โหด!นักมารักกันเลย (END)

ตอนที่ 3 : โหดที่ #2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,487
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    4 มี.ค. 63

โหดที่ #2

(12/11/62) ✔️ (04/03/63) ☑️



(San-D talk)



แสนดี วลีเนตร


คือชื่อของผม เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปี ที่มีพี่สาวอยู่คนหนึ่งชื่อยินดี เราเหลือกันแค่สองคนพี่น้อง เพราะพ่อแม่เกิดอุบัติเหตุตอนผมอายุสิบสามสิบสี่  และพี่ยินดีเป็นคนรับภาระเลี้ยงดูผมมาโดยตลอด พี่ยินดีเรียนจบมหาลัยมาได้ห้าหกปีแล้วมาเปิดร้านกาแฟของตัวเองที่ชื่อ





qahwa ‘ฆาฮ์วา’



มันเป็นคำเรียกกาแฟในภาษาอารบิก และคนที่คิดชื่อนี้ก็ไม่ใช่ใคร พี่ทิมแฟนพี่ยินดีเป็นคนตั้งชื่อนี้ขึ้นมา ร้านของผมอยู่ตรงตึกแถวติดริมแม่น้ำที่เป็นสมบัติที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ และผมมีหน้าเป็นเด็กเสิร์ฟ แล้วคอยช่วยบาริสต้าของร้านอย่างพี่แจงเท่าที่ผมจะทำได้

และวันนี้วันที่ผมนอนไม่เต็มตื่น ผมลืมบอกไปว่าร้านกาแฟก็คือบ้านผมอีกด้วย ห้องนอนของผมและพี่ยินดีอยู่ด้านบนชั้นสอง เมื่อคืนกว่าจะได้กลับมาถึงร้านก็เกือบตีสาม เพราะต้องพาพี่หารพี่ชายของเพื่อนสนิทผมไปโรงพยาบาล ถึงไม่หนักขนาดต้องนอนแต่ก็ช้ำไปทั้งตัว เรื่องเมื่อคืนมันไม่น่าเกิดขึ้นถ้าโต๊ะข้างๆ ไม่ทำรุ่มร่ามกับผม จนพี่หารต้องเข้ามาช่วย พี่หารเป็นพี่ชายของคูณ และคูณคือเพื่อนสนิทผม เราสนิทกันมาตั้งแต่ม.ต้น เราสนิทกันมากและเป็นผมเองที่ร้องตามจะไปเที่ยวร้านเหล้านวลจันทร์กับคูณด้วยทั้งที่มันไม่ยอม แต่ผมมันดื้อไงเลยไปอ้อนพี่หารแทน แล้วพี่หารก็อนุญาตให้ผมไปด้วยได้ พี่หารโคตรใจดีกับผมเลย แต่ก็แอบรู้สึกผิดที่ทำให้พี่หารเจ็บตัว ผมตื่นอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีขาวที่สกรีนชื่อร้าน แล้วสวมกางเกงผ้าสีเขียวอ่อนขาสั้นสวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลไหม้ที่แฟนพี่ยินดีเป็นคนออกแบบมาให้ใส่ภายในร้าน ผมสำรวจตัวเองอีกรอบว่าไม่ลืมอะไร แล้วเดินลงมาชั้นล่าง ตอนนี้พึ่งจะเจ็ดโมงครึ่งของเช้าวันเสาร์ที่ผมแสนจะขี้เกียจ แต่จะให้ทำไงได้ยังไงก็ต้องมาช่วยพี่แจงจนกว่าพี่ยินดีจะลงมา ผมยิ้มกว้างเมื่อเห็นพี่แจงกำลังจัดเตรียมอุปกรณ์ในการเปิดร้านตรงเคาร์เตอร์
“หวัดดีพี่แจง”
“อ่าว แสนตื่นแล้วหรอ”
“คร้าบบบบ”
พี่แจงเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ผิวขาวน่ารัก แต่ชอบทำตัวแมนๆ และมาพร้อมกับสีผมที่จะเปลี่ยนแทบทุกเดือนจนผมจำไม่ได้แล้วว่าสีผมจริงๆของพี่เขาสีอะไร พี่ยินดีรับพี่แจงเข้ามาทำงานได้เกือบจะสองปีแล้ว ทำให้ผมกับพี่เขาสนิทกันมาก สนิทกว่าพี่สาวตัวเองเสียด้วยซ้ำ ก็ตลกดีเหมือนกัน
“พี่แจงเอาอะไรไหม แสนจะออกไปซื้อน้ำเต้าหู้”
“ไม่เอาจ้า พี่กินกาแฟแล้ว”
“โอเคค้าบบบบ งั้นแสนไปก่อน เดี๋ยวกลับมาช่วย”
ผมเดินไปที่ประตูก่อนจะเปิดมันออก เสียงกระดิ่งที่พี่ทิมเป็นคนเลือกมาติดไว้ดังขึ้น ผมโคตรไม่ชอบมันเลย เพราะทุกอย่างภายในร้านก็เป็นพี่ทิมที่ออกแบบเกือบทุกอย่าง มันเหมือนว่าพี่ทิมอยู่รอบตัวผมตลอดเวลา ทั้งที่เป็นผมที่คิดไปเองทั้งนั้น ก่อนที่แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าจะส่องกระทบเข้าที่หน้า ทำให้ผมต้องหลับตาแล้วค่อยๆลืมหรี่ตาขึ้นมาใหม่ ผมชอบบรรยากาศยามเช้ามันให้ความรู้สึกสดชื่น แสงอาทิตย์ที่ทอประกายบอกถึงการเริ่มต้นวันใหม่ที่เราต้องใช้ชีวิตกันต่อไป แล้วผมก็เดินไปทางขวาของร้านที่เป็นที่ตั้งของร้านน้ำเต้าหู้ร้านเจ้าประจำ พอถึงร้านก็ยิ้มกว้างให้กลับลุงเจ้าของร้านที่รู้จักผมมาตั้งแต่เด็กๆ
“ลุงเอาน้ำเต้าหู้หวานๆ กับปาท่องโก๋กรอบถุงหนึ่ง”


กินอะไรหวานๆเพื่อชีวิตจะได้หวานขึ้นมาบ้าง

เพราะตอนนี้รู้สึกขมจนไม่มีอะไรจะมาหวานแล้ว


“ได้เลย แสนดี”

พอได้ของที่ผมต้องการก็เดินกลับไปที่ร้าน แต่พอเปิดประตูเข้าก็เจอเข้ากับภาพที่ผมไม่อยากเห็นเท่าไร พี่ยินดีจูบกับแฟนตัวเองกลางร้านกอดรัดกันกลม เหมือนจะร่วมร่างกันอะไรแบบนั้น เหมือนโลกใบนี้มีกันแค่สองคน ผมเบี่ยงหน้าหนี ก่อนจะเดินหลบไปหลังเคาน์เตอร์บาร์ของร้านแทน พี่แจงก็หลบอยู่เหมือนกัน ก่อนจะหันมามองผม แล้วส่งยิ้มให้
“เขาคงงอนกัน เลยตามมาง้อแบบนี้”
“พี่แจงจัดของเสร็จยัง”
“ยังเลย เหลืออีกนิดเดียวเอง”
พี่แจงส่งแก้วเซรามิกสีขาวแก้วประจำที่ผมใช้มาให้เพื่อใส่น้ำเต้าหู้ เอาจริงๆ ตอนนี้ผมโคตรไม่อยากกินมันแล้ว ผมตัดสินใจนั่งลงกับพื้น เพราะคิดว่าอีกนานกว่าสองคนนั้นจะผละออกจากกัน หรือไม่ก็ตอนที่ลูกค้าเข้าร้านมาแล้วนั่นแหละ ทำแบบนี้จนผมกับพี่แจงชินไปแล้ว


“อ่าว ลงไปนั่งอะไรกันตรงนั้น”
พี่แจงกับผมเงยหน้าตอนที่ได้ยินเสียงของพี่ยินดีที่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่ที่ไหล่ตกจนเห็นไปไหนต่อไหน และไม่ต้องเดาคงเป็นเสื้อของพี่ทิมแน่นอน
“เออ! ...”
“กินน้ำเต้าหู้ ไม่เห็นหรอ”
“แสนดี!! พูดจาให้มันดีๆ หน่อย ฉันเป็นพี่นะ”
“แสนพูดไม่ดีตรงไหน”
“เออ!! ฉันไม่อยากเถียงด้วยแล้ว”
“พี่แจงค่ะ ยินดีขอคาปูชิโนร้อน แก้วหนึ่งค่ะ”
ผมทำท่าทางล้อเลียนพี่ยินดี โดยที่เธอไม่เห็น จนพี่แจงหลุดขำ ถ้าจะให้อธิบายถึงหน้าตาพี่ยินดีเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่สวยเลย แต่เธอน่ารัก พี่ทิมนิยามเธอแบบนั้น ตากลมโต กลับแก้มที่เป็นก้อนจนน่าจับมาดึงให้มันยืด ผิวขาวที่ไม่เคยโดยแดด เพราะไม่ตื่น รวมแล้วก็คงดีล่ะมั้ง ส่วนผมล่ะหน้าตาเป็นแบบไหน ก็คงเป็นพี่ยินดีในร่างผู้ชายไง โคตรจะไม่ชอบเลย
“ได้เลยน้องยินดี จะให้พี่เอาไปให้ที่ไหนดี”
“บนห้อง  ขอบคุณนะคะ”
โน้นเดินไปจะถึงบันไดแล้ว เมื่อคืนกลับมากี่โมง ถึงทำให้พี่ทิมงอนถึงต้องลงมาง้อกันขนาดนี้ ผมเบะปาก ก่อนจะหันไปหาพี่แจงที่มองผมอยู่ก่อนแล้ว
“พี่น้องกัน ทำไมถึงไม่ดีกันไว้”
“แสนไม่ดีตรงไหน”
“ก็ที่แสนทำอยู่ ไม่ได้ดี”
“พี่แจงตอนนี้เปลี่ยนสถานะจากพี่จะเป็นแม่หรอ”
“แสน...ดี!!!”

นั่นแหละโดนพี่แจงหยิกเข้าที่สีข้างจนร้องโอดโอย ก่อนที่จะมีลูกค้ามาช่วยชีวิตกันเอาไว้ ไม่งั้นคงโดนหยิกจนเนื้อเขียว ผมเดินไปเปิดเพลงซึ่งเป็นเพลย์ลิสต์ของผมเอง เพลงรักอกหัก เพลงเศร้า จนไปถึงสากลเศร้าๆ อกหักๆ มีหมด จนพี่แจงแซวผมว่าอกหักหรอ


ไม่หรอก! ไม่เคยอกหัก

แต่แค่ไม่เคยถูกรักเท่านั้นเอง จะเรียกว่าอกหักได้ยังไง


ผมช่วยพี่แจงจัดร้าน ไหนจะเบเกอรี่ที่สั่งกับร้านเจ้าประจำมาส่งที่ต้องจัดใส่ตู้ เพราะแค่ชงกาแฟพี่แจงก็ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้ว ยุ่งจนไม่มีเวลากินข้าว พี่แจงชงกาแฟอร่อยจนมีลูกค้าประจำเยอะมาก มีลูกค้าแวะเวียนทั้งลูกค้าประจำและขาจรที่ผ่านเข้ามา บางทีการทำอะไรเพลินๆมันก็ฆ่าเวลาได้ดีเหมือนกัน เวลาล่วงเลยมาจนเกือบสามโมง พี่ยินดีก็ลงมาอีกรอบ สวยแบบจัดเต็มมาเลย ร้านของพี่ยินดีจะปิดประมาณทุ่มหนึ่ง แต่วันนี้ผมคงอยู่ช่วยพี่แจงเก็บร้านไม่ได้ เพราะผมต้องไปทำตามสัญญาที่เคยพูดไว้ ถึงคูณจะห้ามว่าไม่ให้ไปก็เถอะ ดูท่าแล้วเจ้าของร้านก็ไม่ได้สนใจผมเท่าไรอยู่แล้ว แค่ไปทำตามคำที่ผมพูดไว้เท่านั้นเอง ส่วนร้านก็ให้เจ้าของตัวจริงเขาเก็บเองบ้างเท่านั้นเอง ถ้าไม่ทำผมจะยึดร้านในอนาคตคอยดูได้เลย




ร้านเหล้านวลจันทร์



17:45 น.


ผมมายืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าร้านเหล้านวลจันทร์แล้ว คนภายในร้านเริ่มพลุกพล่าน การ์ดที่ยืนคุ้มหน้าร้านจ้องมองผมเขม็ง จะร้องอยู่แล้วนะ จะมองอะไรกันนักหนา โหดตั้งแต่เจ้านายยันลูกน้อง ผมเลือกแต่งตัวสบายๆด้วยการใส่เสื้อยืดตัวโคร่งๆ สีดำแต่งลายด้วยตัวหนังสือภาษาอังกฤษสีขาวกับกางเกงผ้าห้าส่วนสีน้ำเงิน และสวมผ้าใบคู่เก่งสีขาว เพราะไม่รู้ว่าจะโดนให้ทำอะไร ลังเลอยู่นานก็มีคนเดินออกมาจากร้าน ผมยิ้มกว้างก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้พี่เขา จนหันมามองผมแล้วทำหน้าแบบงงๆ
“เออ! ..พี่ ผมมา เออ..”
“อะไรของมึง จะพูดอะไรก็พูดมา กูมีงานต้องทำอีกเยอะ และก็ถ้าจะมาสมัครงาน”
พี่คนนั้นมองผมตั้งแต่หัวยันเท้า
“ไม่ผ่าน หุ่นผอมแห้งเกินไป”
“เออ! ผมมาตามที่พูดเมื่อวาน”
ผมเบะปากที่ตอนได้เสียงดุนั้น เขามองผมสำรวจอีกครั้ง ก่อนจะทำตาโตเหมือนนึกขึ้นได้ว่าผมเป็นใคร
“ไอ้เด็กเมื่อวาน”
“ใช่! พี่แค่นี้ ก็จำผมไม่ได้หรอ”
“เออ..แต่งตัวจัดเต็มมาขนาดนี้ใครจะไปจำได้ มาก็ดีแล้ว ตามกูมาลูกพี่บอกให้มึงไปทำงานหลังร้าน”
อะไรคือการทำงานหลังร้าน เขาจะให้ผมมาทำงานอะไรหลังร้าน คงไม่ใช่เรื่องไม่ดีใช่ไหม ผมเดินตามพี่คนนั้นมาเงียบจะถามชื่อก็ไม่กล้า ลูกน้องของร้านนวลจันทร์แต่ละคนหน้าโหดๆ ทั้งนั้น เหมือนผมอยู่ในดงนักเลงเลย เราเดินตามพี่คนนั้นลัดเลาะจากหน้าร้านผ่านเคาน์เตอร์บาร์ ก่อนจะเดินผ่านไปยังเวทีแล้วไปทางด้านหลังทันที เดินเร็วยังกับจะไปตามควายที่ไหนเลย


ด้านหลังเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งเลย คนงานทำงานกันไม่ได้หยุดมือ เสียงกระทะตะหลิวกระทบกัน เสียงโหวกเหวกโวยวายกันให้ลั่นไปหมด และที่สำคัญทุกเป็นผู้ชาย ผมขมวดคิ้วเพราะตั้งแต่ที่เข้ามาไม่มีผู้หญิงสักคน ยิ่งผู้หญิงเอวบางร่างน้อยยิ่งไม่เห็น มีแต่ผู้ชายร่างกายบึกบึนกล้ามเป็นมัดๆ จนผมเผลอกลืนน้ำลายไม่ได้ชอบนะ กลัวมากกว่า โคตรเถื่อน พี่เขาเดินมาหยุดตรงกะละมังหลายใบที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ และที่ทำให้ผมตาโตก็คือจำนวนของจานชามที่เยอะมากและมันยังไม่ได้ล้าง

อย่าบอกนะว่าจะให้ผมล้างหมดนี้

ผมคงตายพอดี

“นี่!งานมึง ล้างจานหมดนี้ให้เสร็จก็กลับบ้านได้”
“เออ! กูเกือบลืม มึงชื่ออะไร”
“แสนดี”
“อะไรนะ 555 ชื่อแสนดี”
ผมมองคนที่ขำชื่อผมไม่ยอมหยุด ทำตาดุส่งไปให้ มันน่าขำตรงไหนชื่อผม
“เออ! .. กูขอโทษ มึงไม่น่าชื่อแสนดี ดูไม่เหมาะกับมึงเท่าไร ส่วนกูชื่อกล้วย”
“ล้างไปไอ้แสนดี เดี๋ยวสองทุ่มกูมาเรียกไปกินข้าว”
ผมกลืนน้ำลายลงคอ วันนี้จะล้างเสร็จไหมวะกู ยังไงก็คงต้องล้างอยู่ดี

ตอนนี้ทำได้อย่างเดียวคือ



ทำใจ....แล้วไปล้างจาน




20:00 น.



“เฮ้ย! ไอ้แสนดี เสร็จยังวะ”
“ยังพี่กล้วย แต่เหลืออีกไม่เยอะแล้ว”
“โห่! มึงล้างคนเดียวเลยหรอ”
ผมมองพี่กล้วยที่หันหลังกลับไปมองลูกน้องตัวเองที่อยู่หลังร้าน
“เฮ้ย!..พวกมึงทำไมไม่ช่วยมันล้างจานวะ เดี๋ยวกูจะฟ้องลูกพี่”
“พวกผมจะไปช่วยมันแล้ว แต่มันบอกว่าไม่ต้อง”
ใครสักคนในนั้นตะโกนออกมา ก็เป็นจริงอย่างที่เขาพูดนั่นแหละ ก็ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่ผมต้องทำให้เสร็จ และในเมื่อพี่กล้วยสั่งมาแบบนี้ผมก็ควรจะต้องทำมันคนเดียว ผมยิ้มแห้งๆ ให้พี่กล้วย
“งั้นมึงลุกขึ้นมาเลย ไปกินข้าวก่อน เดี๋ยวจะตายเอา”
“โอเคพี่ ผมล้างมือแป๊บ”
พี่กล้วยเดินไปที่โต๊ะกลางห้องครัว ผมรีบล้างมือ เพราะตอนนี้ท้องผมร้องไม่หยุดแล้ว ยิ่งมาอยู่หลังร้านแบบนี้ด้วย กลิ่นอาหารที่ทำให้ลูกค้าเรียกน้ำย่อยจนท้องผมแสบไปหมด ผมเดินมาหยุดข้างๆพี่กล้วย ตอนนี้ทุกคนเริ่มเข้ามารอบวงกันแล้ว พี่กล้วยส่งจานข้าวมาให้ผม แล้วผลักไอ้คนข้างให้ถอยออกไปห่างๆ เพื่อให้ผมแทรกเข้ามากินข้าวได้ อาหารบนโต๊ะคืออาหารที่ทำกินกันแบบง่ายๆ แต่เยอะมาก แล้วก็อร่อยด้วยจนผมต้องต่ออีกจาน ผมกินข้าวจนแน่นท้องไปหมด แล้วก็เป็นผมคนที่ลุกออกจากโต๊ะเป็นคนสุดท้าย ตอนนี้ผมเริ่มคันที่มือและแขน ผมเกาจนมันแดงไปหมด พี่กล้วยที่ลุกจากโต๊ะเป็นคนแรกเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง เขาเดินมาใกล้ผมแล้วมองที่มือและแขนของผมทำหน้าสงสัย
“ไอ้แสนดี มึงเป็นอะไร”
“ไม่รู้พี่ แต่คันมากเลย”
“เฮ้ย! มึงแพ้น้ำยาล้างจานหรอ”
ผมทำท่าคิดปกติผมก็ล้างแก้วกาแฟจานชาม แต่มันไม่ได้เยอะขนาดนี้ พี่กล้วยทำท่าทางตกใจก่อนจะจับแขนผมไปพลิกดูแล้วลากไปทางซ้ายมือของหลังร้าน เดินมาจนเจอห้องพักที่เรียงรายกันอยู่ มันมีโต๊ะม้าหินอ่อนพี่กล้วยจับผมนั่งลง ก่อนจะไปไขกุญแจเพื่อเปิดห้องแล้ว เข้าไปหยิบอะไรสักอย่างติดมือออกมาด้วย
“อะ... มึงยาแก้แพ้ กินไปเดี๋ยวไม่หายกูจะพาไปหาหมอ”
“ไม่ต้องก็ได้พี่ เดี๋ยวก็หาย”
“แล้วไม่เลือกบอกกูว่าแพ้”
“ก็ปกติผมไม่แพ้นี่น่า”
พี่กล้วยมองผมกินยาก่อนจะส่งขวดน้ำเล็กให้ผมดื่ม พอกินเสร็จพี่กล้วยก็ไล่ผมให้กลับบ้านไป แล้วบอกว่าถ้าพรุ่งนี้ไม่หายไม่ต้องมาให้มาวันอื่นแทน ผมว่าพี่เขาก็มีน้ำใจดีนะ ถึงหน้าจะโหดไปหน่อยก็เถอะ แต่ทำไมวันนี้ผมถึงไม่เห็นพี่เจ้าของร้านเลย ไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของร้าน ก็ตั้งแต่ผมมาจนผมกลับบ้านก็ไม่เห็นจะเจอ ไม่ได้อยากเจอเท่าไร แค่จะบอกว่าผมมาตามที่พูดแล้วเท่านั้นเอง





tbc




#แสนดีของพี่ปืน

ยังพี่ปืนยังไม่เจอแสนดีแบบเต็มๆ แต่ไม่ต้องกลัวแสนดีจะมาป่วนพี่ปืนแน่นอนเตรียมปวดหัวได้เลย แค่คิดก็ปวดหัวแทนพี่ปืนแล้ว ฝากเรื่องนี้ด้วยนะจ๊ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น