โหด!นักมารักกันเลย (END)

ตอนที่ 4 : โหดที่ #3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    11 มี.ค. 63

โหดที่ #3

13-14/12/62✔️11/03/63☑️



(gun Talk)



ร้านเหล้านวลจันทร์



หนึ่งอาทิตย์ต่อมา


ผมสาละวนกับเอกสารกองโตตรงหน้าที่พี่กรเอามาให้ผมช่วยทำจนไม่มีเวลาลงมาดูแลร้านเท่าไหร่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของไอ้กล้วย มันเก่งและผมก็ไว้ใจมัน ไอ้กล้วยมันตัดสินใจแทนผมได้ทุกอย่าง วันนี้งานที่ผมต้องทำเริ่มเบาลง และผมคิดว่าจะลงมาดูความเรียบร้อยของร้านสักหน่อย ผมหยิบมือถือค่ายดังรุ่นใหม่ล่าสุดที่พี่กรเป็นคนจัดการซื้อมาให้ บอกว่าเราเป็นระดับผู้บริหารจะมาใช้อะไร กิ๊กก๊อกธรรมดาไม่ได้ เหนื่อยใจกับพี่กรที่ทันสมัยเกินไปจนผมตามไม่ทัน ผมโทรออกเบอร์ล่าสุดทันที


ไอ้กล้วย



[อะไรครับลูกพี่ ต้องการอะไรบอกผมมาเลย]
“เอากาแฟ”
[โห่!! พี่กันทำไมพักนี้กินกาแฟบ่อยแท้ บ่อยกว่ากินเหล้าอีก]
“ไม่เลือก รีบเอามา”
[งั้นอีกห้านาทีกาแฟถึงโต๊ะคร้าบบบ เจ้านาย]

ปวดประสาทกับความกวนตีนของมันจริงๆ ผมก้มหน้าก้มตาตรวจเอกสารชุดสุดท้ายของวันนี้ เสร็จนี่ผมจะได้ลงไปข้างล่างสักที สงสัยคงต้องบอกพี่กรหน่อยแล้ว ว่าอย่าดองงานอีก ผมเหนื่อยที่จะต้องมาทำงานแทนแบบนี้แล้ว ไม่รู้ว่าเอาเวลาไปทำอะไรหมดไม่ยอมทำงานทำการ สงสัยต้องฟ้องลุงแล้วว่าพี่กรติดสาว


ก็อกก็อก

เสียงเคาะประตูกระจก ก่อนจะเปิดเข้ามา ผมไม่ได้เงยหน้ามอง ยังไงไอ้กล้วยมันก็คงเป็นคนยอกาแฟมาให้ผมเองแบบทุกที แก้วกาแฟถูกวางบนโต๊ะทำงานของผม แต่มือที่ถือแก้วกาแฟ ผมว่าไม่ใช่มือไอ้กล้วย ไอ้กล้วยมือดำ แต่มือนี้ขาว แถมมือยังเล็กอีกด้วย ถ้าเทียบกับมือของไอ้กล้วยที่ผมเห็นประจำ ผมคิ้วขมวดก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมอง ผมก็เจอเข้ากับเด็กผู้ชายที่ส่งยิ้มมาให้ผม ถ้าผมจำไม่ผิดด้วยรูปร่าง เพราะวันนั้นผมเห็นหน้ามันไม่ถนัดเท่าไร ไอ้เด็กนี้คือคนที่เป็นต้นเหตุของการต่อยตีกันเมื่ออาทิตย์ก่อน พอผมเห็นหน้ามันถนัดก็ทำเอาผมชะงักไปเหมือนกัน ตาที่กลมโตกับยิ้มที่ส่งมาให้เหมือนมันเป็นความสดใสของโลกใบนี้ แต่ทำไมมันมาอยู่นี้ แถมยังยกกาแฟมาให้ผมอีก ตากลมจ้องมองผมไม่กะพริบ แล้วชุดที่มันใส่ตอนนี้ก็เป็นชุดพนักงานร้าน เดี๋ยวก่อนผมให้มันมาล้างจานไม่ใช่เป็นพนักงานของร้าน ไอ้กล้วยมันเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า
“เออ! ..พี่กล้วยให้ผมเอากาแฟมาให้”

“แล้วมันไปไหน”
“คนเยอะ พี่กล้วยเลยไม่ว่าง ตอนนี้มีผมว่างคนเดียวเลยเอามาให้แทน”
“อืม”
ผมขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืดจึงเอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟ พอเงยหน้าขึ้นมาก็สบตาไอ้เด็กนั้นอีกครั้ง ดูมันจะลุ้นเหลือเกิน หรือว่ามันเป็นคนชง พอผมจิบกาแฟก็รู้ทันทีไม่ใช้ฝีมือไอ้กล้วย รสชาติของกาแฟมันกลมกล่อมกว่าเดิม ดีกว่าที่ไอ้กล้วยชงให้ผมกินเป็นร้อยเท่า ผมยังคงทำหน้านิ่งไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกไป
“อร่อยไหม ผมชงเองกับมือ นี้ถ้ามีเครื่องชงกาแฟแบบที่ร้านมันต้องอร่อยกว่านี้แน่ๆ”
เมื่อผมไม่ตอบมันก็เงียบ เม้นปากแน่นเหมือนลืมตัวแสดงท่าทีออกมาเหมือนมันสนิทกับผม ไอ้เด็กนั้นมองผมทำหน้าเศร้าเมื่อผมไม่ยอมตอบมันสักที จนผมต้องพูดอะไรสักอย่าง ที่จะทำให้สายตาเศร้าๆ นั้นหายไปจากตาของไอ้เด็กนี้ เพราะผมว่ามันดูไม่เหมาะกับสายตาแบบนี้เท่าไร
“อืม ก็อร่อยดี”
“จริงนะ ไม่หลอกผมใช่ไหม”
ไอ้เด็กคนนั้นมันลืมตัวกระโดดมาจับแขนผมเขย่าอย่างไม่เชื่อที่ผมพูด ก่อนที่จะนึกขึ้นได้แล้วเอามือออกจากแขนผมแล้วถอยห่างออกไป



ความอุ่นที่มาจับแขนกันยังคงอยู่ก่อนจะจางหาย



นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่มีคนมาจับแขนแบบนี้




สองปีแล้วซินะ


ผมหันกลับมาสนใจเด็กตรงหน้าก่อนที่จะจมไปกับความคิดมากกว่านี้ สองปีก็น่าจะเกินพอแล้ว ผมหันมาสนใจเด็กตรงหน้าอีกครั้งไม่คิดว่าแค่กาแฟแก้วหนึ่งที่ผมชมว่าอร่อยจะมีผลทำให้ดีใจอะไรขนาดนั้น ทำท่าดีใจยิ้มไม่หุบอยู่แบบนี้
“ผมลงไปบอกพี่กล้วยก่อนนะ ว่าคุณชอบ”
“กัน”
“อะไรนะ”
หูตึงหรือไง ผมคิดก่อนพูดชื่อตัวเองอีกรอบให้ดังกว่าเดิม
“ฉันชื่อ กัน”
“อ๋อ! ผมชื่อแสน”


“แสนดี”
มันส่งยิ้มตาหยีมาให้ผมแล้วก็กระโดดโลดเต้นออกจากห้องไป ผมได้ยินไอ้เด็กนั้นเรียกไอ้กล้วยเสียงดังลั่น ดังขนาดอยู่ในห้องผมยังได้ยิน อดจะอมยิ้มตามไม่ได้ ก็แค่ชมเองจะอะไรขนาดนั้น ก่อนจะส่ายหัวไล่ความคิดนี้ออกไป แล้วรีบทำงานให้เสร็จ เพื่อที่จะลงไปข้างล่างดูอะไรดีๆสักหน่อย






22:30 น.


“อย่าทำเป็นเล่นซนซิวะ”

ผมทำงานเสร็จแล้วลงมาข้างล่างพอดี กับได้ยินเสียงดังโวยวายทำให้ผมขนวดคิ้ว มันไม่ใช่เสียงคนทะเละกัน แต่เป็นเสียงไอ้กล้วยที่กำลังดุใครสักคนจนผมต้องเข้าไปดูใกล้ๆ แล้วก็เห็นไอ้เด็กคนนั้น แสนดีซินะ ตามที่มันแนะนำชื่อให้ผมรู้จัก เหมือนแสนดีกำลังทำอะไรสักอย่างอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ของร้าน ร้านคนเยอะ และเริ่มเปิดเพลงที่เป็นจังหวะที่สนุกขึ้นเพื่อให้ลูกค้าโยกย้ายขยับร่างกาย ผู้คนเริ่มออกไปเต้น และอีกไม่นานร้านจะปิด แต่ทำไมแสนดียังไม่กลับบ้าน ผมว่ามันดึกแล้ว หรือว่ายังล้างจานไม่เสร็จ
“ไอ้กล้วย”
เสียงผมทำเอามันสะดุ้ง เหมือนทำความผิดเอาไว้
“พี่กัน ลงมาแล้ว”
“อืม ทำอะไรกัน”
“เออ! ..ผมสอนไอ้แสนมันชงค็อกเทลอยู่ครับ”
ผมขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า ส่วนแสนดีตอนนี้ยิ้มร่า แล้วเขย่าเช็คเกอร์ที่อยู่ในมือ ไม่รู้ว่าได้ดื่มเข้าไปบ้างหรือเปล่า เพราะตอนนี้หน้าแดงไปหมดแล้ว กับรอยยิ้มที่ถูกส่งมาให้ผม
“กูบอกว่า ให้มันมาล้างจาน ถ้าจำไม่ผิด”
“แรกๆ ไอ้แสนมันก็ล้างจานพี่ แต่มันแพ้ เกาจนแขนแดง ผมเลยให้มันมายืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์แทน”
ไอ้กล้วยยิ้มเจื่อนๆ ส่งมาให้ผม ที่ทำเสียงดุ ก่อนจะจับแขนแสนดีมาให้ผมดูว่ามีรอยที่มันเกาอยู่ คงกลัวผมจะไม่เชื่อและด่ามันอีก
“แล้วนี่แสนดีมันกินเข้าไปด้วยใช่ไหม”
“เออ! นิดนึงครับ”
แล้วมันก็วิ่งหนีผมออกไปเลย ทิ้งตัวภาระที่ยิ้มตาเยิ้มส่งมาให้ผมแทน
“พี่กัน มาดื่มกัน แสนชงเองกับมือเลยนะ”

“...”

แสนดีส่งแก้วค็อกเทลสีฟ้าสดใสมาให้ แต่ข้างในผมคิดว่ามันไม่ใสเหมือนสีหรอก ผมไม่รู้ว่าผสมอะไรลงไปบ้าง ผมรับแก้วมาก่อนจะกระดกหมดในคราวเดียว ร้อนตั้งแต่คอไปจนถึงท้อง ส่วนผสมแบบที่ไอ้กล้วยมันชอบแกล้งคนอื่น คออ่อนยังไงก็เมา เหมือนกับแสนดีตอนนี้
“โห่!! กินหมดทีเดียวเลย เก่งมาก”
แสนดีตบมือให้ผมเป็นเด็กๆ ก่อนจะกระโดดมายืนข้างๆ กัน จับแขนเอาตัวมาเบียดผมแบบนี้ คงเป็นประเภทเมาแล้วขี้อ้อนซินะ ลูกน้องผมต่างพากันมามองดูแสนดีที่กล้ากอดแขนผมเอาไว้ รวมถึงไอ้ตัวต้นเรื่องด้วย มันยิ้มล้อๆ ส่งมาให้ ผมกวาดสายตามองลูกน้องที่ละคน ทำเอาพวกมันสะดุ้ง ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานกันต่อ ผมหันกลับมาสนใจแสนดีอีกครั้งที่ยังไม่ยอมปล่อยเขาผมสักที
“พี่กัน ชื่อพี่แปลว่าปืนใช่ไหม”
“อืม ทำไม
ตอนนี้ผมก้มหน้าไปหาแสนดี ที่เขย่งตัวขึ้นมากระซิบที่ข้างหูผม เพราะเสียงเพลงภายในร้านดังมาก จนไม่ได้ยินเสียงของอีกคน
“โห่!! โคตรเท่เลย”
“...”
“งั้นแสนเรียกพี่ว่าพี่ปืนนะ”
“...”
“แสนไม่อยากเรียกเหมือนคนอื่นเขา”

“...”

“และห้ามใครมาเรียกพี่ปืนแบบแสนด้วย”


“แสนหวง”
ไม่ให้เรียกแบบนั้นก็ไม่ได้ ในเมื่อแสนดีอยากจะเรียก แล้วผมจะทำอะไรได้นอกจากตามใจ อยากเรียกอะไรก็เรียกเถอะ ผมไม่มีปัญหากับการเรียกชื่อเท่าไร เพราะทุกวันนี้ก็มีเป็นร้อยชื่อแล้วมั้ง แล้วแสนดีก็เอาหัวมาซบที่แขนผมแล้วก็ถูไปมา ก่อนจะเงยขึ้นมามองผมอีกรอบ ผมว่าแสนดีไม่ไหวแล้ว ผมหันไปมองรอบๆ หาไอ้กล้วยที่มันกลัวผมด่าแอบหนีไปหลบอยู่ที่ไหนสักทีหนึ่ง แสนดีทำท่าจะเซล้มจนผมต้องเอามือออกจากมือแสนดี แล้วมาโอบเอวอีกฝ่ายไว้ในอ้อมกอด กลิ่นน้ำหอมแบบเดิมที่เคยได้กลิ่นมาแล้ว

“พี่ปืน แสนดีปวดหัว”



“พี่ปืน แสนดีไม่ไหว”




“พี่ปืน แสนดี เฮ้ย! พี่ปืน”


จะพี่ปืนอีกนานไหม ผมรำคาญเลยอุ้มแสนดีในท่าเจ้าสาวแล้วพาเดินขึ้นบันไดไป โดยที่เจ้าตัวหลับไปแล้ว ตอนแรกยังเรียกผมไม่หยุดอยู่เลย เดินคนเดียวก็แย่อยู่แล้ว ต้องมาอุ้มตัววุ่นวายนี้อีก ตอนแรกกะว่าจะให้ไอ้กล้วยพาไปนอนห้องพักคนงาน แต่คิดไปคิดมาไม่เอาดีกว่า แสนดียิ่งขาวๆ ตัวเล็กอยู่ด้วย ส่วนไอ้พวกลูกน้องผมก็เถื่อนๆกันทั้งนั้น ไปทำอะไรลูกหลานเขาขึ้น ผมว่าจะซวยเอา ผมเดินขึ้นมาจนถึงชั้นสามเล่นเอาขาแทบลาก ก่อนจะไขกุญแจห้องอย่างทุลักทุเล ทำไมผมต้องมาลำบากอะไรแบบนี้ด้วย ส่วนแสนดีตอนนี้ก็กอดคอผมหลับตาพริ้มอยู่แบบนี้ แถมยังเอาหน้ามาซบอกผมอีก ไม่ได้รู้เรื่องเลยถ้ามีใครทำอะไรจะทำยังไง ผมได้แต่หงุดหงิด สงสัยตอนเช้าคงต้องคุยกันหน่อยแล้ว



เฮ้ย!



โคตรจะเหนื่อยใจ


ไม่รู้คิดถูกคิดผิดที่ให้แสนดีมาที่ร้านอีก สงสัยต้องสั่งลงโทษไอ้กล้วย โทษฐานทำผมลำบาก พอผมเปิดห้องได้ก็เดินตรงไปยังเตียงสีดำแล้ววางแสนดีลงไป แสนดีพลิกตัวไปกอดก่ายหมอนข้าง อย่างเหมือนเป็นห้องของตัวเอง ผมควรฆ่าใครก่อนดีระหว่างแสนดีที่เมาไม่รู้เรื่องหรือไอ้กล้วยคนที่แกล้งให้แสนดีดื่มดี ผมห่มผ้าให้ก่อนจะเดินลงมาข้างล่างอีกครั้ง ตอนนี้ร้านปิดแล้ว ไอ้กล้วยรีบเสนอหน้าเข้ามาหาผม มันรู้ถ้าผมโกรธมันจะโดนหนักกว่านี้
“พี่กัน ผมขอโทษ ผมไม่รู้ว่ามันคออ่อน”
“มึงไม่ต้องมาแก้ตัว คืนนี้ไปวิ่งรอบร้าน 100 รอบ”
“พี่กัน!!!”





ไอ้กล้วยเดินคอตกไปแล้ว เพราะรู้ว่ายังไงผมก็ไม่ลดโทษให้แน่นอน ถ้ามันยิ่งขอร้องจำนวนรอบก็จะเพิ่มมากขึ้นตามความหมั่นไส้ของผม เดินดูรอบๆ ร้านที่ตอนนี้ไม่มีลูกค้าหลงเหลือแล้ว พวกลูกน้องต่างส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายช่วยกันเก็บร้าน แล้วไอ้ตัววุ่นวายที่อยู่บนห้องผมจะทำไงดี บ้านแสนดีผมก็ไม่รู้จัก จะถามไอ้กล้วยตอนนี้ก็หนีไปวิ่งเรียบร้อยแล้ว มันไม่สามารถโกงรอบผมได้ เพราะรอบร้านมีกล้องวงจรปิด ถ้าไม่ครบตามจำนวนที่ผมบอก มันได้เจอกับผมบนเวทีมวยข้างหลังร้านแน่นอน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยผมก็กลับขึ้นมาบนห้องทำงาน ก่อนจะดูเอกสารต่ออีกนิดหน่อย ก่อนจะมองกล้องวงจรปิดที่ตอนนี้มีไอ้กล้วยเป็นดาราหน้ากล้อง มันดูเหนื่อยล้า ผมจะกดมือถือโทรหาอีกฝ่าย


[ว่าไงพี่กัน คงไม่สั่งวิ่งเพิ่มนะ จะตายอยู่แล้ว]
“พอ แล้วรีบไปนอน”
[จริงดิลูกพี่ พี่กันใจดีที่สุด]
“จะเอาอีก100ใช่ไหม”
[ไม่เอาคร้าบบบ งั้นผมไปนอน ฝันดีพี่กัน]
มันรีบตัดสายผมทิ้งก่อนจะโบกไม้โบกมือให้กล้องเหมือนจะรู้ว่าผมดูกล้องอยู่ เมื่อทุกอย่างเสร็จแล้วผมลุกจากโต๊ะแล้วปิดไฟก้าวเดินออกจากห้องไปยังชั้นสามทันที ชั้นสามมีแค่ห้องผมห้องเดียวที่กินบริเวณพื้นที่ทั้งชั้น มันเป็นกระจกด้านหน้าโดยมีผ้าม่านกั้น ส่วนด้านหลังเป็นปูนเปลือย มันกว้างมาก แต่ผมไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์มันเท่าไรนอกจากนอน ซึ่งตอนนี้มีคนยึดเตียงผมไปแล้ว ผมมองแสนดีที่นอนกอดหมอนข้างอย่างสบายใจ ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย ผมส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ ก่อนคว้าผ้าขนหนูผืนใหญ่สีขาวก้าวเข้าไปในห้องน้ำ ชำระล้างร่างกายที่เหนื่อยมาทั้งวัน ผมออกจากห้องโดยมีผ้าขนหนูพันกายกับผ้าขนหนูผืนเล็กที่ผมใช้เช็ดหัว ก่อนจะก้าวไปยังตู้เสื้อผ้าไม้สีดำเลื่อนเปิด ก้มหยิบกางเกงขายาวที่ผมใส่นอนประจำมาใส่ ผมไม่ชอบใส่เสื้อนอนเท่าไร เอาผ้าขนหนูไปตากที่ริมระเบียงก่อนเดินเช็ดผมมาที่เตียง ห้องผมไม่ได้ตกแต่งอะไรมากนัก เพราะผมชอบแบบนี้ มันดูง่ายๆสบายๆแบบที่ผมชอบ มีแค่เตียงกับที่นอน และรูปที่นิออนเป็นคนวาดเอาไว้บนหัวนอนที่กุด้วยไม้อย่างดี ภาพสีน้ำมันภาพแรกที่เธอวาด และเธอให้มันกับผม กับโคมไฟโง่ๆ อีหนึ่งอันที่ผมไม่ทิ้งมันไปสักที ทั้งๆ ที่มันควรไปอยู่ในถังขยะนานแล้ว


นานจนน่าจะลืม



แต่กลับไม่ลืม


และมันยังคงอยู่ตรงนี้ที่เดิม ต่างกับใจผมไม่เหมือนเดิม


ผมก้าวขึ้นไปบนเตียงอีกฝั่งข้างแสนดีนอนหลับอยู่ ผมไม่ใช่สุภาพบุรุษ ไม่ใช่คนดีที่จะไปนอนบนโซฟา และห้องของผมไม่มีโซฟา พื้นหรอ ฝันไปเถอะ ผมทิ้งตัวลงนอนไม่นานก็มีใครบางคนที่นอนข้างๆ พลิกตัวมากอดผมแทนหมอนข้างในที่สุด ซึ่งผมก็ไม่ได้อะไรอยากกอดก็กอด มีคนมากอดมันก็ไม่ได้แย่ แค่ไม่ชินเท่าไรเท่านั้นเอง แล้วถ้าตื่นเช้ามา อย่ามาโวยวายทีหลังก็แล้วกัน ก่อนที่ผมจะหลับไปในที่สุด ท่ามกลางอ้อมกอดของแสนดีที่เมาหลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย







tbc




#แสนดีของพี่ปืน


พี่ปืนเจอแสนดีแล้วจ้า ก็จะวุ่นๆ นิดหน่อย กลายเป็นตัววุ่นวายไปแล้วแสนดี เตรียมไม้ตีแสนดีได้เลยไปกอดพี่ปืนเขาได้ยังไงลูก
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น