[Reborn] Il Dea ตราบนิจนิรันดร์

ตอนที่ 3 : พบเจอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 302
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    26 ก.พ. 64

       ในเมื่ออยู่ในมิติไร้กาลมากแค่ไหนก็ไม่มีผลกับข้างนอก คีตาจึงตัดสินใจจะอยู่ในนี้ เพื่อเรียนภาษาอิตาลีให้เข้าใจถ่องแท้ก่อน และเซโร่ก็สมกับเป็นผู้ช่วยเหลือ เขาเอาหนังสือสอนภาษามากมายออกมาให้ มีทั้งแบบปูพื้นฐานไปจนถึงขั้นแอ๊ดวานซ์ ซึ่งจะอ่านให้เข้าใจเองมันก็เก่งเกินไปหน่อย จึงต้องมีครูคอยชี้แนะ....ก็เขาอีกนั่นแหละ

 

        มิติไร้กาลมีทุกอย่างให้ครบครัน เซโร่เล่าว่าความจริงแล้วมันว่างเปล่ามากๆ  เป็นโลกที่มีแต่สีขาวสุดลูกหูลูกตา แต่ผู้ดูแลอย่างเขาสามารถทำให้มันเป็นแบบไหนก็ได้ตามที่ต้องการ ดังนั้นภาพที่เธอเห็นตอนนี้จึงเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีไกลสุดลูกหูลูกตา มีดอกเดซี่และแดนดิไลออนแซมไปเป็นทิวแถว บ้านวินเทจขนาดกลางตั้งเด่นเป็นสง่าบนเนินขนาดเล็ก มันประกอบไปด้วยห้องนอนสี่ห้อง ห้องน้ำ ห้องครัวและห้องนั่งเล่นสำหรับให้พวกเธอพักผ่อนหย่อนใจ รอบๆ บ้านมีดอกไม้บานสะพรั่ง ไม่ว่าจะเป็นกุหลาบ ยิบโซ ทิวลิป คาร์เนชั่น มูเกร์และอื่นๆ อีกมากมายที่มีโดยผิดหลักฤดูกาล นับได้ว่ามิติแห่งนี้ไม่สามารถใช้หลักเหตุผลของโลกความเป็นจริงได้เลย

 

        คีตาใช้เวลาอยู่สี่เดือนกว่า ระหว่างนั้นก็ได้เจอกับอีกสองคนที่เข้ามาบ้าง เธอพบว่าก่อนตาย อชิอายุสิบหกเท่ากัน แถมยังคุยได้สนุกอย่างน่าเหลือเชื่อ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วไลฟ์สไตล์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง อีกฝ่ายเป็นประเภทโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบมีเพื่อนกลุ่มใหญ่ๆ  แถมยังเป็นติ่งเกาหลี ผิดกับเธอที่ไม่คิดสนใจ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร อาจเพราะอีกฝ่ายเป็นคนไทยด้วยกระมัง ในที่ๆ มีแต่ชนชาติอื่นแบบนี้ ทั้งคู่เลยเข้ากันได้ดี มีเรื่องคุยเยอะ

 

       หลังตัดสินใจเป็นเพื่อนกัน ทั้งสองก็ใช้เวลาว่างจากการเรียนภาษามานั่งเมาท์มอย โดยหัวข้อจะอยู่ที่พื้นเพของแต่ละคน ก่อนจะลามไปหาวีรกรรมป่วนๆ  อชิค่อนข้างแปลกใจเมื่อพบว่าคีตาเป็นหัวโจกแก๊งที่อยู่ในบัญชีหนังหมาของห้องปกครอง เธอบอกว่าคีตาเป็นคนที่ดูน่ารักนุ่มนิ่มเอามากๆ  ผิวเนียน หน้าตาดี ตัวเล็กนิดเดียว ซึ่งเรื่องนี้คีตาอยากเถียงมากว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้สูงไปกว่าเธอเลย

 

        เด็กสาวตาฟ้าบอกว่าคีตาดูตั้งใจเรียนและฉลาดเอามากๆ  ผิดกับเธอที่มักจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ อยากเรียนก็เรียน ไม่อยากเรียนก็โดด มักจะดองงานเป็นประจำแล้วค่อยปั่นส่งในช่วงสุดท้ายก่อนปิดเทอม ติดศูนย์ติดร.นั้นเรื่องปกติ เทอมไหนไม่ติดนั่นคือมีบางอย่างผิดพลาด ไม่ก็ครูปล่อยเกรด

 

       คีตาพบว่าเธอและอชินั้นมีปัญหาเรื่องเดียวกันคือไปอยู่ในที่ๆ ไม่รู้ภาษาเขา แต่อีกฝ่ายอาจดูลำบากกว่าในแง่อื่น เพราะไม่ได้เข้าไปแล้วเป็นเด็กทารกเหมือนเธอ แต่กลับได้เข้าไปในร่างของคนที่มีหน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ แถมยังเชื้อชาติเดียวกันอย่างน่าเหลือเชื่อ มันราวกับว่ามีอชิอีกคนอยู่ในมิติรีบอร์น เพียงแต่ว่าประวัติพื้นเพครอบครัวและตัวตนคนเก่านั้นไม่เหมือนกัน คีตาถามอย่างสงสัยว่าอชิพูดญี่ปุ่นไม่ได้แล้วทำยังไง คำตอบก็คือเมินทุกคนที่มาคุยด้วย เพราะเธอเป็นพวกไม่สนใจใครอยู่แล้ว ขวางโลกและเบื่อหน่ายกับสิ่งที่ไม่ชอบ ดังนั้นพักนี้จึงกลายเป็นคนเย่อหยิ่งไม่พูดกับใครเลย เหมือนจะโดนหมั่นไส้อยู่กรายๆ ด้วย

 

         ในขณะที่คีตาเรียนภาษาอิตาลี อชิก็เรียนภาษาญี่ปุ่น ความจริงแล้วเธอพูดภาษาอังกฤษได้ เลยสามารถใช้สื่อสารกับนาชิที่เข้ามาแล้วอาสาช่วยสอน พอว่างก็มานั่งคุยกัน สุดท้ายเลยสนิทกันทุกคน

 

       และวันนี้ก็เป็นวันที่คีตาจะออกไปโลกภายนอก เธออ่านออกเขียนได้มากแล้วแม้จะมีจุดที่ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่ ศัพท์ยากๆ ที่เป็นแบบเฉพาะก็ยังไม่รู้ เซโร่บอกว่าไปเจอกับสถานการณ์จริงดีกว่า ยังไงตอนนี้เธอก็เอาตัวรอดได้แล้ว การถามคนในโลกข้างนอกนั่นคงไม่เหลือบ่ากว่าแรง

 

       วิธีออกจากมิติก็เหมือนกับตอนมา แค่หลับตาแล้วตั้งสมาธิว่าอยากออกไปก็ได้แล้ว ดวงตาสีทับทิมลืมขึ้น รู้สึกแปลกๆ นิดหน่อยเมื่อพบว่าโลกภายนอกยังคงเหมือนเดิม เธอกลับไปเป็นเด็กหนึ่งเดือนอีกครั้ง เวลายังไม่คลาดเคลื่อนไปซักเท่าไหร่ ชายหญิงสองคนนั้นยังคงคุยกันต่อจากก่อนหน้านี้ คนที่ใช้ชีวิตมากว่าสี่เดือนอย่างเธอเลยปรับตัวไม่ทันอยู่บ้าง

 

         “ข้างหลังมีความหมายของชื่อนางเขียนเอาไว้ด้วย” ดวงตาสีทับทิมเป็นประกายเมื่อตัวเองฟังออกเสียทีว่าอีกฝ่ายพูดอะไร “บทเพลงและการขับร้อง”

 

         “เป็นชื่อที่ดี” วูออโต้พยักหน้าอย่างอย่างพึงพอใจ

 

       “แต่ข้าว่าเปลี่ยนให้นางใช้ชื่ออิตาลีจะดีกว่านะ ใช้ชื่อแปลกๆ อาจเป็นปัญหาได้” ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน...คีตาได้แต่เถียงในใจ เพราะถึงจะฟังรู้เรื่องแต่ลิ้นเด็กหนึ่งเดือนก็พูดอะไรไม่ได้อยู่ดี เด็กน้อยส่งเสียงอ้อแอ้ประท้วงอย่างโมโห ชื่อนี้พ่อตั้งให้ด้วยความรักเชียวนะ เขาชอบฟังเพลงมาก และเธอก็ชอบร้องมากเหมือนกัน เพราะฉะนั้นอย่ามาเปลี่ยน!

 

       “แล้วจะให้ชื่ออะไรล่ะ” มือหนาลูบหัวที่ปกคลุมด้วยกลุ่มผมบางๆ  เขามองเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน แต่คีตาไม่มีเวลามาต่อต้านท่าทางที่ไม่ถูกโรคนี่ เพราะตอนนี้สาวผมทองกำลังจะเสนอชื่อให้เธอแล้ว

 

        “ใช้ความหมายชื่อเดิมของนางนั่นแหละ...แคนโซเน่

 

       เด็กตัวกลมพยายามส่งเสียงประท้วง ทว่าไม่ได้รับความสนใจเลยสักนิด

 

       “อืม ก็ไม่เลว”

 

        ‘เลวโว้ย!!’

 

 

 

 

         ห้าปีต่อมา

 

         เวลามันผ่านไปเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ จากเด็กทารกผู้ยังไม่ตั้งไข่ก็กลายเป็นเด็กหญิงตัวน้อย ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของวูออโต้แล้ว การใช้ชีวิตในโลกแห่งนี้ดูสนุกสนานกว่าที่คาดไว้ จะเซ็งหน่อยก็ตรงที่ไม่มีใครยอมเรียกชื่อจริงเลย แม้ว่าเธอจะบอกให้วูออโต้เรียกตอนที่พูดได้แล้วก็ตาม เขาค่อนข้างประหลาดใจที่เธอรู้ชื่อจริงของตัวเอง เพราะเขาไม่ได้เอากระดาษแผ่นนั้นมาให้ดู แต่เธอก็ไม่คิดจะไขข้อสงสัย

 

         ถึงอยากไขก็ไขไม่ได้อยู่ดี

 

         ตอนนี้เธออายุห้าขวบเข้าไปแล้ว ปีหน้าบาเรียที่คอยคุ้มครองก็จะหายไป หลังจากนั้นพวกนินฟีก็จะรู้ตัวตนของเธอ และก็คงถูกตามล่าอย่างบ้าคลั่ง พระเจ้าบอกว่าให้เธออยู่ใกล้ๆ โบสถ์เข้าไว้ ที่นั่นเป็นเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ จะช่วยคุ้มครองเธอจนกว่าจะเติบโต พร้อมงัดข้อกับปีศาจเอง ดังนั้นเพื่อความอยู่รอด เด็กหญิงจึงเริ่มเข้าออกโบสถ์ตั้งแต่ตอนนี้ กลายเป็นคนอยู่ในศีลในธรรมไปเลย

 

         “โซเน่!” 

 

        เจ้าของร่างเล็กที่กำลังเดินทอดน่องไปตามถนนหยุดชะงัก เธอหันกลับไปมองตามเสียงเรียก พบว่าเป็นเด็กชายอายุเจ็ดขวบ เขาวิ่งเข้ามาหาด้วยท่าทางร่าเริง ใบหน้ามีรอยยิ้มสดใสประดับอยู่ อานิส เขาเป็นลูกชายเจ้าของร้านขนมเค้กที่เธอแวะไปเป็นประจำ ด้วยความที่คุยถูกคอก็เลยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ตอนนั้น

 

          “อานิส” เอ่ยทักทายคนที่มายืนอยู่ตรงหน้าแล้วหอบแฮกๆ 

 

          พอหายใจหายคอโล่งแล้วจึงพูด “ข้าได้ยินมาว่าเมื่อวานเจ้าไม่สบาย เป็นอะไร หายดีแล้วเหรอ ทำไมมาเดินท่อมๆ อยู่ตรงนี้” ได้ทีก็ใส่รัว ทำเอาเธอต้องส่ายหน้าขบขัน

 

          “ข้าไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ปวดท้องเพราะกินของแสลงน่ะ แต่ตอนนี้หายแล้ว”

 

         “อ๋อ" ตอบรับเหมือนไม่รู้จะพูดอะไรต่อ มือยกขึ้นเกาหลังคอแกรกๆ “แล้ว…เจ้ากำลังจะไปไหน” 

 

         “เดินเล่น” ตอบเพียงแค่นั้นก่อนจะหันหลังเดินต่อ เพราะรู้ว่ายังไงเขาก็ต้องตามมา แม้อานิสจะดูเหมือนเด็กร่าเริง แต่ความจริงแล้วเขามีเพื่อนไม่เยอะ ไม่สิ มีแค่เธอมากกว่า หมู่บ้านนี้มีขนาดที่เล็กมาก ประชากรไม่ถึงพันด้วยซ้ำ เด็กรุ่นราวคราวเดียวกันมีเพียงหยิบมือ แถมยังเป็นพวกนิสัยไม่ดีเสียส่วนใหญ่ อานิสตัวเล็กกว่ามาตรฐาน แถมยังดูเพรียวบางอีก ก็เลยถูกเด็กผู้ชายคนอื่นแกล้งเป็นประจำ พวกเด็กผู้หญิงก็เล่นด้วยกัน ไม่สนใจเขา พอได้คีตามาเป็นเพื่อนเลยติดน่าดู 

 

         “เจ้านี่ชอบเดินเล่นจังเลยนะ” อานิสออกความเห็นขณะสาวเท้าเดินขนาบข้าง เขาเห็นเธอชอบเดินไปมาในหมู่บ้านตั้งแต่ยังไม่รู้จักกันแล้ว แม้จะน่าตกใจที่ผู้ชายคนนั้นยอมให้ลูกวัยห้าขวบอยู่คนเดียวก็เถอะ 

 

         เด็กหญิงยิ้มรับ ไม่ได้ตอบอะไร สิ่งที่คนอื่นไม่รู้ก็คือ เธอมาเดินสำรวจพวกนินฟีต่างหาก แม้พวกมันสัมผัสเธอไม่ได้ แต่สายตาของเดอาทำงานตั้งแต่แรก มันเป็นประกายวาววับเมื่อเห็นสร้อยเรซิ่นเรืองแสงขึ้นมา เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อหาตัวการ แล้วก็พบว่าซ่อนอยู่ในเงาอาคารหลังหนึ่ง ใกล้ๆ มีสองสามีภรรยากำลังถกเถียงกัน ไม่บอกก็รู้ว่ามันจ้องจะเข้าสิง เพื่อทำให้เหตุการณ์ย่ำแย่ขึ้น เดอาตัวน้อยเดินเข้าไปใกล้ๆ อย่างเนียนๆ  ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิด แม้แต่อานิสที่เดินตามมาติดๆ 

 

          ในช่วงจังหวะที่จะเดินผ่านกลุ่มเงามืดนั้น ร่างกระจ้อยร่อยได้หกล้มลงไป มือตะปบใส่กลุ่มก้อนนินฟีที่ไม่มีใครมองเห็น แม้แต่เสียงกรีดร้องของพวกมันก็มีเพียงเธอที่ได้ยิน ก่อนทุกอย่างจะกลับไปเป็นปกติ เมื่อสร้อยเรซิ่นดูกลืนพวกมันเข้ามา ดวงตาสีอำพันเรืองแสงถูกปกปิดไว้ด้วยเปลือกตา 

 

         “โซเน่!” อานิสใจหายใจคว่ำ รีบเข้าไปช่วยพยุงคนที่อยู่ๆ ก็ล้มลงไป “เป็นอะไรรึเปล่า เจ็บตรงไหนไหม"

 

         “ไม่” ส่ายหน้ายิ้มๆ  ดูอารมณ์ดีจนเด็กชายแปลกใจ แต่เขาก็เลือกสำรวจว่าเธอมีแผลอะไรหรือเปล่า พอไม่เจอก็ถอนหายใจโล่งอก

 

          “ระวังหน่อยนะ ถ้าบาดเจ็บขึ้นมาล่ะแย่เลย” ลูบหัวเธอก่อนเปลี่ยนเป็นตบปุๆ  

 

          “อืม” คีตายังยิ้มพราย เพราะอารมณ์ดีที่กำจัดนินฟีไปได้ในวันนี้ ตั้งแต่เดินคร่อง พ่อยอมให้ออกไปไหนต่อไหน เธอก็ชอบมาเที่ยวหาพวกนินฟีตามซอกตามมุมในเมืองเพื่อกำจัด มันเหลือน้อยมากๆ แล้ว มีพ้นหูพ้นตาไปบ้างแต่ไม่นานก็จะออกมาให้เห็นอยู่ดี พวกมันไม่หลบหนีเธอเพราะไม่รู้ตัว เรียกได้ว่าอยู่ในขั้นซุ่มโจมตีสุดๆ  ที่ทำอยู่นี่ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเองทั้งนั้น เป้าหมายคือกำจัดให้หมดเมืองก่อนปีหน้า ไม่งั้นบาเรียหายเมื่อไหร่เธอโดนรุมแน่ 

 

          “วันนี้ป้ามาร่าเปิดร้านนี่!” น้ำเสียงตื่นเต้นเรียกสติคีตาให้สนใจรอบข้าง เธอมองตามสายตาอานิส เจอป้ามาร่า เจ้าของร้านแพนนาคอสต้าแสนอร่อย แต่อินดี้ ไม่ขายทุกวัน ไม่รู้ว่าวันไหนขายด้วย อยากเปิดร้านก็เปิด ไม่อยากเปิดก็ปิด แม้จะน่าหงุดหงิดแต่รสชาติขนมนั้นสุดยอดมาก ทุกคนต่างก็รอคอยรวมถึงคีตา แม้จะต้องใช้ดวงหน่อยก็เถอะ บางทีกว่าจะรู้ว่าเปิดก็ของหมดแล้ว 

 

         อานิสหัวเราะเมื่อเห็นดวงตาเป็นประกายของเด็กหญิง เขาหันกลับไปมองร้านแพนนาคอสต้าที่คนออกันเต็ม ดูท่าว่าให้เด็กอายุห้าขวบไปสู้รบปรบมือด้วยคงไม่ไหว “เดี๋ยวข้าไปซื้อให้”

 

         “อานิส เจ้ามันฮีโร่” เด็กติดของหวานเดินเข้าไปกอดขาส่งสายตาวิ๊งๆ  เธอไม่สามารถเข้าไปสู้กับกลุ่มคนที่รุมเหมือนเจอของลดราคาได้จริงๆ  นั่นแหละ 

 

         ฮีโร่ตบหัวทุยปุๆ ก่อนเดินเข้าไปในสมรภูมิซื้อขนมหวาน ส่วนคีตานั้นไปหาที่นั่งมองให้กำลังใจอยู่ห่างๆ  สองนาทีต่อมาก็มองนกมองไม้ชมวิว

 

         เมืองที่เธออยู่เป็นชนบทที่ห่างไกลตัวเมืองไม่น้อย มันเล็กก็จริงแต่สวยงามเป็นอย่างมาก บรรยากาศอบอุ่นอย่างกับในนิทาน บ้านเรือนถูกสร้างอย่างเป็นระเบียบ ดูแข็งแรงมั่นคงขนาบข้างถนนหิน แม้ไม่ค่อยมีไม้ยืนต้นใหญ่ๆ  แต่ทุกบ้านล้วนเอากระถางไม้ประดับมาวางหรือแขวนไว้หน้าบ้าน มองไปทางไหนก็เจริญหูเจริญตา น่าเสียดายที่ยังมีพวกนินฟีเหลืออยู่

 

         คิดถึงพวกมันไม่ทันไร สายตาก็เหลือบไปเห็นอีกแล้ว เธอลุกขึ้นยืนกำลังจะรีบไปอีกฝั่งของถนน ทว่าเวรของกรรม คราวนี้สะดุดโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

         “อุ๊บ!” ความจุกแล่นวาบจากท้องขึ้นมาถึงคอหอย คีตานอนค่ำหน้าแผ่ราบวัดพื้น สร้างความตกใจให้แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก 

 

         มีเสียงเดินของใครคนหนึ่งดังเข้ามาใกล้ คีตาคิดว่าเป็นอานิสในขณะที่กำลังลุกขึ้นนั่ง เธอสำรวจตัวเอง พบว่ามีแผลถลอกตรงมือและศอกทั้งสองข้าง ความแสบจี๊ดเล่นเอานิ่วหน้า ริมฝีปากจิ้มลิ้มเบะหน่อยๆ  

 

        “เป็นอะไรรึเปล่า” เสียงนุ่มๆ ดังขึ้นเหนือหัว มันเป็นเสียงที่ไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย

 

         คีตาเงยขึ้นมองคนที่นนั่งคุกเข่าอยู่ข้างหน้า เธอชะงักไปทันที

 

         เขาเป็นเด็กชายอายุราวๆ สิบขวบ ใบหน้าที่มีแววจะเป็นหนุ่มหล่อในอนาคตฉายแววเป็นห่วง ดวงตาของเขาเป็นสีฟ้าอ่อนโยน เรือนผมยุ่งฟูเป็นสีทองสว่าง โดยรวมคือคุ้นหูคุ้นตาเหมือนใครคนหนึ่ง…ผู้ชายที่เธอเคยเห็นก่อนจะมาที่นี่ เขาหน้าตาเหมือนวองโกเล่พรีโม่มาก แต่เป็นในเวอร์ชั่นเด็กสิบขวบ

 

         ว่าที่บอสมาเฟียเลิกคิ้วนิดๆ เมื่อเห็นท่าทีสำรวจตัวของเขา ดังนั้นเขาจึงไม่รอช้าที่จะทำกลับ ดวงตาเฉียบคมกวาดมองร่างกระจ้อยขึ้นลง เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่ตัวเล็กมากๆ แถมโครงหน้ายังแปลกกว่าชาวยุโรปทั่วไป ดวงตาของเธอกลมโตเป็นสีเหลืองทองสดใส ปากอิ่มจิ้มลิ้มรับกับจมูกเล็กเชิดรั้น ดูน่ารักน่าชังดีไม่หยอก

 

        “เจ็บตรงไหนบ้าง” จีอ๊อตโต้ถามเมื่อเห็นว่าเธอยังนิ่ง วันนี้เขามาธุระกับแม่ ระหว่างที่ท่านไปคุยกับเพื่อนเก่า เขาก็ออกมาเดินเล่นและเจอเด็กผู้หญิงหกล้มโดยบังเอิญ

 

         “ไม่…" เธอตอบเมื่อได้สติ รีบลุกขึ้นแล้วมองไปยังพวกนินฟี แต่กลับพบว่าหายไปหมดแล้ว…แย่ล่ะ

 

          แม้จะสำรวจหาโดยรอบก็ยังไร้วี่แวว เธอจ้องฝาท่อเขม็งเพราะสันนิษฐานว่าพวกมันคงเข้าไปในนั้น นี่แหละสาเหตุที่มีปีศาจร้ายรอดหูรอดตา กำจัดไม่หมดเสียที เธอเองก็ไม่ใจแข็งพอที่จะเข้าไปหาในทางระบายน้ำด้วย ได้แต่รอให้พวกมันขึ้นมาแล้วจัดการเท่านั้น แต่วันนี้ดันพลาดเพราะความซุ่มซ่ามเนี่ย

 

         “เจ้ามีแผล” หลุบตามองรอยถลอกบนผิวขาวผ่อง

 

          “ไม่เป็นไร ข้าไม่เจ็บ" เธอบอกปัดแล้วทำท่าจะผละหนี อานิสยังไร้วี่แววว่าจะออกมา แต่ไปรอใกล้ๆ ก็ได้ อย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่ตรงนี้ อาการต่อต้านความอ่อนโยนเริ่มมาแล้ว พรีโม่ก็เป็นไทป์นั้นไม่ใช่รึไง ละมุนละม่อมเสียเหลือเกิน เธอไม่สามารถอยู่ใกล้เขาได้นานกว่านี้

 

          “เดี๋ยวสิ!” ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น เขาคว้าแขนตรงที่ไม่มีแผลของเธอ ก่อนจะลากไปที่ไหนสักที่

 

            “เฮ้ย!! อานิส!!!”  แรงเด็กห้าขวบนั้นแพ้เขาราบคาบ หลังจากอุทานตกใจเธอก็รีบหันไปร้องหามายฮีโร่ แต่กลับไร้ประโยชน์สิ้นดี เขาคงไม่ได้ยินด้วยซ้ำ ช่วยด้วย! เธอถูกลักพาตัว!!

 

           “ข้างหน้านี่เป็นที่พักของข้าเอง ไปทำแผลก่อนนะ” จีอ๊อตโต้ไม่เข้าใจนักว่าเธอจะตกใจอะไรขนาดนั้น เขาไม่ใช่โจรผู้ร้ายเสียหน่อย เห็นเธอขืนตัวมากๆ เข้า เขาก็กลัวจะล้มอีกครั้ง เลยตัดสินใจหันไปรวบตัวขึ้นอุ้ม

 

           “!!!” เบิกตากว้างอย่างช็อคๆ 

 

           ที่พักของเขาอยู่ใกล้เอามากๆ  ยังไม่ทันที่คีตาจะตั้งสติแล้วดิ้นหนีก็ถึงแล้ว มันเป็นเหมือนโฮมสเตย์สำหรับนักท่องเที่ยว คีตารู้จักยายผู้เป็นเจ้าของ แกมักจะเปิดให้นักเดินทางเข้าพักอยู่บ่อยๆ  ไม่คิดว่าโลกจะกลมจนพาว่าที่วองโกเล่พรีโม่วัยเด็กมาพักด้วย

 

           “รอแป๊บนะ” เขาเดินไปที่โซฟาแล้ววางร่างเบาหวิวให้นั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนนั้น ส่วนตัวเองก็เดินไปหาอุปกรณ์ประถมพยาบาล แล้วรีบกลับมาทำแผลให้เธอ เขาเปิดกล่องเอาแอลกอฮอล์มาล้างแผลและใส่ยาด้วยท่าทีคล่องแคล่ว ด้วยความที่เป็นเด็กซนๆ คนหนึ่ง เขามักเล่นกับจีจนเจ็บตัวกันเป็นประจำ แรกๆ แม่ก็คอยทำแผลให้ แต่หลังๆ มักทำกันเองจนเชี่ยวชาญอย่างที่เห็น

 

          คีตาไม่ได้ชักมือหนีหรือพยายามขัดขืนอีก มาถึงขนาดนี้แล้วทำแผลให้เสร็จก็ดีเหมือนกัน แต่ว่าก็ยังแอบมีข้อสงสัย “ความจริง…แผลแค่นี้ข้ากลับไปทำเองที่บ้านก็ได้นะ ทำไมต้องลำบากพาข้ามาทำแผลด้วย?” รู้จักกันไหมก็เปล่า แค่เขาช่วยพยุงเธอขึ้นก็ถือเป็นพลเมืองดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องลำบากขนาดนี้หรอก เกรงใจ

 

          “บ้านข้าเหมือนจะใกล้กว่าไม่ใช่เหรอ” พูดยิ้มๆ 

 

           “รู้ได้ยังไง?” ไม่คิดว่าเธอเป็นคนแถวนี้บ้างเหรอ ไม่สิ…ตามปกติแล้วก็ต้องคิดอย่างนั้นแหละ เธอเป็นแค่เด็กห้าขวบนะ ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนอินดี้ปล่อยให้มาไกลขนาดนี้นอกจากวูออโต้หรอก เขาบอกว่าเห็นเธอดูแลตัวเองได้ กลับบ้านปลอดภัยทุกครั้งเลยปล่อยให้ไปไหนมาไหนตามใจชอบ โดนเซียนน่าบ่นก็บ่อยแต่ไม่ยักกะสนใจ ซึ่งนี่มันก็เข้าทางคีตามาก

 

            “ความจริง…ข้ามาอยู่ที่นี่สามสี่วันแล้วล่ะ” จีอ๊อตโต้ยิ้มเขินเหมือนเด็กโดนจับได้ มือยกขึ้นเกาหลังคอ “ข้าเห็นเจ้ามาเดินเล่นทุกวันเลย ยกเว้นเมื่อวาน…เคยตามไปจนเห็นว่าบ้านเจ้าอยู่ท้ายหมู่บ้านน่ะ”

 

            “ห๊ะ!!” เรื่องอื่นเธอไม่ตกใจ แต่ประโยคสุดท้ายคือ?!


---


          #มาแย้วววววววว

         #นี่ไง เริ่มเปลี่ยนตั้งแต่ตอนนี้5555 


By เงาลดา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

40 ความคิดเห็น

  1. #27 คาเรียน่า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:13

    จีอ๊อตโต้!แกเป็นสโต๊กเกอร์แล้วรึ!?เป็นแค่เด็ก10ขวบแท้ๆแต่ริหาญกล้าไม่เบา!

    ปล.รออ่านตอนต่อไปนะคะ^_^
    #27
    1
    • #27-1 เงาลดา(จากตอนที่ 3)
      26 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:04
      ไม่หรอกๆ ไปฟังคำแก้ตัวกันค่ะ5555
      ป.ล ตอนใหม่มาแย้ว
      #27-1
  2. #25 Supanna boonsri (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:54

    ห๊ะ ตามไปถึงบ้าน!!!! โอ้แม่เจ้า 5555555

    จะรออ่านตอนต่อไปและจะคอยเป็นกําลังใจให้นะค่าาาาา ❤️❤️❤️~~~~

    #25
    1
    • #25-1 เงาลดา(จากตอนที่ 3)
      26 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:03
      ตามถึงบ้านเลยยย5555 ขอบคุณนะคะ
      #25-1
  3. #23 rin123_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:18
    จะรออ่านตอนต่อไปนะคะชอบมากๆเลยค่ะ
    #23
    1
    • #23-1 เงาลดา(จากตอนที่ 3)
      26 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:02
      มาแล้วน้าาา
      #23-1
  4. #22 JDBF (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 22:38

    คือดีงามมากกกกเจ้าค้าข้าจะรอไรท์ตลอดไปปปป

    #22
    1
    • #22-1 เงาลดา(จากตอนที่ 3)
      26 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:02
      ฮือออ น่ารักเท่าโลก
      #22-1
  5. #21 WANNA-ONE11 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 22:00
    ยังรอไรท์เสมอค่ะ
    #21
    1
    • #21-1 เงาลดา(จากตอนที่ 3)
      26 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:02
      ขอบคุณค่ะ;-;
      #21-1