(จบ)ปรมาจารย์ศาสตร์กามหาใช่เป็นกันได้ง่ายเลยจริงๆ (สนพ.เฮอร์มิท)

ตอนที่ 17 : บทที่ 15 ข้าจะถอนต้นไม้ในรั้วบ้านเจ้าเอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,511
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,106 ครั้ง
    1 ธ.ค. 62



บทที่ 15 ข้าจะถอนต้นไม้ในรั้วบ้านเจ้าเอง

ตงฉวนค้าง ซวี่เซิงก็ค้าง
ซวี่เซิงมือเย็นเท้าเย็นเฉียบ “เอาจริงหรือเนี่ย...เจ้า เจ้าเป็น....”
ตงฉวนอายจนแก้มเห่อร้อน ตวัดมือออกทีหนึ่งเรียกอาวุธประจำกายออกมา ออกท่าโจมตีไปยังซวี่เซิง ซวี่เซิงร้องจ๊ากก้มตัวหลบทันแบบเฉียดฉิว แต่ปลายเส้นผมแหว่งไปเล็กน้อย หวุดหวิดแบบสุดๆ
“ฆ่า! อย่าอยู่เลย!” ตงฉวนตวาดก้องด้วยใบหน้าแดงแจ๋ ซวี่เซิงคลานหนี เจ้าหมีควายอายจนสติแตกไปแล้ว!
“ข้าตายอยู่แล้ว!”
“เจ้า....เจ้าอ่านมัน เจ้าอ่านมันแล้ว สมควรตาย!”
“ก็บอกว่าตายอยู่แล้วไงเล่า!” ซวี่เซิงพลิกตัวหลบคมง้าว ง้าวมังกรเขียนแสนอันตรายปักฉัวะลงพื้นจนทะลุ โอ้โห แรงแบบจริงจังขนาดนี้ เจ้านี่คิดจะฆ่าหั่นศพกันจริงๆ นี่หว่า “ใจเย็นก่อนน่า!...นะจ๊ะ...นะ”
ซวี่เซิงขอร้องเสียงอ่อนเสียงหวาน ตงฉวนยังคงเดินอาดๆ เข้ามาไม่หยุด ข้าวของรอบตัวที่เคยเป็นระเบียบล้มระเนระนาดไปทั่ว “ข้าจะทำลายสมองเจ้า ลืมเรื่องที่เห็นทั้งหมดไปซะ!”
ซวี่เซิงยกมือคุ้มหัว ได้แต่คิดว่าแย่แล้ว “ตงฉวน เจ้าตะโกนเสียงดังไปแล้ว เดี๋ยวพวกทหารรับใช้ก็ได้ยินเข้าหรอก”
ตงฉวนกลับไม่สนใจที่จะฟัง เสมือนว่าหูดับเรียบร้อย ไม่คิดจะย่อยสารใดๆ อีกต่อไปนอกจากฆ่าปิดปากซวี่เซิงเสีย ซวี่เซิงแม้จะทั้งเหวอทั้งตกใจที่จู่ๆ แม่นางเหมยลี่คนงามในความคิดกลับกลายเป็นชายหนุ่มร่างหนาท่าทางป่าเถื่อนคนนี้ไปแทน แต่จุดๆ นี้ร่างสำคัญกว่า ขืนโดนท่านแม่ทัพแทงเละไปตอนนี้ต้องแย่แน่
ซวี่เซิงกล่าวต่อ พร้อมยกมือขึ้นมาทำท่าให้เขาใจเย็น “ไม่เห็น...ไม่เห็นต้องอายเลยนี่นา ใจเย็นๆ ก่อนเถอะนะ”
ตงฉวนหอบหายใจรุนแรงเหมือนหมีคลั่ง ส่วนซวี่เซิงคือนายพรานไร้ปืนที่บังเอิญพบหมีบ้าในป่า ต่างประจันหน้ากันด้วยทีท่าระมัดระวัง ซวี่เซิงยกยิ้มหวาน “วางอาวุธลงก่อนนะจ๊ะ...”
ตงฉวนโยนอาวุธทิ้งไปอีกทาง ซวี่เซิงถอนหายใจโล่งอก แต่ก็วางใจได้ไม่ถึงเสี้ยววิเมื่อตงฉวนพุ่งมาใช้มือเปล่าขยี้ซวี่เซิงแทน ให้มันได้อย่างนี้สิโว้ยยย “เจ้ายิ้มอะไร ล้อเลียนข้ารึไง!”
ซวี่เซิงพยายามจะดิ้นหนี “ก็บอกว่าไม่เป็นไรไงเล่า! เจ้าอย่าเพิ่งบ้าขึ้นจะได้มั้ย!”
“จบสิ้นแล้ว! ความลับที่ข้าอุตส่าห์ซ่อนเอาไว้ จบสิ้นแล้ว!”
“ยังไม่จบสักหน่อย!”
“ก็เจ้าอ่านมัน ข้าไม่มีหน้าอยู่บนโลกนี้ต่อแล้ว!”
เอาเข้าไป! ซวี่เซิงไม่มีทางสู้แรงตงฉวนได้แน่ ยิ่งพยายามจะหนี มือของนายหมีควายยิ่งเพิ่มแรงบีบมากขึ้นราวกับคีมเหล็ก กระดูกมีอันได้แหลกเละไปก่อนแน่ ซวี่เซิงจึงเปลี่ยนแผน ไม่ดิ้นหนีแต่พุ่งเข้าหาแทน ฉวยจังหวะอันรวดเร็วใช้สองแขนกอดคอตงฉวน แล้วเขย่งปลายเท้าขึ้น ประทับริมฝีปากลงไปบนหน้าเขา
ตงฉวนที่เลือดขึ้นหน้าชะงักเสียหลักล้มหงายหลังโครม ซวี่เซิงนั่งทับอยู่บนร่างเขา ค่อยๆ ใช้สองแขนยันตัวขึ้นลุก
“...บอกว่าไม่เป็นไรไง...”
แรงมือที่จับตัวซวี่เซิงอยู่ลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด ตงฉวนนอนหงาย ตาทั้งสองข้างเบิกโตกว้าง มองชายหนุ่มนัยต์ตาสองสีที่นั่งทับเอวอยู่ด้านบนไม่กะพริบตา ก่อนจะค่อยๆ ยกมือขึ้นแตะที่มุมปากเชื่องช้า
“...เมื่อครู่เจ้าทำอะไร”
ซวี่เซิงจูบมุมปากตงฉวนไป จากภาพที่เห็นตอนนี้ตงฉวนต้องไม่รู้จักจูบแน่ๆ ดีจริงที่มิได้จูบปากไปตรงๆ มิเช่นนั้นเขาต้องรู้สึกผิดมากแน่ที่ช่วงชิงจูบแรกของใครเข้า
ซวี่เซิงก้มหน้าลง เอ่ยถามเสียงเบา สุ้มเสียงสงบเหมือนน้ำ “ใจเย็นลงหรือยัง”
ตงฉวนร่างแข็งทื่อตอนที่หน้าซวี่เซิงเขยิบเข้ามาใกล้อีกครั้ง แต่คราวนี้ซวี่เซิงไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่ก้มลงมองแล้วก็ถอยออกไป ลุกจากตัวตงฉวน ไปนั่งเยื้องอยู่ข้างๆ แทน
ตงฉวนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งตาม กลายเป็นตนที่หัวสมองอื้ออึงขาวโพลน ซวี่เซิงนั่งเอามือเท้าคางอยู่ด้านข้างก็เอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง “ข้าเพียงบังเอิญได้อ่านนิยายเรื่องนั้นเท่านั้น ก็เพราะสาวๆ ที่นี่เขาชอบกันล่ะนะ”
ที่ตงฉวนซุ่มเขียนมาได้ขนาดนี้คงเป็นเพราะพวกผู้ชายห่ามๆ ไม่น่าจะมาอ่านอะไรเช่นนี้ ความจึงไม่เคยแตก การที่จู่ๆ ซวี่เซิงบังเอิญไปอ่านเข้า นับว่าเป็นจังหวะชีวิตนรกโดยแท้
“ทำไม? เจ้ากลัวข้าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกใครต่อใครหรือไง ว่าแม่ทัพดุดันแสนเก่งกาจมีงานอดิเรกคือเขียนนิยาย”
“มาตรว่าอย่างไรก็ต้องเป็นเช่นนั้นนี่” ตงฉวนกัดฟันกรอด ตาแดงเถือก ร่ำๆจะเข้ามาขย้ำซวี่เซิงอีกรอบ
“คิดมากไปแล้ว ข้ามิใช่คนแบบนั้น”
“เชื่อได้หรือ! เจ้าน่ะ อย่างไรก็ต้องทำให้ข้าขายหน้าอยู่แล้ว”
ซวี่เซิงหันกลับมา จ้องตาตงฉวนกล่าวย้ำ “ไม่ทำ”
“...” ตงฉวนนิ่งไปอย่างไม่รู้ตัว จดๆ จ้องๆ มองหน้าซวี่เซิง กลับพบว่าใบหน้าที่ปกติมักจะฉายแววกวนประสาทไม่ได้มีแววดูถูกเหยียดหยามหรือโกหกอันใด นับว่าสร้างความประหลาดใจให้ตงฉวนอย่างมากเพราะถ้าเซวี่เซิงปกติจะต้องกล่าวล้อเลียนอย่างแน่นอน เพราะคนผู้นี้ถ้าไม่ได้กวนโทสะผู้อื่นจะเหมือนมีอะไรขาดหายไปในชีวิต
“ข้าอาจจะชอบทำให้เจ้าโมโหก็จริง แต่เรื่องนี้ข้าไม่ทำหรอกน่า”
“ข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร”
“ก็ถ้าข้าทำให้เหมยลี่โมโหขึ้นมาจนไม่เขียนตอนต่อ ข้าคงค้างคาใจมากแน่”
“เรียกใครเหมยลี่!”
“เจ้าไม่ได้ชื่อเหมยลี่หรอกเหรอ?” ซวี่เซินหันมาฉีกยิ้ม “ชื่อก็น่ารักดีนี่นา ไม่เห็นเป็นอะไร”
ตงฉวนหน้าแดงจัด อ้าปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่เสียงไม่ออก สุดท้ายก็ได้แต่สบถ “ข้าจะฆ่าเจ้า”
“ข้าตายไปนานแล้ว” ซวี่เซิงยิ้มรับ “ข้าอยากเจอเหมยลี่มาตลอด สุดท้ายคนที่อยากเจอกลับอยู่ใกล้ตัวแค่นี้ ประหลาดใจจริงๆ”
“ผิดหวังล่ะสิ” ตงฉวนบ่นอุบ
“ผิดหวังเรื่องอะไรกันเล่า” ซวี่เซิงกล่าวกลั้วหัวเราะ “ข้าอยากจะถามเจ้ามาตลอดเลยนะ เจ้าเขียนนิยายนั่นออกมา เจ้าคิดได้อย่างไร ซ้ำยังเอาข้าเข้าไปเป็นตัวละครด้วยเฉยเลย”
ตงฉวนอายจนหน้าแดงแจ๋ นั่งหันหน้าหนีไปทางอื่น ซวี่เซิงก็ยังตามมาถามวอแวไม่เลิก สุดท้ายก็ทนไม่ไหว จำต้องระเบิดอารมณ์ออกมา “ข้าไม่ได้จินตนาการเองขึ้นหมดหรอก...”
“หืม เช่นนั้นเจ้า...”
“ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องจริงของข้า”
เอ๊ะ
ซวี่เซิงชะโงกหน้ามอง สังเกตเห็นว่าตงฉวนที่นั่งหันหลังหนีนั้นใบหน้าไม่ได้เห่อร้อนอับอายอีกต่อไปแล้ว
ซวี่เซิงเลิกคิ้วขึ้นเชื่องช้า “...แปลว่าเยว่เทียนหลางเองก็มีตัวตนจริงเหรอ”
ตงฉวนเงียบไม่ตอบ แต่เห็นท่าทางเช่นนั้นก็ชัดเจนแล้ว
ซวี่เซิงทำหน้าโอ้โห กล่าวกระแซะ “เช่นนั้นใครหมิงเซียน? เจ้าอย่าบอกนะว่าเป็น...”
“อืม ข้า”
ซวี่เซิงเกือบลื่นหัวฟาด ไม่คิดว่าตงฉวนจะสารภาพตรงจุดนี้ออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำ พลันวางตัวไม่ถูกชั่วครู่
ความเงียบคืบคลานมาอย่างช้าๆ ซวี่เซิงเองก็คิดว่าตนต้องพูดอะไรสักอย่าง แต่มิรู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี กลับเป็นตงฉวนที่กล่าวขึ้นมาว่า “จะหัวเราะก็ได้ เชิญเถอะ”
“ใครจะไปหัวเราะกัน” ซวี่เซิงรีบปฏิเสธทันที “เพียงแค่คิดว่าสุดยอดเลยนะ เค้าเรื่องส่วนหนึ่งมาจากเรื่องจริงของเจ้า แปลว่าเยว่เทียนหลางต้องเป็นคนดีที่อบอุ่นมากแน่”
ตงฉวนหันหน้ากลับมา ดวงตาแข็งกร้าวคู่นั้นดูอ่อนลงหลายส่วน
“ใช่ เขาเป็นคนอบอุ่นมาก”
“แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนเล่า ข้าอยากเจอตัวจริงเขายิ่ง” ในนิยายเล่นหล่อมาเหนือขนาดนั้นตัวจริงคงเหมือนมีแสงสปอร์ตไลท์ส่องไปทุกที่ที่ไปเยือนแหง
“...” ตงฉวนสีหน้าหม่นหมองลง “ไม่อยู่แล้ว”
“ไม่อยู่?”
“ตายแล้ว” ตงฉวนกล่าวเสียงต่ำ “กลายเป็นผีดิบ ต่อหน้าต่อตาข้า”
“...”
“ในตอนที่เผ่าของข้าล่มสลาย ทุกคนถูกสังหาร บางส่วนถูกต้อนไปเป็นทาส ข้าในวัยเยาว์พยายามหลบหนีออกมา คนพวกนั้นไล่ตาม ข้าหนีไปหลบอยู่ในสุสานไร้ญาติ สองมือกอดห่อกระดูกมารดากับบิดาเอาไว้ ข้าบาดเจ็บหนักไร้ซึ่งเรี่ยวแรงล้มพับลงที่นั่น เขาเป็นคนเฝ้าสุสานแห่งนั้น เขาช่วยชีวิตข้าไว้ หลังจากนั้นก็พยายามซ่อนข้าให้พ้นจากสายตาของคนเลวพวกนั้น ข้าจึงเป็นผู้เดียวที่รอดออกมาได้”
ซวี่เซิงทำได้เพียงนั่งฟังเงียบๆ ตงฉวนกล่าวต่อ “เขาไม่ยอมบอกชื่อกับข้า ข้าจึงเรียกเขาว่าพี่ เขาพยายามจะส่งข้าไปที่ปลอดภัย แต่ข้ากลับดึงดันจะอยู่กับเขา ผลเลยกลายเป็นข้าต้องไปผจญภัยที่ต่างๆ กับเขานั่นแหละ”
ซวี่เซิงมองตงฉวน แล้วภาพที่เขานอนฝันร้ายละเมอเรียกหาใครสักคนก็แวบเข้ามา...งั้นหรือ พี่จ๋าที่ว่านั่นก็คือเยว่เทียนหลางนี่เอง
ตงฉวนกล่าว “เขาเสียสละตนเองเพื่อปกป้องข้า นั่นทำให้เขาถูกผีดิบกัด รู้หรือไม่ สิ่งสุดท้ายที่เขาพูดออกมาคืออะไร”
“อะ...อะไร?”
“ปรมาจารย์ศาสตร์กาม”
“!?” ซวี่เซิงขนลุกวาบ ตงฉวนเห็นหน้าซวี่เซิงที่ซีดอยู่แล้วขาวเป็นกระดาษก็ยกยิ้มเย้ย
เพราะเยว่เทียนหลาง (นามสมมุติ) เล่นพูดคำนี้ก่อนตาย ตงฉวนจะอยากฆ่าเขาก็ชักไม่แปลกใจแล้ว! แต่ทำไมมีคำให้พูดตั้งเยอะดันไม่พูดวะเนี่ยเยว่เทียนหลาง!
ซวี่เซิงรู้สึกหวาดระแวงมาก เหลือบมองท่าทีตงฉวนไม่หยุด แต่ตงฉวนก็ไม่ได้มีทีท่าจะเข้ามาขย้ำเขาแล้วคิดว่าคงไม่กำจัดเขาตอนนี้ จึงเริ่มจะผ่อนคลายลง
“เขาจากไปนานแล้ว” ตงฉวนหันกลับมากล่าวต่อด้วยดวงตาว่างเปล่า “นานมาก...นานจนข้าหลงลืมใบหน้าของเขาไปแล้ว ข้าจึงหวาดกลัวว่าสักวันหนึ่งอาจจะลืมเรื่องของเขาด้วย ก็เลยเขียนเรื่องของเขากับข้าเอาไว้ แต่บางอย่างก็เลือนราง ข้าจึงเสริมเติมแต่งไปให้มันสมบูรณ์...ก็ข้าไม่รู้ ไม่รู้นี่ว่าจะต้องระบายความอัดอั้นที่คิดถึงเขาออกมาอย่างไร เพราะพอตายไปทุกอย่างของเขาก็จบลง...”
“...”
ตงฉวนเอ่ยเหมือนกล้ำกลืน “แต่ข้ายังอยู่ ยังอยู่ตรงนี้ผู้เดียว”
ตงฉวนเกลียดผีดิบที่พรากเยว่เทียบหลางไปจากเขา จึงไล่ฟันไล่ฆ่าเรื่อยมา เกลียดปรมาจารย์ศาสตร์กามคนก่อนที่ร่วมมือกับคนชั่วเข่นฆ่าครอบครัวของเขา และยังเป็นคำเดียวกันที่เยว่เทียนหลางกล่าวก่อนจากไปไกล
ศีรษะที่กำลังก้มอย่างเหนื่อยล้านี้เปลี่ยนมุมมองของซวี่เซิงที่มีต่อตงฉวนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่รู้เลยว่าชายที่ภายนอกแข็งกร้าวราวกับสัตว์ร้ายผู้นั้น แท้จริงแล้วคือคนที่จิตใจละเอียดอ่อนมากถึงเพียงนี้ เปราะบางเหมือนกระจกที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ ทั้งสับสนและหวาดกลัว ในขณะเดียวกันก็ทั้งคิดถึงและห่วงหา แต่กลับไม่อาจสลัดอดีตทิ้งไปได้
ซวี่เซิงพลันรู้สึกสะเทือนใจอย่างห้ามไม่อยู่ หลงลืมตัวยกมือขึ้นวางบนศีรษะที่กำลังก้มลงนั้นอย่างไม่รู้ตัว
ตงฉวนสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจ สบตากับซวี่เซิงที่กำลังทำหน้ากล้ำกลืนไปด้วย
ไม่รู้ว่าเพราะอายุเข้าวัยทองด้วยหรือเปล่านะถึงได้พาลสะเทือนใจอะไรง่ายๆ แบบนี้
“เจ้ารักเขามากเลยสินะ”
ตงฉวนสูดหายใจลึก ใจสะดุดอย่างห้ามไม่อยู่ เพิ่งเคยได้ยินคำนี้ครั้งแรก “...รักหรือ รัก...รักคืออะไร”
“คือสิ่งที่เจ้าเป็นอยู่ตอนนี้ไงเล่า” ซวี่เซิงยิ้มเหนื่อยใจให้กับความไร้เดียงสานั่น “คิดถึงเขาแทบขาดใจ แม้จนถึงตอนนี้ก็ตาม อยากพบเขาอีกสักครั้ง อยากจะสัมผัสเขาอีกสักครั้ง แม้เพียงแค่ครั้งเดียว...เจ้าคิดเช่นนี้ใช่หรือไม่ นิยายรักของเจ้าบอกทั้งหมดแล้ว”
ตงฉวนตาสว่างวาบ พลันนั้นในห้องที่กำลังมืดครึ้มก็ค่อยๆ มีแสงสีส้มแดงส่องลอดเข้ามา ซวี่เซิงลุกขึ้นไปเปิดหน้าต่าง แสงของพระอาทิตย์ยามเย็นส่องลอดเข้ามา ย้อมทุกอย่างในห้องของตงฉวนให้กลายเป็นสีแดง ซวี่เซิงมองออกไปนอกหน้าต่าง มองท้องฟ้าสีส้มแดงที่ไร้เมฆปลอดโปร่งอย่างหาได้ยาก “ข้าอยู่บ้านเจ้าจนเย็นขนาดนี้เลยนะเนี่ย”
“เจ้า...เจ้าหมายความว่าอย่างไร นิยายข้าคือนิยายรักงั้นหรือ”
“ก็เพราะเจ้ารักเขา เจ้าถึงได้ทำทุกอย่างนี่จนถึงตอนนี้ไม่ใช่เหรอ”
“รัก...” ตงฉวนพึมพำเสียงแหบพร่า เหมือนกับว่าเพิ่งค้นพบบางอย่างที่ตามหามานาน “ข้า...รักเขานี่เอง”
“เจ้าเนี่ย โง่กว่าที่ข้าคิดอีกนะ” ซวี่เซิงกล่าวปนขำ ตงฉวนเขียนทุกอย่างด้วยความรู้สึกบริสุทธิ์ล้วนๆ ไม่ได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่าที่ทำอยู่นั้นคือรัก
“เจ้ารู้จักความรัก เช่นนั้นเจ้าก็เคยมีความรักงั้นหรือ” ตงฉวนยังคงนั่งอยู่บนพื้นที่เดิม มองซวี่เซิงที่ไปยืนเท้าแขนกับหน้าต่าง
ซวี่เซิงสะอึกกับคำถามนั้นไม่น้อย หยุดนิ่งคิดให้ละเอียดก่อนจะตอบ “...ไม่ ข้าไม่เคยตกหลุมรักใครเลย”
ตงฉวนทำหน้าประหลาดใจ ซวี่เซิงก็เกาแก้มแกรกๆ
ซวี่เซิงยกยิ้มแห้งเอ่ย “ตลอดชีวิตของข้า มีคนที่ข้าพอจะใช้คำว่าชอบได้ แต่ไม่เคยมีใครทำให้ข้ารักเลย ข้าน่ะตรงข้ามกับเจ้าทุกอย่าง ทั้งหยาบกระด้าง จิตใจไม่ละเอียดอ่อน เพราะเป็นแบบนั้นเลยรักใครไม่เป็นจนอายุเยอะ...แต่ถ้าข้าจะรักใครสักคน ข้าก็อยากจะมอบความรู้สึกลึกซึ้งทั้งหมดของข้าให้ได้เหมือนกับเจ้านะ”
“...”
“ข้ารู้แต่เรื่องกามๆ ไม่เคยรู้จักความรัก...อ๋อ มิน่าล่ะ หนังสือเพศศึกษาของข้าถึงได้ดูขาดอะไรไป ที่แท้ก็ตรงนี้นี่เอง นี่! ข้าคิดอะไรดีๆ ออกแล้ว เรามาร่วมมือกันเถอะ นิยายรักของเจ้ากับหนังสือเพศศึกษาของข้า รวมกันแล้วเข้าท่าเลยไม่ใช่เหรอ! ถ้าทำให้ทุกคนรู้สึกอยากมีความรักและมีลูกขึ้นมาได้ เพียงเท่านี้วัฏจักรก็จะเริ่มกลับมาหมุนเดินแล้ว!”
ตงฉวนอึ้งงัน มองดวงตาข้างที่เป็นสีแดงของซวี่เซิงส่องล้อแสงอัสดงเงียบเชียบ
ซวี่เซิงรู้สึกตื่นเต้นกับการค้นพบนี้ยิ่งนัก “ถ้าเด็กกลับมาเกิด บางทีนะ บางที ต่อให้ความจำหายไป ต่อให้เยว่เทียนหลางที่จากเจ้าไปจะจดจำกันไม่ได้ แต่ดวงวิญญาณของเขาก็จะกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เจ้าก็มีโอกาสจะได้พบเขาอีกมิใช่หรือ ถึงจะไม่รู้ได้ก็เถอะว่าจะเป็นใคร แต่ก็ฟังดูไม่เลวเลยนี่นา ใช่ไหมเล่า!”
ความรักที่ตงฉวนมีต่อเยว่เทียนหลางเป็นความรักบริสุทธิ์เช่นนั้น ความรักที่มีแต่การมอบให้ ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งตอบแทน แม้อีกฝ่ายจะไม่อยู่แล้วก็ตาม แต่หากมีเพียงสักหนทางที่จะทำอะไรให้ได้ ตงฉวนก็ไม่ลังเลที่จะปฏิเสธ...เขาเม้มปากเล็กน้อย ค่อยลุกขึ้นเดินไปหาซวี่เซิงที่พิงขอบหน้าต่างอยู่ตรงนั้น
“เจ้า...นานๆ ทีก็พูดเรื่องดีๆ เป็นนี่”
ซวี่เซิงหัวเราะ “ถึงเยว่เทียนหลางจะไม่อยู่แล้ว แต่ซ่งจงซวี่ยังอยู่นี่นา ไม่เป็นไรหรอก”
แสงสีส้มแดงอาบย้อมจนร่างซวี่เซิงที่ไร้สีเลือดสดใสราวกับกลับมามีชีวิต ดวงตาข้างที่เป็นสีแดงของผีดิบสุกสว่างอย่างยิ่ง เสื้อคลุมสีแดงที่สวมอยู่คล้ายจะเปล่งประกายแสงอาทิตย์เล็กน้อย
สีแดงนั้นให้ความรู้สึกของพลังแห่งชีวิต ทั้งยังเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น และความมุ่งมาดกล้าหาญ แม้จะเพียงเล็กน้อย แต่ตงฉวนก็รู้สึกถึงแรงผลักดันบางอย่าง แม้จะแผ่วเบาจนแทบสัมผัสไม่ได้ แต่กลับรู้ว่ามี และไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจะมาจากเจ้าบ้าครึ่งผีดิบที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ไม่รู้เมื่อไหร่ที่สีแดงสำหรับตงฉวนหมายถึงการเริ่มต้นใหม่

ซวี่เซิงเหยียบความลับตงฉวนไว้มิดอย่างที่ลั่นวาจาไว้ ไม่ปริปากบอกกับใครแม้แต่เหวินชูที่พูดไม่ได้ก็ตาม หลังจากกลับมาจากจวนแม่ทัพคราวก่อนก็ทำตัววางเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหวินชูส่งสายตาถามว่าเหตุใดกลับช้าก็อ้อมแอ้มตอบไปว่ากวนโมโหจนถูกตงฉวนลงโทษดังเช่นทุกที
ซวี่เซิงเอง เอาจริงๆ เรื่องที่ตงฉวนความจริงเป็นเหมยลี่นั้นก็ทำเอาอึ้งมาก แต่เขาไม่ใช่คนใจแคบปานนั้นที่จะดูถูกรสนิยมส่วนตัวของผู้อื่น แม้จะตกใจแต่ก็ทำใจยอมรับได้อย่างรวดเร็ว ไม่ช้าเรื่องที่ตงฉวนความจริงคือเหมยลี่ก็ค่อยๆ จางหายจากสมองซวี่เซิงไป เพราะตอนนี้ซวี่เซิงกำลังตื่นเต้นกับแผนการสอดแทรกเรื่องกามลงนิยายรักต่างหาก!
อาจจะต้องขอความร่วมมือกับตงฉวนให้เขาเขียนเรื่องแยกออกมาอีกเรื่องถ้าเขาไม่อยากจะยัดเยียดบทรักวาบหวิวให้กับตัวละครในนิยายเรื่องเดิม ช่วงนี้ซวี่เซิงเลยเขียนเรื่องเพศศึกษาสลับกับออกไปเที่ยวเล่นอย่างอารมณ์ดีมาก
ส่วนเจ้าไข่นั่นนับวันยิ่งโตขึ้นจนแบกไปไหนด้วยไม่ได้แล้ว จำต้องห่อใส่รังผ้าเอาไว้ในเรือน ซวี่เซิงลูบๆ ไข่ ขนาดโตปานนี้คงใกล้ฟักแล้วเป็นแน่ ส่วนสีของไข่ก็ดูนวลตา คงเพราะช่วงนี้ซวี่เซิงอารมณ์ดีสินะ ฉะนั้นฟักออกมาแล้วต้องเป็นเด็กดีนะเจ้าหนู
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ซวี่เซิงกับเหวินชูออกไปเดินเล่นพลางซื้อวัตถุดิบทำขนม คราวนี้ซวี่เซิงคิดจะลองทำเค้กแอปเปิ้ลสูตรนึ่งดู คิดว่าเหวินชูต้องปลื้มจนยอมให้กอดแน่ๆ จึงยิ่งอารมณ์ดีมาก ไปซื้อของทีก็ฮัมเพลงไปตลอดทาง
แต่แล้วเมื่อกลับถึงเรือน อารมณ์แสนดีของซวี่เซิงพลันสะดุดกึก! มือเผลอปล่อยของลงพื้นโดยไม่รู้ตัว ยามที่เห็นนายทหารมากมายกำลังขนของต่างๆ ของตัวเองกับเหวินชูออกจากเรือน!
“เดี๋ยว นี่พวกเจ้าจะขนของข้าไปไหนเนี่ย!” ซวี่เซิงตะลีตะลานเข้าไปห้าม
นายทหารหน้าซื่อๆ ทั้งหลายหันมายิ้มยิงฟันตอบ “ท่านปรมาจารย์กลับมาแล้วหรือขอรับ ความจริงไปรออยู่ที่จวนท่านแม่ทัพเลยก็ได้นะขอรับ”
ซวี่เซิงชะงัก หันสบตากับเหวินชูอย่างงงงวย “จวน...ใครนะ?”
“ท่านแม่ทัพ แม่ทัพตงฉวน”
“หา?” ซวี่เซิงคิ้วขมวดเป็นปม หันไปถามเหวินชูทางสายตา
เหวินชูส่ายหน้าไปมา ‘ไม่รู้เรื่อง’
“เอ่อ...ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เห็นจำเป็นต้องย้ายของข้าออกมาเลยนี่นา”
“จะได้อย่างไรกันเล่าขอรับ ก็ท่านปรมาจารย์จะย้ายไปอยู่กับท่านแม่ทัพไม่ใช่หรือ เช่นนั้นแล้วก็ขนของไปเลยง่ายกว่าไหมขอรับ ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาด้วย”
“หื้มมม” ซวี่เซิงเสียงสูงในลำคอ งุนงงไปหมดแล้วว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย!
ซวี่เซิงกับเหวินชูรีบรุดหน้าไปจวนแม่ทัพทันที ก็พอดีกับที่ป๊ะกับหรงเซี่ยและจิวเมี่ยวที่กำลังช่วยกันจัดห้องใหม่ให้พวกเขาในจวนอยู่
จิวเมี่ยวหันมาทักทายซวี่เซิงอย่างสุภาพ แต่กลับถามเหวินชูด้วยเสียงเอ็นดูว่า “ท่านศิษย์น้อยชอบห้องนี้ไหมขอรับ”
เหวินชูตามจริงจะอยู่ที่ไหนก็ได้ทั้งสิ้นพยักหน้าส่งๆ คงมีเพียงซวี่เซิงเท่านั้นที่กำลังร้อนรนดั่งไฟสุมทรวง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับนายพวกเจ้ากันแน่ เหตุใดจู่ๆ ก็ให้ข้ามาอยู่ในจวนด้วยกัน...”
หรงเซี่ยเอ่ยตอบแทน “ท่านแม่ทัพบอกว่าเช่นนี้สะดวกกว่า แต่ก็ดีจริงๆ นะขอรับ ในที่สุดพวกท่านก็จับมือเป็นมิตรกันได้แล้ว ข้ายินดีมากเลย!”
ซวี่เซิงปวดหัวตุบ “ตงฉวนอยู่ไหน”
“น่าจะอยู่ในห้อง....”
ไม่รอให้กล่าวจบซวี่เซิงก็หมุนตัวจากมา มุ่งหน้าไปห้องตงฉวนอย่างรีบเร่ง ใครเข้ามาขวางก็ไม่สน
ซวี่เซิงเปิดประตูผัวะ “เจ้าหมีควาย! นี่มันหมายความว่าอะไรกันแน่!”
ตงฉวนนั่งขัดอาวุธอยู่เหมือนกำลังรอ และรู้อยู่แล้วว่าซวี่เซิงต้องดาหน้ามาหาตนแน่นอนเงยหน้าอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน
ซวี่เซิงก้าวเท้าย่ำเข้ามาในห้อง สังเกตเห็นกระทั่งว่าเจ้าไข่มังกรนั่นก็อยู่ในห้องตงฉวนด้วยเช่นกัน สีฟ้าพาสเทลมาแต่ไกล
“จะอะไรล่ะ” ตงฉวนเอ่ยเสียงเนิบ “ก็เจ้ารู้ความลับข้าไปแล้ว ข้าจะวางใจปล่อยเจ้าห่างสายตาได้เรอะ อย่างเจ้ามันต้องจับตาดู!”
“จะบ้ารึไง วิตกจริตเรอะเจ้าน่ะ!” ซวี่เซิงด่ากลับไป “จู่ๆ ก็ขนของข้าออกมาไม่บอกไม่กล่าว ซ้ำยังเอาไข่มาไว้ในห้องตัวเองอีก ตกลงเจ้าจะดูแลไข่นี่เองใช่ไหม”
“เจ้าพูดเองไม่ใช่รึไงว่าจะแต่งเรื่องเพศศึกษาผสมกับนิยายของข้า”
“ก็ใช่..แล้วมันทำไม....” ซวี่เซิงนิ่งคิด “นะ...นี่เจ้าจะบอกว่า ให้เราสองคนเลี้ยงไข่เนี่ยน่ะเหรอ!”
ตงฉวนเมินหน้าไม่ตอบ ไม่ตอบก็เท่ากับใช่ ซวี่เซิงอ้าปากค้างจนคางหล่น เหวินชูที่เดินตามซวี่เซิงมาเนิบนาบไม่เร็วไม่ช้าชะเง้อหน้าโผล่มาตรงขอบประตู
“ไงชูชู ต่อจากนี้มาอยู่บ้านข้า ทำตัวตามสบายนะ ไว้เช้าๆ ข้าจะพาเจ้าฝึกช่วงเช้าด้วย”
เหวินชูค่อยๆ ก้าวเข้ามาในห้องตงฉวนอย่างระมัดระวัง เพราะรู้มาว่าตงฉวนไม่ชอบให้ใครเข้าห้อง แต่เห็นอาจารย์ตนเองไปยืนจังก้าอยู่ตรงนั้นก็ค่อยๆ เข้ามาตาม พอเข้ามาแล้วไม่ได้โดนดุก็ยืนเฉยๆ เรียบร้อย
“เฮ้ย ตงฉวน แล้วนี่เจ้าบอกจะเลี้ยงไข่กับข้า แล้วเจ้าจะให้ข้าไปอยู่ไหน คงไม่ได้จะไล่ข้าไปนอนหน้าห้องน้ำหรือหน้าห้องหรอกนะ”
ตงฉวนเพยิดหน้าไปทิศหนึ่ง ซวี่เซิงหันตามไป เห็นฉากกั้นห้องที่อยู่ในห้องตงฉวนอีกทีก็ถึงบางอ้อ...
“ในห้อง...เจ้า?”
“เออ ตาบอดเหรอ”
ซวี่เซิงประสาทแตกดังเปรี๊ยะ ตงฉวนก็เก็บอาวุธกอดอกเดินเข้ามาเขม่นตาใส่เขา
“อย่างแรกเลยนะ ถ้าเจ้ามังกรนั่นต้องฟักออกมากลายเป็นไอ้หื่นแบบเจ้า ข้าจะเอากำลังใจจากไหนมาฆ่าผีดิบอีก ข้าไม่ยอมให้เจ้าสร้างไอ้หื่นหมายเลขสองออกมาหรอก!”
“หา! ถ้าไข่ฟักมาเหมือนข้าแล้วจะทำไม มันก็มาเพื่อหื่นอยู่แล้วนี่!”
เหวินชูทำหน้าขมวดคิ้วปิดหู เดินอ้อมคนทั้งสองไปนั่งพิงไข่ที่เริ่มเปลี่ยนสี เดี๋ยวฟ้าเดี๋ยวน้ำเงิน
ตงฉวนชี้นิ้วจิ้มใส่อกซวี่เซิงอย่างแรงจนเซ “เพราะเจ้าเอาแต่คิดเรื่องกามๆ ห่ามๆ นั่นไงเล่าถึงไม่ได้!”
“เออ ขอโทษ ขอโทษที่บ้ากามแต่หน้าตาดี”
เหวินชูนั่งกึ่งนอนพิงไข่ ฉีกเศษกระดาษมาอุดหู เอาโดจินขึ้นมาเปิดอ่าน ไม่ได้สนใจอีกแล้วว่าซวี่เซิงกับตงฉวนจะเถียงเรื่องอะไรกันอีก
ซวี่เซิงด่ากับตงฉวนจนเหนื่อยเริ่มหอบ จู่ๆ ตงฉวนก็เอ่ยถามว่า “...ไอ้ที่เจ้าทำกับข้าล่าสุดนั่นเรียกว่าอะไรนะ”
ทำกับข้าล่าสุดอะไรเล่า ดูใช้คำเข้า ซวี่เซิงเหลือบตามองเคืองๆ “อะไรล่ะ”
“ข้าจะเอามันไปเขียนลงตอนล่าสุด ที่เจ้าเอาปากมา...แตะหน้าข้า”
“จูบน่ะเหรอ? ตอนแรกข้ากะจะปิดปากเจ้า แต่คิดว่าเดี๋ยวเจ้าช็อกไปก่อนจะแย่เลยเป็นมุมปากไปแทน มันทำไมล่ะ ถ้าไม่ชอบก็หาอะไรเช็ดๆ เอาละกัน”
“...จูบ” ตงฉวนพึมพำ เหมือนหัวสมองกำลังแล่นหลุดเข้าไปในห้วงความคิด “ข้าไม่เคยเห็นจูบในรูปที่เจ้าเขียนมาก่อนเลยแปลกใจ”
ซวี่เซิงนึกย้อนแล้วก็พบว่าจริงด้วย เขาเขียนคนบ๊ะๆ กันได้ทุกท่วงท่า แต่กลับไม่เคยเขียนคนจูบกันมาก่อนเลย
“ก็นะ...เวลาจะจูบใคร อารมณ์มันก็กึ่งๆ นั่นแหละ ไม่ได้กามอะไรขนาดนั้น”
ซวี่เซิงเองก็พลันพบว่าเมื่อก่อนเวลาตนนัดใครมา น้อยนักที่จะจูบกัน
“งั้นการจูบคือยังไง เราจะจูบใครได้เมื่อไหร่”
ซวี่เซิงจับใต้คางคิด “อืม...ก็....เวลาที่เราชอบใครนั่นแหละ คิดว่านะ อย่างพวกหมาพวกแมว ถ้าเราชอบมันมากๆก็จูบมันได้ มันก็เป็นการแสดงความรู้สึกชอบที่เป็นกลางที่สุด...”
ตงฉวนยืนฟังไปเรื่อยๆ อยู่ดีๆ ก็ยกหลังมือขึ้นมาปิดครึ่งหน้า “งั้นรึ เจ้า...ข้า ก็เลย...”
ซวี่เซิงที่กำลังตั้งใจอธิบายสมาธิสะดุด “อะไรนะ?”
“เปล่านี่”
“อะไร เมื่อกี้เจ้าพูดอะไรแน่ๆ ด่าอะไรข้าอีก พูดมาเลยเซ่!”
ตงฉวนโมโหจนหน้าเป็นสีแดงเรื่อ จับซวี่เซิงอุ้มขึ้นบ่าจะโยนออกไปนอกห้อง ซวี่เซิงร้องจ๊ากเสียงดังลั่น
เหวินชูอ่านโดจินกำลังถึงช่วงดุเดือดเพลินๆ จู่ๆ ก็เหมือนเจ้าไข่ที่เขาเอาศีรษะพิงอยู่จะเลื่อมประกายสีอมแดงๆ ขึ้นมา เหวินชูผงกศีรษะขึ้น เอามือเคาะไข่เบาๆ ก่อนจะเอียงคอมองอย่างสงสัย



---------
ชื่อตอนมีใครงงกันไหม เริ่มต้นใหม่555555555555555
น้องไข่โตขึ้นแล้ว ไม่แน่นะไม่แน่ ตอนหน้าอาจจะฟักก็ได้ ตื่นเต้นจังงงง หวังว่าน้องไข่จะออกมาอย่างปลอดภัยเนอะ มาลุ้นไปด้วยกันเถอะ
สำหรับตอนนี้ก็ได้ขยายอดีตของตงฉวนอีกนิดหน่อยแล้ว เยว่เทียนหลางแม้จะตายไปแล้ว กลับยังไม่ได้หายไปจากความทรงจำของตงฉวน นั่นทำให้เขาที่ไม่รู้จักความรักระบายความรู้สึกออกมาเป็นนิยาย จนกระทั่งมีตัวร้ายอย่างซ่งจงซวี่เข้ามา นิยายรักของเขาจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่กันนะ
ส่วนซวี่เซิงนั้น จะเรียกลุงหรือปู่ก็ได้ฮะ ตานี่ค่อนข้างหยาบกระด้าง เป็นเฒ่าหัวงูลั้นลาที่รู้จักเรื่องกามทุกอย่าง แต่กลับไม่รู้เรื่องความรักเสียได้ โถ่ถัง
ขอบคุณทุกคนที่ชื่นชอบและอ่านนิยายเรื่องนี้ ตอนนี้ไรท์เหมือนจะเป็นตากุ้งยิงด้วยล่ะ สงสัยติดโรคมาจากซวี่เซิงแหงๆ//บ้าน่า ระ เราไม่ได้ดูอะไรไม่ดีๆในเน็ทเลยนะ ไม่เคย!!
หากพบคำผิดจะค่อยๆ กลับมาแก้ไขเด้อ หวังว่าตอนนี้ก็ยังจะสนุกกันนะ
#ปรมาจารย์ศาสตร์กาม
ไว้พบกันใหม่ บ๊ายบาย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.106K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,807 ความคิดเห็น

  1. #4771 muir (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 10:09
    อย่าว่าแต่ซวี่เซิงจะล้มหัวฟาดพื้นเลย อีนี่กินๆน้ำอยู่ น้ำหกออกจากปาก5555
    #4,771
    0
  2. #4619 zindy_zin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 01:15
    งื้อตอนนี้ดีมากเลยค่ะ เห็นอารมณ์ของตัวละครชัดมาก ชอบความที่ว่าซวี่เซิงเป็นคนมุทะลุแสดงออกมาให้ความรู้สึกเหมือนเด็กวัยรุ่นเเต่จริงๆเเล้วเป็นคนผ่านโลกมาเยอะ ยอมรับเเละเข้าใจในตัวของเเม่ทัพได้ง่ายๆเลย ส่วนเเม่ทัพที่หัวรุนแรงเเต่ความจริงในใจคือยังเป็นเด็กต้องการที่พึ่งพิงอยู่ นายเอกของเราทำหน้าที่นี้ได้ดีมากเลยฮือ เคะเเก่เมะลูกหมามาก(หมาบ้า)
    #4,619
    2
    • #4619-1 กระต่ายปากเเดง(จากตอนที่ 17)
      5 สิงหาคม 2563 / 10:24
      เม้นนี้คิดเหมือนกัน
      #4619-1
    • #4619-2 Present(จากตอนที่ 17)
      30 มกราคม 2564 / 03:33
      จริงงงง
      #4619-2
  3. #4599 CUTE_VILLAIN (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 00:26
    งุ้ยยยยๆๆๆ
    #4,599
    0
  4. #4534 yyyyobaby (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 14:08
    บ้าจริง เขินมากกก โอ้ยยยยย ทำไมถึงเขินได้ขนาดนี้ โอ้ยยย ใจช้านนนนน
    #4,534
    0
  5. #4503 QueenOfMars (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 21:04
    เลือกโพไม่ถูกเลยค่ะตอนนี้ 55555
    #4,503
    0
  6. #4469 ploy_yaaaa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 17:17
    น้องไข่โตมาแล้วต้องน่ารักแน่เรยย
    #4,469
    0
  7. #4369 Takgy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 09:17
    ตอนนี้ลุงเท่มากๆค่า
    #4,369
    0
  8. #4322 pcy921 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:35
    พ่อแม่ลูกมากค่ะ ช่วยกันฟักไข่แหมมมมมม
    #4,322
    0
  9. #4268 หมา'โก๊ะ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:13
    อมก.5555555 เอ็นดูความน้องไข่ดูดซับจิตวิญญาณ เอาตรงๆนะ เหมือนตงฉวนเปนนางเอกมาตลอด แล้วลุงเปนพระเอก555555 ย้ายมาอยู่กระโจมเดียวกันแล้ว ก็รักกันไว้นะจ๊ะ อย่าเพิ่งฆ่ากัน
    #4,268
    0
  10. #4217 Danwtlese (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 23:19
    คู่นี้หน่ะ ไม่ตีกันสักตอนคงยาก 5555555
    #4,217
    0
  11. #3962 chalillxx_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 23:27
    กี๊สสสสส น้องจามาแน้ววว
    #3,962
    0
  12. #3271 Krystal wing (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 14:14
    สีแดงนี่..จากชูชูหรือเปล่านะ
    #3,271
    0
  13. #3239 -_Name_- (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 22:12
    ....ตอนไข่ออกมาเป็นสีแดงๆคือตลกอย่าได้ความsมานะลูก5555
    #3,239
    0
  14. #2889 BEST Jr. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 23:05
    ตอนนี้ภาษาสวยและทัชมากกกกก อินได้ง่าย ดื่มด่ำกับตอนนี้ง่ายมากๆ ชอบๆ
    #2,889
    0
  15. #2805 After_TeaTime (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 06:02
    โมเมนต์พ่อแม่ลูกอีกแล้ว นอนห้องเดียวกัน ช่วยกันเลี้ยงไข่ แหน่ะ ท่านแม่ทัพ ท่านพาเขามาอยู่ด้วยเพราะแค่กลัวความลับรัวไหลเฉยๆจริงๆหรอคะ หืม? แต่เรื่องจูบนี่มีแอบเขินนะ น่ารักอ่ะ55555 เหวินชูกับน้องไข่นั่งพิงดูพ่อแม่ทะเลาะกันคือน่ารัก ให้ฟิลประมาณนั้นเลย5555
    #2,805
    0
  16. #2798 amyhunter (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 21:48

    คือแบบอ่านตอนล่าสุดแล้วมาอ่านตอนนี้คือหัวเหราะซวี่เซิงหนักมากค่ะ โอ้ยย

    #2,798
    0
  17. #2725 lills (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 01:29
    น้องไข่เขินนนมะ
    #2,725
    0
  18. #2712 super__p (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 12:09
    เจ้าจูบข้า = ชอบ อิอิ
    #2,712
    0
  19. #2095 B.TEm (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 09:36
    น้องตงงงงง น้องงงงงงงง ข้างนอกหมาป่าข้างในชิวาว่าปอมเปอเรเนี่ยน น้องงงงงงงงงงง น่ารักง้อย อีตาลุงนี่ก็ไม่รู้อะไรเลยนะคะ เล่นกับความลู้สึกเด็กมันเข้าแล้วมั้ยเนี่ยๆๆๆๆ แงงง ให้ความรู้สึกเหมือนลุงแกจะมีเมียเด็กกล้ามโตเลยค่ะ น่าร้ากกก555555 แต่จริง ๆ เป็นสัมมีสินะคะ แต่จะโพไหนก็ได้ทั้งนั้นค่ะ ให้เขาไม่ฆ่ากันตายเป็นพอใจ5555555555
    #2,095
    0
  20. #2094 ลูกชิ้นลูกชิ้ย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 09:17
    ชอบบบบ
    #2,094
    0
  21. #1779 realtoey (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 15:30
    ตงฉวนอ่อนโยนมากอะ กรี๊ดดดดดดด ใจคนอ่านนอ่อนยวบเลย
    #1,779
    0
  22. #1769 _AmandaV_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 10:54

    ตงฉวนน่ารักจัง เป็นพระเอกที่น่ารักมาก ฮรือออ เหมือนน้องหมาตัวโตๆขนฟูๆ อยากบีบแก้มเรย

    #1,769
    0
  23. #1490 p-q5 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 09:14
    เขินอ่ะ555
    #1,490
    0
  24. #1472 MyFateMySolul (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 21:25
    พอบอกว่าย้ายไปอยู่ด้วยกันนี่คิดดีไม่ได้เลย เอ๊ะ มันคิดดีไม่ได้ตั้งแต่ชื่อเรื่องแล้วนิ่!!

    แต่ละตอนคือเอ็นดูน้องชอบความเป็นเด็กเดินตามของหวานต้อยๆ กลัวโดนดุก็เดิมต้วมเตี้ยมเข้าห้อง น่ารักกก
    #1,472
    0
  25. #1300 Peach9 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 12:30
    ตื่นเต้นๆๆอยากเจอน้องไข่ตัวเป็นๆแล้ว5555555
    #1,300
    0