Sense of love รักแล้วใช่ไหม ?

ตอนที่ 2 : Ch.2 สวัสดี..ค่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    6 เม.ย. 63

"มะยม~~~ ทำขนมกินกันไหม"

วันนี้เป็นวันหยุดของฉันแล้วก็เป็นวันที่มะยมมันโดนงดคลาส ฉันเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ อยากหาอะไรทำ เลยชวนมะยมมันทำขนมกินกัน ปกติฉันจะทำกับข้าวกินกับมะยมมันบ่อย เห็นอย่างนี้คนทำกับข้าวคือฉันนะจ้ะ ส่วนมะยม..ให้มันเป็นลูกมือแหละ ดีสุด

"ทำๆๆ ทำไรดี"

"กูอ่านการ์ตูนแล้วอยากทำคุกกี้ตามเขาอะ"

"อาหารตามการ์ตูนอีกแล้ว"

"ก็รอดทุกครั้งปะ ระดับนี้"

"อ่าจ่ะ แล้วของเรามีหรอ ในตู้เย็นไม่เห็นมีอะไรเลยนะ"

"เดี่ยวกูลงไปซื้อ จะไปซื้อผ้าอนามัยด้วย"

"ฝากนมกล้วยหน่อยย"

"ได้ แค่นี้ใช่มะ ไปแล้วนะ"

หลังจากฝากฝังของฝากกันเสร็จฉันก็เดินลงมาซื้อของที่มาร์ทใกล้ ๆ หอพัก ดีที่วันนี้อากาศดีฉันสามารถเดินได้แบบประหนึ่งเดินที่ญี่ปุ่น พูดอย่างกะเคยไปอีก ไม่จ้า อีกอย่างโซนที่พักฉันมันใกล้ทุกอย่าง ใกล้มาร์ทซื้อของ ใกล้ยิมที่ไม่เคยคิดจะเข้าไป ใกล้คาเฟ่ที่แพงชิปหายรสชาติก็ไม่ถูกจริต ใกล้วินมอไซค์ที่คุ้นเคยกันดุจญาติมิตร ใกล้ไรอีก คิดไม่ออกละเดี่ยวบอกใหม่อีกที ฉันใช้เวลาซื้อไม่นานเท่าไหร่ แต่เวลาเอ้อระเหยนานมาก ขอเวลาให้เชฟขิงหน่อยนะมะยมจ๋า

 

-- Frank's talk --

"ฮัลโหลมะยม พี่ถึงหน้าห้องแล้ว"

ผมวางสายจากน้องสาวอันเป็นที่รักยิ่ง มะยมเป็นลูกพี่ลูกน้องผมแต่ก็เอ็นดูน้องมันเหมือนกับน้องแท้ ๆ ผมไม่เจอมะยมนานเกือบจะครึ่งปีได้แล้ว เป็นช่วงที่ต่างคนต่างยุ่งแต่ก็ไลน์อัพเดตชีวิตกันบ่อย ๆ แล้ววันนี้ได้ฤกษ์งามยามดี แม่มะยมฝากผมเอาของมาให้น้องพอดีเลยแวะมาหาน้องที่ห้องพักซะเลย

"มาแล้วค่าา เข้ามา ๆ พี่แฟรงค์"

"ชวนผู้ชายเข้าห้องหรอเรา"

"ก็พี่ไหมล่ะ"

"เอานี่ ของแม่เราฝากมาให้"

มะยมทำหน้ายุ่งใส่ผมแต่มือก็หยิบเอาของที่แม่ฝากมาให้ไปเก็บในห้องนอน ก่อนจะเดินออกมานั่งข้างผมบนโซฟา

"พี่แฟรงค์เป็นไงบ้าง เหนื่อยไหมขับรถมาจากบ้านเลย"

"นิดหน่อยแต่ก็ชินละ"

"แล้วนี่พี่จะกลับบ้าน หรือนอนคอนโดคะ"

"กลับคอนโดครับ พี่มีงานพอดี"

"อ่อ เออ ยมลืมถามพี่แฟรงค์เลย"

"ว่ายังไง"

"พอดีเพื่อนยมอะ เมทยม น้ำขิงอะ"

"อ่าหะ"

เออออไปก่อน หน้าจำไม่ได้แล้ว ใครวะยม

"ขิงมันได้โปรเจคจบยากอะ แล้วมันเกี่ยวกับ interior งานพี่แฟรงค์พอดี"

"อือฮึ"

"ยมรบกวนพี่แฟรงค์ช่วยดูให้ขิมมันหน่อยได้ไหม"

อืมม งานโปรเจคจบหรอ มันจะมีอะไรยากขนาดนั้นวะ แต่ช่วงนี้งานไม่เยอะเท่าไหร่ เบื่อ ๆ เซ็งๆ ด้วย ทั้งมะยมเป็นคนขออีกก็ทำให้น้องมันหน่อยก็ได้ ไม่รบกวนเวลาผมมากหรอกมั้ง

"อืม ได้ดิ"

"จริง ๆ นะ ! "

มะยมมองหน้าผมด้วยแววตาดีใจที่ผมเริ่มสงสัยล่ะ ว่างานเพื่อนหรืองานตัวเอง

"พี่ไม่เคยโกหกยมนะ แล้วไหนล่ะเมทเรา"

"อ่อ ขิงมันลงไปซื้อขอ.."

"มาแล้วจ้าา"

มะยมยังตอบคำถามผมไม่จบ ก็มีเสียงขัดขึ้นก่อน เท่าที่ฟังดูน่าจะเป็นเมทของมะยมที่ผมเพิ่งถามถึง ไม่ตายง่ายนะครับคนแบบนี้ พูดถึงปุ๊ปมาปั๊ป ผมหันไปมองตามเสียงนั้นแล้วเห็นกับผู้หญิงที่ใส่เสื้อยืดกางเกงบอล ผมยาวถูกมัดรวบพอลวก ๆ แบบเป็นสไตล์แต่ก็ไม่ใช่ น่าจะออกไปที่คำว่ากระเซอะกระเซิ้ง (ภาษาอีสานวันละคำ) หน้าสดแบบส๊ดสด นี่ยังมีผู้หญิงที่ไม่ห่วงภาพลักษณ์อะไรขนาดนี้จริง ๆ หรอวะ

"อ้าวขิงมาพอดี พี่แฟรงค์ถามถึงเมื่อกี้เลย"

"หือ ? ถามถึง ?"

"ใช่ ยมคุยกับพี่แฟรงค์เรื่องโปรเจคขิงแล้ว พี่แฟรงค์เลยถามหาขิงไง"

"อ่อ สวัสดีค่ะ"

ผมรับไหว้น้องที่พูดสวัสดีพร้อมยกมือไหว้ผมแบบลำบากนิดหน่อย เพราะถุงข้าวของที่น้องหอบมามันดูเทอะทะไปหมด จากนั้นน้องก็เอาของไปเก็บในโซนครัว คือห้องมะยมมันเป็นห้องชุดใหญ่คล้ายคอนโดที่มีห้องนอนแยก 2 ห้อง ข้างนอกเป็นโซนนั่งเล่นกับโซนครัวที่ถูกแยกออกด้วยเคาเตอร์กินข้าวธรรมดา

"พี่แฟรงค์สะดวกเป็นที่ปรึกษาให้หนูใช่ไหมพี่ มันไม่รบกวนพี่เกินไปใช่ไหม"

น้ำขิงถามผมหลังจากวางของไว้โซนครัว แล้วนั่งลงตรงเก้าอี้ใกล้ ๆ ด้วยท่าทางที่ไม่มีคำว่ากุลสตรีเลยสักนิด น้องยังเห็นผมเป็นผู้ชายอยู่ใช่ไหมวะ ช่วยเขินอายพี่สักนิด

"ไม่รบกวนหรอก ช่วงนี้พี่เบื่อ ๆ พอดี"

"โห้ยยย ขอบคุณค่าา"

"พูดค่ะเป็นด้วยหรอเรา"

ผมแกล้งพูดแหย่น้องมันไป ไม่รู้ทำไมทั้งที่ไม่เคยคุยกับน้องมันมาก่อนแต่รู้สึกว่ากวนตีนมันได้ ฮ่า ๆ

 

-- NamKing's talk --

ฉันว่าพี่ชายยัยมะยมกวนตีนฉันนิดหน่อยนะ ทำไมพี่พูดเหมือนเราสนิทกันขนาดนั้นวะคะ ฉันก็ผู้หญิงนะโว้ย ทำไมจะพูด คะ/ค่ะ ไม่ได้

"พูดได้ดิพี่ หนูเป็นผู้หญิงนะ ฮ่า ๆ"

"โห้ ผู้หญิงแมน ๆ อะเรา นี่เราแมนกว่าพี่ด้วยซ้ำพี่ว่า"

"เอ้ะ.."

"เออ! ขิงจะทำคุกกี้หนิ ปะ ๆ ไปทำคุกกี้กันดีกว่า"

ฉันกำลังจะพูดต่อแต่โดนมะยมมันขัดขึ้นก่อนเรื่องจะทำคุกกี้ เออละทิ้งความสงสัยว่าโดนด่ารึเปล่าเมื่อกี้ไว้แล้วไปทำขนมกินดีกว่า วุ้ยย

"นี่เราจะเข้าครัวหรอมะยม"

พี่แฟรงค์ถามมะยมด้วยสีหน้าตกตะลึ่งเล็กน้อย ก็แหง ถึงมะยมมันจะอ่อนหวานให้ตายยังไงแต่เรื่องการทำอาหารนี่ พักก่อนยม พัก!

"เป็นลูกมือเฉย ๆ เชฟตัวจริงน้ำขิงต่างหาก"

"หือ เราเนี่ยนะ ? เข้าครัวเป็นด้วย ? "

พี่แฟรงค์หันหน้ามาถามฉันด้วยหน้าตาสงสัยปนกวนตีนเล็กน้อย ทำไมวะ เป็นฉันมันจะเข้าครัวไม่ได้เลยรึยังไง เอ้ะ! ฉันจะมีน้ำโหแล้วนะ

"เป็น"

"เอาอย่างนี้ไหมคะ ไหน ๆ พี่แฟรงค์ก็อยู่นี่แล้ว รอกินคุกกี้ฝีมือพวกเราเลยไหม"

"เอาสิ พี่ว่างพอดี"

"จะดีหรอมึง พี่มึงจะกินได้หรอ"

"ก็ถ้าทำอร่อย พี่ก็กินได้อยู่แล้วไหม"

เมื่อกี้ไม่ใช่การพูดดูถูกฉันใช่ไหม แต่สายตาของพี่แฟรงค์นี่มันดูถูกกันชัด ๆ หน็อยไม่รู้ซะแล้วว่าอิน้ำขิงคนนี้มันไม่เคยยอมคน แล้วมาหมิ่นเรื่องทำกับข้าวอิขิงยอมไม่ได้!

"ระดับน้ำขิงแล้วพี่แฟรงค์มันต้อ.."

"หนูว่าพี่หุบปากแล้วนั่งรอบนโซฟาดี ๆ เถอะ"

"..."

"ปะยม ไปทำขนมมาให้คนแถวนี้เอาเข้าปากจะได้อยู่นิ่ง ๆ ดีกว่า"

ฉันชวนมะยมแล้วเดินเข้าไปในโซนครัว เตรียมของสำหรับทำคุกกี้ไว้ ไม่นานมะยมมันก็เดินเข้ามาช่วยฉันทำ ใช้เวลาเตรียมส่วนผสมไม่นานก็เอาเข้าหม้อหุงข้าวรอเวลา เพราะอยู่ห้องไม่มีเตาอบเลยต้องใช้วิธีนี้แหละนะ ส่วนอิพี่แฟรงค์ก็ไปคุยโทรศัพท์ด้านนอกมั้ง ไม่รู้ ไม่ได้สนใจ

"ขิง ไม่ได้โมโหใช่ไหม"

ช่วงที่รอขนมสุกมะยมก็กระซิบถามฉันเบา ๆ คงกลัวพี่แฟรงค์เข้ามาได้ยินมั้ง อีกอย่างมะยมมันยิ่งเซ็นซิทีฟกับเรื่องพวกนี้ด้วย กลัวฉันระเบิดลงกลางห้องอะดิ ก็เพื่อนฉันมันนางงาม!

"โมโหไรอะ กูไม่ได้โมโห"

"แต่ท่าทางขิงแบบ"

"กูแค่รู้สึกทนไม่ได้นิดหน่อยกับคำสบประหม่า อีกอย่างพี่มึงกวนตีนกูนิดหน่อย"

"จริง ๆ ยมว่าเรื่องนี้แปลกมากเลยนะ พี่แฟรงค์ไม่เคยพูดแบบนี้กับคนที่เพิ่งรู้จักเลยนะ ทำไมถึงพูดกับขิงแบบนี้ก็ไม่รู้"

"กูจะรู้ไหมล่ะ หน้ากูเหมือนตีนมั้ง พี่มึงเลยอยากกวนอะ"

ฉันไม่ได้จะกวนมะยมมันกลับนะ แต่คือคนมันกวนตีนอะ ให้ฉันหาเหตุผลอะไรมาอธิบายการกระทำวะ เหตุผลของการกวนตีนก็คือคน ๆ นั้นนิสัยกวนตีนไง

"แหนะ ว่าตัวเองอีก ขิงออกจะน่ารัก"

"มีแค่มึงนี่แหละยมที่ชมกู ฮ่า ๆ "

อันนี้ไม่ได้โกหก เพื่อนทุกคนที่ฉันรู้จักไม่เคยมีใครชมว่าฉันน่ารักเลย มีแต่บอกว่าฉันแมนเกินผู้ชาย ฉันเป็นผู้ชายที่บังเอิญมีมดลูก อะไรเทือก ๆ นั้น มีแต่คนหลงผิดแบบมะยมเนี่ย เอาอะไรมามองว่าฉันน่ารัก งงไปหมด

ติ๊ง~ !

"อ่ะ สุกแล้ว มึงไปเอาจานมาใส่เลย ๆ "

"โอเคค่ะเชฟ"

ฉันบอกให้มะยมเดินไปเอาจานมาใส่คุกกี้ ส่วนฉันก็ถอดปลั๊กหม้อหุงข้าวกำลังจะยกหม้อหุงข้าวขึ้น แต่ก็มีเสียงดังมาจากด้านหลังก่อน

"น้องขิง ! "

"เชี่ย !! โอ้ย ! "

เพราะเสียงด้านหลังดังแบบไม่ทันตั้งตัวฉันเลยเผลอตัวจับส่วนของหม้อหุงข้าวที่ยังร้อน ๆ แบบไม่มีถุงมือ จากนั้นหม้อก็ตกใส่เท้าเปล่า ๆ ของฉัน ความรู้สึกแสบที่นิ้วเท้ากับนิ้วมือลามขึ้นมา แต่ยังไปไหนไม่ได้ เพราะฉันปวดแสบ!

"เห้ย เป็นไรน้องขิง กลัวพี่ชิมว่าไม่อร่อยก็เลยเททิ้งหรอ"

"เทบ้านพี่ดิ! ก็พี่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง หนูตกใจก็เลยเผลอปล่อยหม้อเนี่ย"

"ยมว่าขิงมาล้างน้ำเย็นก่อนดีกว่า ให้มันไม่พอง"

ฉันกำลังจะเดินไปซิงค์น้ำเพื่อเอาน้ำเย็นล้างนิ้วที่มันแสบไว้ก่อน แต่ประเด็นคือนิ้วเท้าฉันมันแสบกว่านิ้วมือโว้ย

"แสบนิ้วเท้ากว่าวะยม เดี่ยวเดินไปห้องน้ำก็ได้"

"เดินได้หรอขิง"

"ค่อย ๆ ไปก็ได้แหละ"

ฉันค่อย ๆ เดินไปห้องน้ำด้วยความเจ็บปวด แสบขนาดนี้อย่าพองนะลูกแม่

"มาเดี่ยวพี่พาไป"

"อยู่เฉย ๆ ไปเลยพี่อะ ไม่ต้องมายุ่ง"

ตอนที่จะเดินผ่านหน้าพี่แฟรงค์เพื่อออกไปห้องน้ำพี่แกก็พูดขึ้นเหมือนจะช่วยเป็นคนดี แต่อย่ามาใกล้ เพราะพี่แหละทำให้ฉันต้องมาแสบนิ้วตีนแบบนี้ หลังจากเดินเข้าไปล้างน้ำเย็นในห้องน้ำแล้ว ฉันก็เดินมานั่งพักที่โซฟา มะยมกำลังเก็บกวาดอุปกรณ์ในโซนครัวอยู่ ส่วนพี่แฟรงค์เดินออกมาพร้อมกะละมังใส่น้ำกับน้ำแข็งที่ดูเย็นจับขั้วหัวใจมาก เอามาทำไรวะ

"เอาเท้ามาใส่กะละมังไว้"

"โห้ น้ำเย็นขนาดนี้ หนูได้ช็อคตายก่อนหายแสบพอดีพี่"

"ก็เอาใส่แล้วก็เอาขึ้นเร็ว ๆ สิ อย่าโง่เอาลงไปแช่นานขนาดนั้น"

"นี่ด่าปะ"

"หยุดพูดแล้วเอาเท้าลงไปแช่ ยื่นมือมาด้วย"

"เอาไปทำไร"

"จะเอามาประคบน้ำแข็งให้ เอามา เร็ว"

"หนูทำเองได้"

"พี่ทำเราเจ็บ เอามาเดี่ยวประคบให้"

ฉันกำลังจะบ่ายเบี่ยงอีกรอบ พี่แฟรงค์ก็ดึงมือฉันไปประคบน้ำแข็งให้เลย โห้ นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นสถาปนิกจะเชื่อนะว่าเป็นหมอ มือนุ่มมาก เดี่ยวก่อนน้ำขิงคิดอะไรอยู่ แต่เอ้ะตอนเดินออกมาไม่เห็นพี่แฟรงค์จะถึงน้ำแข็งไว้ในมือเลยนะ พี่มันเอาน้ำแข็งมาจากไหนวะ

"พี่แฟรงค์"

"ว่าไง"

"พี่เอาน้ำแข็งมาจากไหนอะ เมื่อกี้ไม่เห็นถืออะไรเลย"

"จากกะละมังที่เราเอาเท้าลงไปแช่เมื่อกี้ไง"

"อ่อ.. ห่ะ กะละมังที่หนูเอาเท้าลงไปแช่เมื่อกี้อะนะ"

"อ่าหะ"

"ไอ้พี่แฟรงค์!! ใครเขาเอาน้ำล้างเท้ามาใช้ใหม่กันวะ!!!"

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น