[นิยายแปล] อร่อยล้นวัง

ตอนที่ 8 : ร้านค้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,704
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,160 ครั้ง
    7 มี.ค. 63

ซูเซี่ยวจางตาลุกวาวทันที เดิมทีเข้าใจว่าวันนี้น้องสะใภ้ต้องการจะแย่งชิงบรรดาศักดิ์กับเขาชนิดแตกหัก แต่ฟังประโยคนี้แล้วเหมือนยังพอเจรจากันได้อยู่บ้าง

“เรื่องบรรดาศักดิ์นั้นสตรีเช่นข้าล้วนไม่เข้าใจ เดิมทีเข้าใจว่าครอบครัวเดียวกัน จะเป็นลุงใหญ่หรือว่าบุตรชายข้าได้ไปย่อมไม่ต่างกัน ทว่า...” จ้าวซื่อล้วงผ้าเช็ดหน้าจากแขนเสื้อออกมาซับหัวตา ครู่ต่อมาก็ร่ำไห้ออกมาอย่างอดไม่อยู่ “ข้าดูแลทรัพย์สินในบ้านมาหลายปี ทรัพย์สินในบ้านมีเท่าใดในใจข้าล้วนแจ่มแจ้ง ต่อให้ตกต่ำปานใดก็ไม่ถึงขั้นต้องให้อวี้เอ๋อร์ออกไปขายปลาหรอก! พวกท่านใจดำปานนี้ ใจคอจะให้พวกเราอดตายทั้งเป็นหรือไร”

จ้าวซื่อก็เริ่มสะอึกสะอื้นร้องไห้ พลางด่าหลี่ซื่อว่าใจดำไม่ยอมให้ข้าวซูอวี้กิน ไม่ให้เงินครบจำนวนที่ต้องให้ ยาก็ไม่ยอมส่งให้นาง เด็กน้อยน่าสงสารที่ไหล่แบกหามไม่ไหวมือหิ้วของหนักไม่อยู่ จึงถูกความจำเป็นบังคับให้ต้องออกไปขายปลาทั้งๆที่อากาศหนาว จนมือเท้าถูกความเย็นกัดไปหมดแล้ว ทำเอาใครเห็นก็ต้องร่ำไห้ด้วยความสงสารไปตาม ๆ กัน

ซูเซี่ยวจางและภรรยาถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ ซูอวี้ชมดูจนตาค้าง กระทั่งก้อนขนปุกปุยมุดออกมาจากปกเสื้อด้านหลังถึงค่อยได้สติกลับคืนมา เอาศีรษะถูไถกับลูกแมวน้อย หากไม่ใช่เพราะท่านแม่พูดออกมาซูอวี้เองคงไม่รู้ว่าชีวิตตนช่างรันทดถึงเพียงนี้

ท่านอาทั้งสองได้ฟังก็นิ่วหน้า สกุลซูอย่างน้อยก็เคยรุ่งเรืองมาก่อน เดี๋ยวนี้กลับต้องมาอยู่ในสภาพตกอับถึงเพียงนี้แล้ว “เซี่ยวจาง กระดูกน้องชายเจ้ายังไม่ทันจะเย็นเลย เจ้ากลับปฏิบัติต่อภรรยาหม้ายของน้องชายเจ้าเช่นนี้ แล้วตระกูลเราจะยกบรรดาศักดิ์ให้เจ้าได้อย่างไร”

ซูเซี่ยวจางถลึงตาใส่ภรรยาตน ทำเรื่องไม่สำเร็จกลับทำให้เลวร้ายลงไปมากกว่าเดิม หากบีบจนจ้าวซื่อตายไปนับว่ายังดี แต่นี่ดันบีบจนทำให้นางตอบโต้กลับ นับว่ายุ่งยากลำบากแล้ว

“จ้าวอวี้หัว เจ้าอย่ามาใส่ความกันตรงนี้นะ หลายวันมานี้ข้าไม่เคยลดทอนยาของเจ้าเลยแม้สักนิด” ป้าสะใภ้โวยวายขึ้น

ไม่เอามาพูดก็ยังไม่เป็นไร แต่เมื่อพูดถึงยาขึ้นมา จ้าวซื่อก็บอกให้ชุนเฉ่าเอากากยาที่ต้มให้นางกินทุกวันมาให้ท่านอาทั้งสองดู ไม่ว่าใครเห็นย่อมรู้ทันทีว่ากากยานี้ต้มแล้วต้มอีกไม่ต่ำกว่าห้าครั้งจนยาที่ได้ใสจางแทบไม่ต่างอะไรจากน้ำเปล่า แล้วแบบนี้จะไปรักษาอะไรได้

“อวี้เอ๋อร์จ่ายค่ายาให้เจ้าทุกวันพอให้ซื้อยาถึงสามเทียบด้วยซ้ำไป แต่เจ้ากลับจัดยาให้ข้าหนึ่งเทียบต่อสองวัน หากมิใช่เพราะข้าดวงแข็งป่านนี้คงไปพบยมบาลเสียนานแล้ว”จ้าวซื่อกล่าวพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากไอไม่หยุด ดูแล้วบอบบางน่าเวทนายิ่งนัก มืออีกข้างหนึ่งก็ยังคงกำราชโองการสีเหลืองบนโต๊ะแน่น “หากข้าถูกพวกเจ้าบีบคั้นจนตายไป อวี้เอ๋อร์ของข้าจะมีชีวิตอยู่อย่างไร บรรดาศักดิ์นี้อย่างไรข้าก็จะไม่ยอมยกให้พวกเจ้าเด็ดขาด!”

บิดาของซูอวี้เป็นแม่ทัพผู้ช่วยขั้นสอง ไม่ว่าจะเป็นเขาหรือว่าลุงใหญ่ที่ได้บรรดาศักดิ์ก็ต้องถูกลดชั้นไปถึงสองขั้น ดิ่งเหวจากแม่ทัพผู้ช่วยขั้นสองไปเป็นขุนพลคุ้มกันขั้นสามทันที ถึงแม้ไม่มีอำนาจอะไร ยามสงครามก็ยังต้องเข้าร่วมกองทัพออกศึก ทว่าขุนพลคุ้มกันขั้นสามแต่ละปีจะได้เบี้ยหวัดเป็นข้าวสามสิบตั้น กับเงินประจำตำแหน่งอีกหนึ่งร้อยสามสิบกว้านซึ่งเพียงพอจะเลี้ยงดูครอบครัวได้

(T/N ตั้นคือ มาตราตวงวัดของจีน 1ตั้นเท่ากับ 100ลิตร ส่วนกว้านหมายถึง หน่วยเงินโบราณของจีน 1กว้านเท่ากับหนึ่งพันอีแปะ)

บรรยากาศเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที ซูเซี่ยวจางหน้าถอดสีพูดอะไรไม่ออกไปครู่ใหญ่ก่อนจะหัวเราะหยัน “หากอาศัยสถานะบุตรอนุฯ สืบทอดบรรดาศักดิ์ กองงานราชสกุลฯ คงได้ยึดบรรดาศักดิ์ของสกุลซูเอาไว้เป็นแน่ ถึงตอนนั้น ไม่ว่าใครก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรทั้งสิ้น”

กฎเกณฑ์ในการสืบทอดฐานันดรศักดิ์และบรรดาศักดิ์นั้นเข้มงวดมาก โดยทั่วไปแล้วต้องเป็นตี๋จื่อคนโตเท่านั้น หากไม่มีตี๋จื่อก็อาจถูกกองงานราชสกุลฯ ตัดสินว่าไร้ทายาท ยุบบรรดาศักดิ์เอาดื้อๆ ก็มี ซูเซี่ยวจางถึงแม้เกิดจากอนุฯ แต่มารดาของเขาต่อมาภายหลังได้เลื่อนขั้นเป็นภริยาเอก ในสายตระกูลเขาก็คือตี๋จื่อคนหนึ่ง ดังนั้นโอกาสที่เขาจะได้บรรดาศักดิ์จึงมีมากกว่า

ทว่าหน้าที่ของกองงานราชสกุลฯก็คือควบคุมและลดทอนกลุ่มซวินกุ้ย แม้ไม่มีเรื่องก็หาเรื่องได้ หากจ้าวซื่อทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตจนกองงานราชสกุลฯ ตัดสินว่าความประพฤติและคุณธรรมบกพร่อง บรรดาศักดิ์นี้ย่อมไม่มีทางตกมาถึงเขา

ผู้อาวุโสหนวดเคราขาวโพลนมองดูทั้งสองฝ่ายก็กระแอมทีหนึ่ง “สะใภ้รองอย่าได้หุนหันไป บรรดาศักดิ์นี้สกุลซูจะยอมสูญเสียไปไม่ได้เด็ดขาด หากฉาวโฉ่ออกไปรังแต่จะไม่ดีต่ออวี้เอ๋อร์ด้วยเช่นกัน”

ตราบใดที่สกุลซูมีบรรดาศักดิ์ก็ยังถือเป็นกลุ่มซวินกุ้ยอยู่ หากไม่มียศศักดิ์นี้เสียแล้ว บรรดาญาติสายรองก็ต้องพลอยเสียหน้าไปด้วย วงศ์วานว่านเครือในวันข้างหน้าก็คงจะตกต่ำจนถึงที่สุดแน่

อันหงเช่อนั่งหาวอยู่บนบ่าซูอวี้ สกุลซูมีความประพฤติและคุณธรรมเช่นนี้แล้ว บรรดาศักดิ์นี้ยังมีอะไรให้น่าแย่งชิงอีกเล่า ปรนนิบัติเจิ้นให้ดีๆ เจิ้นจะอวยยศเป็นกั๋วกงเลยก็ยังได้

(T/Nกั๋วกง คือ บรรดาศักดิ์ขั้นสูงสุดในบรรดาศักดิ์ทั้งหมด)

“เสียบรรดาศักดิ์ไปก็ยังมีเงินชดเชยให้ห้าร้อยตำลึงเงิน เอาไปซื้อบ้านสักหลังแล้วก็ยังมีเพียงพอให้พวกเราสองแม่ลูกเลี้ยงตัวได้อยู่” จ้าวซื่อเลิกร้องไห้แล้ว ซับน้ำตาทีสองทีจนแห้ง สงบจิตสงบใจเอาราชโองการสีเหลืองวางกลับคืนลงหีบอย่างไม่อนาทร

คราวนี้ซูเซี่ยวจางกลับเป็นฝ่ายเครียดขึ้นมาบ้าง ตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมา หากถูกยึดบรรดาศักดิ์ไปก็ยังได้เงินชดเชยมาจริงๆ ถือเป็นพระกรุณาธิคุณครั้งสุดท้ายของราชวงศ์ ไม่แน่ว่าจะได้ห้าร้อยตำลึงเงินเสมอไป แต่อย่างไรคงไม่น้อยกว่าสองถึงสามร้อยตำลึงเงินเป็นแน่

ซูอวี้เลิกคิ้ว เขาเหมือนจะเข้าใจความหมายของแม่ใหญ่แล้ว

“น้องสะใภ้ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน เหตุใดต้องทำราวกับเป็นคนอื่นคนไกลปานนั้นเล่า”ซูเซี่ยวจางฝืนตีสีหน้ายิ้มแย้ม “สกุลซูหากรุ่งเรืองก็รุ่งเรืองด้วยกันหมด บรรดาศักดิ์นี้หากรักษาไว้ได้ ก็ยังมีเบี้ยหวัดประจำปีด้วย ยังจะไม่พอให้พวกเจ้าสองแม่ลูกกินดื่มอีกหรือ”

คำพูดนี้หากพูดออกมาก่อนหน้ายังพอจะไกล่เกลี่ยสถานการณ์ได้ แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้แม้แต่ข้าวสักมื้อสองแม่ลูกก็ไม่มีจะกินแล้ว กลับยังมีหน้าพูดอีกว่าในอนาคตจะดูแลพวกเขาให้ดี ใครเขาจะเชื่อกัน พอพูดเช่นนี้ออกไปตัวซูเซี่ยวจางเองก็รู้สึกว่าทนพูดต่อไปไม่ไหวแล้ว

“เบี้ยหวัดนั่นเป็นของท่าน หากท่านยอมยกให้ข้าก็เท่ากับพระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันตกแล้ว”

ขณะพูดกันอยู่นี้ คนผู้หนึ่งก็โผล่ศีรษะมาจากหน้าประตู ผู้มามีหน้าตาละม้ายซูเซี่ยวจางห้าส่วนแต่ใบหน้าขะมุกขะมอมนั่นดูแล้วไม่มีชีวิตชีวาเอาเสียเลย “หากให้ข้าพูดละก็ ยอมเสียบรรดาศักดิ์ไปเลยก็แล้วกัน ห้าร้อยตำลึงเงินที่ได้มานั่นอย่างไรก็ต้องแบ่งให้ข้าสามส่วน”

“เจ้า...” พอซูเซี่ยวจางเห็นผู้มาก็โกรธจนแทบจะหายใจไม่ออก “เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีกรึ คนในบ้านจนกรอบกันถึงเพียงนี้มิใช่เป็นเพราะเจ้าหรอกหรือ”

ผู้มาก็คือซูเซี่ยวเสี่ยนอาสามของซูอวี้ ยามปกติซูเซี่ยวเสี่ยนมักเอ้อระเหยลอยชายไม่ทำงานทำการ สองสามปีก่อนเขาก่อเรื่องเดือดร้อนครั้งใหญ่ ทำให้บิดาของซูอวี้ต้องเอาที่นาสกุลซูไปขายเพื่อให้เรื่องจบ นี่เป็นสาเหตุหลักหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์ของสกุลซูทรุดหนักลงไปอีก

“เฮอะ ข้าก็มิได้ไปขอให้พี่รองช่วยข้าเสียหน่อย ตอนที่พวกท่านเอาที่นาไปขายเคยถามข้าสักคำหรือไม่ นั่นเป็นทรัพย์สมบัติของบรรพบุรุษทั้งยังมีส่วนแบ่งของข้าอยู่เหมือนกัน ยามนี้หากเจ้าอยากเป็นแม่ทัพใหญ่ เช่นนั้นก็ต้องเอาส่วนที่ข้าควรจะได้มาให้ข้าด้วย” อาสามประสานมือนั่งยองๆ อยู่หน้าประตู ลอยหน้าลอยตากล่าว

จ้าวซื่อเห็นน้องชายสามีเข้าก็หัวเราะหยัน “ที่นาขายไปแล้วเมื่อสองปีก่อน แต่ชานเมืองหลวงฝั่งตะวันตกยังมีบ้านสวนอยู่หนึ่งหลัง ถนนตะวันออกก็ยังมีร้านค้าอยู่สองสามห้อง หากลุงใหญ่อยากได้บรรดาศักดิ์ก็มิใช่จะไม่ได้ เอาทรัพย์สินเหล่านั้นแบ่งให้พวกข้าเพื่อให้พวกข้าพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องก็ได้แล้ว”

ซูเซี่ยวเสี่ยนได้ยินคำพูดนี้ก็ตาลุกวาวดีดกายลุกขึ้นทันที “ว่าอย่างไรนะ ชานเมืองฝั่งตะวันตกยังมีบ้านสวนอีกหลังหรือ พี่ใหญ่ ท่านวางแผนจะฮุบไว้เสียเองใช่หรือไม่”

อาสามมาร่วมวงแบบนี้ ในห้องโถงก็ยิ่งร้อนระอุขึ้นทันที ซูเซี่ยวจางโกรธจนลมหายใจติดขัด

อันหงเช่อรำคาญอยู่นานแล้ว เอาอุ้งเท้าตะกุยเสื้อซูอวี้ไม่หยุด ใต้อุ้งละอองพระบาทที่ยังไม่ได้เสวยอาหารเช้านั้นอารมณ์ไม่ดีเอามากๆ ซูอวี้จนด้วยเกล้า ลอบกระตุกหางเพื่อบอกให้มันสงบหน่อย ลูกแมวน้อยกระโจนข้ามไปยังบ่าอีกข้างของเขาทันทีเพื่อตะกุยต่อ

“เยี่ยงนี้เถอะ” ในที่สุดจ้าวซื่อก็เอ่ยปาก “สตรีเช่นข้าไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ขอแค่ได้กินอิ่มมีเสื้อผ้าสวมใส่ให้อุ่นก็พอ พวกท่านก็ยกร้านค้าสองคูหาที่ถนนตะวันออกให้อวี้เอ๋อร์ จากนั้นข้าจะย้ายไปอยู่กับอวี้เอ๋อร์ เรื่องบรรดาศักดิ์ลุงใหญ่กับอาเล็กก็หารือกันเองเถอะ”

ซูอวี้ตกตะลึง ร้านค้าที่ถนนตะวันออกหรือ สกุลซูถึงกับมีร้านค้าอยู่ถนนตะวันออกด้วย!

ถนนตะวันออกคือถนนสายหลักของเมืองหลวงฝั่งตะวันออก คึกคักอย่างมาก หากไปเปิดภัตตาคารที่นั่นได้ กิจการจะต้องรุ่งแน่นอน นี่เรียกว่าอยากนอนก็ได้หมอนหนุนจริง ๆ

(T/N อยากนอนก็ได้หมอนหนุนเป็นสำนวน หมายความว่า สมดังใจปรารถนา)

ซูเซี่ยวจางกำลังถูกก่อกวนจนหัวหมุน อยู่ ๆ เจอทางออกเลยตอบรับทันทีแบบไม่ยอมเสียเวลาคิดด้วยซ้ำ “ก็ได้”

“นั่นจะได้อย่างไร นั่นเป็นของที่มีค่าที่สุดของสกุลซูแล้วนะ” ป้าสะใภ้หลี่ซื่อแผดเสียงขึ้นมาเดี๋ยวนั้น นั่นเป็นร้านที่นางต้องทุ่มสมองไปแทบหมดสิ้นถึงได้มาไว้ในกำมือ แต่ละเดือนมีเงินเข้าบัญชีมาห้าตำลึงเงินเหนาะ ๆ จะวิ่งเต้นเรื่องบรรดาศักดิ์ก็ยังต้องส่งของขวัญ ไม่มีร้านค้าสองคูหานั่นแล้วจะไปหาเงินมาจากที่ใด

“เจ้าจะเข้าใจอะไร” ซูเซี่ยวจางรีบส่งสายตาบอกนาง

วุ่นวายกันอยู่ทั้งเช้า ในที่สุดซูเซี่ยวจางก็เอาสมุดบัญชีออกมาแบ่งทรัพย์สินของครอบครัวเป็นที่เรียบร้อยโดยมีสายตาของผู้อาวุโสทั้งสองเป็นพยาน บรรดาศักดิ์ยังไม่กำหนดลงมา ไม่อาจแยกบ้านได้ จึงได้แต่แทงบัญชีว่าร้านค้าตกเป็นของซูอวี้โดยถือเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของเขา ซูเซี่ยวจางบอกให้ซูอวี้ลงชื่อรับรองว่าจากนี้ไปจะสละสิทธิ์ในการสืบทอดบรรดาศักดิ์

ซูอวี้กลับไม่ทุกข์ร้อน จ้าวซื่อเองก็มิได้ห้ามเขาเช่นกัน

อันหงเช่อมองความวุ่นวายนี้ด้วยสายตาเย็นยะเยือก อารมณ์ขุ่นมัวลงไปทุกขณะ เจ้าทาสโง่งมผู้นี้ช่างรังแกได้ง่ายเสียจริง

“วันนี้ออกไปตั้งแผงไม่ได้แล้ว พวกเราก็เอาปลาหมึกมากินกันเถอะ” ซูอวี้เงยหน้ามองฟ้า จวนจะถึงยามอู่แล้วปลาหมึกยังไม่ได้หมักเลย ให้ออกไปตั้งแผงขายตอนนี้คงไม่ทันแล้ว

อันหงเช่อนั่งอยู่บนเขียง ปรายตามองดูเขา จากนั้นก็หันก้นให้ซูอวี้ ทาสโง่ไม่มีบรรดาศักดิ์แล้ว วันหลังเจิ้นจะเลื่อนยศพระราชทานเงินทองให้เจ้าได้อย่างไร ดีอกดีใจอะไรกัน

ซูอวี้เอานิ้วจิ้มก้นแมวเบาๆ “นี่ เจี้ยงจือร์ พวกเราไปดูร้านสองคูหานั่นกันหน่อยไหม หากทำเลดีก็เปิดร้านอาหารได้แล้วนะ”

เมื่อกินข้าวกลางวันเสร็จ ซูอวี้ก็พาลูกแมวน้อยไปดูร้านค้าด้วยความตื่นเต้น

พ้นยามอู่ ผู้คนบนถนนตะวันออกยังไม่มีวี่แววว่าจะลดลงแม้แต่น้อย ยังคงคึกคักมีชีวิตชีวาอย่างมาก ซูอวี้ด้อมๆมองๆอยู่พักใหญ่ก็ไม่เห็นเลขที่ของร้านตามที่อยู่ในบัญชีเลย

“เลขที่หนึ่งร้อยหนึ่ง ถนนตะวันออก...”ซูอวี้จ้องมองตรงกลางระหว่างร้านค้าเลขที่หนึ่งร้อยกับหนึ่งร้อยสองอยู่พักใหญ่ เลขที่หนึ่งร้อยเป็นโรงรับจำนำ เลขที่หนึ่งร้อยสองเป็นร้านขายแพรพรรณ หนึ่งร้อยหนึ่งเป็น...ตรอก...

ไม่มีร้าน มีแต่ตรอกเล็กๆ ร้านเลขที่หนึ่งร้อยหนึ่งเหมือนจะหายไปแล้ว “ไม่ใช่ว่าถูกรื้อถอนไปแล้วหรอกนะ”

“เหมียว~” ลูกแมวบนบ่าชายตามองซูอวี้ที่ยืนมึนมัน โบกหางทีหนึ่งก่อนจะกระโจนขึ้นไปยังบานประตูด้านบนของโรงรับจำนำแล้วดึงป้ายเลขที่ฝุ่นจับหนาเขรอะออกมาจากมุมหนึ่งของชายคา

ซูอวี้จึงค่อยพบว่าด้านข้างของโรงรับจำนำยังมีประตูเล็กๆ กว้างประมาณสามฉื่อซึ่งไม่ได้เชื่อมต่อกับโรงรับจำนำ เมื่อไปสอบถามถึงได้รู้ว่า นี่ก็คือร้านค้าหมายเลขหนึ่งร้อยหนึ่งนั่นเอง

ซูอวี้ “...”

ร้านนี้ความจริงไม่เล็ก มีขนาดสองคูหาใหญ่ ๆ แต่เพราะอยู่ชั้นสอง ชั้นล่างมีแค่ประตูเล็ก เข้าไปก็เป็นบันได ไม่เหมาะเอามาทำเป็นร้าน ดังนั้นจึงให้ทางโรงรับจำนำเช่าเป็นโกดังเก็บของมาตลอด

ซูอวี้มองดูหน้าร้านค้าแห่งนี้เนิ่นนาน แต่แล้วดวงตาก็สว่างวาบ บันไดเล็กนั่นอยู่ติดกับตรอก หากอยากจะทำร้านบนชั้นสองก็ไม่อาจเอาบันไดวางไว้แบบนี้ หากทำบันไดด้านนอกให้โดดเด่นไม่เหมือนใคร แขวนป้ายให้สะดุดตา แล้วปรับปรุงตกแต่งให้ดี ๆ สักหน่อยก็อาจจะเตะตาไปเสียอีก แต่หากทำเช่นนี้จะต้องมีค่าตกแต่งสูงกว่าร้านค้าที่อยู่ชั้นล่างมากนัก ลำพังจะทำบันไดวนสวยๆ เขาก็ไม่มีเงินแล้ว

เขาอุ้มลูกแมวน้อยกลับบ้านด้วยความผิดหวัง ซูอวี้ไปๆ มาๆ ระหว่างสวรรค์กับนรกมาทั้งวัน จึงเหน็ดเหนื่อยไปทั้งกายใจ

“เจี้ยงจือร์ ข้าจนมากเลย...” ซูอวี้เอาจมูกซุกกับขนปุกปุยของลูกแมวพลางกล่าวเสียงอู้อี้ มองดูขนสีทองวาววับเป็นประกายก็ให้ความรู้สึกว่านั่นก็คือทองคำสุกอร่าม “ข้าขอยืมเงินเจ้าหน่อยได้ไหม แล้วข้าจะยอมเป็นทาสแมวไปชั่วชีวิตเลย...”

ลูกแมวน้อยที่เดิมทีนั่งอย่างรำคาญ ค่อย ๆ หันหน้ามามองใบหน้าหล่อเหลาสะอาดตาของซูอวี้ มันกระดิกหูเร็วๆทีหนึ่งแล้วลุกขึ้นยืน เอาอุ้งเท้าควานไปควานมาใต้หมอนก่อนล้วงแผ่นหยกกิเลนออกมาชิ้นหนึ่ง

โปรดติดตามตอนต่อไปค่า ท่านแม่เก่งมาก เอาร้านมาให้อวี้เอ๋อร์ได้แล้ว แต่น้องซูอวี้จะเปิดร้านได้ไหม ถึงกับยอมปวารณาตัวเป็นทาสแงวแล้ว 55

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.16K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,706 ความคิดเห็น

  1. #2685 ...mauve (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 21:51
    เจ้าเล่แล้วไหมเจ้าแงว
    #2,685
    0
  2. #2661 PeeRiO (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 01:12
    จะยอมเป็นทาสใต้อุ้งละออวพระบาททุกชาติเล๊ยยยย 555+
    #2,661
    0
  3. #2657 molravee_ph (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 17:58
    เนื้อเรื่องน่ารักมากกกกกก ใต้อุ้งละอองพระบาท
    #2,657
    0
  4. #2615 Sistel2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 23:24
    นายท่านนนน
    #2,615
    0
  5. #2599 Belladonna Lily (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 14:09

    ตกเป็นทาสไม่พอ อาจจะตกเป็นเมียเขาด้วยนะน้อง

    #2,599
    0
  6. #2579 ก้อนสี (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 22:20
    หันมองแมวขวับ อยากยืมเงินบ้าง55
    #2,579
    0
  7. #2542 thedarksun1986 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 19:08
    ยืมเงินแมว555
    #2,542
    0
  8. #2515 dyo_kuk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 03:03
    น้องเขารวยจ้าาาาา
    #2,515
    0
  9. #2451 am-yata (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 13:45
    ถึงขั้นยืมเงินเเมวเเล้วววว
    #2,451
    0
  10. #2417 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 19:33
    เจ้านายสงสารทาสอะเลยจะช่วยละซิ อิอิ
    #2,417
    0
  11. #2395 loognamfzt403 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 05:20
    ท่านแม่สุดยอด
    #2,395
    0
  12. #2394 Meujon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 01:20
    ยืมเงินแมวก็มา
    #2,394
    0
  13. #2373 Jinjoo.K (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 22:31
    ใต้อุ้งละอองพระบาทชี้ทางสว่างแล้ว คุกเข่าคำนับพร้อมกันบัดเดียวนี้!!
    #2,373
    0
  14. #2372 Jajahpraewpun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 22:20
    แหมๆๆๆ พอเขาบอกว่าจะยอมเป็นทาสแมวแล้วระริกระรี้เลยน้าาาา
    #2,372
    0
  15. #2339 jujeejung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 20:51

    ท่านแม่แซบมากค่าาา แต่น้องแมวมีเงินให้ยืมจริงด้วยฮือออ ไปอ้อนแมวในบ้านแป๊ป

    #2,339
    0
  16. #2338 ploy_yaaaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 20:42
    ฮ่องแมวชี้ทางเงินแก่ทาสแล้ว555555
    #2,338
    0
  17. #2299 MitsukiCarto (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 04:03
    จนถึงขนาดต้องยืมเงินแมว5555 แถมมีให้ด้วย
    #2,299
    0
  18. #2279 mothergod (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 18:03
    นายท่านแม่ชี้ทางแล้ววว
    #2,279
    0
  19. #2121 PӨYPӨY (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 19:44
    ถึงกับยืมเงินแมว โอ๊ยยยยยย หมดหนทางจริงๆ ยังดีที่ฝ่บาทแงวมีให้ยืม
    #2,121
    0
  20. #1683 chocolato.p (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 14:01
    ยืมเงินแมว 555555555 ที่มาของคำว่าทาสแมวที่แท้จริง 555555555
    #1,683
    0
  21. #1657 Vitamilk555 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 06:08
    ท่านฮูหยินหลักแหลมยิ่งนัก
    เจ้าปลาน้อยไปที่จวนเสี่ยวพั่งเร็วๆ นั่นน่ะลูกสมุนใต้อุ้งพระบาทหมายเลข1 เลยนะ
    #1,657
    0
  22. #1636 อันอันอัน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 00:02
    โอ้นายท่านอะไรจะเสียดายบรรดาศักดิ์ของทาสขนาดนั้น
    #1,636
    0
  23. #1485 sakura17 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 06:22
    น้องแมวอายุเท่าไหร่นะ55
    #1,485
    0
  24. #1359 Airzaa1810 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 10:12
    ถ้ายอมเป็นทาสเราๆจะช่วยเจ้าเองงงง
    #1,359
    0
  25. #958 aka-ae (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 18:33
    ร้านมีแล้ว ต่อไปก็เงินลงทุน อิอิ
    #958
    0