Sense of love รักแล้วใช่ไหม ?

ตอนที่ 4 : Ch.4 โดน(ด่า)อีกแล้วหรอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 300
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    8 เม.ย. 63

ตอนนี้ฉันนั่งอยู่บนรถยนต์ของพี่แฟรงค์โดยมีพี่แฟรงค์เป็นคนขับอีกที บรรยากาศในรถตอนนี้เงียบมากแต่แปลกที่ฉันไม่รู้สึกถึงความอึดอัดเลยสักนิด อาจจะเป็นเพราะฉันกับพี่แฟรงค์เลยจุดที่ต้องเขินอายกันแล้วมั้ง ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียวนั้นแหละ

"เราเป็นเพื่อนกับยมมานานแล้วหรอ" พี่แฟรงค์หันมาถามฉันตอนที่รถติดไฟแดงพอดี

"ก็ตั้งแต่ ม.ต้น อะพี่"

"นานขนาดนั้นเลยหรอ ทำไมพี่ไม่คุ้นหน้าเราเลยวะ"

"ตอน ม.ปลาย หนูย้ายไปเรียนอีกทีอะ" ฉัน มะยมแล้วก็ฟายเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ ม.ต้น แล้วแต่ ม.ปลาย ฉันอยากเปลี่ยนบรรยากาศในการเรียนเลยไปสอบเข้าโรงเรียนอีกที่ ถึงอย่างนั้นฉันก็ติดต่อกับพวกมันสองคนมาตลอด จนสอบเข้ามหาลัยได้รู้ว่าได้มหาลัยเดียวกันเลยชวนกันมาอยู่ด้วยกันเพื่อหารค่าเช่าห้องเนี่ยแหละ

"อ่อ แล้วคิดไงเรียนวิศวะ"

"เอาจริง ๆ ไม่คิดอะไรเลย"

"กวนตีน"

"ไม่ได้กวน ก็ตอน ม.ปลาย ถนัดฟิสิกส์สุดไงเลยไปหาในกูเกิ้ลว่าเรียนไรดี แล้วเขาบอกวิศวะก็เลยมาเรียนวิศวะ"

"เชื่อคนง่าย"

จะว่าอย่างนั้นก็ได้นะ คือความคิดตอน ม.6 ฉันมีหลายอาชีพมากทั้งหมอคน หมอหมา เภสัช ทนาย วิศวะ ล่าม นักบัญชี ฮ่าๆ ดูเป็นคนเลือกมากเนาะ แต่จังหวะชีวิตตอนนั้นมันเลือกยากจริง ๆ นะเลยขอเพิ่งพาดวงจากอากู๋เพราะคิดแค่ว่าคนเราถูกกำหนดไว้แล้ว และหวยก็ออกที่วิศวะ

"ก็ไม่เถียง แล้วพี่ล่ะทำไมอยากมาเรียนถาปัตย์"

พี่แฟรงค์เงียบไปสักพัก พักใหญ่ ๆ เลยแหละ นี่แกได้ยินที่ฉันถามใช่ไหม หรือฉันพูดเสียงไม่ดังหรอ ไม่น่า

"...มีคนชวนพี่เรียน"

"ทำไมทำเสียงดราม่างั้นอะพี่ ไม่ถามละ ๆ"

ตอบฉันมาเสียงเศร้าขนาดนั้นรู้เลยว่ามีปม โอ้โห ๆๆ อิขิงรู้แล้วว่าไม่สมควรถามออกไปค่า

"ไม่ได้ดราม่า ก็เพื่อนชวนเรียนก็เลยมาเรียนไง"

"ว่าแต่เขาเชื่อคนง่าย ตัวเองก็ไม่ได้ต่างเหอะ"

หลังจากฉันพูดจบรถเราก็ขับมาถึงหอพักฉันพอดี ฉันกับพี่แฟรงค์เลยลงจากรถแล้วเดินเข้าหอเพื่อขึ้นไปห้องพักแต่ระหว่างทางไลน์ฉันก็เด้งขึ้นพอดี เป็นไลน์จากมะยมแหะ

-Line-

'MaYom : ขิง วันนี้เราไม่กลับห้องนะ'

'Nam-King : อ่าว ไปไหน'

'MaYom : มานอนห้องพี่ซีจ้า'

จ้ายมจ้านอนห้องผัวไปอีก พี่ซีคือแฟนของมะยม พี่แกเป็นพี่เทคของมะยมแต่ไม่ได้เทคแค่ของไง take overเพื่อนฉันไปเลยจ้า หลังจากที่มะยมกับพี่ซีคบกันมะยมก็จะไปนอนห้องพี่ซีบ่อย ๆ ซึ่งทีแรกฉันกับฟายเถียงหัวชนฝามาก มะยมมันเป็นผู้หญิงไม่ค่อยทันคนพวกฉันกลัวว่าพี่ซีจะหลอกมันไปสะระฮึ่มแต่มันก็รับปากพวกฉันว่าจะดูแลตัวเองให้ดี ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมามันก็ดูแลได้

'Nam-King : พี่แฟรงค์มาหามึงอะ'

'MaYom : อ้าวหรอ ไม่เห็นพี่แฟรงค์บอกยมก่อนเลย'

'Nam-King : เรื่องมันยาว'

'MaYom : อ่า งั้นฝากขิงบอกพี่แฟรงค์ด้วยนะ'

'MaYom : แล้วก็อย่าให้พี่แฟรงค์ไปบอกแม่ยมเรื่องนี้นะ'

'Nam-King : ยัยเด็กมีความผิด'

'MaYom : แงง'

'Nam-King : โอเค ๆ เดี่ยวบอกให้'

'MaYom : น้ำขิงน่ารักที่สุด'

'Nam-King : เออ ดูแลตัวเองด้วย'

'MaYom : รับทราบค่ะ'

เห้อ ก็นี่ไงมะยมมันแสนดีอย่างนี้จะไม่ให้ห่วงมันได้ยังไง คุยไลน์กับมะยมเสร็จก็ถึงหน้าห้องพอดี เห้อ หันไปเห็นหน้าพี่แฟรงค์ฉันก็เหนื่อย

"พี่แฟรงค์ ยมมันไม่อยู่ห้องนะไลน์มาเมื่อกี้ว่าจะไปนอนห้องแฟน"

"ไปนอนห้องแฟน ?"

"ใช่ มันให้บอกพี่ด้วยว่าอย่าไปบอกแม่มัน"

"แล้วยมไปนอนบ่อยไหม"

"ก็อาทิตย์ละสามสี่วันได้ พี่ไม่รู้หรอ"

"ก็รู้ แต่ไม่คิดว่าจะถี่ขนาดนี้" พี่แฟรงค์ตอบแล้วทำสีหน้าเป็นกังวล ก็แหงล่ะน้องสาวตัวเองไปนอนห้องผู้ชายมันน่าห่วงจะตาย

"ยมมันดูแลตัวเองได้พี่ อย่ากังวลเลย"

"นั่นน้องสาวพี่นะน้ำขิง"

"ก็รู้ ไม่ได้บอกว่าเป็นแม่พี่สักหน่อย"

"น้ำขิง" พี่แฟรงค์เรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงเรียบ ทำไมฉันรู้สึกเสียวสันหลังขนาดนี้วะ ฉันไม่ควรล้อเล่นใช่ไหมจังหวะเมื่อกี้

"แค่ไม่อยากให้ซีเรียส ยมมันสัญญากับพวกหนูแล้วว่าจะดูแลตัวเอง แล้วมันก็ดูแลตัวเองได้มาตั้ง 3 ปีแล้ว ที่พูดแบบนี้คืออยากให้พี่เชื่อใจในตัวมะยมมันบ้าง มันไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก"

ทำไมฉันจะไม่เข้าใจความรู้สึกพี่แฟรงค์ตอนนี้ ตอนมะยมมันคบกับพี่ซีใหม่ ๆ ฉันก็ห่วงมันจะเป็นจะตาย ตามดูมันเป็นเงาติดตัวแต่พอมะยมมันขอให้มันได้ใช่ชีวิตเองไม่ต้องเป็นห่วงมันขนาดนั้น ฉันเลยปล่อยให้มันทำไปเพราะฉันเชื่อใจว่าคนแบบมะยมไม่ทำอะไรให้ตัวเองเสียใจหรอก

"อืม จะพยายามละกัน"

"งั้นก็เลิกทำหน้าวิตกแล้วเชิญไปนั่งรอที่โซฟาค่ะ เราจะได้คุยเรื่องงานกันสักที" ฉันผายมือให้พี่แฟรงค์เดินไปนั่งที่โซฟา พี่แฟรงค์มันก็อมยิ้มหน่อยแล้วยอมเดินไปนั่ง แหนะอมยิ้มกวนตีนอะไรกูอีก

"หิวน้ำก็เปิดกินเอานะพี่ เดี่ยวหนูไปหาใบรายละเอียดงานก่อน" พูดจบฉันก็เดินเข้าห้องนอนตัวเองไปหาใบโปรเจคที่กองไว้บนโต๊ะทำงาน ตั้งแต่วันที่เข้าไปรับหัวข้อโปรเจคฉันยังไม่ได้เปิดดูอีกสักครั้งเลย

"เค้กในตู้เย็นนี่กินได้ไหม พี่อยากกินของหวานว่ะ" พี่แฟรงค์ถามพร้อมชูเค้กที่ฉันทำไว้เมื่อวานขึ้น

"อยากกินก็กินเหอะพี่"

หลังจากนั้นพี่แฟรงค์ก็ถือเอาเค้กกับน้ำเปล่าออกมา ส่วนฉันก็เดินไปหาพี่มันที่เคาเตอร์กินข้าวพร้อมใบรายละเอียดงาน ใครเป็นเจ้าของห้องวะ งงไปหมด

"อะพี่" ฉันพูดแล้วยื่นกระดาษ A4 ที่มีรายละเอียดงานต่าง ๆ เกี่ยวกับโปรเจคจบของฉันให้พี่แฟรงค์ไปอ่าน พี่แฟรงค์รับใบกระดาษไปอ่านพร้อมกับกินเค้กไปด้วยอย่างสบายใจ นี่ใจคอพี่มึงจะกินหมดถาดไม่เหลือไว้ให้เจ้าของเขาได้กินเลยหรอ

"มีแค่นี้ใช่ไหม" เหมือนพี่แฟรงค์จะอ่านจบแล้ว เลยถามฉันขึ้น

"ใช่ค่ะ"

"โอเค พี่ว่าเรื่องพวกนี้ขิงทำความเข้าใจได้มันไม่ยากขนาดนั้น ขิงก็ทำส่วนที่ขิงรู้ไปก่อนเดี๋ยวดีเทลพวกนี้พี่ช่วย"

พี่แฟรงค์พูดจัดแจงเนื้อหาแต่ละส่วนที่ฉันต้องทำก่อนหลังให้ฟัง ทั้งยังอธิบายรายละเอียดงานของฉันได้ดีกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาฉันอธิบายซะอีก น้ำขิงคนนี้ขอชื่นชม

"โหพี่แม่ง สุดยอดวะ"

"นิดหน่อย" พี่แฟรงค์พูดแล้วยักไหล่เล็กน้อย

"สมกับที่มะยมมันอวดว่าพี่ดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 2  ทำไมพี่ไม่เอา 1 ไปเลยวะ"

"ไม่ชอบเลขคี่อะชอบเลขคู่"   กูถามจริ๊ง นี่หรือคือเหตุผล อิหยังวะมาก ๆ

"อย่างนี้ก็ได้ว่ะ"

"เออน่า แล้วก็เอาโทรศัพท์ขิงมานี่" พี่แฟรงค์ยื่นมือมาตรงหน้าฉันเพื่อที่จะเอาโทรศัพท์ แต่เดี่ยวก่อนเอาไปหยังวะพี่

"เอาไปทำไม"

"พี่จะเมมเบอร์พี่ไว้ให้ จะทำงานด้วยกันยังไงไม่มี contact กัน"

"เออว่ะลืมไปเลย" ฉันก็ลืมไปเลยว่ายังไม่มีช่องทางการติดต่อของพี่แฟรงค์เลย ว่าแล้วก็ยื่นโทรศัพท์ให้พี่มันเมมเบอร์

"อ่ะคืน พี่ยิงเบอร์ขิงเข้าเครื่องพี่แล้วด้วย"

"อือหือแสนรู้"

"ไม่ใช่หมา"

"แฮะ ๆ งั้นเสร็จแล้วก็กลับไหม อยู่ห้องด้วยกันสองคนมันไม่ดีเท่าไหร่"   ถึงแม้พี่แฟรงค์จะเป็นพี่มะยมก็เถอะแต่การอยู่ในห้องสองคนชายหญิงนาน ๆ ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะฉันว่า มันบ่น่าไว้ใจ!

"ทำไมกลัวพี่ทำอะไรเราหรอ"    พี่แฟรงค์พูดแล้วลุกขึ้นค่อย ๆ ก้าวเท้ามาหาฉัน แล้วยังไงคิดว่าอิขิงคนนี้จะก้าวถอยหลังตามสเต็ปนางเองนิยายหรอ โนค่ะ

"ไม่ได้กลัวแต่ง่วง นี่ไล่กลับอยู่"   ไม่ถอยแต่เงยหน้าสู้ไปเลย ให้รู้ซะบ้างว่าไผเป็นไผ

"นั่นน่ะสิไม่น่ากลัว เพราะพี่ไม่ทำอะไรขิงหรอก"

"สุภาพบุรุษจังเล้ย'

"พี่ทำไม่ลง"

พูดเสร็จก็เดินไปประตูห้อง แต่เดี่ยวเหมือนฉันจะโดนด่าอีกแล้วนะ ทำไม่ลงคืออะไรวะไอ้พี่แฟรงค์!

"พี่แฟรงค์! กวนตีน!"

"ฮ่า ๆ ไปละบ๊ายบาย "

หลังจากนั้นพี่แฟรงค์ก็เปิดประตูห้องออกไป ทำไมวะทำไม ทำไมทุกครั้งที่เจอพี่มันฉันต้องโดนหลอกด่าตลอด นี่คือคนที่ฉันฝากความหวังไว้กับการจบการศึกษาของฉันจริง ๆ ใช่ไหม ฉันจะรอดใช่ไหม!

 

--Frank's talk--

ผมเดินออกมาจากห้องน้ำขิงหลังจากแกล้งแหย่น้องมันนิดหน่อย ช่วยไม่ได้ใครบอกให้มันเป็นคนน่าแกล้ง ทำเป็นกลัวว่าผมจะทำอะไรตอนอยู่ด้วยกัน ตัวเองเป็นคนเปิดประตูให้เราเข้าไปแท้ ๆ เพิ่งนึกขึ้นได้หรือยังไงว่าผมเป็นผู้ชาย นี่ถ้าน้องสาวผมมันระวังตัวเองแบบน้ำขิงได้ก็ดีสิ ไม่ใช่หอบผ้าหอบผ่อนไปนอนกับผู้ชายแบบนั้น ไอ้ผู้ชายก็ตัวดีอย่าให้พ่อเจอหน้าจะจัดการสักหน่อย คิดไปก็ทำได้แค่เป็นห่วง

'ที่พูดแบบนี้คืออยากให้พี่เชื่อใจในตัวมะยมมันบ้าง มันไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก'

หึ ลองเชื่อใจดูบ้างก็ได้

 

***************************************************************************************************************************************************

พี่แฟรงค์จะเชื่อใครไม่รู้แต่ตอนนี้อินี่เริ่มไม่เชื่อตัวเองละว่าแต่งคอมเมดี้ ทำไมเหมือนมันจะไหลไปรักโรแมนซ์ ฮ่าๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น