Desire of Niran ปริศนาข้ามมิติ

ตอนที่ 6 : ปริศนาที่ 6 เริ่มการฝึกมหาโหด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ต.ค. 53

ปริศนาที่ 6

เริ่มการฝึกมหาโหดวันแรก

 

          เคล้ง!  เสียงดาบปะทะดาบดังไปทั่วลานซ้อม  ด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติทำให้มีบางคนหันมามอง  เด็กสาวร่างเพรียวบางกำลังหลบคมดาบของชายหนุ่มผมน้ำตาล  แต่ในขณะเดียวกันเมื่อมีช่องว่างเธอก็ไม่ลังเลที่จะสวนกลับทันที  ด้วยชั้นเชิงดาบที่เหมือนจะมีมากกว่าผู้ชาย  ทำให้คนแถวๆนั้นถอนหายใจกันเป็นแถบๆ

 

            เดี๋ยวอายุก็สั้นลงหรอกบาราฟ  ถอนหายใจทำไมล่ะ?  เสียงทุ้มต่ำของผู้มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าหมู่บ้านดังขึ้น  เจ้าของชื่อบาราฟผู้เป็นรองหัวหน้าหมู่บ้านค้อมศีรษะให้เล็กน้อย

 

            เห็นเธอคนนั้นสู้แล้วหนักใจฝีมือตัวเอง  ดูเหมือนจะยังสู้ไม่เต็มที่ด้วยถึงไม่มีใครแพ้ชนะสักที ลัสเซลหัวเราะน้อยๆก่อนหันไปมองเซเวียร์กับลูกชายของตนเองที่ต่างคนต่างเริ่มหอบ  มันไม่แปลกเลยที่สองคนนี้จะเริ่มหอบเพราะตั้งแต่ 8 โมงยัน 9 โมงแล้วทั้งสองก็ยังคงผลัดกันรุกผลัดกับรับต่อไปเรื่อยๆ

 

            คิดว่าไงกับการต่อสู้ของเซเวียร์?  ลัสเซลด้วยรอยยิ้ม  แต่บาราฟกลับขมวดคิ้วมุ่น

 

            เด็กสาวคนนั้นเคารพกฎการต่อสู้ดีพอๆกับการประเมินฝีมือของคู่ต่อสู้  ในด้านเชิงดาบดีการตัดสินใจเฉียบขาด  อาวุธอื่นฉันไม่รู้ว่าเธอเก่งมากแค่ไหน  แต่ที่แน่ๆคือเธอขาดจิตสังหาร ในการต่อสู้...ถึงอย่างนั้นเธอก็สามารถรับจิตสังหารได้ทั้งๆที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร สิ่งที่เซเวียร์ทำคือการให้เกียรติในการต่อสู้  เมื่อเซลัสไม่เอาจริง  เธอก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอาจริงเช่นกัน ลัสเซลพยักหน้ารับ  ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มเหมือนเคย

 

            และนั้นคือหน้าที่ของท่าน บาราฟ...เรื่องการฝึกอาวุธเป็นหน้าที่ของเซลัสกับฉันเอง  ลัสเซลเดินออกไปหลังพูดจบ  นั้นทำให้บาราฟถอนหายใจหนักกว่าเดิม

 

            ทางด้านเซเวียร์ที่กำลังสู้กับเซลัสอย่างสนุกสนานไม่สมกับผู้หญิงคนอื่นๆทำกันนั้น  ก็ทำให้เซลัสอดขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจไม่ได้  เซลัสที่ออมมือให้เซเวียร์ในตอนแรกก็เริ่มเลิกการกระทำนั้นลงไปเรื่อยๆเมื่อเห็นว่าเด็กสาวไม่มีท่าทีจะแพ้  แต่เขาก็ต้องขมวดคิ้วมากกว่าเดิมเมื่อเห็นเด็กสาวยิ้มกว้างมากขึ้นเรื่อยๆและก็ตามเขาทันทุกครั้งที่เขาเริ่มเอาจริง  ในที่สุดเขาก็เริ่มพูดขึ้น

 

            ดูเธอจะสนุกจังนะ  ชอบต่อสู้ขนาดนั้นเลยรึไง?  เซเวียร์ยิ้มกริ่มอย่างถูกใจ

 

            เปล่า  แค่พี่ฝีมือดีกว่าคนที่ชื่อบาเรลและ....พี่ก็เริ่มเอาจริงแล้ว

 

            เคล้ง!  เสียงฟาดดาบที่หนักขึ้นของเด็กสาวทำเอาเซลัสสะดุ้ง  ที่ดีชายหนุ่มตวัดดาบออกไปรับทันไม่อย่างนั้นก็คงไม่แคล้วได้แผลที่หนึ่งมา  เซเวียร์สปริงตัวออกห่างจากเซลัสก่อนจะหันไปโค้งศีรษะให้ลัสเซลที่เดินเข้ามา  ลัสเซลพยักหน้าด้วยรอยยิ้มก่อนหันไปหาผู้เป็นลูกชาย

 

            ดูเหมือนเจ้าจะยังประเมินฝีมือคู่ต่อสู้ได้ไม่ดีพอนะเซลัส  เซลัสโค้งตัวลงเล็กน้อยก่อนกล่าวด้วยสีหน้าที่ไม่ต่างจากบิดา

 

            ครับพ่อ  แล้วผมจะฝึกให้ดีกว่านี้  ลัสเซลพยักหน้าแล้วหันมาหาเซเวียร์

 

            เซเวียร์  ในที่นี้หนูใช้อาวุธอะไรไม่เป็นบ้าง?  เซเวียร์หันไปมองตรงที่วางอาวุธของลานซ้อมนี้  สุดท้ายเธอก็หันมายิ้มแหย่ๆให้กับลัสเซลและเซลัสที่รอฟังคำตอบ

 

            ใช้ไม่เป็นทุกอย่างเลยค่ะยกเว้น  ดาบ  ธนู  และหน้าไม้  ลัสเซลหัวเราะเบาๆกับท่าทางของเด็กสาว  ทำให้เซลัสขมวดคิ้วอีกครั้ง  เขาหันไปมองทางด้านที่วางอาวุธเหมือนเซเวียร์  ก่อนจะเหงื่อตกแล้วคิดในใจ

 

            หวังว่าพ่อเราคงไม่ได้จะให้เซเวียร์ฝึกอาวุธทั้งหมดใช้ไหมเนี่ย?  คิดแล้วเขาก็หนักใจแทนเด็กสาวเพราะอาวุธที่เหลืออยู่คือ  มีดสั้น  ทวน  ไม้พลอง  ขวาน(ยักษ์)   มีดติดโซ่  เคียวสั้นติดโซ่  เคียวที่สูงเลยหัว  บูมแรง  และดาวกระจาย  นี่ยังไม่ได้รวมดาบยักษ์ที่สามารถผ่าต้นไม้ได้เป็นสองซีกในครั้งเดียวอีกนะ  แต่แค่ถือสำหรับเด็กสาวร่างบางก็คงจะไม่ไหวแล้วละ...

 

            พรุ่งนี้ในช่วงบ่ายเราจะมาฝึกอาวุธที่หนูถนัดกันก่อนนะ  ส่วนตอนนี้เซลัส  ลูกช่วยสอนทุกอย่างที่เหลือให้เซเวียร์ใช้เป็นด้วยละ  คำพูดที่มีการเน้นของลัสเซลทำให้เซลัสถอนหายใจ  ส่วนเซเวียร์ก็ดูมีท่าทางกระตือรือร้นขึ้นมากะทันหัน  นั้นทำให้เซลัสรู้สึกว่าเหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิมเป็นสองเท่า  ชายหนุ่มเดินไปหยิบมีดสั้น 10 เล่มมาให้เซเวียร์เป็นอย่างแรกแล้วพาเดินไปที่เป้า

 

            เดี๋ยวเซเวียร์ลองทำตามฉันนะ  เซลัสพูดอย่างอ่อนใจก่อนจะหยิบมีดสั้นขึ้นมาแล้วขว้างออกไปเป็นเส้นตรง

 

            ฉึก!  มีดสั้นปักลงตรงกลางเป้าพอดี  เซเวียร์ปรบมือให้กราวใหญ่ แล้วหยิบมีดสั้นขึ้นมาลองทำบ้าง  แต่มีดสั้นของเซเวียร์กลับไม่ได้พุ่งออกไปเป็นเส้นตรงอย่างของเซลัส  มีดสั้นนั้นหมุนควงออกไปและเมื่อถึงเป้าก็ตกลงมาไม่ได้ปักลงเป้าเหมือนของชายหนุ่ม  แต่แทนที่เด็กสาวจะมีท่าทางไม่ชอบใจหรือหงุดหงิดกลับกลายเป็นว่าเด็กสาวหัวเราะออกมาอย่างชอบใจซะอย่างนั้น

 

            ...ป...เป็นอะไรไปรึเปล่าเซเวียร์?  ชายหนุ่มถามอย่างงง  ก็อยู่ๆเด็กสาวกลับหัวเราะออกมาซะอย่างนั้นจะไม่ให้งงได้อย่างไรละ?

 

            พี่เซลัสช่วยขว้างดาวกระจายให้ดูหน่อยได้ไหมค่ะ?  เซเวียร์พูดกลั้วหัวเราะ  เซลัสเดินไปหยิบดาวกระจายมาขว้างให้ตามที่เด็กสาวขออย่างงงๆ  ผลเป็นเหมือนเดิมคือดาวกระจายปักตรงกลางเป้า  เซเวียร์ปรบมือให้เช่นเคยก่อนจะไปหยิบดาวกระจายมาลองขว้างบ้าง  แต่ยังไม่ทันที่จะได้ขว้างก็โดนเสียงพูดของเซลัสดึงเธอเอาไว้ก่อน

 

          เซเวียร์  พี่ว่าเราน่าจะฝึกใช้มีดสั้นให้คล่องก่อนนะ  การขว้างดาวกระจายมันก็เหมือนกับการขว้างมีดสั้นนั้นแหละแต่ต้องทำให้ดาวกระจายนั้นควงเป็นวงกลม  แต่มีดสั้นมันแค่ขว้างออกไปตรงๆเท่านั้นเอง  เซลัสอธิบายเมื่อเห็นเด็กสาวจะทำเหมือนเขา  เด็กสาวยิ้มแล้วส่ายหน้าก่อนจะลองขว้างออกไป  ดาวกระจายปักอยู่เลยวงกลมกลาง *เป้าไปสองวง  เซลัสขมวดคิ้วอีกครั้งแล้วส่งสายตาที่เป็นคำถามไปให้

 

            * เป้าในที่นี้เป็นวงกลมสีแดงสลับกับสีขาว  โดยวงกลมกลางเป้าจะเป็นสีแดงที่อยู่ในสุด  และเป็นสีขาวถัดมาในอีกวง  ส่วนวงต่อไปก็เป็นสีแดงสลับกันไปห้าวง(รวมสีขาวสีแดงตั้งแต่วงกลมกลางเป้า)

 

            ก็พี่เซลัสเห็นตอนหนูขว้างมีดไหมละคะ  มีดมันควงเป็นวงกลมทำให้มันไม่ได้ปักไปที่เป้าเหมือนมีดของพี่  แต่กับดาวกระจายที่มีคมมีดตั้งสี่ด้านมันก็น่าจะปักได้ง่ายกว่าอยู่แล้ว  แถมวิธีการใช้มันก็ยังใช้แบบควงอีกต่างหากมันก็เลยน่าลองมากกว่า  เซเวียร์อธิบาย  สำหรับเซลัสใจหนึ่งก็เห็นด้วยกับเซเวียร์นะ  แต่อีกใจหนึ่งน่ะมันก็...

 

            ...คือว่านะเซเวียร์  ความจริงถ้าจะใช้วิธีปามีดสั้นแบบควงมันก็ใช้ได้อยู่  แต่ก็อย่างที่เธอพูดมันอาจจะมีโอกาสไปปักเป้าน้อยกว่า  ที่พี่ให้เธอฝึกการใช้มีดสั้นก่อนเพราะจะได้กะระยะในการปามีดได้เพราะมีดสั้นเป็นอาวุธระยะไกล  อีกอย่างเวลาปาดาวกระจายเขามันจะใช้กันทีสองอันขึ้นไปทำให้มันปาได้ยากกว่า  พี่เลยยังไม่สอนการใช้ดาวกระจายกับเราไง  เซเวียร์เอียงคออย่างสงสัย

 

            มีดสั้นบางทีเราก็ใช้สองสามเล่มปาไปไม่ใช่เหรอค่ะ?   เซลัสพยักหน้า

 

            จริงอยู่ว่าบางทีเราก็ใช้สองสามเล่มปา  แต่ถ้าหากปาหนึ่งเล่มได้แม่นแล้ว  เธอคิดเหรออีกเล่มเธอก็จะปาได้แม่นเหมือนกัน?  ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นเลยเซเวียร์เพราะสิ่งที่เธอต้องทำให้ได้คือแบบนี้  ชายหนุ่มเดินไปหยิบมีดสั้นขึ้นมาสี่เล่ม  แต่ละเล่มถูกสอดอยู่ตามระหว่างหนึ่ง  ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะขว้างมีดสั้นทั้งสี่เล่มนั้นออกไปทีเดียวพร้อมกัน

 

            ฉึก! ฉึก! ฉึก!  ฉึก!  มีดสั้นทั้งสี่เล่มตรงเข้าไปปักกลางวงกลมสีแดงพอดีหมดทุกเล่ม  แต่สักพักก็มีมีดสั้นเล่มหนึ่งตกลงมา  เซลัสสะบัดมือน้อยๆ  ส่วนเซเวียร์ก็ตาค้างก่อนจะปรบมือชมขึ้นอีกเป็นครั้งที่สามของวัน เซลัสเห็นดังนั้นจึงส่ายหน้าให้

 

            เซเวียร์  ที่พี่ทำเมื่อกี้ยังไม่ถือว่าดี ถ้าทำได้ดีจริงจะต้องให้ปักลงไปที่จุดๆเดียวพร้อมกันและแรงกว่านี้  นี่คือสิ่งที่เธอต้องฝึก  เซเวียร์พยักหน้าขึ้นลงอย่างรวดเร็ว  ดวงตาสีนิลพราวระยับราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่  ส่วนเซลัสก็....ดูเหมือนจะอายุสั้นลงไปอีกหนึ่งปี

 

            เฮ้อ~  ถามจริงๆนะ  ทำไมเธอถึงชอบการต่อสู้ล่ะ?  ผู้หญิงส่วนใหญ่เขามักจะชอบแต่พวกงานทำกับข้าวอะไรอย่างนี้ทั้งนั้นเลย  เซเวียร์หัวเราะเบาๆกับคำถามนั้น

 

            เรื่องพวกนั้นเป็นเรื่องที่หนูทำได้ห่วยนี่คะ  ก็เลยคิดว่าถ้ามีเรื่องที่หนูทำได้ดีก็อยากทำให้มันดีจริงๆ  เซเวียร์พูดแล้วทอดสายตาออกไปมองนกฝูงหนึ่งที่กำลังบินเล่นอยู่บนท้องฟ้า

 

            และถึงมันจะยากแต่มันก็สนุกดีไม่ใช่เหรอค่ะ? เวลาเจอคนที่เก่งกว่าเลยทำให้เราอยากจะสู้ด้วยเพื่อวัดฝีมือของเรา  หนูยอมรับว่าหนูชอบการต่อสู้  แต่บอกไว้ก่อนว่าหนูไม่ชอบสงครามนะคะ เซเวียร์บอกด้วยรอยยิ้ม  ก่อนจะเดินออกไปหยิบมีดสั้นมาอีกเป็นโหล

 

            ระยะทางนับพันลี้ต้องเริ่มต้นที่ก้าวแรก...หนูเชื่ออย่างนั้นคะ

 

 

            เวลานี้เลยการรับประทานอาหารค่ำมาพักใหญ่แล้ว  แต่เซเวียร์ยังคงฝึกซ้อมใช้มีดสั้นอยู่อย่างไม่ลดละ  เมื่อเห็นว่านาฬิกาข้อมือของตนชี้เลยเลขสามมาสิบนาทีแล้วจึงเดินกลับบ้านดินของตนเอง  แสงสว่างสีส้มแดงยังคงส่องประกายจ้าอยู่ที่หลังบ้านของเธอ  เด็กสาวเดินเข้าไปหาแหล่งกำเนิดแสงนั้นอย่างเหนื่อยหอบ

 

            สวัสดียามดึกค่ะคุณเจ้าหญิง  เซเวียร์ทักนกฟีนิกส์อย่างร่าเริง  แต่ก็มีอาการหอบปนอยู่ด้วย  เด็กสาวทรุดลงกับกำแพงบ้านดินของเธอ

 

            แท่นบูชายันข้าไปถึงไหนแล้วละ  น้ำเสียงไม่แสดงอารมณ์ทำให้เซเวียร์เดาใจไม่ออก  แต่เด็กสาวก็หาทางเปลี่ยนเรื่องจนได้

 

            ก็ดีคะ  ว่าแต่คุณต้องทานอะไรไหม? ดวงตาสีทองประกายส้มจ้องเด็กสาวเขม็งเหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่ารู้ทันความคิดของเด็กสาว

 

            ไม่ต้อง  ขอแค่ที่นั้นมีแสงอาทิตย์ก็พอ  สุดท้ายฟีนิกส์แสนหยิ่งก็ยอมตอบเด็กสาวแต่โดยดี  เซเวียร์นั่งชันเข่าแล้วฟุบหน้าลงไป

 

            วันนี้พี่เซลัสให้ฝึกการใช้มีดสั้นแหละค่ะ  ปาแค่เล่มเดียวก็จะแย่แล้วพี่เขาเก่งจริงๆ  แต่ช่วงเช้าสู้ดาบกับพี่เขาแล้วก็สนุกดี  นัยน์ตาสีนิลของเด็กสาวค่อยๆปรือลงเรื่อยๆไม่นานมันก็ปิดสนิท  ฟีนิกส์ตรงหน้าเด็กสาวมองภาพนั้นอย่างไม่พอใจเล็กน้อยแล้วพูดออกมาเบาๆ  ไม่ได้ถามสักหน่อย 

 

            ดูเหมือนเซเวียร์จะหลับไปแล้ว  ฟีนิกส์ถอนหายใจแต่ไม่นานก็ต้องสะดุ้งเมือนได้ยินเสียงละเมอของเด็กสาว  หนูไม่ได้ความจำเสื่อมหนูแค่ไม่เคยอยู่ที่นี่ เสียงงัวเงียดังขึ้นอย่างเบลอๆ  ดวงตาสีทองประกายส้มมองอย่างสงสัยแล้วกางปีกออกมาข้างหนึ่งก่อนจะสะบัดเบาๆ  ขนนกสีแดงประกายส้มตกลงมาหนึ่งเส้น เมื่อขนนกนั้นแตะลงกับพื้นดินก็เกิดไฟลุกไหม้ขึ้น  เมื่อไฟหายไปร่างของเซเวียร์ก็ค่อยๆลอยเข้าหาฟีนิกส์สีแดงเพลิง  ปีกทั้งสองข้างกางออกก่อนจะคลุมร่างของเด็กสาวอย่างแผ่วเบา  ไฟที่เหมือนมีอยู่รอบๆปีกนั้นไม่ได้ทำอันตรายอะไรให้แก่เด็กสาวในปีกเพลิงเลย

 

            หนูน้อย  คำว่าเจ้าไม่เคยอยู่ที่นี่หมายความว่าอย่างไร?  แล้วเพราะเหตุใดเจ้าจึงสามารถฟังสิ่งที่สัตว์อย่างพวกข้าพูดออกได้?  น้ำเสียงของฟีนิกส์ตอนนี้นั้นต้องเป็นน้ำเสียงที่เซเวียร์ไม่เชื่อหูตนเองแน่หากได้ยินแบบมีสติอยู่  ร่างของเด็กสาวที่เปลี่ยนเป็นนอนขดนั้นขยับพลิกตัวเล็กน้อยก่อนจะมีเสียงงัวเงียดังขึ้นอีกครั้ง

 

          หนูมาที่มิตินี้เพราะลูกแก้วหิมะของพ่อพามา...ว่าแต่แม่รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าหนูฟังภาษาสัตว์รู้เรื่อง  ฟีนิกส์กำลังคิดว่าตอนนี้เซเวียร์คงกำลังฝันถึงแม่ของตนเองอยู่  เด็กสาวขยับตัวอีกครั้งแล้วคราวนี้จึงจะหลับไปจริงๆ 

 

            หนูน้อย  เจ้าจำคำถามที่เจ้าถามฟรายเลอร์ได้รึเปล่า?  แล้วตอนนี้ที่เจ้าสามารถจับข้าได้โดยไม่ถูกไฟเผาละเจ้าสงสัยไหม?  ไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่ฟีนิกส์ได้ถาม  ฟีนิกส์กางปีกของตนแล้วสะบัดเบาๆอีกครั้งก่อนร่างของเซเวียร์จะหายไปแล้วปรากฏอยู่บนเตียงในบ้านดินของเธอ

 

            เวลานี้ข้าสามารถใช้อำนาจได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น   ฟีนิกส์อย่างพวกข้าจะสามารถถูกตัวได้โดยไม่โดนไฟเผาก็ต่อเมื่อเรายอมรับ  แต่ข้านั้นไม่ได้ยอมรับเจ้าเด็กน้อย  ที่ยอมรับเจ้าคือเด็กอีกคนที่อยู่ในตัวข้าต่างหาก  ดวงตาสีทองประกายส้มมองไปบนฟากฟ้ายากรัตติกาลแล้วรำพึงเบาๆก่อนนัยน์ตานั้นจะค่อยๆปิดลง

 

            ลูกแม่  ถ้าหากเจ้าเลือกเด็กสาวคนนี้แล้วก็ขอให้เจ้าทำสิ่งนี้ให้ดีที่สุด

           

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น