(จบ)ปรมาจารย์ศาสตร์กามหาใช่เป็นกันได้ง่ายเลยจริงๆ (สนพ.เฮอร์มิท)

ตอนที่ 16 : บทที่ 14 หนทางยาวแปดเมตร ก้าวแรกไม่เป็นไร...ก้าวต่อไปก้าวไปด้วยกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,067
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,135 ครั้ง
    21 ก.ย. 62

บทที่ 14 หนทางยาวแปดเมตร ก้าวแรกไม่เป็นไร...ก้าวต่อไปก้าวไปด้วยกัน

ตงฉวนมองมาที่ซวี่เซิงเหมือนไม่ค่อยเข้าใจนักจึงเอ่ยถามซ้ำ “เจ้าหมายถึงอย่างไร ไปรู้จักแม่นางคนไหนในบูรพาเวหะมางั้นรึ”
“ก็ทำนองนั้นแหละ” ซวี่เซิงเกาแก้ม ไม่รู้เหตุใดจึงรู้สึกเหมือนหัวใจที่ไม่เต้นดวงนั้นมันเต้นผิดจังหวะขึ้นมา นี่มันพลังแห่งการอุปมาอุปมัยของตัวเองรึอย่างไรกัน “ในบูรพาเวหะแห่งนี้มีแม่นางคนใดชื่อเหมยลี่หรือไม่”
ตงฉวนจับใต้คางคิดอย่างจริงจัง “ในที่แห่งนี้สตรีเองก็มีเยอะไม่น้อย ข้าเองก็ไม่รู้หรอกว่าใครชื่ออะไรบ้าง มนุษย์สัมพันธ์ข้ามิได้ดีปานนั้น”
สรุปว่าช่วยอะไรไม่ได้สินะ ช่างเถิด อย่างไรซะเหมยลี่นั่นก็นามปากกา ชื่อจริงจะเป็นอะไรก็ไม่รู้ เมื่อคิดได้แบบนี้ ไม่รู้ทำไมแต่จู่ๆ ก็รู้สึกในกายเว้าแหว่งขึ้นมาจนต้องยกมือขึ้นเกาศีรษะ
ตงฉวนขมวดคิ้ว “อะไร แม่นางเหมยลี่นั่นสำคัญถึงขนานนั้นเชียวรึ ให้ข้าออกประกาศตามหาให้มั้ยเล่า”
“ไม่ต้องหรอกน่า” ซวี่เซิงบอกปัด แม้ในใจจะแอบหวังให้เป็นแบบนั้นเหมือนกัน
ตงฉวนเข้าไปเอาไข่ในห้องนอน ซวี่เซิงยังยืนเหม่ออยู่หน้าประตู ไม่รู้ว่าตอนนี้คิดสิ่งใดอยู่เช่นกัน ตงฉวนก็เอาไข่ในห่อผ้ายื่นให้แล้ว
ซวี่เซิงรับไข่ยักษ์มาอุ้ม มองสำรวจดูปราดหนึ่งก็พบว่าสีของไข่ดูหวานขึ้นแบบแปลกๆ...
ตอนแรกที่ได้มาเป็นสีน้ำเงินอมดำ พอซวี่เซิงเอามาเลี้ยงดูสีก็เปลี่ยนไปเป็นสีน้ำเงินแบบจี๊ดจ๊าด แต่ไหงพอตงฉวนเอาไปดูต่อมันถึงกลายเป็นสีฟ้าพาสเทลล่ะเนี่ย!?
ซวี่เซิงทำหน้าบอกไม่ถูกมองตงฉวนสลับกับไข่ “นี่เจ้าเอาจิตวิญญาณอะไรกรอกใส่ไข่ เหตุใดสีมันถึงได้....”
“จะไปรู้เหรอ! ข้าก็ทำเหมือนเจ้า เอาผูกหลังไว้แล้วก็ใช้ชีวิตไปเรื่อย ไม่ได้ทำอะไรแปลกๆ สักหน่อย”
ซวี่เซิงไม่รู้จะเชื่อดีหรือไม่ หรือว่าสีนี้มันจะไม่เกี่ยวกันนะ บางทีเวลาเปลี่ยนสีมันเลยเปลี่ยนตามล่ะมั้ง ซวี่เซิงพลันสรุปความกับตัวเองเช่นนี้ ไข่ปลอดภัยอย่างไรก็ดีแล้ว จึงจัดการเอาไข่ผูกหลังเหมือนเดิมเตรียมจะจากไปเพราะหมดสิ้นธุระ
ตงฉวนเดินตามมาส่งถึงหน้าประตู กอดอกมองซวี่เซิงสวมรองเท้า อยู่ดีๆ ก็เอ่ยขึ้นมา “...ยานั่นของเจ้าใช้ได้ดีทีเดียว”
“ยา...อ๋อ เจ้ายานั่นน่ะรึ อย่าเพิ่งเร่งให้ข้าผลิตเพิ่มล่ะ ตอนนี้มันไม่ออกแล้ว รออีกสัก 3-7 วันก่อนเถอะ”
“เปล่า...ไม่ใช่” ตงฉวนเอามือลูบหน้า ท่าทางเก้กังเหมือนกล่าวความไม่ถูกเช่นกัน “ก็...ไม่เลว”
“ไม่เลวอะไร”
“มันก็รสชาติดีกว่าครั้งที่แล้ว” ตงฉวนเสตามองไปทางอื่น ผิวแทนเข้มดูระเรื่อสีแดงเล็กน้อย “ถึงจะคาวๆ เหมือนเดิมแต่ก็หวานขึ้น เย็นๆ คอดี”
รสหวานขึ้นนั่นน่าจะเป็นเพราะสับปะรด ส่วนที่กินแล้วเย็นๆ น่าจะเพราะแร่เย็นที่ใส่ไปเพื่อคงสภาพน้ำไว้ให้เหมือนอยู่ในตู้แช่ ซวี่เซิงกะพริบตาปริบๆ ไม่คิดว่าตงฉวนจะกล่าวถ้อยคำเช่นนี้กับตน พาลพูดไม่ออกไปตามๆ กัน
ตงฉวนไม่เห็นซวี่เซิงตอบอะไรกลับมาก็เริ่มกระดากปลายลิ้น รีบหมุนตัวเดินหนีแล้วออกปากไล่คนกลับไปทันที “มะ...หมดธุระแล้วก็ไปซะสิ ข้าจะไปนอนต่อแล้ว!”
เหตุใดต้องทำท่าโกรธขนาดนั้นด้วยเนี่ย ก็ไม่ได้พูดอะไรซะหน่อย ซวี่เซิงแอบคว่ำปากไล่หลัง แล้วก็เดินแบกไข่จากจวนแม่ทัพออกมา ‘ท่าทางความดันต่ำแบบนั้นนอนน้อยล่ะมั้ง ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องอะไรของเราอยู่แล้วด้วย’
ซวี่เซิงกลับถึงเรือนพัก เหวินชูที่นั่งแกะเม็ดบัวกินเล่นอยู่ตรงสระริมบ่อก็เดินเข้ามาชวยซวี่เซิงอุ้มไข่กลับไปพักอยู่ในรังผ้าที่เดิม ซวี่เซิงกอดอกมองไข่ที่มีสีเปลี่ยนไปใบนั้น อดจะสงสัยไม่ได้ว่าระหว่างที่ตนวูบไม่ได้สติ ตงฉวนปลูกจิตสำนึกใดลงไปในไข่บ้าง
ใบหน้าแดงซ่านเล็กน้อยและอากัปทำตัวไม่ถูกของเจ้าหมีควายทะเลทรายขาวฉายวาบเข้ามา ซวี่เซิงยกเรียวนิ้วค้ำขมับขณะนั่งเพ่งไข่ใบโต อดจะสงสัยไม่ได้ว่าความจริงแล้วตงฉวนผู้นั้นความจริงเป็นคนอย่างไรกันแน่
พวกเขาหาได้ข้องแวะกันบ่อยไม่ เรียกว่าเพื่อนกันไม่ได้ซะด้วยซ้ำ ซวี่เซิงรู้เพียงว่าตงฉวนสำหรับเขา ภายนอกของอีกฝ่ายคือสเป๊ก แต่นิสัยไม่น่าจะเข้ากันได้ ส่วนตงฉวน ตนคงเป็นแค่คนโรคจิตเท่านั้น
“ชูชู ข้าหลับไปกี่วันงั้นหรือ”
เหวินชูยกนิ้วมือเจ็ดนิ้วขึ้นมา
“เจ็ดวันรึ”
เหวินชูพยักหน้าหงึก
“นี่...ตงฉวนเอาไข่ไปดูแล เจ้ารู้หรือไม่ ทำไมสีมันถึงเป็นแบบนี้”
มาถึงคำถามนี้เหวินชูกลับค่อยๆ ขมวดคิ้ว ท่าทางว่าจะไม่รู้เช่นกันว่าทำไม
“งั้นถามเช่นนี้ เวลาที่เขาสอนเจ้า เขาเป็นคนอย่างไร อารมณ์ร้อนอารมณ์ร้ายหรือไม่”
คราวนี้เหวินชูส่ายหน้า ‘ใจเย็น รอบคอบ’
ก็คงเป็นแบบนั้น ตงฉวนดูจะใจดีกับเหวินชูที่เป็นเด็กหนุ่มตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้ม แต่ในทางกลับกันกลับระเบิดอารมณ์ตู้มๆ กับพวกทหารหรือผีดิบได้หน้าเลือดมาก ต่อยกับซวี่เซิงได้แบบไม่รู้สึกผิดด้วย แบบนี้มันไม่ตรงกันข้ามไปหน่อยเหรอ จะเรียกว่าเลือกปฏิบัติได้หรือไม่เนี่ย
“ช่างเรื่องเจ้าหมีนั่นก่อนเถอะ ชูชู...เจ้าเคยรู้สึกอยากรู้จักใครสักคนที่ไม่เคยเห็นหน้าบ้างมั้ย”
มาจังหวะนี้เหวินชูทำหน้าขยะแขยงใส่แล้ว แต่ซวี่เซิงที่ถูกเหวินชูทำหน้ายี้ใส่เป็นประจำเลยไม่ได้สะทกสะท้านทั้งสิ้น “ข้าอ่านนวนิยายเรื่องหนึ่งอยู่ เจ้าก็รู้ใช่หรือไม่”
‘รู้’
“ข้าอยากรู้จักคนเขียนมาก ข้ารู้สึกว่าเรื่องที่เขาเขียนมันดูมีอะไร” ซวี่เซิงเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา ไม่รู้ว่าตนเองอ่านทวนบทที่หมิงเซียนเอ่ยเรียกนามซ่งจงซวี่ไปกี่ครั้งแล้ว
มันก็แค่นิยายรักธรรมดา มุกแบบนี้ในนิยายรักโลกเก่าเขาก็ใช้กันเกร่อ แต่พอมันมาอยู่ในโลกที่คนไม่รู้จักการสืบพันธุ์หรือความรัก ความน่าสนใจและแรงดึงดูดจึงต่างกันลิบลับ
“เจ้าว่า...คนที่เขียนความรู้สึกได้นุ่มละมุนขนาดนี้จะเป็นหญิงสาวแบบไหนเหรอ”
‘ละเอียดอ่อน’ เหวินชูส่งสายตาตอบมา
“ใช่ไหมเล่า บางทีอาจจะเป็นสาวสวยด้วยก็ได้นะ”
‘เพ้อเจ้อ’ เหวินชูมองแบบปรามาส ซวี่เซิงเพียงยิ้มขำคิกคัก วางนิยายในมือลงเปลี่ยนไปลูบหัวเหวินชูด้วยความเอ็นดู
มาถึงจุดนี้ซวี่เซิงเป็นอันต้องยอมรับแล้วล่ะว่าตัวเองถูกเหมยลี่ตกเต็มๆ เขากลายเป็นแฟนคลับงานเขียนนิยายรักโลกสวยไปเสียแล้ว ทั้งๆ ที่ยามเป็นชาติชาย ตนเคยมองว่าเรื่องรักโรแมนติกในนิยายเป็นเรื่องไร้สาระเพ้อเจ้อแท้ๆ ความรู้สึกหวานเลี่ยนขนาดนั้นจะไปมีอยู่จริงได้อย่างไร เพราะเคยดูถูกไว้เช่นนั้น จึงไม่เคยอ่านงานเขียนละเมียดละไมที่ใช้ความรู้สึกนำทางเลยแม้แต่ครั้งเดียว
หรือเพราะว่าความจริงตัวเองอายุเยอะขึ้น เรื่องอย่างว่าเลยไม่ค่อยสำคัญแล้วกันนะ...ซวี่เซิงไม่รู้เช่นกัน รู้เพียงว่าตัวเองเป็นแฟนคลับเหมยลี่ แล้วก็นึกอยากจะให้โลกนี้มีงานมีตติ้งระหว่างนักเขียนกับแฟนคลับเหมือนโลกเก่าบ้าง อยากจะเห็นหน้า อยากจะพูดคุยทักทาย อยากจะรู้จักว่าคนที่ชักนำตัวเองด้วยงานเขียนหวานๆ นั่นหน้าตาเป็นเช่นไร
ซวี่เซิงคิดเช่นนี้พลางเอาศีรษะซบไข่ โดยมิทันได้สังเกตเลยว่าเปลือกไข่สีพาสเทลนั่นกำลังเลื่อมสีชมพูเล็กน้อย
“ฮู้ว อารมณ์ดีชะมัดเลย มามะชูชู เดี๋ยวอาจารย์จะทำขนมอร่อยๆ ให้กินดีหรือไม่ นานๆ ทีพักมือจากงานกันบ้างเป็นอย่างไร”
เหวินชูหูผึ่งเมื่อได้ยินคำว่าขนม ใบหน้ายังตีขรึม แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นส่องประกายเล็กน้อย แม้จะพยายามทำเป็นเฉยแล้วก็ตาม
“พุดดิ้งนมสด อยากลองมั้ย อร่อยนา” ซวี่เซิงยิ้มทะเล้นราวกับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์
‘ขนมอะไร ชื่อไม่น่าไว้ใจ’ เหวินชูหรี่ตาใส่ แต่กลับเดินเข้ามาหา ท่าทางจะติดกับเสียแล้ว
ซวี่เซิงหัวเราะร่า ใช้มือยีศีรษะเหวินชูอย่างอดใจไม่ไหว พร้อมกับออกไปซื้อวัตถุดิบด้วยกัน ของที่ต้องใช้นั้นความจริงก็ไม่มีอะไรมากเลย เพียงแค่นมวัว น้ำตาล กับไข่ไก่เท่านั้น
นับเป็นครั้งแรกได้ที่ซวี่เซิงเข้าครัวในโลกนี้ ปกติเขาชอบทานของหวานอยู่บ้าง แต่พออายุ 50 ขึ้นไปน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจนเสี่ยงจะเป็นเบาหวาน หมอเลยบอกให้เขางดของพวกนี้ไปซะ ซวี่เซิงเห็นว่ามันยุ่งยากจึงเลิกกินพวกของหวานทั้งหมดตัดปัญหาไปเลย
สกิลเข้าครัวเองก็มีไม่น้อย เพราะสาวๆ และหนุ่มน่ารักบางคนส่วนใหญ่ชอบผู้ชายที่ทำอาหารเป็น เหวินชูเกาะขอบโต๊ะชะเง้อหน้ามองดูใกล้ๆ ระหว่างที่ซวี่เซิงเริ่มเทนมใส่หม้อ แล้วตั้งไฟอ่อนๆ เติมน้ำตาลพลางคนไปด้วยผิวปากไปด้วยอย่างอารมณ์ดี
ซวี่เซิงไม่มีตะแกรงกรองจึงใช้ผ้าขาวแทน หลังจากเทกรองนมไปรอบหนึ่งก็ตีผสมกับไข่ไก่ เทใส่แก้ว นำไปนึ่งไว้ในหม้อรอบแรก 5 นาที หลังจากรอมันระเหยไอน้ำออกมาจนได้ที่ก็ลดไฟลง นึ่งต่อไปอีก 15-20 นาที ระหว่างที่รอพุดดิ้งเซตตัวก็หันไปทำคาราเมลราดด้วยการใช้น้ำผสมกับน้ำตาล เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนหนืดได้ที่
กรรมวิธีทำไม่ยากแต่ใช้เวลาพอสมควร ซวี่เซิงใส่แร่เย็นลงไปผสมแทนการนำไปใส่ตู้แช่ รออีกพักหนึ่งก็เสร็จสิ้น เหวินชูจ้องตาไม่กะพริบ หลังจากรับของไปก็นั่งกินเงียบกริบ แต่ท่าทางจะถูกใจมากๆ เลยมานั่งตัวติดกับซวี่เซิงอย่างหาได้ยาก
ซวี่เซิงหัวเราะร่วน มือหนึ่งกอดไข่มือหนึ่งถือของกิน มีความสุขอย่างเรียบง่ายแบบไม่น่าเชื่อ

เหวินชูติดใจพุดดิ้งนมสดเป็นอย่างยิ่ง ตอนที่ไปฝึกวิชาต่อสู้กับตงฉวนเองก็นำใส่ตะกร้าหอบเอาไปด้วย พอถึงช่วงพักปุ๊บก็จะรีบพุ่งไปเอามากินทันที
ตงฉวนเช็ดเหงื่อด้วยผ้าป่านเดินเข้ามาหา “ชูชู เจ้ากินอะไรอยู่น่ะ...!”
ตวฉวนอ้าปากค้าง หน้าเสีย “สีขาวๆ หนืดๆ เช่นนั้น น้ำหยวนหยางของเจ้าบ้านั่นหรือ! นี่มันเป็นหนักขนาดทำใส่ถ้วยมาให้เจ้ากินแล้วรึ!”
เหวินชูแทบสำลัก รีบเงยหน้าขึ้นแล้วส่ายหน้าระรัว เอานิ้วเขียนกับพื้นว่า ‘ขนม พุดดิ้งนมสด’
“ชื่อไม่น่าไว้ใจเสียเลย” ตงฉวนปรามาสทันที แต่พอเห็นเหวินชูกินเอาๆ ก็อดถามไม่ได้ “เจ้านั่นทำรึ”
เหวินชูพยักหน้า
“อร่อยหรือ”
เหวินชูชะงักไปเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็พยักหน้าหงึกๆ
ตงฉวนเบิกตาแปลกใจ เพราะสำหรับเขาแล้ว แม้ตัวอาจารย์ของเหวินชูจะเป็นโรคจิต แต่หนุ่มน้อยครึ่งผีดิบผู้นี้กลับเป็นคนถือตัวและดูจริงจังยิ่งนัก เหวินชูนั้นจะยอมรับแต่คนที่มีวิชาต่อสู้แข็งแกร่งให้นับถือมากพอจึงยอมให้เข้าใกล้ แต่กลับอ่อนข้อให้ซวี่เซิงที่ต่อสู้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อยแค่ผู้เดียว อย่างศีรษะเหวินชู นอกจากซวี่เซิงแล้วก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครลูบได้เลย อย่างตงฉวนก็ยังไม่คิดจะลูบหัวเหวินชู เต็มที่ก็เพียงแค่ตบไหล่เท่านั้น
เหวินชูเห็นตงฉวนมองพุดดิ้งเหม่อๆ ก็คิดว่าชายหนุ่มอาจจะอยากกินด้วย เห็นที่เป็นคนใจดีและช่วยสอนวิชาเลยยื่นพุดดิ้งอีกถ้วยส่งให้
“อะ...เปล่า”
เหวินชูกะพริบตาทีหนึ่ง ตงฉวนก็เกิดอาการอึกอักเล็กน้อย จะปฏิเสธน้ำใจเหวินชูก็กระไรอยู่ แม้จะไม่ค่อยมั่นใจในสิ่งที่เจ้าบ้านั่นทำเท่าใดนัก ทว่าแม้แต่เหวินชูยังกิน เช่นนั้นก็คงไม่มีอะไรหรอกกระมัง....
ช่วงพักวันนั้นตงฉวนจึงนั่งกินพุดดิ้งกับเหวินชู ทันทีที่สัมผัสนุ่มละมุนของนมเข้าไปละลายในปาก ตงฉวนพลันตาโตขึ้นอย่างไม่รู้ตัว จนต้องลองตักกินอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
“นี่...นี่เจ้านั่นทำจริงเหรอ”
‘ใช่’
ตงฉวนแทบไม่อยากเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อ...รสชาติเช่นนี้ เหตุใด...ทำไมกันเล่า
หวานยิ่งนัก นุ่มนวลยิ่งนัก ราวกับ...ราวกับรสชาติในอดีต ตอนที่ตนยังเป็นเด็กน้อยในเผ่าทะเลทรายขาว เหมือนกับว่าจะเคยกินสิ่งที่มีรสชาติคล้ายๆ แบบนี้ ไม่รู้ว่าเป็นมารดาหรือใครที่ทำให้กิน ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านมานานมากจนแทบจะหลงลืมไปหมดแล้ว มันอาจเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ แต่ดันทำให้จิตใจสั่นไหวอย่างไม่น่าเชื่อ
เหวินชูเห็นตงฉวนตัวสั่นๆ ก็ชะเง้อหน้ามอง ‘ไม่อร่อยเหรอ’
ตงฉวนยกมือขึ้นปิดตา ไม่อยากเผลอแสดงความหวั่นไหวอ่อนแอออกไปให้ใครเห็นกล่าว “รสชาติดีมาก...ดีจนแทบไม่น่าเชื่อเลยล่ะ”
‘อื้อ’
หางตาตงฉวนแดงเล็กน้อย นั่งข้างเหวินชู กินพุดดิ้งต่อไปเงียบๆ หน้าตากวนโมโหของซวี่เซิงก็ลอยสลับเข้ามาในความคิดไม่หยุดจนต้องเอ่ยปากถาม “ชูชู อาจารย์เจ้าน่ะเป็นคนยังไงงั้นรึ”
เหวินชูที่กำลังนั่งกอดเข่าเหม่อมองเมฆพลันหันมามองพร้อมย่นคิ้วเล็กน้อย
ตงฉวนกินพุดดิ้งช้ามากเหมือนกลัวว่ามันจะหมด “เจ้ายอมรับเขาเป็นอาจารย์เช่นกัน แปลว่าความจริงแล้วไม่ได้มีดีแค่โรคจิตใช่หรือไม่”
เหวินชูเอานิ้วเขี่ยพื้นเขียนเป็นคำ ‘เป็นคนพูดมาก เหมือนจะรอบรู้’
“...นั่นสินะ มีอะไรแปลกๆ อยู่เสมอ ก็คงเป็นคนที่มีความรู้กว้างขวางอย่างไม่น่าเชื่อ”
เหวินชูเหลือบมองตงฉวนที่ท่าทางจะหลุดเข้าไปในภวังค์ความคิดเงียบเชียบแล้วแอบถอนหายใจในมุมที่ไม่มีใครมองเห็น
‘อยากรู้จักกันก็คุยกันเองสิ จะมาถามข้าด้วยคำถามเดียวกันทำไมเนี่ย’

เห็นเหวินชูชอบกินพุดดิ้งนมสด ซวี่เซิงจึงเริ่มเข้าครัวบ่อยขึ้น ทำใส่ตะกร้าเอาไปให้กินตอนช่วงพักเบรกบ่อยๆ โดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่านอกจากเหวินชูที่กินจะมีใครอีกคนหนึ่งกินด้วยเช่นกัน
เวลาผ่านไปจากวันที่ได้ไข่มา วันนี้เข้าอาทิตย์ที่สามแล้ว ไข่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาก น้ำหนักเองก็มากตาม จากที่แบกได้ทั้งวัน ยามนี้ต้องเริ่มเอาลงจากหลังเพื่อพักไหล่บ้างแล้ว
สีของไข่ในตอนนี้เป็นสีน้ำเงินดูนวลๆ ซวี่เซิงนั่งกวนยาหยวนหยางรอบใหม่จนปวดเมื่อยตัวไปหมด ในที่สุดก็ได้มาอีกประมาณห้าสิบเม็ด จึงหันไปบอกเหวินชูที่นอนอ่านตำรากามอยู่ด้านหลังเพื่อรอเปลี่ยนเวรกวนยาว่า “ชูชู รอบนี้เสร็จแล้วล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว”
เหวินชูมองแวบหนึ่งเป็นเชิงว่ารับรู้ ลุกขึ้นไปแจ้งทหารที่ยืนเฝ้ายามอยู่นอกเรือนให้ทหารผู้นั้นไปแจ้งตงฉวนให้มารับยารอบใหม่ไป แต่คนที่มาคราวนี้กลับเป็นจิวเมี่ยวแทน
“สายัณสวัสดิ์ขอรับท่านปรมาจารย์” จิวเมี่ยวเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตร
“นายเจ้าเล่า ไม่มารึ”
“ท่านแม่ทัพยังนอนไม่ตื่นเลยขอรับ ข้าจึงมาแทน”
ซวี่เซิงพยักหน้า แม้จะแอบสงสัยว่าตงฉวนเป็นคนตื่นสายรึ หรือว่าเข้านอนเวลานี้กันแน่ เพราะคราวก่อนนู้นที่ไปรับไข่คืน ตงฉวนก็ยังนอนอุตุไม่ตื่นเช่นกัน แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามออกไป
“อืม เช่นนั้นนี่ก็เหมือนเดิม ฝากด้วยนะ”
จิวเมี่ยวผงกหัวแข็งขัน รับยาแล้วก็เตรียมจะจากไป
ทว่าเมื่อถึงอาทิตย์ต่อๆ มา ตงฉวนก็ยังไม่ตื่นมารับยาไปเองเสียที จนซวี่เซิงคันปากยิบๆ เอ่ยถามออกไปจนได้ “นี่ นายพวกเจ้านอนเอาเวลานี้นับว่าปกติงั้นรึ”
จิวเมี่ยวกับหรงเซี่ยที่มารับยาแทนต่างมองหน้ากันไปมา เป็นหรงเซี่ยที่กล่าว “เอ...ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ ท่านแม่ทัพบางคราก็เหมือนจะอดหลับอดนอน ทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้เช่นกัน แต่อาการเช่นนี้มันจะมาเป็นช่วงๆ เท่านั้น แต่ไม่รู้ทำไมช่วงนี้เป็นบ่อยเหมือนกัน”
ซวี่เซิงทำหน้าเครียดเล็กน้อย “ไม่ใช่ว่า...เขาป่วยหรือแพ้อะไรหรอกนะ”
จิวเมี่ยวตาโต “ยังไงรึขอรับ”
“เขาดูเพลียๆ หรือไม่”
“ก็ถูกนะขอรับ”
“ข้าแค่กำลังคิดน่ะว่าเขาไม่ได้แพ้อะไรในยาที่ข้าผสมใช่ไหม นอกจากเขาแล้วมีใครที่กินยาเข้าไปบ้างหรือยัง”
หรงเซี่ยทำหน้าคิดตาม “อืม...รู้สึกว่านอกจากท่านแม่ทัพที่ชอบบุกทะลวงอย่างดุเดือดแล้ว คนอื่นๆ หากไม่จำเป็นก็จะเก็บเอาไว้ก่อนเป็นไม้ตายฉุกเฉินนะขอรับ แต่เพราะเก็บไว้ไม่กินเสียที เมื่อถึงเวลามันก็หมดอายุไปเองตลอด”
“แปลว่านอกจากเจ้าหมีบ้านั่นที่พอมั่นใจว่ายังไงก็ไม่ติดเชื้อแน่ๆ เลยลุยแบบคลุ้มคลั่งก็ยังไม่มีใครกินยาหยวนหยางเลยใช่หรือไม่”
“อา...เป็นไปตามนั้นขอรับ”
ซวี่เซิงได้แต่คิดว่า ‘ฉิบหายแล้ว’ ไม่ใช่ว่าในแร่หรือสมุนไพรที่ผสมลงไปมันไปเกิดเป็นปฏิกิริยาสะสมเป็นพิษอะไรเข้าหรอกนะ “พวกเจ้าพาข้าไปพบท่านแม่ทัพทีสิ ข้าอยากไปดูให้แน่ใจว่าเจ้านั่นไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ”
“เรื่องนั้น...” หรงเซี่ยเหลือบมองจิวเมี่ยวเหมือนอยากขอความเห็น
“ได้สิขอรับ แน่นอนอยู่แล้ว” จิวเมี่ยวกล่าวยิ้มๆ แต่หรงเซี่ยกลับสะกิดเขาแขนแทบหลุด
“ได้หรือ! ท่านแม่ทัพไม่ชอบให้ใครเข้าไปในห้องนะ เดี๋ยวท่านปรมาจารย์ก็ลำบากหรอก”
“ไม่เป็นไรหรอกท่านหรง ท่านปรมาจารย์เป็นข้อยกเว้นนะ ถ้าเกิดท่านแม่ทัพเป็นอะไรขึ้นมาก็ไม่ดีใช่ไหมเล่า เพราะฉะนั้นไม่เป็นไรหรอก”
“เอ่อ...แต่...”
“ท่านแม่ทัพไม่ชอบให้ใครเข้าห้องขนาดนั้นเชียวรึ”
“ขอรับ” หรงเซี่ยอึกอักกล่าว “ถ้าเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าอาจจะถูกฆ่าได้...”
“เช่นนั้นก็ไม่เป็นไรนี่ เพราะข้าก็ตายอยู่แล้ว” ซวี่เซิงสรุปความ ในเมื่อตายอยู่แล้วซ้ำยังตีกับอีกฝ่ายเป็นประจำก็ไม่เห็นมีอะไรต้องหวาดกลัว “เช่นนั้นก็นำทางข้าไปเถอะ ส่วนชูชูไม่ต้องตามไปก็แล้วกัน เรื่องถูกโกรธแบบนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าคนเดียวน่าจะดีกว่า”
เหวินชูส่งสายตามาทำนองว่า ‘ตามใจ’
ซวี่เซิงเดินทางไปที่จวนท่านแม่ทัพอีกครั้งหนึ่ง ตงฉวนนั้นยังไม่ตื่นตามคาด นอนมากนอนนานแปลกประหลาดน่าเป็นห่วงจริงๆ หรงเซี่ยกับจิวเมี่ยวยืนกุมมือส่งกำลังใจให้ซวี่เซิงอยู่หน้าห้อง ไม่กล้าเข้าไปด้วย
“เอ่อ...มีอะไรก็รีบหนีออกมาเลยนะขอรับ พวกข้าจะยืนรออยู่ตรงนี้แหละ”
“คิดมากกันไปแล้วน่า” ซวี่เซิงโบกมือหย็อยๆ เชิงไม่ใส่ใจ เปิดระตูห้องตงฉวนเข้าไปด้วยท่าทางไม่กลัวคน
ในห้องนอนตงฉวนมืดสนิท แต่ก็พอมองออกรางๆ ว่าอะไรเป็นอะไรบ้าง ทุกอย่างถูกจัดไว้เป็นระเบียบสะอาดเรียบร้อยอย่างไม่น่าเชื่อ ซวี่เซิงเดินก้าวไปด้านใน กวาดตามองรอบหนึ่ง พบว่าโต๊ะหนังสือของตงฉวนมีดอกพลับพลึงแมงมุมแดงวางไว้อยู่ด้วย
ซวี่เซิงคล้ายถูกดอกไม้ดึงดูดจึงเดินเข้าไปใกล้ พบว่ากิ่งดอกไม้นั้นวางทับกระดาษหลายแผ่น ขณะที่กำลังจะแอบดูว่าตงฉวนเขียนอะไรนั้น ก็ได้ยินเสียงงึมงำของตงฉวนที่นอนอยู่บนเตียงเสียก่อน
ตงฉวนนอนพลิกไปมา ซวี่เซิงทรุดตัวลงนั่งด้านข้าง พยายามจะมองข้ามๆ สภาพวาบหวิวชวนขย้ำของตงฉวนไปเสีย แล้วก็วางมือแปะลงบนหน้าผากเขา ตรวจดูว่ามีไข้หรือไม่
ตงฉวนนั้นยังนอนดูกระสับกระส่าย ทว่าพอซวี่เซิงวางมือลงบนหน้าผากกลับค่อยๆ นิ่งสงบลง ซวี่เซิงตรวจดูแล้วว่าไม่มีไข้ก็เปลี่ยนไปจับชีพจรตรงข้อมือตงฉวนว่าเต้นผิดปกติหรือไม่
‘ไข้ไม่มี...ชีพจรก็ปกติ เป็นแค่อาการนอนน้อยหรือนอนไม่หลับเท่านั้นล่ะมั้ง’ ซวี่เซิงอยากตรวจละเอียดกว่านี้ น่าเสียดายที่ไม่ได้จบหมอมา คงต้องรอคนตื่นแล้วถามให้ชัดเจนอีกที ซวี่เซิงสรุปความได้ก็จะปล่อยมือออก แต่มือตงฉวนกลับพลิกขึ้นมาคว้ามือซวี่เซิงเอาไว้แทน
“!...”
ตงฉวนยังนอนหลับลึก ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองคว้ามือซวี่เซิงมาจับไว้แน่น ท่าทางเช่นนั้นทำเอาซวี่เซิงตกใจจนไม่กล้าขยับ ตงฉวนก็เอ่ยขึ้นมาราวกับละเมอ...
“...อย่าไปนะ”
“...”
“พี่จ๋า...อย่าไปนะ....”
พี่...จ๋า?
ซวี่เซิงเม้มปาก รู้สึกว่าตัวเองจะอยู่นานไปแล้วจะชักมือออกช้าๆ ตงฉวนกลับยิ่งบีบมือแรงขึ้นราวกับหวาดกลัว “ไม่ได้...ข้างนอกมีผีดิบเต็มไปหมดเลย...ไปไม่ได้นะ...อย่าทิ้งข้า”
ซวี่เซิงเห็นตงฉวนสีหน้าเริ่มดูทรมานมากขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก ซ้ำยังเริ่มหายใจแรงยิ่งขึ้น ไม่เหลือเค้าของชายหนุ่มอารมณ์ร้ายช่างโวยวายผู้นั้นเลยสักนิด
ซวี่เซิงกลั้นใจฮึบหนึ่ง ขยับเข้าไปใกล้อีกนิดค่อยวางมือลงทับกับมือตงฉวนที่ยังจับมือเขาไว้แน่น
“ไม่ไป...ไม่ไปไหนทั้งนั้น” ซวี่เซิงกระซิบเบาๆ ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมตนจึงกล่าวเช่นนี้ “ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่นี่”
ว่าไปแล้วตอนนั้นที่ติดอยู่ด้วยกัน ตงฉวนถูกพิษของอสูรกายทรายดูด เขาเองก็เหมือนจะพึมพำหาพี่ บางทีอาจจะเป็นคนคนเดียวกับที่นอนละเมอครานี้ก็ได้
พอซวี่เซิงกระซิบไปแบบนั้นสีหน้าตงฉวนก็ค่อยๆ ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ซวี่เซิงจึงค่อยๆ ดึงมือตัวเองออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่ทว่าพอดึงมือมาได้สำเร็จ คนที่นอนอยู่กลับปรือตาขึ้นมาเสียอย่างนั้น!!
“!?”
“...”
ตงฉวนเคลื่อยนัยน์ตาสีเทามองซี่เซิงเหม่อๆ ซวี่เซิงเองก็ใจหายวูบ ไม่กล้าขยับตัว ตงฉวนเอ่ยเสียงแหบพร่า
“ซวี่...”
“...”
“...พุดดิ้ง”
“.......”
“...อือ...หวาน...”
ตงฉวนปิดตาลง หลับปุ๋ยไปอีกครั้ง อันใดกัน ละเมอตื่นเรอะ ตกใจหมดเลย!
ซวี่เซิงรีบหนีออกมาจากห้องนั้นทันที แม้ว่าหัวใจไม่เต้นแต่กลับอุปมาได้ว่ามันกำลังสั่นอย่างบ้าคลั่ง
“ท่านปรมาจารย์ เป็นยังไงบ้าง...”
“เขา...เขาไม่เป็นไรหรอก” ซวี่เซิงตอบตะกุกตะกัก “เหมือนแค่อดนอนก็เลยนอนยาว...ข้าขอตัวก่อน ไม่ต้องส่ง!”
ซวี่เซิงรีบวิ่งหนีออกมา ทิ้งให้หรงเซี่ยและจิวเมี่ยวมองตามอย่างงุนงงว่าเมื่อครู่ที่ซวี่เซิงเข้าไป มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ?
ซวี่เซิงเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น คิดเพียงแค่ว่า ‘แย่แล้ว’
ดันเผลอคิดว่าน่ารักดีเสียได้ แย่แล้ว!!
...

นับจากวันนั้นซวี่เซิงไม่ได้ไปหาตงฉวนอีก ตงฉวนเองก็ไม่ได้พบซวี่เซิงเช่นกัน
ตงฉวนกลับมานอนหลับตามเวลา สดชื่นกระปรี้กระเปร่าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซวี่เซิงขอร้องให้คนในจวนแม่ทัพปิดเรื่องที่ซวี่เซิงเข้าห้องไปดูตงฉวนไว้เป็นความลับ แน่นอนว่าเหล่าเซียนแสนซื่อนิสัยดีเหล่านั้นตกปากรับคำกันอย่างง่ายดาย ซวี่เซิงก็วางใจว่าความลับไม่น่าหลุด
ส่วนเรื่องพุดดิ้งนั่นเขาก็กลับไปถามเหวินชู เหวินชูก็สารภาพง่ายๆ ว่าทุกครั้งที่ซวี่เซิงทำไปให้จะเอาไปแบ่งตงฉวนด้วย เพราะเห็นว่าชอบมาก
ซวี่เซิงเอามือกุมศีรษะแล้ว ไม่คิดว่าเหวินชูจะเอาขนมไปแบ่งตงฉวนเช่นนี้เลย
‘ไม่เห็นเป็นอะไร’
“เขาไม่ระแวงรึไง ของจากข้าน่ะ”
‘ตอนแรกใช่ ตอนนี้ไม่’
เฮ้อ...
ซวี่เซิงบรรยายไม่ถูกหรอกว่าตัวเองรู้สึกเช่นไร เขายังคิดว่าตงฉวนน่าโมโหไม่เปลี่ยน แต่ก็เริ่มดูน่ารักขึ้นอย่างไม่น่าให้อภัย เรียกว่าสลัดภาพที่เหมือนภาพลวงตาที่เห็นออกจากหัวไม่ได้จะดีกว่า
วันนี้ซวี่เซิงจึงอยากจะพักผ่อนจิตใจตัวเองด้วยกลุ่มสาวๆ สุดน่ารัก ส่วนเหวินชูไม่ชอบคนเยอะๆ จึงไม่ตามมาด้วย ซวี่เซิงคิดว่ามองอะไรสวยๆ งามๆ ให้เพลินตา สมองจะได้โล่งๆ มีแรงฮึดไปเขียนอะไรวาบหวามหัวใจต่อ ไหนจะหนังสือเพศศึกษาที่ยังไม่กระเตื้องนั่นอีก เห็นลอยไปลอยมาเช่นนี้แต่เอาจริงๆ เขาก็ยุ่งนะจะบอกให้
ซวี่เซิงนั่งเนียนอยู่ในวงน้ำชาของสาวๆ สนทนากันเกี่ยวกับนิยายอย่างเพลิดเพลิน ซวี่เซิงตัดสินใจลงเรือซ่งจงซวี่ คะแนนกองอวยจึงเป็นสามต่อสาม หรงฟางกับอวิ้นเหมยดีใจกันอย่างยิ่ง สาวๆ อีกสามนางแม้จะแอบน้อยใจแต่ก็เคารพความชอบของผู้อื่น
“ซ่งจงซวี่ก็ดีนะเจ้าคะ ตอนแรกก็รู้สึกเฉยๆ แต่เจอตอนล่าสุดเข้าไปก็เริ่มเขวแล้ว”
“ใช่แล้วล่ะ แต่ข้าก็ยังรอเยว่เทียนหลางกลับมาอยู่นะ”
“ใช่ๆ ถ้ามาช้ากว่านี้หมิงเซียนอาจจะใจอ่อนให้ซ่งจงซวี่จริงๆ ก็ได้!”
“อันใดกัน เกิดอะไรขึ้นหรือ” ซวี่เซิงยิ้มหวาน สาวๆ ก็พากันเล่าจ้อไม่หยุด
“ซ่งจงซวี่รุกหนักมากเลยเจ้าค่ะ หลังจากตอนใหม่ออกรวมเล่มมาเมื่อวาน ร้านหนังสือเช่าก็หนังสือขาดตลาดเลย! ข้ากับหรงฟางพยายามจะยืมมาเผื่อท่านซวี่แล้วแต่แย่งไม่ทันเลยเจ้าค่ะ”
“ไม่เป็นไรๆ ไว้ข้าค่อยไปตามอ่านก็ได้ ระหว่างนั้นพวกเจ้าก็เล่าให้ข้าฟังแทน พูดเก่งกันเช่นนี้ก็เห็นภาพชัดราวกับอ่านเองแล้ว”
สาวๆ ได้ยินเช่นนั้นก็พากันยิ้มแป้น ประกบซวี่เซิงซ้ายขวา แย่งกันเล่าอย่างคันปาก
“ต่อจากคราวที่แล้ว ปรากฏว่าสิ่งที่ซ่งจงซวี่โหมทำไม่หลับไม่นอนคือยาโสมบำรุงกำลังให้หมิงเซียนล่ะเจ้าค่ะ”
“อ๋อ...ที่ทำจนอดนอนละเมอกอดหมิงเซียนน่ะรึ”
“ใช่เจ้าค่ะ ถึงจะลักพาตัวนางมาแต่ก็ดูแลอย่างดีราวกับองค์หญิงแหนะ พอหมิงเซียนทำท่าจะป่วยหน่อยก็เป็นห่วงมากเลยทำยาบำรุงกำลังรสชาติหวานๆ ให้”
“หืม...”
“ยานั่นเหมือนว่าจะสกัดมาจากพลังบริสุทธิ์ในร่างซ่งจงซวี่นะเจ้าคะ ทุ่มเทเช่นนี้ แม้แต่เยว่เทียนหลางยังมิเคยทำเลย”
“ทั้งๆ ที่ดูอวดดีถึงขนาดนั้นแท้ๆ แต่กลับมีมุมอ่อนโยนด้วยนะเจ้าคะ ซ่งจงซวี่น่ะ”
ซวี่เซิงกะพริบตาปริบๆ “ยังไงหรือ”
“หมิงเซียนซมเพราะพิษไข้ หวาดกลัวจนมือเท้าเย็นเฉียบ ละเมอเรียกหาเยว่เทียนหลาง แต่คนที่ปรากฏตัวออกมากลับเป็นซ่งจงซวี่”
“....”
“ซ้ำซ่งจงซวี่ยังทำขนมของเมืองวิญญาณได้อร่อยมากๆ ข้าอ่านแล้วยังอยากลองทานดูสักครั้ง....ท่านซวี่ ท่านจะไปไหนเจ้าคะ!”
“ข้าเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระ ขอตัวก่อนนะ!” ซวี่เซิงผุดลุกขึ้นแล้ววิ่ง จิตใจกระส่ำแปลกประหลาด เขามุ่งหน้าตรงไปยังจวนแม่ทัพทันที
บ้าน่า! มันไม่น่าใช่เรื่องบังเอิญแล้วนะ!
“ท่านปรมาจารย์นี่นา ท่าน...”
“ตงฉวนอยู่หรือไม่!”
“เอ่อ...ยังขอรับ ยังไม่กลับมา”
“ไม่เป็นไร” ซวี่เซิงเดินผ่านทหารผู้นั้นเข้าไป ทหารผู้นั้นได้แต่เดินตามอย่างไม่กล้าห้าม แต่พอเห็นซวี่เซิงจะเปิดประตูเข้าห้องนอนตงฉวนก็หน้าซีดทันควัน
“ไม่ได้นะขอรับ! ท่านแม่ทัพไม่อนุญาตให้ใครเข้าไป”
“ข้าฝ่าฝืนเอง เจ้าไปเรียนท่านแม่ทัพในเรื่องนี้ได้เลย บอกเขาว่าพวกเจ้าห้ามข้าแล้วแต่ห้ามไม่ได้”
“ท่านปรมาจารย์...ท่าน!”
ซวี่เซิงเปิดประตูพรวดเข้าไปเรียบร้อยแล้ว นายทหารผู้นั้นก็ทำตัวไม่ถูก ในที่สุดก็ตัดสินใจรีบแจ้งไปเรียนท่านแม่ทัพเอาไว้ก่อน
ซวี่เซิงรู้ว่าตัวเองเสียมารยาทเข้าแล้ว แต่เขาไม่ได้คิดจะมาขโมยของอะไรทั้งสิ้น เพียงแค่อยากมาเช็คดูบางสิ่งเท่านั้น
เขาเดินตรงไปยังโต๊ะเขียนหนังสือของตงฉวนที่มีดอกพลับพลึงแมงมุมแดงทับไว้ ใต้นั้นเป็นปึกกระดาษเขียนอย่างที่คาด ซวี่เซิงฉวยมันขึ้นมากวาดตาอ่านทันที ไม่จำเป็นต้องอ่านทุกแผ่น แค่หน้านี้หน้าเดียวก็เหลือแหล่แล้ว!
มือที่ถือกระดาษอยู่นั้นสั่นกึกๆ ซวี่เซิงแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่านี่มันต้นฉบับนิยายที่ตนติดงอมแงมไม่ใช่หรือ!!
ซวี่เซิงค่อยๆ วางต้นฉบับคืนลงที่เดิม แล้วเดินไปมาอย่างอยู่ไม่สุข สุดท้ายก็เหมือนจะโลกหมุนคว้าง ยืนนิ่งงันอยู่อย่างนั้นกลางห้อง...
“เฮ้ย!! เจ้าโรคจิต ใครใช้ให้เจ้าเข้ามากันหา!” เสียงตงฉวนดังสนั่นขึ้นด้านหลัง เขารีบบึ่งมาทันทีที่ได้ทราบข่าวว่าซวี่เซิงบุกรุกห้องตัวเอง แต่เมื่อมาถึงกลับเห็นว่าซวี่เซิงยืนค้างเป็นหุ่นขี้ผึ้ง “หัวเจ้าน่ะยังอยากให้มันอยู่บนบ่าไหม!!”
ซวี่เซิงกล่าวพึมพำ “...ไหนเจ้าบอกว่าเจ้าไม่รู้จักเหมยลี่ไงล่ะ”
“ก็ใช่ สตรีที่นี่มีตั้งเยอะ ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร!”
ซวี่เซิงหันกลับมา เผชิญหน้ากับตงฉวน เอ่ยเสียงเบา “ก็เจ้าเป็นเหมยลี่ไม่ใช่เหรอ...”
“.....”
“.......”
ตงฉวนค้างไปหลายอึดใจ ก่อนที่ใบหน้าจะค่อยๆ กลายเป็นสีแดงจัดจ้าน


-----------
สูตรทำพุดดิ้งในตอนนี้ > https://sistacafe.com/summaries/7922-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B3MilkPudding%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C

มาอย่างฉับไวเพราะมันต่อกันยาวๆ นี่เอง5555555 สวัสดีทุกคนนะะะ บทนี้ก็เริ่มรู้สึกว่าพระ-นายที่ตีกันแทบตาย ดูจะมีพัฒนาการขึ้นมานิดหน่อยแล้ว แม้จะแค่จึ๋งนึง แต่ก็มีแล้วจริงๆ นะ555
ตอนต่อไปจะเป็นอีกตอนที่สำคัญเช่นกัน พี่ที่ตงฉวนละเมอคือใครกันหนอ เราจะกล่าวถึงในบทต่อไปกันเด้อ!
ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่ติดตามอ่านกันมาจนถึงตอนนี้ แม้เรื่องนี้จะเรื่อยๆไปหน่อย แต่ก็หวังว่ามันจะสนุกถูกใจทุกคนในวันที่เครียดกันนะ <3
หากพบคำผิดจะค่อยๆ กลับมาแก้เด้อ แต่งยาวๆ บางทีตาลาย55555 ให้อภัยด้วยยย
บ๊ายบาย//
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.135K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,807 ความคิดเห็น

  1. #4618 zindy_zin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 00:57
    กรี๊ด เขินมากกกกก เเงง อ๊ากกก
    #4,618
    0
  2. #4533 yyyyobaby (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 13:34
    เรียกพี่จ๋าด้วย ใครกันนะ /// ความลับแตกแล้วตงฉวน 5555
    #4,533
    0
  3. #4505 D.Ace (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 18:33
    เขินอ่ะ เขินมากๆเลยให้ตายเถอะ
    #4,505
    0
  4. #4501 QueenOfMars (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 22:02
    โอ๊ยขำ 555555
    #4,501
    0
  5. #4468 ploy_yaaaa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 17:04
    ใจดิสนีย์ บอดี้มาร์เวลมากเด้อออ
    #4,468
    0
  6. #4435 เยว่เฟิ่ง/ไอยเรศ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 00:45
    55555 พระเอกนุ่มฟูมากกกก เอาจริงๆ ถ้าไม่บอกไว้ก่อนว่านี่พระเอกจะนึกว่าเป็นนายเอกแทนนะเนี่ย55555
    #4,435
    0
  7. #4368 Takgy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 09:08
    งุ้ยยยยยย ทำมันมันน่ารักนักตอนนี้ ฟรุ้งฟริ้งจั้ดๆ
    #4,368
    0
  8. #4321 pcy921 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:15
    สรุปที่ตื่นสายบ่อยๆเพราะตอนกลางคืนปั่นฟิค
    #4,321
    0
  9. #4267 หมา'โก๊ะ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:56
    กรี้ดเเเดดดดดด ความแตกแร้ว!!!!!! ฮือ อย่าทะเลาะกันเรยนะ แงออ
    #4,267
    0
  10. #4246 บาลู (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 19:05
    โป๊ะแตก หมดกัน555555555
    #4,246
    0
  11. #4216 Danwtlese (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 22:50
    555555555555455555
    #4,216
    0
  12. #4194 Ne4w (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 14:12
    5555555555555 หมดแร้ว ภาพพจน์ที่สะสม โธ่555555555555
    #4,194
    0
  13. #4185 ohjesus (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 22:47
    พระเอกนิสัยนุ่มนิ่ม อ่อนไหวหรอเนี่ย55555555 น่ารักมาก
    #4,185
    0
  14. #4081 คนวุ่นวาย อยุกับตะเอง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 23:50
    ตงฉวน​ นิสัยนุ่มนิ่มน่าบีบมากเลย​ งุงุ~
    #4,081
    0
  15. #3961 chalillxx_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 23:18
    ผชแต่งฟิคเป็นผชอ่อนโยน
    #3,961
    0
  16. #3930 trp1021 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 00:10
    นึกว่าจะเปิดเผยทีหลังสะอีดกกก
    #3,930
    0
  17. #3910 f-srcn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 09:32
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #3,910
    0
  18. #3270 Krystal wing (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 14:03
    ฟามจิงเปิดเผย!
    #3,270
    0
  19. #2804 After_TeaTime (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 05:15
    คิดว่าพระเอกในนิยายของตงฉวนคือพี่ชายแน่เลย แล้วตัวเองเป็นนางเอก แล้วซวี่ก็คือตัวร้าย555555 นางเอกที่เริ่มเอียงเอนไปทางตัวร้ายนิดๆล่ะน้าาาา คู่นี้เขาพัฒนาความสัมพันธ์ด้วยวิธีอ้อมโลกแบบที่ไม่ต้องเจอหน้ากัน555555
    #2,804
    0
  20. #2723 lills (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 01:11
    กี๊ดดดชั้นเขินนน
    #2,723
    0
  21. #2643 ???? (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 15:59

    น้านนนนนนนเหม่ยลี่ถูกเปิดเผยแล้ว++++++

    #2,643
    0
  22. #2387 reluz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 14:18
    แก๊!!! ชั้ลเขขินนน เขินตั้งแต่ชื่อตอนละแม่แงงง55555555
    #2,387
    0
  23. #2091 orora_orn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 23:44
    โอยยยย อ่านตอนนี้แล้วเอาหัวโขกหมอนเลย น่ารักกกก
    #2,091
    0
  24. #1789 Kaning Guliko (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 04:47
    อุกรี้ดดดดดด 55555555
    #1,789
    0
  25. #1658 DTM456_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 11:07
    ชื่อตอนอย่างเสี่ยวอ่ะค้าบ
    #1,658
    0