โหด!นักมารักกันเลย (END)

ตอนที่ 7 : โหดที่ #6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,075
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    1 เม.ย. 63

โหดที่ #6

18-19/12/62✔️

01/04/63☑️

(San-D Talk)

ผมโคตรรู้สึกดีเลย ตอนที่พี่ปืนบอกให้ผมมาเที่ยวที่ร้านได้อีก ผมกลัวแทบแย่ว่าจะไม่ได้มาที่ร้าน ถึงจะช่วงเวลาไม่นานที่ผมได้มาร้านเหล้านวลจันทร์ แต่ผมก็รู้สึกผูกพันกับทุกคนที่ผมคุยเล่นด้วย เหมือนตัวเองได้มีเพื่อนใหม่ถึงจะอายุต่างกันก็เถอะ และพวกพี่ๆทุกคนที่นั่นก็เอ็นดูผม โดนเฉพาะไอ้พี่กล้วย สุดท้ายผมก็ทำในสิ่งที่น่าอาย ผมดีใจเกินไป เลยเผลอหอมแก้มพี่ปืน

โคตรอาย!!

ผมรีบวิ่งหนีกลับบ้านแทบไม่ทัน โดยมีไอ้พี่กล้วยตามมาส่ง และผมก็รู้ว่าเป็นคำสั่งพี่ปืนนั่นแหละที่ให้ไอ้พี่กล้วยมาส่งผม

เนี่ย! เห็นมั้ยว่า...

พี่ปืนของผมน่ารักขนาดไหน

แต่ผมลืมใครไปคนหนึ่งหรือเปล่าที่อยู่ตรงนั้นด้วย....

ก็ไอ้พี่กล้วยไง มันล้อผมตั้งแต่ขึ้นรถจนลงรถ

เออ! ยอมรับก็ได้...

แสนดีเขินโว้ย!

และวันถัดมาผมก็ไม่กล้าที่จะไปร้านเหล้านวลจันทร์ ก็ผมยังเขินอยู่ ขนาดไอ้พี่กล้วยโทรมาตาม แถมยังบอกอีกว่าจะมารับ แต่ผมยังเลือกที่จะปฏิเสธเลย ขอผมทำใจก่อนที่จะไปเจอพี่ปืนไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำหน้าแบบไหนเวลาเจอกัน กลัวจะไปทำหน้าแดงเขินให้พี่ปืนเห็น นอกจากพี่ทิมที่ให้ผมใจเต้นแรง ก็มีพี่ปืนนี่แหละที่ทำให้ผมใจเต้นแรงกว่าเดิม ผมไม่รู้ว่าใครทำให้ผมใจเต้นแรงมากกว่ากัน เพราะผมไม่เคยวัด ผมไม่รู้ว่าตัวเองคิดยังไงกับพี่ปืน ผมคิดเรื่องนี้มาทั้งอาทิตย์ สับสนจนปวดหัว ขนาดถามใจตัวเองว่าชอบพี่ปืนไหมก็ยังตอบไม่ได้เลย แต่ก่อนผมไม่เคยมองใครเลยนอกจากพี่ทิม

แต่ตอนนี้ผมคิดว่า

...ผมกำลังเปลี่ยนไป

แล้ววันเสาร์ก็วนลูปมาอีกครั้ง วันที่ผมควรจะต้องนอนตื่นสายๆกิ้งไปกิ้งมาบนเตียง เพราะนี่มันคือวันหยุด ผมขี้เกียจ ผมยอมรับ แต่ผมกลับตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะไปช่วยพี่แจงจัดเตรียมร้านแทน ในเมื่อเจ้าของร้านเขาไม่ค่อยจะสนใจเท่าไร ผมในฐานะน้องก็คงทำหน้าที่แทน ผมทำได้ดีแค่นี้ ผมเดินลงมาจากชั้นบนด้วยชุดพนักงานของร้าน

“อ่าว!..แสนลงมาทำไม ไม่นอนต่อ พี่ทำได้”

“อยากช่วยพี่แจง”

“น่ารักที่สุดเลย หิวอะไร เดี๋ยวพี่หาให้กิน”

“แสนยังไม่หิว พี่แจงมีอะไรให้แสนทำบ้าง”

พี่แจงอมยิ้ม มองผมด้วยสายตาเอ็นดู ผมอาสาช่วยพี่แจงเกือบทุกอย่างที่พอจะช่วยได้ พี่แจงเริ่มสอนชงกาแฟง่ายๆ และตอนที่ผมชงกาแฟไปให้พี่ปืนกินวันนั้นก็เป็นพี่แจงนี่แหละที่สอนผมมากลับมือ และชมว่ามันเป็นเมนูแรกที่อร่อยเท่าที่ผมชงมา ผมถึงกล้าชงให้พี่ปืนไง ลูกค้าเริ่มเข้ามาเรื่อยๆ บางคนมาดูพี่แจงกับสีผมใหม่ ซึ่งตอนนี้มันเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อน นี่ถ้าพี่แจงไม่ขาวและน่ารักผมว่าไม่รอด ร้อยทั้งร้อยคนที่ทำผมสีนี้ตายสนิทถ้าไม่น่ารักจริง

เวลาผ่านไปเกือบ11โมง ก็มาลูกค้ามายืนที่หน้าเคาน์เตอร์ตรงหน้า ผมเงยหน้ากำลังจะกล่าวทักทายกับลูกค้าคนนั้น แต่ต้องชะงักเพราะลูกค้าคนนั้นคือ พี่ทิม เล่นเอาผมทำหน้าไม่ถูกเมื่อพี่ทิมกำลังจ้องมองผมอยู่ ผมหลบสายตาเขา

“น้องทิมมีอะไรหรือเปล่าคะ”

พี่แจงเป็นคนถามพี่ทิมขึ้นมาก่อน คงเห็นว่าผมทำท่าทางแปลกๆ พี่แจงเป็นคนเดียวที่รู้ความลับของผม และผมไว้ใจว่าพี่แจงจะไม่บอกใคร มันเป็นความลับระหว่างเรา และเธอก็คอยช่วยผม ในตอนที่กำลังแย่กับภาพตรงหน้าตลอด จนผมรักพี่แจงมากกว่าพี่สาวตัวเองอย่างพี่ยินดีเสียอีก

“ไม่ครับพี่แจง ผมแค่ต้องการคนไปทานข้าวด้วย”

พี่ทิมหันกลับมามองผมอีกครั้ง พร้อมกับยิ้มที่ทำให้ผมใจสั่น มันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา

“แสนดีครับ ไปทานข้าวเป็นเพื่อนพี่หน่อย กินคนเดียวมันเหงา”

ผมมองพี่ทิมที่ทำหน้าตาน่าสงสาร ผมใจอ่อนยวบ ใจผมตอบตกลงไปแล้วแต่สมองสั่งห้ามไม่ให้ไปเด็ดขาด เหมือนด้านขาวกับด้านดำเถียงในหัวผม ไม่รู้จะเชื่อฝ่ายไหนดี

“เออ! จริงด้วย แสนดียังไม่ทานข้าวไม่ใช่หรอ ไปทานเป็นเพื่อนน้องทิมเขาหน่อยซิ”

“พี่แจง”

ผมเรียกพี่แจงเสียงหลง ทำไมถึงให้ผมไปกับพี่ทิมแทนที่จะช่วยกัน ส่งผมไปลงนรกชัดๆ

“ไปเถอะ พี่อยู่ได้”

พี่ทิมยิ้ม พี่แจงดันหลังผมให้ออกจากเคาน์เตอร์ไปยืนข้างๆ พี่ทิม ผมมองพี่ทิมที่แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมลงมาถึงสามเม็ดเพราะเจ้าตัวขี้ร้อน กับกางเกงสแล็คสีดำที่โคตรจะดูดี แล้วดูผมดิ เสื้อยืดสีขาวที่สกีนชื่อร้านกับกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล โคตรจะห่วย ดูยังไงก็ไม่เข้ากัน

“ไปกันเลยไหม แสนดี”

ผมพยักหน้าแล้วมองพี่ทิมที่ยิ้มกว้างส่งมาให้ผม

พี่ทิมช่วยหยุดยิ้มทีได้ไหม...

ยิ้มของพี่มันทำให้ผมกำลังจะตาย

เพราะหัวใจที่เต้นแรง

พี่ทิมไม่ได้พาผมไปทานข้าวไหนไกลจากร้านเท่าไร มันถัดออกไปแค่สามช่วงตึกและเป็นร้านประจำที่พี่ทิมชอบพาผมมากิน เพราะผมชมว่ามันอร่อย และพี่ทิมก็จำได้ เราเดินข้ามถนน แล้วก็เป็นพี่ทิมที่เอื้อมมือมาจับแขนผมข้ามถนนไปด้วยกัน ผมเดินช้าลงมองมือพี่ทิมที่จับแขนผม ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาช่างทำให้รู้สึกดีเหลือเกิน

จนอยากให้มันเป็นของผม

ทั้งๆ ที่รู้ดีว่ามันไม่มีทางได้เป็น

ไม่มีทาง...

พี่ทิมเปิดประตูร้านให้ผมได้เข้าไปข้างใน เราเลือกที่นั่งตรงกระจก เพราะผมชอบมองวิวข้างนอกถึงจะมีแต่รถและก็ผู้คนก็เถอะ เขาจำได้ทุกอย่าง และสั่งทุกอย่างที่ผมชอบ พออาหารมาเสิร์ฟ พี่ทิมก็ตักอาหารให้ผมตลอดเวลา ดูแลราวกับผมเป็นผู้โชคดีที่เข้าเลือก แต่เปล่าเลยแค่น้องคนที่เขารักเท่านั้นเอง เลยเพื่อแผ่ความใจดีมาให้กัน

เคยถามผมบ้างไหมว่า...ต้องการมันไหม?

“กินเยอะๆ แสนดี เรานะผอมเกินไปแล้วนะ”

ผมไม่ตอบโต้ ได้แต่กินอาหารที่พี่ทิมตักให้เกือบทุกอย่าง

“แสนดี”

พี่ทิมยืนมือมาเช็ดที่มุมปากของผม ทำเอาผมชะงักใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา ทำไมพี่ทิมชอบใจดีกับผม ความใจดีของพี่ทิมกำลังจะทำให้ผมหลุดออกจากหลุมที่พี่ทิมไม่ได้ตั้งใจขุด แล้วขึ้นมาไม่ได้ เหมือนทำให้ผมขึ้นสวรรค์ และก็ฉุดผมลงมานรกในเวลาเดียวกัน น่าตลกจริงๆ

“ข้าวติดปาก”

“...”

Rrrrrrr

เสียงมือถือพี่ทิมดังขึ้น ทำให้พี่ทิมเลิกมองผม แล้วหันไปสนใจมือถือตัวเองแทน เขายิ้มแบบที่ผมก็รู้ว่าใครโทรมา

พี่ยินดี

“ครับ ยินดี ตื่นแล้วหรอ”

“ทิมกินข้าวกับน้องแสนดีอยู่”

“เดี๋ยวกลับไป เอาอะไรไหม”

“ไม่งอแงซิ เดี๋ยวทิมไปหานะ”

“ครับ รักเหมือนกัน”

ผมเลิกสนใจพี่ทิม แล้วก้มหน้ากลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ฝืนกินอาหารต่อหน้าอย่างไม่รู้รส ไม่รู้ว่าพี่ยินดีพูดอะไรกับพี่ทิมบ้าง เพราะคนตรงหน้าผมเอายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จนผมอยากให้คนในสายเป็นผมแทนพี่ยินดี และทุกคำที่พูดออกมาก็บาดหัวใจผมจนไม่เหลือชิ้นดี ตลกตัวเองชะมัดที่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ แต่ก็ชอบที่จะยืนอยู่แบบนี้ไม่ไปไหนสักที ความใจดีของพี่ทิมที่มีมากจนเกินไปที่เพื่อแผ่มาถึงผม และทำให้ผมคิดไปไกล ในขณะที่พี่ทิมไม่ได้คิดอะไรเลย

โคตรทรมาน~

เหมือนตายทั้งเป็นเลย

พี่ทิมพาผมกลับมาร้านหลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง เขาไม่ได้เร่งให้ผมรีบกิน แถมยังคุยหัวเราะเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่มีพี่ยินดีอยู่ในประโยคที่คุยกัน

พอหรือยัง??

เหยียบใจผมพอหรือยัง...

ผมกลับมาช่วยงานในร้านเหมือนเดิม พี่ทิมหายขึ้นไปข้างบนและคงไม่ลงมาง่ายๆ คงเย็นๆ กว่าจะพากันลงมา ผมพยายามร่าเริงเพื่อกลบเกลื่อนความเศร้าของตัวเอง ช่วยพี่แจงแทบทุกอย่างที่ทำได้ แอบเหม่อบ้างตอนที่พี่แจงไม่ได้สนใจผม และพยายามไม่ให้พี่แจงเห็น เพราะไม่อยากให้เธอเป็นห่วง เย็นนี้ผมคิดว่าจะไปเที่ยวเล่นที่ร้านเหล้านวลจันทร์สักหน่อย อยากไปเจอพี่ปืนเผื่อจะทำให้ผมรู้สึกดีกว่านี้

“แสน พอได้แล้ว ขึ้นไปพักผ่อนบ้างเถอะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”

เสียงพี่แจงที่แสดงความเป็นห่วงผม เพราะเวลาล่วงเลยมาจนเกือบจะหกโมงเย็นแล้ว ลูกค้าเริ่มไม่มีและพี่แจงก็ทยอยเก็บของที่ไม่ได้ใช้แล้วบางส่วน อีกไม่ถึงชั่วโมงร้านก็จะปิดแล้ว

“งั้นแสนไปอาบน้ำดีกว่า”

“แสนจะออกไปไหน ไปร้านนั้นหรอ”

“ว่าจะไป ขี้เกียจอยู่บ้าน”

“อย่ากลับดึกนะ พี่เป็นห่วง”

ผมพยักหน้ารับ ขนาดไม่ได้กลับยังไม่มีใครสนใจเลยนอกจากพี่แจง วันนี้ว่าจะไปนั่งเล่นที่ร้านเหล้านวลจันทร์สักพักก็กลับมา เพื่อที่พรุ่งนี้จะมาช่วยพี่แจงอีก ผมถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วเดินขึ้นไปชั้นบน ได้ยินเสียงหัวเราะออกมาจากห้องพี่ยินดี เลยรีบเดินเข้าห้องตัวเองไม่อยากสนใจ เปิดประตูห้อง ก่อนรีบเข้าไปอาบน้ำ แล้วเดินไปหยุดตรงใต้ฟักบัว เปิดน้ำปล่อยให้สายน้ำไหลผ่านร่างกาย ผมจมกับความเจ็บปวดของตัวเอง โดยมีสายน้ำชำระล้าง เอาความเจ็บปวดออกจากก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจที่มันไม่รักดี

ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันช่วยอะไรไม่ได้เลยสักนิด

ไม่ช่วยเลย...

เพราะว่าผมก็ยังปวดใจอยู่ดี

ผมเลือกแต่งตัวด้วยเสื้อยืดตัวโคร่งๆ สีฟ้าอ่อน กับกางเกงขาสั้นที่ชอบใส่ประจำ ยืนมองตัวเองในกระจกสักพัก ก่อนที่มือถือบนเตียงจะดังขึ้นมา

Rrrrrrr

XxคูณXx

“ว่าไง”

[แสนมึงอยู่ไหน]

“ร้าน”

[เฮียหาร ให้ชวนมึงไปเที่ยว]

ผมขมวดคิ้ว ตั้งแต่เกิดเรื่องคราวก่อนผมก็ไม่ได้เจอพี่หารเลย ไอ้คูณเองก็ไม่ได้พูดถึงเหมือนกัน

“ร้านไหน”

[ร้านเหล้านวลจันทร์]

และนี่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่ไหมที่พี่หารจะชวนผมไปร้านเดิมแบบนี้

“ร้านเขาให้พี่หารเข้าแล้วหรอ”

[เฮียบอกเคลียร์แล้ว ทางสะดวกแล้วมึงจะไปไหมแสน]

“อืม แล้วเจอกัน”

ยังไงผมก็จะไปเที่ยวเล่นร้านเกล้านวลจันทร์อยู่แล้ว ก็แค่ไปนั่งกับไอ้คูณแป๊บเดียวแล้วไปหาพี่กล้วย แล้วต่อด้วยพี่ปืนของผม ผมคิดก็ยิ้มออกมา อยากไปเจอหน้าดุที่ขรึมตลอดเวลา แต่ผมแอบเห็นนะว่าวันนั้นที่ผมหอมแก้ม พี่ปืนแอบยิ้ม แต่ผมจะไม่พูดก็ได้ จะแกล้งทำเป็นไม่เห็น เพราะกลัวพี่ปืนจะเขินเหมือนกับผม

ผมลงมาข้างล่าง ตอนนี้ร้านปิดแล้ว พี่แจงน่าจะกลับบ้านไปแล้ว ผมเดินลงมาเรื่อยๆ ทำไมวันนี้พี่แจงปิดไฟด้านล่าง ทั้งๆที่จะต้องเปิด พอก้าวมาถึงชั้นล่างสุด ผมเห็นแสงสว่างจากเทียนที่ตั้งเรียงรายเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ ผมมองไปทีละตัว ก่อนจะหันไปมองข้างๆ กันที่เป็นรูปหัวใจ แสงสว่างจากเทียนส่องสว่าง ไฟกะพริบตรงกระจกเป็นคำที่ทำให้ผมใจกระตุก

“I Love You” ❤️

“Will you marry me?”

ผมค่อยๆ ก้าวเข้าไปแล้วก็เห็นพี่ยินดีที่สวมผ้าคลุมผมเจ้าสาว 2 ชั้นสีขาว ยืนอยู่ตรงกลางร้านมีพี่ทิมกำลังคุกเข่ายื่นกล่องสีแดงกำมะหยี่ที่ผมรู้ว่าข้างในนั่นมันคือแหวน พี่ยินดียิ้มไม่หุบทำท่าเหมือนจะร้องไห้ มีเพื่อนของพี่ยินดีและพี่ทิมที่ผมรู้จักและไม่รู้จักยืนกันเต็มไปหมด ผมเหลือบไปเห็นพี่แจงที่ยืนแอบอยู่ พี่แจงรีบก้าวมาหาผม เธอจับมือผมให้ออกตรงนั้นทันที ถึงผมจะออกจากตรงนั้น แต่ผมก็ยังได้ยินสิ่งที่พี่ทิมพูดกับพี่ยินดีได้อย่างชัดเจน

“ยินดีครับ แต่งงานกับทิมนะ”

“ค่ะ”

และนั้นคือคำพูดสุดท้ายที่ผมได้ยิน ก่อนที่พี่แจงจะพาผมออกมาจากร้านที่มีเสียงโห่ร้องแสดงความดีใจกับคนข้างใน ผมกำลังจะร้องไห้ น้ำตาของผมกำลังจะไหล ผมกลั้นอย่างสุดความสามารถ พี่แจงดึงผมเข้ามากอด เพื่อปลอบใจผมแล้วลูปหลังผมเบาๆ แต่มันกลับไม่ช่วยเลยสักนิด

ไม่ช่วยเลย...

“แสนดี ไม่เป็นไรนะ”

“พี่แจงแสนเจ็บ”

ผมจับตรงหน้าอกตัวเองกำเสื้อแน่นตรงตำแหน่งของหัวใจที่มันเจ็บเจียนตาย ผมแสดงความเจ็บปวดออกมาให้พี่แจงได้เห็น ร้องไห้เหมือนจะขาดใจตายตรงนี้ให้ได้

“ไม่เป็นไรนะแสน พี่อยู่ตรงนี้”

ผมปล่อยโฮอย่างไม่อายร้องไห้เสียงดังแข่งกับเสียงแสดงความยินดีข้างใน ตอนนี้พี่แจงกับผมมายืนอยู่ตรงระเบียงของร้านที่ยืนออกไปทางริมแม่น้ำ มันมีเทียนตั้งอยู่เต็มไปหมด ผมไม่รู้ว่าพี่ทิมมาเตรียมสถานที่ตอนไหน มันสวยมาก พี่ทิมเป็นคนโรแมนติกและสิ่งที่เขาทำให้พี่ยินดีมันดีมาก และผมควรจะยินดี ไม่ใช่มาร้องไห้ทำท่าจะเป็นจะตายอยู่แบบนี้

น่าตลกตัวเองสิ้นดี...


ที่แอบหลงรักแฟนพี่สาวตัวเองมาตลอดหลายปี


และนี้คงเป็นครั้งแรกที่ผมคิดว่า...


ผมควรจะตัดใจจากพี่ทิมสักที


หรือว่าผมควรจะตัดใจตั้งนานแล้ว แต่ผมกลับไม่ทำ


เพราะพี่ทิมไม่มีทางรักผม


เพราะพี่ทิมไม่มีทางเลิกกับพี่ยินดี


เพราะพี่ทิมรักพี่ยินดี


ไม่ใช่ผม...


ที่เป็นได้แค่น้องชายของพี่ยินดีเท่านั้น


พี่ทิมเป็นของพี่ยินดี


ไม่ใช่ของแสนดี


หมดเวลาหลอกตัวเอง...


ตื่นขึ้นมายอมรับความจริงได้แล้ว


แสนดี...


tbc

#แสนดีของพี่ปืน

ไม่ร้องนะแสนดีT_T สงสาร 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #12 KUB29198 (@KUB29198) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 01:57

    นน้องงงงงงฮืออออออชั้นเส้าาาา

    #12
    1