[Reborn] Il Dea ตราบนิจนิรันดร์

ตอนที่ 4 : ห๊ะ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    26 ก.พ. 64

       "ข้าเคยเห็นเจ้ามาเดินเล่นทุกวันเลย ยกเว้นเมื่อวาน...เคยตามไปจนเห็นว่าบ้านเจ้าอยู่ท้ายหมู่บ้านน่ะ"


       หลังจบประโยคนั้น เด็กหญิงก็ทำหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด เธอเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว


       อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ!เขารีบโบกไม้โบกมือตกใจ กลัวเธอมองเขาเป็นโรคจิต ข้าแค่สงสัยว่าทำไมเด็กผู้หญิงอายุแค่นี้ถึงมาเดินเตร็ดเตร่โดยไร้ผู้ปกครอง ก็เลยตามไปดูเท่านั้นเอง

 

      “อ้อ…” ปากตอบรับแต่ในหัวคิดไปว่าเขาตามตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนไหน ทำไมเธอถึงไม่รู้ตัวเลย แล้วทุกๆ วันเธอจัดการนินฟีตลอด เขาเห็นรึเปล่า? เธอกำลังคิดว่าตัวเองปล่อยไก่ไปมากแค่ไหน ขนาดมองหาคนทุกครั้งก่อนที่จะทำอะไรแล้วก็ยังพลาดเหรอ? ให้ตายสิ แบบนี้จะผิดกฎไหมนะ แต่ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจนี่ คงต้องไปถามซีโร่ว่าหยวนให้ได้หรือเปล่า ความจริงพระเจ้าน่าจะให้ความสามารถในการลบความทรงจำกับเดอาด้วย ใครมันจะไประวังตัวเก็บความลับได้มิดชิดตลอด เขาไม่รู้จักคำว่าเหตุสุดวิสัยรึไง

 

       จีอ๊อตโต้มองคนที่มีท่าทางคิดหนักยิ้มๆ  เป็นเด็กที่อ่านง่ายเอามากๆ  เขาเห็นหมดนั่นแหละว่าเธอทำอะไรบ้าง แต่ละวันชอบเดินไปตามที่ต่างๆ ในหมู่บ้าน มองซ้ายมองขวาเหมือนหาอะไรบางอย่าง เมื่อเจอก็เดินเข้าไปนั่งลง ก่อนแตะพื้นที่ว่างเปล่าแล้วหลับตาอยู่หลายอึดใจ นี่คืออีกสาเหตุที่เขาชอบตามเฝ้ามองเธอบ่อยๆ  แม้จะสงสัย แต่จากท่าทางแล้วคงไม่อยากบอกได้ เขาจะไม่ถาม อนึ่งจีอ๊อตโต้เพียงคิดว่าเด็กหญิงทำไปตามประสาเด็ก แปลกแต่ก็น่าสนใจดี

 

      “เจ้าชื่ออะไร" เปลี่ยนเรื่องไปถามในสิ่งที่อยากรู้อีกอย่างแทน

  

    เพลงคีตาไม่รอช้าที่จะตอบ แม้คนจะรู้จักในชื่อแคนโซเน่ไปแล้ว แต่เธอก็ไม่เคยยอมแพ้ที่จะบอกชื่อจริงคิดแล้วก็แอบงอนเซียนน่ากับวูออโต้ มาเปลี่ยนชื่อกันเฉยเลย แถมชอบชิงแนะนำเธอกับคนอื่นด้วยชื่อนั้นด้วย

 

      “พะ เพ…" ต่างภาษาต่างสำเนียงก็ยากจะฟังออกในครั้งเดียว ถึงฟังออกแล้วก็เลือกที่เรียกแคนโซ่เน่เพราะคุ้นปากมากกว่าเฮ้อ

 

      “เพลงเธอพูดช้าๆ ชัดๆ อีกครั้ง แม้จะเริ่มหมดหวังก็เถอะ เขาก็คงเหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละ ชาตินี้คงไม่ได้ยินใครเรียกชื่อจริงนอกจากอชิแล้วมั้ง ขนาดนาชิยังเรียกวาคานะที่เป็นชื่อญี่ปุ่นของเธอเลย

 

      “เพลง?” 

  

    “!” เด็กหญิงยืดตัวขึ้น ท่าทางดูตื่นเต้นตกใจ เพราะแม้สำเนียงจะแปล่งๆ หน่อยแต่เขาก็ยังอุตส่าห์พยายามเรียกออกมา หัวใจเธอกระตุกวูบ มันอาจจะดูเวอร์เกินไปหน่อย แต่ใครไม่เป็นเธอคงไม่เข้าใจหรอก ห้าปีเชียวนะที่รอคอยให้ใครสักคนเรียกชื่อนี้ หากไม่นับอชิแล้วก็ไม่มีเลย พอได้ยินเข้า ก็เหมือนถูกยอมรับ หัวใจพองโตอย่างน่าประหลาด ดวงตาสีอำพันเป็นประกาย 

 

        จีอ๊อตโต้มองท่าทางดีใจของเด็กน้อยแล้วยกยิ้มอ่อนโยน ข้าเรียกถูกใช่ไหม

  

      “อื้ม!ผงกหัวแล้วยิ้มให้เขาเป็นครั้งแรก รอยยิ้มน่ารักน่าชังและสดใสดั่งกับฤดูใบไม้ผลิ มันทำเอาคนมองยิ้มกว้างกว่าเดิม ซ้ำหัวใจเขายังอบอุ่นและมีความสุขเวลาเห็นความมีชีวิตชีวานั่น

 

        “ข้าชื่อจีอ๊อตโต้นะ เรียกจ๊อตโต้ก็ได้เขาบอกชื่อเล่นที่มีไว้ให้เฉพาะคนในครอบครัวและเพื่อนสนิทแก่เธอ ความรู้สึกเอ็นดูมันเกิดขึ้น ความจริงก็อยากรู้จักตั้งแต่วันแรกที่เจอแล้ว

 

        “ได้เธอเองก็ตอบรับง่ายๆ  เพราะวัฒนธรรมไทย การเรียกชื่อเล่นกันมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ดีเสียอีกที่ไม่ต้องเรียกชื่อยาวๆ

 

       "โซเน่!" เสียงอานิสดังให้ได้ยิน เขาคงวิ่งหาเธออยู่อย่างไม่ต้องสงสัย เจ้าของชื่อลุกขึ้นยืน 

 

       "ข้าไปก่อนนะ ขอบคุณมาก" ยกมือที่ใส่ยาเรียบร้อยขึ้นโชว์เป็นเชิงบอกว่าขอบคุณเรื่องอะไร เธอจะไม่ลืมเลยว่าครั้งหนึ่งเคยได้รับการช่วยเหลือจากวองโกเล่พรีโม่คนดัง ถึงเขาจะเป็นตัวละครที่เธอไม่ค่อยสนใจก็เถอะ อย่างน้อยได้มีช่วงเวลากับคนสำคัญของเรื่องมันก็น่าภูมิใจนิดๆ นั่นแหละ

 

       "โซเน่?" เด็กชายเดาได้ไม่ยากว่าเด็กคนนั้นกำลังเรียกหาเธอ

 

       "ชื่อที่แม่ทูนหัวตั้งให้น่ะ คนอื่นไม่ยอมเรียกข้าว่าเพลงเลย เอาแต่เรียกว่าโซเน่ แต่เจ้าเรียกข้าว่าเพลงเถอะนะ" อารามกลัวเขาจะเปลี่ยนใจไปเรียกชื่อที่ง่ายกว่าจึงรีบคว้ามือมาเขย่า ท่าทางช่างอ้อนเผยออกมาโดยไม่รู้ตัว 

 

      "งั้นก็..." จีอ๊อตโต้กลั้นยิ้มให้กับความน่ารักนั่น  "แสดงว่าชื่อนี้มีแค่ข้าที่เรียกใช่มั้ย"

 

      'ก็ไม่เชิง' นอกจากเขาก็ยังมีอีกหลายคน เพียงแต่ไม่ได้อยู่ที่นี่กันเท่านั้น แต่เรื่องนี้บอกออกไปไม่ได้ เธอเลยเงียบแทน คู่สนทนาจึงคิดเองเสร็จสรรพว่าถูกต้องตามที่เขาพูด ไม่รู้ทำไมถึงต้องภูมิใจกับอะไรแบบนี้ด้วย ทว่าเด็กชายก็หัวใจพองโต

 

    "โซเน้!!!"

 

     "อ่า ข้าไปก่อนนะ!" พอเสียงอานิสเริ่มสติแตก เธอจึงเริ่มลนลานแล้ว รีบหมุนตัวจะเปิดประตูออกไป แต่ก็ชะงักแป๊บหนึ่ง

 

     "แล้วเจอกัน" เขายังคงยิ้มอ่อนโยนให้ น่าแปลกที่คราวนี้เธอไม่อึดอัดใจ ทำตัวไม่ถูกอีก อาจเพราะเรื่องชื่อนั่น ทำให้เธอเปิดใจล่ะมั้ง

 

     "อืม" พยักหน้าตอบรับ ทว่านั่นกลับเป็นครั้งสุดท้ายที่ทั้งคู่ได้เจอกัน เพราะเช้าวันต่อมาแม่ของจีอ๊อตโต้ก็พาเขากลับบ้าน ทุกอย่างมันรวดเร็วจนไม่มีโอกาสไปร่ำลาเด็กหญิงที่ตนเพิ่งผูกมิตรได้ จนวันเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายปี

 

 

 

 

          เมืองท่าตรีเอสเต

 

          เสียงตุบตับดังขึ้นในมุมหนึ่งของตรอก ร่างเด็กอายุสิบหกกำลังวาดลวดลายสู้กับชายสกรรจ์สามคน พวกเขาล้วนถูกนินฟีเข้าสิง วิธีสังเกตง่ายๆ ก็คือ ตาจะเปลี่ยนเป็นสีดำทั้งลูก ทว่าสิ่งนี้ก็มีเฉพาะเดอาเท่านั้นที่เห็นได้

  

           ผั๊วะ!! หมัดหนักๆ ซัดเข้าปลายคางคู่ต่อสู้ ซึ่งนี่ก็เป็นคนสุดท้ายแล้ว กลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกจากตัวและโดนเรซิ่นอรุณดูดกลืนมาเป็นพลังให้เจ้าของ ดวงตาสีเดียวกับสร้อยเรืองแสงพร้อมกับมัน คนอื่นสามารถเห็นความผิดปกตินี้ได้ เพราะฉะนั้นเด็กสาวจึงเลือกที่จะหลับตา เธอรู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้น ความเหนื่อยล้าแทบไม่หลงเหลืออยู่ นี่เป็นความพิเศษที่พระเจ้ามอบให้ แม้มันจะไม่ถึงขนาดรักษาบาดแผลได้ก็เถอะ

 

            สิบเอ็ดปีนับจากวันนั้น เดอาตัวน้อยได้กลายเป็นเด็กสาววัยละอ่อน ที่ผ่านมานับได้ว่ายากเย็นพอสมควร หลังจากที่บาเรียหายไป เธอก็ต้องหนีเข้าไปหมกตัวในโบสถ์เป็นประจำ สุดท้ายก็ไปอยู่กับซิสเตอร์จนกระทั่งโตเป็นสาว แม้วูออโต้และเซียนน่าจะงงก็เถอะว่าทำไมเธอถึงอยากไปอยู่โบสถ์ ทั้งๆ ที่มีผู้ปกครอง แน่นอนว่าความประหลาดของคีตาเป็นที่พูดถึงอยู่ไม่น้อย ซึ่งเธอก็ไม่ได้สนใจนัก

 

                พูดถึงวูออโต้แล้ว คีตาได้รับรู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับเขาในตอนอายุเจ็ดขวบ ปกติแล้ววูออโต้ดูเป็นตาลุงใจดี เขาอ่อนโยนและรักใคร่เอ็นดูเธอมากๆ  เป็นคนที่มีอารมณ์ขันและเหมือนไม่เครียดกับเรื่องอะไรเลย รวมๆ แล้วก็ดูเป็นผู้ชายธรรมดา แต่เมื่อไหร่ที่คนอื่นเข้ามาหาเรื่อง เขาก็จะกลายเป็นคนน่ากลัวทันที ไม่ค่อยมีใครกล้าหือกับวูออโต้นัก ตอนแรกเธอก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ไม่นานมานี้ได้ไปบังเอิญเห็นชาวบ้านซุบซิบกันเพราะสงสัยว่าวูออโต้เป็นนักฆ่า เธอจึงกลับไปถามจากเขาตรงๆ ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับแต่โดยดีว่าเป็นความจริง  คนที่รู้เรื่องมากที่สุดในหมู่บ้านก็มีแค่เซียนน่า แต่ก็ไม่ได้รู้มากขนาดนั้น

 

        เหมือนว่าเขาเป็นนักฆ่าอิสระ รับงานว่าจ้างจากมาเฟียแก๊งต่างๆ  โดยมีกฎเหล็กว่าจะไม่ทำร้ายคนธรรมดา เป้าหมายของเขานั้นมีแต่พวกคนในวงการมืด และวูออโต้ก็แปลกใจอีกครั้งเมื่อไม่เห็นท่าทีหวาดกลัวของเธอ ซึ่งคีตารู้เหตุผลดีว่าทำไมตัวเองถึงไม่กลัว

 

        “ถึงพ่อเป็นนักฆ่าแต่พ่อไม่ได้ฆ่าไม่เลือกนี่ พ่อเป็นคนเลี้ยงข้ามา ดังนั้นก็ไม่มีอะไรต้องกลัวเขาทำตามหน้าที่ ถึงมันจะผิดศีลธรรมแต่คีตาก็ไม่ได้สนใจ ต่อให้เขาจะใจร้ายกับคนทั้งโลก แต่ถ้าดีต่อเธอ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวล

 

         เขาเริ่มออกไปจากเมืองตอนคีตาอายุแปดขวบ ซึ่งเธอไม่ได้ไปด้วย เซียนน่าเล่าให้ฟังว่าวูออโต้ไม่อยู่ที่ไหนนานนัก ตอนรับเลี้ยงเธอนี่แหละที่อยู่เมืองนี้หลายปีหน่อย พอเห็นว่าลูกสาวหันหน้าเข้าหาพระเจ้า ไม่ยอมอยู่บ้านก็เหมือนจะวางใจ ออกไปทำงานอย่างที่เคย เว้นช่วงหลายเดือนกว่าจะกลับมาเยี่ยม แถมมีของฝากติดมือมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นขนมต่างถิ่น เพราะรู้ว่าลูกติดของหวาน

 

          จนกระทั่งคีตาอายุได้สิบสี่ เธอจึงขอเดินทางไปกับเขา หนึ่งคืออยากเที่ยวอิตาลี่เมื่อสี่ร้อยปีก่อน และสองคือตามล่านินฟี แม้พวกมันจะมาหาเธอเองอยู่แล้วก็เถอะ 

 

           วูออโต้ไม่ปฏิเสธความต้องการของลูกสาว เขาหาม้าให้เธอตัวหนึ่งเป็นพันธุ์เพอร์เชอรอนตัวเมีย มันมีสีขาวสว่างดูบริสุทธิ์ คีตาจึงตั้งชื่อให้ว่าแอสมาอา 

 

          คีตาได้เปิดประสบการณ์เรียนรู้มากมาย เธอโชคดีที่มีพ่อเป็นคนชอบเดินทางและยังเปิดใจได้กว้างขวาง เขาไม่สนว่าเธอจะเป็นหญิงหรือชาย แต่พร้อมสอนทุกอย่างที่ตัวเองรู้ให้หมด แม้บางอย่างเหมือนจะไม่จำเป็นต้องใช้ ทว่ามีเป็นความรู้ไว้ติดตัวก็ไม่เสียหาย

 

           ระหว่างเดินทางคีตาก็ได้พบกับพวกนินฟีมากมาย บางครั้งเธอก็จัดการเองได้ แต่บางครั้งก็ต้องให้วูออโต้ช่วยจัดการ เวลามีภารกิจ เขาจะให้เธอรออยู่ในโรงแรม ทิ้งเงินไว้ให้จำนวนหนึ่งเผื่ออยากเที่ยว ซึ่งเด็กสาวก็เที่ยวจริงๆเที่ยวไปมีเรื่องกับคนโน้นคนนี้ วูออโต้รู้ก็เพียงหัวเราะ บอกว่าเธอเลือดร้อน บ้าระห่ำเกินไป แม้คีตาอยากจะเถียงใจแทบขาดว่าเธอทำเพื่อโลกอยู่ แต่ก็ได้แค่เงียบไว้


          ชีวิตแอบเศร้า

 

 

 

 

           ปลายเดือนพฤษภาอากาศเริ่มอบอุ่น หน้าร้อนของอิตาลีคือช่วงมิถุนาถึงสิงหา ถึงตอนนั้นช่วงเวลากลางวันคงยาวขึ้น ร่างเล็กเดินทอดน่องไปตามถนนอย่างไม่เร่งรีบ ตอนนี้แสงบนท้องฟ้าใกล้หมดแล้ว เธอว่าแวะซื้อวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารหน่อยก็คงดี มาเมืองท่าที่มีของทะเลขายแบบนี้มันทำให้นึกถึงซีฟู้ดหรือพวกต้มยำทะเลตงิดๆ เสียดายก็แต่ไม่มีวัตถุดิบสำหรับทำ หรือเธอจะเข้าไปกินในมิติไร้กาลดีนะ?

 

           อืม...ทำอาหารไว้ให้พ่อ ส่วนเธอก็หนีเข้าไปกินของที่อยากกินในนั้นดีกว่า

 

          เมื่อตัดสินใจได้แล้ว คีตาก็เดินไปยังตลาดที่อยู่ติดกับท่าเรือ ซื้อของสดเท่าที่วูออโต้กินอิ่ม แต่ก็เผื่อไว้สำหรับให้ตัวเธอแกล้งกินด้วย เดี๋ยวเขาจะสงสัยว่าอดข้าวทำไม เมื่อได้ของที่ต้องการครบก็เดินกลับบ้านพัก ทว่าเธอก็ต้องพบกับความประหลาดใจ

 

         ชายฉกรรจ์ในชุดสูทหลายคนยืนอยู่ตรงหน้า แม้พวกเขาจะทำทีว่าผ่อนคลาย วางตัวตามอัธยาศัย แต่คนที่คร่ำหวอดในวงการต่อสู้มานานย่อมดูออกว่าคนเหล่านี้ระวังตัวตลอด เพราะเพียงแค่เห็นเธอเดินมา ทุกสายตาก็ปลายมอง มือเหมือนจะเท้าเอว ล้วงกระเป๋าหรือไพล่หลัง แต่เชื่อเถอะว่าถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล พวกนั้นชักปืนในพริบตาแน่

 

          มาเฟีย คีตารู้ได้ไม่ยาก บางทีอาจเป็นพวกที่จะมาเจรจาจ้างวานพ่อเธอก็ได้ แต่สืบจนรู้ที่อยู่เลยเหรอ? น่ากลัวไม่เบา แบบนี้ไม่ได้มีบ่อยด้วยสิ

 

          ราวกับมีอะไรหนักๆ มากดทำให้บรรยากาศหนักอึ้ง ทุกอย่างมันเงียบซะจนได้ยินเสียงเดินของเด็กสาว เธอมีสีหน้านิ่งสนิท ไร้ความหวาดกลัวขณะเดินผ่านกลุ่มคนที่อออยู่หน้าบ้าน พวกเขาเองก็มองตามเธอทุกฝีก้าว บางคนลอบมอง บางคนจ้องโต้งๆ  แต่ละคนก็มีท่าทีสนใจอยู่เนืองๆ  อาจเพราะรู้ว่าเด็กสาวที่เหมือนจะเป็นชาวเอเชียคนนี้คือลูกของนักฆ่ามือฉมัง

 

           ตัวเล็ก แปลก บอบบาง น่ารัก และอีกสารพัดความคิดในใจมาเฟียทั้งหลาย

 

           ประตูไม้ถูกผลักเข้าไป คีตาเห็นพ่อนั่งเผชิญหน้าอยู่กับคนๆ หนึ่ง เขาหันหลังให้เธอก็เลยไม่เห็นหน้า แต่ก็รู้ว่าเป็นชายหนุ่มร่างสูง เรือนผมสีทองสว่างดูยุ่งฟูแต่ก็ไม่ถึงขั้นกระเซอะกระเซิงไร้ระเบียบ ข้างกายของเขามีชายอีกคนยืนอยู่ ร่างสูงกำยำและมีเรือนผมสีแดงเพลิง ซึ่งเมื่อเขาหันมาทางนี้ เธอก็ได้เห็นรอยสักรูปไฟอยู่บนซีกหน้าข้างขวานั่น

 

           เด็กสาวเบิกตากว้าง เธอจำได้แน่นอนอยู่แล้วว่าเขาคือจี ผู้พิทักษ์วายุมือขวาของพรีโม่ และคนที่นั่งอยู่นั่นก็คงเป็นเขา...จีอ๊อตโต้ บอสแห่งวองโกเล่แฟมิลี่ ตอนนี้คงเป็นแบบนั้นไปแล้ว เธอรู้สึกว่าตอนที่ได้เจอกับเขาวัยเด็กมันเพิ่งผ่านมาไม่นานนี้เอง เผลอแป๊บเดียวก็เป็นคนใหญ่คนโตไปซะแล้ว

 

           ว่าแต่...พวกเขามาทำอะไรที่นี่?!

 

           จีอ๊อตโต้เองก็รับรู้ได้ถึงผู้มาใหม่ เขาหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ แล้วก็ต้องยิ้มเมื่อเห็นว่าเป็นใคร เด็กสาวร่างเล็กนั้นไม่ได้ต่างจากในอดีตเท่าไหร่ เธอแค่ดูเป็นสาวขึ้น สูงขึ้น ไม่ใช่เด็กน้อยจอมซุ่มซ่ามคนนั้นแล้ว หน้าตาจิ้มลิ้มปากนิดจมูกหน่อยฉบับชาวเอเชีย ดวงตาสีอรุณคู่เดิมกลมโต พวงแก้มใสแดงระเรื่อด้วยเลือดฝาด ผิวพรรณขาวอมชมพูดูสุขภาพดี ร่างเล็กอ้อนแอ้นและดูบอบบางราวกับตุ๊กตา รวมๆ แล้วสาวน้อยคนนี้น่ารักน่าชังมากทีเดียว

 

          “โซเน่” วูออโต้ชะงักการเจรจาของตนกับคู่สนทนา เขาเงยหน้ามองลูกสาวที่เพิ่งกลับมาถึง ไม่รู้ทำไมเธอถึงดูตกใจนัก ทำราวกับรู้จักชายที่อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว แต่จากคำพูดของชายหนุ่มก่อนหน้านี้ ทั้งสองก็คงมีอดีตที่เขาไม่รู้จริงๆ นั่นแหละ เอาเป็นว่าช่างมันก่อน “มานี่สิ” กวักมือเรียกเธอให้เข้ามาหา

 

          “?” คราวนี้คีตางงจริงๆ แล้ว ไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไรที่พ่อเรียก เพราะปกติเธอไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับงานของเขาเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นก็เดินไปนั่งข้างๆ อย่างไม่อิดออด ข้าวของต่างๆ ที่หอบอยู่ถูกวางไว้กับโต๊ะใกล้ๆ   ซึ่งทุกอิริยาบถของเด็กสาวอยู่ในการจดจ้องของจีอ๊อตโต้ เขามีรอยยิ้มบางๆ ประดับใบหน้า ท่าทางนั่งไขว้ขาเหมือนกับที่คีตาเคยเห็นในโลกเก่าบ่อยๆ  เป็นคนที่มีมาดผู้นำเต็มเปี่ยมทั้งๆ ที่วางตัวติดเอ้อระเหยราวราชสีห์ขี้เกียจ ดวงตาสีอความารีนนั้นลุ่มลึกจนรู้สึกเหมือนถูกอ่านใจตลอดเวลา

 

          “โซเน่ ท่านผู้นี้คือวองโกโล่พรีโม่ พรีโม่ครับ เด็กคนนี้คือลูกสาวของข้า” แม้รูปประโยคจะดูเหมือนอ่อนน้อมให้เกียรติ แต่น้ำเสียงของวูออโต้ก็ยังคงความเป็นตัวของตัวเอง คือไม่สนหัวใคร ไม่ว่าคนๆ นั้นจะใหญ่โตแค่ไหน เขาไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวศิโรราบให้ใครง่ายๆ มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทว่าก็ไม่ได้แข็งกระด้างจนเกินเหตุ ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะได้รับความเคารพจากเขาอยู่เหมือนกัน

 

          จีอ๊อตโต้เป็นฝ่ายเริ่มยิ้มทักทายคีตาที่ยังมึนอยู่ “ได้เจอกันซักทีนะสาวน้อย”

 

         เธอกระพริบตาปริบๆ จับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง ได้แต่พยักหน้าทักทายเขาอย่างงงๆ

 

         แล้วทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ หรือพูดอีกอย่างก็คือเดดแอร์ เพียงแต่เป็นเดดแอร์แบบประหลาดๆ   คีตาเริ่มเลิ่กลั่ก จีอ๊อตโต้ยังคงมองเธอยิ้มๆ  จียืนนิ่งมองเธออย่างพิจารณา ส่วนวูออโต้มองเธอด้วยท่าทางเหมือนกำลังลำบากใจ และอยากบอกอะไรบางอย่างแต่ไม่กล้า

 

           ใครก็ได้พูดที ว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

 

           “พวกท่านมีอะไรกับข้ารึเปล่า?” สุดท้ายคนถูกรุมจ้องก็อดรนทนไม่ไหว เธอโพล่งถามเหล่าชายฉกรรจ์ที่เป็นอะไรนักหนาก็ไม่รู้

 

            จีอ๊อตโต้ระบายลมหายใจ ดูท่าแล้ววูออโต้คงทำใจลำบาก ไม่สามารถบอกกับเธอได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นเขาจึงพูดแทน “ก่อนจะเข้าเรื่องกัน ข้าคงต้องเล่าถึงเหตุผลก่อน...”

 

           นับตั้งแต่ที่ก่อตั้งแฟมิลี่ขึ้นมา จีอ๊อตโต้ก็พยายามชักชวนคนมีฝีมือที่เขาสนใจมาเข้าร่วมตลอด หนึ่งในนั้นก็มีวูออโต้ที่สร้างชื่อเสียงในวงการมืดมานาน เพราะรู้ว่าต่างฝ่ายต่างก็มีอุดมการณ์คล้ายกัน คือจะไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ มุ่งแต่ทำลายพวกมาเฟียที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านจนเกินจะรับไหว ดังนั้นวูออโต้จึงสนใจคำเชิญอยู่เนืองๆ  ทว่าด้วยความรักอิสระ เขาจึงยังลังเลตัดสินใจไม่ได้อยู่หลายเดือน

 

           จนกระทั่งพักหลังๆ มานี้ ตัวตนของคีตาเริ่มเป็นที่สืบทราบของคู่แค้นเขา พวกแฟมิลี่มาเฟียที่วูออโต้เคยไปสร้างวีรกรรมไว้เริ่มจ้องจะเล่นงานลูกสาว ที่ดูจะเป็นหัวใจของนักฆ่ามือดี แม้วูออโต้จะมั่นใจในฝีมือตัวเองแค่ไหน ทว่าคนเราย่อมมีขีดจำกัด หากวันหนึ่งถูกคนมากมายโจมตีเข้า ลำพังเขาเองอาจจะพอเอาตัวรอดได้ แต่ลูกสาวเขาล่ะ?

 

          ในยุคที่มาเฟียเริ่มเฟื่องฟู โลกนอกกฎหมายเริ่มแผ่ขยายอำนาจ มันไม่ใช่ยุคที่จะสามารถอยู่แบบหัวเดียวกระเทียมลีบ ไร้พรรคพวกได้อีกต่อไป อย่างน้อยๆ เขาควรมีสังกัด มีคนที่จะสามารถให้ความคุ้มครองคีตาได้ การตกลงเข้าร่วมกับวองโกเล่แฟมิลี่ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เลว

 

          “ดังนั้น พ่อเจ้าจึงตกลงเซ็นสัญญาเป็นคนของวองโกเล่” จีอ๊อตโต้สรุป

 

          “อ่าห๊ะ แล้ว...” เอาจริงๆ มันก็น่าตกใจนิดๆ ที่เป็นตัวประกอบอยู่ดีๆ พ่อบุญธรรมก็ไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวละครเด่นของเรื่อง แต่คีตาก็ยังไม่เห็นว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวกับเธอตรงไหน หรือเป็นลูกแล้วต้องเข้าแฟมิลี่ด้วย? ก็ไม่เสียหน่อย ขนาดนานะแม่ของสึนะโยชิเป็นเมียบอสเซเดฟยังไม่ต้องรู้เรื่องอะไรเลย แล้วพวกเขาจะมาบอกเธอทำไม? ไหนจะท่าทางพวกนั้นอีก

 

         “แคนโซเน่” บอสวองโกเล่ทอดเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน “เจ้าต้องแต่งงานกับข้า”

 

        “......ห๊ะ?”


************


             #ไม่ต้องตกใจค่ะ ไม่ถือว่าพรากผู้เยาว์ หลายร้อยปีก่อนผู้หญิงแต่งงานประมาณนี้เป็นเรื่องปกติ

             #แต่ก็นั่นแหละค่ะ ไรท์จะปรับอายุขึ้นนิดหน่อย ตอนนี้อยู่ในช่วงปีที่ยัยน้องเกิด แค่ยังไม่ถึงเดือนเกิดเลยยังเป็นสิบหก สรุปแล้วก็จะแต่งตอนอายุสิบเจ็ดนั่นแหละ

            #ป.ล รีไรท์ยังไงให้เหมือนรีบ ไวไฟกันมั่กๆ 


By เงาลดา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

40 ความคิดเห็น

  1. #32 Supanna boonsri (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2564 / 20:07

    มาอัพต่ออีกน้าาาาาาา จะรอค่าาาาาาาา~~~~

    #32
    0
  2. #31 Gunny4 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:09

    เธอออ รออ่านอยู่ววน้าาาา.
    .
    .
    จีอ็อตโต้นี้ก็.... มาบับงงๆมากกก น้องยังงงอยู่เลยค้าบเพ้!! คุณต้องใจเย็นๆนะคุณพรโม่😑
    #31
    1
    • #31-1 Gunny4(จากตอนที่ 4)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:10
      *พรีโม่
      #31-1
  3. #30 polytome (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:00
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #30
    0
  4. #28 คาเรียน่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:58

    เรื่องเก่ากว่าจะได้แต่งกันก็ปาไปตอนที่25ขึ้นแต่พอรีไรท์ใหม่มาตอนที่4ก็ขอาะและดูเหมือนไรท์จะรีบจริงๆ^_^

    ปล.รออ่านตอนต่อไปนะคะ^_^
    #28
    1
    • #28-1 เงาลดา(จากตอนที่ 4)
      16 มีนาคม 2564 / 22:11
      รีบจริงๆ ค่ะ5555
      #28-1