Desire of Niran ปริศนาข้ามมิติ

ตอนที่ 7 : ปริศนาที่ 7 คำบอกเล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 ต.ค. 53

ปริศนาที่ 7
คำบอกเล่า
 
            ณ กลางทุ่งดอกไม้สีเขียวชอุ่ม หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลในชุดสีขาวยืนอยู่ที่นั้น ดวงตาสีนิลของเด็กหญิงผมดำเบิกกว้างก่อนจะวิ่งเข้าไปหาหญิงสาวทันที รอยยิ้มอ่อนๆที่ประดับบนวงหน้าและคำเรียกที่คุ้นเคยทำเอาเด็กหญิงผมดำแทบจะน้ำตาไหลออกมา แต่ว่า...สำหรับเธออาจจะไม่มีคำนั้น
 
            “เซเวียร์....” วงแขนที่อ้าออกทำให้เด็กหญิงเดินเข้าไปอย่างไม่ลังเล
 
            “...แม่ หนูฝันไปใช่ไหม?” หญิงสาวมองเด็กสาวอย่างอ่อนโยนก่อนจะเอานิ้วเรียวของเธอยกขึ้นลูบใต้ตาของเด็กเบาๆ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหม่นแสงลงเล็กน้อย
 
            “มันอาจเป็นฝัน...ลูกแม่เหตุใดจึงยังเก็บความรู้สึกไว้? กี่ครั้งแล้วที่ลูกเป็นอย่างนี้?” รอยยิ้มบนใบหน้าสวยของหญิงสาวเริ่มค่อยๆหายไปและหลงเหลือแต่ความเศร้า เด็กหญิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
 
            “หนูไม่เข้าใจที่แม่พูดค่ะ...” หญิงสาวส่ายหน้าแล้วปล่อยเด็กหญิงออกจากอ้อมกอด นัยน์ตาสีน้ำตาลมองไปรอบๆอย่างพินิจก่อนจะหันมายิ้มให้เด็กสาวอีกครั้ง
 
            “หนูจำไม่ได้หรือว่าที่นี่ที่ไหน? หนูจำแม่ได้ไหม?” หญิงสาวถามอย่างอ่อนโยน คิ้วเรียวสีดำของคนถูกถามเริ่มขมวดอีกครั้ง
 
            หนูไม่ได้ความจำเสื่อมหนูแค่ไม่เคยอยู่ที่นี่...แม่ก็น่าจะไม่เคยอยู่ ที่นี่ไม่ใช่ที่เราเคยอยู่กันทำไมแม่ถามแบบนั้น? หนูทำไปก็แค่เป็นการป้องกันตัวเอง...” หญิงสาวละสายตาจากเด็กสาวแล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีรัตติกาล เซเวียร์พึ่งสังเกต เวลานี้ไม่ใช่เวลากลางวัน แต่ทำไมรอบๆเธอถึงเหมือนอยู่ตอนกลางวัน ไม่มีความมืดสักนิดนอกจากท้องฟ้าที่เป็นตัวบ่งบอกเวลา
 
            “ลูกแม่...หนูทำเพื่อป้องกันตัวจริงหรือ?” หญิงสาวถามโดยไม่มองเด็กหญิง เซเวียร์มองแม่ของตนอย่างไม่แสดงอารมณ์แม้ตอนนี้เจ้าตัวจะสงสัยอยู่เต็มแก่แล้วก็ตาม
 
            “ทำไมหนูถึงบอกว่าไม่เคยอยู่ที่นี่? ทำไมหนูถึงฟังภาษาสัตว์ได้? ลูกแม่ สิ่งที่ลูกทำอยู่ตอนนี้มันไม่ใช่สิ่งปกติที่เขาทำกันได้มิใช่หรือ?” เซเวียร์แทบจะขมวดคิ้วเป็นปม ทำให้แทนที่จะได้รับคำตอบกลับกลายเป็นได้รับคำถามแทน
 
            หนูมาที่มิตินี้เพราะลูกแก้วหิมะของพ่อพามา...ว่าแต่แม่รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าหนูฟังภาษาสัตว์รู้เรื่อง ทำไมแม่ถึงถามเหมือนไม่รู้จักหนูอย่างนั้น?” คราวนี้ใบหน้าอ่อนกว่าวัยของหญิงสาวเผยรอยยิ้มบางๆออกมา
 
            “จงอย่าทิ้งตัวตนของลูก จงเป็นอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ แล้วลูกจะได้พบกับปลายทางที่ดีเอง” รอบๆทุ่งหญ้าดอกไม้เริ่มปรากฏแสงสีขาวเป็นจุดๆเหมือนหิ่งห้อย มือบางของหญิงสาวยืนออกมารับแสงนั้นที่ลอยเข้ามาหา ทันทีที่กำมือแสงนั้นก็ปะทุออกมา ร่างของหญิงสาวค่อยๆจางลงเรื่อยๆ เซเวียร์เบิกตากว้างแต่เมื่อมือหมายจะเอื้อมไปจับกลับได้แต่เพียงอากาศที่ว่างเปล่าทั้งๆที่ตรงหน้ายังคงมีร่างของหญิงสาวยืนอยู่ บนวงหน้ายังคงประดับรอยยิ้มอ่อนโยนเสมอก่อนริมฝีปากบางจะขยับแผ่วเบา
 
            “จงจดจำสถานที่แห่งนี้ไว้เซเวียร์ จงจดจำเสียงที่เรียกร้อง และจงน้อมรับตัวตนของเขาเพื่อตัวของลูกเอง จำไว้นะว่าแม่เชื่อในตัวลูกเสมอ” ร่างของหญิงสาวจางหายไปกับอากาศธาตุ เซเวียร์ร้องเรียกสุดเสียงแต่แล้วเธอก็ต้องหยุดชะงักกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
 
            พื้นหญ้าสีเขียวชอุ่มเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ดอกไม้สวยสดที่บานไปทั่วกลับค่อยๆเหี่ยวเฉาและแห้งไป ต้นไม้ใบค่อยๆหลุดร่วงจนเหลือแต่ลำต้นสีน้ำตาล ดินดีที่อุดมสมบูรณ์ค่อยๆแตกระแหงราวกับขาดน้ำ ภาพรอบๆตัวเริ่มมืดลงจนสุดท้ายเซเวียร์ก็มองไม่เห็นอะไร แต่ภายใต้พื้นดินที่แตกระแหงนั้นเหมือนมีแสงสีเดียวกับสีรอบๆตัวทอประกายระยิบระยับอยู่ แสงที่มีประกายสีเงินต่างจากรัตติกาลทั่วๆไปพร้อมกับเสียงบางอย่างที่แผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน...
 
            “...ได้โปรด...ยอมรับ...นายแห่งข้า...”
 
 
            เฮือก!!! เจ้าของร่างบางสะดุ้งขึ้นมาจากเตียงไม้ หญ้าที่เอาไว้รองเพื่อให้นุ่มปลิวกระจายหลังจากที่เด็กสาวลุกขึ้นมาจากเตียงอย่างรวดเร็ว เสียงลมหายใจหอบหนักดังขึ้นก่อนเจ้าของนัยน์ตาสีนิลจะกวาดมองไปรอบๆตัว ท้องฟ้าที่ใกล้สางแล้วทำให้เด็กสาวเดินไปหยิบสมุดออกจากกระเป๋ามาเขียนอะไรบางอย่าง สักพักจึงลุกขึ้นอีกครั้งแล้วเดินออกจากบ้านไป
 
            เด็กสาวเดินก้าวเข้ากลางหมู่บ้านเพื่อไปหาเซมาลีน เธอช่วยเซมาลีนแค่หันผักเท่านั้นเพราะถ้าให้เธอปรุงอาหารคนทั้งหมู่บ้านคงไม่แคล้วท้องเสียแน่นอน เมื่อลัสเซลเดินมาจุดไฟคนทั้งหมู่บ้านจึงค่อยๆแบ่งออกเป็นหย่อมๆแล้วนั่งกินอาหารเช้ากันโดยมีส่วนหนึ่งนั่งล้อมรอบกองไฟไว้      
“วันนี้พี่เซเวียร์เป็นอะไรรึเปล่า?” เสียงเล็กๆน่าเอ็นดูของเซเน่ดังขึ้นทำให้เซเวียร์ละสายตาจากอาหารตรงหน้าแล้วยิ้มให้ เธอส่ายหน้าเป็นการตอบเบาๆ 
 
            “เธอน่าจะไปถามพี่ชายกับพ่อของเธอมากกว่านะ” เซเวียร์พูดด้วยรอยยิ้ม ดวงตาสีอำพันของเซเน่ฉายแววเป็นห่วงเล็กน้อยเมื่อมองพี่ชายกับพ่อของตนตามที่เซเวียร์บอก และยิ่งอยากจะร้องไห้เมื่อเห็นพ่อกับพี่ชายกำลังประชุมกันจนหน้านิ่วคิ้วขมวด
 
 
            เซเวียร์ เซเน่ เซรัน และเซมาลีน (กลุ่มหญิงเซทั้งหลาย)นั่งแยกกลุ่มของตนเองออกมาอีกกลุ่มหนึ่ง ส่วนกลุ่มของหัวหน้าหมู่บ้านที่กำลังประชุมกันหน้าเครียดอยู่นั้นเป็นกลุ่มหน้ากองไฟ ส่วนเรื่องที่ประชุมกันก็คงไม่พ้นเรื่องทรัพยากรหมู่บ้านที่ตอนนี้เริ่มเลวร้ายลงตามคำบอกของนักบวชไฟคนนั้น ป่าไม้เริ่มลดลงและแห้งตายกันไปทีละน้อย แม่น้ำสายที่ไหลผ่านหมู่บ้านหากสังเกตดีๆจะรู้ว่าระดับน้ำมันลดลงไปจากเดิมมากอยู่พอควร...แต่จะว่าไป...แม่น้ำสายนี้มันไหลมาจากที่ไหนกันนะ?
 
            “ขอโทษนะคะ จะว่าไปแม่น้ำสายที่คนในหมู่บ้านชอบมาตักไปกันนี้ ต้นสายของมันอยู่ที่ไหนเหรอค่ะ?” เพื่อไม่ให้คำถามนั้นค้างคาใจเด็กสาวจึงถามออกไป เซมาลีนทำท่านึกเล็กน้อย
 
            “รู้สึกจะเป็นใจกลางป่านั้นแหละนะ...ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมีน้ำ แต่ก็เคยมีใครเข้าไปลึกถึงกลางป่าหรอก ไม่สิจะว่ามีก็มีแต่ไม่รู้ไปถึงรึเปล่าเพราะคนที่เข้าไปไม่ได้กลับมาอีก” เซเวียร์ขมวดคิ้ว ดวงตาสีนิลสังเกตเห็นเซรันกับเซเน่นั่งหน้าซีด เด็กสาวถอนหายใจ
 
            ...จงจดจำสถานที่แห่งนี้ไว้เซเวียร์... คำพูดของหญิงสาวในฝันย้อนเข้ามาในหัว เซเวียร์มองไปรอบๆตัวก่อนจะหันไปถามเซมาลีนอีกครั้ง
 
            “ไม่ทราบว่า...ที่นี่มีทุ่งดอกไม้รึเปล่าค่ะ?” คราวนี้คนที่ถูกถามขมวดคิ้ว ไม่เว้นแม้แต่เซรันและเซเน่ที่นั่งฟัง เด็กสาวสองคนมองไปรอบๆหมู่บ้านอย่างงง เซมาลีนก็นั่งคิดอย่างเอาเป็นเอาตายราวกับว่านี้เป็นปัญหาโลกแตกอย่าง “ไข่กับไก่อะไรเกิดก่อนกัน?”
 
            “ไม่มีนะ...ถ้าดอกไม้เป็นกอๆน่ะมีแต่ถ้าดอกไม้เป็นทุ่งรู้สึกว่าจะไม่มี ก็อย่างที่เห็นว่าที่นี่มีหุบเขามรณะกันอยู่รอบๆหมู่บ้าน มีแค่แม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลออกมาจากกลางป่าแล้วไหลลงกลายเป็นน้ำตก แถมทางออกของที่นี่ก็มีแค่สองทางคือต้องผ่านหุบเขามรณะหรือไม่ก็ลงทางน้ำตก สุดเขตป่าใหญ่ก็มีภูเขากั้น ดูแล้วก็ไม่เห็นจะมีที่ไหนมีทุ่งดอกไม้เลย”
 
            “...แล้วด้านล่างน้ำตกนี้เป็นอะไรเหรอค่ะ?” เซเวียร์ถามอย่างครุ่นคิด ท่าทางหุบเขามรณะไม่เคยมีใครผ่านไป ก็ต้องเป็นทางน้ำตกนี้แหละที่มีคนเคยใช้ แต่เซมาลีนกลับส่ายหน้าเป็นให้เด็กสาว
 
            “ไม่รู้หรอกจ๊ะ ไม่เคยมีใครกล้าลงไป กระแสน้ำยิ่งใกล้น้ำตกมากเท่าไหร่ก็ยิ่งแรงมากขึ้นเท่านั้น มันก็เหมือนๆกับหุบเขามรณะนั้นแหละ คนที่เข้าไปไม่เคยมีใครได้กลับมาแม้แต่คนเดียว” เมื่อฟังจบเด็กสาวก็ขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยพอใจเพราะแต่ละที่ที่เธอถามมันมักจะมีแต่คำตอบที่ว่า “มีคนเคยเข้าไปแล้วไม่มีใครกลับออกมา”
 
            “จริงๆนะเซเวียร์ ตอนพี่เด็กๆมีคนเคยคิดลองดีด้วยละ เขาเอาตัวเองมัดกับเชือกแล้วก็เดินเข้าไปในหุบเขามรณะแล้วบอกกับคนอื่นๆว่าถ้าเขากระตุกเชือกให้ดึงตัวของเขาออกมา พอเวลาผ่านไปนานจนข้ามวันเลยละ จนคนที่ถือเชือกรออยู่ข้างนอกทนไม่ไหวเขาเลยดึงเชือกนั้น ยิ่งดึงก็ยิ่งรู้สึกว่าเบา สุดท้ายตรงปลายเชือกที่เขาดึงมาก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยนอกจาก...ช่วงกลางลำตัวที่เป็นหน้า...ท้อง...” เซรันเห็นเซเวียร์ทำสีหน้าหงุดหงิดจึงพูดขึ้นเพื่อยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง แต่คำสุดท้ายกลับเบาหวิวพร้อมกับสีหน้าที่ซีดลง เซเวียร์ฟังแล้วนึกถึงหนังในโลกที่เธอจากมา รู้สึกจะมีเรื่องหนึ่งที่คล้ายๆแบบนี้แต่เปลี่ยนจากหุบเขาเป็นหมอกแทน
 
            “อย่ามาพูดเรื่องนี้ตอนกินข้าวได้ไหมพี่...แม่คะ หนูรู้สึกอยากอ้วกยังไงไม่รู้” เซเน่ทำท่าจะอ้วก และไม่ทันไรเด็กสาวก็อ้วกออกมาจริงๆ ส่งผลให้ผู้เป็นแม่และพี่สาวเข้ามาลูบหลังให้แทบไม่ทัน ส่วนเซเวียร์ก็วิ่งไปหาอะไรก็ได้ที่จะมาจัดการกับอ้วกของเซเน่ และเมื่อไปถามคนอื่นสิ่งที่ได้กลับมาคือ...พลั่วขุดหลุม?
 
            ...สุดท้าย...อาหารเช้าวันนี้...กลุ่มของเซเวียร์ก็ไม่มีใครกินกันหมดเลยแม้แต่คนเดียว...
 
 
            ฉึก! เสียงมีดสั้นปักลงไปตรงกลางเป้าสีแดงอย่างแม่นยำทำให้ชายหนุ่มที่ยืนดูผู้กระทำอยู่นั้นถึงกับลอบเหงื่อตกในใจ ถ้ามันปักอยู่ธรรมดาก็คงไม่เป็นไรหรอกนะ แต่นี่คนทำเป็นแค่เด็กผู้หญิงเอง แถมยังตรงกลางเป้าราวกับจับกวางทั้งๆที่ลองเริ่มฝึกใช้ไปเมื่อวาน และสิ่งสุดท้ายที่เพิ่มความน่ากลัวของมันมากขึ้นไปอีกคือ...มีดสั้นนั้นมันปักอยู่แทบจะมิดด้าม บางส่วนทะลุออกมาถึงหลังเป้าอีกต่างหาก
 
            “เซ...เวียร์ พี่ว่าเราลองฝึกใช้ดาวกระจายได้แล้วละ แล้วเดี๋ยวว่างๆพี่จะสอนปามีดสั้นสองด้ามพร้อมกันแล้วกันนะ” เซลัสพูดอย่างอึ้งๆในตอนแรก เด็กสาวผมดำออกน้ำตาลหันมามองชายหนุ่มก่อนเดินไปหยิบดาวกระจายออกมาเป็นโหลๆ เซลัสปาให้ดูก่อนในตอนแรก แน่นอนว่ามันจะต้องตรงเป้าชัวร์และต่อมาคือเซเวียร์ต้องทำตาม แต่ว่าการปาในครั้งแรก(ความจริงคือครั้งที่สอง)ของเด็กสาวนั้นกลับโดนตรงวงกลมสีขาวต่อจากวงกลมสีแดงกลางเป้าแทน เซเวียร์เห็นอย่างนั้นจึงหยิบดาวกระจายขึ้นมาไว้ในมือหลายๆอันก่อนจะขว้างออกไปอีก พอไม่โดนก็ปาต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่พูดไม่จา
 
            ตึง! เสียงเป้าล้มลงทำให้คนรอบๆหันมามอง แต่แล้วก็ต้องเบือนหน้ากลับอย่างรวดเร็ว ดาวกระจายปักอยู่ทั่วไปตามเป้าที่ล้มไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครเป็นคนทำ เด็กสาวเจ้าของเรื่องมองเป้าอย่างเสียดายก่อนจะเดินไปหาเป้าใหม่ในการซ้อมมาตั้ง จังหวะการปายังคงเหมือนเดิมคือ...ถ้าไม่โดนจะปาเร็วขึ้นและปาไปเรื่อยๆจนกว่าจะโดน... เซลัสเห็นแล้วก็ลอบเหงื่อตกอีกครั้ง นี่กะจะให้เป้าล้มอีกใช้ไหมเนี่ย?
 
          แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเซเวียร์ก็ยังคงซ้อมปาอยู่อย่างไม่ลดละ และเหมือนว่าระดับความเร็วจะเร็วมากขึ้นเรื่อยๆด้วย แต่ว่าทำไมรู้สึกว่ายิ่งปาเร็วก็ยิ่งโดนมากกว่าเดิมก็ไม่รู้ เซลัสเห็นแล้วก็รู้สึกว่าเซเวียร์จะซ้อมหนักมากไปแล้วจึงเรียกให้มานั่งพัก เด็กสาวที่ถูกเรียกจึงปรายตามอง
 
            “เดี๋ยวขอให้โดนกลางเป้าอีก 5 ครั้งก่อนนะคะ”  เสียงใสตอบก่อนจะหันไปปาดาวกระจายต่อ เซลัสส่ายหน้าเล็กน้อยอย่างปลงๆ และเพียงไม่นานเด็กสาวก็เดินมานั่งข้างๆชายหนุ่ม
 
            “พักบ้างก็ได้ไม่มีใครว่าหรอก ถ้าเราเป็นล้มเป็นแล้งไปพี่ไม่โดนเซรันกับเซเน่เอาตายรึไง?” เซเวียร์หัวเราะกับคำพูดของชายหนุ่มที่อยู่ๆก็ดังขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
 
            “ก็ยังไม่เหนื่อยเสียหน่อยนี่คะ ไว้เหนื่อยเมื่อไหร่เดี๋ยวก็มาพักเองแหละ...ว่าแต่ กังวลเรื่องหมู่บ้านนี่อยู่เหรอคะ?” เซเวียร์ตอบและถามกลับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เซลัสถอนหายใจก่อนพยักหน้าเบาๆ
 
            “...คิดว่า...การบูชายันจะก่อให้เกิดผลดีตามมาจริงๆเหรอค่ะ?” เซเวียร์ถามอีกครั้ง แต่ชายหนุ่มก็ยังคงไม่ตอบ เด็กสาวหันไปมองพวกผู้ชายคนอื่นๆที่กำลังฝึกอยู่
 
            “...กดดันสินะ...พี่คงมีหลายๆคนที่ค่อยคาดหวังอยู่ละสิ?” เซลัสหันกลับมาหาเซเวียร์โดยทันที แต่แน่นอนว่าเด็กสาวไม่ได้มอง เซเวียร์เดินไปหยิบดาวกระจายมาฝึกปาต่อปล่อยให้เซลัสนั่งมองเด็กสาวแล้วถอนหายใจอีกครั้ง ความจริงเท่าที่ดูเซเวียร์ก็ใช้ดาวกระจายได้แล้วละ แต่ช่างเถอะตอนนี้เขาขี้เกียจโดนถามอะไรอีกก็ปล่อยให้ฝึกต่อไปก่อนก็แล้วกัน
 
...
 
“คงต้องลำบากเผ่าพันธุ์เจ้า ข้าขอโทษด้วยการบุกเข้าหมู่บ้านไม่ใช่สิ่งดี” เสียงใสเย็นดังขึ้น ทำให้สิ่งมีชีวิตตรงหน้าส่ายหน้าพร้อมก้มลงอย่างนอบน้อม
 
            ไม่เลยท่านรีวิลเลท แต่ท่านเป็นผู้มีพระคุณต่อผองข้า สิ่งต่างๆในป่านี้ และต่อหมู่บ้านแห่งนั้น เหตุใดท่านถึงไม่เข้าไปเองเลยเล่า?เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นตอบ แต่เจ้าของเสียงใสเย็นทำเพียงกำมือแน่นเหมือนสะกดอารมณ์บางอย่างเท่านั้น
 
            “ข้าเข้าไปไม่ได้...วูฟ หากเข้าไปฟรายเลอร์ก็ต้องระวังเจ้าหญิงองค์นั้นมากขึ้น ข้าเชื่อว่าไม่ต้องรอให้ครบ 3 วันเดฟีน่านั้นจะต้องถูกฆ่าแน่ ถ้าข้าจะเข้าคือตอนกลางคืนที่ไม่มีแสง แต่หากเข้าไปตอนนั้น เด็กที่ชื่อเซเวียร์จะต้องออกมาขวาง...ข้ายังเข้าไปตอนนี้ไม่ได้” เจ้าของเสียงทุ้มได้ยินดังนั้นจึงผงกหัวรับอีกครั้ง
 
            พวกเราเหล่า*แจ็คเคิล ขอรับบัญชาผู้ดูแลหมู่บ้านเนเจอร์แห่งนี้ สิ้นเสียงทุ้มต่ำ เสียงฝีเท้าของสัตว์ชนิดหนึ่งก็ดังขึ้น จุดหมายของสัตว์เหล่านี้คือ หมู่บ้านเนเจอร์ที่กำลังจะเจอเรื่องประหลาดนั้นเอง
 
            *แจ็คเคิลในภาษาอังกฤษแปลว่าสุนัขจิ้งจอก ( jackal )
 
            ...
 
            ไม่นานหลังจากที่เซเวียร์ลุกขึ้นมาฝึกซ้อมต่อ เสียงฝีเท้ามากมายก็ดังลอดเข้ามาให้คนหมู่บ้านได้ยินทั่วกัน   ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของผู้หญิงหลายๆคนในหมู่บ้าน ทำให้พวกผู้ชายทุกคนที่ซ้อมอาวุธอยู่รีบวิ่งเข้าไปทันที...สุนัขจิ้งจอกมากมายกำลังทำลายข้าวของและหมู่บ้านของพวกเขา...
 
            ฉึก! เสียงปาหอกของบางคนพุ่งเข้าไปสกัดพวกสุนัขจิ้งจอกไว้ แต่บางคนก็ถึงกับมีเลือกตกยางออก ไม่นานฝูงสุนัขจิ้งจอกก็ค่อยๆพากันล่าถอยกลับเข้าป่า แต่แล้วก็มีเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น
 
            “ช่วยด้วย!!! ช่วยด้วยค่ะอาโนลูกชายของฉันถูกจับพวกนั้นจับเข้าไปในป่า!!!” จบเสียงเรียกร้องผู้ชายหลายๆคนก็วิ่งเข้าไปในป่าทันที เซเวียร์ผละออกจากพวกเซมาลีนก่อนวิ่งเข้าไปตามหาเด็กที่ชื่ออาโนในป่าด้วยเช่นกัน...แม้ว่ารายนี้จะมีใครห้ามแล้วก็ตาม
 
            “อ้าวเซเวียร์จะไปไหน?!” เซรันเรียก
 
            “เฮ้ย ! จะบ้าเหรอมีผู้หญิงเข้าไปในป่า!!!” เสียงพูดของคนในหมู่บ้าน
 
            “...พี่เซเวียร์เอาอีกแล้ว” ปิดท้ายด้วยเสียงหมดอาลัยตายอยากของเซเน่
 
 
            ยิ่งเดินเข้าไปลึกเธอก็เริ่มรู้สึกว่าตัวของเธอนั้นหลงทาง ทางที่เด็กสาวเดินเข้าไปนั้นเดิมทีด้านหน้าจะมีรอยเท้าของสัตว์เล็กๆอยู่ แต่ตอนนี้มันได้หายไปเสียแล้ว พอจะหันกลับออกมาจากป่าก็ปรากฏว่าจะทางไม่ได้เสียอย่างนั้น เซเวียร์ทรุดตัวลงกับโคนของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ทันทีที่เซเวียร์นั่งลง รากของต้นไม้ต้นนั้นก็ดันตัวมันขึ้นมากจากดินแล้ววิ่งหนีหายไป เป็นผลทำให้เซเวียร์หงายหลังหัวฟาดพื้น...
 
            “โว้ย!!! ต้นไม้ประหลาดอะไรเนี่ย?! เป็นต้นไม้ก็ช่วยให้อยู่นิ่งๆเหมือนต้นไม้หน่อยได้ไหม!!!” เด็กสาวสบถยาวก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวของตนเอง เมื่อตั้งหลักได้ก็ลุกขึ้นแล้วเดินต่อ
 
            ซ่า... เสียงสายน้ำที่ไหลดังขึ้นทำให้คิ้วเรียวสีดำเริ่มขมวด ร่างบางมองไปทางด้านข้างก่อนจะเดินออกไปหาเสียงนั้น แม่น้ำสายเล็กๆอยู่ตรงหน้าเธอแต่มันกลับไหลเอื่อยราวกับว่าเป็นธารน้ำแข็ง เด็กสาวมองอย่างชังใจก่อนจะเดินลงไปทางใต้ของแม่น้ำนี้เพราะว่าหากเดินขึ้นไปก็จะเป็นสถานที่ต้องห้ามอีกแห่งของที่นี่
 
            “มีมนุษย์หลงมาอีกแล้ว? จัดการเลยดีไหม?” เสียงเล็กๆดังขึ้นไม่ไกลจากที่นี่มากนัก จากคำพูดเด็กสาวรู้ว่าเสียงที่เธอได้ยินต้องไม่ใช่คนแน่ๆ
 
            “จัดการเลยดีกว่า...คงไม่ได้หลงมาหรอกก็เล่นเดินขึ้นไปหาต้นน้ำอย่างนั้นคงเป็นพวกลองดีมากกว่า”
 
            กึก! เสียงฝีเท้าของเซเวียร์หยุดลงกะทันหัน เด็กสาวหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็วเพื่อลงไปอีกทาง แต่แล้วเสียงเล็กๆนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
 
            “การจัดการคงเป็นความคิดที่ดีที่สุด รู้สึกไหมว่าเธอยิ่งเดินเข้าไปหาต้นน้ำเร็วขึ้นกว่าเดิม สงสัยพอยิ่งใกล้ต้นน้ำมากเท่าไหร่คงยิ่งคลั่งอยากจะเจอเร็วขึ้น” เซเวียร์หยุดเดินอีกครั้ง
 
            ไม่ได้คลั่งโว้ย!!! ไม่รู้หรอกนะว่าข้างหน้าเป็นยังไงแต่ฉันก็หมุนตัวเดินไปทั้งขึ้นทั้งลงแล้ว ยังจะบอกว่าฉันเดินเข้าหาต้นน้ำอีกเหรอ คนเขาหลงป่าก็มานำทางให้เซ่ไม่ได้อยากรู้สักหน่อยว่าต้นน้ำเป็นยังไง!!! เซเวียร์ร้องโวยวายในใจอย่างหงุดหงิด ไม่นานร่างบางก็กระโดดหลบอะไรบางอย่างไปทางซ้าย อะไรบางอย่างที่พุ่งเข้าบาดที่หัวไหล่เธอจนเลือดออก
 
            “?!!!” ดวงตาสีนิลเบิกกว้างอย่างตกใจ หรือว่านี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้คนที่เดินเข้ามาหาต้นน้ำที่นี่หายไป??? อะไรบางอย่างที่มีความเร็วสูงมากจนมองไม่เห็นพุ่งเข้ามาหาเธอ คราวนี้เด็กสาวเริ่มเตรียมตั้งรับ...แต่ไม่ทันได้ทำอะไรเสียงบางอย่างก็ดังขึ้นให้เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก
 
            “หยุดได้แล้วละ...เขาไม่ใช่คนไม่ดีหรอก นี่เป็นคำเชิญต่างหาก” ดวงตาสีนิลของเซเวียร์เบิกกว้างหลังจากถอนหายใจ ผู้หญิงตัวเล็กๆประมาณหนึ่งฝ่ามือปรากฏกายอยู่ตรงหน้าเธอ กลางหลังของหญิงสาวคนนั้นเป็นปีกผีเสื้อบางใสที่ใหญ่กว่าตัวเล็กน้อย ตลอดเวลาที่ปีกนั้นกระพือเบาๆจะมีละอองสีทองหล่นออกมาด้วย
 
            พึ่บ! พึ่บ! พึ่บ! ร่างของ “ผีเสื้อมนุษย์” แบบเดียวกันปรากฏตรงหน้าของเซเวียร์อีกครั้ง แต่ปีกของพวกหลังนั้นมีขนาดเล็กกว่าตัวหรือเท่ากับตัวและไม่มีละอองสีทองหล่นออกมาด้วย
 
            “พวกเราขออภัย” เสียงพูดดังขึ้นพร้อมกับการค้อมตัวเล็กๆลงทำเอาเซเวียร์แทบก้มตามด้วยไม่ทัน แต่ดูท่าจะไม่มีใครสนใจกับปฏิกิริยาของเธอ หญิงสาวมีปีกข้างหน้าจึงผายมือออกมาเป็นเชิงบอกให้เดินตาม
 
            ยิ่งเดินลึกเข้าไปเสียงบางอย่างก็ยิ่งดังชัดเจนขึ้น...เสียงเพลง เสียงที่เหมือนกับหยดน้ำที่กระทบกันเป็นทำนอง แต่ฟังแล้วให้ความรู้สึกใสเย็น และความสงบของพื้นที่ หญิงสาวตรงหน้าหยุดบินทำให้เซเวียร์ต้องหยุดเดิน เบื้องหน้าเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีโขดหินอยู่ตรงกลาง บนโขดหินนั้นมีหญิงสาวผมฟ้าคนหนึ่งกำลังนั่งหลับตาดีดพิณสีน้ำตาลที่มีเถาวัลย์สีเขียวสดพันรอบ 
 
          ไม่นานดวงตาสีฟ้าใสของหญิงสาวที่เล่นพิณอยู่ก็ลืมขึ้นพร้อมๆกับเสียงเพลงที่หยุดลง ดวงตาของเซเวียร์เบิกกว้างเมื่อหญิงสาวคนนั้นลุกขึ้นแล้วเดินมาหาเธอ แต่ที่เซเวียร์ตกใจคือเธอคนนั้นเดินบนผิวน้ำ!!!
 
            “พวกเจ้าออกไปก่อนเถอะ” เสียงใสเย็นของหญิงสาวตรงหน้าดังขึ้น เหล่าแฟรี่ตัวน้อยต่างพากันคำนับหนึ่งรอบก่อนจะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว หญิงสาวคนนั้นเดินเข้ามาใกล้เซเวียร์อีกเล็กน้อยทำให้เซเวียร์เผลอก้าวถอยหลังออกไปอย่างลืมตัว
 
            “เด็กน้อย ข้าต้องขอโทษกับการกระทำที่เอาแต่ใจของข้า การที่เรียกเจ้ามานี้เพื่อบอกข้อความบางอย่างเพื่อตัวของเจ้าเอง” เซเวียร์ขมวดคิ้วอย่างงงงวย แต่ไม่ทันที่จะได้ถามอะไรเสียงใสเย็นของหญิงสาวตรงหน้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง
 
            “ณ จุดกึ่งกลางของช่วงรอยต่อแห่งเวลา ณ ใต้ผืนน้ำที่ไหลผ่านแผ่นดินที่เหยียบย่ำ สถานที่นั้นจะปรากฏเพื่อเจ้า...เด็กน้อย...”
 
            ตูม! ทันทีที่จบคำพูด น้ำในแอ่งน้ำด้านหลังหญิงสาวก็พุ่งตัวสูงขึ้นฟ้า สายน้ำนั้นไหลราวกับมีชีวิตมันไหลย้อนกลับมาลงมาหาเซเวียร์แล้วล้อมตัวเด็กสาวเป็นวงกลม ตอนนี้ร่างของเซเวียร์เหมือนอยู่ในลูกบอลน้ำขนาดใหญ่
 
            “อ่อก!” เพราะ(ไม่รู้ว่าจะได้)ตกน้ำเซเวียร์จึงไม่ได้หายใจเอาอากาศไว้ก่อน อากาศหายใจตอนนี้จึงหมดลงอย่างง่ายดาย ไม่นานภาพรอบตัวของเซเวียร์ก็ค่อยๆเบลอลงจนมองไม่เห็นในที่สุดพร้อมๆกับลูกบอลน้ำที่แตกตัวออก ภายก็ในไม่มีร่างเด็กสาวอยู่อีกแล้ว
 
            “เป็นการทำให้พวกเธอเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าจริงๆ” เสียงใสเย็นพูดกับสัตว์สี่เท้าด้านหลัง
 
            อย่างน้อยพวกมนุษย์ก็มีอาหารมื้อค่ำเป็นเนื้อรสเลิศก็แล้วกันท่าน เสียงทุ้มตอบกลับมาอย่างประชด
 
 
          เซเวียร์ลืมตาอีกทีก็อยู่ตรงเกือบถึงชายป่า ข้างๆตัวเธอนั้นมีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้อยู่ด้วย เด็กคนนั้นเงยหน้าขึ้นมามองเซเวียร์แล้วโผเข้ากอดทันที
 
            “แง!!!!~” เซเวียร์มองอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี
 
            “เอ่อ...อ้า...เธอคืออาโนใช่ไหม? ไม่เป็นไรนะเดี๋ยวเรากลับหมู่บ้านกัน แม่ของเธอรออยู่ตอนนี้หยุดร้องก่อนนะ ลูกผู้ชายเขาต้องไม่ร้องไห้ง่ายๆนะรู้ไหม” แม้จะอ้ำๆอึ้งๆในตอนแรก แต่ปลายเสียงก็คงไว้ซึ่งความสดใสร่าเริง และเหมือนสั่งได้ เด็กชายหยุดร้องลงจริงๆเหลือไว้เพียงเสียงสะอื้นเท่านั้น เซเวียร์ยิ้มเมื่อเห็นเด็กชายยอมเงียบแล้วพยับหน้าเบาๆ
 
            เซเวียร์จูงอาโนเดินออกมานอกป่าพร้อมกับเสียงโห่ร้องยินดีของคนที่คอยอยู่ด้านนอก เซเน่เดินเข้ามาต่อว่าเซเวียร์ทำให้คนที่เห็นภาพนั้นฮาครื้นไปกันเป็นแถบๆ เซเวียร์ทำหน้ามุ่ยน้อยๆก่อนเปลี่ยนเป็นกลืนน้ำลายเมื่อท่านหัวหน้าหมู่บ้านได้บอกว่าช่วงบ่ายนี้จะเป็นคนฝึกให้ 
 
 
            ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีนิลเมื่อเวลาได้ล่วงเลยผ่านมา เซเวียร์กลับมาถึงบ้านดินของเธออย่างเหนื่อยอ่อน พระจันทร์สีเหลืองนวลได้ขึ้นมาฉายแทนที่พระอาทิตย์แล้ว เด็กสาวเดินออกมาด้านนอกเพื่อจะมาดูคุณเจ้าหญิงฟีนิกส์ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไว้ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม นกเพลิงยังคงอยู่ตรงหลังบ้านของเธอ เด็กสาวอมยิ้มเล็กน้อย
 
            “ยังอยู่สบายดีเหมือนเดิมใช่ไหมเพคะ?” เซเวียร์พูดอย่างล้อๆ ทำให้ฟีนิกส์เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
 
            “ยังไม่ตายหรอก จะรอพวกเจ้ามาบูชายันก่อนแน่นอน!” เซเวียร์หัวเราะกับคำประชดนั้นก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับกำแพงบ้านดินของเธอ ละอองแสงสีทองบางอย่างผ่านมารอบๆตัวเด็กสาว ดวงตาสีนิลมองราวกับต้องมนต์แล้วค่อยๆปิดลง ในที่สุดเซเวียร์ก็หลับไป
 
            ...ติ๋ง...ติ๋ง... เสียงหยดน้ำดังเป็นจังหวะ แม้จะได้ยินแต่เจ้าหญิงฟีนิกส์ก็ไม่แม้แต่จะมอง
 
            “เรามารับตัวแล้วเขาแล้วเดฟีน่า” เจ้าของเสียงใสเย็นคือภูตน้ำเมื่อตอนกลางวันที่เจอกับเซเวียร์ นกเพลิงหลับตาลงก่อนกล่าวเรียบๆ
 
            “เอาไปเลย เจ้าก็รู้ว่าตอนนี้ข้าไม่สามารถทำอะไรได้” เจ้าของเรือนผมสีฟ้าพยักหน้าน้อยๆ มือเรียวบางสะบัดเบาๆ สายน้ำไม่ทราบที่มาพุ่งทะลุผ่านเกราะใสที่ไม่มีใครเห็น มันหยุดนิ่งลงเมื่อทะลุเขาไปในตัวของฟีนิกส์ได้สักพัก และเมื่อกลับออกมาก็ได้คงรูปไว้เป็นครึ่งวงกลมเพื่อประคองสิ่งๆหนึ่งเอาไว้
 
            ไข่สีดำประกายทอง.... หากตอนนี้นกเพลิงสามารถแสดงสีหน้าได้มันคงยิ้มไปแล้ว ทำให้ตอนนี้ได้แต่เห็นดวงตาสีทองประกายส้มแพรวพราวอย่างมีความสุขเท่านั้น 
 
            เมื่อหญิงสาวผมฟ้าเห็นว่าน่าจะพอแล้ว สายน้ำที่เป็นครึ่งวงกลมประคองอยู่เปลี่ยนเป็นวงกลมล้อมทั้งหมดแล้วแตกกระจายออก ไข่สีดำนั้นไม่ได้อยู่อีกแล้ว
 
            “ถ้าเด็กคนนี้ไม่ผ่านการทดสอบ...” เสียงกังวลของนกเพลิงดังขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แต่ยังไม่ทันจะจบประโยคเจ้าของเรือนผมสีฟ้าก็พูดแทรก
 
            “เซเวียร์เป็นเด็กฉลาด ฉันมั่นใจว่าเธอต้องผ่าน ก็เหมือนกับที่โชคชะตาพาเธอมาที่นี่ ว่าแต่ว่ายินดีด้วยนะที่ได้เป็นพวกผ่าเหล่าแบบหายากซะด้วย” นกเพลิงหันหน้าหนีอย่างไม่สบอารมณ์ หญิงสาวผมฟ้าสะบัดมืออีกครั้งไปทางเซเวียร์ สายน้ำทำเหมือนเดิมกับที่เธออยู่ในป่าก่อนร่างของเธอจะไปปรากฏอยู่บนเตียงในบ้านดิน
 
            “ฉันไปก่อนนะ เธอก็หัดปล่อยวางซะบ้างเถอะ” คราวนี้สายน้ำหมุนวนเหมือนพายุแล้วแตกกระจายออก ร่างของหญิงสาวผมฟ้าก็หายไปเช่นกัน
 
 ฟีนิกส์สีเพลิงได้แต่บ่นเบาๆอย่างมีอารมณ์ “ใครจะไปใจเย็นเหมือนเธอกันเล่ารีวิลเลท!” ดวงตาสีทองประกายส้มมองไปทางบ้านดินด้านหน้าเธอ จะงอยปากสีแดงสดค่อยๆอ้าขึ้น เสียงเพลงดังกังวานไปทั่วพร้อมกับบางคนที่ได้เข้าไปอยู่ในโลกแห่งความฝัน
 
 
...ภาพบางอย่างได้เข้ามาสู่สายตา หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีแดงคนหนึ่งได้อยู่กับชายหนุ่มผมฟ้าสดเหมือนสายน้ำ ที่ๆพวกเขาอยู่กันเป็นเพียงบ้านเล็กในป่าใหญ่เท่านั้น วันหนึ่งมาชายผมแดงตาส้มก็เข้ามาหาทั้งสองด้วยท่าทางที่เป็นมิตร ...เขาคนนั้นคือ ฟรายเลอร์...
 
เขาเสนออะไรบางอย่างให้กับชายหญิงสองคนและเหมือนว่าสองคนนี้จะตกลงด้วย ชายหนุ่มผมฟ้าได้เข้าไปในวังสีทองเพื่อเอาอะไรบางอย่างออกมา ซึ่งตอนนั้นหญิงสาวผมแดงก็เข้าไปหาชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงบังลังก์สีทองเหมือนถ่วงเวลา ขณะที่ชายหนุ่มผมฟ้ากำลังจะหนีออกมานั้น ฟรายเลอร์ก็ได้นำทหารออกมาสกัดชายหนุ่มผมฟ้าไว้ ชายหนุ่มผมฟ้าถูกจับได้ เขาถูกโยนเข้ามาในท้องพระโรง หญิงสาวผมแดงดูท่าทางตกใจมาก ชายที่นั่งอยู่บนบังลังก์ก็ดูจะโกรธหญิงสาวเช่นกัน
 
ฟรายเลอร์ฉวยจังหวะที่ชายบนบังลังก์กำลังมองหญิงสาวอย่างตัดพ้อหยิบบางอย่างที่ชายหนุ่มผมฟ้าขโมยไปมาเก็บไว้กับตัว...กำไลสีทอง... เมื่อชายบนบังลังก์หันมาถามฟรายเลอร์ก็ตอบคำตอบที่ทำให้ชายหญิงสองคนเบิกตากว้าง ทหารทั้งหมดตรงเข้ามาจับทั้งสองแต่แล้วร่างของชายหนุ่มก็กลายเป็นนกเพลิงสีฟ้าทันที ลูกไฟสีเดียวกับร่างกายตรงเข้าทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า เหมือนว่านกเพลิงสีฟ้าจะพูดอะไรบางอย่างทำให้ร่างของหญิงสาวกลายเป็นนกเพลิงสีแดงแล้วบินหายไปมาตกอยู่แถวๆชายป่าหมู่บ้านเนเจอร์...
 
 
 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น