[นิยายแปล] อร่อยล้นวัง

ตอนที่ 10 : ท่านอ๋อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,727 ครั้ง
    10 มี.ค. 63

วันต่อมาซูอวี้ถูกความร้อนปลุกให้ตื่นขึ้นเมื่อลืมตาก็เห็นขนปุกปุยสีทองกลุ่มหนึ่งกำลังซุกอยู่กับซอกคอแถมหางยาว ๆยังสอดเข้าไปในอกเสื้อของเขาอีกแล้วไม่รู้กำลังฝันหวานอะไรอยู่ปลายหางปุกปุยยังคงฟาดเบา ๆ อย่างเป็นจังหวะ

“อรุณสวัสดิ์เจี้ยงจือร์”ซูอวี้ดึงหางยาว ๆนั่นออกมาแล้วใช้คางถูไถกับหัวนุ่ม ๆของมัน

อันหงเช่อยื่นอุ้งเท้าไปกดคางที่อยู่ไม่สุขของซูอวี้ก่อนจะอ้าปากหาว

วันนี้ไม่ต้องออกไปตั้งแผงซูอวี้จึงตั้งใจว่าจะไปจัดการเรื่องหาทุนเขาเอาเจ้าก้อนปุกปุยมากอดแล้วนอนขี้เกียจอยู่พักหนึ่ง “นี่เมื่อไหร่ที่พวกเรานอนตื่นสายโด่งได้ก็ดีน่ะสิ”

ลูกแมวน้อยที่นั่งอยู่บนอกของซูอวี้ใช้อุ้งเท้าเกาหู“ปรนนิบัติเจิ้นให้ดี ๆสิอยากได้อะไรก็ว่ามาเลย”

ซูอวี้ก็พูดไปอย่างนั้นเองสำหรับชะตาชีวิตลำเค็ญของเขาแล้วการนอนตื่นสายโด่งก็หมายความว่าเขากับลูกแมวน้อยจะต้องทนหิวน่ะสิคลอเคลียกับลูกแมวอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ไปห้องครัวอย่างรู้หน้าที่ใช้กุ้งสดหนวดปลาหมึกและปูตัวเล็กสองตัวต้มโจ๊กทะเลหม้อหนึ่งออกมาต้มข้าวจนนุ่มก็เติมเนื้อกุ้งและเนื้อปูลงไปทำให้เห็นเป็นสีชมพูขาวตัดกันโรยหน้าด้วยต้นหอมซอยเหยาะน้ำมันงาลงไปเล็กน้อยกลิ่นหอมก็ลอยฟุ้งไปทั่วทันที

หนึ่งคนหนึ่งแมวกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยเสร็จก็ถึงเวลาทำธุระสำคัญ

ตอนนั้นที่เจาอ๋องทิ้งแผ่นหยกไว้ให้เป็นเรื่องที่ชวนงงสำหรับซูอวี้อยู่บ้างแต่ตอนนี้เขาเองก็ไม่มีวิธีอื่นแล้วได้แต่บากหน้าไปขอให้อันหงอี้มาเป็นนายทุนให้แต่ก่อนจะไปเขาต้องเตรียมตัวนิดหน่อย

ในชาติที่แล้วตอนจะขยายร้านซูอวี้เคยตามเจ้านายไปพบปะผู้ที่จะมาร่วมทุนด้วยตอนนั้นเจ้านายเขาให้คนเตรียมแผนธุรกิจไว้อย่างละเอียดและเอาอาหารทะเลสด ๆชั้นดีที่ซูอวี้ทำเองไปนำเสนอด้วยคอร์สหนึ่งอยากจะหาคนมาร่วมทุนก็ต้องมีผลิตภัณฑ์ไปเสนอซูอวี้เขียนแผนธุรกิจไม่เป็นแต่เขียนเมนูอาหารยังพอได้อยู่บ้าง

อาหารที่ซูอวี้ถนัดคืออาหารเสฉวนแต่ตราบใดที่หาพริกไม่ได้ก็ไร้ประโยชน์ดีที่ยังมี ‘ตำรับอาหารสกุลซู’อันเป็นสมบัติประจำตระกูลมาช่วยยันสถานการณ์เอาไว้ให้ตำรับอาหารที่เขียนเอาไว้หน้าแรก ๆซูอวี้ศึกษาค้นคว้าจนช่ำชองแล้ว

ตัวอย่างเช่นสามจานแรกที่อยู่ในตำรับอาหารสกุลซูได้แก่ ‘หอยหยกขาวในรังไหม’ ‘กุ้งหยินหยาง’ ‘หอยเซียนตุ๋นเต้าหู้’ดูจากชื่อแล้วล้วนยากแก่การเข้าใจแต่ถ้าพูดแบบบ้าน ๆมันก็คือ ‘หอยพัดนึ่งกระเทียมวุ้นเส้น’ ‘หนึ่งกุ้งสองคำ’และ ‘เต้าหู้นึ่งกุ้งกังป๋วย’นั่นเอง

หนึ่งกุ้งสองคำ (一虾两吃)

(T/N หนึ่งกุ้งสองคำคือ กุ้งหนึ่งตัวปรุงสองแบบ แยกหัวไปทอดกรอบ ส่วนตัวเอาไปลวกจิ้มซีอิ๊ว

 

เต้าหู้นึ่งกุ้งกังป๋วย 干贝虾仁蒸豆腐

(T/N กังป๋วยคือหอยเชลล์แห้ง ออกเสียงแบบจีนกลางว่ากานเป้ย แต่อาหารในรูปที่เอามาแปะประกอบไม่ได้ใส่กังป๋วยนะคะ หารูปไม่ได้ )

 

อาหารพวกนี้สำหรับซูอวี้แล้วเป็นของกล้วย ๆ ขอแค่รวบรวมวัตถุดิบให้ครบก็สามารถทำได้แล้ว อาหารสองสามอย่างที่กล่าวไปข้างต้นรวมกับน้ำแกงปลาสองสามอย่างโจ๊กทะเลบะหมี่ทะเลที่เขาทำเป็นถ้ายังไม่พอก็เพิ่มของปิ้งย่างเข้าไปอีกหน่อยอาหารคอร์สหนึ่งก็น่าจะประมาณนี้

ทว่า...ซูอวี้เกาหัวแกรก ๆมองดูลูกแมวน้อยที่หลังจากกินดื่มจนอิ่มก็เลียอุ้งเท้าอย่างสบายอารมณ์เขาทำหน้าระทม “เจี้ยงจือร์เจ้าเขียนพู่กันเป็นไหม”

อันหงเช่อเหยียดอุ้งเล็บปรายตามองซูอวี้อย่างเหยียดหยาม“ลายมืออันสูงค่าของเจิ้นจะเอาไปเขียนรายการอาหารได้อย่างไรเจ้าทาสโง่ผู้นี้ยิ่งมายิ่งกำเริบเสิบสานใหญ่แล้ว”

อักษรตัวเต็ม[1]ที่ซูอวี้ฝืนใจเขียนออกมามีสารรูปน่าเวทนาจนทนดูแทบไม่ได้เขาเลยโยนพู่กันทิ้งหมดเรื่องหมดราวแล้วเดินออกไปซื้อซีอิ๊วแทน ในฐานะเชฟคนหนึ่งมิสู้ละทิ้งการเขียนหนังสือไปเสียเถอะทำกับข้าวให้ดีก็แล้วกัน

ต้าอันมีซีอิ๊วใช้แล้วแต่มีอยู่ชนิดเดียวไม่ได้มีนานาสารพันชนิดเหมือนในโลกอนาคตซีอิ๊วมีความสำคัญต่อการปรุงอาหารทะเลอย่างมากยิ่งสำหรับอาหารที่มีวิธีทำเรียบง่ายเหล่านั้นแล้วซีอิ๊วคือหัวใจของวัตถุดิบเลยทีเดียว

ข้อดีของซีอิ๊วสมัยโบราณก็คือหมักจากวัตถุดิบธรรมชาติให้รสชาติแท้ ๆไม่มีสารเคมีเจือปนแต่ข้อเสียคือรสชาติบริสุทธิ์เกินไปมีแต่ความเค็มกับรสของถั่วหมักเท่านั้นทำให้ไม่ค่อยอร่อยนักสิ่งสำคัญที่จะดึงความอร่อยออกมาจึงอยู่ที่น้ำตาล

เอากุ้งแม่น้ำหนึ่งถ้วยไปต้มในน้ำเดือดเคี่ยวจนน้ำซุปงวดเปลี่ยนสีแล้วช้อนกุ้งออกจากนั้นก็เติมซีอิ๊วลงไปสองสามทัพพีตามด้วยน้ำตาลทรายขาวเดิมทีการเคี่ยวซีอิ๊วต้องใส่น้ำตาลทรายแดงแต่ซีอิ๊วในยุคโบราณที่ใช้ถั่วชนิดนี้หมักมีสีเข้มพออยู่แล้วหากเติมน้ำตาลทรายแดงลงไปอีก หน้าตาที่ออกมาคงดูไม่น่ารับประทานซูอวี้เลยเลือกใช้น้ำตาลทรายขาวแทนไม่นานนักซีอิ๊วทะเลหนึ่งขวดก็ปรุงเสร็จใหม่ ๆจากเตาซึ่งเขาจะเอามาใช้เป็นอาวุธลับนั่นเอง

วังของเจาอ๋องยังคงโอ่อ่าหรูหราไม่เปลี่ยนเจาอ๋องอันหงอี้เป็นอนุชาร่วมอุทรเพียงพระองค์เดียวของฮ่องเต้รัชกาลปัจจุบันได้รับความไว้วางพระทัยอย่างสูงจากพระเชษฐาแต่ละวันจึงมีคนขอเข้าพบเพื่อสร้างเส้นสายไม่น้อยแต่วันนี้ที่หน้าประตูดูจะมีคนเยอะเป็นพิเศษ

“ท่านอ๋องสั่งไว้วันนี้ไม่รับแขกหน้าไหนทั้งนั้น”ราชองครักษ์บอกปัดผู้อื่นอย่างหงุดหงิดรำคาญ

“เปิ่นกวาน(ตัวข้าผู้เป็นขุนนางผู้นี้)มีธุระสำคัญต้องหารือกับท่านอ๋องวานเจ้าไปรายงานให้สักคำเถอะ”ชายสวมชุดขุนนางผู้หนึ่งกล่าวกับราชองครักษ์ด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม

“ใต้เท้าจางท่านอย่ามัวเสียเวลาเปล่าเลยท่านอ๋องไม่มีทางให้พวกเราพบหรอก”ขุนนางเคราขาวโพลนอีกท่านหนึ่งถอนใจฮ่องเต้ไม่ออกว่าราชการมาเดือนกว่าแล้วคนในราชสำนักต่างก็ร้อนใจถึงขนาดมีข่าวลือว่าฮ่องเต้ใกล้สิ้นพระชนม์แล้วก็มีพวกเขาเลยทำตัวราวกับคนป่วยหนักที่หาหมอมั่วลองเสี่ยงดวงมาที่นี่ดู

หัวที่ปกคลุมไปด้วยขนปุกปุยโผล่ออกมาจากสาบเสื้อของซูอวี้ดวงตาสีอำพันหรี่ลงเล็กน้อยในสถานการณ์ที่ล่อแหลมเช่นนี้คนโง่พวกนี้มาหาอันหงอี้จะมีประโยชน์อะไรเจาอ๋องในฐานะที่เป็นผู้มีสิทธิ์สูงสุดในการสืบทอดราชบัลลังก์ย่อมต้องพยายามหลีกเลี่ยงคำครหาไว้ก่อนอยู่แล้วอันหงเช่อยื่นอุ้งเท้าไปสะกิดซูอวี้เพื่อบอกเป็นนัยให้เขารีบเดินเข้าไปจะได้ไม่โดนคนพวกนี้เอาเชื้อโง่มาติดเดี๋ยวจะยิ่งโง่หนักกว่าเก่า

ซูอวี้กดหัวแมวกลับเข้าไปอย่างอ่อนใจเห็นคนมากมายถูกสกัดไว้ก็ใจฝ่อในใจท่องประโยคที่เตรียมไว้กลับไปกลับมาอยู่หน้าประตูกำแผ่นหยกในมือแน่นก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไป

“เจ้าคือผู้ใด”ราชองครักษ์หน้าประตูเข้ามาขวางเขา

“ผู้น้อยซูอวี้เป็นสหายเก่าท่านอ๋องนำสิ่งนี้มาด้วยโปรดช่วยไปทูลท่านอ๋องให้ด้วยเถิด”ซูอวี้หิ้วขวดเต้าเจี้ยวด้วยมือข้างเดียวไว้ด้านหลังเชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล้วแบมือข้างที่ถือแผ่นหยก

ราชองครักษ์เมื่อเห็นแผ่นหยกก็มีสีหน้านอบน้อมขึ้นมาทันทีผายมือกล่าวว่า “เชิญท่านเข้าไปได้เลยขอรับ”

ทุกคนต่างประหลาดใจไปตาม ๆกันหันมามองซูอวี้ที่แต่งกายเรียบง่าย

ซูอวี้เองก็ไม่คิดว่าแผ่นหยกจะมีประโยชน์ถึงเพียงนี้ท่ามกลางสายตากดดันของทุกคนเขาทำเป็นไม่สะทกสะท้านแล้วเดินเข้าประตูไป

พลับพลาและหอศาลาเรียงรายลดหลั่นธารน้ำไหลรินเดินห้าก้าวเปลี่ยนหนึ่งทิวทัศน์เดินสิบก้าวก็เจอศาลาอีกหลังหนึ่งแผนผังของวังแห่งนี้ออกแบบมาอย่างหรูหราและพิถีพิถันเห็นได้ชัดว่าพระอนุชาองค์นี้ได้รับความโปรดปรานเพียงใด

“เปิ่นหวางบอกแล้วไงไม่รับแขกหน้าไหนทั้งนั้น”เจาอ๋องสวมชุดลำลองสีไพลินกำลังนั่งอยู่ในศาลาลมโบกมืออย่างรำคาญ

“ท่านอ๋องเขาเป็นผู้ถือแผ่นหยกพ่ะย่ะค่ะ”ราชองครักษ์รายงานเสียงเบา

อันหงอี้ที่กำลังกินขนมอวี๋ปิ่งชิ้นน้อยก็แทบติดคอเบิกตากว้างมองซูอวี้ขึ้น ๆลง ๆตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าอย่างประเมินรอบหนึ่งจากนั้นก็ตาดีเห็นหูเล็กที่ปกคลุมด้วยขนปุกปุยข้างหนึ่งแพลมออกมาจากอกเสื้อเขาจึงโบกมือให้ทุกคนออกไปให้หมดทันที

(T/N อวี๋ปิ่ง คือของว่างทำจากแป้งผสมเนื้อปลาบด ปรุงรสและใส่ผักตามต้องการ อาจปั้นเป็นรูปปลาตัวเล็ก หรือเป็นแผ่นกลมแบน แล้วนำไปทอด)

รอจนทุกคนแยกย้ายกันออกไปจนหมดสิ้นลูกแมวน้อยขนทองก็กระโดดออกมาจากสาบเสื้อกระโจนขึ้นโต๊ะหินในบัดดล

“เจี้ยงจือร์อย่าได้เสียมารยาท”ซูอวี้ตกใจรีบยื่นมือออกไปแต่คว้าไม่ทัน

“เจ้าเรียกเขาว่าอะไรนะ”พอเจาอ๋องได้ยินชื่อที่ฟังดูประหลาดหูนั่น ลูกตาก็แทบถลนชี้ไปที่ลูกแมวบนโต๊ะ “ฮ่า ๆ ๆ ...โอ๊ย”อันหงอี้หัวเราะจนแก้มกระเพื่อม เพียงแต่หัวเราะได้ไม่ทันไรก็เจอกรงเล็บพิฆาตเป็นรางวัล

ซูอวี้เห็นท่านอ๋องถูกข่วนก็ตกใจจนเหงื่อตกรีบค้อมกายคารวะ “สัตว์เลี้ยงไม่รู้ความหวังว่าท่านอ๋องจะละเว้นโทษให้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

ตอนแรกอันหงอี้ยังอยากจะวางท่าผลปรากฏว่าถูกลูกแมวน้อยขนทองถลึงตาใส่จึงรีบยื่นมือไปประคองซูอวี้ขึ้น “ไม่เป็นไร ๆข้ากับเขาความจริงแล้วรู้จักกันข้า...วันไหนไม่ถูกเขาข่วนวันนั้นจะไม่สบายตัวไปทั้งวันแหะแหะ”

ซูอวี้มุมปากกระตุกในที่สุดก็เข้าใจว่าเหตุใดฮ่องเต้ถึงได้ไว้ใจเจาอ๋องขนาดนี้ล้วนเป็นเพราะท่าทางไม่น่าเชื่อถือแบบนี้ของเขานี่เองที่มองอย่างไรก็ไม่มีทางคิดการใหญ่ชิงบัลลังก์แน่ๆ

“เอ่อบอกความจริงเจ้าก็ได้ข้ากับลูกแมวนี้สนิทกันที่เอาแผ่นหยกให้เจ้าก็เพราะเห็นแก่เขานี่แหละ”อันหงอี้อธิบายพลางป้อนอวี๋ปิ่งชิ้นน้อยให้ลูกแมวไปด้วย

ซูอวี้นิ่วหน้า “เขา...?”

อันหงอี้โบกไม้โบกมือ “ภายหลังเจ้าก็จะรู้เองตอนนี้บอกมาก่อนเถอะวันนี้มาหาข้าด้วยเรื่องอะไร”

เจาอ๋องอายุประมาณสิบหกสิบเจ็ดเท่านั้นแก้มยุ้ยของเขาทั้งสองข้างมีลักยิ้มเล็ก ๆพอหัวเราะแล้วดูสดใสไร้เดียงสาไม่มีลักษณะท่าทางของชินอ๋องแม้แต่น้อย กลับดูเหมือนน้องชายข้างบ้านเสียมากกว่าจึงทำให้คนไม่ค่อยเกรงกลัวเท่าใดนัก

(T/Nชินอ๋องเป็นฐานันดรศักดิ์สูงสุดสำหรับผู้เป็นเชื้อพระวงศ์ฐานะรองลงมาจากรัชทายาท)

เมื่อฟังซูอวี้เล่าถึงความคิดที่อยากเปิดร้านอาหารแล้วอันหงอี้ก็มิได้ตอบรับในทันทีแต่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ในเมืองหลวงมีร้านอาหารทะเลมากมายราวกับขนวัวอาศัยย่างปลานุ่มอย่างเดียวเกรงว่าจะอยู่ยากน่ะสิ”

ซูอวี้ก็ไม่อธิบายให้มากความเพียงบอกขอยืมใช้ครัว

“นี่ ๆอย่ากัดสิ...”พอซูอวี้ก้าวเท้าออกไปเจาอ๋องก็ถูกลูกแมวบนโต๊ะกัดเข้าให้ทันทีเขาลูบหูอย่างเจ็บช้ำน้ำใจ “ท่านติดตามผู้สืบทอดของตระกูลซูกินดื่มอย่างอิ่มหนำสำราญจะให้ข้าออกเงินก็ต้องมีผลประโยชน์สักหน่อยสิ”

อันหงเช่อปรายตามองน้องชายไม่เอาไหนผู้นี้ไม่อยากจะยอมรับเลยจริง ๆว่าพวกเขาเป็นพี่น้องแม่เดียวกัน

 

โปรดติดตามต่อพรุ่งนี้ค่ะ คราวนี้ชัดเจนขึ้นแล้วใช่ไหมคะ นายทั่นแมวเป็นผู้ใด
 

[1]เนื่องจากคนจีนในปัจจุบันใช้อักษรจีนตัวย่อที่ลดรูปมาจากตัวอักษรจีนแบบดั้งเดิมขณะที่คนในแคว้นต้าอันใช้ตัวอักษรแบบดั้งเดิมหรือที่เรียกว่าตัวเต็มซูอวี้ที่ทะลุมิติมาจึงเขียนอักษรแบบดั้งเดิมไม่ถนัด)

เผื่ออาจมีนักอ่านบางท่านนึกหน้าตากังป๋วย (กานเป้ย) หรือหอยเชลล์แห้งไม่ออก หน้าตาเป็นงี้นะคะ เอามาทำน้ำแกงก็อร่อยค่ะ จะหอมมาก ที่บ้านเอามาแช่น้ำให้นิ่ม แล้วใส่ไข่เจียวก็อร่อย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.727K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,707 ความคิดเห็น

  1. #2673 P_Chan and Me_Kung (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 04:17
    มาถึงจุดที่ขอให้แม้วช่วยเขียนพู่กันแล้วนะ555555
    #2,673
    0
  2. #2617 Sistel2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 23:46
    นายท่านไม่ช่วยทาสเขียนพู่กันหน่อยหรือเจ้าคะ5555
    #2,617
    0
  3. #2607 Un'Tear (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 14:39
    ชื่ออันหงอี้ ตำแหน่งชินอ๋อง แล้าเจาอ๋องคืออะไรเหรอคะ ผู้รู้ช่วยตอบที TT
    #2,607
    1
    • #2607-1 notidenti(จากตอนที่ 10)
      26 มิถุนายน 2563 / 17:11
      ชื่อที่ฮ่องเต้พระราชทานให้ค่ะ เป็นทินนามของตำแหน่งชินอ๋อง ถ้าเรียกเต็ม ๆ ก็คือ เจาชินอ๋อง
      #2607-1
  4. #2581 ก้อนสี (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 22:29
    ใช้แงวเขียนพู่กัน555
    #2,581
    0
  5. #2561 marjolaine (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 14:18
    ทำไมฝ่าบาทเป็นแมวได้ล่ะ ฝ่าบาทเสี่ยวมาววววว
    #2,561
    0
  6. #2520 เซี่ยอวี่ทั่นฮวา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 09:47

    งงคอมเม้นทั้งหลาย พระเอกก็แทนตัวว่าเจิ้นมาตั้งแต่ตอนที่ 1 แล้วนะคะ เจิ้นเป็นคำแทนตัวฮ่องเต้เท่านั้น ทำไมยังสงสัยอะไรอีกว่าแมวคือฮ่องเต้หรือป่าว 555555

    #2,520
    0
  7. #2512 นักฆ่าหน้าเคะ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 19:35
    อ่านเรื่องอย่าอ่านตอนกลางคืน เพราะภาพดูน่ากิน น่าลองทำมาก
    (แมว=ฮ่องเต้ชัวร์)
    #2,512
    0
  8. #2463 vviiwwyy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 13:44
    ถ้าเปนฮ่องเต้จริงๆ พิ๊เต้อาจจะคิดว่า ทำไมไม่กลายร่างเปนมังกรฟะ 555
    #2,463
    0
  9. #2453 justjeen (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 16:31
    ฮ่องเต้แน่ๆ
    #2,453
    0
  10. #2434 Secr3t-Key (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 03:32
    ไม่น่าเป็นฮ่องเต้ละ น่าจะเป็นรัชทายาท รึเปล่า
    #2,434
    1
    • #2434-1 justjeen(จากตอนที่ 10)
      3 เมษายน 2563 / 16:32
      แต่เขาบอกว่าชินอ๋องเป็นน้องแท้ น่าจะเป็นฮ่องเต้นะ
      #2434-1
  11. #2427 EbiBBG ✿ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 00:11
    โอ๊ยยยยยย ดีใจชั้นเดาถูกกกก

    น้องเหมียวเป็นพระเอกใช่มั้ย
    เทพอ่ะ แปลงร่างเป็นแมวได้ด้วย เจ๋งโคตรรรร ♡
    #2,427
    0
  12. #2419 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 19:43
    แม่เดียวกันด้วย 55555
    #2,419
    0
  13. #2396 Natsh091 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 07:50
    หนีงานมาอยู่กับน้องนี้เอง
    #2,396
    0
  14. #2375 Jinjoo.K (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 22:55
    ชั้นล่ะคิกค้ากกกกกก ฮ่องเต้จริงด้วย แง้งงง
    #2,375
    0
  15. #2340 ploy_yaaaa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 20:56
    หอยเชลล์แห้งเห็นแล้วน่ากินมากกก หิวเลยย
    #2,340
    0
  16. #2301 MitsukiCarto (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 04:59
    เห็นภาพแล้วหิวว~

    ถึงจะเพิ่งกินข้าวก็เหอะ
    #2,301
    0
  17. #2284 Maphraw (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 19:08

    วายใช่มั้ยคะ วายใช่ป่ะ อ๊ายยยยย

    #2,284
    0
  18. #2197 SPDDP Dayn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 22:43
    หุ้นยยยยยท ิฮ่องเต้แหละแม่ นุเปนคิดค้ากกก
    #2,197
    0
  19. #1946 Inkoolia Chiharu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 15:38
    อ้าวเป็นฝ่าบาทจริงๆเรอะ
    #1,946
    0
  20. #1687 chocolato.p (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 14:49
    เต้าหู้นึ่งกุ้ง!!! อุแงงงง อิสสาฝ่าบาทแล้ว อยากกินอาหารฝีมือน้องบ้างงง
    #1,687
    0
  21. #1651 Gslotte (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 02:56
    อ้าว ฝ่าบาท5555ึึ
    #1,651
    0
  22. #1487 sakura17 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 06:33
    น่ารัก5555
    #1,487
    0
  23. #1406 นู๋ไฉ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 17:58
    ฟังคำอธิบายคล้ายๆ ทอดมันบ้านเราเลยเนาะ แป้งผสมเนื้อปลาแล้วไส่ผัก
    #1,406
    0
  24. #1371 SupapornKaewno (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 15:16
    แต่ละรูป ฮือออหิว
    #1,371
    0
  25. #1361 Airzaa1810 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 10:33
    งื้อออออ หลงรักน้องมากกกกกกกก
    #1,361
    0
  26. #998 เสื้อฮู้ดสีน้ำเงิน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 20:55
    ฮ่องเต้กลับไปทำงานบ้าง อย่าให้เหมือนรัดบานชุดนี้
    #998
    3
    • #998-2 Taylady55555(จากตอนที่ 10)
      15 มีนาคม 2563 / 13:25
      ลั่น5555
      #998-2
    • #998-3 SPDDP Dayn(จากตอนที่ 10)
      20 มีนาคม 2563 / 22:44
      เลาจะไม่นำความชิบหายมาสู่คนแปลนะคะ เดี๋ยวเราจะไม่มีอ่าน555555
      #998-3