Sense of love รักแล้วใช่ไหม ?

ตอนที่ 3 : Ch.3 เคเพื่อน เค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 328
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    6 เม.ย. 63

วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันต้องเข้าคณะเพื่อมาเรียน ชีวิตนักศึกษาปี 4 ใครคิดว่าไม่มีเรียนแล้วจะสบายนี่หยุดคิดก่อนจ้ะ วิชาเรียนมันยังเหลืออยู่นะคะทุกคนถึงเป็นวิชาที่เนื้อหาไม่เข้มข้นเหมือนปีที่ผ่านมา แต่มันก็ต้องเอาไปใช้ แล้วยิ่งเป็นคณะฉันแล้วด้วยทฤษฎีกับปฏิบัติต้องแม่นพอกันเลย ไม่งั้นจะไปทำไรได้ เหมือนโปรเจคจบที่ได้ไปนั่นแหละ ถ้าทำเรื่องแค่นั้นไม่ได้แล้วจะไปทำอย่างอื่นได้ไง อาจารย์ท่านหนึ่งได้กล่าวไว้

"ขิง มึงเริ่มทำโปรเจคยัง"

รุจ เพื่อนผู้ชายในภาคฉันถามขึ้นหลังจากเรียนเสร็จคาบสุดท้ายของวัน รุจเป็นทั้งเพื่อนตอนเรียนตอนมัธยมแล้วก็ยังกลายเป็นเพื่อนภาคเดียวกันด้วยแต่ฉันกับมันมาสนิทกันจริง ๆ ก็ตอนกินเหล้าเลี้ยงภาคนี่แหละ อย่างว่าแหละค่ะ เหล้าเข้าปากทีใครเดินผ่านก็ทักไปหมด นึกว่า สส.

"กูหาแรงบันดาลใจอยู่"

"แรงบันดาลใจหรือมึงขี้เกียจ พูดมาตรง ๆ "

ฟีฟ่า หรือบุคคลที่ฉันชอบเรียกว่าฟ่าพูดขึ้น ไอ้นี่มันรู้ไส้รู้พุงฉันดีและแน่นอนว่าพวกฉันสนิทกันจากการกินเหล้า ทำไมมันหนีไม่พ้นเรื่องนี้จริง ๆ วะงง

"มึงอย่าไปว่ายายแกสิ"

นี่อีกคน ภีม กะเทยร่างชายแต่ใจโคตรหญิง ภีมเป็นคนที่มีความย้อนแย้งในตัวเองสูงมาก คือมันเป็นกะเทยรักสวยรักงาม แต่ชอบคำนวณชิปหายเลยมาลงวิศวะเพราะได้ของแถมเป็นอาหารตามากมาย แต่ก็ไม่เข้าใจมันอยู่ดีว่ามันจะมาเรียนโยธาทำไมเพราะมันบ่นทุกวิชาที่มันได้เรียนตั้งแต่ปี 1 จนถึงปี 4 ว่าทำให้คนบอบบางแบบมันดูมาดแมน แต่เอาจริงไหมพอเรียนจริง ๆ นางก็สลัดคราบนางสาวออกเหลือแต่คราบนายจนอาจารย์ยังปรับอารมณ์ตามไม่ทัน

"พูดมากอิภีม"

"อ้าย! มึงเรียกใครภีมอิขิง ฉันชื่อพราวจ้ะ"

"พราวห่าไรมึงอีก เปลี่ยนชื่อไม่ซ้ำวันอย่างกับไอ้ฟ่าเปลี่ยนผู้หญิง"

นี่ไม่ได้พูดเกินจริงนะ ไอ้ฟ่ามันเสือผู้หญิงจริง ๆ คุยกับผู้หญิงหมดทุกคณะแล้วมั้งตั้งแต่เข้ามหาลัยมาเนี่ย

"แหนะ ใส่ร้ายกู"

"เอออิขิง มึงอย่ามาใส่ร้ายผัวกู ไอ้ฟ่ามันจะเปลี่ยนผู้หญิงยังไงในเมื่อผู้หญิงคนเดียวที่อยู่กับมันคือกู"

"มึงเป็นกะเทยอิภีม"

"มึงสิกะเทย อีกอย่างกูชื่อพราว"

"พอได้แล้วพวกมึงเนี่ย! แล้วตอบกูด้วยว่าเริ่มทำโปรเจ็คกันยัง"

เป็นรุจที่เข้ามาห้ามศึกน้ำลายระหว่างฉันกับภีมก่อน คงจะขี้เกียจฟังพวกฉันออกนอกเรื่องกันมากกว่านี้แล้วแหละ

"แหม่ ๆ แล้วถามแค่ขิงหรอครับเพื่อนรุจ"

ไอ้ฟ่าพูดขึ้น เออวะมันถามแค่ฉันหรือถามทุกคนวะ นี่ยิ่งเป็นคนตีความภาษาคนตกต่ำ

"ถามพวกมึงทุกคนแหละครับ ยังไงเริ่มทำกันยัง"

"กูยังจ้า" ภีม

"ผมก็ยังค้าบ" ฟีฟ่า

"แหะๆ ไม่เริ่มเปิดคอมเลยค่ะพ่อ" ฉันเอง

"พวกเวร แล้วพวกมึงจะทำทันกันไหม คิดว่าโปรเจคจบมันง่ายเหมือนโปรเจคที่ผ่านมาหรือยังไงหา!"

นั้นไง องค์พ่อลงประทับร่างไอ้รุจแล้ว รุจมันจะเป็นคนที่คอยตามให้พวกฉันทำงานทุกอย่าง นอกจากจะเป็นบุคคลที่ได้คะแนนสูงสุดของภาคแล้วมันก็คือพ่อบังเกิดเกล้าของพวกฉันทุกคน มันทำให้พวกฉันเรียนได้แบบสบาย ๆ ทุกวิชา นี่บอกเลยนะเพื่อนแบบนี้ควรรักษาและเคารพนะคะ แล้วก็เป็นปกติเหมือนกันที่พวกฉันจะขี้เกียจทำงานทุกอย่างที่ได้รับมอบหมาย ถ้าไม่เดดไลน์อาทิตย์หน้าพวกฉันไม่มีทางเริ่มทำแล้วรุจก็จะมาไล่ด่าพวกฉันทีละคนๆๆ

"ขอโทษค่ะ/ครับพ่อ" พวกฉันสามคนประสานเสียงขึ้นพร้อมกัน

"อย่ามาเรียกกูพ่อ"

"ฮืออ แด๊ดดี๊ไม่อ่อนโยนอะ"

ภีมทำท่าเบะปากจะร้องไห้ เป็นฉันจะไม่ทำนะภีม หน้าตามันตอนนี้ล่ออวัยวะเบื้องล่างมากกว่าโดนปลอบโยน

"เออ เนี่ยกูจะเริ่มวันนี้แหละครับ แล้วมึงทำแล้วหรอ" ฟ่าตอบแล้วถามรุจกลับ

"เริ่มแล้ว ได้เกือบครึ่งแล้วด้วย" รุจตอบ

"โอ้มายก๊อด มึงจะรีบไปไหนคะ ส่งตั้ง 2 เดือนข้างหน้า" ภีมว่าแล้วทำสีหน้าตกใจ เออฉันก็ตกใจ มึงจะรีบไปเพื่อ?

"รีบทำจะได้ไปทำอย่างอื่น"

"อย่างอื่นคือการช่วยพวกกูใช่ไหม"

"ไม่ใช่"

"แงงง แด๊ดดี๊ใจร้ายอีกแล้ว!"

"มึงเปลี่ยนชื่อเป็นน้ำขิงดูดิ เผื่อแด๊ดดี๊มึงจะอยากช่วย" ไอ้ฟ่าพูดให้ภีมได้ยินสองคนแต่เสียงมึงไม่ได้เบาฟ่า กูได้ยินโว้ย

"เกี่ยวอะไรกับกู"

"เออ มึงพูดมากอะไรฟ่า"

"เปล๊า ใช่ไหมเมียจ๋า"

"ใช่ค่ะผัวขา ปะเลิกเรียนแล้วไปกินกันเถอะค่ะ"

"กินข้าวก็พอ ถือว่ากูขอ"

พวกบ้าสองตัวนี้บทจะเข้ากันก็เข้าเป็นปี่เป็นขลุ่ย แต่พอพูดถึงข้าวก็หิวข้าวแล้วแหะ ตั้งแต่กินข้าวเที่ยงมาจนเรียนเสร็จตอนนี้ก็ทุ่มกว่าแล้วยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย หิวว

"เออข้าวก็ข้าว วุ้เสียดายไม่เคลิ้ม" ภีมตอบกลับฟ่าด้วยความผิดหวัง มึงจะบ้าแล้วภีมใครเขาจะเคลิ้มกับมึง

"กินร้านไหนดี" รุจถามขึ้นมา

"ร้านคุณยายหน้าหออิภีมไหม กูอยากกินต้มยำแก"

ฉันเสนอร้านขึ้น ร้านคุณยายเป็นร้านอาหารตามสั่งที่ทำกับข้าวได้รสมือแม่มาก ๆ กินทีคือคิดถึงแม่มากอยากกลับไปซบลงที่ตรงตักแม่ทันที

"เอาดิ ไม่ได้กินนานละ" ฟีฟ่า

"เสนอร้านดีมากกะเทย ใกล้หอกู"

"งั้นก็ไปครับ พูดกันอยู่นี่คงได้กิน"

หลังจากตกลงกันด้วยเสียงเอกฉันท์เราก็เดินทางไปร้านคุณยายทันที ใช้เวลาประมาณสิบนาทีก็ถึง พวกเราจัดการสั่งข้าวเป็นกับมากินด้วยกัน เหมือนกับทุกครั้งที่มาร้านนี้ก็อย่างที่บอกร้านนี้รสมือแม่ กินข้าวเป็นกับให้ฟีลเหมือนอยู่บ้านดี

"อ้าว น้องน้ำขิงมากินข้าวหรอ"

เสียงนี่มัน.. ฉันเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์แล้วก็พบกับไอ้พี่แฟรงค์ ตั้งแต่วันที่พี่มันเอาน้ำล้างเท้ามาใช้ประคบมือฉันก็ไม่เจอกันได้ประมาณสองสามวันแล้ว นี่ลมอะไรพัดมาให้ฉันเจอพี่มันตอนนี้วะ

"อยู่ร้านข้าวมาซักผ้ามั้งพี่"

"อะ กวน -ีน" จะด่าทั้งทีไม่ต้องมาเซ็นเซอร์ก็ได้มั้งฉันว่า

"แล้วนี่ขาหายยัง" พี่แฟรงค์ถามขึ้นเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าล่าสุดที่เจอกันทำบาดแผลอะไรให้ฉันไว้บ้าง แหมทำเป็นถามไถ่ หน้าไหว้หลังหลอก

"หายแล้ว เพราะไม่ได้เอาน้ำล้างตีนมาใช้"

"แหนะมีเคือง ก็บอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ พี่ก็เลือกเอาตรงที่มันไม่โดนเท้าแกแล้วนะ"

"แต่มันอยู่ในกะละมังเดียวกันโว้ย"

"อิขิง ใครวะ"

สงสัยฉันจะคุยกับพี่แฟรงค์นานจนไม่ได้สังเกตว่าตอนนี้เพื่อน ๆ ร่วมโต๊ะฉันมีแววตาสอดรู้สอดเห็นกันมากว่า 'คนคนนี้เป็นไผ' จนภีมถามขึ้นนั่นแหละ แล้วนี่ฉันต้องแนะนำคนแบบนี่ให้เพื่อนฉันได้รู้จักจริง ๆ หรอวะ

"สวัสดีครับ พี่ชื่อแฟรงค์ครับ"

ฉันยังตกลงกับตัวเองไม่ได้เลยเสียงอิพี่แฟรงค์ก็ดังขึ้นแนะนำตัวกับเพื่อน ๆ รอบโต๊ะฉันเรียบร้อย อะโอเคจ้ะ รู้จักกันไปเลย

"สวัสดีค่า หนูพราวค่ะเป็นเพื่อนขิง ส่วนอิสองตัวนั้นก็รุจกับฟีฟ่าค่ะ"

"สวัสดีครับ" รุจกับฟีฟ่ายกมือไหว้พี่แฟรงค์แบบงง ๆ น่าจะอารมณ์ประมาณอ้าวแนะนำกันมาอย่างนี้กูต้องทำยังไงถ้าไม่ไหว้แบบไทย ส่วนอิพี่แฟรงค์ก็ขานแล้วรับไหว้ไป

"แล้วพี่แฟรงค์เป็นอะไรกับอิขิง เอ้ย น้ำขิงหรอคะ" อิภีมถามพี่แฟรงค์ด้วยแววตาสอดรู้สอดเห็นเป็นอย่างมาก นี่ไม่รู้ว่าสนใจเรื่องที่ถามหรือสนใจผู้ชายที่ตัวเองถาม

"พี่แฟรงค์เป็นพี่ชายมะยม เมทกู" ฉันตอบคำถามภีมไป จากนั้นมันก็ส่งสายตาประมาณว่า 'กูไม่ต้องการคำตอบจากมึง' นั่นไงคะคุณผู้ชมเพื่อนฉันมันสนใจผู้ชาย!

"อ่อ มะยมที่เป็นดาวภาคเคมีอะนะ" คำถามนี้ออกจากปากใครไม่ได้นอกจากฟีฟ่า บุคคลที่เมมโมรี่ผู้หญิงสวยไว้ในหัวมากกว่าเรื่องตัวเอง

"ใช่ แหมบอกเป็นเมทกูจำไม่ได้แต่พอบอกเป็นดาวเคมีละจำได้ มึงนี่มัน"

นี่คือสิ่งหนึ่งที่ฉันยังไม่ได้บอกทุกคนว่ามะยมมันหน้าตาดีและมีดีกรีเป็นถึงดาวภาควิชาวิศวกรรมเคมี ถึงมันจะไม่ได้เป็นดาวคณะเพราะตอนประกวดโชว์ความสามารถพิเศษได้น่าอับอายด้วยการรำดีดไหคร่อมจังหวะก็เถอะ เพื่อนฉันก็ได้รางวัลขวัญใจมวลชนมานะ

"อือหือมิน่าล่ะ น้องหน้าตาดียังไงพี่ก็เลยหน้าตาดีอย่างนั้น" ภีมพูดออกมาแบบเหม่อลอย เบาได้เบาภีม

"กูว่ามึงเวอร์ไป"

"กับข้าวมาแล้วลูก"

พูดกันได้แค่นั้นกับข้าวที่พวกฉันสั่งไปก็มาเสิร์ฟพอดี หือหอมมาก คุณยายไม่เคยทำให้หนูผิดหวัง

"แล้วพี่แฟรงค์มากินข้าวกับใครคะ" ภีมถามพี่แฟรงค์ขึ้นระหว่างที่รับอาหารมาจากคุณยาย

"พี่มาคนเดียวครับ"

"โห้ยเหงาแย่ ถ้าไม่รังเกียจมานั่งกับพวกเราได้นะคะ"

ภีมเอ่ยชวนพี่แฟรงค์มาร่วมโต๊ะกินข้าวกับพวกฉัน เดี่ยวก่อนภีมมึงถามพวกกูหรือยัง มองหน้าเพื่อนสิภีม

"ได้หรอ พวกเราจะอึดอัดหรือเปล่า"

"ไม่พี่ไม่ มาเลยครับ เชิญ ๆ " ไอ้ฟ่าก็เป็นไปอีกคน ชวนทำไมไม่มองหน้าเพื่อนก่อน ไอ้พวกชิปหาย

"โอเค งั้นไม่เกรงใจละนะ"

แล้วตอนนี้บนโต๊ะกินข้าวก็มีพี่แฟรงค์มาร่วมกินข้าวกับพวกฉันเรียบร้อย ถามว่าบรรยากาศตอนนี้อึดอัดไหม ไม่เลยจ้า ห่างไกลคำว่าอึดอัดไปมากเพราะพี่แฟรงค์ ภีม ฟีฟ่าชวนกันคุยไม่หยุด นี่เคยเป็นญาติกันมาก่อนแล้วไม่เจอหน้ากันนานหรอวะงง มีอะไรให้คุยมากมายขนาดนั้น

"สรุปแล้วตอนนี้พี่แฟรงค์ก็เลยมาช่วยไอ้ขิงทำโปรเจคจบ ?" ฟีฟ่าถามหลังจากที่คุยกันได้ความว่าฉันไปขอร้องให้พี่แฟรงค์มาช่วยงานโปรเจคจบ แต่ใช้คำว่าขอร้องได้หรอ ฉันยังไม่ได้ขอร้องพี่มันเลยเถอะ

"ใช่แล้ว" พี่แฟรงค์ตอบกลับ

"ฮือ อิขิงดีอะมีคนช่วยด้วย ไม่เหมือนกูที่ต้องทำคนเดียวแบบเหงา ๆ"

"มึงใจเย็นก่อน เหงาอะไรของมึง พวกมึงไม่เจอโปรเจคจารย์พีเหมือนกูหนิ แม่งวุ่นวายจัด"

ภีมบ่นมาฉันก็บ่นกลับอะ โปรเจคพวกมันไม่ต้องมาวุ่นวายกับดีเทลละเอียด ๆ แบบฉันสักคน ก็อย่างที่บอกไปโปรเจคฉันมันเหมือนงาน interior จารย์ลืมไปหรือเปล่าว่าฉันเรียนอะไร

"แล้วพี่แฟรงค์ได้ช่วยอะไรขิงมันยังครับ" รุจถามขึ้นหลังจากที่รับบทเป็นผู้ฟังมานาน ฉันเกือบลืมแล้วว่ารุจมันยังนั่งอยู่ ฮ่าๆ

"ยังเลย รายละเอียดยังคุยกันไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ"

"ก็ดูเจอกันแต่ละทีดิพี่ เคยได้คุยกันดี ๆ สักครั้งไหม"

เอาจริง ๆ ฉันว่าจะคุยรายละเอียดงานกับพี่มันตั้งแต่วันที่ทำคุกกี้แล้ว แต่เหตุการณ์มันพาทำให้อารมณ์เสีย เลยไม่อยากเจอหน้า ยังไม่อยากคุยอะ

"เราอะทิฐิ"

"ทิฐิอะไร what?!"

"มึงก็คุยวันนี้เลยดิขิง ไหน ๆ ก็เจอกันแล้ว" ภีมเสนอขึ้น

"ใบรายละเอียดงานอยู่ห้องอะ ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย"

"งั้นก็ไปเอากันอยู่ห้อง" ฟีฟ่าโพล่งขึ้น แต่คำพูดมันดูสองแง่สองง่ามนะฟ่า

"หมายถึงมึงก็ไปเอาใบรายละเอียดงานอยู่ห้อง ส่วนพี่แฟรงค์ก็ไปคุยรายละเอียดงานอยู่ห้องมึง" ขอบคุณฟ่าที่ยังช่วยขยายความอยู่

"เออพอดี มึงก็กลับกับพี่แฟรงค์ไปเลยพวกกูจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปส่ง"

ภีมพูดขึ้น เพราะวันนี้ฉันไปเรียนแบบอาศัยใบบุญของภีมให้มันมารับฉันที่หอ นี่แค่การยูเทิร์นรถแค่ไฟแดงเดียวมันทำให้เพื่อนเสียเวลาในการไปส่งฉันขนาดนั้นเลยหรอ เสียเวลาหรือขี้เกียจกันแน่นะ

"เอาดิ พี่จะได้ไปหามะยมด้วย" ไอ้พี่แฟรงค์ก็เห็นดีเห็นงามไปกับเขา อะไรกันครับเนี่ย พวกเขาเห็นฉันเป็นอะไรร

"โอเคตามนั้นเนาะ งั้นก็จ่ายตังค์แล้วแยกย้ายครับ ขิมมึงหารมา"

ฟีฟ่าพูดเองเออเองเสร็จสรรพแล้วยื่นบิลค่ากับข้าวมาให้ฉันหาร แต่ก็โดนพี่แฟรงค์แย่งบิลไปก่อน

"เดี่ยวมื้อนี้พี่เลี้ยงเอง อุตส่าห์ให้พี่นั่งโต๊ะด้วย"

"เห้ยพี่เกรงใจ ไม่เอา"

"นั่นดิพี่ แค่นี้เอง"

ฟีฟ่ากับรุจพูดให้พี่แฟรงค์ รุจอะพอเข้าใจว่ามันเกรงใจจริงแหละ แต่ฟีฟ่านี้ไม่ใช่แล้วปากมันบอกเกรงใจแต่ตาเป็นประกาย กูงงมาก

"ไม่เป็นไร ๆ"

"หล่อ ใจดี สายเปย์ขนาดนี้สนใจกะเทยไว้เลี้ยงไหมคะ" ภีมพูดขึ้นติดตลก พอให้พี่แฟรงค์หัวเราะหน่อย ๆ

"กะเทยควายแบบมึงเลี้ยงตัวเองได้อยู่แล้ว" ฉันหมั่นไส้ภีมนิดหน่อยเลยพูดด่ามันไป แล้วก็ตามคาดได้สายตาอำมหิตจากมันมาแต่ถามว่ากลัวไหม ก็ไม่

"พอกันได้แล้วพวกมึง วันไหนไม่กัดกันแล้วจะตาย" รอบนี้ฟีฟ่าเป็นคนห้ามทัพ

"ก็ได้ เห็นว่าผัวห้ามนะเลยยอม" ภีมตอบกลับไป

"ไปเถอะแยกย้าย ไปละนะครับพี่แฟรงค์" ฟีฟ่า

"ขอบคุณสำหรับอาหารนะคะ ฝากอิกะเทยขิงด้วยนะคะ" ภีม

"ฝากขิงด้วยนะครับ" รุจ

หลังจากนั้นทุกคนก็เดินจากไป ใช่ค่ะทุกคนทิ้งฉันไว้กับคนแบบนี้โดยไม่คิดห่วงหาฉันบ้างหรอ ฉันเป็นเพื่อนพวกมันจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย

"นั่งอยู่นั่น จะกลับไหมหออะหรือกินจนลุกไม่ได้แล้ว"

พี่แฟรงค์มันพูดจบก็ลุกขึ้นจากโต๊ะเดินออกจากร้านไปเลย แล้วคือฉันต้องเดินตามออกไปใช่ไหม ประโยคเมื่อกี้คือการชวนกลับบ้านหรอวะ มันดูเหมือนพี่มันจะด่าว่าฉันอ้วนจนลุกไม่ขึ้นนะ เอ้ะมันด่าฉันหนิ ไอ้พี่แฟรงค์ ด่ากูอีกแล้ว!!

 

คือเอาจริงนะไม่คิดว่าจะมีคนอ่าน อยากบอกว่าพวกคุณหลงผิดแล้วค่ะ ฮ่าๆ อย่าคาดหวังนะคะ เอาผ่อนคลายพอ อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น