ใช่ การโจมตีจะถูกหยุดในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้เป็นเวลานอน ต้องนอน”

นางฟ้าสาวตอบก่อนจะเก็บเคียวแล้วหันหลังเดินกลับเข้าไปในประตูที่เธอออกมา โดยไม่กลัวว่าปีศาจหนุ่มที่เธอจับได้จะหนีไปเลยแม้แต่น้อย

“เอ่อ...คุณลืมถอนเวทผนึกให้ผมนะครับ”

ทว่าคำพูดนี้ของเขาก็โดนสายลมพัดหายไปด้วยเวลาอันรวดเร็ว คืนแรกในอาณาจักรเทพของปีศาจหนุ่มที่ชื่อว่า เชส ชาโดว์วอล์คเกอร์ คนนี้ จึงต้องนอนบนพื้นหินอ่อนแข็งๆ จนรุ่งเช้า
------------------------------------------------------------
เวอร์ชั่นใกล้เคียงกับที่ลงในหนังสือครับ
------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

558 ความคิดเห็น

  1. #484 Borich (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 21:13
    สาวโหดกลับมาแล้ว > <
    #484
    0
  2. #479 Borich (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 20:47
    จะขอสารภาพอ่านมาตั้งแต่ภาคแรกแล้ว ขอโทษด้วยนะครับบ TT____TT แต่ชอบเรื่องนี้มาก แนวเรื่องโดนมากๆ 
    #479
    0
  3. #325 coffeelover (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2556 / 13:40
    คำซ้ำมีอยู่บ้าง แต่ตอนบรรยายคุณนางฟ้านี่เห็นภาพเลย
    เป็นผู้หญิงด้วยกันยังเคลิ้มมมมม มมมม มม ม >///<)!!!!
    #325
    0
  4. #283 ★SHIRAZ'II★ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 00:58
    เหอๆ น่าสงสาร 555
    #283
    0
  5. #273 MyU_immi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 21:45
    จบตอนที่ 1
    จำได้ว่าอ่านแล้วเมนท์ไปเรียบร้อย  แต่พอย้อนกลับมาดูเพื่ออ่านบทที่สองต่อ  เมนท์ผมกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย...

    หรือจะเป็นปรากฏการณ์เทพลักซ่อน!!

    ปล. บุคลิกตัวละครขัดแย้งอย่างมีเสน่ห์  การบรรยายแม้บางจุดอาจมีคำซ้ำเยอะไปนิด  แต่ก็เห็นภาพชัดเจนดี 
    แต่แม่นางฟ้านี่จะหัวอ่อนเกินไปมั้ย  ถ้าเกิดเจอปีศาจที่เล่นลิ้นเก่ง ๆ หน่อย มิถูกหลอกล่อได้ง่าย ๆ เลยเหรอ 55
    อ่านตอนต่อไป --->
    #273
    0
  6. #257 watch012 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:11
    แค่เริ่มเรื่องก็ชอบแล้ว
    #257
    0
  7. #173 Whitememo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 / 12:46
    มีแนวคิดของความแฟนตาซีดีนะคะ เราไม่ได้อ่านอะไรทำนองนี้มานานแล้ว เพราะไปอ่านอะไรที่จริงจังแทนจนเกือบลืมไปแล้วว่าแฟนตาซีมันต้องยังไงบ้าง

    เราว่าเปิดเรื่องดีค่ะ ในระหว่างที่อ่านมีช่วงเยิ่ยเย้ออยู่บ้าง (ในความคิดของเรา) แต่ไม่มากเกินไปค่ะ โดยรวมแล้วอ่านไหลมาเรื่อย ๆ ค่ะ จนกระทั่งจบตอนก็แบบ "โธ่ พ่อเชสเอ่ย... หนาวไหมน่ะ อยากเอาผ้าห่มให้ห่มจัง" รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความซวยและวุ่นวายที่จะมีขึ้นต่อจากนี้เมื่ออยู่ร่วมกับนางฟ้าท่านนี้

    ตอนนี้เรายังเห็นภาพบ้านเมือง บรรยากาศไม่ค่อยชัดมากนะคะ อันที่จริงเรเาห็นเป็นเมืองแบบเมโทรโพลิสด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่แน่ใจ เพระมีความรู้สึกเหมือนมันน่าจะเป็นแบบคลาสสิกอยู่บ้างเหมือนกันเพื่อความสวยงาม แต่ตอนนี้อาจไม่ำจเป้นต้องให้เห็นทุกอย่างก็ได้ค่ะ (สรุปมันก็ดีแล้ว) เพราะบรรยากาศเรื่อง หรือเมือง มีเวลาอีกมากในการบรรยายออกมาให้ผู้อ่านเห็น ถ้าใส่เข้าไปในตอนนี้มันจะยิ่งดูเยอะเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นเราว่าตอนนี้ที่ไม่เห็นบรรยากาศก็ไม่เป็นไรค่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวมันจะเยอะจนชวนน่าเบื่อไป (แต่ถ้าสามารถบรรยายโดยไม่ให้ดูเยอะได้คงจะเป็นเรื่องดี -- ลองไปคิดดูก็ได้ค่ะ แต่แล้วแต่ดีกว่าว่าจะลองใหม่ แต่แบบที่เป็นอยู่นี้ก็ใช้ได้แล้วล่ะค่ะ)

    เรื่องเสริมเล็ก ๆ

    - การเว้นวรรคตอนระหว่างคำ ระหว่างประโยคมีความสำคัญกับความไหลลื่น และความต่อเนื่องของอารมณ์เวลาอ่าน เราเองก็เป็นนะคะ ต้องมานั่งแก้เวลาอ่านเหมือนกัน ตอนเราเขียนเราจะไม่ค่อยรู้ แต่พอมาอ่านเราจะรู้ว่าอารมณ์มันจะขาด มันจะสะดุด เพระาการเว้นวรรค เช่น "เงาสีดำเคลื่อนตัว...ระหว่างเงา อันเกิดจาก... เรียงรายอยู่สองข้างทาง" ในบรรทัดแรกเลย ในความรู้สึกคิดว่า "เงา" กับคำว่า "อันเกิดจาก" น่าจะติดกันนะคะ อ่่านแล้วเหมือนไหลลื่นในความรู้สึกมากกว่า แล้วก็ยังมีส่วนอื่น ๆ อีก แต่เบา ๆ ค่ะ ไว้แก้ตอนว่าง ๆ ก็ได้ไม่ต้องรีบร้อน (เราเองก็ยังต้องแก้เรื่องพวกนี้อยู่เหมือนกัน เป็นส่วนเสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ เฉย ๆ)

    - คำซ้ำ แค่ 3 บรรทัดแรกเราเจอคำว่า "ที่" ไปทั้งหมด 9 คำ ในส่วนนี้เราแล้วแต่นะคะว่าอยากจะแก้ไขหรือเปล่า เพราะมันอาจจะเป็นภาษาของคุณก็ได้ แต่โดยส่วนตัวเราอ่านแล้วรู้สึกว่ามันเยอะมากอ่านจนหลอนคำว่า "ที่" ไปเลย แต่แน่นอนว่ามันไม่ได้ผิดอะไรหรอกค่ะ แต่ถ้าปรบปรุงได้คงจะดีขึ้นเนอะ... ส่วนหนึ่งอาจเพราะเราพยายามระวังเรื่องพวกนี้ด้วยน่ะค่ะเวลาเขียนพอมาอ่านของคนอื่นมันเลยโดดออกมา ปกติเราจะกะไว้ 3 บรรทัดอย่างมากจะมี "ที่" ได้แค่ 3 แต่อะลุ่มอล่วยได้ถึง 4 คำว่า "ที่" เป็นคำที่ใช้ในการบรรยายเยอะโดยธรรมชาติอยู่แล้ว มันจะออกมาโดยธรรมชาติของเราเอง (ห้ามกันยากหลุดมาเยอะก็ไม่แปลก) แต่นอกจากคำว่าที่ก็ยังมีคำอื่นซึ่งใช้ได้ เราหลีกไปใช้คำว่า "ซึ่ง" เยอะเหมือนกันค่ะ (ลองเอาไปใช้ดูก็ได้นะคะ ^w^)

    นอกนั้นไม่มีนะคะขอชมว่า การใช้ภาษาโอเคเลยอื่น ๆ ก็ปกติไม่มีปัญหาอันใด คำผิดไม่มี ซูฮกเลย ทั้งพิมพ์ผิด และกรณีนิ้วพัน พิมพ์สลับอักษร -- เรานิ้วพันประจำมากจนคนอ่านชินไปเลย (=_=)

    - ชอบคำว่า "ผู้ย่ำเงา" Shadow Walker เราว่ามันเป็นการเล่นคำที่ดีนะคะ (ความเห็นส่วนตัว)

    เราว่าคุณเองก็พยายามทำให้เรื่องมีเหตุมีผลเหมือนกันใช่ไหมคะ เรารู้สึกได้ระหว่างอ่านว่ามีการอุดรอยรั่วของความคิดไปด้วยตลอด ทำให้เรื่องมีช่องโหว่น้อยที่สุด ดีนะคะ ขอชื่นชม เราชอบค่ะ

    ส่วนที่เหลือนอกเหนือจากนี้ต้องดูเรื่องราวกันต่อไป สรุปแล้วเป็นบทแรกที่สนุกมากค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ^^
    #173
    0
  8. #140 qazz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 07:56
    ยอดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #140
    0
  9. #69 MiG31Foxhound (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2555 / 00:32

    ยังอ่านไม่จบตอนแต่อ่านละติดครับเพ่น้อง

    จริงๆ ผมก็ชอบแนวๆ ปีศาจดี เทพเลว อยู่เหมือนกัน คือ ผมชอบเอาอะไรที่มันตรงกันข้ามมารวมกัน ภายนอกอย่างภายในอย่าง

    จริงอยู่นิยายเรื่องนี้อาจมีบางจุดที่ผมไม่พอใจแต่ก็ไม่รังเกียจ แต่ยังไงก็ตามแค่นี้ก็พอใจผมมากกว่าครึ่งละครับ ขอกลับไปอ่านก่อนล่ะ จะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วโดนได้มากขนาดไหน


    นิยายผม(ในประมูล)ก็แบบนี้เหมือนกัน แต่สงครามมันเกิดแล้ว ละรบกับเอเลี่ยน? ไม่ เรียกว่าอารยชนต่างดาวดีกว่า จุดที่คล้ายกันน่าจะเป็นตัวพระกับนางเนี่ยแหละ พระเอกออร์ค (Orc) นางเอกเอลฟ์ (Elf) (เป็นครูเหมือนกันด้วย เหยด!)

    #69
    0
  10. #63 วอร์เมซ war maceที่1 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2555 / 17:32

    พระเอกนางเอกดูน่าสนใจดีนะเจ้าคะ^^

    #63
    0
  11. #61 Black Dragon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2555 / 20:22
    เพิ่งได้มาอ่านและรู้สึกว่า... มันยอดมาก!!
    ให้แนวคิดสุดๆ
    #61
    0
  12. #22 Fateจัง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มีนาคม 2555 / 12:24
     งืมๆ น่าติดตานนะ
    #22
    0
  13. #21 MinZ@ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มกราคม 2555 / 22:17
    ได้ฤกษ์มาอ่านแล้วน้าไรเตอร์
    เรื่องนี้น่าสนใจจัง
    ธุระสำคัญไม่ใช่หยุดสงครามแต่เป็นนอนสินะ
    แต่เหมือนว่านางเอกเราจะเป็นจอมทัพ
    คนนั้นรึเปล่านะ  ถ้าเป็นเทพธรรมดาก็ไม่น่ามีสิทธิสั่งให้
    ยับยั้งการโจทะ  <<<  ความเห็นส่วนตัวนะจ๊ะ
    #21
    0
  14. #20 carbuncle (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มกราคม 2555 / 17:45

    ..................



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:41
    #20
    0
  15. #19 Midnight (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2554 / 20:43
    ไนท์เองท่านพี่บอม =w=
    มาขออ่านสัก  1 ตอน (คือไนท์ติดอ่านเรื่องของสมาชิกคนหนึ่งไว้ ฮา ดองอ่านเอาไว้อ่ะท่านพี่)
    เงาสีดำเคลื่อนตัวไปตามความมืดระหว่างเงา(?)
    ทุกอย่างของชายหนุ่มล้วนเป็นสีดำ(?) ไนท์ว่าเป็นเสื้อผ้า อาภรณ์ เครื่องสวมใส่น่าจะเหมาะกว่านะคะ
    โฮ่ ชื่อเท่อ่ะ เผ่าผู้ย่ำเงา *-*
    ชื่อแม่ทัพยาวดีจัง ฮา อยากบ้าง ฮา ๆ
    อะโห เธอช่างสวย ฮา
    ตรงคำว่า วูบ ไนท์นึกว่า เขาเป็นลมไปซะแล้ว ฮา เข้าใจผิด
    ทันใดนั้นที่กลางหลังของเขาได้มีรองเท้าส้นสูงเหยียบที่กลางหลังของเขา(สะดุดเล็กน้อยพี่บอม)
    พลังอีกสายหนึ่งแผ่รองเท้ามากด(?)
    แรงที่แผ่ลงมากดทับ(เอาแผ่ออกดีไหมคะพี่ ^ ^)
    โฮ่ นางฟ้า พูดเหมือนเป็นเครื่องจักรเลยอ่า โฮะ ๆ ชอบ ๆ
    ระยะห่างเท่าเส้นผม?
    โฮ่ ยอมเสี่ยงไปโลกโน้นเลยรึท่านนางฟ้า ฮา ท่านคิดง่ายจัง
    เหมือนนางฟ้าจะเป็นผู้มีตำแหน่งสูง สั่งการได้เลย ฮา
    ฮา นอนอยู่ข้างนอกรึ หนาวแย่เลย ฮา นางฟ้าเย็นชาสุดยอด ฮา

    สักเล็กน้อยท่านพี่ คิดว่าทั้งหมดที่ไนท์เม้นไป พี่อ่านทวนน่าจะเข้าใจ แล้วก็การเว้นวรรคสักนิดนะคะ(เล็กน้อย ๆ) สู้ๆค่ะ เป็นกำลังใจให้


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 ธันวาคม 2554 / 20:45
    #19
    0
  16. #18 Lnwlord009 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2554 / 09:29
    DDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDD
    #18
    0
  17. #17 akara (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2554 / 00:37
    ชอบ Concept ของเรื่องจังครับ ความมืดไม่ใช่ความชั่วร้ายทั้งหมด และ แสงสว่างก็ไม่ใช่ความดีเสมอไป
    #17
    0
  18. #16 Zamean" (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 18:43
    บนสวรรค์อาจจะมียุงเทวดา ไม่กินเลือดเป็นอาหาร !!?

    พระเอกแลดูน่ารัก = w =
    #16
    0
  19. #15 Master Of Dragon Knight (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 08:37
     ชอบแบบตอนยาๆสุดๆ อ่านจุใจดี
    #15
    0
  20. #14 ILC-Pam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2554 / 22:01
     โอ๊สสส..เรื่องนี้ยาวกว่าเมอบี้แหะ

    สนุกมากเลยค๊าา

    รอตอนต่อไปเน่อ

    ^^
    #14
    0
  21. #13 Θάνατος (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2554 / 21:50
    รู้สึกเชสจะชอบนอนตบยุงเล่นเหมือนเดิมนะครับ เรื่องนี่ยาวกว่าเมอบี้จริงๆ ถ้าเมอบี้ยาวเท่าสงสัยขึ้นท็อปทรีไปนานแล้ว
    #13
    0
  22. #12 tontoei_leez (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2554 / 20:46
    เริ่มได้สนุกค่ะ ชอบคาแรกเตอร์พระเอกเพราะดูมีชีวิต สมจริง นางเอกก็เครื่องจักรแสนสวย ฮ่าฮ่า
    ชอบคำว่าเผ่าผู้ย่ำเงานะคะ ใช้คำได้เจ๋งดี
    แล้วสุดท้ายเชสพระเอกของเราก็ต้องนอนตากยุง ฮ่าฮ่า น่าสงสารจัง
    #12
    0
  23. #11 Дdiemuś (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2554 / 20:27
    ยาวกว่าเมอบี้อย่างเห็นได้ชัดเจนมากๆ สุโค่ย =w=b!
    (ได้เจิมๆ ด้วยล่ะ ขอให้คนอ่านตรึมๆ นะพี่ เพี้ยงงง!)
    #11
    0