[นิยายแปล] อร่อยล้นวัง

ตอนที่ 11 : การคัดเลือกใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,097
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,707 ครั้ง
    10 มี.ค. 63

ในครัวของวังอ๋อง วัตถุดิบย่อมจะมีพร้อมสรรพ ก่อนหน้านี้ด้วยความจนซูอวี้จึงไม่มีปัญญาซื้อของดี ๆ จนหลงลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยเป็นหัวหน้าเชฟภัตตาคารมาก่อน ไม่ใช่พ่อค้าแผงลอยในตลาดนัด ตอนนี้พอมาเห็นของทะเลสด ๆ มากมายละลานตา จิตวิญญาณความเป็นเชฟที่ห่างหายไปนานก็ฟื้นคืนมาทันที 

ซูอวี้แง้มฝาหอยพัดตัวใหญ่ขนาดเท่าฝ่ามือออกก่อนจะล้างทำความสะอาด จากนั้นก็ยัดวุ้นเส้นที่คลุกเคล้ากับกระเทียมสับรวมทั้งซีอิ๊วทะเลที่ทำเองลงไป ตบท้ายด้วยการเหยาะน้ำมันงาตรงกลาง ก่อนจะเอาไปนึ่ง ต่อมาเขาก็เด็ดหัวและตัวกุ้งออกจากกัน นำส่วนหัวจุ่มน้ำแป้งข้นผสมไข่ขาวลงทอดในน้ำมันร้อน ๆ ให้สุกเหลือง ส่วนตัวกุ้งเอาไปลวกในน้ำเดือดที่ใส่เหล้าเหลืองและขิงแผ่นไว้เพื่อกลบกลิ่นคาว พอเอาขึ้นก็ผ่าหลังกุ้งเอาเส้นดำบนหลังออก จากนั้นเอาหัวกุ้งกรอบเหลืองกับเนื้อกุ้งขาวจัดใส่จานโดยวางแยกกันเป็นรูปหยินหยาง  แล้วเอาถ้วยน้ำจิ้มเล็ก ๆ ออกมาสองถ้วย ถ้วยหนึ่งใส่ซีอิ๊ว ถ้วยหนึ่งใส่เกลือพริกไทยวางตรงกลางแต่ละฝั่งเป็นตาปลาหยินหยาง 

สองจานแรกจากตำรับอาหารสกุลซูอันได้แก่ ‘หอยพัดนึ่งกระเทียมวุ้นเส้น’ และ ‘หนึ่งกุ้งสองคำ’ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

อันหงอี้เอาแก้มยุ้ย ๆ แนบโต๊ะ เบิกตากลมโตมองลูกแมวน้อย “เวลาที่กำหนดไว้สองเดือนใกล้จะหมดแล้ว ข้าว่าท่านมาอยู่เสียที่วังข้าจะดีกว่ากระมัง”

อันหงเช่อที่กำลังเลียอุ้งเท้าชะงัก ปรายตามองน้องชายก่อนจะเลียอุ้งเท้าต่อ

“อันหงจั๋วอยากจับมือกับตาเฒ่า แต่ตาเฒ่าไม่สนใจเขา” อันหงอี้เอาหน้าเข้าไปใกล้อีกนิด “เสด็จอาบอกให้ท่านรีบกลับ ในราชสำนักมีข่าวลือว่าท่านจะมีชีวิตได้อีกไม่นานแล้ว หากท่านยังไม่รีบกลับ คนพวกนี้เป็นได้แห่กันมาเหยียบธรณีประตูวังข้าแหลกแน่”

อันหงเช่อเอาขาหลังแคะหูอย่างรำคาญ พลางโบกหางเพื่อบอกเป็นนัยให้น้องชายหุบปาก จะกลับเมื่อไหร่เวลาไหนเป็นเรื่องที่เขาจะตัดสินใจเอง 

“ท่านคงมิใช่ว่าไม่อาจตัดใจจากคนขายปลานั่นหรอกกระมัง” อันหงอี้ลดเสียงถาม มองซูอวี้ที่กำลังประคองถาดเดินเข้ามา

“พูดมาก!” อันหงเช่ออดรนทนไม่ไหว ในที่สุดก็ประทานกรงเล็บให้น้องชายไป จึงค่อยสงบหูได้เสียที

เจาอ๋องเอามือปิดจมูกที่ถูกข่วน มองจานอาหารในมือซูอวี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

‘หอยหยกขาวในรังไหม’ ถือเป็นอาหารธรรมดาสามัญของเหล่าเชื้อพระวงศ์ แต่ที่ซูอวี้ทำกลับดูแตกต่างออกไป กลิ่นหอมของกระเทียมที่เอาไปเจียวในน้ำมันร้อน ๆ ลอยอวลออกมาแต่ไกล ยิ่งเข้ามาใกล้ ก็ถึงกับได้กลิ่นอันหอมหวานของเนื้อหอยเลยทีเดียว

นักกินที่เชี่ยวชาญเพียงแค่ได้กลิ่นก็สามารถบอกถึงคุณภาพของอาหารจานนั้นได้แล้ว และแน่นอนว่าอันหงอี้คือผู้เชี่ยวชาญ ไม่รอให้ซูอวี้นำเสนอ ก็เอาตะเกียบคีบขึ้นมาใส่ปากทันที

“อืม...” กินเข้าไปคำแรก อันหงอี้ก็น้ำตาคลอเดี๋ยวนั้น...

ร้อนปากแทบสุก!

ลูกแมวน้อยที่นั่งอยู่บนโต๊ะคร้านจะสนใจน้องชายงี่เง่าผู้นี้แล้ว เดินไปที่จานกุ้งหยินหยางเองโดยไม่สนใจใคร ก่อนจะยื่นอุ้งเท้าออกไปตะปบเนื้อกุ้งขาว ๆ ขึ้นมา

กุ้งหยินหยางนี้ เพราะว่าทำง่ายมาก วัตถุดิบก็หาง่าย ชาวบ้านทั่วไปก็ทำกินเองได้ แต่อันหงเช่อรู้ว่า ความโดดเด่นของอาหารจานนี้อยู่ที่ซีอิ๊วเคี่ยวเองถ้วยนั้นของซูอวี้ต่างหาก

เจาอ๋องคราวนี้ฉลาดแล้ว กินเนื้อกุ้งที่ไม่ร้อนก่อน พอคีบเนื้อกุ้งขาว ๆ ขึ้นมาแกะเปลือกออก จิ้มน้ำจิ้ม คำแรกย่อมจะยกให้พี่ชายก่อนเพื่อแสดงความกตัญญู

ซูอวี้มองเจาอ๋องด้วยความประหลาดใจที่เห็นเขาเอากุ้งจิ้มน้ำจิ้มส่งให้แมวของตน คราวนี้จึงเชื่อแล้วว่าท่านอ๋องสนิทสนมคุ้นเคยกับแมวของตนจริง ๆ

ขณะที่หนึ่งคนหนึ่งแมวกินกันไปพลาง ซูอวี้ก็เริ่มอธิบายแผนการเปิดร้านอาหารของตนเอง ก่อนอื่นต้องทำให้เป็นที่รู้จักของคนในเมืองหลวง และฝึกลูกมือผู้ช่วย เครื่องปรุงนั้นจะใช้ของที่เขาทำเอง ไม่เกินสามถึงห้าปีก็สามารถขยายสาขาเพิ่มได้แล้ว ส่วนรูปแบบการตกแต่งร้านและเครื่องแบบเสี่ยวเอ้อร์ต้องทำให้เป็นรูปแบบเดียวกันทุกสาขา ให้เหมือนรูปแบบการดำเนินธุรกิจของแมคโดนัลด์ในโลกสมัยใหม่ ขอเพียงมีเงินทุนมากพอ รับรองว่าสามารถขยายสาขาไปได้ทั่วแคว้น

หลังจากสาธยายด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจไปหนึ่งรอบ ครั้นซูอวี้หันกลับมาอีกทีก็เห็นหนึ่งคนหนึ่งแมวยังก้มหน้าก้มตากินกันแบบไม่โงหัว ไม่ได้ฟังที่เขาพูดเลยแม้แต่น้อย

ซูอวี้ “...”

รอจนฝ่าบาทเจาอ๋องกินหอยพัดตัวสุดท้ายเสร็จ จึงค่อยกระแอมทีหนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ได้ เอาตามนี้ได้เลย”

“หา” ซูอวี้ใบ้กินไปแล้ว อะไรคือเอาตามนี้ได้เลย?

อันหงอี้เรียกกุนซือเข้ามาคนหนึ่ง ให้เขาเป็นธุระจัดการเรื่องร้านอาหารของซูอวี้ วังของเจาอ๋องซื้อร้านสองห้องนั่นไว้ รับภาระค่าตกแต่งและจัดซื้อข้าวของ กระทั่งการจ้างช่างฝีมือก็รวมอยู่ในนั้นด้วย สรุปแล้วที่ซูอวี้ต้องทำก็มีเพียงแค่รออยู่ที่บ้าน เมื่อตกแต่งร้านเสร็จก็เปิดร้านทำอาหารได้เลย แม้แต่กำไรก็แบ่งกันสามสิบเจ็ดสิบ ซูอวี้สามสิบ เจาอ๋องเจ็ดสิบ

การแบ่งผลประโยชน์เช่นนี้ซูอวี้ย่อมไม่มีอะไรจะคัดค้าน เดิมทีเขาแค่จะขอให้เจาอ๋องออกเงินครึ่งหนึ่งเท่านั้น แล้วอาศัยบารมีของทางวังหนุนหลัง ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าจะออกมาดีขนาดนี้

หลังจากลงชื่อและประทับตราในโฉนดเสร็จ อันหงอี้ก็ไม่ได้ขออะไรอื่นอีก เพียงบอกให้ซูอวี้ทิ้งซีอิ๊วขวดนั้นไว้ แล้วเอาป้ายหยกยัดใส่มือซูอวี้อีกครั้ง

ระหว่างทางกลับบ้านสกุลซู ซูอวี้เดินตัวลอยไปตลอดทาง ทำไมเขาถึงเจอเรื่องดี ๆ ได้หนอ นับว่าสวรรค์ส่งเหลยเฟิงตัวเป็น ๆ[1] มาให้เขาเลยนะนี่ ตอนนี้คิดไม่ออก จึงได้แต่ผูกผ้าพันคอแดงให้เจาอ๋องอยู่ในใจ  ซูอวี้เอามือถู ๆ ใบหน้า ก่อนจะพาเจ้าแมวน้อยไปคำนับแม่ใหญ่

“การคัดเลือกใหญ่ใกล้เข้ามาแล้ว ข้าอยากตัดเสื้อให้อิ่งเอ๋อร์สักสองสามชุดเจ้าค่ะ” เสียงของสตรีกลุ่มหนึ่งดังแว่วมาจากในห้อง ซูอวี้นิ่วหน้า ชะงักเท้า 

“หวังอี๋เหนียงของบ้านนายใหญ่มาเจ้าค่ะ” ชุนเฉ่ากระซิบบอก

(T/N อี๋เหนียง เป็นคำเรียกอนุภรรยาของบ้าน หรือสรรพนามที่ลูกเรียกอนุภรรยาของพ่อ)

หวังอี๋เหนียงเป็นอนุภรรยาของลุงใหญ่ซูเซี่ยวจาง มีบุตรสาวคนหนึ่งชื่อซูอิ่ง ปีนี้อายุสิบห้า

อนุฯ ของลุงใหญ่ถึงแม้จะมีศักดิ์คนละรุ่น แต่ก็จำต้องเลี่ยงคำครหาไว้ก่อน ซูอวี้จึงหยุดอยู่แค่ระเบียงทางเดิน ไม่เข้าไปในห้อง

“พี่รอง” เสียงอ่อนหวานดังขึ้นทางด้านหลัง เมื่อซูอวี้หันไปมองก็เห็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณสิบเอ็ดสิบสองคนหนึ่ง ยืนห่างจากเขาไปสามก้าวอย่างขลาด ๆ

“เสี่ยวจื่อ เจ้ามาได้อย่างไร” ซูอวี้อดยิ้มไม่ได้ นี่คือน้องสาวคนละแม่ของเขาที่เกิดจากอนุฯ แต่พ่อเดียวกัน

“ท่านแม่เรียกข้ามา ข้า...” ซูจื่อเหลือบมองม่านประตูที่ปิดอยู่ กระตุกชายเสื้อซูอวี้เบา ๆ ทุกครั้งที่หวังอี๋เหนียงเห็นนางเป็นต้องพูดจากระทบกระเทียบใส่ ซูจื่อจึงไม่อยากเจอนางโดยไม่จำเป็น แต่เพราะท่านแม่เรียกหา จะไม่เข้าไปก็ไม่ได้ นางไม่เหมือนกับซูอวี้ กับแม่ใหญ่นั้นนางทั้งกลัวทั้งเคารพมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

ซูอวี้ถอนใจ แม่แท้ ๆ ของน้องสาวคนนี้ชาติกำเนิดไม่ดี อยู่ในบ้านก็ได้รับความคับแค้นไม่น้อย ตอนนี้เลยขี้กลัวยิ่งกว่าเก่า

ซูอวี้จูงมือน้องสาว บอกให้ชุนเฉ่าเข้าไปรายงาน จากนั้นเดินเข้าไปด้วยกัน

“อุ๊ย คุณชายรองกลับมาแล้ว” หวังอี๋เหนียงเดิมทีกำลังยิ้มหน้าระรื่น เมื่อเห็นซูอวี้ก็รีบลุกขึ้น เก็บงำรอยยิ้มบนหน้าลงไปบ้าง

ซูอวี้ไม่สนใจนาง คำนับแม่ใหญ่

“ฮูหยินเรียกจื่อเอ๋อร์มาทำไมหรือเจ้าคะ” ซูอิ่งเห็นซูอวี้เข้ามาก็ไม่คำนับ เพียงจ้องหน้าซูจื่อที่ตัวเล็กผอมด้วยแววตาดูถูก

มีข่าวลือแพร่ออกมาจากในวังหลวงว่าการคัดเลือกใหญ่ปีนี้จะจัดขึ้นตามกำหนดการเดิม ในบ้านมีลูกสาวเพียงสองคน ซูจื่ออายุยังไม่ถึงเกณฑ์ ซูเซี่ยวจางเอ่ยปากว่าสกุลซูของพวกเขาจะส่งซูอิ่งไปเข้ารับการคัดเลือก ได้แจ้งไปที่กองงานราชสกุลฯ เรียบร้อยแล้ว เดิมทีด้วยฐานะของลูกอนุฯ ซูอิ่งไม่มีตำแหน่งฐานะอะไรในบ้านทั้งสิ้น การคัดเลือกสาวงามเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตของหญิงสาวลูกอนุฯ จากตระกูลซวินกุ้ยที่จะได้เปลี่ยนจากนกกระจอกกลายเป็นหงส์ฟ้า หากผ่านการคัดเลือกเข้าไป นางก็จะกลายเป็นหญิงสาวที่มีสถานะสูงสุดในครอบครัว แบบนี้นางจะไม่หยิ่งผยองได้อย่างไร

“วันก่อนอวี้เอ๋อร์เอาเงินก้อนมาให้ข้าจำนวนหนึ่งด้วยความกตัญญู เลยให้คนเอาไปตีเป็นกำไลคู่หนึ่งให้จื่อเอ๋อร์ ส่งมาวันนี้พอดี” จ้าวซื่อหัวเราะ เอาหีบเล็ก ๆ ใบหนึ่งออกมาส่งให้ซูจื่อ

“ท่านแม่?” ซูจื่อตกตะลึง เงยหน้าขึ้นมองซูอวี้ ผู้เป็นพี่ชายเองก็ไม่รู้ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ในหีบมีกำไลเงินเส้นเล็กบางอยู่คู่หนึ่ง มีเนื้อเงินอยู่ไม่มากนัก แกะสลักได้ไม่เลว ตัวเรือนบอบบาง กลมกลึงได้รูป ฝังลวดลายผีเสื้อกางปีกทำท่าจะโผบิน พอสวมเข้ากับข้อมือเล็กบางของซูจื่อแล้วงดงามอย่างมาก

“จื่อเอ๋อร์สมควรเริ่มหัดงานเย็บปักถักร้อยได้แล้ว นี่ถือเป็นของขวัญจากแม่กับพี่ชายให้เจ้า” จ้าวซื่อกล่าวยิ้ม ๆ

หวังอี๋เหนียงได้ฟังก็หน้าเปลี่ยนสีในบัดดล คำพูดนี้เป็นการบอกกับพวกนางแม่ลูกอย่างชัดเจนว่าในเมื่อแยกบ้านกันแล้ว แต่นี้ต่อไปค่ากินค่าอยู่ของแม่ลูกจ้าวซื่อล้วนพึ่งพาซูอวี้ หากพวกนางหวังจะมาไถเงินอีก ก็อย่าหมายว่าจะได้ไปแม้แต่อีแปะเดียว

“ฮูหยิน ด้วยความสัมพันธ์หลายปีมานี้ ท่านต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยหรือ” รอยยิ้มบนใบหน้าของหวังอี๋เหนียงกระด้างขึ้นเรื่อย ๆ 

อยากไปเข้าร่วมการคัดเลือกใหญ่ จำเป็นต้องมีเสื้อผ้าดี ๆ ไท่ไถ่ของนางขี้เหนียวปานนั้น รื้อค้นจนแทบจะพลิกหีบก็หาชุดที่ดูภูมิฐานไม่เจอแม้แต่ตัวเดียว ทำให้จำต้องบากหน้ามาถึงที่นี่เพื่อขอเงินฮูหยินบ้านรอง แต่เพราะมัวหลงลำพองจนลืมตัวไปชั่วขณะ เลยไปล่วงเกินผู้อื่นเข้า แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะนี่

หลายปีมานี้จ้าวซื่อแอบให้การช่วยเหลือหวังอี๋เหนียงอย่างเงียบ ๆ หลายครั้งเพื่อจะรักษาสมดุลของบ้านใหญ่ แต่ตอนนี้ในเมื่อแตกหักกันแล้ว จ้าวซื่อจึงคร้านจะสนใจนางอีก พูดจาไม่กี่คำก็บอกให้พวกนางสองแม่ลูกออกไปเสีย จากนั้นจึงค่อยถามซูอวี้เรื่องร้านอาหาร เมื่อรู้ว่าทุกอย่างไปได้ดี จึงผงกศีรษะ ยิ้มหยัน “ปล่อยให้พวกเขาลำพองใจไปอีกสักสองสามวันเถอะ พรุ่งนี้เจ้าเอานี่ไปกองงานราชสกุลฯ”

ซูอวี้รับไว้ ที่ยื่นส่งมาคือเทียบนามใบหนึ่งซึ่งเขียนชื่อและเวลาตกฟากของเขา “เอาไว้ทำอะไรหรือขอรับ”

อันหงเช่อที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในอกเสื้อของซูอวี้ ได้ยินเสียงสั่นสะเทือนจากทรวงอกก็ทำเอาสะดุ้งตกใจตื่น จึงโผล่หัวออกไปมองอย่างเสียมิได้ แต่แล้วก็ต้องตื่นเต็มตาทันที

“ลุงใหญ่ของเจ้าต้องไม่ยอมให้เจ้าไปเข้ารับการคัดเลือกใหญ่เป็นแน่ แม่จะยอมให้เขาสมใจได้อย่างไร” ในดวงตาของจ้าวซื่อเปี่ยมไปด้วยแววยิ้มเยาะ

“เดี๋ยวนะ ท่านแม่ การคัดเลือกใหญ่อะไรกัน ข้าเนี่ยนะ” ซูอวี้มึนงงไปหมดแล้ว การคัดเลือกใหญ่ที่พวกนางถกกันเมื่อครู่ไม่ใช่การคัดเลือกสาวงามของฮ่องเต้หรอกรึ แล้วมันมาเกี่ยวอะไรกับลูกผู้ชายเต็มตัวอย่างเขากัน เห็นจ้าวซื่อและซูจื่อทำหน้าประมาณว่าไม่เห็นต้องมาถามเลย ซูอวี้ก็นึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันที

“ราชสำนักคัดเลือกสนมไม่จำกัดหญิงชาย แน่นอนว่าเจ้าก็ต้องไปร่วมด้วยน่ะสิ” จ้าวซื่อมองเขาอย่างแปลกใจ

เปรี้ยง! อสนีบาตสายหนึ่งผ่าลงมาบนตัวซูอวี้ที่ยืนเซ่ออยู่จนแตกเป็นเสี่ยง ๆ ไปแล้ว

 

โปรดติดตามต่อวันพรุ่งนี้ อวี้เอ๋อร์ เอาละสิ 


 

[1]เหลยเฟิง (1940-1962) เป็นทหารในกองทัพปลดแอกประชาชน คือ ตำนานของคนที่มีน้ำใจ อุทิศตนช่วยเหลือผู้อื่นอย่างไม่เห็นแก่ชีวิต จนเกิดเป็นสำนวนว่า เหลยเฟิงตัวเป็น ๆ ใช้เรียกผู้ที่มีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น ที่ซูอวี้แอบผูกผ้าพันคอแดงให้เจาอ๋องในใจ เนื่องจากผ้าพันคอแดงเป็นสัญลักษณ์ของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ที่เหลยเฟิงก็ผูก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.707K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,707 ความคิดเห็น

  1. #2697 PilaiwanChaysang (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:26
    555555555555555555 พีคไปเนย
    #2,697
    0
  2. #2686 ...mauve (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 13:46
    เปรี้ยงงง
    #2,686
    0
  3. #2588 Yคือชีวิต (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 03:17
    ล็อคมงเลย555555 ทีนี้ก็กลับวังได้สบายใจเฉิบเลย แต่แมวหายน้องคงเสียใจแหละ
    #2,588
    0
  4. #2502 tanutp (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 21:58
    มิ้วน้อยที่ อวี้เอ๋อร์ต้องเข้าไปเป็นสนมยังซุกอยู่ที่อก ถ่อออ
    #2,502
    0
  5. #2480 ccreamrnpp (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 20:40
    ที่พีคคือฝ่าบาทก็อยู่ด้วยไง5555555
    #2,480
    0
  6. #2435 Secr3t-Key (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 03:42
    อื้ม เมื่อตอนที่แล้วเราน่าจะเดาผิด น่าจะเป็นฮ่องเต้แหละ555555
    #2,435
    0
  7. #2433 saengdawysma (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 16:26

    เป็นฉันฉันก็ช็อก🤣🤣

    #2,433
    0
  8. #2420 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 19:50
    5555555
    #2,420
    0
  9. #2376 Jinjoo.K (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 23:15
    ฝ่าบาทเเมวเนื้อเต้นเลยงานนี้ ล็อคตำแหน่งเรียบร้อย55555555
    #2,376
    0
  10. #2331 Shizi2523 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 17:46
    มีลิงค์ฉบับแปลอังกฤษป่ะครับ
    #2,331
    1
    • #2331-1 Zebastian Michaelis(จากตอนที่ 11)
      23 มีนาคม 2563 / 01:11
      รู้สึกเรื่องนี้จะแปลจากต้นฉบับจีนโดยตรงนะคะ
      #2331-1
  11. #2322 Neko4869 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 16:24
    ขำ ร้อนปากแทบสุก
    #2,322
    0
  12. #2302 MitsukiCarto (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 05:49
    55555คุณน้องอาจจะผ่านเข้ารอบโดยไม่ต้องเข้าพิธีคัดเลือกก็ได้นะ~
    #2,302
    0
  13. #2280 mothergod (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 18:30
    อ่าว แล้วร้านอาหารละะะ
    #2,280
    0
  14. #1928 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 11:36
    เอาแล้วๆ
    #1,928
    0
  15. #1720 POYBWX127 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 18:01
    โถ่ยัยน้อง55555555
    #1,720
    0
  16. #1689 chocolato.p (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 14:55
    5555555555 โถ่น้อง อึ้งไปเลย
    #1,689
    0
  17. #1488 sakura17 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 06:39
    ได้แต่หัวเราะ5555
    #1,488
    0
  18. #1437 เพราะแบมแบมคือลูก (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 20:33

    สงสานน้อง โดนแน่ๆ555
    #1,437
    0
  19. #1362 Airzaa1810 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 10:45
    ท่านแม่จะให้น้องไปคัดเลือกจริงๆเหรอเจ้าค่ะ
    #1,362
    0
  20. #1247 นักอ่านสมัครเล่น (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 15:07

    ท่านเต้เหมียวยังไงล่ะเนี่ย... 5555

    #1,247
    0
  21. #1178 blackkozu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 14:05
    ชอบความทั้งชายและหญิงได้หมด555
    #1,178
    0
  22. #984 aka-ae (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 19:52
    จัดไปเลย
    #984
    0
  23. #839 TasaneePimmy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 19:41
    ไปเป็นสนมชายหรือขันทีคะ?
    #839
    0
  24. #836 bb.smile (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 19:22
    อ้าวแม่....
    #836
    0
  25. #789 neaumn_sm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 16:58
    แปลว่าฮ่องเต้เป็นไบอ่ะสิ สุดจัด
    #789
    0